เสื้อฮาวายลายไทยสไตล์ฮิป ไอเท็มที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี!!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649270

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 08:50 น.เสื้อฮาวายลายไทยสไตล์ฮิป ไอเท็มที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี!!!สงกรานต์ปีนี้ใครที่กำลังมองหาเสื้อฮาวายฮิปๆ เก๋ไม่ซ้ำใคร แนะนำ “Windwear” เสื้อฮาวายสไตล์ฮิปส์เตอร์สุดล้ำไม่ซ้ำใคร จาก Absolute Siam Store @สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ที่แม้ว่าปีนี้จะได้เล่นสาดน้ำเพราะต้องรักษาระยะห่างกันไว้ก่อน แต่วันหยุดยาวทั้งทีต้องมีรื่นเริงใจด้วยการออกไปถ่ายรูปกันบ้าง ซึ่งสงกรานต์เป็นประเพณีแบบไทยๆ เราจึงไม่อยากให้คุณพลาดแบรนด์เสื้อฮาวายลายไทยสุดครีเอทสไตล์ฮิปๆ จาก Windwear (วินด์แวร์) ที่รับรองว่าใส่สบายแถมงานดีมีเรื่องเล่า ใครเห็นต้องร้องว้าว

รู้จักกับ Windwear

Windwear เกิดขึ้นจากความชอบส่วนตัวของสองหนุ่ม ก้อง–สรภัค บุษราคัมวดี และ ซีน–นิธิกร ปรีดาเกียรติ Co–Founder แห่ง Windwear ที่ทั้งสองต่างชื่นชอบเสื้อฮาวายที่มีสไตล์และมีดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่กว่าจะได้มาครอบครองต้องไปหาตามสถานที่ต่างๆในต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและอเมริกา นอกจากนี้ถ้าจะมองหาเสื้อฮาวายสักตัวที่มีดีไซน์ของความเป็นไทยแทบไม่มี จึงผุดไอเดียในการสร้างแบรนด์เสื้อฮาวายสไตล์ไทยแท้ของคนไทยขึ้นมาเอง เพื่อประกาศศักดาให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าฝีมือคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

คุณก้อง สรภัค เล่าว่า ความที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจและประสบการณ์จากสิ่งที่พบเห็นจะนำมารังสรรค์เป็นงานดีไซน์บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไทยผ่านลายผ้า ด้วยการออกแบบและผลิตโดยคนไทย ในราคาคนไทยที่จับต้องได้เริ่มต้นที่ 590 -2,590 บาท บอกเล่าสตอรี่เรื่องราวของคัลเจอร์ สิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นไทย แม้กระทั่งลายสัตว์ต่างๆ ออกไปสู่สายตาชาวโลก ด้วยคุณภาพและวัสดุที่เทียบเท่าต่างประเทศในราคาคนไทย ซึ่งเสน่ห์ที่ทำให้หลงใหลในเสื้อฮาวายคือความใส่สบาย สีสันที่โดดเด่นฉูดฉาดไม่ร้อน เหมาะกับอากาศเมืองไทย แต่สิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นคือเรื่องของดีไซน์และสไตล์ที่หายาก ซึ่งแม้ว่าจะมีเงินบางครั้งก็ซื้อไม่ได้เช่นกัน ทำให้มองเห็นถึงจุดเปลี่ยนตรงนี้ที่ทำไมเราไม่ทำให้เอกลักษณ์ความเป็นไทยถูกนำมาสร้างเสน่ห์ให้เกิดขึ้น เราอยากให้เมื่อพูดถึงฮาวายลายไทยแล้วภาพของปลากัด ไก่ชน ทุเรียน ความเป็นไทยลอยออกมาบ้าง ด้วยเหตุนี้ “Windwear” จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

การออกแบบลวดลายในแต่ละครั้งได้แรงบันดาลใจมาจากแหล่งท่องเที่ยวไทย วิถีไทย สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเดินไปไหนทุกอย่างสามารถถูกหยิบจับนำมาเป็นจุดเริ่มของงานดีไซน์ได้หมด อย่างไปเที่ยวหัวหินเห็นของเล่นสังกะสีก็เอามาทำเป็นเสื้อฮาวายลายของเล่นสังกะสีได้ ไอเดียทุกอย่างอยู่รอบตัวเราอยู่ที่เราจะเอามาใช้อย่างไร เราไม่ได้จำกัดแค่ลายสัตว์เท่านั้น แต่เป็นอินสไปร์ทุกอย่างที่มาจากความเป็นไทย ผลไม้ สัตว์สวยงาม วัฒนธรรมประเพณี ทั้งหมดทั้งมวลที่เป็นไทย สามารถที่จะบอกกล่าวต่อยอดและบอกเล่าเรื่องราวลงบนผืนผ้านำไปสู่การเผยแพร่สู่สายตาชาวโลกได้

Windwear คอลเลคชั่นใหม่

ล่าสุด Windwear คอลเลคชั่นการท่องเที่ยว จะบ่งบอกวัฒนธรรมการท่องเที่ยวบ้านเรา โดยทั้งหมดอยู่บนด้านหน้าของเสื้อตัวนึง อย่างเทศกาลสงกรานต์ ชายหาดประเทศไทย การสาดน้ำทางภาคเหนือ พญานาคทางภาคอีสาน เรือทะเลอันดามัน เป็นต้น เป็นภาพสะท้อนของการท่องเที่ยวทั่วประเทศ

ส่วนด้านหลังเป็นแผนที่ประเทศไทย หรือจะเป็นคอลเลคชั่นเกาะรัตนโกสินทร์ แรงบันดาลใจจากวัยเด็กที่เกิดและเติบโตจาก ถ.เจริญกรุง มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น hidden มากมาย มุมต่างๆที่วัดพระแก้ว เสาชิงช้า รถตุ๊กๆ นำสิ่งเหล่านี้มาไว้รวมกันในเสื้อตัวเดียว เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ความประทับใจวัยเด็กที่อยากให้คนรับรู้ ดีไซน์ส่วนใหญ่ของเราจะเป็นการเล่นกับคัลเจอร์และ Emotional ของคน อย่างสัตว์ต่างๆ ปลากัด แมว เสือ ผลไม้ ทุเรียน เมื่อนำมาวางสตอรี่อยู่บนเสื้อลิงค์ไปกับความชอบของคนก็จะทำให้ Collector ทั้งหลายมาตามเก็บสะสม

“สินค้าของเราเป็นลิมิเต็ดในแต่ละคอลเลคชั่นผลิตไม่เยอะเพียง 80 – 100 ตัวเท่านั้น เป็นของสะสมที่มีคุณค่า ครึ่งนึงของลูกค้าเราคือ Collector ซื้อสะสมทุกคอลเลคชั่น ดังนั้นเราจะไม่ทิ้งคอนเซปต์ในการคงไว้ซึ่งการบอกเล่าคุณค่าของความเป็นไทย เราอยากให้เมื่อพูดถึงเสื้อฮาวายคนจะนึกถึง Windwear เป็นอันดับต้นๆ ด้วยสตอรี่ที่เราพยายามสอดแทรกถือเป็นการช่วยโปรโมทประเทศไทยไปในตัวทั้งกับคนไทยด้วยกันเองและนักท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่ง product ของเราไม่ใช่เพียงแค่สินค้าเท่านั้น แต่เป็นเหมือนของสะสมมีคุณค่าต่อนักสะสมเหล่า Collector ทั้งหลายซื้อสะสมเองหรือส่งต่อให้คนรัก ส่งต่อเป็นของขวัญ ไม่เพียงแต่เราได้ทำธุรกิจเท่านั้นแต่เรายังได้ส่งต่อการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมการท่องเที่ยววิถีชีวิตของประเทศเราไปในตัวด้วย บอกให้คนทั่วโลกได้รู้ว่าประเทศไทยยังมีอะไรที่น่าค้นหาอีกเยอะมากกว่าที่ชาวต่างชาติหรือแม้แต่คนไทยเองจะเห็นด้วยซ้ำ”คุณก้องกล่าว

ไอเท็มที่ต้องมีสำหรับซัมเมอร์นี้ เสื้อฮาวายลายไทยเก๋ๆ มีเอกลักษณ์ของงานดีไซน์ แถมโปรโมทวิถีไทยที่น่าสนใจไปในตัว แวะไปได้ที่ “Windwear” ใน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ หรือคลิ๊กเลย Line : @absolutesiamstore

ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุกต้องระเบิดจากภายใน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649093

วันที่ 29 มี.ค. 2564 เวลา 11:31 น.ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุกต้องระเบิดจากภายในโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน และคลุมเครือ นำมาซึ่งความท้าทาย โดยเฉพาะการแข่งขันที่สูงขึ้นบนฐานของเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจจึงมีความเสี่ยง องค์กรจึงต้องปรับตัว แต่เราขาดบุคลากรที่มีคุณภาพ และดูเหมือนจะ “ติดกับดัก” ของศักยภาพที่ตีบตัน จึงไม่สามารถก้าวข้ามพ้นขีดจำกัดของตนเองได้ ในการรับมือกับความท้าทายดังกล่าว เพื่อความอยู่รอดขององค์กรอย่างยั่งยืน จำเป็นที่บุคลากรต้องพัฒนาศักยภาพ และศักยภาพที่แท้จริงต้องระเบิดจากภายใน

