ข่าวดี! Moderna เผยบูสเตอร์ช็อตสู้สายพันธุ์แอฟริกาใต้-บราซิลได้ดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652183

วันที่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

ข่าวดี! Moderna เผยบูสเตอร์ช็อตสู้สายพันธุ์แอฟริกาใต้-บราซิลได้ดี Moderna เผยวัคซีนกระตุ้น หรือบูสเตอร์ช็อต สร้างภูมิคุ้มกันเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์แอฟริกาใต้และบราซิลได้

สเตฟาน บ็องเซล ซีอีโอบริษัท Moderna เผยผลการทดสอบเบื้องต้นของบูสเตอร์ช็อต หรือวัคซีนกระตุ้นที่ชื่อ mRNA-1273.351 ว่า การฉัดวัคซีนบูสเตอร์ช็อตหรือวัคซีนดั้งเดิมของ Moderna เข็มที่ 3 ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์กลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้และบราซิลได้มากกว่าคนที่ฉีดเพียง 2 โดส

หลังจาก 6 เดือน ผู้ที่ได้รับวัคซีนบูสเตอร์ช็อตที่ถูกออกแบบให้ป้องกันเชื้อกลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้และบราซิลมีภูมิคุ้มกันเชื้อกลายพันธุ์ทั้งสองสายพันธุ์มากกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีน Moderna ดั้งเดิมโดสที่ 3 เกือบ 2 เท่า

นับเป็นครั้งแรกที่ Moderna เผยผลการทดสอบวัคซีนบูสเตอร์ช็อต

อย่างไรก็ดี การทดลองครั้งนี้ยังเป็นการทดลองในกลุ่มเล็กๆ กับอาสาสมัครเพียง 40 คนเท่านั้น และยังอยู่ในขั้นการทดลองในห้องวิจัย จึงยังไม่แน่ชัดว่าหากนำมาใช้จริงวัคซีนบูสเตอร์ช็อตจะได้ผลมากน้อยเพียงใด

REUTERS/Mike Segar/File Photo

วิจารณ์ขรม หมู่บ้านญี่ปุ่นใช้งบโควิด 7 ล้านสร้างรูปปั้นหมึกยักษ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652177

วันที่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 16:20 น.

วิจารณ์ขรม หมู่บ้านญี่ปุ่นใช้งบโควิด 7 ล้านสร้างรูปปั้นหมึกยักษ์ชาวญี่ปุ่นวิจารณ์ทางการท้องถิ่นใช้งบประมาณเยียวยา Covid-19 สร้างรูปปั้นหมึกยักษ์

ทางการท้องถิ่นเมืองโนะโตะในจังหวัดอิชิกะวะของญี่ปุ่นถูกวิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียลหลังจากนำเงินงบประมาณที่รัฐบาลมอบให้สำหรับเยียวยาผลกระทบจาก Covid-19 ส่วนหนึ่งมาใช้ในการสร้างรูปปั้นหมึกยักษ์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

รูปปั้นหมึกยักษ์สีชมพูสูง 4 เมตร ยาว 9 เมตร ใช้งบประมาณในการสร้างราว 27 ล้านเยน หรือ 7,709,038 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณจำนวน 800 ล้านเยน ที่รัฐบาลญี่ปุ่นมอบให้ทางการเมืองโนะโตะเพื่อเยียวยาผลกระทบจากมาตรการป้องกัน Covid-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจของท้องถิ่น

รูปปั้นดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยชาวญี่ปุ่นมองว่า เป็นการนำเงินภาษีมาใช้กับเรื่องที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน และไม่ควรใช้เงินดังกล่าวมาสร้าง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า ตั้งใจจะให้รูปปั้นหมึกยักษ์ที่ตั้งอยู่ในจุดพักข้างทางดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างชาติ และส่งเสริมกิจกรรมตกหมึกของเมือง เนื่องจากการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบในช่วงที่ Covid-19 ระบาด

Photo by Handout / Noto Town / AFP

จรวด SpaceX ของ อีลอน มัสก์ ลงจอดสำเร็จครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652150

วันที่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 14:30 น.

จรวด SpaceX ของ อีลอน มัสก์ ลงจอดสำเร็จครั้งแรก ยานสตาร์ชิป SN15 ของ SpaceX ลงจอดสำเร็จเป็นครั้งแรก หลังล้มเหลวมา 4 ครั้ง 

ยานต้นแบบสตาร์ชิป SN15 ของบริษัท SpaceX ของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ลงจอดที่แท่นจอดสำเร็จเป็นครั้งแรก ในภารกิจทดสอบเพื่อเตรียมนำมนุษย์อวกาศและสัมภาระเดินทางไปยังดวงจันทร์และดาวอังคารในอนาคต หลังจากการทดสอบ 4 ครั้งก่อนหน้านี้ล้วนเจอกับความล้มเหลวจนจรวดระเบิดขณะลงจอด   

SpaceX ปล่อยจรวดสตาร์ชิป SN15 ออกจากแท่นปล่อยในเมืองโบกาซิกาในรัฐเท็กซัสของสหรัฐ โดยจรวดทะยานขึ้นไปถึงความสูง 10 กิโลเมตรตามแผน ก่อนจะร่อนลงจอดบนแท่นจอดอย่างนุ่มนวล  

ในคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่าหลังจากลงจอดแล้วเปลวไฟยังคงลุกไหม้บนแท่นจอดหลังปิดระบบเครื่องยนต์ แต่ระบบดับเพลิงอัตโนมัติได้ปล่อยน้ำไหลออกมาอย่างต่อเนื่องบนแท่นจอดจนกระทั่งดับไฟได้ในที่สุด 

ด้าน อีลอน มัสก์ ทวีตถึงความสำเร็จครั้งนี้สั้นๆ ว่า “สตาร์ชิปลงจอดสำเร็จแล้ว” 

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ SpaceX ทดสอบจรวดสตาร์ชิป 4 ครั้ง ได้แก่ SN8, SN9, SN10 และ SN11 แต่จรวดระเบิดขณะหรือหลังลงจอดทุกครั้ง

Live feed of Starship SN15 flight test → https://t.co/Hs5C53qBxb https://t.co/chZjdVAute— SpaceX (@SpaceX) May 5, 2021

Photo by SPACEX / AFP

หุ้น Pfizer-Moderna ร่วงหลังไบเดนหนุนยกเลิกสิทธิบัตรวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652135

วันที่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 12:15 น.

หุ้น Pfizer-Moderna ร่วงหลังไบเดนหนุนยกเลิกสิทธิบัตรวัคซีน   บริษัทยาสะดุ้งหุ้นร่วงระนาวหลังสหรัฐประกาศสนับสนุนการยกเว้นสิทธิบัตรคุ้มครองวัคซีน Covid-19

หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศว่าจะหนุนการยกเว้นสิทธิบัตรคุ้มครองวัคซีน Covid-19 เพื่อให้ประเทศยากจนนำเทคโนโลยีไปผลิตวัคซีนเองได้ หุ้นของบริษัทผู้ผลิตวัคซีนก็พากันร่วงระนาว แม้จะยังไม่ทราบว่าสุดท้ายแล้วจะยกเลิกได้จริงหรือไม่ เนื่องจากต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิกองค์กรการค้าโลก (WTO) ทั้ง 164 ประเทศ

หุ้นของบริษัท Moderna (โมเดอร์นา) ดิ่ง 6.1% Johnson & Johnson (จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน) ร่วง 0.4% ขณะที่ของ Pfizer (ไฟเซอร์) ร่วงเพียงเล็กน้อย

นอกจากนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีนเผยว่าบรรดาบริษัทสหรัฐจะต่อสู้เพื่อให้การยกเว้นสิทธิบัตรอยู่ในวงแคบและจำกัดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

สำหรับ Pfizer รัฐสภาสหภาพยุโรป (EU) เคยระบุไว้เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ปีที่แล้วว่า Pfizer ระบุว่าไม่มีความตั้งใจจะยกเว้นการคุ้มครองสิทธิบัตรที่ให้บริษัทมีสิทธิผลิตวัคซีนได้แต่เพียงผู้เดียว

ทั้งนี้ ส่วนประกอบส่วนใหญ่ในการผลิตวัคซีนของ Pfizer จดทะเบียนสิทธิบัตรโดยบริษัท BioNTech หุ้นส่วนจากเยอรมนี ทว่าหน่วยงานกลางของสหรัฐเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา (IP) สำหรับเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถผลิตวัคซีนออกมาได้สำเร็จ

Photo by Kena Betancur / AFP

ไบเดนหนุนยกเว้นสิทธิบัตรวัคซีนโควิดช่วยประเทศยากจน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652127

วันที่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 10:55 น.

