รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความกังวลสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความกังวลสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

8 ธ.ค. 2568 18:56 น.

รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความกังวลสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

รัฐบาลญี่ปุ่นออกแถลงการณ์แสดงความกังวล หลังสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา กลับมาตึงเครียด แม้ลงนามแถลงการณ์ร่วมโดยย้ำต้องใช้สันติวิธีและคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำกรุงพนมเปญ ออกแถลงการณ์แสดงความวิตกต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง จากการดำเนินมาตรการทางทหารต่อเนื่องของทั้งสองฝ่าย ทั้งที่ทั้งคู่ได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการจัดการความขัดแย้งชายแดน เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ญี่ปุ่นระบุว่า ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและกัมพูชา มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพและการพัฒนาของภูมิภาคทั้งหมด พร้อมย้ำว่ารัฐบาลโตเกียวกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และ คัดค้านทุกการกระทำ ที่อาจทำให้ความตึงเครียดปะทุรุนแรงยิ่งขึ้น

ในแถลงการณ์ ญี่ปุ่นเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ใช้ความอดทนอดกลั้นสูงสุด และเดินหน้าหาทางออกอย่างสันติผ่านการเจรจา ตามเจตนารมณ์ของแถลงการณ์ร่วมเมื่อ 26 ตุลาคม

รัฐบาลญี่ปุ่นยังระบุว่า จะทำงานร่วมกับประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงสหรัฐฯ และมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เพื่อสนับสนุนความพยายามลดความตึงเครียดและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามไปไกลกว่านี้.

ที่มา Freshnews

กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาประณามไทย อ้างไทยยิงถล่มพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร วอนนานาชาติกดดัน

กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาประณามไทย อ้างไทยยิงถล่มพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร วอนนานาชาติกดดัน

8 ธ.ค. 2568 17:30 น.

กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาประณามไทย อ้างไทยยิงถล่มพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร วอนนานาชาติกดดัน

กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาออกโรงประณามไทย อ้างไทยยิงถล่มหลายจุดรอบปราสาทพระวิหาร ทำอาคารอนุรักษ์เสียหาย วอนนานาชาติร่วมกดดัน

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปะกัมพูชา ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง กรณีที่อ้างว่าทหารไทยเปิดฉากใช้อาวุธโจมตีเข้าเขตกัมพูชาบริเวณอันเสส จังหวัดพระวิหาร ก่อนยิงถล่มต่อที่ปราสาทตาเมือนธมและพื้นที่อื่นตามแนวชายแดน โดยใช้ทั้งปืนใหญ่และอาวุธหนักหลายประเภท

กัมพูชาระบุว่า ในช่วง 05.00–07.00 น. การโจมตีเกิดขึ้นต่อเนื่องรอบพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ส่งผลให้อาคารโครงการอนุรักษ์ “โกลปุระ 5” ภายใต้ความร่วมมือกัมพูชา–อินเดีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการอนุรักษ์หลายส่วนได้รับความเสียหาย

แถลงการณ์ระบุว่า ตั้งแต่ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อ 7 กรกฎาคม 2551 ไทยได้ยกข้อกล่าวหาและสร้างสถานการณ์ตึงเครียดหลายครั้ง ทั้งช่วงปี 2551–2554 และล่าสุดระหว่างเหตุปะทะ 24–28 กรกฎาคม 2568 โดยเหตุโจมตีล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากฝ่ายไทยมีการยั่วยุทางทหารต่อเนื่องหลายวัน   

กระทรวงฯ ระบุว่า การกระทำครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภารกิจอนุรักษ์ ทำให้ต้องอพยพเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนในพื้นที่ออกจากเขตอันตราย พร้อมประณามว่าการโจมตีของไทยเป็นการละเมิด “แถลงการณ์ร่วมเพื่อสันติภาพไทย-กัมพูชา” ที่นายกรัฐมนตรีของสองประเทศลงนาม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน

กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติการสู้รบทันที เคารพข้อตกลงหยุดยิง แถลงการณ์สันติภาพ และพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศทุกประการ

กระทรวงวัฒนธรรมยังได้ขอให้นานาชาติกดดันไทยต่อการละเมิดอธิปไตยและการทำลายมรดกโลกปราสาทพระวิหาร ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนอนุสัญญามรดกโลกปี 1972 และอนุสัญญาเฮกปี 1954 ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในภาวะสงคราม พร้อมย้ำว่าไทยในฐานะภาคีต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดอย่างเต็มที่.

ที่มา Freshnews

ฮุน เซน เปิดคลิป “อนุทิน” สนิทผู้ว่าฯ กัมพูชา จวกใช้ชีวิตทหาร-ปชช.ดึงคะแนนเสียง

ฮุน เซน เปิดคลิป “อนุทิน” สนิทผู้ว่าฯ กัมพูชา จวกใช้ชีวิตทหาร-ปชช.ดึงคะแนนเสียง

8 ธ.ค. 2568 16:30 น.

ฮุน เซน เปิดคลิป “อนุทิน” สนิทผู้ว่าฯ กัมพูชา จวกใช้ชีวิตทหาร-ปชช.ดึงคะแนนเสียง

ฮุน เซน แฉ คลิปนายกฯ อนุทิน ถ่ายรูปชื่นมื่นกับ ผู้ว่าฯ จังหวัดไพลิน ของกัมพูชา จวกใช้ชีวิตทหาร-ปชช.แลกคะแนนเสียง ตอนยังไม่เป็นนายกฯ ยังเป็นเพื่อนกันอยู่เลย

สำนักข่าว เฟรชนิวส์ (freshnews) สื่อของประเทศกัมพูชา รายงานเมื่อ 8 ธ.ค. 2568 ว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 16 วินาที แสดงให้เห็นภาพของนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย กับนาง นนนท์ นิรามิษ ภรรยาของนายอนุทิน ถ่ายรูปร่วมกับนาง บัน สเร มอม ผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน ของกัมพูชา

ในโพสต์ยังแนบแคปชันด้วยว่า “ไม่น่าเชื่อว่า นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีไทย เพื่อเป้าหมายทางการเมืองในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง กล้าใช้ชีวิตของทหารและประชาชน ด้วยการประกาศสงครามกับกัมพูชา ในขณะที่ทหารกัมพูชาไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด”

“ตอนที่ยังไม่เป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นเพื่อนกัน แต่พอได้เป็นนายกรัฐมนตรีกลับลืมมิตรภาพ เราเข้าใจในความรักชาติ แต่ก็ไม่ควรประกาศสงครามกับผู้ที่ไม่ตอบโต้”

***ชมคลิปที่นี่***

หลังจากนั้นไม่นานเพจเฟซบุ๊กของ ฮุน เซน ยังโพสต์คลิปแสดงให้เห็นนายอนุทินไปสวดมนต์ไหว้พระที่วัดราชกษัตรา หมู่บ้าน ตระเปียง ทะนอล (Trapeang Thnol) จังหวัดตาแก้ว (Takeo) โดยระบุว่า เป็นการสวดมนต์เสริมดวงชะตา ในช่วงที่นายอนุทินยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ท่านผู้หญิง บาน ศรีมุม ซึ่งเป็นคนสนิทของสมเด็จฯ ฮุน เซน ด้วย

***ชมคลิปที่นี่***

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : freshnews

แม่ทัพภาค 2 สั่งหน่วยพื้นที่ยุทธศาสตร์ ยกระดับการใช้กำลัง “รบทุกมิติ”

แม่ทัพภาค 2 สั่งหน่วยพื้นที่ยุทธศาสตร์ ยกระดับการใช้กำลัง “รบทุกมิติ”

8 ธ.ค. 2568 16:17 น.

