Dogecoin ถูกจ่ายเป็นทุนส่งดาวเทียมไปดวงจันทร์ของ SpaceX #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652428

วันที่ 10 พ.ค. 2564 เวลา 11:08 น.

 Dogecoin ถูกจ่ายเป็นทุนส่งดาวเทียมไปดวงจันทร์ของ SpaceXหลังจากสะดุดเพราะปากของเอลอน มัสก์เป็นเหตุ Dogecoin ได้มาถึงระดับใหม่หลังจากที่มันถูกใช้เพื่อจ่ายเงินสำหรับการปล่อยดาวเทียมดวงจันทร์ในปีหน้า

SpaceX บริษัทจรวดเชิงพาณิชย์ของเอลอน มัสก์ (Elon Musk) จะเริ่มต้นการเดินทางบนดวงจันทร์ในปี 2022 โดยจะนำเอา cubesat ซึ่งเป็นดาวเทียมขนาดเล็กขึ้นไปด้วยเพื่อใช้สำหรับการวิจัยอวกาศ มันเป็นผลผลิตของบริษัท Geometric Energy Corp. ซึ่งได้รับค่าตอบแทนที่จ่ายในรูปของ Dogecoin

สิ่งที่เรียกว่า DOGE-1 Mission to the Moon จะเป็นอุปกรณ์เดินทางไปดวงจันทร์เชิงพาณิชย์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จ่ายด้วย Dogecoin ทั้งหมดตามคำแถลงของบริษัท Geometric Energy มันมีรูปทรงลูกบาศก์ขนาด 40 กิโลกรัม จะติดตั้งบนจรวด SpaceX Falcon 9 แต่ทางบริษัทไม่ได้ระบุจำนวน Dogecoin ที่ได้จากการทำธุรกรรมกับ SpaceX ในครั้งนี้

เว็บไซต์ของ Geometric Energy อธิบายว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทเอกชนของแคนาดาที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อคิดค้นเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและได้ขยายไปสู่การลงทุนด้านต่างๆ เช่นอวกาศ

“ DOGE ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่รวดเร็วเชื่อถือได้และมีความปลอดภัยในการเข้ารหัสซึ่งดำเนินการขณะที่ธนาคารแบบดั้งเดิมไม่สามารถทำได้และมีความซับซ้อนเพียงพอที่จะสนับสนุนภารกิจไปสู่ดวงจันทร์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างสมบูรณ์” Geometric Energy กล่าวในแถลงการณ์ “มันได้รับเลือกให้เป็นหน่วยของบัญชีสำหรับธุรกิจบนดวงจันทร์ทั้งหมดระหว่าง SpaceX และ Geometric Energy Corporation และเป็นแบบอย่างสำหรับภารกิจในอนาคตไปสู่ดวงจันทร์และดาวอังคาร”

ด้าน ทอม โอชิเนโร (Tom Ochinero) รองประธานฝ่ายขายเชิงพาณิชย์ของ SpaceX อ้างถึงในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดย Geometric Energy ว่า “ภารกิจนี้จะแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้สกุลเงินดิจิทัลนอกวงโคจรของโลกและวางรากฐานสำหรับการค้าระหว่างดาวเคราะห์”

ที่ผ่านมา เอลอน มัสก์มักพูดถึง Dogecoin ในเชิงส่งเสริมโดยใช้คำว่า to the Moon ซึ่งแปลตรงๆ ว่าไปถึงดวงจันทร์แต่มีความหมายว่าราคาของเงินดิจิทัลนี้จะพุ่งทะยานทะลุฟ้า แต่มัสก์ยังเคยทวีตในเดือนเมษายนว่า SpaceX กำลังจะวาง “Dogecoin ที่แท้จริงบนดวงจันทร์” ซึ่งเป็นการแย้มว่า Dogecoin อาจเกี่ยวข้องกับโครงการเดินทางไปดวงจันทร์ของบริษัทของเขา

และล่าสุดมัสก์ทวีตเมื่อวันที่ 10 เมษายนว่า “SpaceX เปิดตัวดาวเทียม Doge-1 ไปยังดวงจันทร์ในปีหน้า – ภารกิจจ่ายโดย Doge คริปโตแรกในอวกาศ มีมแรกในอวกาศ”

SpaceX launching satellite Doge-1 to the moon next year– Mission paid for in Doge– 1st crypto in space– 1st meme in spaceTo the mooooonnn!!https://t.co/xXfjGZVeUW— Elon Musk (@elonmusk) May 9, 2021

ทหารเมียนมาจับกวีต้านรัฐประหาร ส่งคืนมาเป็นศพไร้อวัยวะภายใน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652425

วันที่ 10 พ.ค. 2564 เวลา 10:52 น.

ทหารเมียนมาจับกวีต้านรัฐประหาร ส่งคืนมาเป็นศพไร้อวัยวะภายในกวีต้านรัฐประหารชาวเมียนมาถูกพบเป็นศพไร้อวัยวะภายในหลังกองทัพเมียนมาจับตัวไปสอบสวน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เขต ตี (Khet Thi) กวีชาวเมียนมาวัย 45 ปีซึ่งเคยมีผลงานที่แสดงจุดยืนต่อต้านรัฐประหารได้เสียชีวิตลงหลังถูกเจ้าหน้าที่ทหารเมียนมาจับกุมตัวไปก่อนที่ศพของเขาจะถูกส่งกลับมาในวันรุ่งขึ้นโดยอวัยวะภายในถูกผ่าออกไป

ภรรยาของเขาให้สัมภาษณ์ต่อบีบีซีว่าเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ตนและสามีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารนำตัวไปสอบปากคำในเมืองชเวโบ เขคสะกาย แต่สามีของตนไม่ได้ถูกปล่อยตัวกลับมาด้วย

วันรุ่งขึ้นเธอได้รับแจ้งให้ไปหาสามีที่เมืองโมนยวาซึ่งห่างออกไปราว 100 กม. เมื่อไปถึงก็พบว่าสามีอยู่ในห้องเก็บศพ และอวัยวะภายในถูกผ่าออกไป

เธอระบุว่าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแจ้งว่าสามีของเธอมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ แต่เธอไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่ยอมให้อ่านผลการชันสูตร อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้บอกว่ารู้ได้อย่างไรว่าอวัยวะภายในของสามีถูกผ่าออกไป

ด้านโฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาไม่แสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ สมาคมช่วยเหลือนักโทษทางการเมืองระบุว่ามีประชาชนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 780 รายสืบเนื่องจากรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ.

Photo by STR / AFP

“บุระคุมิน” ชนชั้นที่ถูกเหยียดในสังคมญี่ปุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652349

วันที่ 09 พ.ค. 2564 เวลา 19:03 น.

 "บุระคุมิน" ชนชั้นที่ถูกเหยียดในสังคมญี่ปุ่นการเหยียดเชื้อชาติและชนชั้นในญี่ปุ่นมีรูปแบบที่ไม่เหมือนประเทศอื่นๆ แต่โดยเนื้อหามันก็ยังเป็นการแสดงอคติต่อชนชั้นและเชื้อชาติเหมือนที่อื่นๆ อยู่ดี

น้อยคนจะทราบว่า ญี่ปุ่นมีปัญหาเหยียดเชื้อชาติในประเทศเหมือนกัน มีการแบ่งชนชั้นที่เป็นซากเดนจากยุคศักดินา ชนชั้นที่ถูกเหยียดหยามเรียกว่า “บุระคุมิน” หรือ “เอะตะ/ฮินิง” เดิมเป็นกลุ่มคนทำอาชีพที่สังคมรังเกียจ เช่น สัปเหร่อ คนเชือดสัตว์ พ่อค้าเนื้อ (สังคมโบราณของญี่ปุ่นรังเกียจการกินเนื้อสัตว์ใหญ่) เป็นต้น คนอาชีพนี้มักอยู่รวมกันเป็นชุมชนเดียวกัน ซึ่งทำให้ง่ายที่จะถูกกีดกันและโจมตีด้วย

คำว่า “บุระคุมิน” (Burakumin) แปลว่าคน (มิน) หมู่บ้าน (บุระคุ) หมู่บ้านนี้หมายถึงชุมชนของคนที่ทำงานสกปรกและถือว่ามีมลทินต่อสังคมโดยรวม สอดคล้องกับคำว่า “ฮินิง” ที่แปลว่า “คนไม่ดี”

สังคมญี่ปุ่นศักดินากดขี่บุระคุมินอย่างมาก ถึงขนาดบอกว่า พวกนี้มีความเป็นคนแค่ 1 ใน 7 และยังห้ามเปลี่ยนชนชั้น ต่างจากคนกลุ่มอื่นที่สามารถเปลี่ยนได้หากมีเหตุปัจจัย เช่น ชาวนากลายเป็นพ่อค้า ต่อมาในสมัยปฏิรูปและหลังสงคราม มีการยกระดับบุระคุมินให้มีสิทธิในฐานะประชาชนทั่วไป หลังจากการปฏิรุปการปกครองสมัยเมจิล้ว “ฮินิง” ไม่มีอีกต่อไป มีแต่ “เฮมิน” หรือสามัญชนคนเท่ากันหมด

แต่ในทางปฏิบัติการกีดกันยังคงมีอยู่ เพราะระบบทะเบียนบ้านของญี่ปุ่นระบุถิ่นฐานบรรพชนทำให้ง่ายต่อการชี้ตัวว่าใครเป็นใครมาจากกลุ่มบุระคุมิน ปัจจุบันนี้บริษัทหลายแห่งก็ยังไม่อยากจะรับบุระคุมินเข้าทำงาน ส่วนบริษัทใหญ่ๆ เลิกกีดกันแล้ว นอกจากนี้ ยังยากที่บุระคุมินจะแต่งงานนอกกลุ่มของตน

วิธีการเหยียดที่นิยมใช้กันตามบริษัทคือ แอบตรวจวงศ์สกุลว่ามาจากคนกลุ่มนี้หรือไม่ บางครอบครัวยังสอบประวัติเบื้องหลังว่าที่ลูกเขยลูสะใภ้เหมือนกัน บางรายต้องเปลี่ยนนามสกุล เพราะมันฟ้องว่ามาจาก “คนที่สังคมไม่พึงปรารถนา”

มีกรณีอื้อฉาวหลายครั้งเกี่ยวกับบริษัทใหญ่ที่กีดกันบุระคุมิน เช่น ในปี 1975 มีการเปิดเผยโดยกลุ่มสิทธิชาวบุระคุมินว่าบริษัทหลายแห่งเก็บรายชื่อและที่อยู่ชุมชนของชาวบุระคุมินเอาไว้ ทำเป็นหนังสือที่ชื่อ “รายชื่อพื้นที่บุระคุแบบครอบคลุม” มีบริษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นมากกว่า 200 แห่งรวมถึง โตโยต้า, นิสสัน, ฮอนด้า และไดฮัทสุ พร้อมด้วยบุคคลหลายพันคนที่ซื้อสำเนาหนังสือเล่มนี้

ข้อมูลจาก Japan Focus ระบุว่า กรณีของการเลือกปฏิบัติส่วนใหญ่เกิดขึ้นในภาคตะวันตกของญี่ปุ่น (คันไซ) โดยเฉพาะในภูมิภาคโอซาก้า, เกียวโต, เฮียวโงะ และฮิโรชิม่าโดยเฉพาะคนรุ่นเก่าแถบนั้นมักมองว่าชาวบุระคุมินเป็นพวกว่างงานและทำงานผิดกฎหมาย

ด้วยเหตุที่ถูกกีดกันทางเศรษฐกิจ ทำให้บุระคุมินไม่มีทางเลือกอื่น หากไม่ทำงานที่คนรังเกียจ ก็ต้องเป็นพวกนอกกฎหมายไปเลย หลายคนจึงเลือกที่จะเป็นยากูซ่า เก็บค่าคุ้มครอง ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ทำธุรกิจมืด มีการศึกษาว่า สมาชิกถึง 70% ของแก๊งยะมะงุจิกุมิ ยากูซ่ากลุ่มใหญ่ที่สุด คือพวกบุระคุมิน ในขณะที่มิตซึฮิโร สุงะนุมะ อดีตสมาชิกหน่วยข่าวกรองความมั่นคงสาธารณะให้การว่า ชาวบุระคุมินมีสัดส่วนประมาณ 60% ของสมาชิกยากูซ่าทั้งหมด

หากไม่เป็นชาวแก๊งก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มการเมืองเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีการชุมนุมเป็นระยะๆ และพวกเขายังเคลื่อนไหวในวงการเมืองด้วย แต่ถึงจะเข้าไปเล่นการเมืองแล้วยังวายถูกกีดกัน เช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับ โนะนากะ ฮิโรมุ นักการเมืองของพรรครัฐบาลที่เกอบจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว

โนะนากะ ฮิโรมุ เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 1925  (พ.ศ. 2468) ในเมืองโซโนเบะจังหวัดเกียวโต (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนันทัง) ในครอบครัวบุระคุมิน หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมต้นโซโนเบะประจำจังหวัดเกียวโตในปี 1943 (หรือระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2) โนนากะทำงานให้กับการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น (JNR) ในโอซาก้า

แต่ที่ JNR นี่เอง โนะนากะต้องเผชิญกับพบการเลือกปฏิบัติเพราะความเป็นในฐานะสมาชิกของกลุ่มบุระคุมินและต่อมากล่าวว่าการเลือกปฏิบัตินี้เป็นปัจจัยในที่ทำให้เขาตัดสินใจออกจาก JNR และเข้าสู่การเมือง

โนะนากะเจริญก้าวหน้าในวงการเมืองอย่างมากจนกระทั่งเป็นแกนนำสำคัญของพรรครัฐบาลคือพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ชะตาชีวิตของเรารุ่งเรืองมาในช่วงทศวรรษที่ 90 โดยในปี 1998 โนะนากะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใต้นายกรัฐมนตรีโอบุชิ ซึ่งเขามีอำนาจอย่างล้นเหลือ และถูกมองว่าผู้นำเงาของรัฐบาลจัดจนกระทั่งนิตยสาร TIME ฉบับเดือนธันวาคมปี 1998 เรียกเขาว่าเป็น “ชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของญี่ปุ่น”

ในปี 2001 โนะนากะถูกจับตาว่าเป็นคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานพรรค LDP และตำแนห่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแทนที่นายกรับมนตรีโมริ โยชิโร  โนะนากะไม่เต็มใจที่จะรับตำแหน่งเพราะมันจะทำให้คนสนใจภูมิหลังของเขาในฐานะบุราคุมินถูกขุดขึ้นมา แล้วสิ่งที่เขากังวลก็เกิดขึ้มาจริงๆ 

นระหว่างการประชุมของผู้นำพรรคซึ่งโนะนากะไม่ได้เข้าร่วม มีรายงานว่า อาโซ ทาโร หนึ่งในแกนนำพรรค (และนายกรัฐมนตรีในอนาคต) ได้โพล่งขึ้นมาว่า  “เราจะไม่ปล่อยให้ใครบางคนจากบุระคุมาเป็นนายกรัฐมนตรีใช่ไหม?”

ในภายหลังโนะนากะจึงประาสถอนตัวไป แต่เขาลั่นวาจาว่า”ไม่มีวันให้อภัย” อาโซ ซึ่งอาโซปฏิเสธว่าไม่ได้พูดเรื่องนี้

ตามกฎหมายจะไม่มีการใช้คำว่า “บุระคุมิน” เพราะถือเป็นการเหยียดเชื้อชาติ แต่จะใช้คำว่า “โดวะยูวะ” หรือการสมานฉันท์แห่งภราดรภาพ และเรียกปัญหาการเหยียดนี้ว่า “บุระคุมงได”  ที่แปลว่า “ปัญหาของคนบุระคุ” ซึ่งกรณีนี้คล้ายกับอินเดีย ที่เปลี่ยนไปเรียกวรรณะจัณฑาลว่า “ดาลิต”

อย่างไรก็ตาม แม้จะเปลี่ยนคำเรียกเพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ แต่การกดขี่ก็ยังมีอยู่เช่นเดิม

โดย กรกิจ ดิษฐาน

บทความนี้อัปเดตและเพิ่มเติมจากบทความที่เขียนครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2015 ในเฟซบุ๊ค Kornkit Disthan

อเมริกา-ออสเตรเลียชิงจดเครื่องหมายการค้าพันธุ์ข้าวดีที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652379

วันที่ 09 พ.ค. 2564 เวลา 16:24 น.

อเมริกา-ออสเตรเลียชิงจดเครื่องหมายการค้าพันธุ์ข้าวดีที่สุดในโลกเวียดนามถึงกับเต้นข้าวสายพันธุ์ที่ตัวเองพัฒนาขึ้นมาถูกบริษัทต่างชาติในสหรัฐ-ออสเตรเลียชิงจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

สำนักข่าว Saigoneer ในเวียดนามรายงานว่าบริษัท ในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียกำลังพยายามจดสิทธิบัตรพันธุ์ข้าว ST25 และ ST24 ที่มีชื่อเสียงซึ่งพัฒนาขึ้นในเวียดนาม โดยเฉพาะพันธุ์ข้าว ST25 ที่ได้รับการตัดสินว่าเป็นข้าวดีที่สุดในโลกในการประกวดพันธุ์ข้าวปี 2019

ST25 และ ST24 เป็นข้าว 2 สายพันธุ์ที่พัฒนามานานกว่าสองทศวรรษโดย “โห่ กวาง กัว” (Ho Quang Cua) นักวิทยาศาสตร์ชาวนาชาวเวียดนามและทีมงานของเขาในจังหวัดซ้อกจัง โดย ST25 ชนะการประกวดข้าวที่ดีที่สุดของโลกในปี 2019 และ ST24 ได้รับรางวัลอันดับสองในปี 2017

หากมีบริษัทใดบริษัทหนึ่งได้รับเครื่องหมายการค้าในชื่อพันธุ์นั้นจะหมายถึงบริษัทอื่นๆ รวมถึงบริษัทในเวียดนามจะไม่สามารถขายพันธุ์ข้าวเหล่านั้นในตลาดนั้นได้โดยใช้ชื่อเดียวกัน

แต่ Saigoneer รายงานว่าบริษัทอเมริกัน 5 แห่งส่งคำขอดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ST25 และอีก 1 บริษัทคือ I&T Enterprise Inc. ได้รับการอนุมัติเบื้องต้นให้ใช้ “ST25” และ “World’s Best Rice” ในขณะเดียวกันบริษัท T&L Global Foods Supply PTY LTD ของออสเตรเลียเพิ่งยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับข้าว ST24 และ ST25 ในออสเตรเลีย

หน่วยงานของทางการเวียดนามและทนายความของเวียดนามหลายแห่งทั้งในสหรัฐและออสเตรเลียกำลังดำเนินการเพื่อให้มีการพยายายามไม่อนุาตให้บริษัทเหล่านี้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งมีโอกาสที่จะทำสำเร็จเพราะที่ผ่านมาอินเดียเคยชนะคดีในสหรัฐที่มีบริษัทจำนวนหนึ่งพยายามจดสิทธิบัตรข้าวบาสมาติรวมถึงสรรพคุณทางยาของขมิ้น

ด้านสำนักข่าว VN Express รายงานว่า ผู้พัฒนาพันธุ์ข้าว ST25 สัญชาติเวียดนามได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบรนด์ใหม่ในสหรัฐโดยใช้ชื่อ “Gao Ong Cua” (Mr. Cua’s Rice) ในสหรัฐอเมริกา ชื่อแบรนด์ใหม่หมายถึงข้าวที่พัฒนาโดย “โห่ กวาง กัว” Ho Quang Cua นักวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาข้าวสายพันธุ์ ST25

บริษัทที่จดทะเยีนนชื่อดังกล่าวคือ Ho Quang Tri Ltd. ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดซ้อกจังทางตอนใต้ของเวียดนามซึ่งปลูกข้าวพันธุ์ ST25 บริษัทนี้ดำเนินการโดยลูกชายของโห่ กวาง กัว โดยโลโก้สำหรับเครื่องหมายการค้าใหม่มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มของโห่ กวาง กัวที่มีนาข้าวอยู่ข้างใต้และชื่อแบรนด์ทางด้านซ้าย

บริษัทกฎหมายที่เป็นตัวแทนของโห่ กวาง กัวและบริษัทของลูกชายเขาที่ดำเนินการเรื่องเครื่องหมายการค้าบอกกับ VnExpress ว่าการจดทะเบียนใหม่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของบริษัท และกล่าวว่าแม้ว่าจะจดทะเบียนเป็นแบรนด์ใหม่ แต่ บริษัทก็ยังคัดค้านการที่ต่างชาติพยายามจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของข้าว ST25 ในสหรัฐ และพวกเข้าหวังว่าจะยังมีโอกาสที่จะเรียกคืนแบรนด์ ST25 กลับมาได้

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โห่ กวาง กัวได้เสนอที่จะมอบลิขสิทธิ์ข้าว ST25 แก่รัฐบาลเวียดนาม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังขออนุญาตจากรัฐบาลในเรื่องนี้เนื่องจากคำขอดังกล่าวไม่เคยมีมาก่อน แตปรากฎว่ามีเรื่องต่างชาติพยายามชิงจดทะเบียนแทรกเข้ามาในเวลานี้

AFP PHOTO / NOEL CELIS

Dogecoin ร่วงหลัง Elon Musk โพล่งว่ามันเป็นการปั่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652367

วันที่ 09 พ.ค. 2564 เวลา 14:10 น.

 Dogecoin ร่วงหลัง Elon Musk โพล่งว่ามันเป็นการปั่นผิดความคาดหมาย ก่อนหน้านี้เชื่อกันว่า Dogecoin อาจจะพุ่งเมื่อ Elon Musk ไปออกรายการ SNL แต่เขากลับพูดไปคนละทางทำให้มันร่วงหนัก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ามูลค่าของ Dogecoin ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงต้นชั่วโมงของสหรัฐในวันอาทิตย์หลังจากที่เอลอน มัสก์ (Elon Musk) แห่งบริษัทเทสลา (Tesla) และผู้สนับสนุนสกุลเงินดิจิทัล Dogecoin ตัวยงเรียกมันว่า ‘การปั่น’ (a hustle) ในช่วงที่เขาเป็นแขกรับเชิญในรายการคอมเมดี้ “Saturday Night Live หรือ SNL

Dogecoin มีราคาต่ำลงถึง 0.47 ดอลลาร์จากข้อมูลของบริษัท Binance ลดลง 28% จากระดับประมาณ 0.65 ดอลลาร์ก่อนการแสดงของเอลลิน มัสก์

ผู้บริหารระดับสูงของ Tesla Inc มหาเศรษฐีเป็นเจ้าภาพในการแสดง SNL เวลา 23.30 น. ตามเวลาชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐในวันเสาร์เวลท้องถิ่น (11.30 น.ในวันอาทิตย์ตามเวลาไทย)

ผู้ที่ชื่นชอบคริปโตเคอร์เรนซี่มีความกระตือรือร้นที่จะรอคอยฟังสิ่งที่มัสก์จะพูดเป็นเวลาหลายวันหลังจากทวีตของเขาในปีนี้ได้เปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล Dogecoin ที่ดูเหมือนเป็นแค่มีมตลกๆ ให้กลายเป็นความฝันของนักเก็งกำไรที่ร้อนแรงอย่างมาก

แต่แล้วในระหว่างถ่ายทำรายการ เมื่อเขาถูกถามว่า ‘Dogecoin คืออะไร?’ มัสก์ตอบว่า “มันคืออนาคตของสกุลเงินมันเป็นเครื่องมือทางการเงินที่จะไม่หยุดยั้งที่จะเข้ายึดครองโลก”

เมื่อไมเคิล เช นักแสดงในรายการโต้กลับว่า “อย่างงั้นมันก็คือการปั่นล่ะสิ” มัสก์ตอบว่า “ใช่ มันคือการปั่น” แล้วเขาก็หัวเราะ หลังจากนั้น Dogecoin ก็ดิ่งลงรับคำพูดนี้

อย่างไรก็ตาม สมาชิกโซเชียลเน็ตเวิร์กตั้งข้อสงสัยว่า a hustle ที่มัสก์เอ่ยถึงน่าจะหมายถึงอะไร ซึ่งบางคนให้ความหมายว่ามันอาจเป็นการการหลอกลวง (scam) บางคนบอกว่าว่ามันหมายความว่าการปั่นเพื่อระดมเงินแล้วหนีไป (rug pull) ซึ่งเป็นคำศัพท์ในวงการคริปโตหมายถึงผู้พัฒนาเงินคริปโตลวงเอาเงินนักลงทุนมาแล้วเผ่นหนีไป

ไม่ว่าจะความหมายใดก็ตาม a hustle เป็นความหมายในเชิงลบ และทำให้วงการคริปโต Dogecoin อลหม่านกันอย่างมากกับคำพูดของมัสก์

มัสก์เป็นเจ้าพ่อธุรกิจหายากที่ได้รับการร้องขอให้เป็นเจ้าภาพในรายการทีวีตลกยอดนิยม SNL ช่วงเวลาดังกล่าวทำให้มัสก์กลับมาเป็นที่สนใจเช่นเดียวกับที่หุ้นของ Tesla กำลังสูญเสียความน่าสนใจลงไปหลังจากพุ่งขึ้นสูงเมื่อปีที่แล้ว

ที่ผ่านมามัสก์โพสต์ความคิดเห็นมากมายเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลบน Twitter และวิพากษ์วิจารณ์เงินสดว่ามีอัตราดอกเบี้ยจริงติดลบ “มี แต่คนโง่เท่านั้นที่ไม่มองไปที่อื่น” เขากล่าวในเดือนกุมภาพันธ์

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมามัสก์ทวีตว่า “คริปโตเคอร์เรนซี่มีแนวโน้มดี แต่โปรดลงทุนด้วยความระมัดระวัง!” พร้อมแนบคลิปวิดีโอที่เขากล่าวว่า “ในตอนนี้ควรถือเป็นการเก็งกำไร ดังนั้นคุณก็รู้ว่าอย่าไปเก็งกำไรคริปโตมากเกินไป … “

แต่เขายังกล่าวในวิดีโอว่าสกุลเงินดิจิทัลมี “โอกาสที่ดี” ที่จะกลายเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่า “สกุลเงินในอนาคตของโลก”

ในเครื่องมือติดตามข้อมูลคริปโต CoinGecko.com พบว่ามูลค่า Dogecoin เพิ่มขึ้นมากกว่า 800% ในเดือนที่แล้วและตอนนี้เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสี่โดยมีมูลค่าตลาด 73,000 ล้านดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดในวันพฤหัสบดีเหนือ 0.73 ดอลลาร์

มันได้แซงหน้าคริปโตที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นเช่น litecoin และ tether

Tesla กล่าวในเดือนกุมภาพันธ์ว่า บริษัทได้ซื้อ Bitcoin มูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์และในไม่ช้าจะยอมรับเป็นรูปแบบการชำระเงินสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นการก้าวไปสู่การยอมรับในกระแสหลักที่ส่งให้ Bitcoin พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เกือบ 62,000 ดอลลาร์

ความสำเร็จของเมืองเล็กๆ ในบราซิลที่พร้อมใจฉีด Sinovac จนพ้นวิกฤต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652355

วันที่ 09 พ.ค. 2564 เวลา 12:17 น.

ความสำเร็จของเมืองเล็กๆ ในบราซิลที่พร้อมใจฉีด Sinovac จนพ้นวิกฤตบราซิลเป็นหนึ่งในประเทศที่เจอกับวิกฤตโควิด-19 ที่รุนแรงที่สุดในโลก แต่เมืองเล็กๆ ที่ Serrana รอดพ้นหายนะมาได้ด้วยการฉีดวัคซีนที่รวดเร็ว – และมันคือวัคซีนจากจีน

The Wall Street Journal และ Science News รายงานความสำเร็จของเมืองเล็กๆ ในบราซิลที่ชื่อ “แซร์รานา” (Serrana) ที่สวนทางกับหายนะที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของบราซิลที่ถุกโควิด-19 จมตีอย่างหนัก

เมืองแห่งนี้เข้าร่วมการทดลองการฉีดวัคซีนจำนวนมากในหมู่ประชาชน เรียกว่าโครงการ Projeto S ซึ่งจะวัดประสิทธิภาพเมื่อใช้จริงของวัคซีน CoronaVac ที่ผลิตในจีนจากบริษัท Sinovac รวมถึงการตรวจสอบดูว่าวัคซีนจะสามารถป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ต่างๆ ได้ดีเพียงใด เช่น หนึ่งในการกลายพันธุ์ที่ ชื่อ P.1 ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในอะเมซอนของบราซิลและตอนนี้แพร่หลายไปทั่วบราซิล และมันยังติดได้ง่ายขึ้นและสามารถหลบเลี่ยงแอนติบอดีได้

แซร์รานามีองค์ประกอบสมบูรณ์แบบสำหรับการทดลอง Projeto S เพราะเมืองมีขนาดค่อนข้างเล็กมีผู้อยู่อาศัย 45,600 คนและมีผู้ใหญ่ประมาณ 30,000 คน ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์วิจัยด้านสาธารณสุขที่สำคัญวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเซาเปาโลวิทยาเขตริเบเรา เปรโต และไวรัสได้แพร่กระจายอย่างชัดเจนในชุมชน โดยการศึกษาในเดือนกรกฎาคมปี 2020 แสดงให้เห็นว่า 5% ของประชากรติดเชื้อไวรัส หรือคิดเป็น 1 คนใน 20 คนซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก

Science News รายงานว่า อย่างไรก็ตามชาวเมืองต่างก็กระตือรือร้นที่จะได้รับการฉีดวัคซีน เมื่อโครงการเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ทีมงานของ Instituto Butantan ซึ่งเป็นสถานที่วิจัยและผู้ผลิตวัคซีนซึ่งตั้งอยู่ในรัฐเซาเปาโลซึ่งเป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้ได้ตั้งเป้าหมายในการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 80% ของชาวเมืองที่มีอายุมากกว่า 18 ปี

เมื่อวันที่ 11 เมษายนอาสาสมัครผู้ใหญ่ 27,722 คนได้รับการฉีดวัคซีนครั้งแรกและเกือบทั้งหมด 27,160 คนได้รับการฉีดครั้งที่สองภายในสิ้นเดือนนั้นซึ่งหมายความว่า 95.7% ของผู้ใหญ่ของแซร์รานาได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในแซร์รานาสวนทางกับความพยายามของประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนารู ของบราซิลที่ต่อต้านการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะ CoronaVac หลายต่อหลายครั้ง และทำให้บราซิลมีข่าวเกี่ยวกับวัคซีนที่ค่อนข้างสับสนอลหม่านเนื่องจากผู้นำประเทศมักปล่อยข่าวปลอมเสียเอง (ทั้งนี้ ฌาอีร์ โบลโซนารูได้รับฉายาว่าเป็นโดนัลด์ ทรัมป์เวอร์ชั่นบราซิล)

The Wall Street Journal รายงานว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดอย่างหนึ่งคือเกือบทุกคนในแซร์รานาเห็นด้วยกับการฉีดวัคซีนของจีน สวนทางกับการสำรวจทั่วประเทศในเดือนธันวาคมที่จัดทำโดยผู้สำรวจชาวบราซิลรายหนึ่งพบว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาจะปฏิเสธที่จะรับวัคซีนใดๆ ของจีน

ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 12,600 คนในเซาเปาโล CoronaVac มีประสิทธิภาพประมาณ 50% ในสองสัปดาห์หลังจากการให้วัคซีนครั้งที่สองนักวิจัยรายงานในการศึกษาเบื้องต้นเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ medRxiv.org ประสิทธิภาพ 50% เป็นเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกากำหนดให้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้วัคซีนในกรณีฉุกเฉินในสหรัฐอเมริกา

เมื่อเทียบในการทดลองทางคลินิกวัคซีน Moderna และ Pfizer mRNA มีประสิทธิภาพประมาณ 95% แต่เช่นเดียวกับวัคซีนของ Pfizer และ Moderna วัคซีน CoronaVac ให้การป้องกันที่ดีจากการเสียชีวิตอาการป่วยรุนแรง ในบราซิลเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 9 คนที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยโควิด-19 มีจำนวน 6 รายไม่ได้รับการฉีดวัคซีน มี 1 รายได้รับ CoronaVac เพียงครั้งเดียวและ 2 รายได้รับทั้งสองครั้ง มี 1 รายที่เสียชีวิตโดยไม่ได้รับการฉีดเลย

แต่ Science News ชี้ว่าการทดลองทางคลินิกเป็นเรื่องหนึ่ง โลกแห่งความจริงเป็นอีกแบบหนึ่ง ตัวอย่างเช่นการมีเพื่อนบ้านหลายๆ คนที่ได้รับวัคซีนแบบรวมหมู่อาจสร้างความแตกต่างที่สำคัญในการให้วัคซีนมีประสิทธิผลจริง เช่น กรณีของเมืองแซร์รานา

เออร์เนสโต มาร์เกส (Ernesto Marques) นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กกล่าวกับ Science News ว่า สิ่งที่แตกต่างระหว่างวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ 90% กับ 50% ก็คือ ในกรณีที่วัคซีนมีประสิทธิภาพ 90% จะต้องฉีดประชากรจำนวน 80 – 85% จึงจะสามารถควบคุมโรคได้ ส่วนวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ 50% จะต้องฉีดกลุ่มประชากรทั้งหมดจึงจะสามารถควบคุมโรคได้

ในกรณีของเมืองแซร์รานา เนื่องจากผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนใน เออร์เนสโต มาร์เกสจึงเชื่อว่าผลลัพธ์ของ CoronaVac จะแสดงการป้องกันโดยรวมได้แม้ว่าการป้องกันส่วนบุคคลจะดูต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับวัคซีนตัวอื่น เรื่องนี้มีความสำคัญไม่เพียงแต่สำหรับบราซิลเท่านั้นแต่ยังรวมถึงทุกประเทศที่ใช้วัคซีน CoronaVac เช่น อินโดนีเซียและตุรกี ผลลัพธ์ในการทดลองที่แซร์รานาจะมีน้ำหนักอย่างมากในนโยบายการฉีดวัคซีนทุกที่ที่ใช้ CoronaVac

The Wall Street Journal รายงานว่าเจ้าหน้าที่ของเมืองและผู้อยู่อาศัยกล่าวว่าพวกเขาตื่นเต้นกับผลลัพธ์ที่ได้จนถึงตอนนี้ การติดเชื้อในแซร์รานาลดลง 75% จากจุดสูงสุดในเดือนมีนาคม ในขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในกลุ่มคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วน ชี้ให้เห็นว่า CoronaVac ยังมีผลกับสายพันธุ์ P.1 ที่เล่นงานไปทั่วภูมิภาค

ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม โรงพยาบาลซานตาคาซาของเมืองแซร์ราโรและหน่วยดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานของเมืองไม่มีผู้ป่วยเลย และคิวรอของโรงพยาบาลและห้องผู้ป่วยหนักก็เป็นศูนย์ ณ วันที่ 3 พฤษภาคมมีผู้อยู่อาศัยในเมืองแซร์รานาเพียง 1 คนในโรงพยาบาลและผู้ป่วย 9 คนในห้องไอซียูตามรายงานของเลขาธิการสำนักงานสาธารณสุขของแซร์รานา

Photo by NELSON ALMEIDA / AFP

สหรัฐเป็นอัมพาต ท่อส่งน้ำมันใหญ่ที่สุดถูกแฮกเรียกค่าไถ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652344

วันที่ 09 พ.ค. 2564 เวลา 10:30 น.

สหรัฐเป็นอัมพาต ท่อส่งน้ำมันใหญ่ที่สุดถูกแฮกเรียกค่าไถ่สถานการณ์ใหญ่จนต้องรายงานสรุปให้ไบเดน ผู้ต้องสงสัยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพไซเบอร์ของบางประเทศที่สหรัฐหมายหัวว่าสร้างกองทัพทำสงครามไซเบอร์

The New York Times รายงานว่าท่อส่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐซึ่งขนถ่ายน้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินจากเท็กซัสฝั่งตะวันออกไปยังนิวยอร์กต้องถูกปิดลงหลังจากถูกโจมตีโดยแรนซัมแวร์ (Ransomware) หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ นับเป็นการโจมตีที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งและแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานต่อการโจมตีทางไซเบอร์

ผู้ดำเนินการระบบ Colonial Pipeline กล่าวในแถลงการณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือโดยกล่าวว่าได้ปิดท่อส่งน้ำมันระยะทาง 5,500 ไมล์ซึ่งระบุว่าบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง 45% ของชายฝั่งตะวันออกเพื่อพยายามควบคุมการแทรกซึมเข้ามาในระบบบ

ต่อมา สำนักงานสืบสวนกลาง หรือ FBI, กระทรวงพลังงาน และทำเนียบขาวได้เจาะลึกรายละเอียด จน Colonial Pipeline ต้องยอมรับว่าเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัทถูกโจมตีโดยแรนซัมแวร์ ซึ่งกลุ่มอาชญากรจับข้อมูลเป็นตัวประกันจนกว่าเหยื่อจะจ่ายค่าไถ่ บริษัทกล่าวว่าได้ปิดท่อไปเองซึ่งเป็นมาตรการป้องกันเนิ่นๆ คาดว่าเพราะบริษัทกลัวว่าแฮกเกอร์อาจได้รับข้อมูลที่จะทำให้สามารถโจมตีส่วนที่มีความเสี่ยงของท่อส่งน้ำมันได้

เจ้าหน้ารัฐบาลสหรัฐกล่าวว่าพวกเขาเชื่อว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการกระทำของกลุ่มอาชญากรมากกว่าที่จะเป็นกองทัพไซเบอร์ของประเทศที่ต้องการทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในสหรัฐ แต่ในบางครั้งกลุ่มดังกล่าวมีความผูกพันกับหน่วยข่าวกรองต่างประเทศอย่างหลวมๆ และดำเนินการในนามของประเทศนั้นๆ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าสิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้น่าตกใจก็คือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากที่โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและมีขนาดใหญ่เช่นจะถูกทำให้ออฟไลน์โดยสิ้นเชิง เช่น Colonial Pipeline ที่ทอดยาวตลอดเส้นทางจากเท็กซัสไปยังนิวเจอร์ซีย์ การหยุดทำงานเป็นการหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดของแหล่งพลังงานทางกายภาพนับตั้งแต่การปฏิบัติการน้ำมันของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีโดยโดรนในปี 2561 ตามคำกล่าวของบ็อบ แมคแนลลี (Bob McNally) อดีตที่ปรึกษาด้านนโยบายอาวุโสของทำเนียบขาว

“การรีสตาร์ทท่อส่งก๊าซเป็นเรื่องง่ายหากไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นจริง” บ็อบ แมคแนลลีกล่าวกับ Bloomberg “คำถามคือว่าการโจมตีถูกจำกัดและถูกควบคุมได้หรือไม่ และไม่ได้สร้างความเสียหายทางกายภาพใดๆ กับมันหรือไม่”

“การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับสหรัฐ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการโจมตีที่กำหนดเป้าหมายไปที่เทคโนโลยีการปฏิบัติงาน ระบบควบคุมอุตสาหกรรมในสายการผลิตหรือพื้นโรงงาน เกิดบ่อยครั้งขึ้น” อัลเกิร์ด พิพิเคท (Algirde Pipikaite) ผู้นำด้านกลยุทธ์ไซเบอร์ของศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ World Economic Forum กล่าวกับสำนักข่าว AFP “หากไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ฝังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาของเทคโนโลยี เรามีแนวโน้มที่จะเห็นการโจมตีระบบอุตสาหกรรมบ่อยขึ้น เช่น ท่อส่งน้ำมันและก๊าซหรือโรงบำบัดน้ำ”

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาสหรัฐได้รับผลกระทบจากการโจมตีความมั่นคงทางไซเบอร์ครั้งใหญ่สองครั้งนั่นคือการแฮกครั้งใหญ่ที่เกิดกับบริษัท SolarWinds ที่ทำลายเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลสหรัฐและภาคเอกชนหลายพันแห่งและรัสเซีย ถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการว่าเป้นผู้ลงมือ นอกจากนี้ยังการเจาะเซิร์ฟเวอร์อีเมลของ Microsoft ด้วย กรณีหลังนี้ส่งผลกระทบต่อองค์กรในสหรัฐอย่างน้อย 30,000 แห่งรวมถึงรัฐบาลท้องถิ่นและคาดว่าเป็นผลงานของกองทัพนักรบไซเบอร์ของจีน

ทั้งนี้ Bloomberg รายงานว่าซัพพลายเออร์น้ำมันเบนซินกำลังเร่งหาวิธีการอื่นในการจัดส่งเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจากแอตแลนตาไปยังนิวยอร์กหลังจากการโจมตีของแรนซัมแวร์ปิดท่อส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

ผู้ค้าและผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงกำลังมองหาเรือบรรทุกและเรือเพื่อส่งน้ำมันเบนซินแทนซึ่งตามปกติแล้วจะถูกส่งไปยังระบบท่อส่ง Colonial Pipeline และบางรายกำลังรักษาความปลอดภัยให้เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อเก็บน้ำมันชั่วคราวในอ่าวของสหรัฐในกรณีที่มีการปิดท่อส่งเป็นเวลานาน

AFP PHOTO / Kirill KUDRYAVTSEV

ส่องมูลค่าหุ้นที่ บิล เกตส์ โอนให้ภรรยาหลังหย่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652326

วันที่ 08 พ.ค. 2564 เวลา 18:30 น.

ส่องมูลค่าหุ้นที่ บิล เกตส์ โอนให้ภรรยาหลังหย่าจนถึงตอนนี้ บิล เกตส์ โอนหุ้นในบริษัทต่างๆ ให้ เมลินดา เฟรนช์ เกตส์ แล้วอย่างน้อย 4 แห่ง

นับตั้งแต่ บิล เกตส์ มหาเศรษฐีอันดับ 4 ของโลกประกาศแยกทางกับ เมลินดา เฟรนช์ เกตส์ ภรรยาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา 27 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (3 พ.ค.) บิล เกตส์ ดำเนินการโอนหุ้นในบริษัทต่างๆ ให้ เมลินดาแล้วอย่างน้อย 4 แห่ง

ตามเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันจันทร์ บิล เกตส์ โอนหุ้น Canadian National Railway Company จำนวน 14 ล้านหุ้น มูลค่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ และหุ้นบริษัท AutoNation จำนวน 2.9 ล้านหุ้น มูลค่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐที่โอนจาก Cascade Investment บริษัทด้านการลงทุนที่บริหารโดย บิล เกตส์

ต่อมาในวันพฤหัสบดี บิล เกตส์ ยังโอนหุ้นในบริษัท Coca Cola จำนวน 25,793,660 หุ้น มูลค่า 120 ล้านเหรียญสหรัฐ และอีก 155 ล้านหุ้นในบริษัท Grupo Televisa ซึ่งเป็นธุรกิจโทรทัศน์สัญชาติเม็กซิกัน มูลค่า 386 ล้านเหรียญสหรัฐ แก่อดีตภรรยา

จนถึงขณะนี้เมลินดาได้รับหุ้นมูลค่ารวม 2,285 ล้านเหรียญสหรัฐ

Photo by SCOTT OLSON / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / AFP

คนครึ่งโลกรายได้ลดเพราะโควิด ไทยร่วงหนักสุด 76% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652324

วันที่ 08 พ.ค. 2564 เวลา 17:10 น.

คนครึ่งโลกรายได้ลดเพราะโควิด ไทยร่วงหนักสุด 76%1 ใน 2 ของพลเมืองโลกรายได้ลดลงเพราะ Covid-19 ประชาชนในประเทศรายได้ต่ำกระทบหนักสุด

ผลสำรวจผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 โดยสำนักจัดทำโพล Gallup ของสหรัฐ โดยการสำรวจความคิดเห็นผู้คน 300,000 คนจาก 117 ประเทศพบว่า 1 ใน 2 ของประชากรทั่วโลกมีรายได้ลดลง เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 โดยประชากรในประเทศรายได้ต่ำได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากตกงานหรือถูกลดชั่วโมงการทำงาน

ตัวเลขดังกล่าวแปลความหมายได้ว่า มีประชากรวัยผู้ใหญ่ราว 1,600 ล้านคนทั่วโลกได้รับผลกระทบ

ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประชากรรายได้ลดลงมากที่สุดถึง 76% ส่วนประเทศที่รายได้ประชากรลดลงไม่มากได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ 10% ขณะที่สหรัฐอยู่ที่ 34%

นอกจากนี้ ยังพบว่า กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือเทียบเท่ากับประชากรวัยผู้ใหญ่ 1,700 ล้านคนทั่วโลก หยุดทำงานหรือธุรกิจชั่วคราว ส่วนประชากรในประเทศพัฒนาแล้วหรือประเทศที่มีรายได้สูงหยุดงานน้อยที่สุด ขณะที่ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือเทียบเท่ากับประชากรกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลกต้องตกงานหรือธุรกิจเจ๊งเนื่องจาก Covid-19

Photo by Ludovic MARIN / AFP

เตือนอีกครั้ง! นักลงทุนคริปโตเสี่ยงสูญเงินหมดหน้าตัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652311

วันที่ 08 พ.ค. 2564 เวลา 15:33 น.

เตือนอีกครั้ง! นักลงทุนคริปโตเสี่ยงสูญเงินหมดหน้าตักผู้ว่าฯ แบงก์ชาติอังกฤษเตือนนักลงทุนสกุลเงินดิจิทัลให้เตรียมตัวสูญเงินหมดหน้าตัก

แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติของอังกฤษ เตือนบรรดานักลงทุนสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) ระหว่างแถลงข่าวว่า ควรเตรียมตัวเตรียมใจสูญเงินลงทุนทั้งหมดไว้ด้วย

“ผมขอย้ำคำที่เคยพูดตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาว่า มัน (สกุลเงินดิจิทัล) ไม่มีมูลค่าในตัวเอง ผมไม่ได้หมายความว่าผู้คนไม่ได้ให้ค่ามันทั้งที่ทำได้นะ แต่เพราะมันไม่มีมูลค่าในตัวเอง”

เบลีย์ยังกล่าวอีกว่า “ผมขอพูดอย่างตรวไปตรงมาอีกครั้งหนึ่ง จงซื้อมันต่อเมื่อคุณพร้อมจะสูญเงินทั้งหมดเท่านั้น”

คำเตือนของเบลีย์สะท้อนคำเตือนที่คล้ายกันของหน่วยงานกำกับนโยบายด้านการเงินของสหราชอาณาจักร (FCA) ที่บอกไว้เมื่อเดือน ม.ค.ว่า นักลงทุนต้องแบกรับความเสี่ยงสูงหากลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลหรือการให้กู้ยืมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล หากลงทุนในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องเตรียมพร้อมที่จะสูญเงินทั้งหมด

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ว่าแบงก์ชาติอังกฤษเคยให้สัมภาษณ์เช่นกันว่า ในมุมมองส่วนตัวของเขา เขาไม่เชื่อว่าเทรนด์สินทรัพย์ดิจิทัลจะยั่งยืน เช่นเดียวกับในปี 2017 เบลีย์เคยบอกเหมือนกันว่า หากเลือกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ก็เตรียมเจ๊งได้เลย

ด้าน ไมเคิล ฮาร์ทเน็ตต์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนจาก Bank of America Securities เผยว่า มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของบิตคอยน์เหมือนกับ “ตัวแม่แห่งฟองสบู่”

คำเตือนเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่สกุลเงินดิจิทัลได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Ether หรือ Dogecoin โดยนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน Ether มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 360% ส่วน Dogecoin ทะยานขึ้นกว่า 12,500%

Photo by JACK GUEZ / AFP