เมื่อพูดถึงศักยภาพภายใน เราลองพิจารณาชีวิตผีเสื้อ วงจรชีวิตของมันมี 4 ระยะ เริ่มด้วยระยะเป็นไข่ จากนั้นจะเป็นตัวหนอน ในช่วงนี้ หากนกเห็น มันจะกลายเป็นเหยื่อแน่นอน แต่หากมันรอด มันจะขับใยเหนียวๆ ออกมาห่อหุ้มตัวมันเอง กลายเป็นดักแด้ จากนั้นไม่นาน มันจะใช้ขาดันเปลือกให้แตกออก กลายเป็นชีวิตใหม่ เรียกว่า ผีเสื้อ ชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นนี้แตกต่างจากสภาพเดิมอย่างสิ้นเชิง และสามารถแสดงศักยภาพที่แตกต่างและสูงกว่าเดิม สามารถบินหลบหลีก ซ่อนเร้นจากศัตรูได้ สามารถบินหาน้ำหวานเพื่อยังชีพและดำรงเผ่าพันธุ์เพื่อความอยู่รอด

ทำนองเดียวกับการเกิดขึ้นของลูกเจี๊ยบ เมื่อได้เวลา มันใช้ปากแทงทะลุเปลือกไข่ แล้วดันตัวมันเองออกมาเป็นชีวิตใหม่ที่สามารถแสดงศักยภาพของความเป็นไก่อย่างที่มันเป็น สามารถหาอาหารเลี้ยงชีพและดำรงเผ่าพันธุ์เพื่อความอยู่รอด จะเห็นได้ว่า ศักยภาพใหม่ที่ว่านี้ต้องระเบิดจากภายใน

มนุษย์เราก็เช่นกัน แรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น แรงขับเคลื่อนชีวิต ย่อมต้องมาจากภายใน เมื่อมาจากภายใน นั่นแสดงว่ามนุษย์ย่อมสามารถนำตนเองได้

เมื่อพูดถึงการพัฒนาศักยภาพในการนำตนเอง ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกตอบสนอง นั่นคือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าเราจะโต้ตอบอย่างไร เพราะการตอบสนองใดๆ มันล้วนมาจากกรอบความคิดตนเอง กรอบความคิดเปลี่ยนได้ และตนมีอำนาจเหนือมัน ดังนั้น การตอบสนองใดๆ ในรูปของพฤติกรรม มันจึงมาจากการเลือกของตนเองทั้งสิ้นความสามารถในการเลือกนี้เองคือ อำนาจ

อำนาจดังกล่าวคือ ความเป็นอิสระ คืออิสระจากแรงกดดันภายนอก อิสระจากข้อจำกัดภายนอก บุคคลประเภทนี้จะไม่บ่น จะไม่โวยวาย ไม่ตีโพยตีพาย ไม่โทษโน่นนี่นั่น หรือโทษใคร หรืออ้างเหตุภายนอกว่าเป็นสาเหตุ นั่นคือ เขาจะไม่เอาข้อจำกัดภายนอกมากำหนดชะตาชีวิตตนเอง เพราะถ้าทำอย่างนั้น นั่นเท่ากับว่า ตนพาเอาตนเองไปอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุมซึ่งสะท้อนถึงความอ่อนแอ ความอ่อนด้อย ความไร้สมรรถภาพ แต่จะตระหนักว่า ตนอยู่เหนือสถานการณ์นั้นๆ เพราะเรามีอำนาจเหนือมัน ตนจึงไม่กวัดแก่วงไปตามกระแส จะไม่ยอมให้มันมามีอิทธิพลเหนือตนเอง แต่จะดูว่าตนมีทางเลือกอะไรบ้างที่พอจะทำได้ในสถานการณ์ดังกล่าว และไม่ว่าจะเกิดผลอะไรที่ตามมา ตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ

ภาวะนี้เองคือ ศักยภาพสูงสุด มันคือ ความสามารถในการนำตนเอง เพราะนำตนเองได้ จึงปรับตัวได้ และด้วยสามารถในการคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ตนจึงสามารถสร้างทางเลือกได้หลากหลาย เพื่อรองรับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ความสามารถในการปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นล่วงหน้านี้เอง บุคคลจึงเล่นเชิงรุกได้

การเล่นเชิงรุกจึงมิได้มีความหมายเพียงแค่ว่าคิดไปได้ไกล คิดไปข้างหน้า หรือขยัน เอางานที่จะถึงกำหนดในวันข้างหน้ามาทำวันนี้เท่านั้น แต่มันคือการตระหนักถึงศักยภาพภายในที่ตนมี รู้ว่าตนมีอำนาจในการเลือกว่าจะตอบสนองต่อสถานการณ์ข้างหน้านั้นๆ อย่างไร และใช้ให้เป็น เพื่อรับมือกับปัญหา แก้ปัญหาได้อย่างทันการณ์ และด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง หากว่าผลที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดตนก็รู้ว่ามันพลาดที่ตรงไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมองว่านั่นคือ กระบวนการเรียนรู้ แล้วจะหาทางปรับแก้ไขอย่างไร เพื่อทางออกที่ดีกว่า ดังนั้น ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ ด้วยข้อจำกัดอย่างไรก็ตาม ขอให้เข้าใจว่า ตนมีศักยภาพในการนำตนเอง นั่นคือ เรามีอำนาจในการเลือกที่จะเล่นเชิงรุก เล่นเชิงบวกได้

เราสามารถสรุปได้ว่า ศักยภาพคือ ความจริงที่ปรากฏออกมาภายนอกและที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในศักยภาพทั้งสองเชื่อมโยงอย่างเป็นหนึ่งเดียว ส่งผลซึ่งกันและกัน ไม่อาจแยกออกจากกันได้ ศักยภาพภายในไร้ขีดจำกัด รอวันเผยตัวออกมา ศักยภาพคือ แรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายใน ความมุ่งมั่น

กรอบความคิดคือฐานรากชีวิต มันเป็นแหล่งที่มาของศักยภาพภายใน ศักยภาพไม่เคยออกนอกกรอบความคิด จะยกศักยภาพต้องเปลี่ยนกรอบ กรอบความคิดเปลี่ยนได้ ศักยภาพจึงถูกพัฒนาและยกระดับได้ กรอบความคิดเป็นของตนเอง ตนเท่านั้นที่มีอำนาจเหนือมัน เราจึงนำตนเองได้ เมื่อนำตนเองได้ ก็เลือกตอบสนองได้ เมื่อเลือกได้ เราจึงเล่นเชิงรุกได้ ด้วยภาพเป้าหมายเดียวกัน องค์กรจึงสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน เป็นเอกภาพ

ในสถานการณ์ที่โลกมีความผันผวนสูง อีกทั้งเทคโยโลยีที่ก้าวล้ำในอัตราเร่ง องค์กรจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับศักยภาพบุคลากร ให้ก้าวข้ามพ้นขีดจำกัดอันเกิดจาก “กับดัก” กับดักดังกล่าวก็คือ กรอบความคิด (Mindset) ของตนเองนั่นเอง ข้อจำกัดต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ตนสร้างขึ้นเองทั้งสิ้น เมื่อเกิดในทางลบ ตนและองค์กรจึงตีบตัน แต่หากเป็นไปในทางบวก บุคคลย่อมพัฒนาความสามารถในการนำตนเองและเล่นเชิงรุกได้ เมื่อนั้น องค์กรก็มีโอกาสเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงยั่งยืน

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านและจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพทีมงาน และปลดปล่อยศักยภาพนั้นออกมาได้อย่างเต็มที่และไปในแนวเดียวกันได้อย่างไร

T.Twinkle เครื่องประดับดีไซน์กลิ่นอายสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ใครๆ ก็ต้องหลงใหล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649058

วันที่ 29 มี.ค. 2564 เวลา 09:28 น.T.Twinkle เครื่องประดับดีไซน์กลิ่นอายสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ใครๆ ก็ต้องหลงใหลเครื่องประดับถือเป็นอีกหนึ่งของสำคัญสำหรับคุณผู้หญิงที่รักการแต่งตัว แต่จะดีแค่ไหนถ้า แบรนด์และดีไซน์ของเครื่องประดับนั้นเป็นฝีมือของคนไทยเราเอง

T.Twinkle หนึ่งในเครื่องประดับแบรนด์ไทย คนไทยดีไซน์เอง  เป็นแบรนด์เครื่องประดับ Fine Jewelry ภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern Luxury ที่ขึ้นชื่อเรื่องทองคำ 18 กะรัต และ อัญมณีล้ำค่าหลากหลายชนิด ด้วยความหลงใหลในสถาปัตยกรรมอันสวยงามจากทั่วโลกของดีไซน์เนอร์ ไม่ว่าจะเป็น Duomo,  Labirinto Della Masone ประเทศอิตาลี มาจนถึง หน้าจั่ว สถาปัตยกรรมที่สวยงามของคนไทย  ดีไซน์เนอร์ก็สามารถนำเอาเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมต่างๆ นั้นมาผสมผสานกับโครงสร้างและลายเส้นของตัวเรือนทองคำ 18 กะรัตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้วยจุดเด่นนี้เองที่ทำให้เครื่องประดับแบรนด์ T.Twinkle ได้ถูกรังสรรค์และถ่ายทอดออกมาในงานดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่ยังคงความหรูหราของ Fine Jewelry ได้เป็นอย่างดีและด้วยประสบการณ์ผลิตเครื่องประดับอัญมณีคุณภาพมาตรฐานสากลมากว่า 30 ปี ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทุกท่านจะได้หินอัญมณีและเพชรน้ำร้อยที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมและงดงามไม่เหมือนใคร

สามารถเข้าชม Collection ต่างๆ ได้ที่ www.t-twinkle.com

JASMIN สะท้อนตัวตนที่แตกต่าง ผ่านการเล่าเรื่องราวด้วยคอนเซ็ปต์ Shades of Shadow #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649055

วันที่ 28 มี.ค. 2564 เวลา 17:13 น.JASMIN สะท้อนตัวตนที่แตกต่าง ผ่านการเล่าเรื่องราวด้วยคอนเซ็ปต์ Shades of ShadowShades of Shadow’ คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ JASMIN แบรนด์จิวเวลรี่ระดับพรีเมียม นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับที่ทำให้ทุกคนสนุกกับการแต่งตัวและพร้อมก้าวออกจากสไตล์เดิมๆ

มุมมองของแสงเงาในมุมที่แตกต่าง จังหวะยามเมื่อแสงสะท้อนตกกระทบก่อเกิดเป็นเงาในแต่ละช่วงเวลา ล้วนมีความสวยงามซ่อนอยู่ในแบบฉบับของตัวเอง นำมาสู่การเล่าเรื่องราว Shades of Shadow’ คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ JASMIN แบรนด์จิวเวลรี่ระดับพรีเมียม นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับที่ทำให้ทุกคนสนุกกับการแต่งตัวและพร้อมก้าวออกจากสไตล์เดิมๆ กับ “Jasmin Diamond Stud” ต่างหูเพชรหลากดีไซน์ทั้งแบบเรียบหรูและแฟนซีที่แต่ละชิ้นสามารถปรับเปลี่ยนการสวมใส่ได้ และ “Jasmin Diamond Ear Cuff” (จัสมิน ไดมอนด์ เอียร์ คัฟ) ที่ถูกออกแบบมาให้มีมิติดูทันสมัย สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์คู่กับต่างหูแบบเรียบๆ ให้ดูน่าค้นหา และสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณให้ออกมาอย่างเด่นชัดไม่ซ้ำใคร มีให้เลือกทั้งสีโรสโกลด์ โกลด์ และไวท์โกลด์

ค้นหาจิลเวลรี่ที่เปล่งประกาย และสะท้อนความเป็นคุณได้แล้วที่ร้าน JASMIN 2 สาขา ได้แก่ สาขา The Emporium ชั้น M เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น. และสาขา Anantara Siam Bangkok Hotel เปิดวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 11.00-18.30 น. หรือทาง Line Official Account : @jasmin.jewelry , Instagram : @jasmin.jewelry , Facebook : Jasmin – Everyday Shining และทาง www.jasmin-jewelry.com

#ShadesOfShadow #JasminEverydayShining #JasminFineJewelry

เทคนิคเปลี่ยนสีผมโทนสีหม่นให้ติดทนสวย..ไม่กลัวแห้งเสีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649053

วันที่ 28 มี.ค. 2564 เวลา 16:40 น.เทคนิคเปลี่ยนสีผมโทนสีหม่นให้ติดทนสวย..ไม่กลัวแห้งเสียเอาใจเยาวรุ่นด้วยตัวช่วยสร้างสรรค์สีผมสวยเด่นชัดในโทนสีพิเศษ เพื่อผมโทนสีหม่นติดทนสวย ไม่แห้งเสีย ด้วย “ULTIST by PRIMIENCE” จาก Shiseido Professional

เพราะซัมเมอร์คือซีซั่นแห่งสีสัน หลายคนจึงอัพลุคใหม่ด้วยการเปลี่ยนสีผมให้ดูไบร์ทกว่าเดิม และหนึ่งในโทนสีผมที่ฮอตฮิตมากๆ ในบรรดาเยาวรุ่น คงต้องยกให้กับโทนสีหม่น ซึ่งมีมาให้เราเห็นในทุกๆ ปี แต่ปัญหาในการที่จะผมสีอ่อนๆ หรือได้โทนหม่นๆ ตามที่ต้องการนั้นก็มียากมาก เพราะด้วยความที่ผมของคนเอเชียมีสีดำและมีเม็ดสีแดงแฝงอยู่ในเส้นผมของคนเอเชียทุกคน เวลาที่ต้องการสีอ่อนๆ ก็ต้องมีการการฟอกหรือกัดสี เพื่อให้การย้อมสีหม่นเป็นไปในโทนสีตามที่เราต้องการ ซึ่งหลังจากฟอกแล้ว เราก็จะสังเกตได้ว่าผมจะมีสีออกส้มๆ เหลืองๆ นั้นก็เพราะมีเม็ดสีแดงแฝงอยู่ ทำให้เราต้องฟอกๆ หลายๆ ครั้ง จนได้เบสสีผมที่สามารถย้อมไปต่อได้ นั่นหมายความว่าอาจทำให้ผมเราเสียจากการฟอกได้

ทั้งหมดนี้คือที่มาของ “ULTIST by PRIMIENCE” ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมใหม่จาก SHISEIDO PROFESSIONAL ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมสุดล้ำ ประกอบด้วยสารบำรุงสูตรพิเศษและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างสรรค์สีผมที่สวยเด่นชัดในโทนสีพิเศษ อีกทั้งยังช่วยให้ผมเปล่งประกายความงามได้นานจากภายใน ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อคนเอเชียที่ชื่นชอบการทำสีผมโดยเฉพาะ ให้ช่วงเวลาแห่งความสวยอยู่คู่กับเส้นผมตลอดไป

โดยจุดเด่นของ ULTIST by PRIMIENCE ผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมใหม่นี้ มีให้เลือกถึง 7 โทน กับอีก 39 เฉดสี ซึ่งมาพร้อมกับจุดเด่น 3 ประการ นั้นก็คือ ให้สีผมสวย เด่นชัดตั้งแต่ภายใน อีกทั้งยังช่วยล็อกสีผม เพื่อเปล่งประกายสีผมสวยเงางามได้ทุกวัน และให้ทุกคนได้สนุกกับการทำสีผมซ้ำๆ โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องเส้นผมแห้งเสีย

มาพร้อมกับเทคโนโลยี COLOR-in-CORE ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อคนเอเชียที่ชื่นชอบการทำสีผมของ ULTIST by PRIMIENCE เพื่อให้ได้สีผมโทนสีหม่นที่สวยงาม ติดทน ช่วยให้ผมไม่แห้งเสีย ด้วยแนวคิดใหม่ที่ให้ความสนใจกับ “ชั้นที่ลึกที่สุดของเส้นผม” ประกอบไปด้วย 3 เทคโนโลยีสำคัญ เอกสิทธิ์เฉพาะจากชิเซโด้ ได้แก่

1. Smooth to the Core เทคโนโลยีที่จะช่วยปกป้องเส้นผมจากการถูกทำร้ายตั้งแต่ภายใน เตรียมพื้นผมเพื่อการทำสีผมที่สวยงาม ด้วย “Smooth Care Technology” ซึ่งสามารถยับยั้งการเปลี่ยนสภาพของโปรตีนภายในเส้นผม ช่วยปกป้องเส้นผมจากความแห้งเสีย และคงสภาพความนุ่มลื่น แข็งแรง สร้างรากฐานของเส้นผมที่เหมาะสมกับการทำสี

2. Color boost to the Core เพื่อให้ได้สีผมที่เด่นชัด ตั้งแต่ภายในเส้นผมชั้นที่ลึกที่สุด ด้วย “Micro Oil-in Formula” ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณอัลคาไลน์ และช่วยให้สีผมแทรกซึมเข้าสู่ภายในเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สลายเมลานิน และควบคุมสีแฝงของเส้นผม เพื่อสร้างสรรค์สีผมที่สวยงาม คงความชุ่มชื้นไว้ภายในเส้นผม เพื่อให้เม็ดสีผม อัลคาไลน์ และ ส่วนผสมของสารบำรุงสามารถ เข้าสู่ภายในเส้นผมได้อย่างมี ประสิทธิภาพโดยการปิดพื้นผิว เส้นผมไว้อย่างแน่นหนา

3. Locking into the Core ช่วยให้สีผมเปล่งประกายเงางาม และติดทนนานขึ้น จากภายใน ด้วย “Lasting Protection Veil” ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อเป็นตัวพันธะเคมีที่บริเวณพื้นผิวของเกล็ดผม ซึ่งเป็นเสมือนผนังกั้นน้ำไม่ให้ซึมเข้าทำร้ายเส้นผม เพื่อให้สีผมคงสีสวยและเงางาม เหมือนล็อคไว้ด้วยกุญแจ ช่วยปกป้องสีผมไม่ให้ซีดจาง

นอกจากผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมแล้ว ก็ยังมี “Essence Drop” ทรีทเมนท์พิเศษ อันแสนอ่อนโยน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ผสมกับครีมเปลี่ยนสีผม “ULTIST by PRIMIENCE” ด้วยเทคโนโลยี “Amino Micro Veil Technology” โดยกรดอะมิโนที่มีประจุบวก จะสร้างผนังเครือข่ายที่อ่อนนุ่มบริเวณรอบๆ เกล็ดผม เพื่อช่วยคงความสวยงามของสีผมให้สวยยาวนาน และปกป้องเส้นผมไม่ให้สูญเสียความแข็งแรงหลังการทำสี ช่วยป้องกันเส้นผมจากการถูกทำร้าย อีกทั้งยังมาพร้อมกับกลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์ ด้วยกลิ่นหอมสดชื่น ผ่อนคลายจากดอกไม้สีเขียว มอบความรู้สึกเบาสบายระหว่างการทำสี นอกจากนี้ยังช่วยระงับกลิ่นตกค้างหลังการทำทรีทเมนท์ได้อีกด้วย

ยังไม่พอเพียงเท่านี้ เพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น ทาง ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล ยังคงคำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว ของสังคม และสิ่งแวดล้อม กับแนวคิด “Zero Waste” หรือ “แนวคิดขยะเหลือศูนย์” โดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่ทำมาจากอ้อย เพื่อสนับสนุนและปกป้อง การตัดไม้ทำลายป่า ลดการปล่อย C02 รวมถึงการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมระดับโลก

หนุ่มๆ สาว ๆ ที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์ในการเปลี่ยนสีผมกับ ULTIST by PRIMIENCE สามารถใช้บริการได้ที่ร้านซาลอนในเครือชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ทาง Facebook – Shiseido Professional Thailand, Instagram – @shiseidopro_th และ YouTube – Shiseido Professional Thailand

เปิดโลกแห่งสีสันรับสปริง/ซัมเมอร์ 2021 กับแบรนด์หรู CANITT #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/648935

วันที่ 26 มี.ค. 2564 เวลา 16:55 น.เปิดโลกแห่งสีสันรับสปริง/ซัมเมอร์ 2021 กับแบรนด์หรู CANITTCANITT ต้อนรับฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2021 ด้วยคอลเลกชั่น All That RAJ นำเสนอแรงบันดาลใจจากความงดงามของดินแดนแห่งศิลปะและวัฒนธรรมจากเอเชียใต้ พร้อมอวดโฉมแฟชั่นเซ็ทสุดพิเศษจากเหล่านักแสดงสาวชื่อดัง

สร้างสรรค์สไตล์อันโดดเด่นต้อนรับลมร้อนนี้ไปกับแบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรู “คานิท” (CANITT) ที่จะพาสาวๆ เดินทางสู่ซัมเมอร์อย่างมั่นใจด้วยเสื้อผ้าดีไซน์ล่าสุด ผลงานการออกแบบจาก ขนิษฐา ดรุณเนตร ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ ในคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2021 ที่ชื่อว่า “ออล แดท ราจ” (All That RAJ) ที่หยิบยกเอาแรงบันดาลใจจากความงดงามของดินแดนแห่งศิลปะ และวัฒนธรรมจากเอเชียใต้ มาถ่ายทอดสู่อาภรณ์ดีไซน์หรูที่สอดผสานความสนุก ผ่านการเลือกใช้โทนสีสดใส ที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ประจำซีซั่นนี้ เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ

พร้อมอวดโฉมแฟชั่นเซ็ทสุดพิเศษจาก 6 นักแสดงสาวชื่อดัง ได้แก่ มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์, มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, แพทริเซีย-ธัญชนก กู๊ด, ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, เดียร์น่า ฟลีโป และ ดาว-พิมพ์ทอง วชิราคม ที่ร่วมกันถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านเสื้อผ้าคอลเลกชั่น “ออล แดท ราจ” (All That RAJ) ได้อย่างงดงาม

“คานิท” (CANITT) แบรนด์แฟชั่นสตรีหรูภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘แดซซลิ่ง’ (Dazzling), ‘แมกนิฟิเซนท์’ (Magnificent) และ ‘เกรซฟูล’ (Graceful) สามคำที่สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์การดีไซน์ได้เป็นอย่างดี กับการนำความงดงามทางแฟชั่นในแต่ละยุคสมัยมาผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวในยุคปัจจุบัน ให้สนุกไปกับการสร้างสรรค์ลุคใหม่ หญิงสาวในแบบฉบับของ “คานิท” (CANITT) จึงเป็นผู้หญิงที่มีความทันสมัย หลงไหลในสไตล์อันโก้หรู แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ผสานความเซ็กซี่อย่างมีระดับเอาไว้

ขนิษฐา ดรุณเนตร กล่าวถึงแนวคิดหลักของการออกแบบคอลเลกชั่นนี้ว่า “คอลเลกชั่นนี้เราต้องการนำเสนอถึงความหรูหราที่แตกต่างออกไปจากเดิม เนื่องจากในคอลเลกชั่นที่ผ่านมาเราได้มอบแรงบันดาลใจใหม่ๆ ด้านการแต่งตัว ให้กับหญิงสาวมาโดยตลอด จากการสร้างสรรค์เสื้อผ้าผ่านลายพิมพ์ที่นับเป็นซิกเนเจอร์หลักของแบรนด์ ในซิลลูเอทที่มีความเรียบหรู แต่สำหรับคอลเลกชั่นนี้เราอยากให้ผู้หญิงทุกคนได้สนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น ดังนั้น งานดีไซน์ของเราก็จะยังคงกลิ่นอายของความหรูหราเอาไว้ แต่จะเพิ่มความสนุกเข้าไปจากการเลือกใช้เนื้อผ้า โทนสี ลายพิมพ์เด่นประจำซีซั่น และซิลลูเอทใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะกับการแต่งตัวไปพักผ่อนในช่วงหน้าร้อน ผ่านเสื้อผ้าที่ให้กลิ่นอายรีสอร์ตที่พร้อมจะพาทุกคนออกไปเดินทางท่องเที่ยว และพักผ่อนจากความวุ่นวายรอบตัว”

สำหรับคอลเลกชั่น “ออล แดท ราจ” (All That RAJ) ที่ได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจากเอเชียใต้ ทางทีมดีไซน์ได้หยิบยกเอาความงดงามของสไตล์โมเดิร์นเรโทร โดยเฉพาะงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากเปอร์เซีย ไม่ว่าจะเป็น เส้นโค้งภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์ ลวดลายเรขาคณิต รูปวาดดอกไม้ กวีนิพนธ์ ดนตรี และศิลปะ ที่ทั้งหมดถูกจัดอยู่ภายใต้จักรวรรดิโมกุล (Mogul) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้ถูกนำมาผสมผสานเข้ากับโครงร่างที่เรียบง่าย และทันสมัย โดยภายในคอลเลกชั่นนี้หญิงสาวของ “คานิท” (CANITT) จะได้เห็นความเบาบางของเนื้อผ้าที่ทีมดีไซน์เลือกใช้ให้เข้ากับอากาศช่วงซัมเมอร์ อาทิ ผ้าชีฟองซิลค์ และผ้าลินินคุณภาพสูง