แม่ทัพภาค 2 สั่งหน่วยพื้นที่ยุทธศาสตร์ ยกระดับการใช้กำลัง “รบทุกมิติ”

เปิดภาพ “แม่ทัพเติ่ง” บัญชาการรบเอง สั่งยกระดับการใช้กำลังและตอบโต้ภัยคุกคาม “รบทุกมิติ” ลั่นแผ่นดินไทยต้องไม่ถูกท้าทายอีกต่อไป

วันที่ 8 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเผยแพร่ภาพ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ร่วมบัญชาการในวอร์รูม อย่างใกล้ชิด

โดยสั่งการให้ หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เข้าสู่โหมด “รบทุกมิติ” เพื่อเฝ้าระวังและปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง และมีคำสั่งชัดเจนว่า ให้ดำเนินการตอบโต้ภายใต้กรอบยุทธวิธีอย่างเป็นระบบ มุ่งปกป้องแผ่นดินไทย ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

พร้อมย้ำด้วยว่า แผ่นดินไทยนี้ ต้องไม่ถูกท้าทายอีกต่อไป ไม่มีพื้นที่สำหรับความลังเล มีเพียงหน้าที่ ศักดิ์ศรี และความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ

“อันวาร์” นายกฯ มาเลเซีย วอน ไทย-กัมพูชายับยั้งชั่งใจ กลับสู่แนวทางการทูต

"อันวาร์" นายกฯ มาเลเซีย วอน ไทย-กัมพูชายับยั้งชั่งใจ กลับสู่แนวทางการทูต

8 ธ.ค. 2568 14:51 น.

“อันวาร์” นายกฯ มาเลเซีย วอน ไทย-กัมพูชายับยั้งชั่งใจ กลับสู่แนวทางการทูต

“อันวาร์” นายกฯ มาเลเซียออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาควบคุมสถานการณ์อย่างที่สุด เปิดช่องสื่อสาร และกลับสู่แนวทางการทูต ก่อนความตึงเครียดลุกลามจนฉีกความพยายามสร้างสันติภาพในภูมิภาค

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อเหตุการณ์ปะทะด้วยอาวุธระหว่างกองกำลังไทยและกัมพูชาตามแนวชายแดน ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

อันวาร์ระบุว่า รู้สึกกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานการปะทะด้วยอาวุธระหว่างกองกำลังของกัมพูชาและไทยตามพรมแดนร่วม ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยความรุนแรงที่ปะทุอีกครั้งเสี่ยงทำลายความพยายามที่ทั้งสองประเทศทุ่มเทเพื่อสร้างเสถียรภาพมานาน

พร้อมกันนี้ นายกฯ มาเลเซียย้ำว่า ไทยและกัมพูชาเป็น หุ้นส่วนใกล้ชิดของมาเลเซีย และเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีบทบาทสำคัญ จึงขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างที่สุด รักษาช่องทางสื่อสารที่เปิดไว้ และใช้กลไกความร่วมมือที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ พร้อมประกาศว่ามาเลเซียพร้อมให้การสนับสนุนทุกก้าวย่างที่จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ผู้นำมาเลเซียเตือนด้วยว่า ภูมิภาคอาเซียน ไม่สามารถปล่อยให้ข้อพิพาทยืดเยื้อนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่โดยสิ่งสำคัญเร่งด่วนที่สุดขณะนี้ คือ หยุดการสู้รบ ป้องกันอันตรายต่อพลเรือน และกลับสู่เส้นทางการทูตบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและจิตวิญญาณของเพื่อนบ้านที่อาเซียนยึดถือมาโดยตลอด.

“ฮุนเซน” สั่งยึดเส้นแดง แนวตอบโต้ชัดเจนของฝั่งกัมพูชา เตรียมพร้อมเต็มกำลังรับมือการโจมตีจากฝั่งไทย

"ฮุนเซน" สั่งยึดเส้นแดง แนวตอบโต้ชัดเจนของฝั่งกัมพูชา เตรียมพร้อมเต็มกำลังรับมือการโจมตีจากฝั่งไทย

8 ธ.ค. 2568 13:05 น.

“ฮุนเซน” สั่งยึดเส้นแดง แนวตอบโต้ชัดเจนของฝั่งกัมพูชา เตรียมพร้อมเต็มกำลังรับมือการโจมตีจากฝั่งไทย

ฮุนเซน เดือด สั่งกองกำลังทุกหน่วยยึด “เส้นแดงตอบโต้” เคร่งครัด เตรียมพร้อมเต็มกำลังรับมือการโจมตีจากฝั่งไทย ลั่นยกเลิกภารกิจทั้งหมดในประเทศเพื่อร่วมกำกับดูแลกองทัพเคียงข้างนายกฯ ในช่วงวิกฤติ

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวของกัมพูชารายงานว่า สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียล สั่งกองกำลังทุกหน่วยยึด “เส้นแดงตอบโต้” อย่างเคร่งครัด และเตรียมพร้อมเต็มกำลังรับมือการโจมตีจากฝั่งไทย ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดชายแดนกัมพูชา–ไทยพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง หลังมีการปะทะต่อเนื่องหลายจุด 

ฮุน เซน ระบุว่า ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเช้าวันนี้ กองกำลังไทยได้ยิงอาวุธหลากหลายชนิดเข้าใส่พื้นที่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง หวังยั่วยุให้ตอบโต้เพื่อล้มข้อตกลงหยุดยิงและคำประกาศสันติภาพกัมพูชา–ไทย  ที่ลงนามเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา

อดีตนายกฯ กัมพูชา ย้ำว่า “เส้นแดงในการตอบโต้ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้ว” พร้อมสั่งผู้บังคับบัญชาทุกระดับทำความเข้าใจและชี้แจงต่อทหารใต้บังคับบัญชาอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการตัดสินใจผิดพลาดในพื้นที่ปะทะ

นอกจากนี้ ฮุน เซน ได้สั่งให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งอพยพประชาชนออกจากจุดเสี่ยง และช่วยเหลือผู้ที่กำลังหนีภัยจากพื้นที่สู้รบไปยังเขตปลอดภัย พร้อมเปิดเผยว่าได้ยกเลิกภารกิจทั้งหมดในประเทศเพื่อร่วมกำกับดูแลกองทัพเคียงข้างนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาในช่วงสถานการณ์วิกฤติ

เขายังขออภัยแขกทั้งในและต่างประเทศที่ไม่สามารถเข้าพบได้ในช่วงนี้ พร้อมส่งกำลังใจไปยังนักกีฬากัมพูชาที่กำลังแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยว่าให้แข่งขันตามปกติ ไม่ต้องวิตกกับสถานการณ์ชายแดน.

ที่มา Freshnews

สื่อนอกตีข่าวชายแดนไทย-กัมพูชาเดือดอีกรอบ ไทยโจมตีทางอากาศโต้เขมรยิงถล่มทหารไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ

สื่อนอกตีข่าวชายแดนไทย-กัมพูชาเดือดอีกรอบ ไทยโจมตีทางอากาศโต้เขมรยิงถล่มทหารไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ

8 ธ.ค. 2568 11:14 น.

สื่อนอกตีข่าวชายแดนไทย-กัมพูชาเดือดอีกรอบ ไทยโจมตีทางอากาศโต้เขมรยิงถล่มทหารไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ

สื่อต่างชาติรายงานสถานการณ์เดือดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุดไทยโจมตีทางอากาศถล่มกัมพูชาเพื่อตอบโต้กัมพูชายิงปืนใหญ่ถล่มทหารไทยเสียชีวิต-บาดเจ็บ หวั่นกระทบความน่าเชื่อถือข้อตกลงหยุดยิง 

สำนักข่าว “CNN” “Aljazeera”  “France24” และ “The Star” ของมาเลเซีย รายงานว่า เกิดเหตุสู้รบระลอกใหม่ระหว่างไทยและกัมพูชา เมื่อกองทัพไทย โจมตีทางอากาศใส่กัมพูชาตามแนวพื้นที่พิพาทชายแดน ในขณะที่กัมพูชายิงปืนใหญ่ถล่มทหารไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บ ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยกระดับขึ้นอีกครั้ง และเสี่ยงต่อการล้มเหลวของแผนสันติภาพที่เพิ่งมีการผลักดันโดย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เมื่อราวสองเดือนก่อน

สื่อต่างชาติรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันและกันว่าเป็นผู้เริ่มเปิดฉากปะทะในเช้าวันจันทร์ โดยไทยและกัมพูชาต่างอ้างว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ยิงโจมตีก่อนในพื้นที่ตามแนวเขตแดนที่ยังเป็นข้อพิพาทมายาวนาน

เหตุปะทุครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์แห่งความตึงเครียดที่ค่อยๆ สะสม หลังไทยมีการระงับการเดินหน้าในข้อตกลงหยุดยิง ที่สองประเทศร่วมลงนามภายใต้การประสานของสหรัฐฯ ส่งผลให้ช่องทางการเจรจาเริ่มชะงักงัน และความขัดแย้งกลับมาปะทุอีกครั้ง

แม้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บจากเหตุโจมตี แต่สถานการณ์ล่าสุดทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งทำให้ความพยายามสร้างเสถียรภาพตามแนวชายแดนล้มเหลว และอาจลากเข้าสู่ความขัดแย้งเต็มรูปแบบ หากไม่เร่งรื้อฟื้นการเจรจาโดยด่วน.

กัมพูชาปัดข่าว เคลื่อนย้ายอาวุธหนัก กล่าวหาไทยยิงเข้ามา 2 ครั้ง

กัมพูชาปัดข่าว เคลื่อนย้ายอาวุธหนัก กล่าวหาไทยยิงเข้ามา 2 ครั้ง

8 ธ.ค. 2568 06:38 น.

กัมพูชาปัดข่าว เคลื่อนย้ายอาวุธหนัก กล่าวหาไทยยิงเข้ามา 2 ครั้ง

กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ปฏิเสธรายงานของกองทัพไทย ที่ว่าพวกเขาเคลื่อนย้ายอาวุธหนักประจำการตามแนวชายแดนแล้ว ในขณะที่กล่าวหาฝ่ายไทยว่า ยิงพวกเขา 2 ระลอกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เมื่อช่วงหลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 8 ธ.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊กของกระทรวงกลาโหมกัมพูชา โพสต์แถลงการณ์ปฏิเสธรายงานของกองทัพไทยที่ระบุว่า กัมพูชาได้เคลื่อนย้ายอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์หนักและร้ายแรงตามแนวชายแดนกัมพูชา–ไทย ในขณะเดียวกันก็กล่าวหาไทยว่า ยิงเข้าใส่ฝ่ายกัมพูชา 2 ครั้ง

แถลงการณ์ดังกล่าว ลงชื่อ พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ระบุว่า

“กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอแจ้งให้สาธารณชน รวมถึงนักข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทราบว่า ในคืนวันที่ 7 ธันวาคม 2025 ใกล้เที่ยงคืนของวันที่ 8 ธันวาคม 2025 กระทรวงได้รับทราบว่า เพจอย่างเป็นทางการของกองทัพภาคที่ 2 ของไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลเท็จอย่างแข็งขัน ซึ่งขัดแย้งกับความจริงอย่างชัดเจน โดยการเผยแพร่ข้อกล่าวอ้างที่ว่า ‘กัมพูชามีการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์หนักและร้ายแรงตามแนวชายแดนกัมพูชา–ไทย’ ข้อมูลที่ผิดนี้ถูกนำไปอ้างอิงและเผยแพร่ซ้ำโดยสื่อไทยบางสำนัก โดยมีเจตนาที่จะทำให้สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าใจผิด และใช้เป็นข้ออ้างเพื่อยกระดับความตึงเครียดทางทหารกับกัมพูชาอีกครั้ง

“กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอปฏิเสธการกล่าวอ้างนี้ และขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้:

1.แถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยเพจอย่างเป็นทางการของกองทัพภาคที่ 2 ของไทย รวมถึงสื่อไทยหลายสำนัก ที่กล่าวหาว่ากัมพูชามีการเคลื่อนย้ายอาวุธและยุทโธปกรณ์หนักและร้ายแรงตามแนวชายแดนกัมพูชา–ไทยนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

2.กองทัพกัมพูชาไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหรือปฏิญญาร่วมว่าด้วยสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย ตรงกันข้ามกับที่มีการรายงานโดยโซเชียลมีเดียและสื่อของไทย”

“กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะเคารพและดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมว่าด้วยสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทยอย่างเต็มที่ กระทรวงจะยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างทั้งสองประเทศ และกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด”

ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาได้โพสต์แถลงการณ์กล่าวหาว่า ทหารไทยเปิดฉากโจมตีทหารฝ่ายกัมพูชาที่ประจำการในพื้นที่ ปรอเลียน ธมอร์ (Prorlean Thmar) ในอำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร ตั้งแต่เวลาประมาณ 14:15 น. ถึง 14:32 น. ของวันที่ 7 ธ.ค. และฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ยิงโต้กลับอย่างที่ฝ่ายไทยกล่าวหา ชี้เป็นข่าวเท็จที่สร้างขึ้นเพื่อทำให้สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าใจผิด และใช้เป็นข้ออ้างเพื่อยกระดับความตึงเครียดทางทหารกับกัมพูชา

กระทรวงกลาโหมกัมพูชาอ้างอีกว่า ในเวลาประมาณ 20:02 น. วันเดียวกัน ทหารไทยเปิดฉากโจมตีครั้งที่ 2 ด้วยอาวุธขนาดเล็กหลายครั้ง นัดบริเวณด้านหน้าแนวรบของกัมพูชาในพื้นที่ “โอพกา สแนะห์” (O’ Phka Sneh) และโจมตีพื้นที่ ปรอเลียน ธมอร์ อีกครั้งในเวลา 20:30 น. โดยใช้ทั้งอาวุธขนาดเล็กและปืนครก ก่อนที่การโจมตีจะสิ้นสุดในเวลาประมาณ 20:50 น.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

UN เตือน กำแพงป้องกันรังสีของ รง. นิวเคลียร์ “เชอร์โนบิล” ถูกโจมตีเสียหาย

UN เตือน กำแพงป้องกันรังสีของ รง. นิวเคลียร์ “เชอร์โนบิล” ถูกโจมตีเสียหาย

8 ธ.ค. 2568 06:12 น.

UN เตือน กำแพงป้องกันรังสีของ รง. นิวเคลียร์ “เชอร์โนบิล” ถูกโจมตีเสียหาย

หน่วยงานนิวเคลียร์ของสหประชาชาติออกมาเตือนว่ากำแพงป้องกันรังสีของโรงงานนิวเคลียร์ “เชอร์โนบิล” ในยูเครน ถูกโดรนโจมตีเสียหาย และจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซม

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. 2568 ว่า เกราะป้องกันที่สร้างขึ้นเหนือพื้นที่เกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้า “เชอร์โนบิล” ในปี 2529 ถูกโจมตีด้วยโดรนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และสูญเสียการทำงานหลักด้านความปลอดภัยหลายอย่าง รวมถึงขีดความสามารถในการกักเก็บรังสี

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยยูเครนกล่าวหารัสเซียว่ากำหนดเป้าหมายโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ฝ่ายมอสโกปฏิเสธ

IAEA ระบุว่า ทีมงานได้ดำเนินการประเมินความปลอดภัยของสถานที่แห่งนี้เสร็จสิ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากที่มัน “ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง” จากการโจมตีด้วยโดรน การโจมตีดังกล่าวทำให้เกิดไฟไหม้ที่แผ่นหุ้มด้านนอกของโครงสร้างเหล็ก

ผู้ตรวจสอบกล่าวว่า โครงสร้างรับน้ำหนักหรือระบบตรวจสอบของเกราะป้องกันไม่ได้รับความเสียหายถาวร และมีการซ่อมแซมส่วนหลังคาไปบ้างแล้ว

แต่นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ของ IAEA กล่าวว่า “การฟื้นฟูที่ทันเวลาและครอบคลุมยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อป้องกันความเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง และรับประกันความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ในระยะยาว”

อย่างไรก็ตาม ศ. จิม สมิธ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมบอกกับสำนักข่าวบีบีซี ว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่น่าตื่นตระหนก

ศ. สมิธ จากมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัทในสหราชอาณาจักร ซึ่งศึกษาผลพวงของภัยพิบัติเชอร์โนบิล กล่าวว่า อันตรายที่ใหญ่ที่สุดที่เกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้คือ “การรบกวนฝุ่นกัมมันตรังสี” แต่ตอนนี้ความเสี่ยงยังต่ำ เนื่องจากฝุ่นที่ปนเปื้อนถูกกักเก็บอยู่ภายใน “โลงหิน” (sarcophagus) คอนกรีตหนา ซึ่งมีเกราะป้องกันคลุมไว้อีกชั้นหนึ่ง

โลงหินซึ่งกักเก็บกัมมันตรังสีเอาไว้นี้ มีอายุการใช้งานเพียง 30 ปี จึงจำเป็นต้องมีเกราะป้องกันเพื่อป้องกันไม่ให้สารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมาในช่วง 100 ปีข้างหน้า

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กลาโหมกัมพูชา ปัดข่าวเคลื่อนย้ายรถถัง ลั่นไม่ทำผิดข้อตกลงหยุดยิง

กลาโหมกัมพูชา ปัดข่าวเคลื่อนย้ายรถถัง ลั่นไม่ทำผิดข้อตกลงหยุดยิง

8 ธ.ค. 2568 00:30 น.

กลาโหมกัมพูชา ปัดข่าวเคลื่อนย้ายรถถัง ลั่นไม่ทำผิดข้อตกลงหยุดยิง

กระทรวงกลาโหมกัมพูชาโพสต์แถลงการณ์ ปฏิเสธรายงานของกองทัพไทยที่ระบุว่า กัมพูชาเคลื่อนย้ายรถถังแล้ว โดยยืนยันว่า กัมพูชาจะไม่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 7 ธ.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊กของกระทรวงกลาโหมกัมพูชา โพสต์แถลงการณ์ปฏิเสธรายงานของกองทัพไทยที่ระบุว่า กัมพูชาได้เคลื่อนย้ายรถถังไปยังชายแดนแล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่า กัมพูชาจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

แถลงการณ์ดังกล่าว ลงชื่อ พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ระบุว่า

“กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอแจ้งให้สาธารณชน รวมถึงนักข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทราบว่า ในคืนวันที่ 7 ธันวาคม 2025 เราเห็นว่าเพจ Facebook อย่างเป็นทางการของกองทัพภาคที่ 2 ของไทย ได้เผยแพร่แถลงการณ์ที่อ้างว่า “กัมพูชามีการเคลื่อนย้ายรถถังในเมืองสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย” และข้อมูลนี้ถูกนำไปอ้างอิงและเผยแพร่ต่อโดยสื่อไทยหลายสำนัก”

“กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอปฏิเสธการกล่าวอ้างนี้ และขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้:

1.แถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยเพจอย่างเป็นทางการของกองทัพภาคที่ 2 ของไทย รวมถึงสื่อไทยหลายสำนัก ที่กล่าวหาว่ากัมพูชามีการเคลื่อนย้ายรถถังนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

2.กองทัพกัมพูชาไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหรือปฏิญญาร่วมว่าด้วยสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย ตรงกันข้ามกับที่มีการรายงานโดยโซเชียลมีเดียและสื่อของไทย”

“กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะเคารพและดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงและปฏิญญาร่วมว่าด้วยสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทยอย่างเต็มที่ กระทรวงจะยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างทั้งสองประเทศ และกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook