แหวกฟ้าหาฝัน : Leonardo da Vinci ใน National And Technology Museum เมืองมิลาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/202142

วันอาทิตย์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Revolving Bridge

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า Leonardo da Vinci เป็นนักคิด นักประติมากรรม สถาปนิก วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และศิลปินยุคเรอเนสซองส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลีจนได้รับการขนานนามให้เป็นบิดาของศาสตร์หลากหลายสาขา เช่น Ichnology ศาสตร์ของพืชและสัตว์ดึกดำบรรพ์ และสถาปัตยกรรม การที่เขามีผลงานที่หลากหลายสาขา และเป็นผู้ร่างและประดิษฐ์อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์มากมาย รวมทั้งศึกษากายวิภาคอย่างละเอียดลออทำให้ชาวอิตาเลียนยกย่องเขามากถึงขนาดจัดให้มิวเซียมวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมีส่วนของ Leonardo da Vinci โดยเฉพาะแยกจากของจัดแสดงวิทยาศาสตร์อื่นๆ

Paddle boat

Paddle boat ด้านข้าง

เมื่องานของ Leonardo da Vinci เป็นส่วนผสมที่ดีที่สุดระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ส่วนจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ของ Leonardo da Vinci จึงถือเป็นไฮไลท์ที่สุดของมิวเซียม ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มหนึ่งถูกตั้งขึ้นเพื่อศึกษาแบบร่างของดาวินชี่เพื่อสร้างแบบจำลองขึ้นครั้งแรกในปี 1953 นอกจากดาวินชี่จะเขียนแบบร่างเกี่ยวกับเครื่องกลแล้ว เขายังทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ และการพัฒนาปรับปรุงธรรมชาติด้วย แบบจำลองในมิวเซียมจึงทำขึ้นจากการพยายามตีความและแปลความหมายอย่างละเอียดจากภาพร่างของดาวินชี่  ของจัดแสดงในส่วนนี้จะมีส่วนประกอบของภาพร่าง คู่กับแบบจำลองอุปกรณ์หรือเครื่องมือจากภาพร่างนั้นๆ จำนวนมากถึง 130 ชิ้น โดยจัดแสดงขึ้นครั้งแรกเพื่อเฉลิมฉลองให้กับวันเกิดครบ 500 ปีของดาวินชี่

ของจัดแสดงส่วนสำคัญที่สุดเป็นแบบจำลองจากภาพร่างต่างๆ เช่น อุปกรณ์ในการรบที่เรียกว่า  Double Sling เมื่อฟันเฟืองหมุนจะดึงให้เชือกพาเอาหน้าไม้มาชิดกันจนทำให้ยิงหินออกไปได้ไกลๆ เครื่องยนต์เกี่ยวกับการบิน เช่น 1.Beating Wing เป็นแบบจำลองที่ดาวินชี่ต้องการแสดงให้เห็นว่าปีกสามารถที่จะรับน้ำหนักได้ เขาเชื่อว่าหากไม้กระดกอันยาวถูกดึงด้วยความเร็วมากพอ มันจะสามารถยกปีกที่มีม้านั่งซึ่งหนักเท่ากับน้ำหนักคนได้ไม่ยาก เขายังคำนวณว่าขนาดปีกควรมีความยาวประมาณ 12 เมตร ด้วย 2.Adjustable tilt wing ดาวินชี่พยายามที่จะเอาปีกที่คล้ายของนกติดกับเครื่องมือแบบต่างๆ เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับเครื่องบิน 3.Air Screw ดาวินชี่เชื่อว่าหากอุปกรณ์นี้ถูกสร้างขึ้นด้วยผ้าลินินอย่างดี และสกรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร และสามารถหมุนได้อย่างรวดเร็วเพียงพอ มนุษย์จะบินได้ด้วยอุปกรณ์ชนิดนี้ ภายหลังอุปกรณ์ชนิดนี้กลายเป็นต้นแบบของการออกแบบเฮลิคอปเตอร์นั่นเอง

Revolving Cranes

นอกจากนี้ดาวินชี่ยังออกแบบเครื่องจักรไว้สำหรับใช้งานอีกหลายอย่าง เช่น 1.Alembic อุปกรณ์สำหรับกลั่นสารเคมีชนิดต่างๆ ให้ระเหยและกลั่นตัวเพื่อแยกเป็นสารเคมีต่างชนิดกันสำหรับผลิตน้ำหอม ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2.Revolving Cranes ดาวินชี่ตั้งใจให้เครื่องมือนี้ใช้กับหลุมหินและการขุดอุโมงค์ 3.Rotating Cranes ใช้สำหรับการก่อสร้างอาคารสูงๆ และดึงอุปกรณ์ ในส่วนที่มีสองแขนก็ใช้สำหรับการดึงเพื่อถ่วงดุลกัน 4.Controlled Flame Furnance ใช้สำหรับหลอมละลายโลหะที่มีจุดหลอมละลายต่างกันโดยวางห่างจากเตาหลอมที่ระยะทางไม่เท่ากัน

ยิ่งกว่านั้นดาวินชี่ยังออกแบบ Water and Land Machine ไว้อีกหลายอย่าง 1.Revolving Bridge ดาวินชี่ได้ออกแบบสะพานหมุนหลายแบบที่ง่ายต่อการก่อสร้าง เคลื่อนย้ายและสามารถใช้เรือหรือถังไม้เป็นส่วนประกอบไว้สำหรับการทหารโดยเฉพาะ 2.Float ใช้สำหรับหย่อนวัสดุลงไปในแม่น้ำเพื่อยกมันขึ้นมาได้ และเป็นทางเดินของกองทหาร มันเป็นอุปกรณ์ที่สร้างง่ายๆ ณ ตำแหน่งที่ต้องใช้ได้เลยโดยใช้หนังเคลือบสารพิเศษสานกันเข้า 3.Paddle Boat ดาวินชี่ได้ออกแบบให้เรือมีพลังมากขึ้นผ่านล้อและเกียร์ทำให้การเคลื่อนของพายเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ดาวินชี่ยังออกแบบเรืออีกหลายชนิด เช่น Fast Ramming Boat และ Mobile Ram Boats

Rotating Cranes

ไม่เพียงมิวเซียมจะมีภาพร่างและแบบจำลองเกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องจักร ที่นี่ยังมีภาพร่างทางด้านกายวิภาคที่เป็นงานสำคัญต่อวงการแพทย์แผนปัจจุบันจัดแสดงอยู่ส่วนหนึ่ง รวมทั้งยังมีการจัดแสดง 3D ของ Machine for carving files, Hydraulic saw,
Winch for lifting weights ด้วย

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนมิวเซียมแห่งนี้จึงไม่เพียงจะได้ความรู้มากมายแล้ว ยังรู้สึกปลาบปลื้มจนถึงอิจฉาไปกับชาวอิตาเลียนที่ได้มีอัจฉริยะในทุกๆ ด้านถือกำเนิดในประเทศอีกด้วย

เอ็มโพริโอ อาร์มานี่ลุยบาเซโลน่า ถ่ายแฟชั่นแถมโปรโมตท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/202126

วันเสาร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 10.14 น.
13 ก.พ. 59 ฮิตเหลือเกินค่ะ กับกระแสถ่ายแฟชั่นพร้อมโปรโมตการท่องเที่ยวไปด้วย ล่าสุด เอ็มโพริโอ อาร์มานี่  (Emporio Arman) ได้ Luna Bijl และ Filip Hrivnak มาถ่ายทอดความสวยงามของเสื้อผ้าในแคมเปญ Emporio Armani spring 2016 campaign โดยแคมเปญนี้จะเน้นโทนไปที่สีกลางๆ ธรรมชาติค่ะ ที่บินตรงไปถ่ายทำกันที่บาเซโลน่า สำหรับชิ้นที่โดดเด่นในครั้งนี้เป็นกางเกงขาบาน กับ โอเวอร์ไซส์เบลเซอร์ เป็นการมิกส์แอนด์แมทช์ให้คนรักแฟช่นได้สนุกกับการแต่งตัว

 

แนะนำสุดยอดผลไม้วิตามินซีสูง กากใยเยอะช่วยแก้อาการท้องผูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/202100

วันศุกร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 19.58 น.

การรับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงๆ จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง บรรเทาอาการไข้หวัด อีกทั้งยังช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อีก ผลไม้ที่มีวิตามินซี และมีกากใยสูงๆ ก็ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายได้เช่นกัน วันนี้จึงมีผลไม้ 14 ชนิดที่มีวิตามินซีสูงมาแนะนำให้คนที่รักสุขภาพกัน

1. มะละกอ

ในมะละกอมีวิตามินซีสูงกว่าส้ม คือ 60.9 มิลลิกรัมต่อมะละกอ 100 กรัม และเพราะมีกากใยอยู่มากทำให้มะละกอมีฤทธิ์ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย และยังมีเอนไซม์ปาเปน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ใครที่กำลังท้องผูกบ่อยๆ หันมารับประทานมะละกอรับรองสุขภาพดี ไม่เป็นหวัด และไม่ท้องผูกแน่นอน

2. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ไม่ว่าจะเป็น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี และแบล็กเบอร์รี ผลไม้เหล่านี้อุดมด้วยไฟเบอร์ที่สูงปรี๊ด อีกทั้งยังมีวิตามินซี และคุณประโยชน์จากสารอาหารทั้งสองชนิดเมื่อรวมตัวกันก็จะทำให้ระบบการทำงานของลำไส้ดีขึ้น ที่อึดอัดถ่ายไม่ออกก็จะบรรเทา วิตามินซีในผลไม้ตระกูลเบอร์รีก็ยังมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วย

3. อะโวคาโด

นอกจากจะอุดมไปด้วยไขมันที่ดีต่อหัวใจแล้ว อะโวคาโดยังช่วยแก้อาการท้องผูกและมีวิตามินซีสูงอีกด้วย โดยอะโวคาโด 100 กรัม มีวิตามินซี 10 มิลลิกรัม และมีไฟเบอร์ถึง 6.7 กรัม เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ได้ทั้งบำรุงหัวใจ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และแก้ท้องผูกได้

4. มะม่วง

มะม่วงสุกมีวิตามินซีสูง 100 กรัม มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 46% ของปริมาณวิตามินซีที่เราควรได้รับต่อวัน โดยการศึกษาในปี 2013 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Gastroenterology พบว่าไฟเบอร์ในมะม่วงสามารถปรับสภาพแวดล้อมในลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น เมื่อรวมกับฤทธิ์ของวิตามินซีในการเรื่องการช่วยระบาย ก็ยิ่งทำให้มะม่วงมีประโยชน์ต่อการทำงานของลำไส้ยิ่งขึ้น ลดอาการท้องผูก และลดความเสี่ยงโรคโครห์น (Crohn’s disease) ได้

5. ลูกแพร์

ควรรับประทานลูกแพร์ทั้งเปลือกเช่นเดียวกับแอปเปิล เพราะไฟเบอร์ในลูกแพร์นั้นอยู่ในเปลือกมากกว่าครึ่งเลยทีเดียว ช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น ยิ่งมีคุณสมบัติของวิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นระบบลำไส้มาเสริม ก็ทำให้ผลไม้ชนิดนี้เหมาะกับการแก้อาการท้องผูก

6. ลูกพรุน (ลูกไหน)

ลูกไหน หรือลูกพรุน คือผลไม้ชนิดเดียวกัน เพียงแต่ลูกพรุนที่เราคุ้นเคยนั้นก็คือลูกไหนที่ผ่านการแปรรูปแล้ว โดยสรรพคุณที่เด่นสุดก็คือเรื่องปัญหาท้องผูก เพราะลูกพรุน 1 ลูกก็มีไฟเบอร์ถึง 1 กรัม รับประทานเพียงแค่ 2 -3 ลูกก็ช่วยลดความอึดอัดจากอาการท้องผูกได้ แต่ต้องระวังเรื่องการรับประทานลูกพรุนหรือน้ำลูกพรุน เพราะถ้ากินเยอะเกินไปอาจจะทำให้ท้องเสียได้

7. ส้ม

วิตามินซีก็สูง ไฟเบอร์ก็สูง จึงไม่แปลกที่สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ อีกทั้งส้มยังเป็นผลไม้ที่มีส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำ จึงช่วยแก้ท้องผูกได้อีกทาง โดยเฉพาะคนที่ท้องผูกเพราะกินน้ำน้อย การรับประทานส้มจะช่วยได้เป็นอย่างดี

8. องุ่น

องุ่นแดงและองุ่นเขียวล้วนแต่เป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 6 ไฟเบอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยองุ่นถูกจัดเป็นอาหารที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายทรงประสิทธิภาพ เพราะในองุ่นมีไฟเบอร์ชนิดที่ไม่ละลายน้ำซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบขับถ่าย อีกทั้งยังมีเซลลูโลส น้ำตาลและกรดจากธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกโดยการปรับสภาพกล้ามเนื้อลำไส้และระบบย่อยอาหารให้ทำงานสัมพันธ์กันมากขึ้น

9. กีวี่

กีวี่มีปริมาณวิตามินซีถึง 92.7 มิลลิกรัมต่อกีวี 100 กรัม เรียกได้ว่ากินกีวี่แค่ผลเดียวก็ได้ปริมาณวิตามินซีสูงกว่าที่ร่างกายควรได้รับต่อวันแล้ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบภูมิคุ้มกัน และระบบขับถ่าย แก้ปัญหาท้องผูก ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดความอ้วนได้อีก

10. มะขาม

มะขามเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วยตัวเอง และยังมีวิตามินซีกับไฟเบอร์ในปริมาณที่ไม่ขี้เหร่ ช่วยแก้อาการท้องผูกได้แน่ และไม่ต้องกังวลเรื่องหามะขามรับประทานยาก เพราะแค่มะขามเปียกก็ช่วยได้เป็นอย่างดี เพียงแค่นำมะขามเปียกมาแช่ในน้ำอุ่นแล้วนำน้ำมาดื่มเท่านี้ก็ช่วยให้อาการท้องผูกดีขึ้นเยอะ

11. สับปะรด

สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีกรดจากธรรมชาติ และมีวิตามินซีสูง กรดในสับปะรดสามารถช่วยย่อยอาหารได้ ช่วยเรื่องอาหารไม่ย่อย ท้องผูกบ่อยๆ กินสับปะรดหลังกินข้าว ก็จะทำให้ถ่ายได้ง่ายขึ้น แถมวิตามินซีในสับปะรดก็ยังไปกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้

12. ฝรั่ง

ฝรั่ง ไม่เพียงช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังช่วยแก้ท้องผูก และยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยในการทำงานของลำไส้ ขณะที่ปริมาณวิตามินซีก็ไม่ใช่น้อยๆ มีถึง 228.3 มิลลิกรัมต่อฝรั่ง 100 กรัม ถ้ารับประทานเป็นประจำก็มั่นใจได้เลยว่า บอกลาอาการท้องผูกพร้อมกับมีสุขภาพดีได้แน่นอน

13. ขนุน

ขนุน ไม่ได้มีดีแค่ช่วยป้องกันมะเร็ง มีไฟเบอร์ถึง 1.5 กรัม ต่อปริมาณ 100 กรัม ช่วยเสริมการทำงานของระบบขับถ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แก้ปัญหาท้องผูกได้ตามธรรมชาติ อีกทั้งวิตามินซีในขนุนที่มีสูงกว่า 13 กรัมต่อปริมาณขนุน 100 กรัม จึงเป็นตัวช่วยที่ดีของปัญหาท้องผูก แถมยังช่วยขับสารพิษในลำไส้ทำให้ลำไส้สะอาด ห่างไกลจากความเสี่ยงโรคมะเร็งได้อีกด้วย แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องปริมาณการรับประทานนะคะ เพราะกินเยอะเกินไปอาจจะทำให้อ้วน เนื่องจากขนุนมีน้ำตาลสูง

14. แก้วมังกร

แก้วมังกร เป็นผลไม้สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเพราะน้ำตาลน้อย ไฟเบอร์สูง แถมยังมีวิตามินซีสูง ชวยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการหลั่งของน้ำย่อย รวมทั้งช่วยจัดการการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ ลดอาการท้องผูก ลดความเสี่ยงลำไส้แปรปรวน และโรคมะเร็งลำไส้ได้อีก ถ้ากินเป็นประจำก็ยังลดน้ำหนักได้

ขอบคุณที่มา : kapook

‘ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์’ รองคณบดีอายุน้อยที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/202096

วันเสาร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เป็นหญิงเก่งแห่งวงการศึกษาอีกคนสำหรับ “ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์”ที่สามารถพาตัวเองให้ขึ้นมาในตำแหน่ง รองคณบดีฝ่ายส่งเสริมผลงานวิชาการและฝ่ายวิจัย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นรองคณบดีที่อายุน้อยที่สุด รายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 โดยพิธีกร “ขิม-ทิพย์ลดา พูนศิริวงศ์” ได้ตามไปพูดคุยถึงความสำเร็จในหน้าที่การงาน

ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ เล่าว่า“เรียนจบระดับมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย หลังจากนั้นก็ได้ทุนเล่าเรียนหลวง ก็ไปเรียนทางด้านจีน ที่ชิคาโก ดีกรีแรกจะเป็นเกี่ยวกับวรรณกรรมและอารยธรรมจีนหลังจากนั้นก็ไปต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกทางด้านประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ที่อ๊อกซฟอร์ด

ตอนนี้ก็ทำหลายอย่าง มีทั้งที่เป็นงานประจำที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คืออาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ ก็สอน
ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเอเชียตะวันออก เราก็มักจะบอกว่า จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ตั้งแต่พระเจ้าสร้างโลกจนถึงปัจจุบันเลย ในส่วนของงานสอนนะคะ ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโทและก็ปริญญาเอก นอกจากนี้ ก็มีงานวิจัยที่ทำของตัวเอง ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์จีนโพ้นทะเล โดยเฉพาะคนจีนโพ้นทะเลที่อยู่ในประเทศไทย ก็เลยมีเรื่องที่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ไทยมากพอสมควร 2 ปีมานี้ก็เลยได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยงาน ตอนนี้ก็เป็นผู้อำนวยการศูนย์ไทยศึกษา คณะประวัติศาสตร์

ศูนย์ไทยศึกษานี่ ก็จะดูแลโครงการหลักสูตรปริญญาโท ปริญญาเอก ที่เป็นนานาชาติของคณะอักษรศาสตร์ 2 หลักสูตร ทางด้านการศึกษา ก็มาช่วยดูแลจัดการบริหารหลักสูตรทั้ง 2 หลักสูตรนี้ แล้วก็ล่าสุดเมื่อปลายปีก็ได้รับเชิญให้มาเป็น รองคณบดีฝ่ายส่งเสริมผลงานวิชาการและฝ่ายวิจัย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ส่วนเรื่องที่ว่าเป็นรองคณบดี ที่มีอายุน้อยที่สุดนั้น ก็เพิ่งเช็คอายุกัน พบว่าน้อยที่สุด จริงๆ ตั้งแต่เริ่มทำงานมาไม่ได้คิดว่าตัวเองน้อยที่สุด พอมีคนคอมเม้นท์มา ก็เลยมาเช็คดู ปัจจุบันอายุ 35 ปี หลังกลับมาจากต่างประเทศตั้งแต่ปี 2551 เป็นเวลา 6 ปีแล้ว แต่ก็มีการได้ไปทำวิจัยในระดับปริญญาเอกด้วย 3-4 ปีที่แล้วไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยในฮ่องกงเป็นเวลา 1 ปีแล้วจริงๆ ก็กลับมาก็มีงานที่ต้องติดต่อทั้งเรื่องการทำวิจัยและก็เสนอผลงานวิชาการ แล้วหลังๆ มาทำงานบริหาร ก็มีภารกิจที่ต้องเดินทางไปๆ มาๆ ต่างประเทศอยู่บ่อยเหมือนกัน

กับเรื่องของงานวิจัย ถามว่าวิจัยเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง คือที่เรียนมา โดยเฉพาะตอนที่ทำปริญญาเอก จะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์จีนโพ้นทะเล โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์คนจีนโพ้นทะเลที่อยู่ในประเทศไทย แล้วก็ประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ด้วย ที่นี้พอกลับมาเมืองไทยมาทำงาน อย่างที่บอกไปแล้วก็ต้องรับภาระในการสอนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีนและเอเชียตะวันออก รวมญี่ปุ่น เกาหลีด้วย

แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาค ทุกคนก็รู้ว่าศตวรรษนี้จีนกำลังเฟื่องฟูมาก ทุกคนก็ฮิตอยากจะเรียนภาษาจีน แล้วก็ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับจีน เรียกว่าทุกแง่มุมในด้านการศึกษา ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ก็ได้รับอิทธิพลจากจีนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ก็ในส่วนหนึ่งที่รับมาทำโดยเฉพาะ ก็คือมารับเป็น ผู้อำนวยการศูนย์ไทยศึกษา ก็คือจะขยายขอบเขตการศึกษาเกี่ยวกับประเทศเราเอง เกี่ยวกับการศึกษา เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย วัฒนธรรมไทย เราต้องดูว่าเราจะเชื่อมโยงกับโลกนี้ได้อย่างไรบ้าง แล้วที่สำคัญก็คือเราอาจจะเชื่อมโยงกับเอเชียตะวันออกอย่างไร จะเชื่อมโยงกับจีนอย่างไร จะนำเสนอตัวเราในโลกนี้แล้วเราจะทำให้คนในเมืองไทย โดยเฉพาะนิสิตในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เป็นโกลบอล ซิตี้เซน เป็นคนที่เข้าใจเกี่ยวกับโลกนี้ได้อย่างไร

ฉะนั้นงานที่เข้ามาทำในฐานะรองคณบดีวิจัย และก็ในฐานะผอ.ไทยศึกษา ก็คือ การพยายามเชื่อมโยงตรงนี้ เราก็มีโครงการที่สำคัญๆ ที่กำลังทำอยู่ก็คือ เรากำลังจะจัดโครงการซัมเมอร์สคูล ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า “CUSIS” ซึ่งจะจัดในช่วงภาคฤดูร้อน ก็จะเปิดให้ผู้สนใจจากนานาชาติสามารถเข้ามาเรียนภาษาไทย เรียนประวัติศาสตร์ไทยเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย เป็นคอร์สระยะสั้น 4 สัปดาห์ และก็ในระหว่างซัมเมอร์คอร์ส เราก็จะจัดเป็น อินเตอร์เนชั่นเนล เกรทดูเอส ซิมโพเซี่ยม ออน ไทย สตัดดี้ ก็คือเราจะเปิดให้นักศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับของไทยจากทั่วโลก สามารถที่จะมานำเสนองานวิจัยของตัวเอง ที่ซิมโพเซี่ยมนี้ ร่วมกับนิสิตในโครงการปริญญาโทและปริญญาเอกทางด้านไทยศึกษาของคณะอักษรศาสตร์ ตรงนี้เราก็คิดว่าจะทำให้นิสิตไทยศึกษาของเราเอง จะได้มีปฏิสัมพันธ์กับชาวต่างชาติ
แล้วก็รู้เกี่ยวกับโลกนี้ให้มากขึ้น แล้วก็เป็นการเปิดให้ไทยศึกษา โกอินเตอร์เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ยังมีงานใหญ่มากอีกงานหนึ่ง ก็คือ ปีนี้ 2559 จะเป็นปีที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ครบ 100 ปี ก็จะมีโครงการหลายอย่างมากที่เกี่ยวข้องกับอักษรศาสตร์ 100 ปี ในส่วนที่ฝ่ายวิจัยดูแลโดยตรงคือ คณะอักษรศาสตร์จะได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมใหญ่มากชื่อ ซอฟอิสเอเชี่ยน สตัสดี้ อิน เอเชีย ซึ่งจะจัดในปลายปีช่วงเดือนธันวาคม 2559 จะเป็นการประชุมของนักวิชาการที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด ไม่เพียงแต่เท่านั้น ยังเป็นเครือข่ายของนักวิชาการที่ทำงานร่วมกันเกี่ยวกับตะวันออกเฉียงใต้และก็เกี่ยวพันกับเอเชียตะวันออกด้วย ครั้งที่แล้วจัดขึ้นที่เกียวโตมีนักวิชาการทั้งญี่ปุ่น ทั้งเกาหลี ทั้งจีนที่เข้าร่วมด้วย อันนี้ก็จะถือว่าเป็นงานใหญ่มากอีกงานหนึ่งของเรา

สำหรับผู้ชมทางบ้านที่สนใจโครงการต่างๆ หรือว่าอยากจะมีส่วนร่วม มีช่องทางที่สะดวกที่สุด คือติดต่อมาที่ ศูนย์ไทยศึกษา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาทางอี-เมล์ก็ได้ที่ thaistudiesgrad.symposium@gmail.com หรือจะทางโทรศัพท์ที่ 02-21884862

เรื่องของการแบ่งเวลา ถามว่าแบ่งเวลาอย่างไร กับงานเยอะมากขนาดนี้ คิดว่าที่สำคัญมากอย่างหนึ่งก็คือเราต้องรู้จักทำงานเป็นทีม และก็รู้จักเพื่อนร่วมงานของเรา ไม่ว่าเราจะเก่งขนาดไหนหรือไม่เก่งขนาดไหน ถ้าเรารู้จักเพื่อนร่วมงานของเรา เรารู้ว่าคนอื่นเขาเก่งทำอะไรกันบ้าง เราก็จะได้ร่วมมือกันงานอะไรของเราที่มันหนักมาก เราก็แบ่งให้เขาทำ งานอะไรที่เราพอจะช่วยเขาได้ เราก็ช่วยแบ่งเขามา แล้วก็ทีมเวิร์กนี่สำคัญมาก

อีกอย่างที่สำคัญก็คือ เราต้องรักษาสุขภาพของตัวเอง คือทำงานหนักแล้วไม่ใช่ว่าทำงานจนป่วย เสียชีวิตทำงานไม่ได้ มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ดังนั้น ก็คือต้องรู้จักทำงานเป็นทีม ต้องรู้จักดูแลสุขภาพของตัวเอง ต้องนอนให้พอ ต้องออกกำลังกายบ้าง ถ้าเราดูแลตัวเองดีๆ แล้ว เราก็จะมีพละกำลัง มีสติปัญญาในการที่จะทำงานเพื่อส่วนรวมได้มากขึ้น นอกจากดูแลตัวเองแล้ว เราก็ต้องดูแลเพื่อนร่วมงาน เราต้องมีมิตรภาพที่จะสามารถทำงานร่วมกันได้ดีด้วย แล้วจะทำให้ไม่แต่เฉพาะงานของเราจะก้าวหน้าไปได้ดี งานของเพื่อนร่วมงานก็จะก้าวหน้าไปด้วยดีด้วย ในภาพรวมทั้งองค์กรของเราทำงานเป็นทีมเวิร์ก เราก็จะประสบความสำเร็จได้มากขึ้น

ส่วนเรื่องเคล็ดลับและหลักการในการดำเนินชีวิต คิดว่าที่สำคัญที่สุดก็คือ เราต้องรู้ว่ากว่าที่เราจะมามีอาชีพนี้ มีหน้าที่การงานทุกวันนี้ เราได้รับมาจากคนอื่นเยอะแยะมากมาย เราได้รับทุนให้ไปเรียนต่อ เราได้รับโอกาส เราได้รับความช่วยเหลือจาก
ครูบาอาจารย์ จากพ่อแม่ จากครอบครัว ดังนั้นเราก็มาทำงานในที่นี่เราก็ต้องอยากจะคืนให้กับคนอื่นบ้าง เวลาสอนหนังสือ แล้วมีนิสิตมาคุยกับเรา เวลาที่มีคนมาขอความช่วยเหลือเราก็ต้องนึกถึงเวลาที่คนอื่นเขาเคยช่วยเรามาเราก็สนับสนุนกันไป ก็คือ เวลาทำอย่าคิดว่าทำเพื่อหวังผลตอบแทนอะไร แต่ให้ว่าคิดว่าเราได้รับตอบแทนมามากมาย เราก็ทำส่งกลับคืนไปให้ มันก็จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับการทำงาน และก็สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนิสิตนักศึกษา ลูกศิษย์ลูกหาด้วย

สำหรับเรื่องการวางแผนในอนาคตนั้นในช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญหลายอย่างของวงวิชาการ ขององค์กร และคณะอักษรศาสตร์เข้าสู่ 100 ปี แล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร ก็คงเป็นช่วงที่ต้องรับงานบริหารที่หนักพอสมควร แต่ก็คาดหวังว่าท้ายที่สุดแล้วในตัวตนของตัวเอง ก็คือเป็นนักวิชาการ เป็นนักประวัติศาสตร์ ถ้าผ่านพ้นยุคแห่งการรับงานบริหารตรงนี้ไปได้แล้ว หมดวาระแล้ว ก็คงจะอยากกลับไปสู่การทำวิจัย แล้วก็ผลิตผลงานวิชาการออกมาให้มากขึ้น ตอนนี้เรามีงานวิชาการที่อยู่ในระหว่างการเตรียมตีพิมพ์ต่อไป ที่สุดของสิ่งที่อยากทำก็คงจะเป็นการกลับไปทำงานวิชาการที่รัก”

Fashion Update : มารีเมกโกะ หวานวาเลนไทน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/202089

วันเสาร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เตรียมตัวให้พร้อมในวันแห่งความรักกับ มารีเมกโกะ (Marimekko) คอลเลคชั่นสปริง 2016 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหญิงสาวในแบบฉบับมารีเมกโกะ ด้วยสีสันอันแสนหวานของเดรสสั้นลาย Lanketti ที่ตัดทอนมาจากชายผ้าลูกไม้ พร้อมดีไซน์ที่ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน และรวมถึงวันสำคัญของผู้หญิง

วางจำหน่ายแล้วที่ชั้น 1 โซนเอเทรียม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และชั้น 2 เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ Call Center 02-2529625 หรือ FB/IG Marimekko Thailand# Marimekko Thailand ค่ะ

คุณแหน : 13 กุมภาพันธ์ 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/202085

วันเสาร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
●● สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในงานคอนเสิร์ตวันเกิดศิลปินแห่งชาติ อ.แมนรัตน์-ลออวรรณ ศรีกรานนท์ 21 ก.พ. 18.00 น. ณ Performing Arts Center โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี รามคำแหง 184 รายได้เพื่อสมทบทุนการศึกษาเด็กชาวเขา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ภายใต้การดูแลของคณะสังฆ์พระมหาไถ่ และโรงเรียนเซนต์โยเซฟ แม่แจ่ม…

●● รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ มอบคำมั่นแก่ข้าราชการในกระทรวงว่า “จะมุ่งมั่นทำแต่คุณงามความดี เราจะมุ่งพัฒนากระทรวงฯของเราไปสู่อนาคตที่เน้นเรื่องความโปร่งใส”…น่าประทับใจ…

●● อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน นภา เศรษฐการ ขอเชิญชวนส่งผลงานของเด็กและเยาวชนกลุ่มเด็กและเยาวชน บุคคล และองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน เพื่อเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกรับรางวัลพระราชทาน สยช.วันเยาวชนแห่งชาติ 20 ก.ย.นี้ โดยมีคณะกรรมการสรรหา ประจำปี  2559 จำนวน 11 สาขา ภายใน วันที่ 30 เม.ย. ที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน มักกะสัน กทม…

●● พรศิริ มโนหาญ และ รศ.พชรวรรณ จันทรางศุ จัดงานเดิน-วิ่งอุทยานจามจุรี วันที่ 21 ก.พ.เวลา 06.00 น. ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “50 ปี รวมใจน้องใหม่จุฬาฯ 2509” ขอเชิญชวนชาวจุฬาฯและครอบครัวกับนิสิตเก่า นิสิตปัจจุบัน ญาติสนิทมิตรสหายไปร่วมงานมีรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนฯ และรางวัลอื่นๆ มากมาย…

●● พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลสุริยศศิธร ครั้งที่ 36 การประกวดปฏิทินดีเด่นประจำปี 2559 วันที่ 26 ก.พ. เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ จัดโดยสมาคมนักประชาสัมพันธ์ฯ มี อภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นนายกสมาคม ศ.ปรีชา เถาทองศิลปินแห่งชาติเป็นประธานตัดสิน ประชาชนชมนิทรรศการได้ทั้งวัน…

●● สวดคุณแม่น้อย พุฒขาว มารดา อมฤทธิ์ ปั่นศิริ นายกสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย(TAFA) ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ถึง 14 ก.พ. และพระราชทานเพลิงศพ 15 ก.พ. เวลา 16.00 น….

●● พยงค์ คชาลัย และ ดร.ณฤดี เคียงศิริ จัดแถลงข่าวที่ศศนิเวศน์ จุฬาฯ วันที่ 15 ก.พ. เวลา 14.00 น. เพื่องาน 3 ทศวรรษโทรทัศน์ทองคำ/เกียรติยศคนทีวี 30 ปี โทรทัศน์ทองคำ ซึ่งจะจัดวันที่ 12 มี.ค. เวลา 17.00 น. ที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์  ไทยทีวีช่อง 3 ออกอากาศวันเดียวกัน เวลา22.00 น. โดยชมรมส่งเสริมโทรทัศน์และมูลนิธิจำนง รังสิกุลร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม…

●● ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ พล.อ.ต.สถาพร ลิมปิสวัสดิ์ ในการจากไปของท่าน พิธีสวดพระอภิธรรมจัดที่ ศาลา 6
วัดธาตุทอง ถึงวันที่ 15 ก.พ. ส่วนกำหนดพระราชทานเพลิงศพวันที่ 16 ก.พ. เวลา 17.00 น…

●● เสียใจด้วยกับ จริยา ชื่นใจชน ที่สูญเสีย คุณพ่อ ชลชาสน์ พิธีสวดพระอภิธรรมมีถึงคืนนี้(13 ก.พ.) ที่วัดเสมียนนารี แล้วส่งร่างเป็นอาจารย์ใหญ่แก่นักศึกษาแพทย์ต่อตามความต้องการของผู้วายชนม์ !!…●●

บารอนเนส

ส่องดาวส่องดวง : ระหว่างวันที่ 4-20 กุมภาพันธ์ 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/202045

วันเสาร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ดาวจรวันที่ 14-20 กุมภาพันธ์ 2559

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559

ประกอบการมงคลได้ ดาวจันทร์เกาะทลิทโทฤกษ์ และโคจรเกาะมหัทธโณฤกษ์ เวลา 07.03 น. วันนี้กาลพิเศษเป็นวันวาเลนไทน์ เป็นรอบวันที่ดาวที่เกี่ยวข้องกับความรักความสัมพันธ์ทำมุมถึงกันอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับเป็นวันวาเลนไทน์ซึ่งเป็นวันแห่งความรักด้วย จึงทำให้บรรยากาศเรื่องความรักความสัมพันธ์มีมาก แต่อย่างไรก็ตาม พึงระลึกและยึดถือความเหมาะสมและจารีตที่ดีของไทยไว้ด้วยจะได้ไม่เสียใจภายหลัง ฤกษ์ในวันนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นฤกษ์ที่สามารถประกอบการมงคลได้สารพัด ห้ามนำรถใหม่ออกจากอู่

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559

ประกอบการมงคลย่อยได้ ดาวจันทร์เกาะโจโรฤกษ์ยกเข้าราศีพฤษภ เวลา 11.23 น. และโคจรเข้าเกาะภูมิปาโลฤกษ์ เวลา 04.39 น. (คืนวันนี้) วันนี้ เป็นวันพระขึ้น 8 ค่ำ เหมาะกับการทำบุญสร้างกุศล เป็นรอบวันที่มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องความรัก ความใคร่มีมาก เรื่องที่ผิดศีลธรรมก็มีมากขึ้นด้วย มีความกล้าที่จะแสดงออกเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ความยับยั้งชั่งใจน้อยลง ห้ามนำรถใหม่ออกจากอู่

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559

ห้ามประกอบการมงคล ดาวจันทร์เกาะภูมิปาโลฤกษ์และโคจรเข้าเกาะเทศาตรีฤกษ์ เวลา 04.00 น. (คืนวันนี้) วันนี้ ห้ามตั้งศาลพระภูมิ เป็นระยะที่การใช้ความเร็วบนท้องถนน อย่าประมาทพึงระวังอุบัติเหตุต่างๆ เกิดขึ้นได้ง่าย เป็นระยะที่ชาวเรือชาวประมงควรรับฟังข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาไว้จะเป็นการดีเลขที่เด่น 2, 3, 7

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559

ประกอบการมงคลได้ดี ดาวจันทร์เกาะเทศาตรีฤกษ์ยกเข้าราศีมิถุน เวลา 15.49 น. และโคจรเข้าเกาะเทวีฤกษ์ เวลา 03.45 น. (คืนวันนี้) วันนี้เป็นรอบวันที่เหมาะกับการพัฒนาระบบงานด้านการติดต่อสื่อสารให้มีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น แต่การทำอะไรในวันนี้ควรให้ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป อย่าเร่งร้อนจะทำให้เสียงาน และพึงอย่ายึดความคิดเห็นของตนเองเป็นหลัก รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้างเป็นดี ฤกษ์ในวันนี้ เป็นฤกษ์ที่เหมาะกับการปิดร้านสะดวกซื้อ แผงค้าขายร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม ห้ามนำรถใหม่ออกจากอู่

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559

ห้ามประกอบการมงคล ดาวจันทร์เกาะเทวีฤกษ์และโคจรเข้าเกาะเพชฌฆาตฤกษ์ เวลา 03.54 น.(คืนวันนี้) วันนี้ เป็นระยะที่บุคคลที่มีชื่อเสียงพึงระวังมีข่าวในทางที่ไม่ดีตกเป็นข่าวเสียหายโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับความรักความใคร่ เป็นระยะที่บรรยากาศด้านความรักความสัมพันธ์ของผู้คนโดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยสมหวัง พึงระวังมือที่สาม

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559

ประกอบการมงคลย่อยได้ ดาวจันทร์เกาะเพชฌฆาตฤกษ์ยกเข้าราศีกรกฎ เวลา 22.18 น.และโคจรเข้าเกาะราชาฤกษ์ เวลา 04.29 น. (คืนวันนี้) วันนี้ เป็นระยะที่สิ่งเสพติดต่างๆ และของผิดกฎหมายมีมาก เป็นระยะที่ผู้หลักผู้ใหญ่อย่าได้หลงเชื่ออะไรง่ายๆ และพึงระวังการหลงยึดหลงติด มัวเมาจนขาดสติ ทำให้เกิดความเสียหายได้

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559

ประกอบการมงคลได้ ดาวจันทร์เกาะราชาฤกษ์ โคจรเข้าเกาะสมโณฤกษ์ เวลา 05.30 น. (คืนวันนี้) วันนี้ ดาวอังคารยกเข้าราศีพิจิก เวลา 18.03 น. เป็นรอบวันที่ในช่วงเย็นการเดินทางด้วยทางน้ำทางทะเล อย่าประมาทพึงระวังเรื่องที่ไม่คาดคิดได้ ฤกษ์ในวันนี้ เป็นฤกษ์ที่สามารถประกอบการมงคลได้สารพัดสามารถนำรถใหม่ออกจากอู่ได้ แต่ควรอยู่ในภาคเช้าถึงบ่าย และควรมห้โหราจารย์เลือกเวลาที่เหมาะสมให้ สามารถนำรถใหม่ออกจากอู่ได้ สีที่เป็นมงคลคือสีฟ้าและน้ำเงิน สีแดง สีเทา สีที่ไม่เป็นมงคลวันคือสีเขียว ทิศที่เป็นมงคลคือ ทิศเหนือ ก่อนออกรถให้ใช้พวงมาลัย 2 ชายคาดริบบิ้นสีฟ้าหรือน้ำเงิน 3 พวงแขวนหน้ารถด้านในเหนือคนขับแล้วให้กล่าวว่า “สุจิโต” แปลว่า ไปดี แล้วจึงเคลื่อนรถ ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีออกรถในวันนี้

พยากรณ์ในรอบสัปดาห์ วันที่ 14-20 กุมภาพันธ์ 2559

ท่านที่เกิดวันอาทิตย์ การเงินมีเกณฑ์มีอุปสรรคที่มาจากการล่าช้า การงานมีเรื่องติดขัด พึงระวังการถูกใส่ร้ายป้ายสี ความรัก อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถตกลงปลงใจกันได้ สุขภาพ อย่าห่างหมอห่างยา

ท่านที่เกิดวันจันทร์ การเงิน หาได้จ่ายเร็ว พึงอย่าใช้จ่ายมือเติบ การงาน พึงทำงานไปตามปกติ อย่าอยู่นิ่งเฉยแล้วจะดีความรัก มีเกณฑ์ที่พอใช้ มีสุขบ้างทุกข์บ้างปนกันไป สุขภาพ อย่าห่างหมอห่างยา

ท่านที่เกิดวันอังคาร การเงิน หาได้ใช้คล่อง การงาน เป็นสัปดาห์ที่ควรทำงานไปตามปกติ พึงระวังการหักหลัง ถูกโกง ความรัก มีความสัมพันธ์ที่ไม่สดใส มีทุกข์กังวล สุขภาพ พอใช้

ท่านที่เกิดวันพุธ การเงิน มีเกณฑ์การใช้จ่ายมาก พึงวางแผนให้ดี การงานมีเกณฑ์ที่จะพบอุปสรรคบ้าง แต่สามารถผ่านไปได้ ความรัก มีความสัมพันธ์ที่เอาใจใส่กันดี สุขภาพ ถูกหมอถูกยา

ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี การเงิน หาได้ใช้เร็ว การงาน อยู่ในเกณฑ์ไม่ราบรื่นพึงระวังปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ความรักมีสัมพันธภาพพอใช้ มีสุขก็ย่อมมีทุกข์สุขภาพ อย่าห่างหมอห่างยา

ท่านที่เกิดวันศุกร์ การเงิน หาได้จ่ายเร็ว พึงอย่าใช้เงินมือเติบ การงาน อยู่ในเกณฑ์ที่พอใช้ มีการร่วมมือกันดี ความรัก
มีสัมพันธภาพที่หวานอมขมกลืน สุขภาพ พอใช้

ท่านที่เกิดวันเสาร์ การเงิน หาได้ใช้เร็วเก็บเงินไม่อยู่ การงาน มีเกณฑ์ที่ราบรื่นมีบรรยากาศในการทำงานที่ดี ความรักมีสัมพันธภาพที่แจ่มใส สุขภาพ พอใช้

อ.บุณย์มงคล 099-5951469

ฉลองความยิ่งใหญ่แห่งนวัตกรรมเครื่องบอกเวลาจากญี่ปุ่น ‘The Legend of Grand Seiko’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/202044

วันเสาร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ตุนท์ มหาดำรงค์กุล ผู้บริหารหนุ่มแห่ง โทรคาเดโร กรุ๊ป ต้อนรับผู้มาร่วมงาน ทวีเวท ศรีณรงค์, กานต์ธิดา-
ธนวุฒิ โพธิรัตนังกูร, จุฑาศรี คูวินิชกุล, ภัทรา โชติวิทยะกุล, นันท์ทัพพ์ ลีรัตนขจร และ พร้อม สิริสันต์

ฉลองความยิ่งใหญ่ของ แกรนด์ ไซโก (Grand Seiko) สุดยอดนวัตกรรมเครื่องบอกเวลาจากประเทศญี่ปุ่น โทรคาเดโร กรุ๊ป ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดงานใหญ่แห่งปี “The Legend of Grand Seiko” พร้อมเปิดตัวสุดยอดเรือนเวลา Credor รุ่น Spring Drive Minute Repeater มูลค่ากว่า 15 ล้าน ผลงานหัตถศิลป์ชั้นสูงในการแกะสลักนาฬิกา ที่ผสานเข้ากับความเป็นสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย ในการตีบอกเวลาด้วยเสียงกังวานใสได้ละเอียดถึงระดับนาที โดยได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มาจากเสียงระฆัง Myochin ซึ่งมีความเชื่อกันว่า เสียงของระฆังจะช่วยขับพลังชั่วร้ายออกไป ระฆังสตีลที่ประกอบอยู่เครื่องนี้ ได้ถูกหล่อขึ้นมาเป็นพิเศษ โดย Master Japanese Steelmaker จากตระกูล Myochin ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตีโลหะมากว่า 52 เจเนอเรชั่น นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีนาฬิการะดับมาสเตอร์พีซ และลิมิเต็ด อิดิชั่น จาก แกรนด์ ไซโก (Grand Seiko) เครดอร์ (Credor) และ กาลันเต้ (Galante) ที่รวบรวมไว้แบบครบคอลเลคชั่นนำมาแสดงเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ณ เดอะเฮ้าส์ ออนสาทร เดสติเนชั่น สุดฮอตบนถนนสาทร

มร.คิโยชิ เทรุอิ ศิลปินชาวญี่ปุ่นฝีมือระดับ God Hand

เปิดฉากบรรยากาศงานค่ำคืนแห่งความหรูหราตระการตา ที่คลาคล่ำไปด้วยลูกค้าระดับเอลิสต์ จากหลากหลายแวดวงธุรกิจชั้นนำของเมืองไทย ที่ถูกเทียบเชิญมาร่วมงาน โดยพิธีกรสาวสวย เก๋-ชลลดา เมฆราตรี นำเข้าสู่ Museum of The Legend ที่จัดแสดงและรวบรวมนาฬิกา rare pieces อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยาก ส่งตรงจาก Museum ประเทศญี่ปุ่นส่วนหนึ่งที่นำมาจัดโชว์ในวันนี้ อาทิ The First Grand Seiko นาฬิกาเรือนแรกตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์ในปี 1960, Galante Astro Boy ผลิตขึ้นในปี 2010 หน้าปัดการ์ตูนญี่ปุ่นรูป Astro boy ซึ่งโด่งดังมากในปี 1963-1966 และ Credor Signo Skeleton หน้าปัด Yellow Gold แกะสลักลวดลายอันอ่อนช้อย สะท้อนความเป็น Japanese สุดยอดผลงาน Art Piece เรือนแรกของ มร.คิโยชิ เทรุอิ ช่างแกะสลักนาฬิกาฝีมือระดับ God Hand ของ Grand Seiko ที่สั่งสมประสบการณ์การแกะสลักนาฬิกามากว่า 40 ปี ทั้งยังคว้ารางวัล Contemporary Master Craftsman และ Medal with Yellow Ribbon อันเป็นรางวัลเกียรติยศที่รัฐบาลญี่ปุ่นมอบให้กับ Japanese Artist ผู้มีความสามารถสูงสุดระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น

จิระพันธ์-อรัญญา อุลปาทร

นับเป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่เหล่าบรรดานักสะสมคอนาฬิกาชาวไทย ผู้หลงใหลในผลงานหัตถศิลป์ชั้นยอด จะได้มีโอกาสพบและพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับ Mr.Terui ที่บินตรงมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะและได้นำไฮไลท์ผลงานฝีมือแกะสลักเรือนเด่น ไม่ว่าจะเป็น Credor Sunrise และ Credor Signo Skeleton มาโชว์ในงานนี้ด้วย พร้อมชมการสาธิตเทคนิคการแกะสลักนาฬิกาเรือนหรู เป็นลวดลาย “ฟีนิกซ์ แพทเทิร์น” ที่เป็นสัญลักษณ์ของ King of Birds ซึ่งในตำนานจีนเชื่อว่า เมื่อนกฟีนิกซ์บินผ่านไป ที่ใดที่นั่นก็จะพบแต่สันติสุข ต่อด้วยช่วงไฮไลท์สำคัญของงาน ตุนท์ มหาดำรงค์กุล ผู้บริหารหนุ่มแห่ง โทรคาเดโร กรุ๊ป กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวสุดยอดเรือนเวลาด้วยการแสดงที่ยิ่งใหญ่ตระการตา โดยการบรรเลงเพลงจากวงออร์เคสตร้า กว่า 45 ชีวิต ควบคุมวงโดย พิซซ่า-ทฤษฎี ณ พัทลุง นักประพันธ์ดนตรีและวาทยกรที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยโด่งดัง
ไกลระดับโลก (คนไทยคนแรกที่ได้อำนวยเพลง ณ Concertgebouw เนเธอร์แลนด์ หนึ่งในหอแสดงดนตรีที่สำคัญที่สุดของโลก) มาสร้างสรรค์บทเพลงและถ่ายทอดสุนทรียศาสตร์ทางดนตรี ที่ได้แรงบันดาลใจจากเสียงตีบอกเวลากังวานใส
อันเป็นเอกลักษณ์ของสุดยอดเรือนเวลาแห่งค่ำคืน และพลังเสียงอันทรงพลังของ กิต-กิตตินันทน์ ชินสำราญ จากรายการ The Voice Season 2 ในบทเพลงพิเศษ The Impossible Dream และ This is a Moment ที่สะท้อนให้เห็น Steps to The Success เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ของ Grand Seiko ในการก้าวขึ้นสู่การเป็นสุดยอดแบรนด์ญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งเรียกเสียงปรบมือดังกระหึ่ม เป็นการส่งท้ายค่ำคืนแห่งความสุข

ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์ และ อานันทเดชน์ อมาตยกุล

ภาคนี-ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์

นลิน-ณัฐา รุจิรวงศ์

กิตตินันทน์ ชินสำราญ, ทฤษฎี ณ พัทลุง, ทวีเวท ศรีณรงค์

ออร์เคสตร้าเต็มวง โดยการ conduct ของ ทฤษฎี ณ พัทลุง

นายแบบ-นางแบบโชว์นาฬิกามาสเตอร์พีซ

The First Grand Seiko นาฬิกาเรือนแรกตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์

อีกหนึ่ง Museum Piece ที่หาชมได้ยาก นาฬิกา Credor Signo Skeleton

นาฬิกา Galante Astro Boy หนึ่งใน
Museum Piece ที่หาชมได้ยาก

ศิกวัสส์ ลือโสภณ แฮร์สไตลิสต์คิวทอง กับชีวิตที่ไม่ได้เดินตามฝัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/202037

วันเสาร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
อาชีพในฝันคือ “นักโฆษณา” หลังจากจบปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เขาจึงมุ่งมั่นตามฝันด้วยการไปเรียนต่อปริญญาโทที่ SOAS University of London,Marketing communication จนกระทั่งเทอมสุดท้ายของการศึกษามีเหตุให้ ศิกวัสส์ ลือโสภณ ไม่สามารถคว้าปริญญาโทมาได้ดั่งใจหวังจังหวะชีวิตช่วงนั้นเหมือนเจอมรสุมลูกใหญ่ แต่ “แม่” คือคนที่เข้ามาฉุดให้เขาตื่นจากฝันร้าย และเริ่มต้นชีวิตใหม่แม้จะไม่ใช่ทางที่หวัง แต่เขาก็ตั้งใจทำเพราะความรักและความกตัญญูต่อผู้เป็นแม่

“แม่เป็นช่างทำผม มีร้านอยู่ฝั่งธนบุรีมีสองสาขา เขาทำอยู่สองคนกับน้าชาย ชื่อร้าน พิสมัย เป็นชื่อของแม่ ตั้งแต่เด็กตั้งธงไว้ในใจว่า ฉันจะไม่เป็นช่างทำผมเหมือนแม่แน่นอน เพราะตอนเด็กๆ ต้องช่วยแม่ล้างแกนดัดผมเป็นกะละมังใหญ่ๆ เพราะแม่มีฝีมือ ลูกค้าเยอะ แต่พอไปเรียนโทไม่จบ ได้แต่ใบ Diploma มา ชีวิตแบบทุกอย่างถล่มทลาย เพราะเราไปเรียนด้วยเงินของที่บ้าน เราไม่ใช่คนร่ำรวย คิดว่าพ่อ-แม่ต้องเสียใจที่เราเรียนไม่จบ จนแม่บอกว่าไม่เป็นไร ไหนๆ ก็อยู่อังกฤษอยู่แล้ว ก็ไปเรียนทำผมล่ะกัน ตอนแรกก็ยังดื้อนะ แม่พูดมาประโยคหนึ่งว่า “ศิก สิ่งที่ใช่กับสิ่งที่ควรบางครั้งมันก็ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เราชอบอะไรไม่ได้หมายถึงว่าเราจำเป็นจะต้องไปทำสิ่งนั้น แต่สิ่งที่เราควรทำคืออะไร” และถ้าศิกไม่กลับมาสานต่อ แม่ก็ต้องปิดร้านที่ทำมาทั้งชีวิต ที่ให้เรียนทำผม ก็ไม่ได้จำเป็นว่าต้องกลับมาทำผมเอง แต่ให้มาบริหารร้าน ซึ่งมันก็ต้องมีความรู้จริงถึงจะบริหารได้ แม่พูดมาเท่านั้นแหละ เรารักแม่แล้วก็ไม่อยากให้เขาเสียใจอีก ก็เลยตัดสินใจเรียนทำผมให้แม่”

ศิกวัสส์ เลือกเรียนทำผมที่ Vidal SassoonAcademy, London ซึ่งนับว่าเป็นคนไทยยุคแรกๆ ที่เข้าเรียนแบบเต็มหลักสูตร ไม่ใช่การแบบเทคคอร์สสั้นๆ เขาใช้เวลาอีกกว่า 2 ปี กับค่าเล่าเรียนอีกกว่า 3 ล้านบาท แต่ในระหว่างที่เรียน เขาก็ยังมีความรู้สึกขัดแย้งอยู่ในใจลึกๆ ว่า นี่ไม่ใช่ตัวตนของเขา แต่ในวันที่เรียนจบหลักสูตร ศิกวัสส์ สามารถคว้า 2 รางวัล Bronze Award 50th Vidal SassoonLondon, Haircut และ Bronze Award 50th Vidal Sassoon London, Colouring มาครองได้ นั่นจึงถือเป็นจุดเปลี่ยนเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ เมื่อสิ่งที่เขาปฏิเสธมาตลอดคือ “พรสวรรค์” นั้นได้แสดงตัวตนของเขาออกมาแล้ว

“ศิก เป็นแฮร์สไตลิสต์ที่ตรงๆ นะ ถ้าคุณเดินเข้ามาหาศิก อย่าสั่งจะเอาอย่างนั้นอย่างนี้อันนี้ถือว่าไม่ให้เกียรติกัน ถ้าเลือกมาหาศิก ต้องเชื่อใจกัน ต้องเชื่อในสิ่งที่เราบอก เพราะศิกมาทำอาชีพนี้ ศิกยึดคติว่าเราต้องนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ถ้าอยากได้เงิน ศิกทำๆ ให้เสร็จไปก็ได้ แต่ไม่ใช่นี่คือ อาชีพเราต้องซื่อสัตย์กับอาชีพ ถ้าทำให้อย่างที่ลูกค้าต้องการ แต่มันไม่สวย ไม่เข้ากับเขา ศิกไม่ทำเด็ดขาด แต่คงเป็นเพราะศิกตรง จริงใจ ก็ทำให้ลูกค้าติด พอกลับมาจากอังกฤษก็มาเปิดร้านที่ซอยร่วมฤดีอยู่ 5 ปี แต่ก็ต้องเลิก ไม่ใช่เจ๊งนะ เจ้าของตึกไม่ต่อสัญญาเช่า ก็กลับมาช่วยบริหารและยังรับลูกค้าที่ร้านของแม่ ปัจจุบันมีสาขาที่เซ็นทรัล พระราม 2 และพุทธมณฑลสายสองชื่อร้านพิศมัยเหมือนเดิมครับ”

การทำงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสวยๆ งามๆ และในฐานะ “แฮร์สไตลิสต์” ศิกวัสส์ บอกว่า ถึงใครจะมองว่าเป็นแค่ช่างทำผม แต่ก็ต้องดูแลตัวเอง เขาจึงเป็นอีกคนหนึ่งที่สรรหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมาใช้จนได้ไปพบกับแบรนด์สกินแคร์ชื่อดังจากอเมริกาอย่าง Pevonia จากผู้ใช้เองและชื่นชอบในผลิตภัณฑ์จนนำไปสู่การเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

“นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย เราไม่เป็นเรื่องธุรกิจเลย เราต้องมาลุยทุกอย่างเองตั้งแต่ต้นไม่ใช่เริ่มจากศูนย์แต่เริ่มจากติดลบเลยดีกว่า เพราะไปเทคโอเวอร์มา คนเดิมเขาก็โรยหน้าไว้ให้เราสวยงาม แต่พอทุกอย่างมาเป็นของเราปุ๊บ ก็เจอกระทั่งหมายศาล แต่มาถึงจุดนี้แล้วก็ต้องสู้เพราะผลิตภัณฑ์เขาดีอยู่แล้ว โรงแรมห้าดาวใหญ่ๆ ในเมืองไทยใช้ Pevonia ในสปาทั้งนั้นก็ฮึดมาก ไปหาลูกค้าเอง สร้างทีมงานเอง จนเข้าปีที่ 5 แล้ว ถือว่าทุกอย่างมาได้ไกลจากวันแรกที่เริ่มต้น”

แต่ทุกวันนี้ Pevonia ถือว่าเป็นธุรกิจหลัก ส่วนงานทำผมเป็นงานอดิเรกที่ลูกค้าต้องนัดเวลา ส่วนเวลาที่เหลือ ศิกวัสส์ จัดสรรให้กับการออกกำลังกาย และการเข้าวัดปฏิบัติธรรม

“ศิก ทำงานค่อนข้างหนักในแต่ละวัน เพราะ Pevonia มีผลิตภัณฑ์เป็นร้อยๆ ตัวที่ใช้ได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เรายังต้องลุยทำตลาดกันอยู่ แม้ตอนนี้เศรษฐกิจไม่เป็นใจ แต่ก็หยุดไม่ได้ ถ้าวันไหนมีลูกค้านัดทำผมไว้ ก็เข้าร้านเจ็ดวันแทบไม่ได้หยุด แต่ก็จะแบ่งเวลาในการออกกำลังกาย จันทร์ พุธ ศุกร์ 3 วันนี้ อย่างตอนนี้ก็บ้าต่อยมวย อีกหนึ่งกิจกรรมเป็นสิ่งที่พ่อกับแม่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก และถือว่าเป็นกิจกรรมครอบครัว คือการไปทำบุญ ไปปฏิบัติธรรมบ้าง เราดูแลร่างกายดีแล้ว ก็ต้องดูแลจิตใจด้วย”

ในทุกๆ ครั้งที่สัมภาษณ์ มักจะถามว่า “อะไรที่เรียกว่าประสบความสำเร็จในชีวิต” ซึ่งหลายคนมีคำตอบที่แตกต่างกันไปถึงจุดประสบความสำเร็จของตัวเอง แต่สำหรับ ศิกวัสส์ เขาบอกว่า…

“ชีวิตมันไม่มีอะไรแน่นอนครับ จากที่ดื้อกับแม่มาตลอดว่าไม่อยากเป็นช่างทำผม แล้วยังไง ไม่เคยคิดว่าจะทำธุรกิจแล้วตอนนี้เป็นไง คือไม่มีอะไรที่ตรงกับฝันของศิกเลย แต่เมื่อมาทำ เราต้องทำให้ดีที่สุด จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย ผลจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ดีกว่าไม่ลงมือทำแล้วมาเสียใจทีหลัง ศิกว่าทำไม่ได้ยังไม่เสียใจเท่ากับยังไม่ได้ทำ ฉะนั้นทุกวันนี้เราทำทุกๆ วันให้ดีที่สุด ทำงานมีเงินใช้ แม้จะไม่ใช่เงินถุงเงินถัง แต่ดูแลตัวเองได้ ดูแลครอบครัวให้มีความสุขได้ มันมีอะไรที่ประสบความสำเร็จกว่านี้อีกไหม”

 

14 กุมภา ฉลองวาเลนไทน์นี้ ที่ห้องอาหารชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/202032

วันเสาร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
“แกรนด์ คาเฟ่” โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ ใกล้ถึงอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญ วันแห่งความรัก ที่กำลังจะมาถึง จึงขอพาทุกคู่รัก แนะนำเมนูพิเศษฉลองวันวาเลนไทน์จาก 14 ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เต็มอิ่มกับอาหารมื้อพิเศษสุดอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศแสน

โรแมนติก มอบมื้อหรูสุดประทับใจเซอร์ไพรส์คนพิเศษฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ พร้อมรับของกำนัลอภินันทนาการมากมาย ในคืนวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เริ่มต้นกันที่

ห้องอาหาร “บางกอก บาโคนี่” โรงแรมใบหยก สกาย จัดพรีเมียมบุฟเฟ่ต์หรูสุดอลังการ อาทิ ปูยักษ์อลาสก้าคิงแครบ, กั้งกระดาน, ฟัวกราส์, สเต๊กซี่โครงแกะนิวซีแลนด์, เนื้อเซอร์ลอยด์ออสเตรเลีย, กุ้งแม่น้ำ, ปูม้า, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ฯลฯ และอาหารนานาชาติอีกกว่า 100 รายการ พร้อมเมนูเด็ดจานเด่นเพื่อคนพิเศษ Canadian Lobster กุ้งล็อบสเตอร์ แคนาเดียนชั้นดีนำเข้าจากแคนาดา ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยแล้วนำไปย่างทาเนยจนสุกหอมได้ที่ ราดด้วยซอสคาเฟเดอปารี เสิร์ฟพร้อมข้าวอบเชฟฟรอน พิเศษ! ทุกคู่รักมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลห้องพักแบบ Pool Villa 3 วัน 2 คืนที่โรงแรมใบหยกซีโคสต์ เกาะสมุย และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท ในราคาเริ่มต้นที่ท่านละ 1,450 บาทถ้วน รวมน้ำอัดลม เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 17.30-23.00 น. สำรองที่นั่งโทร.02-6563939

 

ห้องอาหาร “เอเทรียม” โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ จัดบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ พบกับซีฟู้ดนานาชนิดที่พร้อมเสิร์ฟ อาทิ ปูยักษ์, หอยนางรม, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, กุ้งลายเสือ, แกมมอนแฮม, เนื้อวากิวอบ, เนื้อแกะจากนิวซีแลนด์ และมุมอาหารญี่ปุ่น พร้อมรับดอกกุหลาบสีแดงสำหรับทุกคู่รัก ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ในราคาท่านละ 3,400 บาทถ้วน พิเศษ! มา 2 ท่านจ่ายเพียง 1 ท่าน เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ สำรองที่นั่งโทร.02-2540404 ต่อ 7777

ห้องอาหาร “ควิซีน อันปลั๊ก” โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ จัดบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิวนานาชาติ เริ่มด้วย ตับห่านฝรั่งเศส, เป็ดอบราดซอสไวน์แดงผลไม้, ขาแกะนิวซีแลนด์อบ, เนื้อสันนอกออสเตรเลียอบ, ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว ฯลฯ หรือมุมอาหารทะเลสด อาทิ ก้ามปูอลาสก้า, กุ้งแม่น้ำ, หอยนางรม, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, ปูม้า, กุ้งแดง ฯลฯ ทานคู่น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดเผ็ดจัดจ้าน และบาร์บีคิวบริการถึงโต๊ะ ทั้งเนื้อทะเลและเนื้อสัตว์, มุมข้าวปั้น, ปลาดิบ, ชีส, เนื้อเย็นตัด, ซุ้มอาหารไทย, อาหารจีน ตบท้ายด้วยมุมขนมหวานธีมวาเลนไทน์ ซึ่งมีเบอร์รี่และช็อกโกแลตเป็นส่วนผสมหลัก ทั้ง 14 เมนู พิเศษ! รับฟรีมาการองกลับบ้าน ในราคาท่านละ 1,299 บาท เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00-22.30 น. สำรองที่นั่งโทร.02-6809999

 

ห้องอาหาร “204 บิสโทร” โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ จัดบุฟเฟ่ต์นานาชาติหลากหลายเมนูเด็ด อย่างปูอลาสก้าเนื้อแน่น และพาเหรดซีฟู้ดสดใหม่ อาทิ หอยนางรม, กุ้ง, กั้ง, แซลมอน, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, ตับห่าน, ซูชิและซาซิมิ, ติ่มซำ, ซุปร้อนๆ, สลัด, ชีส ฯลฯ มุมบาร์บีคิว อาหารไทยรสเด็ด ปิดท้ายด้วยเค้ก, ไอศกรีม และของหวาน พิเศษ! รับฟรีสปาร์คกลิ้งไวน์ ท่านละ 1 แก้วและเซอร์ไพรส์ของขวัญวันวาเลนไทน์สุดพิเศษจากเชฟ ในราคาท่านละ 990 บาท++ เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00-22.30 น. สำรองที่นั่งโทร.02-6942222 ต่อ 1530

 

ห้องอาหาร “ริโอ กริลล์” โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ จัดบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างสไตล์บราซิลเลียนสุดแสนโรแมนติกใต้แสงเทียน อีกทั้งยังมีมุมสลัดบาร์ และขนมหวาน ตกแต่งมาสำหรับวันแห่งความรักโดยเฉพาะ พิเศษ! อภินันทนาการค็อกเทล Love Forever และของที่ระลึกแทนใจทุกคู่ ในราคาคู่ละ 2,016 บาท เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00-22.30 น. สำรองที่นั่งโทร.02-2170808 ต่อ 5357

ห้องอาหาร “เปรมประชากร” โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น จัดบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำสุดพิเศษหลากหลายเมนู อาทิ ปลาแซลมอนอบเกลือ, ขาหมูแฮมอบซอสเมเปิ้ล, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ซอสมะนาว, สปาเกตตี, เพสโต้ซอส ฯลฯ พิเศษ! รับ Chocolate Praline 1 กล่อง พร้อมไวน์แดง หรือไวน์ขาว หรือม็อกเทล 1 แก้ว ในราคาท่านละ 888 บาทถ้วน เด็กท่านละ 444 บาทถ้วน เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00-22.00 น. สำรองที่นั่งโทร.02-5755599 ต่อ 1411

 

ห้องอาหาร “มิสสยาม” โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ จัดบุฟเฟ่ต์อาหารไทยสาวสยาม ที่รวบรวมอาหารไทยแท้หาทานยาก ครบเครื่องสูตรต้นตำรับ สารพัดต้ม ยำ ทำแกง รสชาติจัดจ้าน และหลากหลายเมนูขนมหวานสูตรโบราณ อาทิ ข้าวเหนียวมะม่วง, น้ำแข็งไสชาววัง, มะม่วงลอยแก้ว, กล้วยไข่เชื่อม,ผลไม้ตามฤดูกาล ฯลฯ ในราคาท่านละ 650 บาทถ้วน
พิเศษ! รับอภินันทนาการชุดของขวัญโรแมนติกกิฟท์เซตทุกคู่รัก เฉพาะวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 11.30-14.30 น. และดินเนอร์ใต้แสงเทียน เซตเมนูวาเลนไทน์ ประกอบด้วยแซลมอนม้วน, ซาโมซ่าไก่, แกะอบเครื่องเทศ, ซุปเห็ดสไตล์โฮมเมด, ข้าวอบเครื่องเทศ,สเต๊กเนื้อหรือไก่เสิร์ฟพร้อมซอสเกรวี่สูตรพิเศษ ปิดท้ายด้วยเครปข้าวเหนียวมะม่วง พร้อมไวน์คุณภาพเยี่ยม พิเศษ! รับอภินันทนาการชุดของขวัญโรแมนติกกิฟท์เซตและดอกกุหลาบแดงแสนสวย ในราคา 1,699 บาทถ้วน สำหรับ 2 ท่าน เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00-23.00 น. สำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร.02-2170777

ห้องอาหาร “ดิ เอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อป” โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ จัดเมนูบุฟเฟ่ต์วาเลนไทน์ ที่คัดสรรมาอย่างดีให้ได้ประทับใจ ในบรรยากาศหวานๆ ตกแต่งมุมพิเศษเพื่อความเป็นส่วนตัว เคล้าเสียงดนตรีบรรเลงสดจากไวโอลิน ในราคาท่านละ 850 บาท++ หรือคู่ละ 1,500 บาท++ รวมสปาร์คกลิ้งไวน์ท่านละ 1 แก้ว และช่อดอกกุหลาบ พร้อมสั่งเครื่องดื่มโรมิโอแอนด์จูเลียตได้ในราคา 140 บาท++ และ 180 บาท++ เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ สำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร.02-2764567 ต่อ 8413

ห้องอาหาร “แกรนด์ คาเฟ่” โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น จัดบุฟเฟ่ต์นานาชาติสุดหรู อาทิ อาหารยุโรป-สารพันเส้นพาสต้าที่ทำสดใหม่, อาหารไทย-จัดเต็มแบบครบรสทั้ง เปรี้ยว หวาน เผ็ด, อาหารจีน-ยอดนิยมติ่มซำ ซาลาเปา ซุปจีนร้อนๆ, อาหารญี่ปุ่น-คาราวานซูซิ ปลาดิบชั้นดี ข้าวปั้นหน้าต่างๆ, เมนูซีฟู้ดออนไอซ์ ทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่ตัวใหญ่ และบาร์บีคิว ปิ้งย่าง ปิดท้ายด้วยผลไม้ตามฤดูกาล และของหวานนานาชนิด พร้อมคลอเคล้าเสียงเพลงรักสุนทรีย์ตลอดค่ำคืน พิเศษ! รับตุ๊กตาหมีสปาร์คกลิ้งไวน์ และกิจกรรมแจกของรางวัลมากมายบนเวที ในราคาคู่ละ 3,000 บาท++ เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 18.30-22.30 น. สำรองที่นั่งโทร.02-3788000 ต่อ 4130

ห้องอาหาร “เบญจมาศ” โรงแรมรอยัลเบญจา กรุงเทพฯ จัด Valentine Set Dinner เซตเมนูคัดสรรอย่างดีที่เสิร์ฟด้วยปลาแซลมอนราดซอสเทอริยากิ และครีมซุปสตรอเบอร์รี่รสนุ่ม ต่อด้วยเค้กช็อกโกสตรอเบอร์รี่เจลลี่สีแดงสด และเสริมบรรยากาศโรแมนติกด้วยเครื่องดื่มพิเศษวันวาเลนไทน์ ค็อกเทล Pink Lover’s ในราคาเซตละ 2,000 บาท สำหรับ 2 ท่าน เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ สำรองที่นั่งโทร.02-6552920-53

 

ห้องอาหาร “วินเซอร์ คาเฟ่” โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ จัด Candle Light Dinner เซตโปรโมชั่นคู่รัก 5 เมนู ประกอบด้วย คู่ใจ-สลัดร็อกเกต มาสคาโปนชีส พร้อมตับเป็ดเทอร์รีน, คู่กาย-ซุปใสเห็ดป่า,คู่สร้าง-เชอร์เบทมะนาวและเสาวรส, คู่สม-ปลาแซลมอน
และปลากะพงสันในนึ่ง วอสไวน์ครีมขาว และวอสซาฟฟรอนสีเหลือง, คู่ชีวิต-ราสเบอร์รี่และไวท์ช็อกโกแลตมูสในหัวใจคู่ และเครื่องดื่มม็อกเทล พิเศษ! รับดอกกุหลาบ และช็อกโกแลตพาราเน่ มอบให้คนพิเศษ ในราคา 1,400 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ สำรองที่นั่งโทร.02-2621234

ห้องอาหาร “บลูสกาย บาร์ แอนด์ ไดนิ่ง” โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ จัดคอร์สดินเนอร์สุดหรูที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษโดยหัวหน้าเชฟชาวฝรั่งเศสภายใต้แสงจันทร์และดวงดาว พิเศษ! รับอภินันทนาการสปาร์คกลิ้งไวน์ท่านละ 1 แก้ว พร้อมกุหลาบแดง 1 ดอก ในราคา 5,000 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00-23.00 น. สำรองที่นั่งโทร.02-5411234 ต่อ 4151

ห้องอาหาร “วูว์” โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ จัดเซตเมนูดินเนอร์ 5 คอร์ส โดยเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟและผู้อำนวยการด้านอาหาร ประกอบด้วย ล็อบสเตอร์ ซาซิมิ เบลูก้าคาเวียร์ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง ไอศกรีมเชอร์เบทวอลนัทและมะเขือเทศ, สลัดตับห่านเครื่องเทศผลควินซ์รสหวานอมเปรี้ยว ซอสไวน์ปิโนต์นัวร์,ซุปใสเป็ดตุ้น เกี๊ยวหอยเชลล์ โรสแมรี่และทรัฟเฟิล, เมนูจานหลักได้แก่ แก้มวัวอบ หอยเม่นอบเนยและสาหร่าย หรือปลาเทราท์สไลด์สไตล์ซาลติมบ็อกก่า และสตูหอยแมลงภู่ และเมนูของหวานและปิดท้ายมื้อแห่งความโรแมนติกสตรอเบอร์รี่และครีม ในราคาคู่ละ 5,000 บาท++ วันนี้-14 กุมภาพันธ์ สำรองที่นั่งโทร.02-2077777

 

ห้องอาหาร “ลาพาร์ต” โรงแรมโซฟิเทลกรุงเทพ สุขุมวิท จัดเซตอาหารมื้อค่ำเลิศรส 5 คอร์ส เริ่มที่อาหารเรียกน้ำย่อย หอยนางรมฟินเดอแคลร์ กับบีทรูทและขิง, เนื้อวากิว คาร์ปาชิโอ คินัวร์สลัด มะกรูด น้ำผึ้ง และสะระแหน่, ซุปล็อบสเตอร์เข้มข้น เสิร์ฟพร้อมราวิโอลีไส้ตับห่านทอด ต่อที่อาหารจานหลัก ปลาหิมะอบเสิร์ฟพร้อมแยมพริกหวาน สลัดโพรวองซ์ มิลเฟย และซอสครีมกลิ่นหญ้าฝรั่น หรือเนื้อแกะย่าง เสิร์ฟพร้อมถั่วแขก พรุน พาร์มาแฮมทอดกรอบ และซอสเมล็ดมัสตาร์ด และเมนูของหวาน ช็อกโกแลตกานาช เสิร์ฟพร้อมเบอร์รี่หลากชนิด ซอสน้ำมันมะกอกราสเบอร์รี่และซอร์เบต์ พร้อมกาแฟ, ชา และของทานเล่นสไตล์ลาพาร์ต
พิเศษ! รับแชมเปญชั้นเลิศ 1 ขวด ในราคา 9,900 บาท++ต่อ 2 ท่าน เฉพาะคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 19.00-22.30 น. สำรองที่นั่งโทร.02-1269999