เชื่อหรือไม่ สหรัฐอยู่ห่างจากรัสเซียด้วยการเดินแค่ 20 นาที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679272

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 15:13 น. เชื่อหรือไม่ สหรัฐอยู่ห่างจากรัสเซียด้วยการเดินแค่ 20 นาที

ดูเผินๆ แล้วทั้ง 2 ประเทศอยู่ไกลกันมาก และหากนับเส้นแบ่งเวลา รัสเซียกับสหรัฐอยู่ห่างกันถึง 22 เส้นแบ่งเวลา

เมื่อเร็วๆ นี้มีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งที่ชื่อ @laubandrew ตั้งข้อสังเกตว่าที่จริงแล้วสหรัฐกับรัสเซียอยู่ใกล้กันแค่ปลายจมูก ถึงขนาดที่ว่าเราสามารถเดินข้ามจากฝั่งสหรัฐไปยังรัสเซียได้ในเวลาเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น

ฟังดูแล้วอาจเหลือเชื่อ ถ้าเราคิดว่าสหรัฐอยู่ไกลจากรัสเซียโดยตั้งหลักที่มอสโกกับวอชิงตันดีซี หรือแม้แต่ระหว่างลอสแองเจลิสกับวลาดิวอสต็อก สองฝั่งของประเทศทั้งสองที่ถูกกั้นด้วยมหาสมุทรแปซิฟิก

แต่จริงๆ แล้วสหรัฐอยู่กับรัสเซียที่สุดตรงทะเลเบริงตรงแถบแอนตาร์กติกา ที่กั้นระหว่างรัฐอะแลสกาของสหรัฐกับภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือนี่คือเส้นแบ่งระหว่างอเมริกาเหนือกับเอเชียนั่นเอง

แต่ถ้าดูเผินๆ อีกก็ยังไม่น่าเป็นไปได้ที่เราจะเดินจากอะแลสกาไปยังรัสเซียตะวันออกไกล เพราะทะเลเบริงมีความกงว้างใหญ่ไพศาล จุดที่แคบที่สุดของช่องแคบเบริงยังมีความก้วางถึง 82 กม.

ยกเว้นว่าเราจะมองลึกลงไปอีกที่เส้นแบ่งพรมแดนของสหรัฐกับรัสเซียที่ทะเลเบริง ตรงนั้นมีเกาะอยู่ 2 เกาะที่เป็นหมู่เกาะเดียวกัน แต่สหรัฐกับรัสเซียแบ่งกันไปคนละเกาะ นั่นคือเกาะไดโอมีดใหญ่ (Big Diomede Island) ซึ่งเป็นของรัสเซีย กับเกาะไดโอมีดเล็ก (Little Diomede Island) ซึ่งเป็นของสหรัฐ

เกาะไดโอมีดใหญ่ที่เป็นของรัสเซียห่างจากชายฝั่งแผ่นดินใหญ่รัสเซีย 40 กม. ส่วนเกาะไดโอมีเล็ก ห่างจากชายฝั่งแผ่นดินใหญ่อะแลสกาของสหรัฐ 25 กม. ทั้งคู่อยู่ตรงกลางช่องแคบเบริงพอดิบพอดี

ที่ตั้งของเกาะทั้งสอง (ในภาพระบุแค่เกาะไดโอมีดเล็ก) ภาพจาก wikipedia

แต่ทั้งสองเกาะนี้อยู่ห่างจากกันแค่ 3.5 กม. เท่านั้น หมายความว่าเวลาถึงฤดูหนาวที่ทะเลเบริงกลายเป็นผืนน้ำแข็ง เราจะสามารถเดินข้ามจากสหรัฐไปยังรัสเซียได้ในเวลาแค่ 20 นาทีเท่านั้น

ถามว่าเคยมีคนทำแบบนั้นหรือไม่? ตอบว่าเคยมีมาแล้ว แต่คนๆ นั้นไม่ได้เดินไป เพราะใช้วิธีว่ายน้ำข้ามไปในช่วงฤดูร้อนที่ทะเลเบริงปลอดจากน้ำแข็ง

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในเวลาที่ความสัมพันธ์ทั้ง 2 ชาติไม่ปกติเหมือนตอนนี้ มันเกิดขึ้นช่วงสงครามเย็น ตอนที่รัสเซีย (หรือสหภาพโซเวียต) เป็นศัตรูกับสหรัฐ แต่ว่าเป็นช่วงปลายสงครามเย็นแล้ว การเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายเริ่มคลี่คลายลงไป

ในช่วงสงครามเย็น ส่วนของพรมแดนระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตที่แยกไดโอมีดใหญ่และไดโอมีดเล็กกลายเป็นที่รู้จักในชื่อ “ม่านน้ำแข็ง” เลียนแบบชื่อ “ม่านเหล็ก” ที่หมายถึงสหภาพโซเวียตที่คนนอกยากจะเข้าไปได้

ภาพเกาะใหญ่และเล็กเคียงคู่กัน ถ่ายโดย Dave Cohoe/wikipedia

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 1987 ลินน์ ค็อกซ์ (Lynne Cox) นักว่ายน้ำทางไกลหญิงชาวอเมริกัน ได้ว่ายน้ำจากเกาะไดโอมีดเล็กไปยังไดโอมีดมใหญ่ (ประมาณ 3.5 กม. หรือ 2.2 ไมล์) แม้ว่าจะปลอดน้ำแข็ง แต่มันก็หนาวจัด ทว่าเธอทำมันได้สำเร็จ กลายเป็นอเมริกันคนแรกที่เดินทางไปยังรัสเซียด้วยเส้นทางที่สั้นที่สุดในยุคสมัยที่เข้าไปในรัสเซียยากที่สุด

แทนที่จะถูกลงโทษ อีก 4 เดือนต่อมาชื่อของเธอถูกกล่าวถึงด้วยการแสดงความยินดีร่วมกันจากมิคาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำสหภาพโซเวียต และโรนัลด์ เรแกน ผู้นำสหรัฐ ในการลงนามสนธิสัญญาขีปนาวุธ INF ที่ทำเนียบขาว

กอร์บาชอฟยกแก้วขึ้นเป็นเกียรติ และประธานาธิบดีเรแกนยกแก้วของเขาขึ้นมาเช่นกัน กอร์บาชอฟกล่าวว่า “ฤดูร้อนปีที่แล้วชาวอเมริกันผู้กล้าหาญคนหนึ่งชื่อลินน์ ค็อกซ์ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงในการว่ายน้ำจากประเทศของพวกเราไปยังอีกประเทศหนึ่ง เราเห็นในโทรทัศน์ว่าการพบกันเป็นไปอย่างจริงใจและเป็นมิตรระหว่างคนของเรากับชาวอเมริกันเมื่อเธอก้าวขึ้นฝั่งโซเวียต เธอพิสูจน์ด้วยความกล้าหาญของเธอว่าผู้คนของพวกเราอาศัยอยู่ใกล้กันแค่ไหน”

ลินน์ ค็อกซ์ เล่าเรื่องนี้ไว้ในหนังสือชื่อ “Swimming to Antarctica,Tales of a Long-Distance Swimmer” เมื่อปี 2004

ปราบโควิดแต่เศรษฐกิจต้องไปต่อ เซี่ยงไฮ้ใช้วิธีล็อกดาวน์ทีละครึ่งเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679257

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 13:26 น.ปราบโควิดแต่เศรษฐกิจต้องไปต่อ เซี่ยงไฮ้ใช้วิธีล็อกดาวน์ทีละครึ่งเมือง

จีนล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ ศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ ด้วยกลยุทธ์ปิดทีละครึ่งเมือง

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าทางการจีนประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีประชากร 26 ล้านคน เป็นระยะเวลา 9 วัน เริ่มตั้งแต่วันนี้ (28 มี.ค.) ไปจนถึงวันที่ 5 เม.ย. เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อในท้องถิ่นเพิ่มสูงขึ้น

โดยมาตรการล็อกดาวน์จะแบ่งออกเป็น 2 เฟส เฟสแรกครอบคลุมพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของเมือง ตั้งแต่แม่น้ำหวงผู่ไปจนถึงเขตผู่ตง ซึ่งมีประชากรราว 11 ล้านคน โดยจะล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. ไปจนถึง 1 เม.ย. และจะล็อกดาวน์ทางฝั่งตะวันตกของเมือง ระหว่างวันที่ 1-5 เม.ย.

โดยรัฐบาลท้องถิ่นเซี่ยงไฮ้กล่าวว่าจะระงับขนส่งสาธารณะ รวมทั้งบริการเรียกรถในพื้นที่ล็อกดาวน์ ตลอดจนระงับการทำงานในบริษัทและโรงงาน เว้นแต่บริการสาธารณะและการจัดส่งอาหาร ขณะที่แหล่งข่าวเผยว่า Tesla จะระงับการผลิตในโรงงานที่เซี่ยงไฮ้เป็นเวลา 4 วัน

รายงานระบุว่าจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในจีนเพิ่มขึ้นที่เพิ่มขึ้นในระยะหลังมานี้ เพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของจีน แต่เพื่อให้เศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อไปได้จึงใช้วิธีการล็อกดาวน์ทีละครึ่งเมือง

ทั้งนี้ เซี่ยงไฮ้รายงานผู้ป่วยโควิด-19 ไม่แสดงอาการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,450 รายเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา และอีก 50 รายเป็นผู้ป่วยแสดงอาการ ซึ่งผู้ติดเชื้อในเซี่ยงไฮ้คิดเป็นประมาณ 70% ของผู้ป่วยทั้งประเทศ

Photo by Hector RETAMAL / AFP

คิม จองอึน ลั่นเดินหน้าพัฒนาอาวุธอันน่าเกรงขามต่อไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679249

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 11:50 น.คิม จองอึน ลั่นเดินหน้าพัฒนาอาวุธอันน่าเกรงขามต่อไป

ผู้นำเกาหลีเหนือลั่นเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถในการโจมตี สกัดจักรวรรดินิยม

วันนี้ (28 มี.ค.) Reuters อ้างรายงานจาก KCNA สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือระบุว่า คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ลั่นวาจาว่าเกาหลีเหนือจะเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถในการโจมตีที่น่าเกรงขามต่อไป

คิมกล่าวว่า เมื่อเราเพียบพร้อมไปด้วยความสามารถอันน่าเกรงขาม อำนาจทางทหารที่ล้นหลามที่ใครไม่อาจต้านทาน เราก็จะสามารถป้องกันสงครามได้ สามารถรับประกันความมั่นคงของประเทศ ป้องกันภัยคุกคามและแบล็กเมลโดยจักรวรรดินิยมได้

รายงานระบุว่าผู้นำเกาหลีเหนือได้พบกับนักวิทยาศาสตร์ ช่างเทคนิค และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทดลองยิงฮวาซอง-17 (Hwasong-17) ขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ชนิดใหม่เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเกาหลีเหนือกล่าวว่าเป็นขีปนาวุธข้ามทวีปที่ใหญ่ที่สุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเผชิญหน้ากับจักรวรรดินิยมอเมริกาที่มาพร้อมอันตรายของสงครามนิวเคลียร์

ขณะที่สหรัฐพยายามกดดันให้เกาหลีเหนือยอมลดคลังอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีปซึ่งอาจโจมตีเป้าหมายในสหรัฐอเมริกาได้ แต่คิมยืนยันว่ากองกำลังป้องกันตนเองของเกาหลีเหนือไม่อาจแลกเปลี่ยนหรือซื้อด้วยสิ่งใด และเกาหลีเหนือจะเดินหน้าพัฒนากองกำลังที่สมบูรณ์และแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสหรัฐยังได้กล่วว่าจะผลักดันให้สหประชาชาติ (UN) เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเนื่องจากการกระทำอันยั่วยุที่เป็นอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่จีนและรัสเซียมีท่าทีคัดค้าน

Photo by various sources / AFP

วิล สมิธบุกเวทีตบพิธีกรออสการ์ จริงหรือล้อเล่น?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679240

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 11:07 น.วิล สมิธบุกเวทีตบพิธีกรออสการ์ จริงหรือล้อเล่น?

งงกันทั่วโลก เมื่อวิล สมิธ ปรี่เข้าตบหน้าคริส ร็อก กลางเวทีออสการ์

กลายเป็นเรื่องฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อวิล สมิธ (Will Smith) ปรี่เข้าตบหน้าคริส ร็อก (Chris Rock) กลางงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ซึ่งทำเอาคนในงานงงไปตามๆ กัน

เมื่อร็อก ดาวตลกชื่อดังที่ขึ้นเวทีไปประกาศรางวัลออสการ์ สาขาสารคดียอดเยี่ยม โดยมีการเอ่ยถึงเจดา พินเก็ตต์ สมิธ (Jada Pinkett Smith) ภรรยาสุดที่รักของวิล สมิธ โดยล้อว่าเธอเตรียมเล่นภาพยนตร์เรื่อง G.I. Jane ภาพยนตร์ที่ตัวเอกหญิงในเรื่องต้องโกนหัวเพราะเป็นทหาร แต่เจดานั้นต้องตัดผมสั้นเนื่องจากอาการป่วย

ไม่รู้ว่าโกรธจริงหรือล้อเล่น แต่สมิธปรี่เข้าไปตบหน้าร็อกกลางเวที ซึ่งแม้ว่าจะดูเหมือนเป็นเรื่องตลกในตอนแรก แต่สมิธกลับมานั่งที่และตะโกนใส่ร็อกว่า “อย่ามาพูดถึงเมียผม!” ทำเอาคนในงานทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว

ด้านฌอน คอมบ์ส หรือ Diddy ที่มีคิวรับรางวัลเป็นลำดับถัดไป พยายามแก้สถานการณ์ให้กลับมาเป็นปกติ โดยกล่าวบนเวทีว่า “วิลและคริส เราจะเคลียร์เรื่องนี้กันเหมือนคนในครอบครัว เราจะมูฟออนไปด้วยความรัก ทุกคนขอเสียงหน่อย!”

Here’s the moment Chris Rock made a “G.I. Jane 2” joke about Jada Pinkett Smith, prompting Will Smith to punch him and yell, “Leave my wife’s name out of your f–king mouth.” #Oscars pic.twitter.com/kHTZXI6kuL— Variety (@Variety) March 28, 2022

Sean Combs addresses that wild Will Smith and Chris Rock moment at the #Oscars: “Will and Chris, we’re gonna solve that like family at the Gold Party.” pic.twitter.com/5r6WHHBdeE— Variety (@Variety) March 28, 2022

ROBYN BECK/AFP
ANGELA WEISS/AFP

เซเลนสกีเผยยูเครนกำลังศึกษาสถานะความเป็นกลาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679223

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 10:07 น.เซเลนสกีเผยยูเครนกำลังศึกษาสถานะความเป็นกลาง

รัสเซียต้องการให้ยูเครนมีความเป็นกลางโดยไม่เข้าเป็นสมาชิกนาโต และประเด็นนี้คือส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียรุกรานยุเครน แต่ก็เป็นประเด็นสำคัญของการเจรจาเพื่อยุติสงครามด้วย

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีแห่งยูเครน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ความต้องการของรัสเซียที่จะให้ยูเครนวางตัวเป็นกลางซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับรัฐบาลมอสโกในการเจรจาข้อขัดแย้ง กำลังถูกพิจารณาอย่างใกล้ชิดโดยผู้เจรจาของรัฐบาลเคียฟ

เซเลนสกีกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับองค์กรข่าวอิสระหลายแห่งของรัสเซียว่า “ประเด็นการเจรจานี้เป็นที่เข้าใจได้ และกำลังอยู่ระหว่างการหารือ และกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วน”

เมื่อต้นเดือนนี้ รัฐบาลเครมลินกล่าวว่าสวีเดนและออสเตรียเสนอแบบจำลองความเป็นกลางที่ยูเครนสามารถนำมาใช้เพื่อช่วยยุติการรุกรานของรัสเซียในยูเครนได้

แต่ยูเครนปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยระบุว่ามีเพียงรัฐบาลเคียฟเท่านั้นที่สามารถออกแบบระบบที่ชาวยูเครนยอมรับได้

ในการพูดคุยกับนักข่าวชาวรัสเซีย เซเลนสกีกล่าวหาว่า วลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียต่างหากที่ดึงการเจรจาให้ยืดเยื้อออกไปและทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อออกไป

“เราต้องตกลงกับประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย แต่การจะบรรลุข้อตกลงได้ เขาต้องลุกขึ้นจากที่ที่เขาอยู่ แล้วมาพบผม” เซเลนสกี กล่าว

ขณะเดียวกัน Roskomnadzor ผู้ควบคุมสื่อของรัสเซีย เตือนสื่อต่างๆ ไม่ให้ออกอากาศการสัมภาษณ์กับเซเลนสกีโดยกล่าวว่าสื่อที่ทำเช่นนั้นอาจถูกสอบสวนและถูกดำเนินการได้

การเจรจาเพื่อยุติการต่อสู้ในยูเครนมากกว่าหนึ่งเดือนได้เน้นที่ประเด็นที่ยูเครนจะต้องถอยห่างจากการเป็นสมาชิก NATO การลดอาวุธและการรับประกันความปลอดภัยของยูเครน

ทั้งสองฝ่ายมีกำหนดจะประชุมกันเพื่อพูดคุยแบบตัวต่อตัวรอบที่สองในตุรกีในสัปดาห์หน้า

Source –  Agence France-Presse

Photo by Handout / UKRAINE PRESIDENCY / AFP

ประณามชาติตะวันตก ‘สองมาตรฐาน’ คว่ำบาตรรัสเซีย แต่ไม่ลงโทษอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679221

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 09:53 น.ประณามชาติตะวันตก 'สองมาตรฐาน' คว่ำบาตรรัสเซีย แต่ไม่ลงโทษอิสราเอล

ผู้นำปาเลสไตน์ชี้ตะวันตก ใส่ใจยูเครน แต่เมินปาเลสไตน์ ตะวันตกลงโทษรัสเซียจากการรุกรานยูเครน ขณะที่ตะวันตกเองก็เพิกเฉยต่อ “อาชญากรรม” ของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์

ประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส แห่งปาเลสไตน์ วิจารณ์การกระทำ “สองมาตรฐาน” ของตะวันตก โดยเขากล่าวว่าลงโทษรัสเซียจากการรุกรานยูเครน ขณะที่เพิกเฉยต่อ “อาชญากรรม” ของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์

อับบาสแสดงความไม่พอใจระหว่างที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน เยือนปาเลสไตน์และในการแถลงข่าวร่วมกับนักข่าว ณ ทำเนียบประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ในเมืองรามัลลาห์ เวสต์แบงก์ที่ถูกอิสราเอลยึดครอง

“เหตุการณ์ปัจจุบันในยุโรปแสดงให้เห็นสองมาตรฐานอย่างชัดเจน” เขากล่าวกับบลิงเคน

“แม้จะมีอาชญากรรมจากการยึดครองของอิสราเอลที่รวมเอาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ… เราไม่เห็นใครที่จะถือว่าอิสราเอลต้องรับผิดชอบในการประพฤติตนเป็นรัฐที่อยู่เหนือกฎหมาย” อับบาสกล่าว

บลิงเคนได้พูดคุยกับอับบาสในวันแรกของการเดินทาง ซึ่งรวมถึงการประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอลและประเทศอาหรับสี่ประเทศที่มีความสัมพันธ์กับรัฐอิสราเอลในระดับปกติ

บลิงเคนบอกกับอับบาสว่าเขาต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับชาวปาเลสไตน์ หลังจากที่ความสัมพันธ์ล่มสลายไปภายใต้การบริหารของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

แต่ด้วยการที่สหรัฐมุ่งความสนใจไปที่ความท้าทายจากจีนและรัสเซียที่ตอนนี้กำลังรุกรานยูเครน รัฐบาลวอชิงตันจึงใช้เวลาโดยรวมน้อยลงในประเด็นตะวันออกกลาง

ทางการปาเลสไตน์ที่นำโดยอับบาสได้จุดชนวนให้เกิดความโกรธเคืองต่อนักการทูตตะวันตกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้ประณามการโจมตีของรัสเซียในยูเครน

แหล่งข่าวทางการทูตตะวันตกหลายแห่งแจ้ง AFP ว่ามีการร้องขอให้รัฐบาลปาเลสไตน์ซึ่งเป็นผู้รับเงินบริจาครายใหญ่ของสหภาพยุโรป แสดงท่าทีประณามการรุกรานของรัสเซีย

บลิงเคนไม่ได้หยิบยกประเด็นยูเครนขึ้นมาพูดต่อหน้านักข่าว หรือหัวข้ออื่นๆ รวมถึงการเปิดสถานกงสุลสหรัฐฯ สำหรับปาเลสไตน์ในเยรูซาเล็มตะวันออกอีกครั้ง ซึ่งทรัมป์ปิดลงไป และฝ่ายอิสราเอลไม่ต้องการเห็นการเปิดอีกครั้ง

แต่เขาให้คำมั่นที่จะรักษาการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ โดยชี้ไปที่ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเงินจำนวน 500 ล้านดอลลาร์สำหรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในปีที่ผ่านมา

“สหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างความสัมพันธ์ของเรากับทางการปาเลสไตน์และกับชาวปาเลสไตน์อีกครั้ง” เขากล่าวกับอับบาส

Source – Agence France-Presse

Photo – TOPSHOT – ประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน จูบเด็กขณะพบกับผู้ลี้ภัยจากสงครามรัสเซียกับยูเครนที่สนามกีฬา PGE Narodowy ในวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2565 (ภาพโดย Brendan Smialowski / AFP)

อุปทูตซาอุฯ ยืนยันศักราชใหม่ความสัมพันธ์สองประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679202

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 08:00 น.อุปทูตซาอุฯ ยืนยันศักราชใหม่ความสัมพันธ์สองประเทศ

“ผมมีความเห็นว่าความสัมพันธ์ทางด้านแรงงานดูเหมือนจะมีความก้าวหน้ามากกว่าด้านอื่นๆ ณ ปัจจุบัน” อุปทูต กล่าว

เป็นเวลาประมาณสองเดือนภายหลังจากนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชาได้พาคณะตัวแทนรัฐบาลไทยไปเยือนราชอาณาจักรซาอุ ดิอาระเบียตามคำเชิญของเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด (His Royal Highness Prince Mohammad bin Salman bin Abdulaziz Al Saud) มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที  25  มกราคม  2565  ที่ผ่านมา 

ล่าสุด บางกอกโพสต์ได้สัมภาษณ์อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale ผ่านล่ามแปลภาษาอาหรับ-ไทย ถึงความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นจากการเยือนของพลเอกประยุทธ ภายหลังจากการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่ห่างหายไปประมาณ 32 ปี  

นับตั้งแต่วันที่รื้อฟื้นความสัมพันธ์จนถึงตอนนี้เป็นเวลา 2 เดือนแล้ว H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับประเทศไทยถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เก่าแก่ซึ่งเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1957 โดยทั้งสองประเทศผ่านช่วงเวลาต่างๆที่ผ่านมาทำให้เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศถูกลดระดับลงตั้งแตปี ค.ศ. 1990 ประมาณเมื่อ32 ปีที่ผ่านมา

“แต่วันนี้เราได้เปิดศักราชใหม่ถึงความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ ซึ่งเราถือว่าความสัมพันธ์ในปัจจุบันเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่”  H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale กล่าว

H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale ขยายความว่า ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศซึ่งเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ตรงนี้เริ่มต้นขึ้นจากที่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา ได้ไปเยือนประเทศซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565 ตามคำเชิญของเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด (His Royal Highness Prince Mohammad bin Salman bin Abdulaziz Al Saud) มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งการเยือนดังกล่าวทั้งสองประเทศได้ออกแถลงการณ์ร่วม ซึ่งเป็นโร๊ดแม๊ปความสัมพันธ์ หน้าใหม่ของทั้งสองประเทศ จัดว่าเป็นหน้าประวัติศาสตร์ความร่วมมือของทั้งสองประเทศในสาขาในด้านต่างๆที่ จะเกิดขึ้น

“ในช่วงเวลาปัจจุบันทั้งสองประเทศได้มีการประสานและปรึกษาหารือกันจะมีคณะต่างๆ ที่สลับกันไปเยือนทางสถานทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทยได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย ไม่กี่วันข้างหน้าจะมีคณะรัฐบาลจากซาอุดีอาระเบียมาเยือนประเทศไทยเพื่อจะพุดคุยกับตัวแทนในประเทศไทยเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเกิดเป็นรูปธรรมที่สุด ทั้งสองคณะจะวางโร๊ดแม๊ปร่วมกันเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศในทุกๆ ด้านเกิดเป็นประโยชน์ของทั้งสองประเทศ” อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย กล่าว

ท่านอุปทูตซาอุดีอาระเบียยังกล่าวว่าระยะเวลา 32 ปีที่ความสัมพันธ์ทางการทูตถูกลดระดับลงเป็นระยะเวลาที่ทั้งสองประเทศขาดโอกาสไป ในปัจจุบันเราสามารถกล่าวได้ว่าผู้นำรัฐบาลของทั้งสองประเทศเห็นพ้องต้องกันที่จะยกระดับความสัมพันธ์ และต้องมีโร้ดแม๊ปร่วมกันส่งเสริมความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นในหลายๆด้านจากนี้ไป  

ทั้งนี้ ตามถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีไทย พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชาที่ให้สัมภาษณ์หลังจากที่เดินทางกลับมาจากซาอุดีอาระเบียว่า ประเทศไทยและซาอุดีอาระเบียคาดหวังว่าการส่งเสริมความร่วมมือของทั้งสองประเทศจะส่งผลให้เกิดประโยชน์ในภาคต่างๆ ทั้ง 9 ด้านได้แก่ การท่องเที่ยว, พลังงาน, แรงงาน, อาหาร, สุขภาพ, ความมั่นคง, การศึกษาและศาสนา, การค้าและการลงทุน และกีฬา H.E. Mr. Essam Saleh Al Getal กล่าวว่า ภายใต้ 9 ด้านก็ยังมีประเด็นปลีกย่อยอีกที่มากกว่านั้น เช่น ด้านเศรษฐกิจก็จะมีการค้าขาย การส่งออก การลงทุน รวมถึงด้านอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งความร่วมมือกันกับสายการบินของทั้งสองประเทศ มีความร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยว

H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale เผยว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565)รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัยได้ประชุมกับ Prince Faisal Bin Farhan Al Saud รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ซาอุดีอาระเบียได้พบกันที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถานในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศในที่ประชุมองค์การความร่วมมืออิสลาม (The Organisation of Islamic Cooperation -OIC) ซึ่งการที่รัฐมนตรีทั้งสองท่านพบกันแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายอยากที่จะให้ความสัมพันธ์เกิดเป็นรูปธรรมและเร็วที่สุด

“และผมขอให้ข้อมูลนิดหนึ่งทางด้านความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจข้อมูลที่เรามีในปี ค.ศ. 2020 มูลค่าการค้าเศรษฐกิจทั้งสองประเทศประมาณ 5,000 ล้านดอลล่าสหรัฐ ซึ่งไม่เยอะ ผมเห็นว่าทั้งสองประเทศจริงๆ แล้วสามารถใช้ประโยชน์และความร่วมมมือรวมถึงศักยภาพที่ทั้งสองประเทศมีอยู่ สามารถทำให้ตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ได้อีกหลายเท่าตัว ผมมั่นใจว่าประชาชนของทั้งสองประเทศจะได้รู้สึกถึงความก้าวหน้าและประโยชน์จากความร่วมมือกันของทั้งสองประเทศตรงนี้ อันที่จริงแล้วนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยเพิ่งจะเดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียได้แค่ 2 เดือนที่ผ่านมานี้เอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งสองประเทศก็พยายามเร่งรัดการทำงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อที่จะได้ชดเชยโอกาสที่ผ่านมา 32  ปี ที่ทั้งสองประเทศเสียโอกาสไป” H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale กล่าว 

ในส่วนของโอกาสของแรงงานไทยนั้น ท่านอุปทูตซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า “ทางซาอุดีอาระเบียเชื่อว่าแรงงานไทยเป็นคนงานที่ขยันและเรียกว่ามีคุณภาพมีศักยภาพรวมกัน เป็นแรงงานทีได้รับความรู้จากญี่ปุ่น เกาหลี จีน อเมริกา มารวมกัน ความสัมพันธ์ทางด้านแรงงาน ล่าสุดมีคณะตัวแทนแรงงานซาอุดีอาระเบียมาเยือนประเทศไทย เมื่อประมาณ 10 วันที่แล้ว และได้พบกับเจ้าหน้าที่และคณะผู้บริหารของกระทรวงแรงงานไทย ได้ประชุมกันเรื่องข้อตกลงในเรื่องแรงงานเพื่อให้คนไทยไปทำงานที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย จริงๆ แล้วเรื่องแรงงานเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์จริงๆ แล้วยังมีด้านส่วนอื่นอีกมากมาย”

ก่อนหน้านี้ ท่านอุปทูตขยายความว่า ประเทศซาอุดีอาระเบียอยู่ระหว่างการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และซาอุดีอาระเบียเป็นสมาชิกของประเทศในกลุ่ม G20 ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศทางด้านการเงินและเศรษฐกิจ ปัจจุบันประเทศซาอุดีอาระเบียมีเมกกะโปรเจคเป็นโครงการใหญ่ๆ ซาอุดีอาระเบียมีวิสัยทัศน์ หรือ Vision  2030 เป็นนโยบายระดับประเทศ ซึ่งทางซอุดิอาระเบียหวังว่า Vision นี้จะนำประเทศซาอุดีอาระเบียสู่ประเทศที่พัฒนามากขึ้นไปสู่ประเทศที่เน้นทางด้านอุตสาหกรรมแทนที่จะพึ่งพาพลังงานเพียงอย่างเดียว ซึ่ง Vision 2030 เป้าหมายหลักๆก็คือการลดการพึ่งพาน้ำมัน กระจายรายได้ไปด้่านอื่นๆ เปลี่ยนประเทศที่พึงพาทางด้านขายน้ำมันอย่างเดียวไปเป็นประเทศที่หารายได้จากเศรษฐกิจด้านอื่นๆ ได้ ซึ่งโครงการต่างๆเหล่านี้ภายใต้ Vision 2030 ทำให้ประเทศซาอุดีอาระเบียต้องการความรู้และประสบการณ์ของมิตรประเทศต่างๆ ทำให้โครงการต่างๆ เหล่านี้ ประสบผลสำเร็จ 

ต่อข้อซักถามว่าค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำที่ซาอุดีอาระเบียที่แรงงานไทยจะได้รับคือเท่าไหร่ และที่ผ่านมามีบริษัทไทยมาติดต่อสถานทูตถึงการนำแรงงานไทยไปซาอุดีอาระเบียบ้างหรือยัง?  

ท่านอุปทูตตอบว่า ตลาดแรงงานของซาอุดีอาระเบียมีความต้องการแม่บ้าน ช่างเทคนิคสาขาต่างๆ คนงานก่อสร้าง พนักงานด้านสุขภาพอนามัย นักกายภาพบำบัด “ผมมองว่า จริงๆ แล้วทางซาอุดีอาระเบียต้องการคนงานไทยในหลายๆด้าน ก่อนที่ความสัมพันธ์จะถูกลดระดับเมื่อ 32  ปีที่แล้ว แรงงานไทยถือว่าได้รับความนิ ยมในซาอุดีอาระเบีย เป็นแรงงานที่ไว้ใจได้ และก็ขยัน”

H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale กล่าวว่า ตลาดแรงงานซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดที่ใหญ่ และยังต้องการแรงงานไทยอีกเยอะ ท่านเชื่อว่าแรงงานไทยยังจะเป็นแรงงานที่ทำผลงานได้ดี ในตลาดแรงงานซาอุดีอาระเบีย ความคืบหน้่าในความร่วมมือด้านนี้ใกล้แล้วที่จะเห็นเป็นรูปเป็นร่าง ส่วนเรื่องค่าแรงขั้นต่ำสำหรับแรงงานไทยขึ้นอยู่กับการตกลงกันของทั้งสองประเทศ เรื่องค่าแรงขั้นต่ำมีความหลากหลายในแต่ละอาชีพ เรื่องนี้การกำหนดค่าแรงคงต้องเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความเชี่ยวชาญดีกว่า

“อย่างไรก็ดีผมมีความเห็นว่าความสัมพันธ์ทางด้านแรงงานดูเหมือนจะมีความก้าวหน้ามากกว่าด้านอื่นๆ ณ ปัจจุบัน ณ ตอนนี้ทางสถานทูตซาอุดีอาระเบียก็ได้ประสานให้นักธุรกิจ นักลงทุนไทยที่อยากจะไปเยือนซาอุดีอาระเบีย ไปดูโอกาสในการลงทุนต่างๆ เรากำลังดำเนินการและประสานงานกันอยู่ในเรื่องนี้ ในไม่กี่วันข้างหน้าก็จะมีคณะทำงานของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียนำโดยคณะของกระทรวงการต่างประเทศจะมาเยือนเมืองไทยเพื่อที่จะวางโรดแมป เป็นคณะที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดด้วย ทางทั้งสองฝ่ายก็หวังว่าการเยือนของคณะจะนำมาซึ่งประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม” H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale กล่าว

ส่วนเรื่องการเชิญเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด (His Royal Highness Prince Mohammad bin Salman bin Abdulaziz Al Saud) มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาเยือนประเทศไทย ท่านอุปทูตตอบว่าทางนายกรัฐมนตรีไทยได้เชิญมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียจริง ในเบื้องต้นทางมกุฎราชกุมารได้ตอบรับคำเชิญ ส่วนกำหนดการเยือนยังอยู่ระหว่างการประสานทางการทูตกันทั้งสองประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ผู้รับผิดชอบคงกำลังต้องตรวจสอบดูตารางเวลาของท่านผู้นำทั้งสองประเทศให้ตรงกัน รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกอยู่ตอนนี้ก็จะส่งผลในเรื่องนี้ด้วย 

ต่อข้อซักถามในเรื่องการท่องเที่ยวว่าในปัจจุบันนี้เป็นเรื่องยากหรือไม่สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปซาอุดีอาระเบีย และคนซาอุดีอาระเบียที่จะเดินทางมาประเทศไทย? ท่านอุปทูตตอบว่า ณ ปัจจุบันนี้ นักท่องเที่ยวที่อยากจะไปเยือนซาอุดีอาระเบียสามารถยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวทางออนไลน์ได้เลย ส่วนจำนวนวันที่จะได้ท่องเที่ยวหรืออยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียก็ขึ้นอยู่กับโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ผู้ยื่นขอวีซ่าของแต่ละคน

“ในด้านการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียถือได้ว่าเป็นเรื่องใหม่ ของประเทศเราและเป็นประเทศใหม่ ทางด้านการท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ดีทางซาอุดีอาระเบียได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆมาปรับใช้กับการท่องเที่ยวในประเทศเรา ทางซาอุดีอาระเบียได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งทางบก บนเกาะ ซึ่งทางเราตั้งเป้าไว้ว่าในปี ค.ศ. 2030 และ หลังจากนั้นเราจะมีนักท่องเที่ ยวประมาณ 100  ล้านคน ในแต่ละปี”อุปทูตตอบกล่าว 

อุปทูตเสริมว่า ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่ใหญ่และมีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายมีทะเลทรายมีภูเขา มีชายหาดและทะเล รวมถึงเกาะต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันซาอุดีอาระเบียได้เร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เหล่านี้ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ได้วางแผนไว้ ทางรัฐบาลก็ได้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะกับสภาพในปัจจุบัน เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือน “หนึ่งในจุดแข็งของซาอุดีอาระเบียซึ่งอยู่ในสังคมอาหรับที่ให้เกียรติแขกที่มาเยือน และดูแลเอาใจใส่ เป็นวัฒนธรรมของพวกเราอยู่แล้ว ผมเห็นว่าลักษณะของสังคมซาอุดีอาระเบียตรงนี้จะช่วยทำให้การท่องเที่ยวในประเทศเป็นที่ต้องการของต่างชาติ”

H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale กล่าวว่าอีกหนึ่งโครงการที่กำลังจะเปิดคณะการท่องเที่ยวศึกษาในกรุงริยาดฮ์เพื่อสอนเกี่ยวกับการบริการการท่องเที่ยวต่างๆ เรื่องต่างๆ เหล่านี้ จะถูกหยิบยกมาพูดคุยเมื่อคณะทำงานทั้งสองฝ่ายมาพบกัน “ทางเราอยากนำความรู้และสบการณ์ ทางด้านการท่องเที่ยวมาใช้ประโยชน์ เราอยากจะพัฒนาการท่องเที่ยวในประเทศของเราให้เจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะหลังสถานการณ์ระบาดของโควิดที่แน่นอน สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบด้านลบในหลายๆประเทศที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว ทางซาอุดีอาระเบียกำลังศึกษาเรื่องการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่แม้ว่าจะมีโควิด และการเยือนของรัฐมนตรีการท่องเที่ยวของไทยปลายเดือนนี้ แน่นอนก็จะได้พูดคุยเรื่องการท่องเที่ยวที่จะต้องไปมาหาสู่กันอย่างสะดวกสบาย”

ส่วนกำหนดการแต่งตั้งอัครราชทูตมาประจำประเทศไทยนั้น H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale กล่าวว่า แน่นอนว่าทั้งสองประเทศจะต้องมีการแต่งตั้งอัครราชทูตประจำการซึ่งเป็นหนึ่งในข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วมของทั้งสองประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไทยได้ไปเยือนซาอุดีอาระเบียมา การแต่งตั้งอัครราชทูตของไทยและซาอุดีอาระเบียจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้

ต่อข้อซักถามว่ามีความเป็นไปได้ไหมที่ทั้งสองประเทศจะจัดงานระดับชาติเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการทูต 65  ปีที่ทั้งสองประเทศมีกันมาอย่างยาวนาน? H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale ตอบว่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดการหรือแผนเฉลิมฉลอง 65  ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ แต่อย่างไรก็ดี แต่เป็นคำถามและเป็นข้อเสนอที่ดีมาก ณ ปัจจุบันทั้งสองประเทศกำลังพูดคุยกันในประเด็นอื่นๆที่ จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นเห็นผลได้เร็วที่สุด 

ผู้วื่อข่าวได้ซักถามว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจากนี้ไปอีก 5 ปีจะเป็นอย่างไร ท่านอุปทูตมองเรื่องนี้ในอนาคตเป็นอย่างไร? 

H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale ตอบว่า “ตามที่พวกเราได้ทราบความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้กลับมาเป็นปกติแล้วภายหลังจากการเยือนของนายกรัฐมนตรีไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และด้วยศักยภาพที่สูงของทั้งสองประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียเป็นสมาชิกขององค์กรต่างๆ ระดับโลก เช่น Gulf Cooperation Council (GCC) สมาชิกของสันนิบาตอาหรับ (Arab League) รวมถึงองค์กรด้านเศรษฐกิจต่างๆ เช่น G20 ประเทศไทยก็เป็นสมาชิกของ Asean และองค์กรอื่นๆด้วย

“ด้วยศักยภาพของทั้งสองประเทศที่มีอยู่ และการที่ทั้งสองประเทศไปเป็นสมาชิกขององค์กรสำคัญระดับโลกต่างๆ และด้วยความตั้งใจของผู้นำทั้งสองประเทศ ผมเห็นว่าไม่ต้องถึง 5 ปี แค่ปีเดียวความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศก็เห็นเป็นรูปธรรม เห็นผลอย่างชัดเจนอยู่แล้วผ่านการทำงานของรัฐบาลทั้งสองประเทศซึ่งกำลังทำกันอยู่ เพื่อให้เห็นความร่วมมือเป็นเป็ นรูปเป็นร่างขึ้นมา จริงๆ แล้วผมดีใจมากที่ความสัมพันธ์ ของทั้งสองประเทศกลับมาเป็นปกติ ในยุคที่ผมเป็นอุปทูตประจำประเทศไทยอยู่” H.E. Mr. Essam Saleh Al Getale กล่าว

สัมภาษณ์โดย อนุชา เจริญโพธิ์

Humanitarian aid for Ukraine dwindling, health official says

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013904


The amount of humanitarian aid arriving in Ukraine is beginning to wane even as the Russian bombardment persists, Ukrainian Deputy Health Minister Oleksii Iaremenko said on Sunday (March 27).

Humanitarian aid for Ukraine dwindling, health official says

Speaking in a cargo warehouse near Warsaw’s Chopin airport during delivery of medical equipment facilitated by charity Direct Relief, Iaremenko said more support was desperately needed.

He said he hoped the decrease was due to “some pause to find new resources” and said support should be given now, rather than delaying weeks or months.

Direct Relief CEO Thomas Tighe said the group was working to give the Ukrainian healthcare system more support in taking care of traumatic injuries

The shipment bound for Ukraine included everything from metal beds to gauze to asthma inhalers and oxygen concentrators.

The conflict in Ukraine has caused a humanitarian crisis and displaced an estimated 10 million people, nearly a quarter of the country’s population, according to the United Nations.

Moscow says it is conducting a “special military operation” with the aim of demilitarising and “denazifying” its neighbour, and denies targeting civilians.

Ukraine and its Western allies say Russia has invaded Ukraine without provocation.

Published : March 28, 2022

By : Reuters

Facts about Russia-Ukraine conflict: New talks to be held in Turkey, forest fires break out near Chernobyl

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013896


– Erdogan, Putin agree to hold next round of Russia-Ukraine negotiations in Turkey – Forest fires near Chernobyl plant cover over 10,000 hectares – Ukraine ready to exchange prisoners with Russia: Zelensky The Russia-Ukraine conflict continued on Monday, while Russian and Ukrainian delegations will hold a new round of face-to-face negotiations this week. Following are the latest developments of the situation:

Facts about Russia-Ukraine conflict: New talks to be held in Turkey, forest fires break out near Chernobyl

Turkish President Recep Tayyip Erdogan and his Russian counterpart, Vladimir Putin, on Sunday agreed to hold the next round of Russia-Ukraine negotiations in Turkey’s Istanbul city, the Turkish presidency said.

The two leaders had a phone conversation on Sunday and discussed the latest situation in the Russia-Ukraine conflict and the negotiation process, the Turkish presidency said in a statement.

The two leaders “agreed that the next meeting of the negotiation teams of Russia and Ukraine will be held in Istanbul,” the statement said.

Forest fires, which broke out around the Chernobyl nuclear power plant due to hostilities, cover more than 10,000 hectares, Ukrainian Ombudswoman Lyudmyla Denisova said Sunday.

“We have recorded 31 fires, which caused an increased level of radioactive contamination in the air,” Denisova wrote on Facebook.

Ukrainian firefighters are unable to reach the area, which is controlled by Russian forces, Denisova added.

Russian Foreign Minister Sergey Lavrov (1st L) meets with Ukrainian Foreign Minister Dmytro Kuleba (1st R) in the presence of Turkish Foreign Minister Mevlut Cavusoglu (C) in Antalya, Turkey, March 10, 2022. (Turkish Foreign Ministry/Handout via Xinhua)Russian Foreign Minister Sergey Lavrov (1st L) meets with Ukrainian Foreign Minister Dmytro Kuleba (1st R) in the presence of Turkish Foreign Minister Mevlut Cavusoglu (C) in Antalya, Turkey, March 10, 2022. (Turkish Foreign Ministry/Handout via Xinhua)

Ukrainian President Volodymyr Zelensky said on Sunday that his country stands ready for an all-for-all prisoner exchange with Russia before the end of hostilities, the presidential press service reported.

“I believe that there is an agreement to exchange everyone for everyone, we have this number — let’s exchange for this number,” Zelensky said in an interview with Russian media.

He also noted that Ukraine wants to hand over the corpses of Russian soldiers to their relatives.

Photo taken on March 10, 2022 shows the Kremlin in Moscow, Russia.  (Xinhua/Bai Xueqi)Photo taken on March 10, 2022 shows the Kremlin in Moscow, Russia. (Xinhua/Bai Xueqi)

Russian and Ukrainian delegations will hold a new round of face-to-face negotiations on March 29-30, head of Russia’s negotiation team Vladimir Medinsky said on Sunday.

“Today, another round of negotiations with Ukraine via video link took place. As a result, it was decided to meet in person on March 29-30,” Medinsky, also an aide to the Russian president, said on Telegram.

Meanwhile, David Arakhamia, a member of the Ukrainian delegation, said Sunday that the next live round will be held in Turkey on March 28-30.

Since Feb. 28, Russia and Ukraine have held three rounds of face-to-face peace talks and then a series of online discussions, but have failed to reach a major agreement. 

Published : March 28, 2022

By : Xinhua

Forest fires near Chernobyl plant cover over 10,000 hectares: Ukrainian ombudswoman

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013894


Forest fires, which broke out around the Chernobyl nuclear power plant due to hostilities, cover more than 10,000 hectares, Ukrainian Ombudswoman Lyudmyla Denisova said Sunday.

Forest fires near Chernobyl plant cover over 10,000 hectares: Ukrainian ombudswoman

“We have recorded 31 fires, which caused an increased level of radioactive contamination in the air,” Denisova wrote on Facebook.

Ukrainian firefighters are unable to reach the area, which is controlled by Russian forces, Denisova added.

The Chernobyl nuclear plant, some 110 km north of Kiev, suffered one of the worst nuclear accidents in human history on April 26, 1986.

On Feb. 24, Mykhailo Podoliak, advisor to the head of the President’s Office of Ukraine, said Russian forces had seized the Chernobyl nuclear power plant. 

Published : March 28, 2022

By : Xinhua