จะเกิดอะไรขึ้นหากสหรัฐ-รัสเซียเปิดฉากสงครามนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677491

วันที่ 07 มี.ค. 2565 เวลา 18:30 น.จะเกิดอะไรขึ้นหากสหรัฐ-รัสเซียเปิดฉากสงครามนิวเคลียร์

ภาพจำลองจากทีมวิจัย จะเกิดอะไรขึ้นหากสหรัฐ-รัสเซียเปิดฉากสงครามนิวเคลียร์

• ทีมวิจัยจากโครงการ Science and Global Security ของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกา ได้สร้างการจำลองที่เรียกว่า Plan A เมื่อปี 2019 เพื่อประเมินว่าจะเกิดอะไรขึ้นบนโลกหากสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียเปิดฉากขึ้นจริงๆ

• อย่างที่ทราบกันดีว่าสหรัฐและรัสเซียเป็นประเทศที่มีหัวรบนิวเคลียร์มากเป็นอันดับแรกของโลก โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2021 พบว่ารัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์พร้อมใช้งานราว 6,257 ลูก ส่วนสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 5,550 ลูก ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนขณะนี้ทำให้หลายคนพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาไปสู่สงครามนิวเคลียร์ นอกจากนี้แหล่งข่าวรัสเซียยังอ้างว่าสหรัฐกำลังช่วยยูเครนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ด้วย

• แบบจำลองที่เรียกว่า Plan A ถูกสร้างขึ้นขณะที่สหรัฐเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรง ซึ่งทีมวิจัยระบุว่าความเสี่ยงในการเกิดสงครามนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากทั้งสองประเทศเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ชนิดใหม่ ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียยอมรับว่า ความสัมพันธ์กับสหรัฐกำลังตกต่ำ และแย่ลงเรื่อยๆ ช่วงเวลาเดียวกับที่สหรัฐประกาศส่งทหาร 1,000 นายไปยังโปแลนด์

• ทีมวิจัยได้ประเมินกำลังนิวเคลียร์ของสหรัฐและรัสเซีย รวมถึงจำนวนหัวรบ แผนการทำสงคราม และเป้าหมาย ของทั้งสองประเทศ โดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนั้นเพื่อสร้างแบบจำลองและพบว่า หากเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียขึ้นจริง อาจทำให้ผู้คน 34.1 ล้านคนเสียชีวิต และอีก 57.4 ล้านคนได้รับบาดเจ็บ ภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกของการทำสงครามนิวเคลียร์

• แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด ทีมวิจัยระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตโดยรวมจะสูงขึ้นอีกเนื่องจากผลกระทบระยะยาวของสงครามนิวเคลียร์ รวมถึงกัมมันตภาพรังสีที่ตกลงมา การเย็นตัวของชั้นบรรยากาศโลก การขาดแคลนอาหาร และผลกระทบระยะยาวอื่นๆ

• Plan A ตอกย้ำให้เห็นถึงความร้ายแรงในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่นักรณรงค์จำนวนไม่น้อยสนับสนุนสนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์

• คณะกรรมการรณรงค์เพื่อยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างประเทศ กล่าวว่า “สิ่งที่น่าตกใจพอๆ กับจำนวนผู้เสียชีวิตจากการจำลองสงครามนิวเคลียร์ครั้งนี้ คือความน่าจะเป็นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่มันจะกลายเป็นความจริง”

• หลุยซา โรดริเกซ (Luisa Rodriguez) นักวิจัยอาวุโสที่ Rethink Priorities เขียนบทความเรื่อง “สงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด” ในปี 2019 ปีเดียวกับที่ปูตินยอมรับว่าความสัมพันธ์กับสหรัฐกำลังแย่

• โรดริเกซระบุว่า แม้สงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียจะดูเหมือนยังไม่ใกล้เข้ามา แต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศกำลังไม่ปลอดภัย โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความขัดแย้งในซีเรีย การผนวกไครเมีย และการกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเมืองของสหรัฐ ซึ่งหากความสัมพันธ์เลวร้ายลงไปอีก ความตึงเครียดอาจทวีความรุนแรงไปสู่สงคราม แต่จะเป็นสงครามนิวเคลียร์หรือไม่นั้นยังไม่ชัดเจน แต่ก็มีความเสี่ยง

• โรดริเกซชี้ว่าหากประเทศใดประเทศหนึ่งตัดสินใจที่จะเริ่มการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ก็มีความเป็นไปได้สูงอย่างยิ่งที่จะต้องเผชิญกับการตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์อย่างแน่นอน และในขณะที่ทั้งสหรัฐและรัสเซียดูเหมือนจะเพ่งเล็งไปที่กองกำลังนิวเคลียร์ของกันและกัน

• พร้อมเสริมว่าหากเรารวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มุมมองและการประมาณการของผู้เชี่ยวชาญ เราสามารถเริ่มเห็นภาพคร่าวๆ ว่าสงครามนิวเคลียร์มีความน่าจะเป็นมากน้อยเพียงใด ซึ่งโรดริเกซระบุว่าโอกาสที่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์บนโลกอยู่ที่ประมาณ 1.1% ในแต่ละปี ส่วนสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียมีโอกาสเกิดขึ้นราว 0.38% ต่อปี

• Great Power Conflict Report โครงการศึกษาประวัติศาสตร์ศตวรรษที่ 21 ซึ่งเผยแพร่ในปี 2015 ขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแห่งชาติ 50 คนจากทั่วโลกประเมินความน่าจะเป็นในการเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและรัสเซีย โดยพบว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าความน่าจะเป็นอยู่ที่ประมาณ 4.72% หรือ 0.24% ต่อปี

• นอกจากสงครามนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นโดยเจตนาแล้ว โรดริเกซยังได้พูดถึงสงครามโดยบังเอิญหรือไม่ได้ตั้งใจให้เกิดสงคราม โดยนับตั้งแต่มีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ และความผิดพลาดขิงมนุษย์ที่ทำให้โลกเข้าใกล้สงครามนิวเคลียร์ ตัวอย่างเช่นในปี 1961 เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ที่บรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ 2 หัวเกิดแตกออกจากกันกลางอากาศเหนือเมืองงโกลด์สโบโร รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา “จึงไม่ยากที่จะจินตนาการว่าความผิดพลาดของมนุษย์หรือเทคโนโลยีอาจนำเราไปสู่สงคราม” บทความระบุ

Photo by Science and Global Security

จีนเตือนอเมริกันอย่าคิดตั้ง NATO เวอร์ชันใหม่ในเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677508

วันที่ 07 มี.ค. 2565 เวลา 19:35 น.จีนเตือนอเมริกันอย่าคิดตั้ง NATO เวอร์ชันใหม่ในเอเชีย

ขณะที่ไต้หวันกล่าวว่ายูเครนคือแรงบันดาลใจในการต่อสู้ให้กับตน

สำนักข่าว Bloomberg และ RT รายงานว่า หวางอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวว่าว่าเป้าหมายที่แท้จริงของยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกคือการจัดตั้ง NATO เวอร์ชันใหม่ในเอเชีย โดยเตือนทำเนียบขาวว่าความพยายามใดๆ ที่จะทำเช่นนั้นจะถูกขัดขวาง

“เอเชียแปซิฟิกเป็นดินแดนแห่งความหวังสำหรับความร่วมมือและการพัฒนา ไม่ใช่กระดานหมากรุกสำหรับการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์” หวางอี้กล่าวนอกรอบการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติครั้งที่ 13 เมื่อวันจันทร์

จากการรายงานของ RT หวางอี้ยังอ้างว่าแนวทางของอเมริกาคิดแต่จะครอบงำ”การเมืองแบบกลุ่ม” ในภูมิภาค ซึ่งจีนเชื่อว่าจะบ่อนทำลายสหภาพการเมืองและเศรษฐกิจของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่มีอยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐประกาศเชิญผู้นำอาเซียนไปร่วมประชุมที่วอชิงตันในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ โดย Reuters รายงานว่า การประชุมสุดยอดทำเนียบขาว เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ในการเพิ่มการมีส่วนร่วมกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่วอชิงตันเห็นว่ามีความสำคัญต่อความพยายามที่จะต่อต้านอำนาจของจีนที่กำลังขยายตัว

Bloomberg รายงานว่า ประเด็นความพยายามของสหรัฐฯ ในการเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรในเอเชียเป็นหนึ่งในหลายประเด็นที่หวางยกขึ้นในการบรรยายสรุปเกือบ 2 ชั่วโมงต่อสภาประชาชนแห่งชาติในกรุงปักกิ่ง โดยหวางอี้ได้พาดพิงถึงสหรัฐฯ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นต้นตอของปัญหากับประเทศต่างๆ ทั่วโลก และที่จีนคัดค้านมากที่สุดคือการขยายความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ กับไต้หวัน

“เรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะผลักดันไต้หวันให้เข้าสู่สถานการณ์ที่ล่อแหลม แต่ยังจะนำมาซึ่งผลที่ฝ่ายสหรัฐฯ ไม่อาจแบกรับได้” หวางอี้กล่าว และเสริมว่า “ในที่สุดไต้หวันจะกลับมาสู่อ้อมแขนของ มาตุภูมิ” จากกรายงานของ Bloomberg

วันเดียวกันนั้น Reuters รายงานว่า โจเซฟ อู๋ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันกล่าวว่าชาวยูเครนที่ต่อสู้กับผู้รุกรานชาวรัสเซียได้สร้างแรงบันดาลใจให้ชาวไต้หวัน

อู๋กล่าวในการแถลงข่าวประกาศบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวยูเครนว่า “แม้จะเผชิญความยากลำบากอย่างใหญ่หลวง แต่รัฐบาลและประชาชนของยูเครนก็ต่อสู้กันอย่างกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวอย่างมาก”

“ให้ผมพูดจากก้นบึ้งของหัวใจ คุณมอบรับแรงบันดาลใจให้ชาวไต้หวันที่กำลังเผชิญกับภัยคุกคามและการบีบบังคับจากอำนาจเผด็จการ”

REUTERS/Ryan Woo

ยุโรปกระอักราคาแก๊สพุ่งสูงสุด แต่ลั่นไม่จ่ายค่าแก๊สด้วยเลือดของชาวยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677492

วันที่ 07 มี.ค. 2565 เวลา 17:29 น.ยุโรปกระอักราคาแก๊สพุ่งสูงสุด แต่ลั่นไม่จ่ายค่าแก๊สด้วยเลือดของชาวยูเครน

ราคาแก๊สในยุโรปพุ่งไม่หยุดเนื่องจากการพึ่งพาแก๊สจากรัสเซียแบบขาดไม่ได้ แต่มาตรการคว่ำบาตรกำลังกลับมากระทบยุโรปเอง

ปริมาณก๊าซธรรมชาติรัสเซียคิดเป็น 17% ของการใช้ก๊าซธรรมชาติทั่วโลก และคิดเป็น 40% ของการบริโภคในยุโรปตะวันตก ณ ปี 2021 ตามข้อมูลของบริษัท Goldman Sachs

เมื่อยุโรปคว่ำบาตรรัสเซีย ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปและอังกฤษพุ่งสูงขึ้นในวันพุธสัปดาห์ที่แล้ว โดยราคาก๊าซธรรมชาติมาตรฐานของเนเธอร์แลนด์ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากหลายประเทศกล่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปต่อรัสเซียอาจมุ่งเป้าไปที่การขนส่งก๊าซ 

สัปดาห์นี้ ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งสูงขึ้นในวันจันทร์ โดยแตะระดับ 3,900 ดอลลาร์ต่อ 1,000 ลูกบาศก์เมตร เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเดือนเมษายนที่ตลาดกลางในเนเธอร์แลนด์เพิ่มสูงขึ้นเป็น 3,899 ดอลลาร์ต่อ 1,000 ลูกบาศก์เมตร ณ เวลา 10.00 น. GMT ตามข้อมูลจากตลาด ICE ของลอนดอน

ปฏิกริยาของตลาดก๊าซธรรมชาติยังรุนแรงถึงเพียงนี้ แม้ว่ารัสเซียยังไม่ตัดก๊าซที่ส่งไปยุโรปอย่างเต็มที่ แต่เริ่มที่จะตัดการส่งในบางเส้นทางแล้ว ซึ่งยังนับว่าเป็นปฏิกริยาที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับการคว่ำบาตรของยุโรปต่อรัสวียที่ขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ 

แม้ว่าไม่ใช่ทุกประเทศจะได้รับอุปทานก๊าซโดยตรงจากรัสเซีย แต่ถ้าบางประเทศเช่น เยอรมนี ซึ่งเป็นผู้บริโภคก๊าซรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ลดการรับก๊าซจากรัสเซียลง ก็จะต้องเปลี่ยนไปรับจากที่อื่น เช่น นอร์เวย์ ซึ่งก็จะส่งผลต่อก๊าซธรรมชาติที่จะส่งให้ประเทศอื่นๆ หมายความว่าอย่างไรเสียการคว่บาตรรัสเซียจะกระทบต่อก๊าซในยุโรปอยู่ดี

แต่แม้จะพึงพาพลังงานของรัสเซียขนาดนี้ ยุโรปยังตัดสินใจในสิ่งที่ยากจะตัดสินใจ นั่นก็เพราะสหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรปแสดงท่าที่จะสั่งห้ามนำเข้าน้ำมันของรัสเซีย ขณะที่ความล่าช้าในการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเพื่อที่จะหันมาดึงน้ำมันดิบอิหร่านสู่ตลาดโลกทำให้เกิดความกังวลว่าอุปทานจะตึงตัว

ดังนั้น นอกจากแก๊สที่พุ่งเป็นประวัติการณ์แล้ว ก่อนที่ตลาดยุโรปจะเปิด ตลาดพลังงานในเอเชียก็ปั่วนป่วนหนักสะท้อนสิ่งที่จะเกิดตามมากับยุโรป โดยราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 6% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 8.46 ดอลลาร์หรือ 7.2% สู่ 126.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในเวลา 0128 GMT ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 7.65 ดอลลาร์หรือ 6.6% สู่ระดับ 123.33 ดอลลาร์

ท่าทีที่แข็งกร้าวของยุโรป แม้จะต้องเจ็บตัวจากการคว่ำบาตรรัสเซีย สะท้อนได้จากคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิทัวเนียที่กล่าวระหว่างการพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐว่า “เราไม่สามารถจ่ายน้ำมันและก๊าซด้วยเลือดของยูเครน”

Photo – ผู้อพยพการรุกรานยูเครนของรัสเซียอุ่นร่างกายด้วยถังดับเพลิงหลังจากข้ามพรมแดนจากยูเครนไปยังโปแลนด์ที่จุดตรวจชายแดนในเมดีกาประเทศโปแลนด์ 6 มีนาคม 2565 REUTERS / Fabrizio Bensch

รัสเซียอ้างสหรัฐกำลังช่วยยูเครนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677456

วันที่ 07 มี.ค. 2565 เวลา 12:04 น.รัสเซียอ้างสหรัฐกำลังช่วยยูเครนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

แหล่งข่าวรัสเซียเผยยูเครนกำลังเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยอาจมีสหรัฐคอยหนุนหลัง

แหล่งข่าวรัสเซียกล่าวกับสปุตนิก นิวส์ สำนักข่าวรัสเซียว่า ยูเครนกำลังจะสำรวจความเป็นไปได้ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างแข็งขัน โดยอาจมีสหรัฐเป็นผู้จัดหาพลูโทเนียมให้ยูเครน ซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสีที่ใช้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

แหล่งข่าวเผยว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยูเครนได้เพิ่มการสำรวจเหมืองยูเรเนียมที่มีอยู่ และพัฒนาแหล่งสะสมยูเรเนียมที่มีแนวโน้มดี โดยเฉพาะในภูมิภาคนิโคลาเยฟ, ดนีโปรเปตรอฟสค์ และคิโรโวหราด”

นอกจากนี้แหล่งข่าวยังอ้างว่าตัวแทนของยูเครนได้เริ่มต้นการรเจรจากับบริษัทต่างชาติในการให้ความช่วยเหลือด้านการสร้างองค์กรเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของยูเครน และโดยรับพลูโทเนียมจากสหรัฐ

“ยูเครนต้องการพลูโทเนียมจากต่างประเทศเพื่อเร่งการวิจัยและพัฒนาพลูโทเนียมที่มีคุณภาพ ตามข้อมูลที่มีอยู่สหรัฐได้มอบสิ่งนี้ให้ประเทศพันธมิตรแล้ว มีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าสหรัฐมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือยูเครน” แหล่งข่าวกล่าวกับสปุตนิก

พร้อมเผยว่าสถาบันฟิสิกส์และเทคโนโลยีคาร์คิฟมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของยูเครน และยังมีสถาบันทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ ทั่วประเทศซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน เช่น สถาบันวิจัยนิวเคลียร์ในเคียฟ ซึ่งยูเครนกำลังเดินหน้าปรับปรุงขีปนาวุธที่มีอยู่ในทันสมัย และสร้างขีปนาวุธใหม่ที่สามารถใช้เป็นวิธีการส่งอาวุธนิวเคลียร์

แหล่งข่าวระบุว่ายูเครนพัฒนาสิ่งเหล่านี้โดยดำเนินโครงการร่วมกับประเทศอื่นๆ และอาจได้รับรับเทคโนโลยีจากตะวันตกอย่างลับๆ เพื่อเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

ในที่ประชุมความมั่นคงที่มิวนิกเมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวว่ากำลังเริ่มต้นเจรจากับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับข้อตกลงบูดาเปสต์ ซึ่งระบุว่าเมื่อยูเครนยอมทำลายหัวรบนิวเคลียร์ รัสเซียจะไม่สามารถรุกรานยูเครนได้

“หากไม่มีการประกับความปลอดภัยของยูเครน เรามีสิทธิที่จะคิดว่าข้อตกลงบูดาเปสต์ใช้การไม่ได้ การตัดสินใจทั้งหมดในปี 1994 จะถูกตั้งคำถาม” เซเลนสกีกล่าว

ทั้งนี้ ข้อตกลงบูดาเปสต์ถูกลงนามในการประชุมองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 1994 โดยมียูเครน รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐร่วมลงนาม

Photo by REUTERS/Michael A. McCoy

อเมริกาดอดคุยเวเนฯ หยั่งเชิงพันธมิตรรัสเซีย-เสนอเลิกคว่ำบาตรแลกน้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677442

วันที่ 07 มี.ค. 2565 เวลา 11:09 น.อเมริกาดอดคุยเวเนฯ หยั่งเชิงพันธมิตรรัสเซีย-เสนอเลิกคว่ำบาตรแลกน้ำมัน

ผู้แทนสหรัฐฯ เดินทางไปเวเนซุเอลาเมื่อวันอาทิตย์ หารือผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร แต่รายงานวันจันทร์พบว่าคืบหน้าเล็กน้อย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และเวเนซุเอลาหารือถึงความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันในเวเนซุเอลา แต่มีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยในการบรรลุข้อตกลงในการเจรจาทวิภาคีระดับสูงครั้งแรกในรอบหลายปี แหล่งข่าว 5 รายที่คุ้นเคยกับเรื่องดังกล่าวเผยกับรอยเตอร์ ขณะที่วอชิงตันพยายามแยกรัสเซียออกจากหนึ่งในพันธมิตรหลัก

ทั้งสองฝ่ายใช้การประชุมเมื่อวันเสาร์ (วันอาทิตย์ตามเวลาไทย) ที่กรุงการากัสเพื่อนำเสนอสิ่งที่แหล่งข่าวรายหนึ่งอธิบายว่าเป็นความต้องการแบบ “สูงสุดเท่าที่จะทำได้” ซึ่งสะท้อนถึงความตึงเครียดที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างมหาอำนาจหลักของซีกโลกตะวันตกกับหนึ่งในศัตรูทางอุดมการณ์ที่ใหญ่ที่สุด

คณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยฮวน กอนซาเลซ ที่ปรึกษาระดับสูงของทำเนียบขาวในละตินอเมริกา และเจมส์ สตอรี่ เอกอัครราชทูตฯ ได้หารือที่ทำเนียบมิราฟลอเรสกับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และเดลซี โรดริเกซ รองประธานของเขา แหล่งข่าวกล่าว

โรเจอร์ คาร์สเทนส์ ผู้แทนประธานาธิบดีพิเศษด้านกิจการตัวประกัน เป็นสมาชิกของกลุ่มสหรัฐฯ และเคยเดินเรื่องกับรัฐบาลเวเนซุเอลาเรื่องการปล่อยตัวพลเมืองอเมริกันและสองสัญชาติที่ถูกคุมขังที่นั่น รวมถึงผู้บริหาร Citgo หกคน 

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ มองว่าการประชุมดังกล่าวเป็นโอกาสที่จะวัดว่าเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรในละตินอเมริกาที่ใกล้ชิดที่สุดของรัสเซีย เตรียมทำตัวให้ห่างจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน หรือไม่จากการรุกรานยูเครนของเขา แหล่งข่าวในวอชิงตัน ระบุ

วอชิงตันยังต้องการได้แหล่งน้ำมันทางเลือกเพื่อเติมเต็มช่องว่าง หากสหรัฐพยายามคว่ำบาตรอุตสาหกรรมพลังงานของมอสโก เวเนซุเอลาสามารถเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบได้หากวอชิงตันผ่อนปรนการคว่ำบาตร

ทำเนียบขาว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และกระทรวงข้อมูลของเวเนซุเอลาปฏิเสธความคิดเห็น

ความเต็มใจของสหรัฐฯ ที่จะกลับมามีส่วนร่วมอีกครั้งหลังจากหลายปีของการหลีกเลี่ยงการติดต่อดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นตัวช่วยให้กับมาดูโร

การประชุมดังกล่าวมีขึ้นในขณะเวเนซุเอลาที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซียกำลังประสบปัญหาภายใต้การคว่ำบาตรมอสโกภายหลังการโจมตีทางทหารในยูเครน ซึ่งรัสเซียเรียกว่า “ปฏิบัติการพิเศษ” การากัสใช้การเจรจาเพื่อกดเพื่อบรรเทาการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเวเนซุเอลาได้ขอให้รัสเซียยกเลิกการตรึงรายได้จากน้ำมันที่ธนาคารรัสเซียหลายแห่งที่ถูกขึ้นบัญชีดำโดยสหรัฐฯ โดยเฉพาะธนาคารพรอมสเวียซแบงก์ (PSB) ซึ่งบริษัทน้ำมันของรัฐเวเนซุเอลา PDVSA และกระทรวงกลาโหมมีบัญชีธนาคาร แหล่งข่าว 2 แห่ง ระบุ

ในปี 2019 ธนาคารอีกแห่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อการค้ากับรัสเซีย คือ Evrofinance Mosnarbank ถูกขึ้นบัญชีดำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคว่ำบาตรเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ บังคับให้ PDVSA ย้ายบัญชีเงินฝากไปยังธนาคารอื่น

ในการเจรจา วอชิงตันขอการรับประกันการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยเสรี การปฏิรูปอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาในวงกว้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการผลิตและการส่งออกโดยบริษัทต่างชาติ และให้รัฐบาลเวเนซุเอลาประณามการรุกรานยูเครน ซึ่งมาดูโรได้ปกป้องรัสเซียเรื่องนี้ 

ตามข้อเสนอที่เจรจากัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยินดีที่จะพิจารณาชั่วคราวอนุญาตให้เวเนซุเอลาใช้ระบบ SWIFT ซึ่งอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก เพื่อย้ายเงินไปยังบัญชีอื่น แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าว

มาดูโรขอให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดเพื่อห้ามการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา ยกเลิกการคว่ำบาตรต่อเขาและเจ้าหน้าที่เวเนซุเอลาคนอื่นๆ และกลับสู่การควบคุมของรัฐของ Citgo Petroleum บริษัทในเครือของ PDVSA ในสหรัฐอเมริกา แหล่งข่าวกล่าว

มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอาจเริ่มต้นได้โดยอนุญาตให้บริษัทต่างๆ รวมถึง U.S. Chevron Corp, ONGC ของอินเดีย และ Eni, Repsol และ Maurel & Prom ในยุโรปทำการค้าสินค้าน้ำมันของเวเนซุเอลา บริษัทเหล่านั้นได้ส่งคำขอแยกต่างหากไปยังฝ่ายบริหารของไบเดน แต่ไม่มีการตัดสินใจใด ๆ

แม้ว่าวอชิงตันจะไม่ยินยอมตามข้อเรียกร้องของมาดูโร แต่มาดูโรสามารถใช้การประชุมกับสหรัฐฯ เพื่อกดดันรัสเซียให้ยอมให้เงินเวเนซุเอลาไหลเวียนต่อไปได้ แหล่งข่าว 2 แหล่งกล่าว

“ใช่ มาดูโรกังวลกับการบรรเทาการคว่ำบาตร ไม่ เขาไม่สนใจที่จะย้ายพันธมิตร นี่เป็นยุทธวิธี” เอริค ฟาร์นส์เวิร์ธ หัวหน้าสำนักงานสภาอเมริกาแห่งวอชิงตันกล่าวบนทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ “สหรัฐฯ ต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ ไม่ใช่ไร้เดียงสา”

รัฐบาลของมาดูโรร้องขอการประชุมที่การากัสโดยเสนอผ่านสำนักงานกฎหมายข้ามชาติ Dentons ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้โดยหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ สำหรับการเจรจาหนี้ แหล่งข่าว 2 แห่งกล่าว

ตัวแทน Dentons ในการากัสไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็นทันที

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ตกลงที่จะประชุมติดตามผล แต่ไม่มีการกำหนดวันที่ แหล่งข่าวกล่าว

REUTERS/Leonardo Fernandez Viloria

ธนาคารรัสเซียเลี่ยงคว่ำบาตรการเงิน หันใช้UnionPayของจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677440

วันที่ 07 มี.ค. 2565 เวลา 10:56 น.ธนาคารรัสเซียเลี่ยงคว่ำบาตรการเงิน หันใช้UnionPayของจีน

ธนาคารรัสเซียเตรียมเปลี่ยนไปใช้บัตรเครดิตจีน แทนที่วีซ่าและมาสเตอร์การ์ด

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าหลังจากที่วีซ่า (Visa) และมาสเตอร์การ์ด (MasterCard) บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินยักษ์ใหญ่จากตะวันตก ประกาศว่ากำลังระงับการดำเนินงานในรัสเซีย ส่งผลให้ธนาคารรัสเซียที่ออกบัตรเครดิตวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดจะไม่สามารถใช้งานได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ธนาคารรัสเซียหลายแห่งออกมาประกาศว่ามีแผนที่จะออกบัตรเครดิตโดยใช้ระบบยูเนียนเพย์ (UnionPay) เครือข่ายการชำระเงินของจีนแทน ควบคู่ไปกับเครือข่ายมีร์ (Mir) ของรัสเซีย

Alfa Bank ธนาคารรายใหญ่ของรัสเซียกล่าวเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ว่าได้ดำเนินการเปิดตัวบัตรเครดิตบนยูเนียนเพย์แล้ว เช่นเดียวกับ Sberbank ธนาคารชั้นนำของรัสเซียและ Tinkoff ซึ่งได้ออกแถลงการณ์ที่คล้ายกัน

ขณะที่ธนาคารกลางของรัสเซียกล่าวว่าบัตรวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดที่ออกโดยธนาคารกลางจะยังคงใช้งานได้ภายในประเทศจนกว่าจะหมดอายุ เนื่องจากการชำระเงินทั้งหมดในรัสเซียจะทำผ่านระบบภายในประเทศ อย่างไรก็ตามได้เตือนว่าชาวรัสเซียที่เดินทางไปต่างประเทศจะต้องพกเงินสดติดตัวไปด้วย

ก่อนหน้านี้สหภาพยุโรป (EU) ยังได้ประกาศระงับธนาคารรัสเซีย 7 แห่งออกจากระบบการชำระเงิน SWIFT 

Photo by REUTERS/Alexey Malgavko

น้ำมันเอเชียพุ่ง 10% เพราะตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซียไม่หยุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677437

วันที่ 07 มี.ค. 2565 เวลา 10:32 น.น้ำมันเอเชียพุ่ง 10% เพราะตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซียไม่หยุด

น้ำมันพุ่ง 10% เบรนต์อยู่ที่ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล S&P 500 ฟิวเจอร์สไถล หุ้นเอเชียลงตาม

สำนักข่าวรอยเตอร์ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 10% ในการซื้อขายที่วุ่นวายในวันจันทร์เนื่องจากความเสี่ยงจากการที่สหรัฐฯ และยุโรปสั่งห้ามผลิตภัณฑ์รัสเซียและความล่าช้าในการเจรจาของอิหร่านทำให้เกิดความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อตลาดโลก 

ค่าเงินยูโรปรับลดลงและยังไปกระทบกับค่าเงินฟรังก์สวิสที่เดิมเป็นสกุลเงินปลอดภัยและสินค้าโภคภัณฑ์ทุกชนิดมีราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนไม่มีวี่แววว่าจะสงบลง

ราคาน้ำมันเบรนต์ขึ้นราคา 12.73 ดอลลาร์ สูงขึ้นที่ 130.84 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 9.92 ดอลลาร์ สู่ 125.60 ดอลลาร์

ราคาที่พุ่งข้นจะกระทบต่อผู้บริโภคที่ต้องแบกรับราคาที่สูงขึ้นและกดดันแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ S&P 500 หุ้นฟิวเจอร์สลดลง 1.4% ในขณะที่ Nasdaq Futures ร่วง 1.9% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐก็ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม

Nikkei ของญี่ปุ่นทรุดตัวลง 3% ในขณะที่ดัชนีหุ้น MSCI ในเอเชียแปซิฟิกนอกประเทศญี่ปุ่นร่วง 0.3%

น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 21% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงที่สหรัฐฯ และยุโรปจะห้ามใช้น้ำมันของรัสเซีย

Ethan Harris หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ BofA กล่าวว่า “หากชาติตะวันตกตัดการส่งออกพลังงานส่วนใหญ่ของรัสเซียออกไป มันจะสร้างความตื่นตระหนกครั้งใหญ่ต่อตลาดโลก”

เขาประเมินว่าการสูญเสีย 5 ล้านบาร์เรลของรัสเซียอาจทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าที่ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ลดลง

และไม่ใช่แค่น้ำมันเท่านั้น โดยราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 1915 BofA กล่าว ในบรรดาสินค้าโภคภัณฑ์หลายรายในสัปดาห์ที่แล้ว นิกเกิลเพิ่มขึ้น 19% อะลูมิเนียม 15% สังกะสี 12% และทองแดง 8% ในขณะที่สัญญาข้าวสาลีพุ่งขึ้น 60% และข้าวโพด 15% ทั้งหมดนี้เป็นผลิตภัณฑ์สำคัญจากรัสเซียและยูเครน

ปรากฏการณ์นี้จะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกสูงขึ้น ด้วยข้อมูลราคาผู้บริโภคของสหรัฐในสัปดาห์นี้ซึ่งคาดว่าจะแสดงการเติบโตประจำปีที่ระดับสูง  7.9%- 6.4%

ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซับซ้อนขึ้นในการประชุมในสัปดาห์นี้

Tapas Strickland นักเศรษฐศาสตร์ที่ NAB กล่าวว่า “ด้วยศักยภาพของภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน (stagflation) เป็นไปได้จริงมาก ECB มีแนวโน้มที่จะรักษาความยืดหยุ่นสูงสุดด้วยโครงการซื้อสินทรัพย์ที่ 2 หมื่ยล้านยูโรจนถึงไตรมาสที่ 2 และมีแนวโน้มต่อไปในอนาคต

“แม้ว่าการคาดการณ์ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สูงขึ้น จะต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้”

โอกาสในระยะสั้นของ ECB ที่มีการปรับนโยบายมากขึ้น บวกกับกระแสที่ปลอดภัยเพื่อผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของเยอรมันให้ลดลงอย่างมากถึง 32 จุดในสัปดาห์ที่แล้ว อัตราผลตอบแทน 10 ปีของสหรัฐลดลงที่ 1.69% โดยลดลง 23 คะแนนพื้นฐานในสัปดาห์ที่แล้ว 

ฟิวเจอร์สของกองทุนเฟดก็เพิ่มขึ้นเช่นกันเนื่องจากราคาตลาดในอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นช้าลงจากธนาคารกลางสหรัฐในปีนี้ แม้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคมจะยังถือเป็นข้อตกลงที่เสร็จสิ้นแล้ว

ด้วยแนวโน้มการเติบโตของยุโรปที่มืดมนลง สกุลเงินยูโรจึงกระทบและร่วงลง 3% ในสัปดาห์ที่แล้วสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางปี ??2020 ล่าสุดร่วงลง 0.6% ที่ 1.0864 ดอลลาร์ และอยู่ในอันตรายจากการทดสอบระดับต่ำสุดของปี 2020 ที่ประมาณ 1.0635 ดอลลาร์

เงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสเพื่อแตะ 1.0000 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นปี 2015

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวงกว้าง โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากรายงานการจ้างงานที่เข้มแข็ง ซึ่งยืนยันการคาดการณ์ของตลาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนนี้เท่านั้น ดัชนีค่าเงินดอลลาร์อยู่ที่ 98.877 โดยเพิ่มขึ้น 2.3% ในสัปดาห์ที่แล้ว

“เหตุการณ์ในยูเครนทำให้เงินยูโรสะเทือนมากขึ้น” Richard Franulovich หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ FX ของ Westpac กล่าว

“ด้วยกระแสการไหลเข้าสู่แหล่งที่ความปลอดภัย (ด้านการลงทุน) สูงมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไประยะหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ของเฟดก็กระตือรือร้นที่จะดำเนินการตามแผนฟื้นฟูนโยบายของพวกเขา (ดัชนีดอลลาร์) ขึ้นมาสูงกกว่า 100+ เป็นเพียงเรื่องของเวลา”

ทองคำได้รับประโยชน์จากสถานะเป็นหนึ่งในแหล่้งการลงทุนที่เก่าแก่ที่สุดและขึ้น 1.0% ที่ 1,988 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ต่อมาราคาพุ่งขึ้นมาถึง 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในที่สุด

REUTERS/Sergei Karpukhin/File Photo

Azov Battalion หน่วยรบฝักใฝ่นาซีของยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/677403

วันที่ 06 มี.ค. 2565 เวลา 19:35 น.Azov Battalion หน่วยรบฝักใฝ่นาซีของยูเครน

หน่วยทหารนี้เป็นพวกนิยมนาซี แต่กลับผนวกเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพแห่งชาติของยูเครน เป็นหนึ่งในสาเหตุที่รัสเซียอ้างว่าต้องรุกรานเพื่อ “กวาดล้างพวกนาซี”

1. กองพันอาซอฟ (Azov Battalion) หรือ หน่วยปฏิบัติการพิเศษอาซอฟ เป็นกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายขวา และกลุ่มนาซีใหม่ (neo-Nazi) ในหน่วยของกองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติของยูเครน กลุ่มนี้มีฐานที่มั่นอยู่ในมาริอูปอล เมืองในภูมิภาคชายฝั่งทะเลอาซอฟ โดยมีที่มาจากกลุ่มแฟนฟุตบอลหัวรุนแรง

2. ในปี 2014 เมื่อเกิดความวุ่นวายในยูเครนตาม ความพยายามแยกตัวของดอนบัส ตามด้วยการรุกรานของรัสเซีย กลุ่ม “แฟนบอลอัลตร้า” เหล่านี้ก็หันมาจับอาวุธ ฟอร์มทีมเป็นหน่วยรบขึ้นมา และหน่วยนี้ทำการต่อสู้กับกองกำลังแบ่งแยกดินแดนของรัสเซียในแค้วนดอนบัส เริ่มก่อตั้งในฐานะอาสาสมัครอาสาสมัครในเดือนพฤษภาคม 2014 ทำการต่อสู้ครั้งแรกในการยึดมาริอูปอล จากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียในเดือนมิถุนายน 2014

3. จนเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2014 ก็ถูกรวมเข้าในกองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติของยูเครน และตั้งแต่นั้นมา สมาชิกทั้งหมดก็เป็นทหารที่ประจำการในกองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ได้รับเงินเดือนเหมือนทหารประจำการทั่วไป

4. ในปี 2014 กองพันอาซอฟกลายเป็นจุดสนใจหลังจากถูกกล่าวหาว่าทรมานและก่ออาชญากรรมสงคราม รายงานที่ตีพิมพ์โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ได้เชื่อมโยงกองพันอาซอฟกับอาชญากรรมสงคราม เช่น การปล้นสะดม การกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และการทรมาน

5. กองพันอาซอฟยังถูกกล่าวหาว่ามีอุดมการณ์นิยมพวกนาซีใหม่และการใช้สัญลักษณ์ทางทหารที่เกี่ยวข้องกับพวกนาซี ดังที่เห็นในโลโก้ของพวกเขาที่มี Wolfsangel (สัญลักษณ์ตะขอล่าหมาป่า) ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ดั้งเดิมที่ใช้โดยหน่วยกองพลยานเกราะที่ 2 แห่งเอ็สเอ็ส “ดัสไรช์” แต่ตัวแทนของกองพันอาซอฟกล่าวว่าสัญลักษณ์นี้เป็นคำย่อของสโลแกนภาษายูเครนที่แปลว่า “อุดมการณ์ระดับชาติ” และปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับลัทธินาซี

6. ทว่า ในสัญลักษณ์ของหน่วยยังมีองค์ประกอบอื่นที่แสดงว่าเป็นพวกนิยมนาซี เช่น สัญลักษณ์ “ตะวันสีดำ” (Schwarze Sonne) เป็นสัญลักษณ์นาซี พวกนาซีใหม่ทำการออกแบบบคล้ายกับสัญลักษณ์ที่ใช้ในโลโก้ของหน่วย SS หน่วยทหารของนาซีสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังมีรายงานของ The Daily Beast สื่ออเมริกันว่ากลุ่มนี้ยังเป็นพวกเหยียดชาวยิวตัวฉกาจ

7. แต่ในปี 2014 โฆษกกระทรวงการทหารยูเครนก็ยังกล่าวว่าทหารประมาณ 10-20% ของหน่วยเป็นพวกนีโอนาซี ในปี 2017 ขนาดของกรมทหารมีประมาณกว่า 2,500 นาย ผู้บัญชาการคนแรกของหน่วยคือ อันดรีย์ บิเล็ตสกี (Andriy Biletsky) เป็นพวกชาตินิยมอุดมการณ์ขวาสุดตกขอบ และเป็นผู้นำของพรรคสมัชชาสังคมนิยมแห่งชาติ ซึ่งเป็นพวกนิยมนาซีใหม่และชื่อพรรคยังเลียนแบบชื่อพรรคนาซี

8. ริชาร์ด ซาวา (Richard Sawa) นักรัฐศาสตร์ชาวอังกฤษเขียนว่า อันดรีย์ บิเล็ตสสมาชิกผู้ก่อตั้งกองพันอาซอฟ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ “ภารกิจทางประวัติศาสตร์” เพื่อนำ “เผ่าพันธุ์ผิวขาวของโลกเข้าสู่สงครามครูเสดครั้งสุดท้ายเพื่อความอยู่รอดของพวกเขา (คนผิวขาว) … สงครามครูเสดต่อต้านพวกชนชาติที่ด้อยกว่า (Untermenschen) ที่นำโดยพวกยิว” (อนึ่ง เซเลนสกีประธานาธิบดียูเครนมีเชื้อสายยิว และกลุ่มอาวอฟเคยเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง)

9. ตามข้อตกลงหยุดยิงของมินสค์เมื่อปี 2014 ระหว่างรัสเซียกับยูเครน นักรบต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประจำการในกองทัพของยูเครน แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงมินสค์ แต่กองพันอาซอฟก็ยังคงมีนักรบต่างชาติ หนึ่งในนั้นคือ สมาชิกของกลุ่มผู้ก่อการร้ายนีโอนาซีอเมริกัน คือ Atomwaffen Division ได้เข้าร่วมกองพันอาซอฟด้วย

10. ในปี 2018 บทบัญญัติในร่างกฎหมายการจัดสรรที่ผ่านโดยรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาได้ปิดกั้นความช่วยเหลือทางการทหารแก่กองพันอาซอฟอันเนื่องมาจากอุดมการณ์ขวาจัดแบบสุดโต่ง โดยเฉพาะแนวคิด White supremacy คือพวกนิยมคนผิวขาวเป็นใหญ่กว่าคนผิวสีอื่น (ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในสหรัฐเช่นกัน)

11. แต่แล้วในปี 2015 การห้ามช่วยเหลือกลุ่มในลักษณะเดียวกันนี้ได้ถูกสภาคองเกรสของสหรัฐล้มเลิกไป และสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเคยผ่านการแก้ไขที่ห้ามการสนับสนุนกองพันนี้ระหว่างปี 2014 ถึง 2017 แต่เนื่องจากแรงกดดันจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ การแก้ไขจึงถูกยกเลิกอย่างเงียบๆ และทำให้กลุ่มนี้สามารถรับความช่วยเหลือจากสหรัฐหรือชาวอเมริกันได้อย่างถูกกฎหมาย

12. ในปี 2019 ภายใต้นโยบายบุคคลและองค์กรที่เป็นอันตรายของ Facebook ไม่อนุญาตให้มีการสนับสนุนกลุ่มนี้ แต่มีการผ่อนกฎคลายชั่วคราวระหว่างการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022

13. หนึ่งในเป้าหมายของการรุกรานยูเครนที่วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียได้ประกาศไว้ก็คือ 1. เพื่อทำให้ยูเครนปลอดจากอาวุธ (Demilitarize) และ 2. เพื่อกวาดล้างพวกนาซีให้หมดสิ้นไปจากยูเครน (Denazification) และการรุกรานนี้เพื่อ “เพื่อปกป้องผู้คน” ซึ่งเคย “ถูกกลั่นแกล้งและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” และรัสเซีย “จะต่อสู้เพื่อการทำให้ยูเครนปลอดทหารและทำให้พวกนาซีหมดสิ้นไป”

14. ในช่วงการรุกรานยูเครน ทหารรัสเซียยังระบุว่ามี “กองพันนาซี” (Nazi Battalions) จำนวนหนึ่ง เป็นกลุ่มที่ต้านทานการรุกคืบของรัสเซียอย่างมีนัยสำคัญ

15. ระหว่างการรุกรานยูเครน Al Jazeera รายงานว่ากองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติของยูเครนได้แชร์วิดีโอบนบัญชี Twitter ของตน ซึ่งดูเหมือนว่าจะแสดงให้เห็นนักสู้กลุ่มอาซอฟใช้ไขมันหมูอาบกระสุนปืน เพื่อใช้กับนักรบชาวเชชเนียมุสลิมจากรัสเซียที่เข้าร่วมการรุกรานครั้งนี้ พร้อมระบุว่า “พี่น้องมุสลิมที่รัก ในประเทศของเราคุณจะไม่ได้ไปสวรรค์ คุณจะไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นสวรรค์ กลับบ้านเถอะ ที่นี่คุณจะพบกับปัญหา ขอบคุณที่ให้ความสนใจ ลาก่อน”

Photo- ทหารผ่านศึกของกองพันอาสาสมัครอาซอฟ ซึ่งเข้าร่วมในสงครามกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ทำความเคารพในระหว่างการชุมนุมที่เรียกว่า “ไม่ยอมแพ้” ในเคียฟเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2020 ผู้เข้าร่วมประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันคนชุมนุมแม้จะถูกสั่งห้าม และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเซเลนสกีลาออก (ภาพโดย Sergei SUPINSKY / AFP)

Condemn Russian politics, not its culture – warns Barenboim at charity concert

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013120


Star conductor and leader of the Staatskapelle Berlin, Daniel Barenboim, warned on Sunday (6 March 2022) against condemning Russian culture for President Putin’s politics.

Condemn Russian politics, not its culture - warns Barenboim at charity concert

“Russian culture is not the same as Russian politics. We must condemn politics loud and clear and distance ourselves from it unequivocally. But we must not allow a witch hunt against Russian people and culture,” Barenboim said during a charity concert at the Staatsoper Unter den Linden (Berlin State Opera).

Barenboim, whose grandparents of Ukrainian and Belarussian origin fled from the anti-semitic pogroms at the beginning of the 20th century, told the audience how shocked he was that a symposium on Dostoyevsky in Italy was cancelled for the Russian nationality of the author and that Poland had forbidden to play Russian music of any century.

“Emerging bans and boycotts, for example of Russian music and literature in various European countries, evoke the very worst associations in me,” Barenboim said after he conducted the Ukrainian national anthem as part of the concert.

The concert on Sunday morning was supported by the European Central Bank and the German Federal Bank, whose presidents Christine Lagarde and Joachim Nagel both attended, as well as German Chancellor Olaf Scholz among other politicians.

All proceeds from the concert will benefit the UN-Ukraine Humanitarian Fund (UHF).

Reuters

Published : March 07, 2022

Putin, Macron discuss Ukraine issue over phone

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40013113


“The most important thing is that the Ukrainian side should take a serious approach to reaching agreements, the implementation of which is important for the cessation of hostilities,” said the Kremlin.

Putin, Macron discuss Ukraine issue over phone

Russian President Vladimir Putin on Sunday held a phone conversation with his French counterpart, Emmanuel Macron, during which they discussed the situation in Ukraine.

“Putin informed Macron in detail about the provocation staged by Ukrainian radicals in the area of the Zaporizhzhia nuclear power plant with the involvement of a sabotage group. Attempts to blame the Russian military for this incident are part of a cynical propaganda campaign,” the Kremlin said in a statement, adding that the physical and nuclear safety of the plant is well protected.

Macron expressed to Putin his concerns over the nuclear safety, security and safeguards in Ukraine during Russia’s military operation, French presidential palace the Elysee said in a press release after the phone conversation.

On a proposal by the Director General of the International Atomic Energy Agency (IAEA) to hold a trilateral (IAEA-Russia-Ukraine) meeting in the Chernobyl zone to work out a mechanism for ensuring safety of nuclear facilities in Ukraine, Putin said that this idea could be useful in general, but it would be worth considering holding such a meeting via teleconference or in a third country.

The two heads of state discussed the evacuation of civilians. Putin pointed out that Kiev has not yet implemented the negotiated agreements on such a pressing humanitarian issue. Macron was again invited to work actively with the Kiev authorities on the latter’s compliance with international humanitarian law.

Putin also informed the French president about the current state of the Russia-Ukraine talks, expressing readiness to “continue the dialogue under Kiev’s unconditional compliance with Russia’s known demands.”

“The most important thing is that the Ukrainian side should take a serious approach to reaching agreements, the implementation of which is important for the cessation of hostilities,” said the statement.

The two presidents agreed on further contacts at various levels.

Published : March 07, 2022

By : Xinhua