ไบเดนหนุนยกเว้นสิทธิบัตรวัคซีนโควิดช่วยประเทศยากจนสหรัฐสนับสนุนการยกเว้นสิทธิบัตรคุ้มครองวัคซีน Covid-19 ช่วยให้ประเทศยากจนผลิตเองได้

รัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐ ประกาศสนับสนุนการละเว้นสิทธิบัตรคุ้มครองวัคซีน Covid-19 ในเวทีองค์กรการค้าโลก (WTO) เพื่อให้ประเทศยากจนสามารถผลิตวัคซีนได้เอง ท่ามกลางแรงกดดันจากทั่วโลกเนื่องจากอินเดียและอเมริกาใต้กำลังเผชิญการระบาดอย่างหนัก

แคเธอรีน ไต้ ผู้แทนทางการค้าของสหรัฐเผยว่า “รัฐบาลเคารพในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา แต่รัฐบาลขอสนับสนุนการยกเว้นสิทธิบัตรที่คุ้มครองวัคซีน Covid-19 เพื่อจบการแพร่ระบาดครั้งนี้”

นอกจากนี้ ผู้แทนการค้าสหรัฐกล่าวอีกว่า เนื่องจากวัคซีนสำหรับชาวอเมริกันมีเพียงพอแล้ว หลังจากนี้สหรัฐจะเดินหน้าสนับสนุน ทั้งการทำงานร่วมกับภาคเอกชนและหุ้นส่วนทั้งหมดที่เป็นไปได้ เพื่อเพิ่มการผลิตและกระจายวัคซีน และจะทำงานเพื่อเพิ่มวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการผลิควัคซีนเหล่านั้น

การเจรจายกเว้นสิทธิบัตรกับองค์กรการค้าโลกซึ่งมีกำหนดประชุมในสัปดาห์หน้าอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง เนื่องจากต้องผ่านการลงมติจากประเทศสมาชิกทั้ง 164 ประเทศ และเป็นเรื่องที่ซับซ้อน

เทดรอส อัดฮานอม กรีเบเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกความเคลื่อนไหวของสหรัฐว่าเป็นการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์และเป็นช่วงเวลาสำคัญในการต่อสู้กับ Covid-19

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญบางรายเตือนว่า การยกเว้นสิทธิบัตรวัคซีนอาจไม่ช่วยเพิ่มปริมาณวัคซีนของโลก เนื่องจากการผลิตวัคซีนมีกระบวนการค่อนข้างยาก และประเทศยากจนบางประเทศอาจไม่มีเครื่องมือสำหรับผลิตวัคซีนปริมาณมากเพียงพอ

ขณะที่บริษัทผู้ผลิตวัคซีนคัดค้านแนวคิดนี้ โดยย้ำว่าสิทธิบัตรไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ และเตือนว่าการเคลื่อนไหวนี้จะส่งผลกระทบกับนวัตกรรม ด้านสมาพันธ์ผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์นานาชาติเผยว่า การยกเว้นเป็นเรื่องง่ายแต่ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องสำหรับปัญหาที่ซับซ้อน

Photo by Nicholas Kamm / AFP

สรุปข่าววัคซีนทั่วโลก: เจาะข้อมูลวัคซีนจีน Sinovac กับ Sinopharm #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652031

วันที่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 19:12 น.

สรุปข่าววัคซีนทั่วโลก: เจาะข้อมูลวัคซีนจีน Sinovac กับ Sinopharm ความคืบหน้าของวงการวัคซีนจากทั่วโลก สามารถเช็ค “ข่าวจริง” ของวัคซีนจากทั่วโลกได้ที่นี่

ข้อมูลเบื้องต้นของวัคซีน Sinovac

• วัคซีนต้านโควิด-19 ที่ผลิตโดยบรืษัทซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech) ในชื่อ “โคโรนาแวค” เป็นวัคซีนเชื้อตายกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันร่างกายสร้างแอนติบอดีต้านโควิด-19 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมเช่นเดียวกับที่เคยใช้ในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ แตกต่างจากวัคซีนของแอสตราเซเนกาซึ่งในเทคโนโลยีไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vector) และไฟเซอร์ซึ่งใช้เทคโนโลยี (mRNA)

ประสิทธิภาพของวัคซีน

• จากผลการทดลองในบราซิลซึ่งเผยตัวเลขประสิทธิภาพออกมาเพียง 50.4% ทำให้หลายคนแสดงความกังวลต่อวัคซีนดังกล่าว แต่ล่าสุด (5 พ.ค.) องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้สรุปผลการทดลองวัคซีนไว้ดังนี้

  1. การทดลองในตุรกี (กลุ่มตัวอย่าง 13,000 คน) พบว่าสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโควิด-19 ได้ 84% และป้องกันการรักษาในโรงพยาบาลจากโรคโควิด-19 ได้ 100%
  2. การทดลองในชิลี (กลุ่มตัวอย่าง 10.5 ล้านคน) พบว่าสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโควิด-19 ได้ 67% และป้องกันการรักษาในโรงพยาบาลจากโรคโควิด-19 ได้ 85%
  3. การทดลองในอินโดนีเซีย (กลุ่มตัวอย่าง 1,620 คน) พบว่าสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโควิด-19 ได้ 65% และไม่มีรายงานกลุ่มตัวอย่างเข้าโรงพยาบาล
  4. การทดลองในบราซิล (กลุ่มตัวอย่าง 12,688 คน) พบว่าสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโควิด-19 ได้ 51% และป้องกันการรักษาในโรงพยาบาลจากโรคโควิด-19 ได้ 100%
  5. การทดลองในบราซิล (กลุ่มตัวอย่าง 393 คน) พบว่าสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโควิด-19 ได้ 50% และไม่มีรายงานกลุ่มตัวอย่างเข้าโรงพยาบาล *กลุ่มตัวอย่างได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส*

• กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ขององค์การอนามัยโลก (SAGE) ประเมินความมั่นใจจากการรวบรวมผลการทดลองวัคซีนได้ดังนี้

  1. ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ (อายุ 18-59 ปี) : ความมั่นใจสูง
  2. ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงจากการฉีดวัคซีน (อายุ 18-59 ปี) : ความมั่นใจปานกลาง
  3. ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ (อายุ 60 ขึ้นไป) : ความมั่นใจปานกลาง
  4. ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงจากการฉีดวัคซีน (อายุ 60 ปีขึ้นไป) : ความมั่นใจต่ำ
  5. ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ (กลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง อาทิ โรคประจำตัวและปัญหาสุขภาพ) : ความมั่นใจปานกลาง
  6. ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงจากการฉีดวัคซีน (กลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง อาทิ โรคประจำตัวและปัญหาสุขภาพ) : ความมั่นใจต่ำ

เสียงตอบรับจากต่างประเทศ

• ข้อมูลเมื่อเดือนเม.ย. พบว่าซิโนแวคส่งออกวัคซีนไปแล้วกว่า 200 ล้านโดสให้แก่ต่างประเทศ อาทิ บราซิล ฟิลิปปินส์ ตุรกี ชิลี อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน รวมถึงไทย

• โดยโฆษกกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียซึ่งได้รับวัคซีนจากซิโนแวคอีก 6 ล้านโดสเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมาเคยกล่าวก่อนหน้านี้โดยแสดงความมั่นใจว่าวัคซีนปลอดภัย มีประโยชน์ และสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ แม้ว่าหลายฝ่ายจะเกิดข้อกังขาเนื่องจากวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพน้อยกว่าเมื่อเทียบกับวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ โดยเธอยืนยันว่าวัคซีนที่มีอยู่คือวัคซีนที่ดีที่สุดแล้ว

• ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมาเลเซียกล่าวเมื่อเดือนเม.ย. ว่าคณะกรรมการพิเศษด้านวัคซีนโควิด-19 ได้ตัดสินใจฉีดวัคซีนดังกล่าวให้แก่ประชาชนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปหลังพิจารณาข้อมูลแล้วว่าวัคซีนของซิโนแวคมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพต่อผู้สูงอายุ

• รวมถึงตุรกี บราซิล และชิลีเริ่มแจกจ่ายวัคซีนซิโนแวคแก่ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปเช่นกัน

ภูมิต้านทานในประเทศไทย

• เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิกคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเผยผ่านเฟซบุ๊กโดยระบุถึงภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนของซิโนแวค 2 เข็มห่างกัน 3 สัปดาห์พบว่าภูมิต้านทานขึ้นได้ดีมากเป็นที่น่าพอใจ

• โดยผู้ที่ฉีดวัคซีนตรวจพบภูมิต้านทานต่อสไปรท์โปรตีนหรือหนามแหลมถึงร้อยละ 99.4 ในขณะผู้ที่ติดเชื้อตรวจพบภูมิต้านทานร้อยละ 92.4

ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน

• ซิโนแวคเผยว่าผลข้างเคียงทั่วไปคืออาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ นอกจากนี้มีรายงานถึงผลข้างเคียงอื่นๆ ที่พบ อาทิ ความดันโลหิตสูง ผื่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนดังกล่าว

สำหรับบุคลากรทางการแพทย์

• เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมาเอริก โดมิงโก ผู้อำนวยการองค์การอาหารและยาของฟิลิปปินส์เผยว่าวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 และสามารถใช้ได้กับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงอายุ 18 ถึง 59 ปี

• แต่ไม่แนะนำให้ใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสกับเชื้อไวรัสจำนวนมาก เนื่องจากตัวเลขประสิทธิภาพของวัคซีนในการทดลองในบราซิลอยู่ที่ 50.4% เท่านั้นเช่นเดียวกับคำแนะนำจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA)

• ขณะที่เฮเลน หยาง ผู้จัดการบริษัทซิโนแวค ไบโอเทคเผยว่าเคารพในการตัดสินใจใดๆ ของรัฐบาลแต่ยืนยันว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพต่อทั้งประชาชนทั่วไป บุคลากรทางการแพทย์ และผู้สูงอายุ และประโยชน์ของมันมีมากกว่าความเสี่ยง

ข้อมูลเบื้องต้นของวัคซีน Sinopharm

วัคซีนต้านโควิด-19 “BBIBP-CorV” เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตายที่ผลิตโดยพัฒนาขึ้นโดยสถาบันผลิตภัณฑ์ชีวภาพแห่งปักกิ่ง และสถาบันผลิตภัณฑ์ชีวภาพแห่งอู่ฮั่น ซึ่งทั้งสองเป็นส่วนของบริษัทซิโนฟาร์ม (Sinopharm)

ประสิทธิภาพของ Sinopharm

• สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าแม้จะยังไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลประสิทธืภาพของวัคซีนโดยละเอียดสู่สาธารณะแต่ผู้พัฒนาวัคซีนประกาศเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ว่าการทดลองวัคซีนระยะที่สามแสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการป้องกันโรคอยู่ที่ 79.34% และได้รับการรับรองในหลายประเทศ อาทิ จีน ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น

• อย่างไรก็ตามวันที่ 9 ธ.ค. กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่าวัคซีนดังกล่าวได้ผล 86% ตามผลการทดลองระยะที่สามในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีอัตราสร้างสารภูมิต้านทานกำจัดฤทธิ์ที่ร้อยละ 99 และมีประสิทธิภาพเต็มร้อยในการป้องกันการเป็นโรคในระดับรุนแรงและปานกลาง

องค์การอนามัยโลก (WHO)

• มารีแองเจล่า ซีเมา ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลกกล่าวในงานแถลงข่าวขององค์การอนามัยโลกเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่าองค์การอนามัยโลกกำลังสรุปการประเมินวัคซีนของซิโนฟาร์ม แต่ยังขาดข้อมูลบางอย่างที่ต้องการเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะสามารถสรุปข้อมูลวัคซีนของซิโนฟาร์มภายในสิ้นสัปดาห์นี้

• แต่ข้อมูลเบื้องต้นที่เปิดเผยต่อสาธารณะพบว่ามีประสิทธิภาพตรงตามข้อกำหนดของอนามัยโลกซึ่งกำหนดไว้ที่ประสิทธิภาพ 50% ขึ้นไป และมีข้อมูลความปลอดภัยที่แสดงให้เห็นว่าวัคซีนจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้

• ซึ่งหากอนามัยโลกไฟเขียวจีนอาจเป็นผู้จัดหาวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลกเนื่องจากซิโนฟาร์มและซิโนแวคมุ่งมั่นว่าจะผลิตวัคซีนให้ได้ 2,000 ล้านโดสภายในปีนี้

ประเทศไหนใช้แล้วบ้าง

• ซิโนฟาร์มไปส่งออกวัคซีนไปแล้วกว่า 50 ประเทศโดยเฉพาะในละตินอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา อาทิ อียิปต์ อินโดนีเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโมร็อกโก เป็นต้น รวมถึงฟิลิปปินส์ซึ่งได้อนุมัติวัคซีนของซิโนฟาร์ไปเมื่อเดือนก.พ. ล่าสุดประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต เพิ่งเข้ารับการฉีดวัคซีนดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 3 พ.ค.

ราคาแรง?

• ตามข้อมูลจาก BD News 24 ระบุว่าเมื่อเดือนก่อนฮังการีตกลงจัดซื้อวัคซีนดังกล่าวในราคาประมาณ 36 เหรียญสหรัฐต่อวัคซีน 1 โดสส่งผลให้วัคซีนดังกล่าวถูกจัดเป็นหนึ่งในวัคซีนที่แพงที่สุดตามรายงานของ New York Times

• โดยผู้ที่เคยได้รับวัคซีนในประเทศจีนเผยว่าวัคซีน 2 เข็มมีราคาประมาณ 60 ถึง 150 เหรียญสหรัฐ ขณะที่บริษัทซิโนฟาร์มระบุว่าค่าใช้จ่ายของวัคซีนรวม 2 เข็มนั้นจะไม่เกิน 150 เหรียญสหรัฐ

Photo by Ted ALJIBE / AFP

โควิดมันร้าย! ประเทศที่ฉีดวัคซีนมากที่สุดยังต้องล็อกดาวน์อีก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652087

วันที่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 17:06 น.

โควิดมันร้าย! ประเทศที่ฉีดวัคซีนมากที่สุดยังต้องล็อกดาวน์อีกเซเชลส์ซึ่งฉีดวัคซีนไปแล้วกว่าครึ่งประเทศแต่ยอดโควิดกลับพุ่งในสัปดาห์นี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากประชาชนปฏิบัติตามมาตราการควบคุมโรคน้อยลงกว่าเดิม

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าเซเชลส์ซึ่งเป็นประเทศที่ฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้แก่ประชาชนมากที่สุดในโลก แต่ถึงกระนั้นการติดเชื้อก็ยังเพิ่มขึ้นจนรัฐบาลต้องสั่งปิดโรงเรียนและยกเลิกกิจกรรมกีฬาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตลอดจนบังคับใช้มาตรการควบคุมป้องกันโรคอื่่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดเวลาปิดผับบาร์และห้ามรวมตัว

ทั้งนี้ เซเชลส์ซึ่งเป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียมีอัตราการฉีดวัคซีน 62.2% ตามข้อมูลของ Bloomberg Vaccine Tracker ขณะที่ Our World in Data ระบุว่า 68.82% โดยมีประชาชนเกือบ 68,000 คนจากประชาชนทั้งหมดในประเทศกว่า 97,625 คนได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส ขณะที่ประชาชนเกือบ 6 หมื่นคนได้รับครบ 2 โดสแล้ว

โดย เพพกี วิด็อต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเซเชลส์แถลงเมื่อวันอังคาร (4 พ.ค.) ที่ผ่านมาว่าแม้จะพยายามอย่างเต็มที่แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศยังเข้าขั้นวิกฤตโดยขณะนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ให้รายละเอียดว่าปัจจัยเบื้องหลังตัวเลขผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนส่วนหนึ่งเกิดจากประชาชนปฏิบัติตามมาตราการควบคุมโรคน้อยลงกว่าเดิม ประกอบกับมีการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลอีสเตอร์

ทั้งนี้ ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1,068 คนในวันที่ 3 พ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากจากวันที่ 28 เม.ย. ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ที่ 612 คน ขณะที่ผู้ติดเชื้อสะสมทั้งประเทศอยู่ที่ 6,373 คน

Photo by Tauseef MUSTAFA / AFP

Vitalik Buterin หนุ่ม 27 ผู้สร้าง Ethereum สู่มหาเศรษฐีคริปโตอายุน้อยสุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652080

วันที่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 16:20 น.

 Vitalik Buterin หนุ่ม 27 ผู้สร้าง Ethereum สู่มหาเศรษฐีคริปโตอายุน้อยสุดในโลกเหรียญดิจิทัลในมือของ Vitalik Buterin มีราคารวมแตะ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 3 หมื่นล้านบาทเมื่อ Ethereum ราคาพุ่งเป็นประวัติการณ์

นิตยสาร Forbes ระบุว่า วิตาลิก บูเตริน (Vitalik Buterin) ผู้สร้างเหรียญ Ethereum (ETH) กลายเป็นมหาเศรษฐีคริปโตที่อายุน้อยที่สุดของโลกด้วยวัยเพียง 27 ปี ขณะที่สกุลเงินดิจิทัลของเขาพุ่งทะลุ 3,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งในในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมาซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 325% นับตั้งแต่ต้นปีนี้

ทั้งนี้ มีการเปิดเผยว่า บูเตรินมีเงิน Ethereum ในครอบครองถึง 333,520 ETH ซึ่งเมื่อคิดตามมูลค่าของสกุลเงินที่พุ่งขึ้นมาแตะเหรียญละ 3,278 เหรียญสหรัฐในช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมานั้นจะพบว่าเขาถือเงินคริปโตรวมแล้วกว่า 1.09 พันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

มูลค่าของ Ethereum พุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปีโดยขณะนี้มีมูลค่าทางการตลาดอยู่ที่ 376,000 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งเป็นรองเพียงแค่ Bitcoin (1.08 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) เท่านั้น

บูเตรินถูกมองว่าเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ด้านคณิตศาสตร์และการเขียนโปรแกรมมาตั้งแต่เด็ก และเขายังเคยได้รับรางวัลในการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการในด้านนี้ด้วย

โดยในปี 2012 ก่อนที่บูเตรินจะสร้างระบบ Ethereum ขึ้นมานั้นเขาเป็นหนึ่งในนักพัฒนาเหรียญ Bitcoin และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Bitcoin Magazine ด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น

แทนที่เขาจะเรียนต่อในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยเขาได้รับรางวัลเป็นเงินทุนจาก Thiel Fellowship มูลค่า 100,000 เหรียญสหรัฐสำหรับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 23 ปีเพื่อสนับสนุนความสนใจอื่นๆ นอกสถาบันการศึกษา ก่อนที่เขาจะเริ่มพัฒนาระบบเงินดิจิทัลขึ้นมาใหม่ในชื่อ “Ethereum” ในปี 2015 

ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาบูเตรินได้บริจาคเหรียญ Ethereum และเหรีญ Maker (MKR) มูลค่าประมาณ 600,000 เหรียญสหรัฐให้แก่กองทุนบรรเทาทุกข์โควิด-19 ในอินเดียอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม Ethereum กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจาก Binance Smart Chain (BSC) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่พัฒนาโดยการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีการประมวลผลธุรกรรมโดยเฉลี่ยมากกว่า 8 ล้านรายการในแต่ละวันตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ขณะที่ Ethereum มีมูลค่ากว่า 1 ล้านรายการ โดยบล็อกเชนที่โดดเด่นอื่นๆ ได้แก่ Algorand, Cardano, Polkadot และ Solana

ภาพโดย Romanpoet/Wikipedia

รัฐบาลแห่งชาติเมียนมาตั้งกองทัพสู้ฝ่ายทหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652065

วันที่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 14:24 น.

รัฐบาลแห่งชาติเมียนมาตั้งกองทัพสู้ฝ่ายทหารหลังจากที่ฟอร์มรัฐบาลเอกภาพแล้ว นี่เป็นก้าวสำคัญที่จะมีการตั้งกองทัพสู้ “ตะมะดอ” ที่อาจปูทางไปสู่กองทัพสหพันธรัฐในอนาคต

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ารัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของเมียนมาซึ่งตั้งขึ้นโดยฝ่ายตรงข้ามกับกองทัพกล่าวเมื่อวันพุธว่าได้จัดตั้ง “กองกำลังป้องกันประชาชน” เพื่อปกป้องผู้สนับสนุนรัฐบาลแห่งชาติและฝ่ายประชาธิปไตยจากการโจมตีทางทหารและความรุนแรงที่เกิดจากรัฐบาลทหาร

ในแถลงการณ์ระบุว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นปูทางไปสู่การจัดตั้งกองทัพสหพันธรัฐสหภาพและมีหน้าที่ “ทำการปฏิรูปอย่างมีประสิทธิภาพในภาคความมั่นคงเพื่อยุติสงครามกลางเมืองที่ยาวนาน 70 ปี”

มีรายงานว่านักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยบางคนเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนที่เป็นภูเขาของเมียนมาเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มติดอาวุธที่ต่อสู้เพื่อเอกราชทางชาติพันธุ์ทำให้เกิดความกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้งที่ลุกลามบานปลาย

ด้านเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำสหประชาชาติ จอ โม ตุน (Kyaw Moe Tun) ซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งต่อต้านรัฐบาลทหารของเมียนมาหล่าวกับรัฐสภาสหรัฐโดยเตือนว่าวิกฤตที่เกิดจากการรัฐประหารเมียนมากำลังคุกคามความมั่นคงในภูมิภาค และรัฐบาลสหรัฐควรคว่ำบาตรทหารเมียนมาเพิ่มเติมกำหนดเป้าหมายไปที่บริษัทน้ำมันและก๊าซของเมียนมาและธนาคารของรัฐ

เอกอัครราชทูตเมียนมาร์กล่าวกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศว่า เช่นเดียวกับ ธนาคารเมียวดี (Myawaddy bank) และธนาคารอังวะ(Innwa bank) ที่ดำเนินการโดยทหาร สหรัฐควรลงโทษคว่ำบาตรธนาคารการค้าต่างประเทศของเมียนมาร์ (MFTB) และ Myanmar Oil and Gas Enterprise (MOGE) ไปด้วย