รวมไปถึงเทคนิคการขึ้นหุ่นจับเดรปที่จะช่วยขับเน้นเรือนร่างของหญิงสาวผู้สวมใส่ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากส่าหรีอินเดีย อีกทั้งยังมีเทคนิคการใช้เส้นสายแบบคัตเอาต์ที่ผสมผสานความเท่ และความเฟมินีนซ่อนอยู่ในตัว ผ่านการออกแบบชุดสูทชิ้นคลาสสิกที่ทีมดีไซน์ได้บรรจงตัดเย็บให้กับหญิงสาวผู้หลงใหลในสไตล์เรียบโก้ รวมไปถึงกางเกงหลากหลายดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็น กางเกงผ้าชีฟองซิลค์ขาสั้น, กางเกงขากระบอกใหญ่, กางเกงทรงจินนี่ และชิ้นเด่นสำหรับฤดูกาลนี้ อย่างชุดเดรสตัวยาว, เสื้อครอปท็อป และเสื้อเบลาส์ ที่เพิ่มเทคนิคการจับสม็อก และเล่นกับเส้นสีอันอ่อนหวาน โดยสีใหม่ประจำคอลเลกชั่นนี้ ทางครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบได้สร้างสรรค์เฉดสีที่ชื่อว่า ซันชายน์ ดรีมมิ่ง (Sunshine Dreaming) ทีได้แรงบันดาลใจจากท้องฟ้า และปราสาทของนครสีชมพูอย่างจัยปูร์ รวมไปถึงลายพิมพ์มูนไลท์ เลิฟเวอร์ (Moonlight Lover) ที่รังสรรค์จากท่วงทำนองของภาพเพ้นท์ศิลปะภายในพระราชวังอันงดงาม และมีเอกลักษณ์ ภายใต้ความตั้งใจของทีมดีไซน์ที่ต้องการให้เฉดสีหลักของคอลเลกชั่นนี้ สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับโทนสีคลาสสิกประจำแบรนด์อย่างสีเบจ และสีออฟไวท์ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ขนิษฐา ดรุณเนตร ยังได้แนะนำเคล็ดลับการสร้างสรรค์ลุคให้โดดเด่นรับซัมเมอร์นี้ว่า “ซัมเมอร์เป็นฤดูกาลที่ผู้หญิงหลายคนต่างรอคอย เพราะเป็นช่วงที่จะได้สนุกกับการแต่งตัวที่หลากหลาย สำหรับเคล็ดลับการดูแลตัวเองรับซัมเมอร์ ขั้นพื้นฐานเลยก็คือเรื่องผิว เพราะอากาศที่ร้อนอาจทำให้ผิวเสียได้ง่าย ดังนั้นควรดูแลผิวให้ชุ่มชื้น และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการดูแลรูปร่างให้ดูดีในแบบของตัวเอง เวลาใส่ชุดตัวโปรดเราจะได้รู้สึกมั่นใจ ซึ่งการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะช่วยทำให้ผู้หญิงอย่างเราโดดเด่นขึ้นมาได้ อย่างซัมเมอร์นี้ถ้าใครมีแพลนไปเที่ยวทะเล ลุคเดินเล่นบนชายหาดอาจจะหยิบเกาะอกมาแมทช์กับกางเกงขายาวผ้าชีฟองซิลค์ หรือเป็นเสื้อเบลาส์กับกางเกงขาสั้นลายพิมพ์เข้าชุดกัน ก็จะได้ลุคสบายๆ ที่ดูสดใสเหมาะกับซัมเมอร์ หรือถ้าใครมีแพลนเดินทางท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมตามเมืองต่างๆ ชุดแม็กซี่เดรสสีสดก็เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยทำให้คุณโดดเด่นขึ้นได้ แต่ถ้าใครที่พักผ่อนชิลล์ๆ ในวันสบายๆ อาจจะหยิบเป็นเดรสสั้นผ้าลินินที่เว้าช่วงเอวมาใส่ ก็จะช่วยทำให้วันธรรมดาดูสนุกขึ้นได้”

พบกับคอลเลกชั่น “ออล แดท ราจ” (All That RAJ) ได้แล้ววันนี้ที่ร้านคานิท (CANITT) ศูนย์การค้าสยามพารากอน บริเวณพารากอนดีพาร์ทเม้นสโตร์ ชั้น 1 และศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม บริเวณโซนไทยไทย ชั้น 2 พร้อมติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นผ่านช่องทาง IG: CANITT_OFFICIAL และ Line ID: @CANITT_OFFICIAL

ตระการตาแฟชั่นโชว์คาราวานชุดแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/648630

วันที่ 24 มี.ค. 2564 เวลา 07:52 น.ตระการตาแฟชั่นโชว์คาราวานชุดแต่งงานสุดยิ่งใหญ่วนัช เฟิร์ส เปิดตัวชุดแต่งงานสุดตระการตาในงานแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่ MARRY ME AT MARRIOTT – Wedding & Honeymoon Fair

สองผู้บริหารหนุ่มจาก ห้องเสื้อวนัช เฟิร์ส  สรรค์ สุดเกตุ และ ณภัทร์ นิยมแย้ม ยกคาราวานชุดแต่งงานกว่า 11 ชุด ร่วมแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่ในงาน  “MARRY ME AT MARRIOTT – Wedding   & Honeymoon Fair” โดยได้นางแบบกิตติมศักดิ์ พรฟ้า-ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ รองอันดับสอง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 มาร่วมเดินแบบให้กับทางห้องเสื้อในครั้งนี้ และยังได้รับเกียรติจาก  วิลาวัลย์ พูนกุล (ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดเลี้ยง และการประชุมสัมมนา) และ อัครวิทย์ จิรกิตติสุนทร (ผู้จัดการฝ่ายขาย ด้านงานจัดเลี้ยง และงานฉลองมงคลสมรส)  เป็นผู้ให้การต้อนรับ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี  คอลเล็คชั่น โฮเทล

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรัก เพราะมีบ่าวสาวหลายร้อยคู่จูงมือกันเข้ามาร่วมชมงานในครั้งนี้กันอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะ ห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส ที่ได้รับการตอบรับอยากล้นหลามจากผู้ที่เข้าร่วมชมผลงาน  ซึ่ง “สรรค์ สุดเกตุ” ผู้บริหารหนุ่มคนเก่งได้กล่าวถึงงานในครั้งนี้ว่า “นับเป็นโอกาสอันดีมาก ๆ ที่ห้องเสื้อของเราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานสุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ โดยเฉพาะแฟชั่นโชว์ที่เราตั้งใจเตรียมงานกันอย่างมากตลอดเกือบ 10 วันที่ผ่านมา เพื่อต้องการนำเสนอผลงานออกมาให้ดีที่สุด โดยเฉพาะชุดฟินาเล่ที่เราใส่ความหมายของห้องเสื้อเข้าไปในงานดีไซน์ด้วย ซึ่งชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลีบดอกบัวสีขาว (ดอกบัว หมายถึง วนัช) ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ผมภาคภูมิใจที่สุด ถือเป็นชุด ลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ผมจะเก็บไว้โชว์ในมิลเซียมของผมในอนาคตด้วยโดยผลงานทั้งหมดในแฟชั่นโชว์ครั้งนี้เป็นผลงานที่เราตั้งใจออกแบบให้เจ้าสาวสามารถใส่ได้จริงและสวยสง่างามรับรองได้ว่าคุณจะเป็นเจ้าสาวที่ยืนหนึ่งไม่แพ้ใครแน่นอน

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณผู้ที่เข้าร่วมรับชมผลงานทุกท่านและเสียงชื่นชมมากมายที่เป็นกำลังใจอย่างดีเยี่ยมให้กับพวกเราทุกคนได้สร้างสรรค์ผลงานที่ดีต่อไป ขอขอบคุณทาง โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล โดยเฉพาะ  คุณ วิลาวัลย์ พูนกุล ที่ให้การสนับสนุนผลงานของ วนัช เฟิร์ส จนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ ขอบคุณน้องพรฟ้าและนางแบบทุกท่านที่ถ่ายทอดผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจจนได้รับเสียงชื่นชมมากมาย และงานนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่ได้ทีมงานของทางห้องเสื้อทุกท่านที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจจนเกิดเป็นผลงานที่สุดแสนเพอร์เฟคนี้ขึ้นมา ต้องขอบคุณทุกท่านมากจริงๆ ครับ”

สำหรับใครที่ชื่นชอบและอย่างติดตามผลงานของเราสามารถเข้าไปชมได้ที่ https://www.facebook.com/Vanus-First

เดอะ รีสอร์ท วิลล่า จุดหมายปลายทางที่พักส่วนตัวที่หรูหราที่สุดของเอเชีย พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยงอีกครั้งกลางปีนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/651043

วันที่ 23 เม.ย. 2564 เวลา 10:30 น.เดอะ รีสอร์ท วิลล่า จุดหมายปลายทางที่พักส่วนตัวที่หรูหราที่สุดของเอเชีย พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยงอีกครั้งกลางปีนี้หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่พักส่วนตัวที่หรูหราที่สุดในเอเชีย “เดอะ รีสอร์ท วิลล่า” พร้อมเปิดให้บริการอีกครั้งในช่วงกลางปี 2564 หลังจากการปรับปรุงครั้งใหญ่ เพื่อตอบสนองความท้าทายของการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันและมาตรการด้านโควิด 19 ที่เข้มข้น

กลางปีนี้ ชวนทุกคนไปสัมผัสการบริการด้วยหัวใจของพนักงานรีสอร์ท การตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม ร่วมฟื้นฟูและรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ที่ เดอะ รีสอร์ท วิลล่า หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่พักส่วนตัวที่หรูหราที่สุดในเอเชีย ซึ่งได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก World Luxury Hotel Awards ถึง 3 ครั้ง พร้อมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังจากการปรับปรุงครั้งใหญ่ เพื่อตอบสนองความท้าทายของการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันและมาตรการด้านโควิด 19 ที่เข้มข้น

วิลล่าสุดหรูแห่งนี้แทรกตัวอยู่ท่ามกลางความงดงามของธรรมชาติป่าเขาและท้องทะเลอ่าวไทยของจังหวัดระยอง รายล้อมไปด้วยหมู่บ้านชาวประมงและสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติอันสวยงามมากมาย ได้ถูกเนรมิตขึ้นโดยนักธุรกิจหนุ่มชาวสวีเดนผู้รักและหลงใหลในธรรมชาติ บนพื้นที่กว่า 14,000 ตารางเมตร ให้เป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัวอย่างแท้จริง จำนวน 8 วิลล่า ซึ่งสามารถรองรับแขกได้ในคราวเดียวกัน ถึง 18 ท่าน โดยมีพนักงานบริการที่คอยให้บริการและดูแลในส่วนต่างๆทั่วรีสอร์ท 70 คน และยังมีเชฟประจำ รีสอร์ทจากประเทศฝรั่งเศส 2 ท่านที่จะรังสรรค์เมนูสำหรับมื้ออาหารสุดพิเศษตลอดการเข้าพัก

ซึ่งหัวหน้าพ่อครัวชาวฝรั่งเศส Mr. Laurent Renaud และเชฟผู้ช่วย Mr. Stephane Smargiassi มักจะสร้างสรรค์เมนูอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่งเศส และอาหารโมร็อกโก โดยวัตถุดิบหลักจากชุมชนในท้องถิ่น และฟาร์มปลอดสารพิษขนาด 2,500 ตารางเมตร ของเดอะ รีสอร์ต วิลล่า ที่เต็มไปด้วยผักและสมุนไพร ที่ปลูกด้วยระบบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ ตามนโยบายเราที่ยึดมั่นในส่งเสริมเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) สร้างความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีส่วนร่วมในการดูแลชุมชนในจังหวัดระยองและสังคมอย่างยั่งยืน อาทิ เมนู Coral Grouper on Barley risotto in Coconut & Tamarind with Julien Veggies-ปลากุดสลาดนำไปทอดจนหนังกรอบนำมาวางเสริฟบนข้าวบาร์เลย์ริซอตโต้ในซอสที่ทำจากกะทิและสมุนไพรไทย ปรุงรสให้โดดเด่นด้วยน้ำมะขามเปียกเสริฟกับผักที่ผัดด้วยนน้ำมันมะกอก และ Braised and Reduced Beetroot in Balsamic Soy with Fresh Local Herb & Garlic top with Goat Cream Cheese บีทรูทที่นำไปตุ๋นกับซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่นและน้ำส้มบัลซามิก เสริฟคู่กับชีสนมแพะที่นำมาผสมกับกระเทียมและสมุนไพรสดที่ปลูกในฟาร์ม นับว่าเป็นหนึ่งใน Signature Menu ของ เดอะ รีสอร์ต วิลล่า

Coral Grouper on Barley risotto in Coconut & Tamarind with Julien Veggies
Braised and Reduced Beetroot in Balsamic Soy with Fresh Local Herb & Garlic top with Goat Cream Cheese

ด้วยปณิธานที่ต้องการให้แขกผู้มาเยือนได้สัมผัสการพักผ่อนที่มีความเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง เราจึงมุ่งมั่นทุ่มเทการทำงานอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความประทับใจให้กับทุกคนอย่างพิเศษและมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดระยองสุดเอ็กซ์คลูซีฟดีที่สุด จนได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของแขกผู้มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นดาราฮอลลีวูดและราชวงศ์สวีเดน เสมอมา ในขณะเดียวกันก็มอบความเป็นมิตรให้กับสิ่งแวดล้อมและชุมชนในจังหวัดระยองและสังคมอย่างยั่งยืน อาทิ โครงการรณรงค์ลดการใช้พลาสติก / ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทันสมัยที่สุด ขนาด 206 กิโลวัตต์ / การทำความสะอาดชายหาด / โครงการทำหมันสุนัขจรจัด เป็นต้น ทั้งให้ความสำคัญและยังคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 เพื่อดูแลความปลอดภัยและสุขอนามัยของลูกค้าและพนักงานทุกคนอย่างดีที่สุด

การันตีด้วยรางวัลจาก World Luxury Hotel Awards เวทีระดับโลก รางวัลสุดยอดแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “Luxury Private Pool Villa Regional Winner”: South East Asia ประจำปี 2563 จาก World Luxury Hotel Awards / รางวัล “วิลล่าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” (Luxury Eco/Green Villa”) จาก World Luxury Hotel Awards ประจำปี พ.ศ. 2562 และ รางวัล “วิลล่าส่วนตัวที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” และในระดับโลก (“Southeast Asia’s Best Private Villa” & “World’s Best Private Villa”) จาก World Boutique Hotel Awards ในปีพ.ศ. 2561

มร.เบนจามิน เทลเลนบัค ผู้จัดการทั่วไป เดอะ รีสอร์ท วิลล่า กล่าวว่า “เดอะ รีสอร์ท วิลล่า พร้อมมอบความหรูหราและมีความเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบ และนำเสนอประสบการณ์ที่พิเศษไม่เหมือนใคร แขกสามารถสัมผัสการพักผ่อนอย่างแท้จริง ตั้งแต่ก้าวแรกก็จะได้สัมผัสถึงความเงียบสงบ งดงามของท้องทะเลและธรรมชาติได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่พื้นไม้สัก พื้นหินแกรนิตขัดมัน วัสดุของใช้และของที่ใช้ตกแต่งที่มีความเป็นมิตรกับธรรมชาติ และถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย แขกที่ไปพักที่เดอะ รีสอร์ท วิลล่า สามารถใช้บริการที่ห้องอาหาร และบริเวณรับประทานอาหาร 9 แห่ง บาร์ 4 แห่ง สปาสุดหรูและห้องออกกำลังกายอุปกรณ์ครบครัน ห้องโฮมเธียร์เตอร์ ห้องเล่นเกม และชื่นชมอควาเรียมปลาเขตร้อนที่มีผนังยาว15 เมตร ทุกพื้นที่ถูกเชื่อมต่อถึงกันโดยสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ รวมพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร ที่ให้ความรู้สึกต่อเนื่องของการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบ

ทั้งยังมีพื้นที่เหมาะสมสำหรับการจัดงานแต่งงาน สามารถรองรับแขกได้ถึง 150 ท่าน และจัดกิจกรรมที่หลากหลายให้แขกที่มาพัก ไม่ว่าจะเป็นธีมดินเนอร์ Moroccan Night หรือ Italian & Movie Night ฉายหนังจอยักษ์ริมสระน้ำ และธีมต่างๆอีกมากมายไว้คอยเซอร์ไพรส์แขกทุกท่านที่เข้าพัก

ในขณะเดียวกันก็ได้เตรียมมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดระยองสุดเอ็กซ์คลูซีฟดีที่สุด ไว้ให้บริการให้เลือกตามไฟล์สไตล์ของแขกที่มาเยือนมากมาย อาทิ กิจกรรมทางน้ำ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าท้ายสุดตื่นเต้นให้เลือกมากมาย เช่น เจ็ทเซิร์ฟ ฟลายบอร์ดและสกีน้ำ กิจกรรมสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยสามารถไปเที่ยวเกาะรอบอ่าวไทย โดยได้จัดเรือไว้ให้บริการถึง 4 ลำ รวมถึง RIB (เรือเป่าลมแบบแข็งความเร็วสูง) และรถจักรยานยนต์แบบ all terrain vehicle (ATV) 6 คัน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ความตื่นเต้นแบบสุดขีด บริการล่องเรือเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เยี่ยมชมศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก หรือศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันใน อยู่ห่างจากชายฝั่งแม่พิมพ์เพียง 5 กม. บริการทริปดินเนอร์สุดแสนโรแมนติก สัมผัสป่าโกงกางความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในท้องถิ่น ชมหิ่งห้อยที่ส่องแสงระยิบระยับบนยอดไม้ดุจดาวบนท้องฟ้า ลิ้มลองเมนูท้องถิ่นแบบดั้งเดิม

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางท่องเที่ยงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติอันแสนสวยงามน่าอัศจรรย์ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์มากมาย ด้อย่างสะดวกสบาย อาทิ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่ อำเภอแกลง กิ่งอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง และอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี – ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแสร์ ระยอง – เรือหลวงประแส เรือรบหลวงเก่าที่ปลดประจำการจากสงครามเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ อนุสรณ์สถานที่มีประวัติศาตร์สำคัญควรค่าแก่การรำลึกถึงราชนาวีไทย – พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง สถานที่เก็บรวบรวมและแสดงสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ อันทรงคุณค่าที่หาชมได้ยาก บนเนื้อที่เกือบ 2 ไร่ – อนุสรณ์สถานสุนทรภู่ สถานที่แห่งนี้สำคัญของชาวระยอง ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงท่านสุนทรภู่กวีเอกชื่อดังของไทย

มร.เบนจามิน กล่าวเพิ่มเติมว่า “และเรายังคงให้ความสำคัญเรื่องกับคุมเข้มในมาตรการการป้องกันโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลความปลอดภัยและสุขอนามัยของลูกค้า พันธมิตร และพนักงานทุกคนอย่างดีที่สุด เพื่อให้ทุกท่านจะรู้สึกปลอดภัยและเลือกเราเป็นจุดหมายแรกในการเดินทางมาพักผ่อนอย่างเพลิดเพลินในวันหยุดที่หรูหราที่สุดกับคนรักและครอบครัว โดยปราศจากความกังวลใด ๆ” มร.เบนจามิน กล่าว

เปิดตัวเทศกาลล็อบสเตอร์ ต้อนรับซัมเมอร์ด้วย 9 เมนูชั้นเลิศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/651038

วันที่ 22 เม.ย. 2564 เวลา 18:23 น.เปิดตัวเทศกาลล็อบสเตอร์ ต้อนรับซัมเมอร์ด้วย 9 เมนูชั้นเลิศต้อนรับซัมเมอร์! ซิซซ์เล่อร์ เสิร์ฟตำนานบทใหม่จากท้องทะเล เปิดตัว “เทศกาลล็อบสเตอร์” ยกทัพแคนาเดียนล็อบสเตอร์ พร้อมกุ้งแม่น้ำตัวโต เนรมิตกว่า 9 เมนูชั้นเลิศให้ฟินแบบจุใจ

เมื่อพูดถึงกลิ่นอายของซัมเมอร์สิ่งที่ควบคู่มากับฤดูนี้ก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากอาหารทะเล เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารสชาติสุดพิเศษเหล่านี้ช่วยเติมเต็มฤดูร้อนให้สนุกสนานและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ซึ่งอาหารทะเลที่คนส่วนใหญ่นึกถึงอาจจะมีเพียงกุ้ง หอย ปู ปลา เพราะสามารถหาทานได้สะดวกไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน แต่แท้จริงแล้ววัตถุดิบจากท้องทะเลยังมีอีกหลากหลายความอร่อยที่รอให้ทุกคนมาสัมผัส และหนึ่งในอาหารทะเลที่ซีฟู้ดเลิฟเวอร์ไม่ควรพลาดก็จะต้องมี “ล็อบสเตอร์” เป็นรายชื่อที่หมายปองในใจแน่นอน ด้วยการเลี้ยงดูที่ต้องใช้ทั้งความพิธีพิถันและระยะเวลาจนกว่าจะได้คุณภาพที่ดีที่สุดทำให้ ล็อบสเตอร์เป็นอาหารชั้นเลิศที่ใครต่างก็อยากลองทานสักครั้ง และยังมีเอกลักษณ์ของขนาดตัวที่ยิ่งใหญ่และเนื้อที่มีความแน่น ให้รสชาติหวานฉ่ำติดลิ้น ล็อบสเตอร์จึงมีจุดเด่นที่แตกต่างจากกุ้งชนิดอื่นและกลายมาเป็นตำนานของอาหารทะเลที่ครองใจสาวกคนรักกุ้งไปทั่วโลก สำหรับบางคนอาจยังไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติมหัศจรรย์ของล็อบสเตอร์เพราะหาทานได้ยากและ มีราคาสูง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ทานอาหารอันเหนือระดับที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ซิซซ์เล่อร์จึงจัดเซอร์ไพรส์สุดอลังการด้วยการนำแคนาเดียนล็อบสเตอร์บินลัดฟ้าจากแคนาดามารังสรรค์เป็นเมนูเอ็กซ์คลูซีฟให้ได้ทานกันแบบจัดเต็ม

นายกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด ในเครือเดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการร้านอาหารภายใต้แบรนด์ ซิซซ์เล่อร์ กล่าวว่า ซิซซ์เล่อร์เป็นร้านอาหารที่ใส่ใจในการมอบประสบการณ์ทานอาหารสุดพิเศษให้กับลูกค้า และให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตุดิบที่ได้คุณภาพ มีความสด และแปลกใหม่ ซึ่งล็อบสเตอร์ถือเป็นวัตถุดิบที่หาทานยากในไทยและมีราคาค่อนข้างสูง ทำให้หลายคนที่ชื่นชอบยังไม่เคยได้ลองทาน ซิซซ์เล่อร์จึงได้นำเข้าแคนาเดียนล็อบสเตอร์ไซส์ยักษ์จากแคนาดามาเนรมิตเมนูใหม่ภายใต้ “เทศกาลล็อบสเตอร์” ที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงแต่งจากผู้เชี่ยวชาญของซิซซ์เล่อร์ที่สามารถดึงจุดเด่นของล็อบสเตอร์ออกมาได้อย่างสร้างสรรค์ ยกทัพมาให้ลิ้มลองถึง 9 เมนู โดยมีเมนูไฮไลท์เป็นพรีเมียมแคนาเดียนล็อบสเตอร์ แพลทเตอร์ จานใหญ่ อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบจากทะเลชั้นเลิศ เสิร์ฟพร้อมหอยเชลล์ หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว และมักกะโรนีอบชีสกลิ่นหอมเย้ายวน ซึ่งมีขายเพียง 5 สาขาเท่านั้น สำหรับใครที่เป็น แฟนคลับกุ้งการันตีเลยว่าทุกจานจากเทศกาลล็อบสเตอร์จะมอบรสชาติอันน่าจดจำจนต้องกลับมาซ้ำแน่นอน

นางนงชนก สถานานนท์ ผู้ช่วยรองประธานบริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด ในเครือเดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการร้านอาหารภายใต้แบรนด์ ซิซซ์เล่อร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ซิซซ์เล่อร์เคยมีเมนูล็อบสเตอร์ออกมา 1-2 เมนู แต่ในรอบนี้จัดให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในคอนเซ็ปต์ “เทศกาลล็อบสเตอร์” ที่ยกเจ้าแห่ง ท้องทะเลมาแบบอลังการ เพื่อเอาใจซีฟู้ดเลิฟเวอร์และคนรักกุ้งที่มีความชอบหลากหลายได้มาลิ้มลองรสชาติของล็อบสเตอร์ที่มีเมนูจานหลักและของทานเล่นให้เลือกตามชอบ ได้แก่

พรีเมียมแคนาเดียนล็อบสเตอร์ แพลทเตอร์ (Premium Canadian Lobster Platter) ด้วยไอเดียของแพลทเตอร์ที่นำเสนอความอร่อยหลากรูปแบบบนอาหารจานใหญ่เสมือนสัตว์ทะเลหลากพันธุ์ที่อาศัยร่วมกันในท้องทะเล ตอบโจทย์คนที่มีความชอบต่างกันให้สามารถแชร์อาหารบนจานเดียวกันได้ เมนูนี้จึงอัดแน่นด้วยล็อบสเตอร์ เนื้อแน่นส่งตรงจากแคนาดาผ่าครึ่งซีกให้เห็นเนื้อเน้น ๆ และผ่านการปรุงตามแบบฉบับซิซซ์เล่อร์ เสิร์ฟพร้อมหอยเชลล์อบชีสเนื้อฉ่ำ หอยแมลงภู่อบไวน์ขาวที่คัดมาแต่ตัวโต ๆ แซมด้วยก้ามล็อบสเตอร์สีสดที่บ่งบอกความเป็นพระเอกของจาน ทานคู่กับมักกะโรนีอบชีสเยิ้ม ๆ สามารถทานสลัดบาร์ได้ 2 ท่าน ในราคา 2,299 บาท ขายเฉพาะ 5 สาขา ได้แก่ แฟชั่นไอส์แลนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว เมกาบางนา เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และเซ็นทรัลเวสต์เกต สาขาละ 5 จาน และต้องสั่งจองล่วงหน้า

มิกซ์ซีฟู้ด แพลทเตอร์ (Mixed Seafood Platter) เมนูแพลทเตอร์ที่ครีเอทมาเพื่อกระแทกใจคนรักกุ้ง จัดเต็มสารพัดเมนูกุ้งที่ปรุงหลากหลายสไตล์ ทั้งกุ้งแม่น้ำไซส์จัมโบ้ย่างร้อนๆ ผ่าครึ่งให้เห็นเนื้อและมันกุ้งเต็ม ๆ เสิร์ฟพร้อมกุ้งย่างเนยกระเทียมหอมกรุ่น และฟินไปอีกขั้นกับกุ้งชุบเกล็ดขนมปังทอดไซส์ใหญ่กรุบกรอบเต็มคำ ทานคู่น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดที่เข้ากันได้อย่างลงตัว สามารถทานสลัดบาร์ได้ 2 ท่าน ในราคา 1,599 บาท

พาสต้า คาโบนารา แคนาเดียนล็อบสเตอร์ และเนื้อปู (Canadian Lobster & Crab Pasta Carbonara) เอาใจสายทานเส้นกับพาสต้าคาโบนาราเส้นดำปรุงสูตรพิเศษคลุกเคล้าครีมรสเข้มข้น ท็อปด้วยไข่แดง เสริมด้วย รสเค็มจากเบคอนและชีส เสิร์ฟพร้อมเนื้อแคนาเดียนล็อบสเตอร์ชิ้นโตและเนื้อปูสดใหม่ ในราคา 459 บาท

พาสต้า แคนาเดียนล็อบสเตอร์ และกุ้ง (Canadian Lobster & Prawn Pasta) พาสต้าปรุงสูตรพิเศษสำหรับคนรักกุ้ง เสริมรสชาติด้วยการผัดเข้ากับพริกสด โรยชีส เพิ่มความหอมจากพาร์สลีย์สับ เสิร์ฟพร้อมเนื้อ แคนาเดียนล็อบสเตอร์รสละมุนและเนื้อกุ้งชิ้นใหญ่ จัดหนักเต็มจาน ในราคา 399 บาท

หอยแมลงภู่อบไวน์สไตล์ฝรั่งเศส (Mariniere Black Mussel French Classic Sauce) อุ่นเครื่องก่อนลงสู่ใต้ทะเลลึกกับเมนูทานเล่นอย่างหอยแมลงภู่ตัวโตที่นำมาอบไวน์ขาวและปรุงแต่งรสชาติเคล้าซอสสไตล์ฝรั่งเศส สามารถสั่งคู่กับสลัดบาร์หรืออาหารจานหลักเท่านั้น ในราคา 199 บาท

นอกจากนี้ ยังมีเมนูพิเศษที่ทานได้ง่ายอย่างซีฟู้ดโรลหลากหลายรสชาติให้เลือกอร่อย เสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์ทอดกรอบ ซึ่งขายเฉพาะ 5 สาขา ได้แก่ แฟชั่นไอส์แลนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว เมกาบางนา เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และเซ็นทรัลเวสต์เกต และขายแบบเดลิเวอรีตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2564

– แคนาเดียนล็อบสเตอร์ โรล ซอสศรีราชา (Sriracha Canadian Lobster Roll) ในราคา 419 บาท

– แคนาเดียนล็อบสเตอร์ โรล เนื้อปู ทรัฟเฟิล (Canadian Lobster & Crab Roll with Truffle Sauce) ในราคา 449 บาท

– คลาสสิคแคนาเดียนล็อบสเตอร์ โรล กับกุ้ง (Classic Canadian Lobster & Prawn Roll) ในราคา 419 บาท

– ทริปเปิ้ลแคนาเดียนล็อบสเตอร์ โรล กับกุ้ง (Triple Canadian Lobster Roll & Prawns) ในราคา 599 บาท

สำหรับใครที่อยากทานล็อบสเตอร์ที่บ้านก็ยังมีเมนูข้าวหน้าแคนาเดียนล็อบสเตอร์ (Canadian Lobster Rice bowl) ข้าวหน้าล็อบสเตอร์เนื้อเน้น ๆ เสิร์ฟพร้อมขิงดองทานคู่กันได้ลงตัว ในราคา 439 บาท โดยขายเฉพาะเดลิเวอรีเท่านั้น

ซิซซ์เล่อร์พร้อมเสิร์ฟความสุขสดใหม่จากท้องทะเลให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติมหัศจรรย์ของวัตถุดิบชั้นเลิศ ด้วย แคนาเดียนล็อบสเตอร์ที่ส่งจากประเทศแคนาดา หนึ่งในฟาร์มล็อบสเตอร์ที่ดีที่สุดในโลก ให้ทุกคนได้แบ่งปันความอร่อยร่วมกันกับคนใกล้ชิดอย่างสนุกสนานและประทับใจด้วย “เทศกาลล็อบสเตอร์” กับเมนูหลากหลายให้เลือกตามความชอบ นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบพิเศษสุดอินเทรนด์อย่างใบกัญชาชุบแป้งทอดที่สามารถสั่งได้เพิ่มเติม ในราคาใบละ 50 บาท เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ทานอาหารรูปแบบใหม่ให้กับคนไทย โดยใบกัญชาที่ใช้มาจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปบุก, เกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม จังหวัดแม่ฮ่องสอน และได้ผ่านการอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขให้นำมาเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหาร ซึ่งนอกจากจะมีคุณสมบัติช่วยชูรสอาหารแล้วยังให้ความผ่อนคลายและนอนหลับได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรแนะนำให้ทานใบกัญชาวันละไม่เกิน 5 ใบ มาร่วมลิ้มลองความอร่อยจากเทศกาลล็อบสเตอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2564 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) ที่ซิซซ์เล่อร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ “ซิซซ์เล่อร์” โทรศัพท์ 02-365-6934 เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/SizzlerThai หรือ www.sizzler.co.th

#ซิซซ์เล่อร์ #Sizzler #แคนาเดียนล็อบสเตอร์ #CanadianLobster #JCCOTH

ส่อง 1 ใน 8 ฟู้ดสโตร์ที่ดีที่สุดในโลก ‘เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ลาดพร้าว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/650785

วันที่ 20 เม.ย. 2564 เวลา 09:01 น.ส่อง 1 ใน 8 ฟู้ดสโตร์ที่ดีที่สุดในโลก 'เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ลาดพร้าว'ติดโผหนึ่งเดียวในไทย “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ลาดพร้าว” ได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ใน 8 ฟู้ดสโตร์ที่ดีที่สุดในโลก โดยการวิเคราะห์การค้าปลีกขององค์กร IGD ประเทศอังกฤษ

ตอกย้ำความเป็นผู้นำฟู้ดสโตร์ตัวจริงหนึ่งเดียวในประเทศไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก!! เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ลาดพร้าว ในเครือเซ็นทรัลรีเทล ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 8 ฟู้ดสโตร์ที่ดีที่สุด จากการสำรวจฟู้ดสโตร์ทั่วโลก โดยสถาบันการวิเคราะห์การค้าปลีกขององค์กรชื่อดัง Institute of Grocery Distribution (IGD) ประเทศอังกฤษ องค์กรการวิจัยและฝึกอบรมที่ตั้งอยู่ใจกลางอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 100 ปี

3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขาลาดพร้าว ได้รับคัดเลือก ได้แก่

  • โดดเด่นเรื่องความสดและคุณภาพ มีความโดดเด่นในเรื่องคุณภาพสินค้าที่เหนือระดับและความน่าเชื่อถือ จะเห็นได้ว่ามีการออกแบบการจัดวางสินค้าที่สวยงามน่าสนใจ มีสินค้าท้องถิ่นจำหน่าย มีบริการปรุงอาหารในร้านค้า
  • โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่สวยงาม เป็นผู้นำในด้านนี้อย่างชัดเจน มีการตกแต่งที่แปลกใหม่และไม่เหมือนใคร สร้างบรรยากาศที่สดใสและเป็นมิตรในการเลือกซื้อสินค้า
  • ความสามารถในการผสมผสานบริการด้านอาหารและการซื้อสินค้า นำบริการด้านอาหารมาสู่ร้านค้าในรูปแบบที่แปลกใหม่ ลูกค้าสามารถซื้อของสดเพื่อรับบริการปรุงและรับประทานได้ในร้านหรือจะซื้อกลับบ้านก็ได้

ทั้งนี้ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขาลาดพร้าว เป็นตัวอย่างแห่งแนวคิดที่ล้ำสมัย สร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี ให้กับผู้ที่มองหาความแปลกใหม่ของอาหาร บริการชั้นเลิศ จับจ่ายสินค้าควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ต่างๆ ภายใต้คอนเซปต์ unique shop-in-shop ที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับในทุกมิติสัมผัส ภายใต้การตกแต่งที่ทันสมัย โดยแบ่งโซนอาหารออกเป็นสองโซน ได้แก่ Central Eatery และ C-Flavour มอบอาหารหลากหลายสไตล์ให้ได้เลือกชิม โดย Central Eatery มีอาหารนานาชาติให้เลือกมากมาย ปรุงโดยเชฟฝีมือระดับโลก เสิร์ฟให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยถึงโต๊ะ ส่วน C-Flavour เป็นศูนย์รวมสตรีทฟู้ดชื่อดังสำหรับนักชิม รวมถึงยังมีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อีกด้วย

ด้านการออกแบบพื้นที่ประกอบไปด้วย FISHMONGER โซนอาหารทะเลซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตลาดบิลลิงสเกทที่ลอนดอน และ James the Butcher โซนเนื้อสัตว์ ที่สร้างมาเพื่อสื่อถึงเจมส์ บัทเลอร์มืออาชีพที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ทุกอย่าง Looks เป็นโซนสินค้าเพื่อดูแลความงามมีสินค้าให้เลือกมากมายทั้งจากแบรนด์เกาหลีและแบรนด์เอเชียประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมหุ่นยนต์ผู้ช่วย น้องสุขใจ โรบ็อทผู้ช่วยที่จะมอบความสะดวกสบายในการเช็คอินไทยชนะ และสามารถพาลูกค้าไปยังโซนต่าง ๆ และให้คำแนะนำเรื่องโปรโมชั่นพิเศษ

การได้รับการเลือกให้เป็น 1 ใน 8 ฟู้ดสโตรที่ดีที่สุดระดับโลกและเป็นฟู้ดสโตร์รายเดียวในประเทศไทย ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญและตอกย้ำปณิธานอันแน่วแน่ของ “เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์” ที่ต้องการนำเสนอประสบการณ์ที่เหนือระดับมากกว่าฟู้ดสโตร์ทั้งด้านสินค้า บริการ และนวัตกรรม และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาให้ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ เป็นฟู้ดสโตร์ชั้นนำของประเทศไทย และเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยในการแข่งขันกับฟู้ดสโตร์ทั่วโลก สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งระดับเวิลด์คลาส 1 ใน 8 ฟู้ดสโตร์ที่ดีที่สุดในโลกได้แล้ววันนี้ที่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขา เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น G เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 น. ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.centralfoodhall.com เฟซบุ๊ก Central Food Hall และ อินสตาแกรม centralfoodhallofficial