ขุนคลังสหรัฐเชื่อการฟื้นตัวของตลาดแรงงานจะช่วยลดอัตราเงินเฟ้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686149

วันที่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 14:30 น.

ขุนคลังสหรัฐเชื่อการฟื้นตัวของตลาดแรงงานจะช่วยลดอัตราเงินเฟ้อ

ท่ามกลางความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย เจเน็ต เยลเลนเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้ออาจลดลงท่ามกลางการจ้างงานเต็มศักยภาพ

รอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐมองว่าเศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มชะลอตัวในปีนี้ แต่อาจไม่รุนแรงถึงขั้นภาวะเศรษฐกิจถดถอย และเชื่อว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานจะช่วยให้อัตราเงินเฟ้อลดลงได้

ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้นักเศรษฐศาสตร์กังวลว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นอีกในช่วงที่เหลือของปี

เยลเลนกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวลดลงในไตรมาสสองหลังจากติดลบในไตรมาสแรก แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศโดยรวมยังแข็งแกร่ง แม้พฤติกรรมการใช้จ่ายจะเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากราคาอาหารและพลังงานสูงขึ้น

เมื่อถูกถามว่าจะวัดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้อย่างไร เยลเลนอธิบายว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีหลายแบบด้วยกัน ทั้งภาวะถดถอยแบบลึก (deep recessions), ภาวะถดถอยแบบตื้น (shallow recessions) และภาวะถดถอยที่มีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หรือภาวะถดถอยที่อาจเพิ่มอัตราการว่างงานเล็กน้อย ทั้งหมดนี้คือภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่แตกต่างกัน

เยลเลนกล่าวต่อว่าเมื่อเร็วๆ นี้เศรษฐกิจของสหรัฐเผชิญกับภาวะถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งกระตุ้นให้นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าในปีหน้าสหรัฐจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากขึ้น

แต่เยลเลนมองว่าตลาดแรงงานสหรัฐอยู่ในภาวะตึงตัว และค่าแรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากประชาชนกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานก็อาจบรรเทาความตึงตัวของตลาดแรงงานและช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้ ซึ่งเยลเลนมองว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ ซึ่งกล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวอีกในปีนี้และเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยมากขึ้น โดยต้องใช้เวลาหลายปีกว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับไปอยู่ที่ระดับ 2% ตามเป้าหมายของเฟด

Photo by REUTERS/Jonathan Ernst/File Photo

ความหวาดผวาเรื่องคริปโตกลายเป็นเรื่องจริงแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686139

วันที่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 11:45 น.

ความหวาดผวาเรื่องคริปโตกลายเป็นเรื่องจริงแล้ว

คำกล่าวจากธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ (BIS) สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ทรงอิทธิพลของโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์ – ธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements) หรือ กล่าวว่าการระเบิดเมื่อเร็ว ๆ นี้ในตลาดสกุลเงินดิจิตอลบ่งชี้ว่าขณะนี้มีการเตือนถึงอันตรายเกี่ยวกับอันตรายของเงินดิจิทัลแบบกระจายอำนาจที่มีมาเป็นเวลานาน ได้กลายเป็นรูปธรรมขึ้นมาแล้ว

BIS ซึ่งเป็นองค์กรหลักระดับโลกสำหรับธนาคารกลาง ได้ส่งคำเตือนในรายงานประจำปีที่กำลังจะเผยแพร่ https://www.bis.org ซึ่งได้เรียกร้องให้มีความพยายามมากขึ้นในการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางที่น่าดึงดูดใจมากขึ้น

อากุสตินส์ คาร์สเตนส์ (Agustin Carstens) ผู้จัดการทั่วไปของ BIS ชี้ให้เห็นถึงการล่มสลายของ ‘stablecoins’ ของ TerraUSD และ Luna เมื่อเร็ว ๆ นี้ และการตกต่ำ 70% ของ bitcoin สัญญาณเตือนตลาดคริปโต ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ว่ามีปัญหาเชิงโครงสร้าง

หากปราศจากอำนาจที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งสามารถใช้เงินสำรองที่ได้รับทุนจากภาษีได้ เงินทุกรูปแบบในท้ายที่สุดก็ขาดความน่าเชื่อถือ”

“ผมคิดว่าจุดอ่อนทั้งหมดเหล่านี้ที่เคยถูกชี้ให้เห็นก่อนหน้านี้นั้นค่อนข้างเป็นรูปธรรม” คาร์สเตนบอกกับรอยเตอร์ “คุณไม่สามารถต้านทานแรงโน้มถ่วงได้ … เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณต้องเผชิญหน้ากับเสียงเพลง”

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามูลค่าโดยรวมของตลาดคริปโตได้ลดลงมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เมื่อปัญหาลุกลามมากขึ้นเรื่อยๆ

คาร์สเตนกล่าวว่าไม่คาดว่าการล่มสลายจะทำให้เกิดวิกฤตอย่างเป็นระบบในลักษณะที่สินเชื่อที่ไม่ดีทำให้เกิดความผิดพลาดทางการเงินทั่วโลก แต่เขาเน้นว่าการสูญเสียจะมีขนาดใหญ่และธรรมชาติที่ไม่ชัดเจนของจักรวาลคริปโตทำให้เกิดความไม่แน่นอน

“จากสิ่งที่เรารู้ มันควรจะจัดการได้พอสมควร” คาร์สเตนกล่าว “แต่มีหลายสิ่งที่เราไม่รู้”

สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDCs)

BIS เป็นมีท่าทีขี้ระแวงในระยะยาวเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล และรายงานได้วางวิสัยทัศน์สำหรับระบบการเงินในอนาคต ซึ่งธนาคารกลางใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของ bitcoin และระบบของมันเพื่อสร้างสกุลเงินดิจิทัลของตนเอง

หน่วยงานการเงินในโลกประมาณ 90% กำลังสำรวจการใช้สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ตามที่ทราบกันดีอยู่แล้ว หลายคนหวังว่ามันจะทำให้พวกเขาพร้อมสำหรับโลกออนไลน์และผลักดันคริปโตออกไป แต่ BIS ต้องการประสานงานประเด็นสำคัญ เช่น ตรวจสอบให้แน่ใจถึงเรื่องการใช้งานข้ามพรมแดน

ความท้าทายเฉพาะหน้าส่วนใหญ่เป็นเรื่องเทคโนโลยี คล้ายกับที่โลกของโทรศัพท์มือถือต้องการการเข้ารหัสที่เป็นมาตรฐานในปี 1990 แต่ยังมีประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างตะวันตกกับประเทศต่างๆ เช่น จีนและรัสเซียที่เสื่อมโทรมลง

“สิ่งนี้ (การทำงานร่วมกัน) เป็นหัวข้อที่อยู่ในวาระการประชุม G20 มาระยะหนึ่งแล้ว .. ดังนั้นผมคิดว่ามีโอกาสดีที่สิ่งนี้จะก้าวไปข้างหน้า” คาร์สเตนกล่าว พร้อมเสริมว่ามีการใช้งานจริงของ CBDC ต่างๆ จำนวหนนึ่งในปีที่แล้ว

เมื่อถูกถามว่านานแค่ไหนก่อนที่จะตกลงร่วมกันกับมาตรฐานสากลสำหรับการทำงานร่วมกันของ CBDC เขากล่าวว่า: “ผมคิดว่าในอีกสองสามปีข้างหน้า คาดว่า 12 เดือนจะสั้นเกินไป”

Photo – REUTERS/Dado Ruvic /Illustration/File Photo

รัสเซียเสนอเงินเดือนให้อาสาสมัครที่ไปรบในยูเครนสูงลิ่ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686108

วันที่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 10:30 น.

รัสเซียเสนอเงินเดือนให้อาสาสมัครที่ไปรบในยูเครนสูงลิ่ว

อาสาสมัครที่ไปรบในยูเครนได้ค่าตอบแทนจากรัสเซียสูงมากแต่ส่วนใหญ่อายุเยอะ

สำนักข่าวบีบีซีรัสเซียและวอลล์สตรีตเจอร์นัลรายงานว่า กองทัพรัสเซียปรับเพิ่มเงินเดือนให้ทหารรับจ้างเป็นราวเดือนละ 4,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 141,338 บาท และหากทำลายเครื่องบินและรถถังได้ก็จะได้โบนัสเพิ่มเติมอีก

ดมิทรี ทหารผ่านศึกสงครามเชเชนในช่วงทศวรรษ 1990 ชาวรัสเซียเผยกับบีบีซีรัสเซียว่า ผู้สรรหายังเสนอจ่ายหนี้เงินกู้ยืมให้ด้วยหากเขาตกลงเซ็นสัญญาไปรบในยูเครน

บีบีซีรัสเซียรายงานอีกว่า มีการเสนอสัญญาระยะสั้นซึ่งกินเวลาไม่กี่เดือนด้วย โดยที่อาสาสมัครเหล่านั้นผ่านการฝึกอบรมเพียง 3-7 วัน ซึ่งสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ว่านักรบรัสเซียในยูเครนฝึกซ้อมมาไม่ดีพอและขาดแคลนอาวุธดิมิทรีเผยกับบีบีซีรัสเซียว่า อาสาสมัครส่วนใหญ่ที่ลงทะเบียนกับเขาในเมืองรอสตอฟของรัสเซียเป็นคนที่มีอายุมากกว่า 45 ปี “ผมมองดูแล้วว่านี่เป็นตั๋วแบบเที่ยวเดียว”

บีบีซีรัสเซียรายงานว่า ในจำนวนอาสาสมัครรัสเซียที่บีบีซีรัสเซียพบว่าเสียชีวิตระหว่างสู้รบในยูเครน 57% อายุมากกว่า 40 ปี

นอกจากนี้ การสู้รบในยูเครนทำให้ทรัพยากรของกองทัพรัสเซียหร่อยหรอลงอย่างหนัก โดยนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ทหารรัสเซียเสียชีวิตแล้วราว 10,000 คน ขณะที่ยูเครนเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า รัสเซียกำลังส่งกองกำลังสำรองจำนวนมากไปยังยูเครนตะวันออกเพื่อเสริมกำลัง

ด้าน แจ็ค วัตลิง ผู้ช่วยวิจัยจาก Royal United Services Institute เผยกับวอลล์สตรีตเจอร์นัลว่า เจ้าหน้าที่กองทัพบอกให้ทหารผ่านศึกแจ้งที่อยู่ให้กองทัพทราบ

โดยปกติทหารผ่านศึกที่ผ่านการคัดเลือกจากรัสเซียเหล่านี้มักถูกมองว่าอายุมากเกินไปที่จะไปสู้รบ แต่เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา สภารัสเซียลงมติให้ยกเลิกข้อจำกัดเรื่องอายุในการเป็นทหาร โดยก่อนยกเลิกผู้ที่จะเป็นทหารต้องมีอายุระหว่าง 18-40 ปี

Photo by Alexander NEMENOV / AFP

มากกว่าดีไซน์ คือตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/686107

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 17:15 น.

มากกว่าดีไซน์ คือตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่

ซูม 3 คีย์เวิร์ดหัวใจสำคัญของการออกแบบโชว์รูมรถที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ พร้อมชู Concept Design ของแฟลกชิปโชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ บนถนนพัฒนาการ-ศรีนครินทร์

มากกว่าดีไซน์ คือตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่

ในยุคที่แนวคิดด้านการออกแบบ แทรกซึมเข้าไปอยู่แทบจะทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต บ่อยครั้งที่การนำเสนอมุมมองหรือไอเดียสร้างสรรค์ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ ให้นักออกแบบขบคิด ด้วยหวังตอบสนองความต้องการของผู้คน ที่นับวันจะมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น การออกแบบโชว์รูมรถยนต์ก็เช่นกัน เหล่านักสร้างสรรค์พยายามตีโจทย์รอบด้าน นำเสนอองค์ประกอบทั้งภายนอกและภายในอย่างมีชั้นเชิง พร้อมปลุกเร้าความรู้สึก (Emotional) เสมือนว่าเพียงก้าวเท้าเข้ามาในโชว์รูมรถยนต์ คือจุดเริ่มต้นของการเปิดประสบการณ์ที่มากกว่าดีไซน์ เป็นสถานที่ตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

มากกว่าดีไซน์ คือตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่

ภายใต้แนวคิดดังกล่าวนี้ อาจพูดได้ว่าเป็นการดึงสิ่งที่ผู้คนกำลังมองหา มารวมไว้ ณ จุดเดียวเป็นความแตกต่างที่ถ่ายทอดออกมาให้สามารถจับต้องได้ เกี่ยวกับมุมมองใหม่ด้านการออกแบบโชว์รูมรถให้จับตาต้องใจนี้ คุณวิสูตร สุขพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีทู ดีไซน์ สตูดิโอ จำกัด (V2 Design Studio) ในฐานะผู้จุดประกายไอเดีย อธิบายถึงหลักการได้อย่างน่าสนใจว่า เป็นการสะท้อนแนวคิดที่แตกต่างจากอดีต ที่เน้นตัวผลิตภัณฑ์หรือรถยนต์เป็นที่ตั้ง เปลี่ยนมา ให้ความสำคัญกับการรังสรรค์ ‘ประสบการณ์ของผู้บริโภค’ (Customer Experience) โดยลงรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ นำเสนอผ่านหลากหลายมิติ ทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส เพื่อถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์

ที่น่าสนใจคือ แม้จะออกแบบแนวคิดเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับยานยนต์ หากการใส่ใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาในโชว์รูม ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่ต้องทำควบคู่กัน เป็นการมองในลักษณะของความเชื่อมโยง ตั้งแต่ออนไลน์ไปสู่ออฟไลน์ ซึมลึกไปถึงข้อมูล แล้วท้ายที่สุดต้องประเมินให้ได้ว่า ประสบการณ์แบบไหนกัน ที่ต้องการให้ลูกค้าหรือผู้คนทั่วไปได้สัมผัส

มากกว่าดีไซน์ คือตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่

“เราให้ความสำคัญกับ 3 กิจกรรมหลัก ซึ่งเป็นเสมือนจุดเชื่อมต่อของออฟไลน์ คือ 1. การสัมผัสและทดลองขับ (Touch & Test) 2. การส่งมอบ (Handover Moment) 3. บริการหลังการขาย Aftersales Service ผ่านการออกแบบประสบการณ์ทุกมิติ ที่เกี่ยวกับการนำเสนอรถยนต์ (Product Experience) ในบรรยากาศที่เหมาะสม (Retail Experience) และเอื้อต่อการบริการของพนักงาน (People Experience)” คุณวิสูตร เผย 3 คีย์เวิร์ดที่เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบโชว์รูมที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคใหม่ พร้อมชู Concept Design ของแฟลกชิปโชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ บนถนนพัฒนาการ-ศรีนครินทร์ ที่เป็นเสมือนภาพสะท้อนที่ชัดเจนของไอเดียสร้างสรรค์สุดบรรเจิด

เพียงแรกสัมผัส ต้องสะดุดตากับดีไซน์ส่วนหน้าของอาคาร (Architectural Façade) ที่ออกแบบเป็นกล่องกระจกใส และระนาบแนวนอนขนาดใหญ่ เหมือนกำลังลอยเคลื่อนออกจากกัน (Floating Box) ช่วยขยายการมองเห็นของอาคารได้เต็มหน้ากว้างถนน และแบ่ง Façade ออกเป็น 3 หน้าต่างย่อย ตามกลุ่มรถที่ต่างกัน โถงจัดแสดงหลักชั้นล่างให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง เชื่อมต่อเป็นมุมกว้างคล้ายแกลเลอรี่ กับองศาในการจัดวางรถยนต์ที่หลากหลาย แทรกด้วยพื้นที่รับรองลูกค้า เรียกว่า ‘customer stage’ แสดงถึงการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันแรก ต่างจากอดีตที่ผลิตภัณฑ์ต้องมาก่อน

มากกว่าดีไซน์ คือตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่

แน่นอนว่า การมองในมุมที่ต่างออกไป ช่วยปลุกเร้าความรู้สึกของผู้คน ราวกับกำลังเปิดประสบการณ์ใหม่ อยู่ในไลฟ์สไตล์มอลล์ขนาดย่อมๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นคนช่วงวัยไหน ก็สามารถเพลิดเพลินได้กับมุมต่างๆ ในโชว์รูม ระหว่างที่พ่อแม่ให้ความสนใจกับรายละเอียดของรถยนต์คันโปรด จากพนักงานที่บริการด้วยมิตรไมตรี เด็กๆ ก็สนุกสนานกับพื้นที่รับรองที่มีขนมขบเคี้ยว ตลอดจนอาหารว่าง และเครื่องดื่มที่จัดเตรียมไว้อย่างพิถีพิถัน ขับกล่อมด้วยเสียงเพลงที่คัดสรรค์ มาโดยเฉพาะ รวมถึงการออกแบบกลิ่นที่สื่อสารความเป็นแบรนด์ เคล้าบรรยากาศอบอุ่น จนเกือบลืมไปว่าที่นี่ คือ โชว์รูมรถยนต์

อีกหนึ่งไอเดียสร้างสรรค์ที่คุณวิสูตรอยากสะท้อนให้เห็น ผ่านงานดีไซน์ที่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลงอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างแยบยล ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยนัก สำหรับโชว์รูมรถยนต์ นั่นคือ พื้นที่ชั้นลอย (mezzanine) ที่ออกแบบและจัดวางอย่างลงตัว ช่วยสร้างมิติการมองเห็นในมุมกว้างได้รอบทิศ โดยระดับที่ต่างกันของชั้นลอยช่วยแบ่งโซน จัดแสดงตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ พร้อมเปิดให้แสงสว่างจากธรรมชาติสาดส่องผ่านช่องหลังคา สอดรับกับลิฟท์กระจกใสรอบด้าน เชื่อมการมองเห็นแบบ 360 องศา หรือเรียกว่า พาโนรามิกวิว (panoramic view) อันน่าตื่นตาตื่นใจ

มากกว่าดีไซน์ คือตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่

ทว่า ทั้งหมดอาจไร้ความหมาย หากฤกษ์สำคัญอย่างวันรับรถ ดูธรรมดาจนไม่น่าจดจำ โชว์รูม แห่งอนาคตนี้ จึงตั้งใจออกแบบห้องส่งมอบรถยนต์ให้มีความพิเศษ ด้วยขนาดของพื้นที่โอ่โถง ผสานรับแขกสุดหรูพร้อมจอแอลอีดีขนาดใหญ่ สำหรับไว้บันทึกช่วงเวลาแสนประทับใจ โดยพื้นที่ดังกล่าวยังสามารถปรับใช้ในกิจกรรมอื่นๆ เช่น อีเว้นท์เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ภายในโชว์รูม

มากกว่าดีไซน์ คือตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่

ตราบใดที่ไอเดียสร้างสรรค์ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญ ให้นักออกแบบหยิบมาใช้ได้อย่างไม่มีวันจบ อาคารดีไซน์สุดล้ำ ฟังก์ชั่นภายในสุดเจ๋ง หลุดจากกรอบความคิดเดิมๆ จะยังคงผุดขึ้นมาให้เห็น เป็นกระจกบานใหญ่ ที่สะท้อนถึงการตีโจทย์รอบด้านอย่างมีชั้นเชิง พร้อมกับสร้างการปลี่ยนแปลง ให้เกิดขึ้น ไม่เฉพาะในเชิงธุรกิจ หากยังมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้คนที่ได้สัมผัส และนำไปสู่การตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อย เป็นบทสรุปที่ว่า มากกว่าดีไซน์ แต่ครบ จบ ในที่เดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างลงตัว…เตรียมพบกับ บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ พัฒนาการ-ศรีนครินทร์ แฟลกชิปโชว์รูมแห่งใหม่ ที่พร้อมนำประสบการณ์พิเศษมาให้ได้สัมผัสช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้

ทำไมถึงควรค่ากับการเป็นเจ้าของ HURACAN TECNICA ไอคอนนิคความแรงใหม่ล่าสุดจาก LAMBORGHINI

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/686048

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 11:45 น.

ทำไมถึงควรค่ากับการเป็นเจ้าของ HURACAN TECNICA ไอคอนนิคความแรงใหม่ล่าสุดจาก LAMBORGHINI

LAMBORGHINI HURACAN TECNICA เผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย กับผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ผสานโลกแห่งงานดีไซน์และระบบวิศวกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

ทำไมถึงควรค่ากับการเป็นเจ้าของ HURACAN TECNICA ไอคอนนิคความแรงใหม่ล่าสุดจาก LAMBORGHINI

บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ จัดงานฉลองเปิดตัวไอคอนนิคแห่งความแรงใหม่ล่าสุดจากแบรนด์กระทิงดุ ‘LAMBORGHINI HURACÁN TECNICA’ สุดยอด ยนตรกรรมเครื่องยนต์ V10 แบบขับเคลื่อนล้อหลัง ที่พัฒนาเพื่อนักขับแนวหน้าผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบแห่งไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับและประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจทั้งในสนามแข่งและบนท้องถนน การเผยโฉมครั้งสำคัญนี้นับเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะได้รับเกียรติจาก มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี บินตรงแบบเอ็กซ์คลูซีฟมายังประเทศไทยเป็นครั้งแรกแล้ว ยังมีเหล่าเซเลบริตี้ และแฟนพันธุ์แท้กระทิงดุร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อมาร่วมยลโฉมผลงานระดับมาสเตอร์พีซจากตระกูล HURACÁN ด้วยเช่นกัน อาทิ วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์, เอกภัทร พรประภา, เมลนีย์ อยู่วิทยา, ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์, จิรชัย ไทยชาติ, ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี และ ปานหทัย สมรรถศรบุศย์ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด เมื่อค่ำวันพุธที่ 15 มิถุนายน 2565 ณ โชว์รูม ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ ถ.วิภาวดีรังสิต

ทำไมถึงควรค่ากับการเป็นเจ้าของ HURACAN TECNICA ไอคอนนิคความแรงใหม่ล่าสุดจาก LAMBORGHINI

สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การมาเยือนครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสำหรับผมที่ได้นำเสนอผลงานชิ้นเอกล่าสุดอย่าง Huracán Tecnica ให้แฟนพันธุ์แท้กระทิงดุชาวไทยได้ชมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ Huracán Tecnica คือการผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและระบบวิศวกรรมของลัมโบร์กินี เพื่อสร้างสรรค์ยานยนต์ตระกูล Huracán ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมือนกำลังขับเคี่ยวในสนามแข่งขันอันแสนเร้าใจ และเมื่ออยู่กับ Tecnica คุณจะมั่นใจได้ถึงสัมผัสที่เป็นหนึ่งเดียวกับยานยนต์และพื้นถนน ด้วยประสิทธิภาพการควบคุมทุกระบบยานยนต์ที่ง่ายดายเพียงปลายนิ้วในทุกโหมดการขับขี่และทุกสภาพแวดล้อม ที่สำคัญ Tecnica ยังเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ตระกูล Huracán ของเราให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเป็นโมเดลที่อยู่ระหว่างรุ่น RWD กับรุ่น STO ซึ่งเน้นการแข่งขันในสนามแข่งอย่างจริงจัง โดย Tecnica จะให้ความสำคัญกับการนำเสนอวิวัฒนาการใหม่แห่งดีไซน์อากาศพลศาสตร์และระบบวิศวกรรมชั้นเลิศ ประสิทธิภาพการขับขี่ และเครื่องยนต์ V10 ของ Huracán ที่มาพร้อมรูปลักษณ์การออกแบบที่สวยงามอย่างน่าหลงใหล”

ฟรานเชสโก้ สกาดาโอนิ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี เสริมว่า “เรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำ Huracán Tecnica มาให้ลูกค้าและสื่อมวลชนได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิดถึงโชว์รูมลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ โดยนับเป็นการเผยโฉมครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง Huracán Tecnica ถือเป็นซูเปอร์สปอร์ตอเนกประสงค์ที่มาพร้อมคาแรคเตอร์อันตอบโจทย์การขับขี่ทั้งบนท้องถนนและในสนามแข่งขัน อีกทั้งยังนำมาซึ่งจิตวิญญาณแห่งนักขับขี่และประสิทธิภาพเหนือใคร ที่ทุกคนต่างให้การยอมรับว่านี่คือหนึ่งในสมาชิกตระกูล Huracán ที่สร้างความประทับใจได้ไม่รู้เลือน”

ทำไมถึงควรค่ากับการเป็นเจ้าของ HURACAN TECNICA ไอคอนนิคความแรงใหม่ล่าสุดจาก LAMBORGHINI

อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “หลังจากที่ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี เพิ่งจัดงาน เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในรูปแบบดิจิทัลไปเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา วันนี้นับเป็นโอกาสอันดีสำหรับแฟนๆ กระทิงดุชาวไทยที่ได้มีโอกาสยลโฉม Huracán Tecnica อย่างใกล้ชิด ณ โชว์รูมลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ โดย Huracán Tecnica จัดเป็นยนตรกรรมเครื่องยนต์ V10 รุ่นล่าสุด ที่เติมเต็มกลุ่มโมเดลตระกูล Huracán ของเราให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ถูกออกแบบมาเพื่อนักขับแนวหน้าผู้แสวงหาอิสรภาพในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจทั้งในสนามแข่งและบนท้องถนน ซึ่งทางบริษัทฯ มั่นใจว่า โมเดลรุ่นใหม่ล่าสุดนี้จะตอบโจทย์ทุกความต้องการในการขับขี่และได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ลัมโบร์กินีทั่วประเทศอย่างแน่นอน”

ทำไมถึงควรค่ากับการเป็นเจ้าของ HURACAN TECNICA ไอคอนนิคความแรงใหม่ล่าสุดจาก LAMBORGHINI

ซูมเหตุผล ว่าทำไมถึงควรค่ากับการเป็นเจ้าของ Huracán Tecnica ไอคอนนิคความแรงใหม่ล่าสุดจาก Lamborghini

ความสำเร็จของ Huracán นั้นยืนยงมา 8 ปีแล้ว เรียกว่าเปิดตัวที่ไรก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับสาวกกระทิงดุทั่วโลกได้ทุกครั้ง เพื่อทำความรู้จัก Huracán Tecnica คันนี้มากขึ้น เราได้รวบตึงดีเทลของไอคอนนิคความแรงใหม่ล่าสุดจากแบรนด์กระทิงดุมาฝากกัน

ทำไมถึงควรค่ากับการเป็นเจ้าของ HURACAN TECNICA ไอคอนนิคความแรงใหม่ล่าสุดจาก LAMBORGHINI

Huracán Tecnica ถือเป็นโมเดลที่อยู่ระหว่างรุ่น RWD กับรุ่น STO มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ V10 5.2L มอบสัมผัสแห่งการขับขี่ที่ตื่นเต้นเร้าใจด้วยกำลังเครื่องยนต์ถึง 640 แรงม้าเช่นเดียวกับ STO โดยเพิ่มกำลังเครื่องยนต์อีก 30 แรงม้า จากรุ่น Huracán EVO RWD พร้อมระบบส่งกำลังที่ให้แรงบิดถึง 565 นิวตันเมตร สูงสุด 6,500 รอบต่อนาที และยังเพิ่มอัตราเร่ง 0-100 กม./ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.2 วินาทีเท่านั้น งานออกแบบยานยนต์น้ำหนักเบาของ Tecnica ยังมาพร้อมระบบ LDVI ที่ผ่านการคาลิเบรตใหม่และโหมดการขับขี่ที่ตั้งค่าระบบกันสะเทือนให้สอดรับการใช้งานเฉพาะแบบ รวมถึงการบังคับเลี้ยวล้อหลังและการปรับปรุงระบบลดความร้อนเบรกรุ่นล่าสุด ช่วยให้นักขับสัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่ยานยนต์ Huracán ที่สมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์ เพราะ Huracán Tecnica คือการระเบิดพลังสร้างสรรค์สุดยอดยานยนต์ที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและระบบวิศวกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อส่งมอบซูเปอร์สปอร์ตอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทั้งบนท้องถนนและในสนามแข่งขัน

ทำไมถึงควรค่ากับการเป็นเจ้าของ HURACAN TECNICA ไอคอนนิคความแรงใหม่ล่าสุดจาก LAMBORGHINI
ทำไมถึงควรค่ากับการเป็นเจ้าของ HURACAN TECNICA ไอคอนนิคความแรงใหม่ล่าสุดจาก LAMBORGHINI

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ ได้ที่: Lamborghini’s Official Website : https://www.lamborghini.com/ Lamborghini Bangkok’s Instagram : www.instagram.com/lamborghinirenazzomotor/

Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/686062

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 13:55 น.

Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ

เดินทางผ่านห้วงเวลาในศตวรรษที่ 20-21 ไปกับ Propaganda Bar บาร์ลับแห่งใหม่ใจกลางสุขุมวิท พร้อมจิบเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่คิดค้นขึ้นมาสอดรับกับธีมร้านได้อย่างลงตัว

Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ
Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ

ปักหมุดชิลเอาท์โลเคชั่นกลางกรุงที่สุขุมวิท 33 แนะนำ Propaganda Bar บาร์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการสื่อสาร ที่ซึ่งจะพาทุกคนไปในยุคที่วงการสื่อสารได้บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านรอยต่อแห่งยุคสมัยที่สิ่งเหล่านั้นได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเรา จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ Propaganda Bar แห่งนี้เป็นสถานที่ที่พร้อมต้อนรับผู้คนที่จะมาแลกเปลี่ยนบทสนทนาและสร้างมิตรภาพใหม่ ๆ พร้อมละเลียดบรรยากาศและเครื่องดื่มรสเลิศ 

Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ
Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ

Propaganda Bar ก่อตั้งโดย ทอม แอทธิ ผู้ก่อตั้ง สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ หนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ชั้นนำที่สำนักงานตั้งอยู่บนใจกลางกรุงเทพมหานคร ย่านสุขุมวิท ซึ่งบาร์แห่งนี้ได้นำเสนอกลิ่นอายความรุ่งเรืองของสื่อสารมวลชนในแต่ละยุคไว้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ และการโฆษณา แวดล้อมด้วยการตกแต่งด้วยภาพและไอคอนแห่งยุคที่โด่งดังอย่างภาพวาดของ Winston Churchill ปกนิตยสาร Donald Trump ที่วางอยู่เคียงกับโปสเตอร์ของ Che Guevara รวมถึงประกาศโฆษณาในยุคสหภาพโซเวียต ที่บอกได้เลยว่าเมื่อคุณก้าวเข้าไปใน Propaganda Bar แห่งนี้ก็เหมือนคุณได้เดินทางข้ามเวลาไปในยุคสมัยนั้นเลยทีเดียว 

Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ

“สำหรับผม ศิลปะในการสื่อสารนั้นแทบจะเป็นจิตวิญญาณของผมไปแล้ว ซึ่งผมก็อยากจะถ่ายทอดความรู้สึกนี้ให้ทุกคนได้สัมผัสกันที่ Propaganda Bar จริงอยู่ที่บาร์อื่น ๆ รอบกรุงเทพฯ ล้วนมีเรื่องเล่าและคอนเซปต์ของตัวเอง หากแต่ผมยังไม่เคยเห็นว่าจะมีที่ไหนที่จะเป็นสถานที่สำหรับคนในวงการสื่อสารได้มาพบปะสังสรรค์กันจริง ๆ ผมจึงสร้างที่นี่ขึ้นเพื่อหวังให้เป็นสถานที่ให้คนที่ทำงานและบริษัทในวงการสื่อสารได้ใช้เป็นที่นัดพบ จัดงาน หรือจะแค่แวะมาเพลิดเพลินยามค่ำคืนกับเพื่อนฝูงอย่างสนุกสนานก็ได้” ทอม แอทธิ กล่าว

“ในช่วงเวลาที่ยากลำบากจากสถานกาณ์โควิดที่ผู้คนต้องเว้นระยะห่างกันมากขึ้น เราเองก็หวังว่าจะสามารถเป็นอีกเงาสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารที่มีต่อการใช้ชีวิตในสังคม และจะดีเพียงใดหากเราได้ช่วยให้คนเหล่านั้นได้กระชับความสัมพันธ์ได้ดียิ่งขึ้น” ทอม กล่าวเสริม

Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ
Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ
Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ
Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ

เมื่อมาถึงบาร์ หากไม่กล่าวถึงเครื่องดื่มเลยเรื่องเล่าก็คงไม่สมบูรณ์นัก ซึ่งที่ Propaganda Bar แห่งนี้ก็มี ไม่ว่าจะเป็น The Churchill, Red Revolution และ The Reporters’ Revenge ที่คิดค้นและบรรจงเสิร์ฟโดย Garry Escabel Mejia บาร์เทนเดอร์ฝีมือฉมังที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน แม้แต่การเลือกสรรวัตถุดิบในการมาปรุงเครื่องดื่มสุดพิเศษแต่ละแก้วที่ผสมผสานด้วยผลไม้ออแกนิก สด สะอาด ปลอดภัยจากฟาร์มที่นครนายกของเจ้าของบาร์แห่งนี้อีกด้วย

Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ
Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ
Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ

ไม่เพียงเท่านั้น  Propaganda Bar ยังมีแผนต่อยอดเพื่อรองรับการจัดงานอีเวนต์และงานแสดงภาพถ่ายสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกด้วย และเพื่อเป็นการตอกย้ำว่า Propaganda Bar คือแหล่งพักผ่อนหย่อนใจสำหรับคนในวงการสื่ออย่างแท้จริง ทางบาร์ยังได้เตรียมมอบส่วนลดพิเศษให้กับสื่อมวลชน นักเขียน ผู้จัดพิมพ์ บริษัทโฆษณา สถานีวิทยุ โปรดักชั่นรายการทีวี รวมถึงบริษัทตัวแทนซื้อสื่อ ในทุกครั้งที่มาเยือนบาร์แห่งนี้อีกด้วย 

Propaganda Bar บาร์ลับย่านใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อแบบไม่ต้องชวนเชื่อ

ตามมาพบกับ Propaganda Bar ได้ที่สุขุมวิท 33 ซอย 1 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16:00 – 23:00 น. สอบถามโทร. 081 838 6809 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Propaganda Bar

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/685711

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 12:50 น.

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

เช็กอินร้านอาหารอิตาเลียนแห่งใหม่บรรยากาศเทรนดี้อาร์ททิส กับ “Terra Nova” โดดเด่นด้วยอาหารอิตาเลียนสไตล์โมเดิร์น ชูรสต้นตำรับ เสิร์ฟความอร่อยอย่างลงตัว พร้อมการเดินทางสะดวก ตั้งอยู่ที่ The Crystal เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา รับรองว่ามาแล้วต้องร้อง Wow!

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

โพสต์ทูเดย์ เช็กอินกินเที่ยวร้านอาหารอิตาเลียนเปิดใหม่ย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ใน The Crystal  กับร้าน Terra Nova ร้านอาหารที่ชูจุดเด่นในเรื่องของ Modern Italian Cuisine  หวังเปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารอิตาเลียน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Bring an imagination to the authentic cuisine ให้จินตนาการผสานกับอาหารต้นตำรับ 

สำหรับความหมายของชื่อร้าน มาจากคำว่า Terra ที่หมายถึง ดิน โลก กับคำว่า Nova ที่หมายถึง ดวงดาวที่สุขสว่าง สื่อรวมความหมาย Terra Nova หมายถึงการปั้นดินสู่ดาว เปรียบได้กับอาหารสูตรดั้งเดิมที่ผสานสูตรโมเดิร์นที่ให้เกิดความลงตัวและถูกปากคนไทย

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

คุณสุจิตรา เกษสุวรรณ์ General Manager เผยว่า “การที่ครอบครัว คู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือคนทำงาน มองหาร้านอาหารเพื่อเลือกมาใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน หรือจะเป็นการนัดพูดคุยเรื่องงานและธุรกิจ เชื่อว่าอาหาร อิตาเลียนเป็นหนึ่งในลิสต์ที่คนนิยม ซึ่งร้านเราตอบโจทย์แน่นอนด้วยรสชาติและบรรยากาศสนุกๆ แต่ยิ่งกว่าการมอบประสบการณ์ด้านอาหาร เรายังใส่ใจทุกรายละเอียด ทั้งการคัดสรรวัตถุดิบ เมนูที่ครีเอทจากเชฟมืออาชีพ เพิ่มอรรถรสในการทานด้วยการจัดจานอย่างพิถีพิถัน การตกแต่งร้าน รวมถึงการเลือกภาชนะ ตอกย้ำความเป็น Modern Italian Cuisine ที่แตกต่างอีกหนึ่งสิ่งและเป็นจุดเด่นของร้าน จะเน้นภาชนะสีดำเหมือนแทนผืนผ้าใบที่เชฟเป็นผู้แต่งแต้มสีสันเติมชีวิตชีวาให้กับมื้ออาหาร และเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเลือกไม่ผิด คือการบริการที่มีการอบรมพนักงานด้านนี้โดยเฉพาะ ให้สัมผัสได้ว่าเป็นมื้อพิเศษจริงๆ”

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova
เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

ไม่เพียงอาหารที่การันตีความอร่อยแบบต้นตำรับอิตาเลียน บรรยากาศและการตกแต่งร้านยังให้ความรู้สึกโมเดิร์นด้วยสีดำตัดความฉูดฉาดให้โดดเด่นอย่างมีสไตล์ด้วยสีส้มอิฐชวนสะดุดตาทันทีที่ได้เห็น ภายในร้านตกแต่งน่าค้นหาด้วย Nova Galleria เสพงานศิลป์จากศิลปินอิตาลีชื่อดัง ฟอร์นาสเซ็ตติ (Fornasetti) พร้อมสั่งทำโคมไฟพิเศษขึ้นมา เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของร้าน ในส่วนของฝ้าและผนังเลือกใช้สีเมทัลลิค ปูนเปลือยและสีซีเมนต์ ประดับด้วยเครื่องปั้นดินเผาคู่กับงานสแตนเลสสีทองและสีโรสโกลด์ ดีไซน์ให้เกิดความแตกต่างแต่ลงตัวสะท้อนถึงร้าน Terra Nova ได้อย่างชัดเจน ทั้งยังโล่ง โปร่ง สบาย ด้วยกระจกรอบด้าน สัมผัสได้ถึงแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามา มีทั้งโซนส่วนตัวและรับรองสำหรับกลุ่มใหญ่ นับเป็น WOW Ambience ที่มีครบทุกความรู้สึกในที่เดียว การันตีการบริการดีสร้างความประทับใจแบบ Wow Service ให้มื้อนี้เป็นมื้อพิเศษสำหรับคุณ 

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova
เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

ร้านนี้การันตีด้วย Nova Chef Squad 4 เชฟมากประสบการณ์มาร่วมรังสรรค์เมนู เชฟอ๊อตโต้-ประภาศน์ ปาณะวีระ ดีกรี Top Chef Thailand Season 2 และตัวแทนประเทศไทยแข่งขันที่สิงคโปร์ FHA Culinary Challenge 2018 Singapore, Hong Kong International Culinary Classic 2019 พร้อมด้วย เชฟอาดัม-อาดัม นิโคมเดส ลินเดอร์ ลูกครึ่งไทย-สวิต ผู้มีประสบการณ์จากร้านอาหารและโรงแรมชื่อดังทั้งในและต่างประเทศกว่า 25 ปี เชี่ยวชาญด้านอาหารอิตาเลียนเป็นอย่างดี รวมถึงเชฟพลอย-ฐาติกานต์ ตัณฑจินนะ และ เชฟโอ๊ค-กรณัฐ ธรรมอำนวยสุข ร่วมปรุงอาหารและครีเอทเมนูรสเลิศ ชื่อชั้นฝีมือเชฟขนาดนี้รับรองความ WOW Professional Chef อย่างแน่นอน

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

ทางด้านอาหารทุกคนจะได้เอ็นจอยกับอาหารอิตาเลียนขนานแท้ ไม่ว่าจะเป็น Bruschetta, Salumi & Formaggi, Fritti รวมไปถึงซุป, สลัด, สเต๊ก, พาสต้า, พิซซ่าที่มีให้เลือกมากกว่า 15 หน้า ผ่านการรังสรรค์โดยเชฟมากประสบการณ์ ยิ่งทำให้อาหารแต่ละเมนูนั้นมีความพิเศษ และด้วยครัวแบบ Semi-Open Kitchen เราจึงสามารถมองเห็นเชฟมืออาชีพปรุงอาหาร และมั่นใจได้ในเรื่องของความสะอาด

เมนูแนะนำ

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

 

1.Crab meat involtino -Sping rool filli with clab meat,cream cheese premium mozzarella cheese,and BBQ sauce เปอะเปี๊ยะใส้เนื้อปูกับชีสมอสซาเรลล่า

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

2.Shennong crispy mushroom -Shiitake mushrooms coated with bread crumbs and fried in rice bran oil served with pesto mayonnaise dip เห็ดทอด ซอสเพสโต้มาโย

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

3.Seared tuna saku kale avocado salad -Kale with seared tuna,avocado,red and yellow cherry tomatoes,boiled egg,quinoa and sesame dressing สลัดผักเคล,ปลาทูน่า,ไข่ต้ม และควินัว เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดงาคั่วญี่ปุ่น

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

4.Grilled prawns with tasty salami salad -Mixed salad with prawns,spicy salami,red radish and walnut สลัดผักรวมออแกนิค และกุ้งย่างกับซาลามี่รสเผ็ด

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

5.Morderno pizza with prosciutto -Classic pizza with tomato sauce,mozzarella cheese,arugula and soft burrata cheese on top พิซซ่าโพรชุตโต้แฮม และชีสบูราต้า

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

6.Lanna taste pinsa -Pizza oval shape with smoke bacon,capsicum,beef tomatoes and premium mozzarella cheese พิซซ่าวงรี มะเขือเทศเนื้อ,เบคอนรมควัน,พริกหยวก และชีสมอสซาเรลล่า

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

7.Spaghetti with dried chilli shrimp,squid tentacles bacon,uni and salmon roe สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้ง พร้อมวัตถุดิบอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เบคอน, กุ้ง, หนวดปลาหมึก, ไข่แซลมอน และไข่หอยเม่น ปรุงรสให้มีความเผ็ด และเค็มบางๆ พร้อมกลิ่นหอมจากใบโหระพาอิตาเลียน จะทำให้รสชาติของอาหารจานนี้ล้ำลึกจนคุณคาดไม่ถึง

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

9.Japanese pumpkin tiramisu -Tiramisu from japanese pumpkin coconut milk,pavesini lady fingers,lavazza coffee,purple potatoes,vanilla ice cream and pumpkin chips ทิรามิสุฟักทองญี่ปุ่น,มันม่วง และไอศกรีมวนิลลา

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

10.Purple spiral tart -Lemon curd with a layer of purple potatoes and top with crispy pumpkin chips เลมอนเคิร์ด,มันม่วงทาร์ต และฟักทองกรอบ

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova
เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova
เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารสไตล์ Modern Italian Cuisine @Terra Nova

Terra Nova พร้อมเสิร์ฟความอร่อยกับเมนูอาหารอิตาเลียนและเครื่องดื่มสุด Wow ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ภายใต้มาตรการความปลอดภัยและปฏิบัติตาม SHA+ เพื่อการันตีได้ว่าร้านนี้มีความปลอดภัย พบกันได้ที่อาคาร Veranda ชั้น 2 The Crystal (Ekamai-Ramindra) เดินทางสะดวกย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เปิดให้คุณได้สัมผัสความสนุกอร่อยประทับใจทุกองศาแล้ววันนี้ โทร 02 102 2002 หรือ 063 220 9889

มหาเศรษฐีคริปโตเผยเฟดทำให้สกุลเงินดิจิทัลตกต่ำลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686078

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 16:37 น.

มหาเศรษฐีคริปโตเผยเฟดทำให้สกุลเงินดิจิทัลตกต่ำลง

คริปโตเคอร์เรนกำลังเผชิญกับช่วงขาลงและมหาเศรษฐีคริปโตรายนี้บอกว่าธนาคารกลางสหรัฐเป็นคนทำให้มันตกต่ำ

สำนักข่าว NPR รายงานว่า แซม แบงก์แมน-ไฟรด์ ซีอีโอแอพพลิเคชันซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล FTX เผยว่า “ตัวขับเคลื่อนหลักของเรื่องนี้คือธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)”

แบงก์แมน-ไฟรด์บอกกับ NPR ว่า เฟดขึ้นดอกเบี้ยอย่างแรงเพื่อสู้กับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และนั่นนำมาสู่การเปลี่ยนการคาดการณ์ความเสี่ยง

มหาเศรษฐีรายนี้กล่าวว่า เขาซาบซึ้งในความยากลำบากของสิ่งที่ธนาคารกลางกำลังพยายามทำ และบอกว่าเฟดกำลังตกที่นั่งลำบาก และตอนนี้แนวโน้มธุรกิจของเขาเองหลายอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเฟดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

สัปดาห์นี้เฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 และเมื่อยุคของดอกเบี้ยถูกเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว ก็จะเกิดความกังวลในตลาดการเงินและคริปโตเคอร์เรนซีจะอยู่ในโหมดการล่มสลาย

“อันที่จริงตลาดกำลังหวาดกลัว” แบงก์แมน-ไฟรด์เผย “คนที่มีเงินกำลังหวาดกลัว”

สัปดาห์ที่แล้ว Bitcoin ร่วงราว 20% และยังคงถูกเทขายในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะนี้มูลค่าลดลงกว่าครึ่งจากมูลค่าเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่วนสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ร่วงหนักกว่า อาทิ Ether ซึ่งดิ่งลงกว่า 70% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ทว่า สิ่งที่น่าห่วงกว่านั้นคือ ผลกระทบที่จะเกิดกับนักลงทุนมือสมัครเล่นจำนวนมหาศาลที่เพิ่งจะลงทุนในคริปโตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

แบงก์แมน-ไฟรด์เผยว่า ผลกระทบของตลาดคริปโตขาลงสามารถเป็นตัวกำหนดกฎระเบียบของคริปโตซึ่งกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดในสภาสหรัฐ เขากล่าวว่า มีแนวโน้มว่าจะมีการตรวจสอบที่เพิ่มขึ้นว่ามีการกู้เงินมาลงทุนในอุตสาหกรรมคริปโตอย่างไร และบริษัทต่างๆ มีความโปร่งใสอย่างไรเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ประเทศเล็กใจกล้าท้าหมี เมื่อลิทัวเนียขวางทางรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686097

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 19:37 น.

ประเทศเล็กใจกล้าท้าหมี เมื่อลิทัวเนียขวางทางรัสเซีย

ด้วยการอ้างมติของสหภาพยุโรป ลิทัวเนียทำสิ่งที่คาดไม่ถึงด้วยการขวางลำการขนส่งไปยังจุดยุทธศาสตร์ของรัสเซีย

หากใครช่างสังเกตสักนิด จะพบว่าระหว่างการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ประเทศที่ “โวยวาย” มากเป็นพิเศษคือเพื่อนบ้านของรัสเซียกับยูเครน ประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่มีทั้งขนาดกลางและขนาดย่อมที่ตามปกติไม่ได้มีปากมีเสียงอะไรในเวทีโลกนัก เพราะเป็นแค่ “ประเทศ SMEs” ไม่ใช่มหาอำนาจที่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่

พวกมหาอำนาจนั้นทางหนึ่งก็คว่ำบาตรรัสเซียอย่างหนักมือ แต่ก็ยั้งท่าทีหลายครั้งเหมือนกันจนดูเหมือน “เกรงใจ” รัสเซีย ยิ่งทำให้ประเทศขนาดย่อมพวกนี้ไม่พอใจ และต้องใช้วาจาและท่าทีหนักๆ กับรัสเซียกันเอง บางครั้งถึงกับกดดันกลุ่มที่ตนสังกัด (คืออียูและนาโต) ให้เต็มที่กับรัสเซียเสียที

ประเทศพวกนี้ส่วนใหญ่หากไม่กลัวว่าตัวเองจะตกที่นั่งแบบเดียวกับยูเครน ก็มักจะมีประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดเพราะถูกกระทำจากรัสเซีย ดังนั้นเมื่อเห็นชะตากรรมของยูเครน ประเทศย่อมๆ เหล่านี้จึงนิ่งเฉยไม่ไหว

แต่ก็นั่นแหละ ประเทศจำพวกรัฐกันชนระหว่างรัสเซียกับยุโรปตะวันตกมักเป็นเบี้ยในกระดานหมากรุกอำนาจแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา หากไม่ถูกรัสเซียเขมือบก็มักจะถูกตะวันตกทอดทิ้งเมื่อตะวันตกต้องการถ่วงดุลอำนาจกับรัสเซีย

ประเทศที่ในกลุ่มบอลติกคือกลุ่มที่เข้าข่ายนี้ที่สุด คือเอสโตเนีย ลัทเวีย และลิทัวเนีย

ทั้ง 3 ประเทศนี้เป็นรัฐโบราณเก่าแก่ในแถบทะเลบองติก บางรัฐยิ่งใหญ่ถึงขนาดมีดินแดนครอบคลุมยูเครนและรัสเซียด้วยซ้ำ แต่เพราะความไม่จีรังของประวัติศาสตร์ ดินแดนพวกนี้จึงถูกกลืนบ้าง ถูกเฉือนแผ่นดินกลายเป็นรัฐย่อมๆ บ้าง และสิ้นชาติไปเลยในบางช่วง กระทั่งในศตวรรษที่ 19 เอสโตเนีย ลัทเวีย และลิทัวเนียก็ตกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซียอยู่เหยียบร้อยปีโดยที่มหาอำนาจในยุโรปก็ยอมให้ทำเช่นนั้น เพื่อจะถ่วงดุลกับ “พญาหมี”

จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 และการสิ้นสุดของจักรวรรดิรัสเซีย เอสโตเนีย ลัทเวีย และลิทัวเนียก็ถือโอกาสประกาศเอกราช เป็นประเทศที่มีอธิปไตยอีกครั้ง แต่แล้วความไม่จีรังก็เกิดขึ้นอีก ยุโรปเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกนาซีเยอรมันรุกเข้ามาครอบครองดินแดนเหล่านี้ก่อน ตามด้วยสหภาพโซเวียตที่ตีกลับพวกนาซี พอสิ้นสงครามใหญ่แล้ว พวกโซเวียตไม่ยอมกลับไป แต่ผนวกเอา เอสโตเนีย ลัทเวีย และลิทัวเนียเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตเสียเลย

ทั้ง 3 ชาตินี้ถูก “รัสเซีย” ผนวกดินแดนถึง 2 ครั้ง แต่และครั้งจะถูก “กลืนชาติ” ด้วยการยัดเยียดความเป็นรัสเซียให้ (Russification) ห้ามใช้ภาษาของตน วัฒนธรรมถูกกดขี่เพื่อให้เป็นหนึ่งเดียวกับประเทศผู้ปกครอง แต่แม้จะถูกกดขี่หลายสิบปีจนถึงนับร้อยปี ชาวรัฐบอลติกก็ยังรักษาอัตลักษณ์ของตนเอาไว้ได้

เมื่อได้เอกราชอีกครั้งเมื่อสหภาพโซเวียตพังพินาศ จึงไม่ต้องประหลาดใจหากเอสโตเนีย ลัทเวีย และลิทัวเนียจะระแวงรัสเซียเป็นพิเศษ เพราะพวกเขาถูกย่ำยีมากก่อน

พวกรัฐบอลติกเหล่านี้ยังต่างจากยูเครนที่รัสเซีย “เคลม” ได้ว่าเป็นญาติกันในทางภาษาและวัฒนธรรมอีกทั้งยังเกี่ยวดองทางประวัติศาสตร์แบบแยกกันลำบาก ตรงกันข้ามรัฐบอลติกไม่ใช่ญาติอะไรกับพวก “ชนชาติรุส” และยังมีวัฒนธรรมที่ต่างกัน ยิ่งทำให้ญาติดีกันลำบาก

ช่วงที่เอสโตเนีย ลัทเวีย และลิทัวเนียถูกสหภาพโซเวียตยึดเอาดื้อๆ นั้น พวกตะวันตกแม้ไม่ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ชอบธรรม แต่ก็ทำได้แค่นั้น ไม่ได้ช่วยแย่งเอกราชคืนให้ทั้ง 3 ประเทศ เพราะขืนทำแบบนั้นมันจะกลายเป็นมหาสงครามขึ้นอีกครั้งทันที

ดังนั้นโปรดเข้าใจว่าทำไมทั้ง 3 ประเทศจึงทั้งกลัวรัสเซียและทั้งไม่ไว้ใจชาติตะวันตก

ความระแวงนี้หยั่งลึกเอามากๆ ลองคิดดูว่า 3 ชาตินี้ เอสโตเนีย ลัทเวียมีแผ่นดินติดกับรัสเซียและเบลารุส (พันธมิตรของปูติน) ส่วนลิทัวเนียนั้นควรจะ “ชิล” กว่าเพื่อนเพราะติดแค่เบลารุสและไม่ได้ติดกับ “แผ่นดินใหญ่รัสเซีย” แต่มีท่าทีร้อนรนกว่าอีก 2 ประเทศ

จะเห็นได้จากเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นวันดีเดย์รัสซียบุกยูเครน ลิทัวเนียได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครนของรัสเซีย และยังได้เรียกร้องให้นาโตใช้มาตรา 4 จัดให้มีการปรึกษาหารือเรื่องความมั่นคงด้วย (เมื่อ “บูรณภาพแห่งดินแดน ความเป็นอิสระทางการเมือง หรือความมั่นคงของสมาชิกใดสมาชิกหนึ่งถูกคุกคาม”) ขณะที่เอสโตเนียกับลัทเวียที่ติดกับแผ่นดินใหญ่รัสเซียแท้ๆ กลับไม่ได้ร้อนใจเท่าลิทัวเนีย

เพราะอะไร? เพราะลิทัวเนียตื่นตูมไปหรือเปล่า?

ย้อนกับข้างต้น ตอนที่ผู้เขียนบอกว่าลิทัวเนีย “ไม่ได้ติดกับแผ่นดินใหญ่รัสเซีย” นั้น ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ได้ติดกับรัสเซีย

อันที่จริงลิทัวเนียติดกับรัสเซียเต็มๆ แต่เป็นส่วนที่เรียกว่า “คาลินินกราด” ในทางภูมิศาสตร์มันเป็น Enclave (ดินแดนแทรก) หมายถึงส่วนใด ๆ ของรัฐหนึ่งๆ ที่ถูกดินแดนของรัฐอื่นล้อมไว้ทั้งหมด คาลินินกราดถูกตัดขาดจากรัสเซียส่วนใหญ่ (หรือแผ่นดินใหญ่) โดยมี 3 รัฐบอลติกกันเอาไว้และมีลิทัวเนียขวางพรมแดนตะวันออกไว้ทั้งหมด

พูดง่ายให้เห็นภาพคือถ้าลิทัวเนียจะล้อมคาลินินกราดก็ย่อมทำได้ แค่ตัดเส้นทางขนส่งทั้งหมด

คาลินินกราดเดิมก็ไม่ใช่ของรัสเซีย แต่เป็นของเยอรมนี ถือเป็น “หัวใจของปรัสเซีย” หรือรัฐเยอรมันโบราณด้วยซ้ำ (ในชื่อเดิมว่าเคอนิกแบร์ก) แต่พอสหภาพโซเวียตรุกไล่พวกนาซีออกไปก็ถือโอกาสเขมือบมันซะเลย พร้อมด้วย 3 รัฐบอลติก

คาลินินกราดมีความสำคัญยิ่งยวดต่อรัสเซีย เพราะตอนเหนือของรัสเซียมีทางออกทะเลน้อย ทะเลแถบนั้นมักจะหนาวจนมีน้ำแข็งมาก คาลินินกราดที่อยู่ใต้ลงไปจึงเป็นทั้งท่าเรือที่มีประสิทธิภาพและเป็นฐานทัพเรือสำคัญของกองเรือบอลติกของรัสเซียด้วย มันจึงเป็นทั้งเส้นเลือดทางน้ำและแสนยานุภาพทางทะเลของรัสเซีย

แต่ในช่วงกลางค่อนปลายเดือนมิถุนายน 2022 ลิทัวเนียที่แสดงอาการผวารัสเซียมาโดยตลอดก็ทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายขึ้นมา

เมื่อทางการลิทัวเนียสั่งห้ามการขนส่งสินค้าที่ได้รับอนุมัติจากสหภาพยุโรปทั่วทั้งอาณาเขต ซึ่งรวมถึงเส้นทางรถไฟทางเดียวระหว่างรัสเซียแผ่นดินใหญ่และเขตพื้นที่คาลินินกราด สินค้าต้องห้าม ได้แก่ ถ่านหิน โลหะ วัสดุก่อสร้างและเทคโนโลยีขั้นสูง

รัสเซียโมโหโกรธาเป็นอันมาก จากรายงานของ Reuters กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียถึงกับเรียกตัว (summon) ทูตระดับสูงของลิทัวเนียในกรุงมอสโกเพื่อประท้วง และดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สถานการณ์รุนแรงกว่าปกติ” และ “การตัดสินใจครั้งนี้เหนือความคาดหมายจริงๆ มันเป็นการละเมิดทุกสิ่ง”

กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียถึงกับบอกว่าการกระทำนี้คือการ “เป็นศัตรูอย่างเปิดเผย”

จากรายนงานของ Reutersลิทัวเนียกล่าวว่าเป็นเพียงการดำเนินการคว่ำบาตรตามสหภาพยุโรปซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่มีจุดประสงค์เพื่อลงโทษประธานาธิบดีวลาดิมีร์ปูตินที่รุกรานยูเครน

กาเบรียลเลียส ลันด์สเบริจิส รัฐมนตรีต่างประเทศลิทัวเนียกล่าวกับผู้สื่อข่าวในลักเซมเบิร์ก

“ไม่ใช่ว่าลิทัวเนียที่ทำตามใจชอบ แต่เป็นมาตรการคว่ำบาตรของยุโรปที่เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน” พร้อมกับย้ำว่าที่ทำไปนั้นได้ผ่านการปรึกษาหารือกับคณะกรรมาธิการยุโรปและภายใต้แนวทางของคณะกรรมาธิการยุโรปแล้ว

แต่ก็นั่นแหละ แม้จะเป็นจุดยืนร่วมกันของยุโรป แต่ลิทัวเนียทำตามลำพังแท้ๆ และถือว่า “ห้าวหาญ” มาก เพราะตัวเป็นด่านหน้าที่โอบล้อมคาลินินกราดโดยตรง หากคาลินินกราด (หรือรัสเซีย) คิดจะทำอะไรขึ้นมากับกองเรือบอลติก ลิทัวเนียก็จะเจอไปเต็มๆ ก่อนใคร

ลิทัวเนียคงมั่นใจแล้วว่าตัวเองเป็นสมาชิกนาโต ถ้ารัสเซียทำอะไรตนขึ้นมาก็เท่ากับทำกับนาโตทั้งกลุ่ม (ตามข้อตกลงที่ทำกันไว้ว่าจะต้องช่วยปกป้องกัน) แม้แต่สื่อต่างประเทศยังใช้คำในทำนองว่า “รัสเซียขู่ลิทัวเนียซึ่งเป็นสมาชิกนาโต” ราวกับว่าต้องการยั่วให้ “เข้าใจผิด” ว่ารัสเซียกำลังจะเล่นงานนาโต ทั้งๆ ที่ความจริงลิทัวเนียแหย่หนวดหมีก่อนโดยอ้างมติสหภาพยุโรป

อย่างนี้เองที่รัสเซียถึงได้บอกว่า สหภาพยุโรปกำลังทำตัวเป็นกลุ่มความมั่นคงมากขึ้นทุกที ทั้งๆ ที่กลุ่มนี้ควรจะโฟกัสเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ หากเกิดกรณีแบบลิทัวเนียมากๆ เข้า รัสเซียก็อาจจะเหมารวมว่าสหภาพยุโรปไม่ใช่กลุ่มเศรษฐกิจและสังคมแล้ว แต่เป็นกลุ่มความมั่นคงอำพรางที่ทำงานรับใช้นาโต

การเล่นแง่กับรัสเซียของลิทัวเนียจึงมีนัยที่อันตรายมาก

แน่นอนว่าลิทัวเนียและ 3 รัฐบอลติกมีเรื่องคาใจกับรัสเซียมาอย่างยาวนาน แต่การปะทะตรงๆ แบบนี้ ทำให้แทนที่จะเป็น “กันชน” ของตะวันตกกับรัสเซีย กลับจะเป็นชนวนการศึกสงครามเอาง่ายๆ ได้เหมือนกัน

ซึ่งสหภาพยุโรปก็เล็งเห็นจุดนี้ เมื่อกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย “เรียกตัว” ผู้แทนสหภาพยุโรปเข้าพบ ผู้แทนก็ตอบแบบไม่ให้รัสเซียเกรี้ยวกราดว่า “ไม่มีการปิดล้อมคาลินินกราด ไม่ต้องสงสัยในเรื่องนี้” และสินค้าที่ไม่ได้เข้าข่ายต้องห้ามจะถูกส่งผ่านเข้าไปในคาลินินกราดได้ต่อไป

ประเด็นก็คือ สินค้าที่ถูกลิทัวเนีย (และสหภาพยุโรป) แบนนั้น เป็นสินค้าจำเป็นต่อชีวิตผู้คนทั้งสิ้น การที่ตอบง่ายๆ ว่า “ถ้าไม่ได้ถูกห้ามก็ผ่านไปได้” คงยากจะทำให้รัสเซียพอใจได้

ผลก็คือรัสเซียไม่พอใจ สำนักข่าว IFX จึงรายงานว่าเลขาธิการสภาความมั่นคงของรัสเซียกล่าวว่ารัสเซียจะตอบโต้หลังจาก “การปิดล้อม” ของภูมิภาคคาลินินกราดโดยลิทัวเนีย และบอกว่ามาตรการตอบโต้ของรัสเซีย “จะมีผลกระทบเชิงลบอย่างร้ายแรงต่อประชากรลิทัวเนีย”

พวกที่เป็นชาติตะวันตกในสหภาพยุโรป เจ้าของไอเดียคว่ำบาตรและหลบอยู่หลังแนวรบตะวันออกก็ลอยตัวไป ปล่อยให้ลิทัวเนียเจอกับกรงเล็บพญาหมีเข้าไปเต็มๆ กันอีกครั้ง

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo – Leader of the motorcycling club “Night Wolves” Alexander Zaldostanov, nicknamed “Khirurg”, takes part in a parade and the Immortal Regiment event on Victory Day, which marks the 77th anniversary of the victory over Nazi Germany in World War Two, in Kaliningrad, Russia May 9, 2022. REUTERS/Vitaly Nevar

วิกฤตคริปโตครั้งนี้ทำนักเทรดจำนวนไม่น้อยเข็ดขยาดกับการลงทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686077

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 16:00 น.

วิกฤตคริปโตครั้งนี้ทำนักเทรดจำนวนไม่น้อยเข็ดขยาดกับการลงทุน

“นี่จะเป็นการลงทุนครั้งสุดท้ายของผม” นักลงทุนคริปโตรายหนึ่งกล่าว

รอยเตอร์สรายงานว่าการดิ่งลงของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีครั้งล่าสุดนี้กำลังทำให้นักลงทุนหลายคนทั่วโลกเจ็บช้ำและสับสน บางคนถึงขั้นเอ่ยปากว่านี่จะเป็นการลงทุนคริปโตครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขาเลยทีเดียว

หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้ว Celsius แพลตฟอร์มรับฝากและกู้ยืมคริปโตเคอร์เรนซีประกาศระงับบริการถอนและโอนคริปโตกับผู้ใช้บริการ 1.7 ล้านคนทั่วโลกเป็นการชั่วคราว โดยอ้างถึงสภาวะตลาดตอนนี้ที่กำลังดิ่งลงอย่างหนัก ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนเทขายจนคริปโตสูญเสียมูลค่าไปหลายร้อยพันล้านเหรียญสหรัฐ

ความเคลื่อนไหวของ Celsius เกิดขึ้นหลังจากการล่มสลายของโทเค็นหลักอย่าง UST และ LUNA เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทำให้ตลาดคริปโตสั่นสะเทือนภายใต้แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ผลักดันให้นักลงทุนหลีกหนีจากหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ รวมถึงคริปโต

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. Bitcoin คริปโตเบอร์หนึ่งของโลกร่วงต่ำกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2020 โดยในปีนี้ร่วงลงมาแล้วถึง 60%

ขณะที่มูลค่าตลาดคริปโตร่วงลงเหลือประมาณ 900,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนรายย่อยทั่วโลกต้องเจ็บช้ำและสับสน ขณะที่บางคนกล่าวว่าเขาจะไม่ลงทุนในคริปโตอีกแล้ว

พนักงานไอทีวัย 32 ปีรายหนึ่งจากมุมไบซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อเผยกับรอยเตอร์สว่า เขาทุ่ม 3 ใน 4 ของเงินออมไปลงทุนในคริปโต ซึ่งคิดเป็นเงินหลายร้อยเหรียญสหรัฐ และตอนนี้มูลค่าของมันลดลงไปประมาณ 70%-80%

“นี่จะเป็นการลงทุนครั้งสุดท้ายของผมในคริปโตเคอร์เรนซี”

Jeremy Fong เจ้าหน้าที่การบินจากอังกฤษวัย 29 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการ Celsius เผยว่าเขาน่าจะมีรายได้ประมาณ 100 เหรียญสหรัฐต่อสัปดาห์จากการฝากคริปโตใน Celsius และตอนนี้คริปโตประมาณ 1 ใน 4 ของเขาก็ติดอยู่ใน Celsius

“สัญชาตญาณแรกของผมคือการถอนทุกอย่าง” Fong กล่าวโดยเผยว่าการถือครองคริปโตระยะยาวของเขาลดลงไปประมาณ 30%

Fong ยังกล่าวว่าเขาต้องการให้มีหน่วยงานอิสระที่เข้ามากำกับดูแลตลาดคริปโตเคอร์เรนซี “มันควรจะมีกฎระเบียบเล็กๆ น้อยๆ เพื่อความสมดุล ถ้าคุณไม่ต้องการกฎระเบียบมันก็จะเป็นแบบนี้แหละ”

ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกกำลังหาวิธีที่จะสามารถปกป้องนักลงทุนและลดความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินในวงกว้าง

แต่สำหรับนักลงทุนบางคนคำเตือนจากหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับความเสี่ยงของการเดิมพันในคริปโตได้กลายเป็นความจริงแล้ว

Halil Ibrahim Gocer วัย 21 ปีจากตุรกีเผยว่าพ่อของเขาทุ่มเงิน 5,000 เหรียญสหรัฐเพื่อลงทุนในคริปโต และตอนนี้มันเหลือเพียง 600 เหรียญสหรัฐเท่านั้น

Alisha Gee วัย 38 ปีจากรัฐเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับผลกระทบจาก Celsius โดยเธอมีเงินฝากอยู่ในนั้น 30,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งปกติแล้วเธอก็จะได้รับดอกเบี้ย 40-100 เหรียญสหรัฐต่อสัปดาห์

“ฉันเดินไปเดินมาในความมืดตอนตีสอง” Gee เผยความรู้สึกหลังจากที่เธอได้รับแจ้งทางอีเมลจาก Celsius เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเธอจะไม่สามารถถอนเงินได้

อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่าจะใช้บริการ Celsius ต่อไปโดยบอกว่าเธอภักดีต่อบริษัทและก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเจอปัญหามาก่อน

“มันไม่ใช่เรื่องดีที่จะเสียเงิน 30,000 ดอลลาร์ แต่ฉันเชื่อในบริษัท” Gee กล่าว

ด้าน Alex Mashinsky ซีอีโอของ Celsius ทวีตเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนว่าทางบริษัทกำลังทำงานอย่างเต็มที่ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะเปิดใช้บริการถอนเงินอีกเมื่อไร แต่ทางบริษัทเน้นย้ำเป้าหมายที่จะรักษาสภาพคล่องและการดำเนินงานของบริษัท

Susannah Streeter นักวิเคราะห์จาก Hargreaves Lansdown มองว่าด้วยเทคโนโลยีและเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำทำให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงคริปโตเคอร์เรนซีได้ง่าย ทำให้ตลาดมีความผันผวน

“เรามีเทคโนโลยี สมาร์ทโฟน แอปซื้อขาย ต้นทุนต่ำ และสินทรัพย์ที่มีการเก็งกำไรสูง นั่นเป็นเหตุผลที่คุณได้เห็นการขึ้นๆ ลงๆ ในตลาด” Streeter กล่าว

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo