สลด ไฟไหม้อาคารสูง 7 ชั้นในจาการ์ตา ดับแล้ว 22 ศพ

สลด ไฟไหม้อาคารสูง 7 ชั้นในจาการ์ตา ดับแล้ว 22 ศพ

9 ธ.ค. 2568 22:27 น.

สลด ไฟไหม้อาคารสูง 7 ชั้นในจาการ์ตา ดับแล้ว 22 ศพ

เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงที่อาคารสำนักงานแห่งหนึ่งในกรุงจาการ์ตา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 22 ศพ โดยสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเป็นผลจากแบตเตอรี่โดรนระเบิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดไฟไหม้รุนแรงลุกลามอาคารสำนักงานของบริษัทโดรนแห่งหนึ่งในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย เมื่อวันอังคารที่ 9 ธ.ค. 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 ศพ สำนักงานดับเพลิงต้องระดมเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย กับรถน้ำอีก 29 คัน จึงสามารถดับไฟลงได้ หลังจากผ่านไป 3 ชั่วโมง

ตำรวจท้องถิ่นระบุว่า อาคารดังกล่าวถูกใช้เป็นสำนักงานขายและสำนักงานเก็บสินค้าของบริษัทโดรนแห่งหนึ่ง โดยขณะเกิดเหตุพนักงานหลายคนในอาคารออกไปรับประทานอาหารกลางวัน ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า แบตเตอรี่โดรนลูกหนึ่งเริ่มมีประกายไฟในพื้นที่เก็บและทดสอบสินค้า และลุกลามไปยังชั้นบนของอาคาร

อย่างไรก็ตาม นายสุสัตโย ปูร์โนโม คอนโดร ผู้บัญชาการตำรวจกรุงจาการ์ตา บอกกับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสืบสวนของทีมปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ โดยยืนยันว่า ตำรวจจะสืบสวนเหตุไฟไหม้ครั้งนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน

ด้านนาย นูร์ฮายาติ อายุ 53 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งบอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า ไฟเริ่มลุกไหม้ในช่วงพักทานอาหารกลางวัน และไฟลุกลามจนมีขนาดใหญ่แล้วในตอนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ “ประตูถูกปิด เมื่อนักดับเพลิงพังประตูเข้าไป ไฟก็ไหม้รุนแรงและเป็นสีแดงฉานแล้ว”

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต 17 ศพ ก่อนจะปรับเพิ่มเป็น 22 ศพในเวลาต่อมา โดยเป็นผู้หญิงถึง 15 ราย และหนึ่งในนั้นกำลังตั้งครรภ์ ขณะเดียวกัน มีผู้รอดชีวิต 19 คนได้รับการช่วยเหลือหลังจากพวกเขาหนีขึ้นไปอยู่บนดาดฟ้าของอาคาร

นายสุสัตโยระบุอีกว่า ผู้บังคับการตำรวจท้องที่ได้รับบาดเจ็บขณะช่วยเหลือในการอพยพผู้คนออกจากอาคาร ในขณะที่นักดับเพลิงกำลังพยายามลดอุณหภูมิของอาคารและการระบายควันหนาแน่นออกจากชั้นต่างๆ และเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจค้นสถานที่อีกครั้งเมื่อเคลียร์พื้นที่เสร็จแล้ว

ผู้บัญชาการตำรวจจาการ์ตาบอกด้วยว่า ตำรวจกำลังสอบปากคำพยานทั้งหมด รวมถึงเจ้าของธุรกิจและเจ้าของอาคาร และกำลังสืบสวนว่าสาเหตุของเพลิงไหม้เชื่อมโยงกับความประมาทเลินเล่อ หรือมีบุคคลอื่นที่ต้องรับผิดชอบหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

คณะกรรมการสิทธิฯ กัมพูชา ร่อนหนังสือถึงสหประชาชาติและอาเซียน อ้างถูกไทยละเมิดดินแดน–สิทธิเสรีภาพ

คณะกรรมการสิทธิฯ กัมพูชา ร่อนหนังสือถึงสหประชาชาติและอาเซียน อ้างถูกไทยละเมิดดินแดน–สิทธิเสรีภาพ

9 ธ.ค. 2568 13:35 น.

คณะกรรมการสิทธิฯ กัมพูชา ร่อนหนังสือถึงสหประชาชาติและอาเซียน อ้างถูกไทยละเมิดดินแดน–สิทธิเสรีภาพ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ทำหนังสือยื่นด่วนถึงหน่วยงานสิทธิฯ ระดับสหประชาชาติและอาเซียน กล่าวอ้างไทยละเมิดดินแดน–สิทธิเสรีภาพประชาชนกัมพูชา

วันที่ 9 ธันวาคม 2568  สำนักข่าวของกัมพูชา รายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (Cambodian Human Rights Committee: CHRC) ได้จัดทำและยื่นคำร้องฉุกเฉินไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ที่นครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ และสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กรุงเทพฯ รวมถึงสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติในอาเซียน และตัวแทนมาเลเซียในฐานะประธานหมุนเวียน

โดยคำร้องระบุถึง การละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา รวมทั้งการละเมิดสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนกัมพูชาผู้บริสุทธิ์ โดยกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับ “การกระทำของฝ่ายทหารไทย” ตามที่ CHRC อ้าง

รายงานยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในบริเวณใดของแนวชายแดน และฝ่ายไทยยังไม่มีการออกแถลงชี้แจงในทันที ทาง CHRC ระบุว่าได้ส่งคำร้องถึงหลายหน่วยงานสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติและอาเซียน เพื่อขอให้เข้ามาติดตามและดำเนินการตามกลไกระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่าประชาชนกัมพูชาต้องได้รับการคุ้มครองจากการละเมิดทุกรูปแบบ.

นายกฯ ญี่ปุ่น เตือนประชาชน “เตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา” หลังผู้เชี่ยวชาญชี้มีความเสี่ยงแผ่นดินไหวใหญ่

นายกฯ ญี่ปุ่น เตือนประชาชน "เตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา" หลังผู้เชี่ยวชาญชี้มีความเสี่ยงแผ่นดินไหวใหญ่

9 ธ.ค. 2568 12:08 น.

นายกฯ ญี่ปุ่น เตือนประชาชน “เตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา” หลังผู้เชี่ยวชาญชี้มีความเสี่ยงแผ่นดินไหวใหญ่

นายกฯ ญี่ปุ่น เตือนประชาชน “พร้อมอพยพตลอดเวลา” หลังแผ่นดินไหว 7.5 เขย่าฝั่งตะวันออก ผู้เชี่ยวชาญชี้ความเสี่ยงเกิด “Mega Quake” สูงกว่าปกติ  

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น แถลงเตือนประชาชนทั่วประเทศให้ “คงความพร้อมอพยพทันที” หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.5 เมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณชายฝั่งตะวันออกของจังหวัดอาโอโมริ ซึ่งสร้างความเสียหายเบื้องต้น มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 30 คน และเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้าน 1 หลัง

ผู้นำญี่ปุ่นระบุว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ฮอกไกโด–ซันริกุ ตรวจสอบเส้นทางอพยพ จุดปลอดภัยในพื้นที่ รวมถึงติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดในช่วงสัปดาห์นี้  หลังหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาชี้โอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น  

ด้านสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงเพิ่มเติมว่า ชายฝั่งแปซิฟิก ตั้งแต่ฮอกไกโดถึงชิบะ ควรอยู่ในภาวะ “เฝ้าระวังสูงสุด” ต่อความเสี่ยงแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ขณะเดียวกัน นายโมริคุโบะ สึกาสะ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะรัฐมนตรีด้านการรับมือภัยพิบัติ แถลงข่าวย้ำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวต่อเนื่อง พร้อมเตือนว่าความเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ทางเหนือของญี่ปุ่นยังคงสูงกว่าปกติในช่วงนี้.

“พาราเมาท์” สู้ต่อ เสนอราคาใหม่ซื้อกิจการ Warner Bros Discovery

“พาราเมาท์” สู้ต่อ เสนอราคาใหม่ซื้อกิจการ Warner Bros Discovery

9 ธ.ค. 2568 05:41 น.

“พาราเมาท์” สู้ต่อ เสนอราคาใหม่ซื้อกิจการ Warner Bros Discovery

บริษัท พาราเมาท์ ยื่นข้อเสนอใหม่เพื่อซื้อกิจการของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี่ แข่งกับเน็ตฟลิกซ์ต่อ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการผูกขาด

เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ธ.ค. 2568 บริษัท พาราเมาท์ สกายแดนซ์ (Paramount Skydance) ยื่นข้อเสนอใหม่เพื่อขอซื้อกิจการสตูดิโอ “วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี่” (Warner Bros Discovery) เพื่อพยายามเอาชนะคู่แข่งรายสำคัญอย่าง “เน็ตฟลิกซ์” (Netflix)

พาราเมาท์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเอลลิสัน ของนาย แลร์รี เอลลิสัน มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ Oracle ระบุว่าบริษัทกำลังยื่นข้อเสนอโดยตรงต่อผู้ถือหุ้นที่ราคา 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น เพื่อซื้อกิจการ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ทั้งหมด รวมถึงเครือข่ายโทรทัศน์ดั้งเดิมด้วย

พาราเมาท์เชื่อว่าข้อเสนอของพวกเขานั้น เป็นทางเลือกที่เหนือกว่าข้อเสนอของเน็ตฟลิกซ์ โดยจะให้เงินสดล่วงหน้าแก่ผู้ถือหุ้นมากกว่า และมีแนวโน้มที่จะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ มากขึ้น

ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาบอกว่า ดีลของเน็ตฟลิกซ์ที่จะเข้าซื้อกิจการของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี่ อาจมีปัญหา จากความกังวลด้านการแข่งขันเนื่องจากขนาดของบริษัททั้งสอง

พาราเมาท์เป็นผู้เล่นในวงการสตรีมมิ่งที่มีขนาดเล็กกว่าเน็ตฟลิกซ์ โดยพวกเขาเป็นที่รู้จักจากแบรนด์ต่าง ๆ เช่น ซีบีเอส นิวส์ (CBS News), นิคคาโลเดียน (Nickelodeon) และภาพยนตร์ชุด Mission Impossible

พาราเมาท์เริ่มยื่นข้อเสนอซื้อ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี่ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซึ่งเป็นเจ้าของทั้งช่อง HBO และภาพยนตร์คลาสสิกตั้งแต่ Looney Tunes ไปจนถึง Harry Potter ต้องเปิดกระบวนการประมูลอย่างเป็นทางการ

นักวิเคราะห์เชื่อว่า การรวมกิจการของพาราเมาท์และวอร์เนอร์ บราเธอร์ส นั้นสมเหตุสมผล เนื่องจากจะทำให้บริษัทมีขนาดใหญ่พอที่จะแข่งขันกับคู่แข่งอย่างเน็ตฟลิกซ์และดิสนีย์ได้

พาราเมาท์ยังถูกมองว่าเป็นผู้เสนอที่แข็งแกร่ง เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับตระกูลเอลลิสัน ซึ่งอาจช่วยให้กระบวนการอนุมัติง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ประกาศให้เน็ตฟลิกซ์เป็นผู้ชนะการประมูลไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 ธ.ค.) โดยประกาศข้อตกลงที่ประเมินมูลค่าสตูดิโอและเครือข่ายสตรีมมิง รวมถึง HBO ไว้ที่ประมาณ 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรวมถึงหนี้สินด้วย

วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ระบุว่า กระบวนการขายจะเริ่มขึ้นหลังจากธุรกิจส่วนอื่น ๆ ของบริษัท รวมถึง ซีเอ็นเอ็น (CNN) แยกออกไปเป็นบริษัทอิสระตามแผนที่วางเอาไว้

ข้อเสนอล่าสุดของพาราเมาท์ประเมินมูลค่าของบริษัท วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ทั้งหมดเอาไว้ที่ 1.08 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเป็นข้อเสนอที่ดีกว่า ตามเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และนายจาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของนายทรัมป์ ผู้เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางการเงินของพาราเมาท์ ก็กำลังทำงานร่วมในข้อตกลงนี้

แต่ผู้บริหารของเน็ตฟลิกซ์ออกมาปฏิเสธความพยายามของพาราเมาท์ โดยระบุว่า เป็นสิ่งที่ “คาดไว้แล้วทั้งหมด”

ด้าน วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ระบุว่า จะทบทวนข้อเสนอของพาราเมาท์ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อแนะนำเดิม และระบุว่าจะตอบกลับภายใน 10 วันทำการ

ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทใดจะได้เป็นผู้ซื้อกิจการของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ก็ตาม ก็จะต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันในสหรัฐฯ และยุโรป

นักวิเคราะห์กล่าวว่า แผนของเน็ตฟลิกซ์มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการครอบงำตลาดสตรีมมิง ขณะที่ข้อเสนอของพาราเมาท์จะกระตุ้นให้เกิดการทบทวนผลกระทบต่อผู้ลงโฆษณาและผู้จัดจำหน่ายโทรทัศน์ในท้องถิ่น เนื่องจากอำนาจของบริษัทที่ควบรวมกันจะครอบคลุมเครือข่ายกีฬาและเครือข่ายสำหรับเด็กด้วย

แผนของพาราเมาท์ ซึ่งจะทำให้ซีบีเอส (CBS) และ ซีเอ็นเอ็น (CNN) อยู่ภายใต้บริษัทแม่เดียวกัน ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดเนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อธุรกิจข่าว และความสัมพันธ์ของตระกูลเอลลิสันกับทรัมป์ ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า อยากมีส่วนร่วมในกระบวนการอนุมัติด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ญี่ปุ่นเฝ้าระวัง Mega Quake หลังเกิดแผ่นดินไหว 7.5 เจ็บแล้ว 6 ราย

ญี่ปุ่นเฝ้าระวัง Mega Quake หลังเกิดแผ่นดินไหว 7.5 เจ็บแล้ว 6 ราย

9 ธ.ค. 2568 04:15 น.

ญี่ปุ่นเฝ้าระวัง Mega Quake หลังเกิดแผ่นดินไหว 7.5 เจ็บแล้ว 6 ราย

ญี่ปุ่นประกาศเตือนภัยแผ่นดินไหวขนาดใหญ่พิเศษเป็นครั้งแรก หลังเกิดแผ่นดินไหว 7.5 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ไม่ยืนยันว่าแผ่นดินไหวดังกล่าวจะเกิดขึ้นหรือไม่

ญี่ปุ่นเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อเวลาประมาณ 23.15 น. ของวันจันทร์ที่ 8 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ปรับลดขนาดของแผ่นดินไหวลงเหลือ 7.5 จากเดิม 7.6 และปรับความลึกของจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเป็น 54 กม. จากเดิมที่ประมาณการไว้ที่ 50 กม.

ณ เวลา 01:00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) มีรายงานผู้บาดเจ็บ 6 รายในจังหวัดอาโอโมริ โดยเป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากการล้ม หรือถูกสิ่งของที่อยู่ในบ้านหล่นใส่

ก่อนหน้านี้ทางการญี่ปุ่นประกาศเตือนภัยสึนามิที่จังหวัดอิวาเตะ และบางส่วนของฮอกไกโดและอาโอโมริ โดยตรวจพบคลื่นสึนามิสูง 70 ซม.ที่ท่าเรือคุจิ จังหวัดอิวาเตะ, ตรวจพบคลื่นสึนามิสูง 50 ซม.ที่เมืองอุราคาวะ และพบสึนามิสูง 40 ซม.ที่ท่าเรือมุตสึโอกาวาระ จังหวัดอาโอโมริ

หลังเกิดแผ่นดินไหวราว 3 ชั่วโมง ทางการญี่ปุ่นก็ปรับลดระดับการเตือนภัยสึนามิเป็นการ “แนะนำ” โดยคำสั่งยังส่งผลในพื้นที่บางส่วนของจังหวัดฮอกไกโด, จังหวัดอาโอโมริ, จังหวัดอิวาเตะ, จังหวัดมิยางิ และจังหวัดฟุกุชิมะ แต่ยังคงเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากชายฝั่งและบริเวณปากแม่น้ำ

เจ้าหน้าที่ของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยังได้ออกประกาศเตือนภัยแผ่นดินไหวขนาดใหญ่พิเศษ (Mega Quake) ที่อาจจะเกิดขึ้นตามหลังแผ่นดินไหวเมื่อวันจันทร์ โดยคาดกันว่าแผ่นดินไหวใหญ่พิเศษดังกล่าว อาจก่อให้เกิดสึนามิตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของญี่ปุ่น ตั้งแต่ฮอกไกโดไปจนถึงจังหวัดชิบะ

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งให้ประชาชนตรวจสอบเส้นทางอพยพ เตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน ยึดเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านให้แน่นหนา และเตรียมอาหาร น้ำ และสุขาแบบพกพาสำรองไว้ เผื่อกรณีต้องอพยพอย่างเร่งด่วน และเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งแปซิฟิก ควรเฝ้าระวังต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์ แม้ว่าจะไม่มีการออกคำแนะนำให้อพยพก็ตาม

นี่นับเป็นการประกาศเตือน Mega Quake ครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มใช้การเตือนภัยประเภทนี้ในปี 2565

นายโมริคุโบะ สึคาสะ เจ้าหน้าที่สำนักคณะรัฐมนตรีด้านการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ได้จัดการแถลงข่าวเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่พิเศษที่อาจเกิดขึ้น

“อิงตามสถิติของแผ่นดินไหวที่เคยเกิดขึ้นทั่วโลกจนถึงขณะนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในระดับ 8 หรือสูงกว่าตามมา ในแนวร่องลึกญี่ปุ่น (Japan Trench) และร่องลึกชิชิมะ (Chishima Trench) นอกชายฝั่งฮอกไกโด” นายโมริคุโบะกล่าว

“แม้จะยังไม่แน่ชัดว่า จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขึ้นหรือไม่ แต่ทุกคนควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อใช้ความระมัดระวังในการปกป้องชีวิตของตนเอง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : nhk

X ห้าม คกก. ยุโรป ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม เอาคืนหลังถูกปรับ 120 ล้านยูโร

X ห้าม คกก. ยุโรป ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม เอาคืนหลังถูกปรับ 120 ล้านยูโร

9 ธ.ค. 2568 03:12 น.

X ห้าม คกก. ยุโรป ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม เอาคืนหลังถูกปรับ 120 ล้านยูโร

X สั่งห้ามคณะกรรมการยุโรปไม่ให้ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มของพวกเขาแล้ว ไม่กี่วันหลังถูกปรับเงิน 120 ล้านยูโร ปมเครื่องหมายถูกสีน้ำเงิน

เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ธ.ค. 2568 X เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังของนาย อีลอน มัสก์ สั่งห้าม คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นหน่วยงานออกกฎหมายของสหภาพยุโรป (EU) ไม่ให้ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มของพวกเขา ไม่กี่วันหลังจากที่ X ถูกสั่งปรับเงินจำนวน 120 ล้านยูโร จากปัญหาเรื่องเครื่องหมายถูกสีน้ำเงิน

นายนิกิตา บีเออร์ เจ้าหน้าที่อาวุโสของ X กล่าวหาคณะกรรมการยุโรปว่าพยายาม “ฉวยโอกาส” จาก “ช่องโหว่” ในระบบโฆษณาของ X เพื่อโปรโมตโพสต์เรื่องที่พวกเขาถูกปรับเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 ธ.ค.) โดยกลับมาใช้งานบัญชีที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อเพิ่มการเข้าถึง และโพสต์ลิงก์หลอกลวงผู้ใช้คนอื่นๆ ให้คิดว่าเป็นภาพวิดีโอ เพื่อเพิ่มยอดคลิก

“ดูเหมือนว่าคุณเชื่อว่ากฎไม่ควรนำมาใช้กับบัญชีของคุณ” นายบีเออร์กล่าว “บัญชีโฆษณาของคุณถูกยกเลิกแล้ว”

ด้านโฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปบอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า พวกเขาใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้งหมดด้วยความสุจริตใจเสมอมา และว่า “เราเพียงใช้เครื่องมือที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้จัดหาไว้ให้กับบัญชีองค์กรของเราเท่านั้น”

ทั้งนี้ X กลายเป็นบริษัทแรกของโลก ที่ถูกสหภาพยุโรปปรับเงินภายใต้กฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act) โดยคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า ระบบเครื่องหมายถูกสีน้ำเงินของ X เป็นเรื่องหลอกลวง เนื่องจากบริษัทไม่ได้ตรวจสอบยืนยันตัวผู้ใช้งานเต็มที่

“การหลอกลวงนี้ทำให้ผู้ใช้ตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงต่อการหลอกลวง รวมถึงการฉ้อโกงการแอบอ้างบุคคลอื่น เช่นเดียวกับการครอบงำในรูปแบบอื่น ๆ โดยผู้ไม่หวังดี” EC ระบุ และอ้างว่า X ล้มเหลวในการให้ความโปร่งใสเกี่ยวกับการโฆษณาของพวกเขา และไม่ได้ให้สิทธิ์นักวิจัยในการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะ

หลังจากนี้ X จะมีเวลา 60 วันในการตอบกลับคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับข้อกังวลเกี่ยวกับเครื่องหมายถูกสีน้ำเงิน มิฉะนั้นจะเผชิญกับบทลงโทษเพิ่มเติม

หลังจาก EC มีคำสั่งปรับเงินดังกล่าว อีลอน มัสก์ ก็โพสต์ข้อความลงบน X ว่า สหภาพยุโรป “ควรถูกยุบ” และรีทวีตข้อความตอบกลับจากผู้ใช้ X รายอื่นที่เปรียบเทียบสหภาพยุโรปกับระบอบฟาสซิสต์

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร (FCC) กล่าวหาคณะกรรมาธิการยุโรปว่า กำลังโจมตีและเซ็นเซอร์บริษัทอเมริกัน และเสริมว่า วันเวลาแห่งการเซ็นเซอร์อเมริกันทางออนไลน์นั้น จบลงแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

หญิงผู้แบล็กเมล “ซน ฮึง-มิน” นักบอลดังเกาหลีใต้ ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี

หญิงผู้แบล็กเมล “ซน ฮึง-มิน” นักบอลดังเกาหลีใต้ ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี

9 ธ.ค. 2568 01:16 น.

หญิงผู้แบล็กเมล “ซน ฮึง-มิน” นักบอลดังเกาหลีใต้ ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี

หญิงผู้ก่อเหตุแบล็กเมลและกรรโชกเงินจาก ซน ฮึง-มิน นักฟุตบอลชื่อดังชาวเกาหลีใต้ ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 4 ปี ในข้อหากรรโชกทรัพย์ โดยชายผู้สมรู้ร่วมคิดก็โดนด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ธ.ค. 2568 หญิงผู้ก่อเหตุแบล็กเมล ซน ฮึง-มิน นักฟุตบอลชื่อดังชาวเกาหลีใต้ โดยอ้างว่า เธอตั้งครรภ์ลูกของนักฟุตบอลหนุ่มและขูดรีดเงินจากเขาไปหลายร้อยล้านวอน ถูกศาลเกาหลีใต้ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 4 ปี ในข้อหากรรโชกทรัพย์

ตามรายงานของสื่อเกาหลีใต้ ศาลแขวงกรุงโซลได้ข้อมูลว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวได้เข้าหา ซน ฮึง-มิน เมื่อปีที่แล้ว โดยอ้างว่าเธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา ทั้งที่จริงๆ แล้วเธอก็ไม่รู้ว่าตนเองตั้งท้องจริงหรือไม่

เธอได้กรรโชกทรัพย์จากซนเป็นเงินกว่า 300 ล้านวอน (ราว 6.5 ล้านบาท) และขู่ว่าจะเผยแพร่ข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อสาธารณะหากเขาไม่ยอมทำตาม ก่อนจะนำเงินที่ได้ไปใช้กับสินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้าที่ได้รับการออกแบบโดยดีไซเนอร์

“ผู้หญิงคนนี้ยืนยันว่าเธอได้รับเงินดังกล่าวเป็นค่าชดเชย และพยายามวาดภาพตัวเองเป็นเหยื่อ” อัยการบอกกับศาลในวันจันทร์ พร้อมเสริมว่า แต่คำกล่าวอ้างของเธอไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และเธอวางแผนก่ออาชญากรรมนี้มาอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ชายวัยประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของหญิงคนนี้ และข่มขู่ ซน ฮึง-มิน ถึง 15 ครั้งเพื่อให้ได้เงินดังกล่าว ถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี ในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์

เมื่อลงมือสำเร็จครั้งหนึ่ง ชายหญิงคู่นี้จึงพยายามเรียกร้องเงินเพิ่มอีกในปีนี้ แต่คราวนี้ ซน ฮึง-มิน ตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ นำไปสู่การดำเนินคดี

ผู้พิพากษาศาลแขวงกรุงโซลกล่าวว่า หญิงรายนี้กับผู้สมรู้ร่วมคิดของเธอ ใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงของ ซน ฮึง-มิน ในการก่ออาชญากรรม และดูเหมือนว่า ซน ฮึง-มิน จะต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างรุนแรง หลังจากคดีนี้ถูกรายงานในสื่อ

ทั้งนี้ ซน ฮึง-มิน ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดของเอเชีย ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั้งในประเทศบ้านเกิดและในภูมิภาค

ตอนที่เขายังค้าแข้งกับสโมสร ทอตแนมฮอตสเปอร์ ซนกลายเป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลรองเท้าทองคำของพรีเมียร์ลีก ในปี 2565 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักเตะที่ทำประตูสูงสุดในลีกประจำฤดูกาลนั้นๆ

ในเดือนสิงหาคม นักเตะวัย 33 ปีรายนี้ ได้ออกจากทีมทอตแนมฯ หลังจากรับใช้สโมสรมา 10 ปี เพื่อเข้าร่วมสโมสร ลอสแอนเจลิส ฟุตบอลคลับ ซึ่งถือเป็นการย้ายทีมที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ “เมเจอร์ลีกซอกเกอร์” (MLS) ลีกฟุตบอลสูงสุดของสหรัฐอเมริกา

และเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซนได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักฟุตบอลที่ได้รับค่าตอบแทนสูงที่สุดเป็นอันดับสองในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น เล่านาทีเกิด “แผ่นดินไหว” ตึกสั่นแรง-โยกไปมาอยู่หลายนาที

คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น เล่านาทีเกิด "แผ่นดินไหว" ตึกสั่นแรง-โยกไปมาอยู่หลายนาที

8 ธ.ค. 2568 23:35 น.

คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น เล่านาทีเกิด “แผ่นดินไหว” ตึกสั่นแรง-โยกไปมาอยู่หลายนาที

ตกใจมาก “คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น” เล่านาทีเกิด “แผ่นดินไหว” ขนาด 7.4 ลึก 46 กม. บริเวณนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น บอกตึกสั่นแรง-โยกไปมาอยู่หลายนาที 

ภายหลังจาก “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา” รายงานว่า เมื่อเวลา 21.15 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 7.4 ลึก 46 กม. บริเวณนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น (เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 7.4 บริเวณนอกชายฝั่งตะวันออกของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น)

ขณะที่ ทางการญี่ปุ่น ได้ประกาศเตือนคลื่นสึนามิ สำหรับพื้นที่ชายฝั่งของฮอกไกโด ตลอดจนจังหวัดอาโอโมริ และ อิวาเตะ โดยคาดว่าคลื่นสึนามิ มีความสูงประมาณ 3 เมตร

ทั้งนี้ หลังมีการนำเสนอประเด็นดังกล่าวออกไป ก็มีคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวอยู่ประเทศญี่ปุ่น ได้เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก อาทิ อยู่ซัปโปโรตอนนี้ พักชั้น 8 ตกใจเลยค่ะ เขย่าแรงมาก ตึกสั่นแรงมากเลย คนออกมาข้างนอกกัน อากาศก็หนาว ติดลบ -3 หิมะก็ตกหนัก, ตึกโยกแรงมากค่ะ แล้วโยกอยู่ประมาณ 2-3 นาทีได้ นอนอยู่ชั้น 8 คือตื่นเต็มตาเลย ตกใจมาก, ขอให้ชาวญี่ปุ่นทุกคนปลอดภัย เป็นต้น.

ระทึก แผ่นดินไหว 7.6 นอกชายฝั่งญี่ปุ่น พบสึนามิ 40 ซม.ที่อาโอโมริ

ระทึก แผ่นดินไหว 7.6 นอกชายฝั่งญี่ปุ่น พบสึนามิ 40 ซม.ที่อาโอโมริ

8 ธ.ค. 2568 22:31 น.

ระทึก แผ่นดินไหว 7.6 นอกชายฝั่งญี่ปุ่น พบสึนามิ 40 ซม.ที่อาโอโมริ

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.6 นอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น โดยทางการเตือนภัยคลื่นสึนามิในหลายจังหวัด และตรวจพบคลื่นสึนามิขนาดเล็กแล้ว

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.6 นอกชายฝั่งจังหวัดอาโอโมริ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลาประมาณ 23.15 น. วันจันทร์ที่ 8 ธ.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากชายฝั่ง 70 กม. และอยู่ที่ความลึกประมาณ 53 กม.

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ประกาศเตือนภัยสึนามิ สำหรับจังหวัดอาโอโมริ จังหวัดอิวาเตะ และจังหวัดฮอกไกโด และได้ออกคำแนะนำสึนามิ สำหรับจังหวัดมิยางิและจังหวัดฟุกุชิมะ

JMA ระบุว่า คลื่นสึนามิอาจมีความสูงเกือบ 10 ฟุต (3 เมตร) ในบางพื้นที่ชายฝั่ง รวมถึงจังหวัดอิวาเตะ จังหวัดอาโอโมริ และบางส่วนของฮอกไกโด โดยทางการระบุว่า ตรวจพบคลื่นสึนามิสูงประมาณ 40 ซม.แล้ว ที่จังหวัดอาโอโมริ แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายใดๆ

ทีมงานของสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นระบุว่า พวกเขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรงเป็นระยะเวลาประมาณ 30 วินาที ก่อนจะสงบลง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , nhk

กลาโหมกัมพูชา กล่าวหาไทยละเมิดหยุดยิง ใช้สารพัดอาวุธ-แก๊สพิษโจมตี

กลาโหมกัมพูชา กล่าวหาไทยละเมิดหยุดยิง ใช้สารพัดอาวุธ-แก๊สพิษโจมตี

8 ธ.ค. 2568 21:55 น.

กลาโหมกัมพูชา กล่าวหาไทยละเมิดหยุดยิง ใช้สารพัดอาวุธ-แก๊สพิษโจมตี

กัมพูชากล่าวหาไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาระหว่างประเทศ อ้างใช้อาวุธทั้งหนักเบารวมถึง “แก๊สพิษโจมตี” โดยที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ตอบโต้ และชี้ว่าไทยต้องการผนวกดินแดนกัมพูชา

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 8 ธ.ค. 2568 กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาออกแถลงการณ์ฉบับใหม่ผ่านเพจเฟซบุ๊ก กล่าวหาไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชากับไทย และเปิดฉากโจมตีหลังจากยั่วยุมาหลายวัน โดยใช้อาวุธหลายชนิดทั้งหนักเบา รวมถึง “แก๊สพิษ” ในการโจมตี โดยที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ตอบโต้กลับเลย พร้อมชี้ว่า ไทยมีเจตนาต้องการผนวกรวมดินแดนของกัมพูชา

แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่า “พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหม ขอเรียนแจ้งให้สาธารณชนทั่วไป ตลอดจนสื่อมวลชนทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ ทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ดังนี้:”

“ฝ่ายไทยได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งลงนามโดยทั้งสองฝ่ายเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ด้วยการใช้กำลังทหารรุกรานต่ออธิปไตยเหนือดินแดนของกัมพูชา กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการกระทำอันโหดร้าย ป่าเถื่อน และเป็นการทำสงครามของราชอาณาจักรไทยต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา”

แถลงการณ์อ้างอีกว่า หลังจากที่กองทัพไทยได้ดำเนินการยั่วยุหลายครั้งเป็นเวลาหลายวัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเผชิญหน้า ในวันที่ 7 ธ.ค. 2568 เวลาประมาณ 14:15 น. กองทัพไทยเริ่มเปิดฉากยิงใส่กองกำลังกัมพูชาในพื้นที่ ปรอเลียน ธมอร์ (Prorlean Thmar) จังหวัดพระวิหาร และโจมตีต่อเนื่องในวันที่ 8 ธ.ค. เวลา 05:04 น. จนถึง 18:00 น. ในพื้นที่อันเสะ และพื้นที่อื่น ๆ ในเขตกองทัพภาคที่ 4 ก่อนจะขยายขอบเขตการโจมตีไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของกองทัพภาคที่ 5 ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย

“ในระหว่างการโจมตีในเขตกองทัพภาคที่ 4 กองกำลังทหารไทยได้ใช้อาวุธหนักและอาวุธทำลายล้างหลายชนิด เช่น อาวุธเบา, ปืนกล, ปืนครก MT-60 มม., รถถัง, ปืนใหญ่หนัก 155 มม., ปืนกลหนัก 12.7 มม., เครื่องบินรบ F-16, เครื่องบิน AT-6, โดรนที่ใช้สำหรับการทิ้งระเบิด ตลอดจนการยิงแก๊สพิษใส่กองกำลังกัมพูชา ที่ยืนหยัดอย่างแน่วแน่เพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของเราในกองทัพภาคดังกล่าว”

กัมพูชาอ้างด้วยว่า “แม้จะถูกโจมตีอย่างหนักจากกองกำลังทหารไทยตั้งแต่ 7 ธ.ค. ถึง 8 ธ.ค. กองทัพกัมพูชาก็ไม่ได้ตอบโต้กลับแต่อย่างใด และใช้ความอดทนอย่างสูงสุดอย่างแน่วแน่”

“การรุกรานด้วยอาวุธโดยเจตนาของไทยต่อกัมพูชารอบที่ 2 นี้ ยืนยันอย่างชัดเจนถึงเจตนาของฝ่ายไทยที่ต้องการผนวกดินแดนประเทศเพื่อนบ้านโดยอ้างแผนที่ที่วาดขึ้นเองฝ่ายเดียวอย่างผิดกฎหมาย และการใช้กำลังเพื่อเปลี่ยนแปลงแนวชายแดน ซึ่งเป็นการขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ การกระทำของไทยเช่นนี้ถือเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและทั่วโลก”

“กัมพูชาเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามการละเมิดปฏิญญาร่วมและการกระทำที่ผิดกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่าของไทยอย่างหนัก ตลอดจนเรียกร้องให้ไทยรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการละเมิดอย่างอุกอาจดังกล่าว”

“กัมพูชาขอเรียกร้องให้ไทยหยุดความเคลื่อนไหวที่เป็นปฏิปักษ์ทั้งหมดทันที และถอนกำลังทหารออกจากบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา และหลีกเลี่ยงการกระทำรุกรานที่คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ขณะเดียวกัน เราขอเรียกร้องให้ฝ่ายไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิง, ปฏิญญาร่วม ตลอดจนพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศด้วยความจริงใจ, สุจริต และเจตนาดี”

ในตอนท้ายของแถลงการณ์ กระทรวงกลาโหมกัมพูชาย้ำว่า กัมพูชาเคารพและดำเนินการตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง ปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชาและไทย ตลอดจนข้อตกลงทั้งหมดที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุผลก่อนหน้านี้ และยึดมั่นในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติแทนที่จะหันไปใช้การรุกรานหรือการใช้กำลัง เพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขที่เป็นธรรม, ยุติธรรม, ยั่งยืน และเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook