สวนภาวะทิ้งตัว บอสสถาบันการเงินชี้คริปโตเป็นอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673923

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 13:00 น.สวนภาวะทิ้งตัว บอสสถาบันการเงินชี้คริปโตเป็นอนาคตอดีตซีอีโอโกลด์แมน แซคส์ เชื่อมั่นอนาคตตลาดคริปโตแม้กำลังเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก

ในขณะที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญแรงเทขายอย่างหนักและต่อเนื่อง ลอยด์ แบลงค์ไฟน์ อดีตประธานและซีอีโอของโกลด์แมน แซคส์ กลับมีมุมมองเชิงบวกต่อคริปโตเคอร์เรนซี

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาแบลงค์ไฟน์ได้ให้สัมภาษณ์กับแอนดรูว์ รอสส์ ซอร์กิน จาก CNBC โดยกล่าวว่ามุมมองของเขาที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังพัฒนาขึ้น “คริปโตเคอร์เรนซีกำลังเป็นปรากฏการณ์”

คำว่า “เป็นปรากฏการณ์” ของเขาหมายถึงระบบนิเวศของคริปโตเคอร์เรนซีได้เติบโตขึ้นอย่างเต็มที่ในปีที่ผ่านมา บริษัทการเงินแบบดั้งเดิมรวมทั้งโกลด์แมน ได้เริ่มเสนอวิธีการซื้อ แลกเปลี่ยน และดูแลสกุลเงินดิจิทัลแก่ลูกค้า

แบลงค์ไฟน์ชี้ว่าจักรวาลคู่ขนานของโปรโตคอลการเงินแบบกระจายอำนาจได้เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้ผู้ถือสามารถให้ยืมและรับผลตอบแทนจากเหรียญของพวกเขา

เป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้วที่ตลาดคริปโตเผชิญกับแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าคาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างสกุลเงินดิจิทัล

โดยมูลค่าตลาดโดยรวมของสกุลเงินดิจิทัลลดลงต่ำกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่เคยพุ่งสูงถึง 3.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในเดือนพ.ย. ปีก่อน

“มันสูญเสียมูลค่าไปมาก แต่ก็ยังอยู่ในจุดที่มีมูลค่าหลายล้านล้านเหรียญ และระบบนิเวศทั้งหมดก็เติบโตขึ้น” แบลงค์ไฟน์กล่าวโดยชี้ให้เห็นว่าผู้คนยังคงได้รับประโยชน์จากสกุลเงินดิจิทัล

ก่อนหน้านี้แบลงค์ไฟน์เคยวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin ว่าเป็นแหล่งเก็งกำไร และกล่าวว่าหน่วยงานกำกับดูแลควรดำเนินการบางอย่างเพื่อจัดการกับความผันผวนของราคา

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

สหรัฐ-ยุโรปจับมือเป็นหนึ่งเดียวพร้อมโต้ถ้ารัสเซียบุกยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673913

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 11:55 น.สหรัฐ-ยุโรปจับมือเป็นหนึ่งเดียวพร้อมโต้ถ้ารัสเซียบุกยูเครนกองทัพสหรัฐและกองกำลังพันธมิตรนาโต้เตรียมพร้อมแสตนด์บายหลังสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนทวีความตึงเครียด

1.จอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยว่า กองทัพสหรัฐสั่งทหารราว 8,500 นายแสตนด์บาย เตรียมพร้อมประจำการในยุโรปตะวันออกสมทบกับกองกำลังตอบโต้เร็วของนาโต (NRF) ซึ่งอาจจะเคลื่อนพลในเร็วๆ นี้หากรัสเซียบุกยูเครน “เรายังไม่ส่งทหารไปประจำการตอนนี้และยังเชื่อว่ายังมีช่องว่างและเวลาสำหรับการทูต”

2.ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ประกาศความเป็น “เอกภาพ” ในกลุ่มมหาอำนาจตะวันตกหลังประชุมหารือผ่านระบบทางไกลอิเล็กทรอนิกส์กับผู้นำหลายประเทศในยุโรป รวมถึงนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรี โอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต

3.นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน เผยว่า บรรดาผู้นำเห็นพ้องต้องกันถึงความสำคัญของความสามัคคีระหว่างประเทศเมื่อเผชิญกับความเป็นปรปักษ์ของรัสเซียที่เพิ่มขึ้น และหากรัสเซียยังเดินหน้ารุกรานยูเครน บรรดาผู้นำเห็นพ้องว่าพันธมิตรต้องตอบโต้อย่างรวดเร็วรวมถึงมาตรการคว่ำบาตรที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่วนผู้นำเยอรมนีกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับรัสเซียที่จะลดระดับความตึงเครียดที่มองเห็นได้ชัดเจน และเยนส์ สโตลเทนเบิร์กเตือนถึง “ความเสียหายมหาศาล” หากรัสเซียรุกรานยูเครนมากกว่านี้

4.รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศว่า เจ้าหน้าที่ของรัสเซียและยูเครนจะหารือกันร่วมกับเจ้าหน้าที่จากเยอรมนีและฝรั่งเศสที่กรุงปารีสในวันพุธนี้เพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตครั้งนี้ และประธานาธิบดีมาครงจะหารือกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเร็วๆ นี้

5.โจเซฟ บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศสหภาพยุโรปเผยหลังพูดคุยกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แอนโทนี บลิงเคน ว่า สหภาพยังไม่มีแผนอพยพนักการทูตออกจากยูเครนตามสหรัฐและสหราชอาณาจักร เนื่องจากมองว่ายังไม่พบสัญญาณบ่งชี้ว่ารัสเซียจะบุกยูเครนในเร็วๆ นี้ “คุณต้องใจเย็นๆ ในการทำสิ่งที่คุณต้องทำ และหลีกเลี่ยงอาการวิตกกังวลจนเกินไป”

6.เครมลินกล่าวหานาโตว่าเป็นโรคจิตประสาทประเภทหวาดผวา (hysteria) และยังอ้างว่ากองทัพของยูเครนที่สู้รบกับกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลังอยู่ทางตะวันออกของประเทศอาจนำมาซึ่งการตอบโต้กลับ ส่งผลให้ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ ซาเลนสกี ของยูเครนโต้ว่า ยูเครนจะไม่ทนต่อการยั่วยุ

Photo by Anatolii STEPANOV / AFP

นักวิเคราะห์เตือนวิกฤตยูเครนท้าทายตลาดหุ้น-น้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673911

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 11:30 น.นักวิเคราะห์เตือนวิกฤตยูเครนท้าทายตลาดหุ้น-น้ำมันจับตาตลาดหุ้น-น้ำมัน-ทองคำ ท่ามกลางความตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน

นักลงทุนยังคงมีความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน หลังจากที่สหรัฐและอังกฤษสั่งให้ครอบครัวเจ้าหน้าที่ทางการทูตรีบอพยพออกจากยูเครน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพวกเขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวของรัสเซียที่แข็งกร้าวในภูมิภาคนี้

ขณะที่องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เสริมกองกำลังทหารทังทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ส่วนรัสเซียได้ระดมกำลังทหารนับ 100,000 นายบริเวณชายแดนยูเครน

ความตึงเตรียดดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (25 ม.ค.) โดยดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 27,466.82 จุด ลดลง 121.55 จุด (-0.44%), ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,251.52 จุด ลดลง 404.94 จุด (-1.64%), ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,509.28 จุด ลดลง 14.83 จุด (-0.42%)

Okasan Online Securities กล่าวว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการเงินของสหรัฐ และสถานการณ์ในยูเครนส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นในช่วงต้น

ด้านเจเรมี ซีเกล ศาสตราจารย์จากโรงเรียนวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียเตือนว่านักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายในไตรมาสนี้ โดยระบุว่าอาจเกิดช่วงขาลงไปอีก 2 ถึง 3 เดือน

อย่างไรก็ตามนักยุทธศาสตร์ของ Oppenheimer ซึ่งนำโดยจอห์น สโตลซ์ฟุส กล่าวว่าการฟื้นตัวของตลาดหุ้นอาจมาเร็วกว่าที่คาด

ด้านดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันที่ 24 ธ.ค. เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรในช่วงท้ายตลาด

หลังจากดัชนีดาวโจนส์ทรุดตัวลงกว่า 1,000 จุดในระหว่างวัน อันเป็นผลมาจากความกังวลที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด รวมทั้งความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน

ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ปิดร่วง 2.15% และสัญญาน้ำมันดิบ BRENT ส่งมอบเดือน มี.ค. ปิดร่วง 1.84%

เฮลิมา ครอฟต์ นักวิเคราะห์ตลาดทุน RBC กล่าวกับ Bloomberg ว่าการที่รัสเซียรุกรานยูเครนอาจส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อย่างกว้างขวาง รวมถึงน้ำมันและก๊าซ ซึ่งความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ามีมากกว่า 50%

สำหรับราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน ก.พ.เพิ่มขึ้น 9.90 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,841.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยฃได้แรงหนุนจากนักลงทุนที่เข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน

Photo by Sergei SUPINSKY / AFP

อพยพทูต เสริมทัพ! จับตารัสเซีย-นาโตประจันหน้าศึกยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673848

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 18:11 น.อพยพทูต เสริมทัพ! จับตารัสเซีย-นาโตประจันหน้าศึกยูเครน ความตึงเครียดระหว่างยูเคน รัสเซีย และชาติตะวันตกมาถึงจุดพีคอีกครั้ง สรุปสถานการณ์ที่ดุเดือดขึ้นทุกที

1. นาโตกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่ากำลังเตรียมกองกำลังเตรียมพร้อมและเสริมกำลังยุโรปตะวันออกด้วยเรือรบและเครื่องบินขับไล่จำนวนมากขึ้น เพื่อตอบโต้การเสริมกำลังทางทหารของรัสเซียที่ชายแดนยูเครน โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวได้เพิ่มสัญญาณว่าฝ่ายตะวันตกกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวของรัสเซียต่อยูเครน โดย เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ผมยินดีต้อนรับพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนกองกำลังเพิ่มเติมแก่นาโต” และว่า “นาโต้จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดต่อไปเพื่อปกป้องและปกป้องพันธมิตรทั้งหมด รวมถึงการเสริมกำลังทางตะวันออกของพันธมิตรด้วย”

2. นักการทูตของนาโตเผยว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะย้ายกองกำลังบางส่วนที่ประจำการอยู่ในยุโรปตะวันตกไปยังยุโรปตะวันออกในสัปดาห์หน้า 

3. ลัตเวียเรียกร้องให้มีกองกำลังนาโตเพิ่มในแนวด้านตะวันออกของยุโรป เอ็ดการ์ส รินเควิคส์ รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า “เรากำลังมาถึงจุดที่การก่อตัวทางทหารของรัสเซียและเบลารุสอย่างต่อเนื่องในยุโรปจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขด้วยมาตรการตอบโต้ของนาโตที่เหมาะสม” และเขากล่าวเสริมว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะเพิ่มการปรากฏตัวของกองกำลังพันธมิตรในแนวด้านตะวันออกของพันธมิตร ทั้งเพื่อเป็นมาตรการป้องกันและป้องปราม”

4. โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ดมิทรี เปสคอฟ กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐและนาโตกำลังเพิ่มความตึงเครียดผ่านการผยแพร่ “ข้อมูลที่น่าตื่นกลัวกว่าเหตุ” และ “การกระทำที่เป็นรูปธรรม” และเสริมว่าความเสี่ยงที่กองทหารยูเครนจะโจมตีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียนั้น “สูงมาก” 

5. อันเดร คาร์ตาโปลอฟ ส.ส.รัสเซียและ หัวหน้าคณะกรรมการป้องกันประเทศของรัฐสภารัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียจะ “ตอบสนองอย่างเหมาะสม” หากสหรัฐฯ ส่งทหารเพิ่มในยุโรปตะวันออกและประเทศแถบบอลติก หลังจากที่นิวยอร์กไทม์สรายงานว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งทหารหลายพันนายไปหนุนพันธมิตรนาโตในภูมิภาคนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างมอสโกกับตะวันตกเกี่ยวกับยูเครน

6. กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรกล่าวว่ากำลังอพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนและญาติของพวกเขาออกจากสถานทูตในยูเครนเพื่อตอบสนองต่อ “ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย” โดยสถานทูตจะยังคงเปิดสำหรับ “งานสำคัญ” หลังจากที่สหรัฐฯ สั่งให้ครอบครัวของบุคลากรชาวอเมริกันทุกคนที่ปฏิบัติภารกิจในกรุงเคียฟ ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

7. ช่วงเช้าวันนี้มีรายงานข่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สั่งให้ครอบครัวของนักการทูตในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ออกจากประเทศ “เนื่องจากการคุกคามอย่างต่อเนื่อง” ของการรุกรานของรัสเซีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สถานทูตที่ไม่จำเป็นออกจากยูเครน “โดยสมัครใจ” และเรียกร้องให้พลเมืองสหรัฐฯ ในประเทศยุโรปตะวันออก “พิจารณาออกเดินทางตอนนี้” โดยกล่าวว่าจะไม่อยู่ในฐานะที่จะอพยพพวกเขาหลังจากรัสเซียบุกโจมตี

8. ยูเครนระบุว่า การอพยพเจ้าหน้าที่ครอบครัวในสถานทูตสหรัฐฯ เป็นการกระทำที่ “ก่อนเวลาอันควร” โดยโอเล็ก นิโคเลนโก โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ระบุในถ้อยแถลงว่า “เราพิจารณาขั้นตอนดังกล่าวของฝ่ายอเมริกันว่าเป็นสิ่งที่ก่อนเวลาอันควร และการแสดงความระมัดระวังมากเกินไป” เขาเสริมว่า “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง” เมื่อเร็วๆ นี้ในสถานการณ์ด้านความมั่นคงในยูเครนตะวันออก

9. อนาเลนา บาเยอร์บ็อค รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมันกล่าวที่กรุงบรัสเซลส์ว่าเยอรมนีพร้อมที่จะช่วยเหลือยูเครนในด้านการเงินและเศรษฐกิจ หลังจากที่เยอรมนรีถูกวิจาร์ว่ามีท่าทีกำกวมต่อสถานการณ์ในยุเครนและยังวีโต้การขายอาวุธให้ยูเครน บาเยอร์บ็อค ย้ำว่า “เราอยู่เคียงข้างยูเครนอย่างใกล้ชิด ในเรื่องการสนับสนุนทางการเงินและการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ”

10. ปีเตอร์ ซิจจาร์โต รัฐมนตรีต่างประเทศฮังการีเตือนถึงภัยคุกคามจากสงครามเย็นครั้งใหม่ โดยกล่าวว่า “เราไม่ต้องการสงครามเย็นครั้งใหม่ ยุคสงครามเย็นมีผลกระทบที่น่าเศร้าในยุโรปตะวันออกตอนกลาง เราเสียเวลาไปหลายทศวรรษ” พร้อมเสริมว่าฮังการีสนับสนุนความพยายามทางการทูตและเจรจาทุกอย่างเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง ความตึงเครียดระหว่างตะวันออก-ตะวันตกที่เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่รัสเซียระดมกำลังทหารใกล้ชายแดนยูเครน

11. สหภาพยุโรปกำลังร่างแพคเกจความช่วยเหลือฉุกเฉินมูลค่า 1.2 พันล้านยูโรสำหรับยูเครน โดยเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน หัวหน้าสหภาพยุโรป กล่าวว่า “แพ็คเกจนี้จะช่วยให้ยูเครนสามารถจัดการกับความต้องการทางการเงินเนื่องจากความขัดแย้ง” พร้อมเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและรัฐสภายุโรปอนุมัติความช่วยเหลือ “โดยเร็วที่สุด”

Photo – REUTERS/Anna Kudriavtseva/File Photo

สัญญาณสงครามยูเครนฉุด Bitcoin ร่วงต่ำสุดในรอบครึ่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673847

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 18:03 น.สัญญาณสงครามยูเครนฉุด Bitcoin ร่วงต่ำสุดในรอบครึ่งปีหวั่นรัสเซียบุกยูเครน นักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์ดิจิทัลทำตลาดคริปโตร่วงอีก

รอยเตอร์สรายงานว่าราคา Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งร่วงลงกว่า 7.5% ในวันนี้ (24 ม.ค.) และแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความกังวลจากทั่วโลกว่ารัสเซียจะโจมตียูเครน ทำให้นักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งมีความเสี่ยงสูง

ราคา Bitcoin ขณะนี้อยู่ที่ 33,555 เหรียญสหรัฐ ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. ปีที่แล้ว และร่วงลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำได้เมื่อเดือนพ.ย. ถึง 50% โดยขณะนั้น Bitcoin มีราคาอยู่ที่ 69,000 เหรียญสหรัฐ

หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวเมื่อวานนี้ (23 ม.ค.) ว่าได้สั่งให้สมาชิกครอบครัวนักการทูตอพยพออกจากยูเครน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่อเมริกันกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวของรัสเซียที่แข็งกร้าวในภูมิภาคนี้

ขณะที่สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ก็ร่วงลงไปด้วยเช่นกัน โดย Ether สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองร่วงลงกว่า 12% มาอยู่ที่ 2,231 เหรียญสหรัฐ ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.

ในระยะหลังมานี้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีร่วงลงอย่างต่อเนื่องด้วยสาเหตุหลายประการไม่ว่าจะเป็นการที่ธนาคารกลางรัสเซียเสนอให้แบนสกุลเงินดิจิทัลในประเทศ ความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยและยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ

นอกจากนี้ ความกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้งในยูเครนยังส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ และน้ำมัน

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

อนาคตผู้นำประเทศหวิดเสียอนาคต เพราะปากภรรยาพาจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673845

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 17:45 น.อนาคตผู้นำประเทศหวิดเสียอนาคต เพราะปากภรรยาพาจนผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้นำเกาหลีใต้ต้องเดือดร้อนอีกครั้งเพราะคำพูดของเมียตัวเอง

พรรคพลังประชาชน (People Power Party) พรรคฝ่ายค้านเกาหลีใต้กำลังเจอปัญหาหลังจากที่นางคิม กอน-ฮี (Kim Keon-hee) ภรรยาของนายยุน ซอก-ยูล (Yoon Seok-youl) ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีตัวเต็ง ขู่ว่าจะจำคุกนักข่าวทุกคนที่วิพากษ์วิจารณ์สามีของเธอ ซึ่งเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อทางพรรคเป็นอย่างมาก

“ถ้าฉันไปถึงทำเนียบประธานาธิบดี ฉันจะจับพวกเขาทั้งหมดเข้าคุก” นางคิมกล่าวโดยบอกว่าบรรดาสื่อที่วิจารณ์อาจถูกดำเนินคดีภายใต้การบริหารของสามีของเธอที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป

นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่คำพูดของนางคิมทำให้สามีต้องเดือดร้อน โดยครั้งแรกเพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง

หลังจากที่นางคิมให้สัมภาษณ์ปกป้องนายอัน ฮี-จอง (Ahn Hee-jung) อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ถูกเลขาสาวออกมาเปิดโปงว่าเขาข่มขืนเธอหลายครั้ง จนต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง โดยนางคิมกล่าวว่าเธอและสามีอยู่เคียงข้างนายอัน

อีกทั้งยังแสดงความคิดเห็นต่อกระแส #MeToo แคมเปญรณรงค์ยุติการล่วงละเมิดทางเพศว่าการเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะเหยื่อไม่ได้รับเงิน

“MeToo เกิดขึ้นเมื่อคุณไม่จ่ายเงินพวกเขา” นางคิมกล่าวซึ่งเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก และยังเดือดร้อนไปถึงนายยุนซึ่งกำลังเป็นตัวเต็งในการชิงเก้าอี้ประธานธิบดีเกาหลีใต้คนต่อไป

ขณะที่ผู้จัดการรณรงค์หาเสียงของนายยุนกล่าวว่ากำลัง “พยายามหาวิธีที่ดีที่สุด” หลังจากที่คำพูดของนางคิมซึ่งอาจเป็นว่าที่สตรีหมายเลขหนึ่งสร้างความไม่พอใจต่อสาธารณชนเป็นอย่างมาก

ศาลกลางกรุงโซลระบุว่า “ความคิดเห็นของผู้หญิงซึ่งอาจกลายเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศสะท้อนทัศคติของเธอ จึงอยู่ภายใต้ความสนใจของประชาชนและการตรวจสอบ”

ผลสำรวจของหนังสือพิมพ์ Korea Economic Daily ยังพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเกินครึ่งมองว่าคำพูดของนางคิมจะส่งผลทางลบต่อการเป็นประธานาธิบดีของสามี

Photo by Anthony WALLACE / AFP

บริษัทใหญ่ยังอาย หนุ่มอเมริกันวัย 22 ผลิต ‘ชิป’ ที่บ้านตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673829

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 16:06 น.บริษัทใหญ่ยังอาย หนุ่มอเมริกันวัย 22 ผลิต 'ชิป' ที่บ้านตัวเองเมื่อเด็กมัธยมผลิตชิปเองโดยใช้โรงรถที่บ้านเป็นโรงงาน

แซม เซลูฟ (Sam Zeroof) หนุ่มอเมริกันวัย 22 ปีได้ประกาศก้าวสำคัญของเซมิคอนดักเตอร์ที่เขาผลิตเอง หลังจากที่เขาได้สร้างโรงงานผลิตไมโครชิปในโรงรถของที่บ้านเมื่ออายุได้เพียง 17 ปีเท่านั้น ขณะที่ยังเป็นแค่เด็กมัธยม

“บางที่มันอาจดูมั่นใจเกินไป แต่ผมมีความคิดว่าถ้าคนอื่นทำได้ผมก็ทำได้เหมือนกัน แม้ว่ามันอาจใช้เวลานานกว่า” แซมกล่าว

โดยเขาได้แรงบันดาลใจจากเจอรี่ แอลสเวิร์ธ (Jeri Ellsworth) ผู้ประกอบการ นักออกแบบชิปคอมพิวเตอร์ และนักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน

เมื่อแซมเริ่มเขียนบล็อกเกี่ยวกับเป้าหมายในการผลิตชิปของเขา ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบางคนถึงกับส่งอีเมลมาบอกกับเขาว่า “มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

แซมได้รับการสนับสนุนจากพ่อของเขาที่ขอให้วิศวกรเซมิคอนดักเตอร์ที่เขารู้จักมาช่วยให้คำแนะนำกับลูกชาย แต่สิ่งแรกที่เขาพูดกับแซมคือ “เธอทำไม่ได้หรอก ผลิตชิปในโรงรถเนี่ย”

แต่สุดท้ายแซมก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะทำได้ และโรงงานชิปในโรงรถของเขายังเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย

แซมจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยตัวเองจาก eBay และเว็บไซต์ประมูลอื่นๆ ซึ่งเขาพบว่ามีอุปกรณ์ชิปเก่าๆ ราคาถูก ที่มาจากบริษัทเทคโนโลยีในแคลิฟอร์เนียซึ่งปิดตัวลงเมื่อช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980

หนึ่งในอุปกรณ์ที่คุ้มค่าที่สุดที่แซมได้คือกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนซึ่งขายในช่วงทศวรรษ 90 ในราคา 250,000 เหรียญสหรัฐ แต่แซมได้มาในราคาเพียง 1,000 เหรียญสหรัฐเท่านั้น

อุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่แซมได้มานั้นมีความชำรุดตามประสาสินค้ามือสอง เขานำอุปกรณ์เหล่านั้นมาซ่อมแซม และเริ่มผลิตชิปด้วยตัวเอง

ในปี 2018 แซมได้ผลิตไมโครชิปของตัวเองเป็นครั้งแรกซึ่งเป็นชิปแอมพลิฟายเออร์ที่มีชื่อว่า Z1 ก่อนที่โรงงานของเขาจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะชิปตัวถัดมามีทรานซิสเตอร์มากกว่าตัวแรกถึง 200 เท่า

ในปี 2021 แซมประสบความสำเร็จในการผลิต Z2 ชิปที่มีทรานซิสเตอร์ 1,200 ตัว ด้วยเทคโนโลยีเดียวกับชิปโปรเซสเซอร์ตัวแรกของโลกจาก Intel

“Intel 4004 มีทรานซิสเตอร์ 2,200 ตัว และตอนนี้ผมได้สร้างซิลิคอนชิปเดียวกันซึ่งมีทรานซิสเตอร์ 1,200 ตัวด้วยตัวผมเอง” แซมกล่าว

ชิปของแซมมีอัตราการเติบโตแซงหน้า กฎของมัวร์ อดีตซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Intel ซึ่งอธิบายกฎนี้ไว้ในรายงานของเขาเมื่อปี 1965 ระบุว่าจำนวนทรานซิสเตอร์บนชิปจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุกๆ 2 ปี

แซมอธิบายการผลิตชิปแบบโฮมเมดของเขาผ่านช่องยูทูบ Sam Zeloof ซึ่งขณะนี้มีผู้ติดตามเกือบ 8 หมื่นคน และมีผู้แสดงความคิดเห็นชื่นชมแซมเป็นจำนวนมาก “นี่คืองาน DIY ที่เหลือเชื่อที่สุดที่ฉันเคยเห็น” “นี่เป็นการใช้คำว่า “โฮมเมด” ที่น่าประทับใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา แทบอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นงานใหม่ๆ ของคุณ”

ชิปโฮมเมดที่ผลิตในโรงรถนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับการเล่น PlayStation อยู่ที่บ้านเท่านั้น แต่แซมเชื่อว่างานอดิเรกที่ไม่ธรรมดาของเขาจะสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมได้ อย่างการที่นักประดิษฐ์สามารถเข้าถึงชิปได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องใช้งบประมาณหลายล้านเหรียญสหรัฐ

ยิ่งไปกว่านั้น ขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์เมื่อมีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก

ที่มา: wired.com

ภาพ: Sam Zeroof

ภาวะคลั่งใกล้จบ? นักวิเคราะห์ชี้ฟองสบู่คริปโตเริ่มแฟบแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673819

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 14:10 น. ภาวะคลั่งใกล้จบ? นักวิเคราะห์ชี้ฟองสบู่คริปโตเริ่มแฟบแล้วมันอาจไม่ใช่การระเบิดตูมของฟองสบู่คริปโต แต่มีปัจจัยที่ทำให้เชื่อได้ว่าฟองสบู่นี้เริ่มผ่อนลมออกแล้ว

1. พอล แจ็คสัน (Paul Jackson) หัวหน้าฝ่ายจัดสรรสินทรัพย์ระดับโลกของ Invesco บริษัทจัดการการลงทุนอิสระของสหรัฐซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย และมีสำนักงานสาขาใน 20 ประเทศ กล่าวไว้ก่อนที่ตลาดคริปโตจะเจอเข้ากับสถานการณ์ปั่นป่วนปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า Bitcoin อาจมีมูลค่าลดลงมากกว่า 50% ในปีนี้ จากระดับสูงสุดที่ประมาณ 68,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เนื่องจากฟองสบู่ Bitcoin เริ่มที่จะใกล้จุดเปลี่ยนสำคัญ

2. ผู้เชี่ยวชาญจาก Invesco รายนี้คาดการณ์ได้ค่อนข้างแม่นยำ เพราะยังไม่ถึงสิ้นสุดสัปดาห์ Bitcoin ก็ราคาตกลงถึง 50% จากราคาพีคเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วไปเรียบร้อยแล้ว แต่หลายคนคงยังไม่คิดว่ามันคือจุดเริ่มต้นของภาวะฟองสบู่ใกล้แตก เพราะ Bitcoin และคริปโตอื่นๆ เคยผ่านสถานการณ์คล้ายๆ กันมาแล้ว

3. อย่างไรก็ตาม Bitcoin และตลาดคริปโตก็เคยเผ่านาภาวะฟองสบู่แตกมาแล้วเช่นกันในปี 2018 และคราวนี้ก็จะคลาดสายตาไม่ได้ พอล แจ็คสันชี้ว่า “เรารู้ว่ามันจบลงอย่างไรและ Bitcoin ได้ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 42,000 ดอลลาร์ (ณ วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565) ตามแนวทางขาลงไปสู่รูปแบบภาวะคลั่ง (mania) รูปแบบดังกล่าวบ่งชี้ว่าการสูญเสีย 45% เกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนหลังจากภาวะคลั่งทางการเงินทั่วๆ ไป”

4. ภาวะคลั่งทางการเงิน หรือ Financial mania ก็คืออีกชื่อหนึ่งของภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ (Economic bubble) คุณลักษณะหนึ่งของมันคือ ความคลั่งอันเกิดจากการเก็งกำไร (Speculative mania) ภาวะคลั่งหรือภาวะตื่น (เช่น ตื่นทิวลิปในศตวรรษที่ 17 ในเนเธอร์แลนด์) ด้วยการ “ปั่น” ราคาของสิ่งนั้นให้สูงขึ้นจนรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลที่จะลงทุนเพราะน่าจะได้ผลตอบแทนที่สูง ทำให้ผู้คนคลั่งไคล้ที่จะลงทุนกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนลืมไปกว่าพวกเขากำลังถูกลากเข้าสู่กับดัก

5. พอล แจ็คสันช่วง 12 เดือนก่อนและหลังจุดสูงสุดของราคาเรียกว่า ‘ระยะคลั่ง’ (Maniac phase) และบอกว่ารูปแบบการวิเคราะห์แนวโน้มของภาวะ mania บ่งชี้ว่าโดยทั่วไปแล้ว ฟองสบู่จะปล่อยลมออกไปอีกสองปี ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ในปีนี้ แต่เขาก็ยอมรับว่าคำเตือนเรื่องฟองสบู่ในตลาดคริปโตเคยผิดพลาดมาแล้ว และมีโอกาสที่มันจะเป็นภาวะฟองสบู่ติดต่อกันหลายๆ ครั้ง

6. ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์มองว่าการดิ่งลงคล้ายกับการล่มสลายของคริปโตในปี 2018 เมื่อเหรียญส่วนใหญ่ราคาตกลงไปประมาณ 90% หรือเป็น “ภาวะฟองสบู่แตก” ครั้งแรกของวงการคริปโต แต่ในช่วงที่มันดิ่งหนักๆ ในช่วงไม่ถึงเดือนมานี้ นักวิเคราะห์บางคนยังชี้ว่ามันคล้ายกับการเทขายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นสหรัฐเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 1929 หรือ “Black Thursday”

7. หากไม่ถึงระดับนั้น รายงานจาก Markets Insider กล่าวอ้างนักวิเคราะห์ของ UBS เตือนว่าคริปโตเขาสู่ “ฤดูหนาว” ที่คริปโตอาจราคาตกและซบเซาลากยาวนานกว่า 1 ปี

8. แต่ก็มีที่เห็นตรงกันข้ามแบสุดขั้วเหมือนกัน คือ Goldman Sachs คาดการณ์ไว้เมื่อต้นเดือนนี้ว่าราคาของ Bitcoin จะเพิ่มขึ้นจนสามารถทะลุ 100,000 ดอลลาร์ภายใน 5 ปีข้างหน้าโดยรับส่วนแบ่งตลาดจากทองคำอันเป็นผลพลอยได้จากการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในวงกว้าง

Photo – REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ไขคำตอบ ทำไมรัสเซียประกาศกวาดล้างคริปโต?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673803

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 12:15 น.ไขคำตอบ ทำไมรัสเซียประกาศกวาดล้างคริปโต? สาเหตุที่ธนาคารกลางรัสเซียเสนอให้แบนคริปโต เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทีเ่กิดขึ้นกับตลาดคริปโตตอนนี้หรือไม่ หรือว่ามันจะส่งผลอะไรในอนาคต?

1. เมื่อสัปดาห์ที่แล้วธนาคารกลางรัสเซียเสนอให้ห้ามใช้และขุดคริปโตเคอร์เรนซีในดินแดนรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่าคริปโตเคอร์เรนซีเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพทางการเงิน สวัสดิภาพของประชาชน ตลอดจนอำนาจอธิปไตยของนโยบายการเงิน

2. รัสเซียได้ถกเถียงในประเด็นดังกล่าวมาแล้วหลายปี โดยกล่าวว่าคริปโตเคอร์เรนซีสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินและการฉ้อโกง รวมถึงมีความผันผวนสูงซึ่งอาจบ่อนทำลายการควบคุมระบบการเงิน

3. ธนาคารกลางรัสเซียกล่าวในรายงานซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ระบุว่าความต้องการเก็งกำไรทำให้คริปโตเคอร์เรนซีเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดคริปโต และคุกคามเสถียรภาพทางการเงิน

4. ธนาคารกลางรัสเซียจึงได้เสนอให้ป้องกันไม่ให้สถาบันทางการเงินทำธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี ตลอดจนบล็อกธุรกรรมที่มุ่งเป้าไปที่การซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี

5. สำหรับการขุดคริปโตเคอร์เรนซีนั้น ธนาคารกลางรัสเซียมองว่าเป็นการสร้างปัญหาด้านพลังงาน เนื่องจากการขุด Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ กินไฟฟ้ามาก และมักใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล “ทางออกที่ดีที่สุดคือห้ามขุดคริปโตเคอร์เรนซีในรัสเซีย” ธนาคารกลางกล่าว

6. อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่าความเคลื่อนไหวของรัสเซียครั้งล่าสุดนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตในระยะยาว

7. สก็อตต์ ฟรีแมน ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วน JST Capital บริษัทให้บริการทางการเงินที่เชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัล กล่าวว่า “การที่รัสเซียต้องการแบนการขุดคริปโตเคอร์เรนซีจะไม่กระทบต่อตลาด” โดยอ้างถึงนักขุดในจีนที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อจีนสั่งแบนการขุดคริปโต นอกจากนี้ยังเชื่อว่ากำลังการผลิตที่มากขึ้นในสหรัฐและอีกหลายประเทศจะผลักดันให้เกิดการเข้าถึงพลังงานที่ถูกกว่าและสะอาดกว่า

8. มาร์คัส โซติริอู นักวิเคราะห์จาก GlobalBlock นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในสหราชอาณาจักรและแคนาดา กล่าวว่า การที่รัสเซียสั่งแบนคริปโตจะส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างมาก แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ในระยะยาว ขณะที่ประเทศอื่นๆ ยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ท้ายที่สุดแล้วนักขุดในรัสเซียสามารถย้ายไปทำกำไรในที่อื่นๆ ที่สนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซี

9. ถึงกระนั้น ความเคลื่อนไหวของรัสเซียส่งผลให้สกุลเงินดิจิทัลร่วงลงอย่างรวดเร็วในวันต่อมา โดย CoinMarketCap ระบุว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่มีการประกาศของธนาคารกลางรัสเซีย สกุลเงินดิจิทัลสูญเสียมูลค่าไปประมาณ 147,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

10. โดยขณะนี้ Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 6 เดือน แตะที่ระดับ 35,000 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ Ether สกุลเงินดิจิทัลอันดับสองร่วงแตะระดับ 2,400 เหรียญสหรัฐ นอกจากนี้เหรียญอื่นๆ อีกหลายเหรียญก็ร่วงลงเช่นกัน และยังคงมีการเทขายจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

11. ทั้งนี้ รัสเซียเป็น 1 ใน 3 ประเทศชั้นนำที่มีเหมืองขุดคริปโตเคอร์เรนซีมากที่สุดในโลก และยังมีปริมาณการซื้อขายคริปโตมากถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

อนามัยโลกชี้การระบาดใกล้ถึงจุด ‘เอนด์เกม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673790

วันที่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 10:35 น.อนามัยโลกชี้การระบาดใกล้ถึงจุด ‘เอนด์เกม’อนามัยโลกเชื่อ Omicron อาจช่วยให้เกิดจุดจบของโรคระบาดใหญ่ในยุโรป

ฮันส์ คลูจ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรปกล่าวว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในยุโรปกำลังเข้าสู่ระยะใหม่ซึ่งอาจนำมาซึ่งจุดจบของการแพร่ระบาดในยุโรป

“เป็นไปได้ว่ายุโรปกำลังก้าวเข้าสู่จุดสิ้นสุดของโรคระบาด” คลูจกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีโดยเสริมว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่เชื้อให้กับชาวยุโรปถึง 60% ภายในเดือนมี.ค.

เมื่อยุโรปผ่านการแพร่ระบาดของเชื้อโอมิครอนระลอกรุนแรงนี้ไปได้ “มีความเป็นไปได้ว่าโลกจะมีภูมิคุ้มกันหมู่ไปอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ไม่ว่าจะด้วยวัคซีนหรือการติดเชื้อ และการแพร่ระบาดจะลดลงตามฤดูกาลด้วย”

“เราคาดว่าจะมีช่วงเวลาที่เงียบสงบช่วงหนึ่ง ก่อนที่โควิด-19 จะกลับมาแพร่ระบาดอีกในช่วงปลายปีนี้ แต่อาจไม่ได้กลับมาในรูปแบบของโรคระบาดใหญ่ (pandemic)” คลูจกล่าว

ขณะที่องค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคแอฟริกาได้กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในภูมิภาคลดลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกที่ 4 ซึ่งเชื้อโอมิครอนทำให้การแพร่ระบาดถึงจุดพีก

ทั้งนี้ โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนซึ่งพบว่าสามารถแพร่เชื้อได้มากกว่าดลตา แต่โดยทั่วไปแล้วจะนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรงน้อยกว่า ทำให้เกิดความหวังว่าโควิด-19 กำลังเริ่มเปลี่ยนจากโรคระบาดใหญ่ (pandemic) ไปเป็นโรคประจำถิ่น (endemic) เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม คลูจกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะพิจารณาให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น เนื่องจากไวรัสนี้ทำให้โลกเซอร์ไพรส์มาแล้วหลายครั้ง จึงต้องระมัดระวังให้มาก อีกทั้งโอมิครอนที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาอีกได้

ด้านนายแพทย์แอนโทนี เฟาชี แพทย์ใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอบีซีว่า เมื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐขณะนี้พบว่ากำลังเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง แม้ว่าจะไม่ควรมั่นใจมากเกินไปกับการแพร่ระบาดของไวรัสตัวนี้

นอกจากนี้เฟาชียังเชื่อว่าผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนในหลายรัฐของสหรัฐจะถึงจุดสูงสุดภายในกลางเดือนก.พ.

โดยเสริมว่าขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อในรัฐทางตอนใต้และตะวันตกยังคงเพิ่มขึ้น แต่รัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือและตอนบนของแถบมิดเวสต์มีผู้ติดเชื้อถึงจุดพีกแล้ว และกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว

Photo by Evert Elzinga / ANP / AFP