Bomb cyclone bashes region of the United States

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40011692


More than 4,000 flights have been canceled across the United States on Saturday as the storm is expected to last into Sunday.

Bomb cyclone bashes region of the United States

WASHINGTON, Jan. 29 — A bomb cyclone is bashing Northeastern region of the United States on Saturday, causing travel disruption and power outages in some states.

The winter storm officially became a bomb cyclone on Saturday morning, tweeted the National Weather Service (NWS) Weather Prediction Center.

A bomb cyclone occurs when a midlatitude cyclone rapidly intensifies, dropping at least 24 millibars — a measure for atmospheric pressure — over 24 hours. In this case, it dropped 35 millibars in 18 hours.

A pedestrian walks in the snow in Queens, New York, the United States, on Jan. 29, 2022. (Xinhua/Liu Yanan)A pedestrian walks in the snow in Queens, New York, the United States, on Jan. 29, 2022. (Xinhua/Liu Yanan)

The storm system continues to produce snow in parts of the U.S. East with impressive snowfall rates in parts of New England. Eastern Massachusetts could see up to 30 inches of snow in some areas, according to the NWS.

The state of New York is also suffering from heavy snow and strong wind. Governor Kathy Hochul took to the social media on Saturday to urge residents to “stay home, stay warm, and stay safe.”

More than 4,000 flights have been canceled across the United States on Saturday as the storm is expected to last into Sunday. Meanwhile, nearly 120,000 users in Massachusetts have reported power outages as of Saturday afternoon.

An official of the Department of Homeland Security said on Friday that the federal government will be actively monitoring the storm’s projected impacts and working closely with relevant agencies to provide assistance as needed. 

Xinhua

Published : January 30, 2022

มนุษย์พลังจิตเตือนให้เตรียมรับมือการรุกรานจากเอเลี่ยน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674348

วันที่ 30 ม.ค. 2565 เวลา 14:00 น.มนุษย์พลังจิตเตือนให้เตรียมรับมือการรุกรานจากเอเลี่ยนนักแสดงกลลวงตาและผู้อ้างตัวว่ามีพลังจิตรายนี้ประกาศเตือน หลังการค้นพบสิ่งแปลกประหลาดที่อยู่ห่างจากโลกราว 4,000 ปีแสง

อูรี เกลเลอร์ (Uri Geller) เป็นนักเล่นกลลวงตาชาวอิสราเอล-อังกฤษ นักมายากล และประกาศตนเองว่าเป็นคนมีพลังจิต มีชื่อเสียงในช่วงทศวรรษที่ 80 จากการอ้างว่าเขาสามารถใช้พลังจิตงอช้อนและยังแสดงพลังจิตด้านอื่นๆ อีก แต่นักมายากลอาชีพเรียกเกลเลอร์ว่าเป็นกลลวง แต่เขาอ้างว่าตนมีพลังจิตอย่างแท้จริง

มีรายงานอ้างว่าเกลเลอร์เคยบอกว่าพลังจิตของเขาเป็นผลจากอำนาจเหนือธรรมชาติที่มนุษย์ต่างดาวมอบให้เขา ในหนังสือชีวประวัติของเกลเลอร์ ที่ชื่อ Uri: A Journal of the Mystery of Uri Geller (1974) อ้างว่าเกลเลอร์สามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์อัจฉริยะจากนอกโลกได้ โดยคอมพิวเตอร์ส่งข้อความเพื่อเตือนมนุษยชาติว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นหากมนุษย์ไม่เปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต

หลังจากผ่านมาถึง 40 กว่าปี ล่าสุด อูรี เกลเลอร์ประกาศว่าเขามีข่าสารจากต่างดาวอีกครั้งหนึ่งแล้ว โดยในอินสตาแกรมของเขาอ้างข่าว “พบวัตถุปริศนาหมุนได้บนทางช้างเผือกปล่อยคลื่นวิทยุทุก 18 นาที” โดยวัตถุประหลาดนี้ถูกพบครั้งแรกโดย ไทโรน โอโดเฮอร์ตี นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเคอร์ทิน เมื่อเดือน มี.ค. 2018 จากกล้องโทรทรรศน์วิทยุเมอร์ชิสัน ไวด์ฟิลด์ อาเรย์ ที่ตั้งอยู่ในชนบทห่างไกลของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยใช้เทคนิคใหม่ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง

จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปหลายปี ทางทีมได้ข้อสรุปว่าวัตถุประหลาดนี้อยู่ห่างจากโลกราว 4,000 ปีแสง ทั้งยังมีความสว่างมากและมีสนามแม่เหล็กที่แข็งแกร่ง และยังปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุอย่างแรงทุกๆ 18.8 นาที หรือชั่วโมงละ 3 ครั้ง

การค้นพบครั้งนี้ทำให้ อูรี เกลเลอร์เตือนว่า “เพื่อนรักของผม ทีมที่ทำแผนที่คลื่นวิทยุในจักรวาลได้ค้นพบสิ่งผิดปกติที่ปล่อยพลังงานระเบิดขนาดยักษ์สามครั้งต่อชั่วโมง และไม่เหมือนกับสิ่งที่นักดาราศาสตร์เคยเห็นมาก่อน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งนี้เชื่อมโยงกับความภูมิปัญญาของมนุษย์ต่างดาวที่เหนือกว่าของเรามากๆ จงเริ่มถอดรหัสข้อความของพวกเขา! พวกเขากำลังเตรียการ (นำยาน) ลงจอดจำนวนมากที่โลกของเรา”

เขายังบอกด้วยว่า “เพื่อนรักของผม เด็กที่เกิดวันนี้ในช่วงชีวิตของเขา/เธอ พวกเขาจะได้พบกับมนุษย์ต่างดาวที่จะสอนเราถึงวิธีกำจัดโรคทั้งหมด ช่วงชีวิตของมนุษย์จะปีนขึ้นไปถึง 220 ปีโดยเฉลี่ย”

นอกจากจะอ้างพลังติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวแล้ว เกลเลอร์ยังอ้างว่าเขามีพลังจิตในการเปลี่ยนอนาคตและความคิดของผู้คนในระดับรวมหมู่ได้ด้วย เช่น ในเดือนมีนาคม 2019 The Guardian รายงานว่า เกลเลอร์เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษในขณะนั้น โดยระบุว่าเขาจะส่งกระแสจิตป้องกันไม่ให้เมย์นำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป เกลเลอร์บอกว่า “แม้ว่าผมจะชื่นชมคุณมาก แต่ผมจะหยุดคุณไม่ให้ส่งกระแสจิตจากการทำเช่นนี้ – และเชื่อผมได้เลยว่าผมสามารถทำได้” สหราชอาณาจักรไม่ได้ออกจากสหภาพยุโรปในสมัยของเมย์ก็จริง อย่างไรก็ตาม จนแล้วจนรอดสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2021 ในสมัยของรัฐบาลบอริส จอห์นสัน

ในปี 1997 เกลเลอร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับสโมสรฟุตบอลเอ็กซิเตอร์ในดิวิชั่น 2 โดยวางคริสตัลที่ “เปี่ยมด้วยพลังงาน” ไว้ด้านหลังโกลที่สนามเอ็กซิเตอร์ เพื่อช่วยให้สโมสรชนะเกมสำคัญในช่วงท้ายฤดูกาล ปรากฏว่าทีมเอ็กซิเตอร์แพ้เกมนั้นไป 5-1

เขายังอ้างว่าเขาเคยมีส่วนร่วมกับเรดดิ้งและอ้างว่าในปี 2002 เขาได้ช่วยเรดดิ้งหลีกเลี่ยงการตกชั้นโดยให้ผู้สนับสนุนสโมสรมองเข้าไปในดวงตาของเขาและพูดว่า “ชนะ เรดดิ้ง ชนะ” แต่ผู้จัดารทีมเรดดิ้งไม่ได้สนใจคอ้างนี้และบอกว่า “ต้องขอบคุณการทำงานหนักและความพยายามของทีมงานและผู้เล่นของผม ทันทีที่เรามีความสุข จู่ๆ เขา (เกลเลอร์) ก็โผล่ออกมาจากไหนก็ไม่รู้ และพยายามเรียกร้องความสนใจ”

Photo – European Southern Observatory/L. Calcada/Handout via REUTERS

ส่องคำทำนายซินแสนานาชาติ ปีเสือจะดุแค่ไหน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674338

วันที่ 30 ม.ค. 2565 เวลา 11:44 น.ส่องคำทำนายซินแสนานาชาติ ปีเสือจะดุแค่ไหน?เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละปีไปแล้ว ที่สื่อในต่างประเทศทั้งในตะวันตกและในเอเชียจะเผยแพร่คำทำนายของผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ก่อนที่จะเข้าสู่ปีใหม่ตามปฏิทินจันรคติของจีนและหลายประเทศในเอเชียตะวันออก

1. เอ็ดการ์ ลก ติน ยัง (Edgar Lok Tin Yung) ซินแสฮวงจุ้ยในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียบอกกับเซกชั่นข่าว FEMAIL ของ Dailymail ว่าปีขาลปีนี้จะถือเป็นปีที่ดีของผู้ที่เกิดในปีนักษัตรปีระกาและปีมะแม มีดาวแห่งโชคประจำในคนเกิดปีระกาและปีมะแมตลอด 12 เดือนจากนี้ (โดยเริ่มนับปีขาลวันที่ 4 กุมภาพันธ์) ส่วนปีที่ต้องระวังคือปีวอกกับปีกุน อาจมีปัญหาเรื่องการขับรถ อาจได้รับบาดเจ็บหรือถูกปรับ คนปีขาลก็ต้องระวังเรื่องการงาน ซินแสยังบอกว่าคนปีขาลต้องระวังความสัมพันธ์กับเจ้านายให้ดีๆ

2. ซินแสนจางซวี่ชู (Xuchu Zhang) ของสิงคโปร์บอกกับ Yahoo Life ว่า ปีขาลนี้ ปีนักษัตรชวดหนูโคจรมาพบกับดาวงานศพ ควรหลีกเลี่ยงการไปเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาลหรือรับประทานอาหารในงานศพ ปีขาลพบกับดาวที่มีพลังด้านลบจะพบอุปสรรคทำให้ไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ปีขาลพบกับดาวไท่สุ้ยอาจจะสำเร็จอย่างมากหรือล้มเหลวสุดๆ ก็ได้ โดยรวมแล้วพบกับเรื่องสุขมากๆ ก็อาจพบกับเรื่องเศร้ามากๆ ได้

3. ซินแสนจางเตือนว่าปีวอกก็พบกับดาวไท่สุ้ยเช่นกัน จึงไม่ค่อยดีนัก ส่วนปีเถาะพบกับดาวโรคในปีนี้ ปีมะโรงห้ามใส่สีแดงและดำเพื่อเลี่ยงการเสียเลือดเนื้อหรือเสียเงินทอง ปีระกา ปีจอ จะพบดาวอัปมงคลทำให้มีปัญหามาก ปีกุนให้ระวังเรื่องพัวพันกับคนมีคู่ครองแล้ว ปีมะเมียให้ระวังเรื่องความรัก สำหรับปีที่ดีนั้น ซินแสนจางซวี่ชูบอกว่าคือปีมะเส็งพบกับดาวนำโชค

4. ซินแสฮวงจุ้ยชาวฟิลิปปินส์ มาไรต์ อัลเลน (Marites Allen) บอกกับ Rappler ว่า เนื่องจากปี 2022 เป็นปีเสือน้ำ อาจจะมีเรื่อง “โชคไม่ดีที่เกี่ยวข้องกับความตึงเครียด การดิ้นรน การกบฏ” และเตือนว่า “ดังนั้น สังคมและรัฐบาลจึงควรหลีกเลี่ยงเรื่องอื้อฉาวหรือผลงานที่ไม่เข้าตา ฉันต้องบอกคุณเพื่อน ๆ ปีเสือน้ำจริงๆ…ไม่ใช่สัตว์ที่เชื่อง มันเป็นสัตว์ดุร้ายและดุร้ายมาก คุณทำให้เสือเชื่องได้อย่างไร?”

5. ลิาซ่า คัม (Lisa Cam) แห่งสำนักข่าว South China Morning Post บอกว่า “เสือขัดแย้งกับไท่สุ้ย (บ้างว่าคือดาวจูปิเตอร์หรือดาวพฤหัสบดี) ดังนั้นปีนี้จะนำมาซึ่งความวุ่นวายทางอารมณ์ ความท้าทาย และการสูญเสียทางการเงิน ว่ากันว่าผู้ที่อยู่ในราศีนี้ไม่ควรตัดสินใจโดยเด็ดขาดและอย่าจมปลักอยู่กับปัญหา ขอแนะนำให้เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองหรืองานสังสรรค์ขนาดใหญ่กับคนที่คุณรักเพื่อช่วยเรื่องโชคลาภ” (อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ดูเหมือนจะขัดกับมาตรการป้องกันโควิด-19 โดยเฉพาะในฮ่องกงที่เข้มงวดมาก) แต่ยังแนะด้วยว่าให้ใส่สีชมพูหรือน้ำตาล ใส่เครื่องรางรูปม้าหรือสุนัขจะช่วยแก้ปีชงกับไท่สุ้ยได้

ทั้งนี้ เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Photo by Sam Yeh / AFP

เราต้องกลัวไหม? เชื้อ BA.2 ที่ติดง่ายกว่าโอมิครอน 1.5 เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674333

วันที่ 30 ม.ค. 2565 เวลา 09:56 น.เราต้องกลัวไหม? เชื้อ BA.2 ที่ติดง่ายกว่าโอมิครอน 1.5 เท่า บางประทศเริ่มรายงานถึงความน่ากังวลเกี่ยวกับสายพันธุ์ย่อยนี้มากขึ้น และโพสต์ทูเดย์ได้จับตามาระยะหนึ่งแล้ว มันจะเป็นภัยคุกคามไหม่หรือไม่?

1. คือสายพันธุ์ย่อยของ BA.2 พบแพร่หลายในสแกนดิเนเวีย แอฟริกาใต้ และสิงคโปร์ และกำลังมีสัญญาณการเติบโตในเยอรมนีและสหราชอาณาจักร รวมถึงในสหรัฐ รวมแล้วพบใน 40 ประเทศ

2. สายพันธุ์ย่อยนี้สามารถแพร่เชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์โอไมครอนเดิม 1.5 เท่า ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกว่า BA.1 ตามรายงานของ Statens Serum Institut ซึ่งดำเนินการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อในเดนมาร์ก

3. ณ วันที่ 24 มกราคม หน่วยงานด้านสุขภาพของเดนมาร์กไม่พบความแตกต่างระหว่าง BA.1 และ BA.2 ในอัตราการรักษาตัวในโรงพยาบาลหรืออัตราความรุนแรง และข้อมูลเบื้องต้นจากอินเดียชี้ไปในทิศทางเดียวกัน

4. ในเดนมาร์ก ข้อมูลเบื้องต้นแสดงอัตราการแหกวัคซีน (breakthrough คือฉีดวัคซีนแล้วยังติดเชื้อ) ในผู้ที่เคยฉีดวัคซีนหรือเคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน มีอัตราใกล้เคียงกับอัตราแหกวัคซีนและการติดเชื้อซ้ำที่พบใน BA.1

5. เช่นเดียวกับ สำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) ระบุว่า สายพันธุ์ย่อยใหม่ดูเหมือนจะไม่ลดประสิทธิภาพของวัคซีนต่อการติดเชื้อ

6. UKHSA ระบุว่า วัคซีนบูสเตอร์มีประสิทธิภาพ 70% ในการป้องกันการเจ็บป่วยจาก BA.2 สองสัปดาห์หลังจากได้รับการฉีด เทียบกับประสิทธิผล 63% สำหรับสายพันธุ์โอมิครอนดั้งเดิม หรือ BA.1

7. โฆษกของสำนักงานควบคุมโรคของสหรัฐ (CDC) คือ Kristen Nordlund กล่าว “ปัจจุบันไม่มีหลักฐานว่าเชื้อสาย BA.2 นั้นรุนแรงกว่าเชื้อสาย BA.1”

8. องค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่ได้ระบุว่า BA.2 เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของ WHO ได้เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสายพันธุ์ใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อโอมิครอนแพร่กระจายไปทั่วโลกในอัตราที่ไม่เคยมีมาก่อน

Photo by Fabrice COFFRINI / AFP

ตอบข้อสงสัย ควรรอวัคซีนสูตรเฉพาะสำหรับ Omicron ไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674322

วันที่ 29 ม.ค. 2565 เวลา 17:31 น.ตอบข้อสงสัย ควรรอวัคซีนสูตรเฉพาะสำหรับ Omicron ไหมเราควรรอวัคซีนสูตรเฉพาะสำหรับโอมิครอนเป็นเข็มกระตุ้นหรือไม่หลัง Pfizer และ Moderna เดินหน้าทดลองแล้ว

เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้ง Pfizer และ Moderna ต่างประกาศว่าเริ่มทดสอบทางคลินิกวัคซีนที่ใช้สำหรับสายพันธุ์โอมิครอนโดยเฉพาะแล้ว โดยฝั่ง Moderna เผยว่าอยู่ระหว่างการทดลองระยะที่ 2

แม้ว่าขณะนี้จะมีคนไทยได้รับวัควีนเข็มกระตุ้นไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่ข่าวนี้น่าจะทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย เช่น สำหรับคนที่ยังไม่ได้ฉีดเข็ม 3 ควรรอวัคซีนที่ใช้สำหรับโอมิครอนโดยเฉพาะก่อนไหม แล้วถ้าติด Covid-19 ในช่วงที่โอมิครอนระบาดยังต้องฉีดเข็มกระตุ้นไหม แล้วคนที่ฉีดเข็ม 3 ไปแล้วล่ะต้องทำยังไงต่อ

สำนักข่าว CNN พูดคุยประเด็นเหล่านี้กับ ลีน่า เหวิน นักวิเคราะห์ด้านการแพทย์ของ CNN และแพทย์และศาสตราจารย์ด้านนโยบายสุขภาพและการจัดการของวิทยาลัยสาธารณสุขแห่งมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน

CNN: ควรรอจนกว่าจะมีวัคซีนสูตรเฉพาะสำหรับโอมิครอนแล้วค่อยฉีดเข็ม 3 หรือไม่

ลีน่า เหวิน: ไม่ควร คนที่มีสิทธิ์ได้รับเข็มกระตุ้นควรฉีดทันทีด้วย 2 เหตุผลคือ 1.มีหลักฐานยืนยันเพิ่มขึ้นว่าจำเป็นต้องฉีดวัคซีนของ Pfizer หรือ Moderna เข็ม 3 เพื่อคงระดับการป้องกัน Covid-19

โดยสัปดาห์ที่แล้วมีงานวิจัยกลุ่มใหญ่ 3 ชิ้นจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) พบว่า วัคซีนเข็มกระตุ้นป้องกันอาการรุนแรงและลดโอกาสการติดเชื้อ

ระหว่างเดือน ธ.ค.-ม.ค.ซึ่งเป็นช่วงที่โอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาด การวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมีประสิทธิภาพ 90% ในการป้องกันการเข้ารักษาในโรงพยาบาล ขณะที่ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดเข็ม 3 และฉีดเข็ม 2 มาแล้ว 6 เดือนประสิทธิภาพลดลงเหลือ 57% การวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ทำให้ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนกว่า 13,000 คนพบว่า โอกาสที่จะติดเชื้อแบบแสดงอาการในกลุ่มผู้เข้าร่วมการวิจัยที่ฉีดวัคซีน 3 เข็มต่ำกว่าในกลุ่มที่ฉีด 2 เข็มถึง 66%

2.วัคซีนเฉพาะสำหรับโอมิครอนยังอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกซึ่งจะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเสร็จ และยังไม่ทราบผลการทดลองว่าวัคซีนเฉพาะสายพันธุ์นี้จะดีกว่าวัคซีนดั้งเดิมหรือไม่ หรือหากสุดท้ายแล้ววัคซีนได้รับการรับรอง ก็ยังต้องรออีกหลายเดือนต่อจากนี้ และเมื่อโอมิครอนยังพุ่งสูงอยู่เช่นนี้ ก็ไม่ควรชะลอการฉีดเข็มกระตุ้น

CNN: หากฉีดเข็มกระตุ้นไปแล้ว หลังจากนี้จะฉีดวัคซีนเฉพาะสำหรับโอมิครอนเป็นเข็มกระตุ้นไม่ได้แล้วใช่ไหม

ลีน่า เหวิน: ไม่ใช่ หนึ่งในกลุ่มที่ Pfizer กำลังศึกษา มีบุคคลที่ได้รับวัคซีนเข็ม 3 มาแล้ว และกำลังได้รับวัคซีนเข็ม 4 ซึ่งเป็นวัคซีนเฉพาะสำหรับโอมิครอน บริษัทจะศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนเข็ม 4 นี้ ซึ่งอาจออกมาว่าไม่จำเป็นต้องฉีดเข็ม 4 เพราะเข็มกระตุ้นก่อนหน้านี้ยังป้องกันได้ดี แต่หากวัคซีนสูตรเฉพาะซึ่งใช้เป็นเข็ม 4 ทำให้การปกป้องเพิ่มขึ้นสูง อาจมีคำแนะนำให้ฉีดเข็ม 4 ในอนาคต

CNN: หากเพิ่งติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน ควรฉีดวัคซีน (สูตรดั้งเดิม) เข็ม 3 เลยไหม

ลีน่า เหวิน: ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อสายพันธุ์ไหน แต่ด้วยความที่โอมิครอนมีสัดส่วนถึง 99% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ หากเพิ่งติดเชื้อเร็วๆ นี้ก็อาจเป็นสายพันธุ์โอมิครอน

คนที่ฉีดวัคซีนแล้วและหายจากการติดเชื้อดูเหมือนจะมีภูมิคุ้มกันสูง แต่ภูมิคุ้มกันจากการหายป่วยนี้ไม่เสถียร บางคนที่ป่วยหนักอาจมีการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งกว่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่แสดงอาการ และเราไม่รู้ว่าภูมิคุ้มกันนี้อยู่ได้นานแค่ไหน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ที่เคยติดเชื้อยังต้องฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยสามารถฉีดได้ทันทีที่ระยะเวลากักตัวสิ้นสุดลง ตราบใดที่ไม่มีไข้และอาการดีขึ้นแล้ว

CNN: เข็มกระตุ้นอยู่ได้นานแค่ไหน แล้วต้องฉีดบูสเตอร์ครั้งที่ 2 เร็วๆ นี้หรือไม่

ลีน่า เหวิน: เราไม่รู้ ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเทกซัสซึ่งยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์และยังไม่ได้รับการพิจารณาตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ (peer-reviewed) พบว่า แอนติบอดีต่อโอมิครอนยังแข็งแกร่งหลังฉีดเข็มกระตุ้นไปแล้ว 4 เดือน

นอกจากนี้ยังมี T-cells และ B-cells ที่ยังคงแข็งแกร่งไปได้อีกหลายเดือน แต่เรายังไม่รู้ว่าภูมิคุ้มกันจากเข็ม 3 จะลดลงเมื่อใด นี่คือสิ่งที่นักวิจัยจะติดตามอย่างระมัดระวัง ขณะนี้มีหลักฐานชัดเจนว่าจำเป็นต้องฉีดเข็ม 3

CNN: คุณคิดว่าการพัฒนาวัคซีนเฉพาะสำหรับโอมิครอนจะช่วยให้การระบาดจบเร็วขึ้นหรือไม่

ลีน่า เหวิน: ฉันมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับจุดจบของ Covid-19 ไม่ใช่ว่า Covid-19 จะหายไป มันคือสิ่งที่จะอยู่กับเราอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้ แต่เรามีเครื่องมือมากมายที่จะช่วยให้เราอยู่กับไวรัสโดยไม่ให้มันมีอิทธิพลเหนือชีวิตเรา

การพัฒนาวัคซีนใหม่จะเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่ร่วมกับ Covid-19 ฉันหวังว่าจะมีการวิจัยเกี่ยวกับวัคซีนที่ใช้กับโคโรนาไวรัสได้หลากหลายสายพันธุ์เพิ่มขึ้น เพื่อที่หากเกิดการกลายพันธุ์ใหม่ จะได้ไม่เกิดสถานการณ์ที่เราพยายามแก้ปัญหาทีละน้อยหรือเพียงผิวเผินอีก

ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งดีที่บริษัทต่างๆ กำลังพัฒนาวัคซีนเฉพาะสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากวัคซีนเหล่านั้นให้การป้องกันที่ดีกว่าและแข็งแกร่งกว่า และกว่าเราจะรู้ว่ามันได้ผลไหมก็อีกหลายเดือน ดังนั้นจึงไม่ควรชะลอการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อรอวัคซีนสูตรเฉพาะนี้

Photo by DANIEL MUNOZ / AFP

หลุดคลิปวินาทีเครื่องบินรบ F-35C ของสหรัฐตกในทะเลจีนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674310

วันที่ 29 ม.ค. 2565 เวลา 15:10 น.หลุดคลิปวินาทีเครื่องบินรบ F-35C ของสหรัฐตกในทะเลจีนใต้กองทัพเรือสหรัฐยอมรับภาพและคลิป F-35C ที่หลุดออกมาเป็นของจริง

จากกรณีที่เครื่องบินขับไล่ F-35C ของสหรัฐเกิดความผิดพลาดขณะร่อนลงจอดบนดาดฟ้าของเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส คาร์ล วินสัน (USS Carl Vinson) จนจมลงในทะเลจีนใต้เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังมีทั้งคลิปวิดีโอและภาพนิ่งหลุดออกมาบนโลกออนไลน์

ภาพนิ่งเผยให้เห็นเครื่องบินขับไล่ F-35C ลอยอยู่บนผิวน้ำในทะเลจีนใต้ โดยห้องนักบินถูกเปิดออก และเก้าอี้ดีดตัวของนักบินหายไปแล้ว ขณะที่ในคลิปวิดีโอป็นภาพขณะที่เครื่องบินกำลังลงจอดบนดาดฟ้าขึ้นลงของเรือรบแต่เกิดความผิดพลาดจนตัวเครื่องบินชนกับดาดฟ้า

เฮย์ลีย์ ซิมส์ โฆษกกองเรือที่ 7 ของสหรัฐยืนยันกับ Navy Times ว่าทั้งภาพนิ่งและคลิปที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์เป็นของจริงซึ่งถ่ายจากบนเรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ขณะเกิดเหตุ และเผยว่า ขณะนี้กำลังสอบสวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

ด้าน มาร์ก แลงฟอร์ด โฆษกกองทัพเรือสหรัฐเผยกับ Navy Times ว่า ความเสียหายของดาดฟ้าขึ้นลงเครื่องบินบนเรือรบยูเอสเอส คาร์ล วินสัน มีไม่มาก และอุปกรณ์ทั้งหมดสำหรับการปฏิบัติการบินยังสามารถใช้งานได้ ส่วนนักบินและลูกเรืออีก 6 คนบนเรือรบที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดอาการดีขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ เครื่องบินขับไล่ F-35C เป็นเครื่องบินรบลำใหม่ล่าสุดที่มีเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดของกองทัพเรือของกองทัพเรือ มีมูลค่าราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

นักวิเคราะห์มองว่า การกู้เครื่องบินลำดังกล่าวขึ้นมาอาจเป็นปฏิบัติการที่ซับซ้อน และจะต้องถูกจับตามองจากจีน

ทว่า เจ้าลี่เจียน โษฆกกระทรวงการต่างประเทศจีนโต้ว่า จีน “ไม่ได้สนใจเครื่องบินของสหรัฐ เราแนะนำให้สหรัฐรับผิดชอบต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคมากกว่าที่จะเกรี้ยวกราดในทุกวิถีทางในทะเลจีนใต้”

REUTERS/Tim Kelly

ผู้นำยูเครนขอตะวันตกหยุดตระหนกเกินเหตุเรื่องรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674305

วันที่ 29 ม.ค. 2565 เวลา 13:21 น.ผู้นำยูเครนขอตะวันตกหยุดตระหนกเกินเหตุเรื่องรัสเซียประธานาธิบดียูเครนเรียกร้องให้ผู้นำโลกลดการพูดถึงสงครามเพราะกระทบเศรษฐกิจประเทศ

ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เผยกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศในกรุงเคียฟขอให้ผู้นำชาติตะวันตกเลิกสร้างความตื่นตระหนกว่ารัสเซียจะบุกยูเครน เพราะศรษฐกิจของยูเครนได้รับความเสียหายจากการรับรู้ที่ผิดพลาดว่ากำลังจะเกิดสงครามในยูเครน

เซเลนสกีระบุว่า เขาไม่เห็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าในช่วงที่กองทัพรัสเซียระดมกำลังคล้ายๆ กันนี้ในฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา “มีสัญญาณจากผู้นำประเทศที่น่านับถือ พวกเขาบอกว่าพรุ่งนี้จะมีสงคราม นี่คือการตื่นตระหนก แล้วมันสร้างความเสียหายให้ประเทศเราเท่าไร” และว่า สถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศคือภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของยูเครน

ผู้นำยูเครนเผยว่า ได้อธิบายระหว่างคุยโทรศัพท์กับผู้นำหลายประเทศ รวมทั้งประธานาธิบดี โจ ไบเดน และประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสว่า แม้ว่าภัยคุกคามจากเครมลินจะใกล้เข้ามาและเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่คนยูเครนได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันตั้งแต่รัสเซียรุกรานเมื่อปี 2014

เมื่อถูกถามถึงการสนทนากับไบเดน เซเลนสกีขอบคุณที่ผู้นำสหรัฐสนับสนุน แต่บอกว่าการเสริมกำลังของกองทัพรัสเซียไม่ได้มีความหมายมากไปกว่าที่เขาเคยเห็นในอดีต

“ผมเป็นประธานาธิบดียูเครน ผมอยู่ที่นี่ และผมว่าผมรู้รายละเอียดเชิงลึกมากกว่าประธานาธิบดีคนไหนๆ” เซเลนสกีเผย “เราไมได้เข้าใจผิดกับประธานาธิบดีไบเดน ผมแค่เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศของผม เช่นเดียวกับที่เขาเข้าใจอย่างดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในสหรัฐ”

Ukrainian Presidential Press Service/Handout via REUTERS

หรือจะรบ? รัสเซียเตรียมเลือดสำรองให้ทหารชายแดนยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674294

วันที่ 29 ม.ค. 2565 เวลา 11:39 น.หรือจะรบ? รัสเซียเตรียมเลือดสำรองให้ทหารชายแดนยูเครนกองทัพรัสเซียเตรียมเลือดสำรองให้ทหารที่ประจำการชายแดนยูเครนชี้ถึงความพร้อมรบ

สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐ 3 รายว่า การเสริมกำลังทหารของกองทัพรัสเซียใกล้กับชายแดนยูเครนขยายไปถึงการเตรียมเลือดและอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ที่จำเป็นในการรักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งบ่งชี้ถึงความพร้อมของกองทัพรัสเซีย

อดีตเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่า สิ่งบ่งชี้ที่เป็นรูปธรรม อาทิ เลือดสำรอง มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพิจารณาว่ามอสโกเตรียมที่การจู่โจมหรือไม่ หากประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ไฟเขียว

การเปิดเผยข้อมูลการจัดหาเลือดโดยเจ้าหน้าที่สหรัฐซึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ ได้เพิ่มบริบทอีกชิ้นหนึ่งให้กับคำเตือนของสหรัฐว่ารัสเซียอาจเตรียมการสำหรับรุกรานยูเครนหลังจากระดมกำลังทหารกว่า 100,000 นายใกล้กับชายแดนยูเครน

คำเตือนของสหรัฐรวมถึงการคาดการณ์ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ว่ามีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะบุก และที่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ แอนโทนี บลิงเคน บอกว่ารัสเซียอาจจู่โจมยูเครนเร็วๆ นี้

ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐทราบว่าการเสริมกำลังของกองทัพรัสเซียมีการนำอุปกรณ์ทางการแพทย์มาด้วย แต่การเปิดเผยเรื่องการเตรียมเลือดสำรอง ได้เพิ่มรายละเอียดที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ามีความสำคัญต่อการพิจารณาความพร้อมทางทหารของรัสเซีย

เบน ฮอดจส์ นายพลเกษียณของสหรัฐเผยว่า “มันไม่ได้การันตีว่าจะต้องมีการจู่โจม แต่คุณจะไม่ลงมือจู่โจมถ้าคุณไม่มีสิ่งเหล่านั้นอยู่ในมือ”

ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียไม่ได้ตอบกลับการถามความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรของ Reuters ส่วนกระทรวงกลาโหมสหรัฐปฏิเสธการหารือเกี่ยวกับการประเมินข่าวกรอง

เจ้าหน้าที่สหรัฐทั้ง 3 รายที่เปิดเผยเรื่องเลือดสำรองปฏิเสธที่จะระบุเวลาที่แน่ชัดว่าสหรัฐตรวจพบความเคลื่อนไหวเพื่อเสริมกำลังใกล้ชายแดนยูเครนตั้งแต่เมื่อใด

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ 2 รายเผยว่าตรวจพบเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน

Photo by Handout / Russian Defence Ministry / AFP

อังกฤษชี้ Omicron ล่องหน BA.2 ขยายตัวเร็วกว่า BA.1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674289

วันที่ 29 ม.ค. 2565 เวลา 10:13 น.อังกฤษชี้ Omicron ล่องหน BA.2 ขยายตัวเร็วกว่า BA.1หน่วยงานสาธารณสุขอังกฤษเผยโอมิครอนล่องหน BA.2 มีข้อได้เปรียบเรื่องการขยายตัวเร็วกว่า BA.1

สำนักงานความมันคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร (UKHSA) เผยว่า เชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ที่ถูกขนามนามว่าเป็นสายพันธุ์ล่องหนดูเหมือนจะมีข้อได้เปรียบในเรื่องการขยายตัวของการระบาด (growth advantage) อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ BA.1

UKHSA ระบุว่า มีอัตราการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นของ BA.2 เมื่อเทียบกับ BA.1 ในทุกภูมิภาคของอังกฤษซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อมากพอที่จะเปรียบเทียบได้ และการขยายตัวของการระบาดกำลังมีอิทธิพลอยู่ในขณะนี้

ซูซาน ฮอปกินส์ หัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของ UKHSA เผยว่า “เราทราบว่า BA.2 มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคของอังกฤษ”

UKHSA ระบุอีกว่า ยังไม่มีข้อมูลเรื่องความรุนแรงของ BA.2 เปรียบเทียบกับ BA.1 แต่ย้ำว่าการประเมินเบื้องต้นไม่พบความแตกต่างของประสิทธิภาพของวัคซีนต่ออาการของโรคระหว่างเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยทั้งสอง

การระบาดอย่างรวดเร็วของสายพันธุ์ BA.1 เป็นตัวกระตุ้นในระลอกโอมิครอน ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงทุบสถิติในอังกฤษเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยเข้ามาแทนที่สายพันธุ์หลักอย่างเดลตา

อย่างไรก็ดี อัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลไม่ได้เพิ่มตามไปด้วย เนื่องจากประชาชนมีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนและการติดเชื้อก่อนหน้า รวมทั้งความรุนแรงที่ลดลงของโอมิครอน

UKHSA ระบุว่า ผลการวิเคราะห์อีกชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่า ระหว่างวันที่ 24 พ.ย.-19 ม.ค. ผู้ที่เข้ารักษาในห้องไอซียูส่วนใหญ่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา แม้ว่าขณะนั้นจะมีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนมากกว่าเดลตาก็ตาม

และยังพบว่า การเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนของในบ้านพักผู้สูงอายุไม่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของการเข้ารักษาในโรงพยาบาล

“ผลการวิเคราะห์ของเราชี้ว่าการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนระลอกปัจจุบันไม่น่าจะนำมาสู่การติดเชื้อรุนแรงในบ้านพักผู้สูงอายุซึ่งมีระดับการฉีดวัคซีนและหรือภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติสูง” UKHSA ระบุ โดยมีหมายเหตุไว้ว่า การวิเคราะห์ดังกล่าวยึดสายพันธุ์ BA.1 เป็นหลัก เนื่องจากจำนวนสายพันธุ์ BA.2 ในการศึกษามีน้อย

Photo by Tolga Akmen / AFP

ชาติร่ำรวยแห่ซื้อตัวพยาบาลจากชาติยากจนขณะ Omicron ระบาดหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674254

วันที่ 28 ม.ค. 2565 เวลา 18:15 น.ชาติร่ำรวยแห่ซื้อตัวพยาบาลจากชาติยากจนขณะ Omicron ระบาดหนักชาติร่ำรวยแห่จ้างพยาบาลจากประเทศยากจน ท่ามกลางโอมิครอนระบาด ซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำ-ขาดแคลนแรงงาน

สำนักข่าวซินหัวอ้างรายงานของรอยเตอร์สระบุว่ากลุ่มประเทศร่ำรวยกำลังเพิ่มความพยายามจ้างพยาบาลจากกลุ่มประเทศยากจน ขณะโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแพร่ระบาดทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและความไม่เท่าเทียมทางสุขภาพทั่วโลกรุนแรงขึ้น

รอยเตอร์สอ้างอิงฮาวเวิร์ด แคตตัน ซีอีโอของสภาพยาบาลนานาชาติ ระบุว่าประเทศตะวันตกหลายแห่งยกระดับการจ้างงานระหว่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนพยาบาล ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของยอดผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระแสที่ทวีความย่ำแย่ของความไม่เท่าเทียมทางสุขภาพ

แคตตันกล่าวว่ามีการจ้างงานระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร เยอรมนี แคนาดา และสหรัฐ ซึ่งน่าหวั่นเกรงว่าวิธีแก้ปัญหาเช่นนี้ค่อนข้างคล้ายคลึงกับกรณีกลุ่มประเทศร่ำรวยอาศัยศักยภาพทางเศรษฐกิจเพื่อซื้อและกักตุนอุปกรณ์ป้องกันโรคส่วนบุคคลและวัคซีน

การจ้างงานพยาบาลจากต่างประเทศบางส่วนมาจากภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ทะเลทรายซาฮารา (sub-Saharan Africa) ซึ่งรวมถึงไนจีเรีย และบางส่วนของแคริบเบียน โดยพยาบาลได้รับแรงจูงใจจากเงินเดือนที่สูงขึ้น เงื่อนไขที่ดีกว่าที่ประเทศบ้านเกิด และสถานะของการย้ายถิ่นฐาน

ทั้งนี้ แคตตันเรียกร้องการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของภาคแรงงานสหรัฐ ด้วยความพยายามที่สอดประสานร่วมมือกันในระดับโลก ซึ่งมาจากการลงทุนอย่างจริงจัง มิใช่แค่ลมปาก

Photo by ALAIN JOCARD / AFP