MOGE ดำเนินการแหล่งก๊าซนอกชายฝั่งในการร่วมทุนกับบริษัทระหว่างประเทศรวมถึง Chevron ในสหรัฐและ Total ของฝรั่งเศสในขณะที่ MFTB ทำธุรกรรมในสกุลเงินต่างประเทศให้กับรัฐบาลของเมียนมา

“ผมต้องการเน้นย้ำว่าเมียนมาไม่เพียงแต่เป็นพยานถึงความพ่ายแพ้ที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งของประชาธิปไตย แต่ยังรวมถึงวิกฤตที่คุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคด้วย” จอ โม ตุน กล่าว

Photo – ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2021 แสดงให้เห็นผู้ประท้วงถืออาวุธทำเองระหว่างการเดินขบวนต่อต้านการรัฐประหารในเขตเมืองตัมเว ของย่างกุ้ง (ภาพโดย STR / AFP)

เกาหลีใต้ยืนยัน AstraZeneca ได้ผล 86% Pfizer 87% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652055

วันที่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 13:27 น.

เกาหลีใต้ยืนยัน AstraZeneca ได้ผล 86% Pfizer 87%  วัคซีนโควิด-19 หนึ่งเข็มจาก AstraZeneca Plc และ Pfizer มีประสิทธิภาพ 86.6% ในการป้องกันการติดเชื้อในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นจากการรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

ข้อมูลโดยหน่วยงานควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลี (KDCA) แสดงให้เห็นว่าวัคซีน Pfizer ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดย BioNTech มีประสิทธิภาพ 89.7% ในการป้องกันการติดเชื้ออย่างน้อยสองสัปดาห์หลังจากได้รับการฉีดแรกในขณะที่การฉีด AstraZeneca ได้ผล 86.0%

การวิเคราะห์นี้อ้างอิงจากผู้คนมากกว่า 3.5 ล้านคนในเกาหลีใต้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นเวลาสองเดือนตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์และรวม 521,133 คนที่ได้รับวัคซียPfizer หรือ AstraZeneca ครั้งแรก

ข้อมูลข้างต้นมีผู้ติดเชื้อโควิด-19จำนวน 1,237 รายและมีเพียง 29 รายเท่านั้นที่มาจากกลุ่มที่ได้รับวัคซีน KDCA กล่าว

“ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าวัคซีนทั้งสองชนิดให้การป้องกันโรคสูงหลังจากได้รับวัคซีนครั้งแรก (ประชาชน) ควรได้รับการฉีดวัคซีนครบตามกำหนดเวลาที่แนะนำเนื่องจากอัตราการป้องกันจะเพิ่มขึ้นอีกหลังจากฉีดครั้งที่สอง” KDCA กล่าว

การค้นพบประสิทธิภาพนี้เกิดขึ้นในขณะที่เกาหลีใต้พยายามที่จะมีส่วนร่วมในการผลักดันการสร้างภูมิคุ้มกันหลังจากมีรายงานเกี่ยวกับปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นทำให้บางคนไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

“ประมาณ 95% ของผู้ที่เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาในประเทศของเราเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและวัคซีนดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงของคนเหล่านั้นลงอย่างมาก” ยุน แท-โฮเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขกล่าวกับการบรรยายสรุปเมื่อวันพุธ

ยุนกล่าวว่าความเป็นไปได้ของผลข้างเคียงรวมถึงการแข็งตัวของเลือดนั้น “ต่ำมาก” และส่วนใหญ่รักษาให้หายได้

จนถึงขณะนี้เกาหลีใต้ได้ฉีดวัคซีนแล้ว 6.7% จากประชากร 52 ล้านคน แต่ได้ตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานในการให้วัคซีนแก่ผู้คน 70% ภายในเดือนกันยายนและเข้าถึงภูมิคุ้มกันหมู่ภายในเดือนพฤศจิกายน

เริ่มตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมาชาวเกาหลีใต้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนและแสดงผลการตรวจเชื้อชที่เป็นลบและไม่มีอาการใดๆ จะได้รับการยกเว้นจากการกักกันภาคบังคับเป็นเวลาสองสัปดาห์หลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศเพื่อกระตุ้นให้มีการฉีดวัคซีนมากขึ้น

KDCA รายงานผู้ติดเชื้อ รายใหม่ 676 รายเมื่อเที่ยงคืนของวันอังคารทำให้ประเทศมีผู้ติดเชื้อ 124,945 รายเสียชีวิต 1,847 ราย

Photo by Chung Sung-Jun / POOL / AFP