ตาต่อตา! มาเลย์กร้าว สวนคิม จอง อึน สั่งห้ามชาวเกาหลีเหนือออกนอกประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2560 16:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877126


ตาต่อตา! มาเลย์กร้าว สวนคิม จอง อึน สั่งห้ามชาวเกาหลีเหนือออกนอกประเทศ

ชักบานปลายกันใหญ่…รัฐบาลมาเลย์ใช้มาตรการเดียวกัน ตอบโต้คิม จอง อึน สั่งห้ามชาวเกาหลีเหนือในมาเลเซียทั้งหมด เดินทางออกจากประเทศแล้ว จนกว่ารัฐบาลเปียงยางจะอนุญาตให้ชาวมาเลย์ในเกาหลีเหนือออกนอกประเทศก่อนเมื่อ 7 มี.ค.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลมาเลเซีย ออกมาตรการตอบโต้ทางการเกาหลีเหนือทันควัน มีคำสั่งห้ามไม่ให้ชาวเกาหลีเหนือทั้งหมดที่อยู่ในมาเลเซีย เดินทางออกนอกประเทศ หลังก่อนหน้านี้ รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ชาวมาเลเซียในเกาหลีเหนือออกนอกประเทศ จนกว่าเหตุการณ์ลอบสังหาร คิม จอง นัม จะคลี่คลายอย่างเหมาะสม (เครียดหนัก!คิม จอง อึนสุดกร้าว ห้ามชาวมาเลย์ในเกาหลีเหนือ ออกนอกประเทศ)

advertisement

รอยเตอร์รายงาน นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเปียงยาง อนุญาตให้พลเมืองชาวมาเลเซียทั้งหมดที่กำลังอยู่ในเกาหลีเหนือ สามารถเดินทางออกจากเกาหลีเหนือโดยทันที พร้อมกับประณามการเคลื่อนไหวในการออกคำสั่งดังกล่าวของรัฐบาลเปียงยาง อีกทั้งยังได้เรียกประชุมฉุกเฉินของสภาความมั่นคงแห่งชาติทันที โดยนายกรัฐมนตรีราซัค ยังมีคำสั่งให้ตำรวจทั่วประเทศป้องกันไม่ให้พลเมืองชาวเกาหลีเหนือเดินทางออกจากประเทศมาเลเซีย จนกว่าจะมั่นใจว่าชาวมาเลเซียทั้งหมดในเกาหลีเหนือมีความปลอดภัย

นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย

ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย เผยว่า ชาวมาเลเซีย 3 คนที่ทางการกำลังต้องการตัวเนื่องจากสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารคิม จอง นัม ที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น กำลังหลบซ่อนอยู่ในสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือในกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยเจ้าหน้าที่สถานทูตเกาหลีเหนือก็ไม่ให้ความร่วมมือกับทางการมาเลเซียในเรื่องนี้.

ระอุ!สหรัฐฯขยับโต้โสมแดง เริ่มติดตั้งระบบสกัดขีปนาวุธTHADDในเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2560 13:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/876931


ระอุ!สหรัฐฯขยับโต้โสมแดง เริ่มติดตั้งระบบสกัดขีปนาวุธTHADDในเกาหลีใต้

กองทัพสหรัฐฯ ขยับเสริมเขี้ยวเล็บให้เกาหลีใต้ เริ่มเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ ระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD ติดตั้งในเกาหลีใต้แล้ว หวังตอบโต้ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ที่เดินหน้าทดสอบขีปนาวุธ ขวางโลกเมื่อ 7 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียด ทางการสหรัฐฯ เริ่มดำเนินการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ ระบบป้องกันขีปนาวุธ The Terminal High-Altitude Area Defence System หรือ THADD มาติดตั้งในเกาหลีใต้แล้ว แม้จะถูกคัดค้านจากจีน และชาวเกาหลีใต้บางส่วน หลังจากรัฐบาลเกาหลีเหนือเดินหน้าข่มขวัญเพื่อนบ้าน ด้วยการทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถีครั้งล่าสุดถึง 4 ลูก เมื่อวันจันทร์ที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา และมีขีปนาวุธ 3 ลูกตกไปในทะเลใกล้ญี่ปุ่น

ด้านสำนักข่าวยอนฮัพในเกาหลีใต้ รายงานว่า การดำเนินการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD เริ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 6 มี.ค. ซึ่งอุปกรณ์บางอย่างถูกขนส่งมาทางเครื่องบินจากสหรัฐฯ มายังฐานทัพอากาศแห่งหนึ่งใกล้กรุงโซล ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้ ชี้ว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD จะสามารถใช้การได้ในปลายปีนี้

ทีวีเกาหลีใต้ รายงานข่าวเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถี 4 ลูกเมื่อ 6 มี.ค.60

ทั้งนี้ ระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD เป็นระบบยิงสกัดขีปนาวุธในบริเวณพิกัดตำแหน่งสูง ขณะที่มีขีปนาวุธโจมตีกำลังเข้าสู่วิถีเดินทางระยะสุดท้ายก่อนตกสู่เป้าหมาย ส่วนมากใช้ยิงสกัดขีปนาวุธพิสัยใกล้และพิสัยปานกลาง โดยระบบขีปนาวุธ THADD มีพิสัยยิงไกลได้ถึง 200 กิโลเมตร สามารถทำลายขีปนาวุธของฝ่ายตรงข้ามได้ที่พิกัดความสูงถึง 150 กิโลเมตรจากพื้นดิน โดยก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้มีการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD ที่เกาะกวม และฮาวาย อันเป็นมาตรการป้องกันการถูกโจมตีจากเกาหลีเหนือ.

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ตาต่อตา! สหรัฐฯ-โสมขาว จับมือติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THADD แล้ว

เครียดหนัก!คิม จอง อึนสุดกร้าว ห้ามชาวมาเลย์ในเกาหลีเหนือ ออกนอกประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2560 11:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/876742


เครียดหนัก!คิม จอง อึนสุดกร้าว ห้ามชาวมาเลย์ในเกาหลีเหนือ ออกนอกประเทศ

ชาวมาเลย์ในเกาหลีเหนือผวา…รัฐบาลคิม จอง อึน ออกมาตรการสุดกร้าวตอบโต้มาเลเซีย สั่งห้ามชาวมาเลย์ในเกาหลีเหนือเดินทางออกนอกประเทศเด็ดขาด จนกว่าเหตุการณ์คิม จอง นัม โดนลอบสังหารที่กัวลาลัมเปอร์ จะได้รับการคลี่คลายอย่างเหมาะสมเมื่อ 7 มี.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของคิม จอง อึน ตอบโต้มาเลเซีย ถึงขั้นห้ามชาวมาเลเซียที่อยู่ในเกาหลีเหนือเดินทางออกนอกประเทศเด็ดขาด จนนับเป็นการยกระดับความขัดแย้งทางการทูตระหว่างเกาหลีเหนือกับมาเลเซีย ที่สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ คิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จอง อึน ถูกลอบสังหารด้วยสารพิษทำลายประสาทสุดอันตราย VX (วีเอ็กซ์) ที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ทว่า ทางการเกาหลีเหนือไม่ยอมรับผลการชันสูตรศพของทางการมาเลเซีย

สำนักข่าว KCNA กระบอกเสียงของทางการเกาหลีเหนือ รายงานว่า มาตรการของทางการเกาหลีเหนือที่สั่งห้ามชาวมาเลเซียออกนอกประเทศจะดำเนินไปจนกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมาเลเซียจะได้รับการคลี่คลายและแก้ไขอย่างเหมาะสม

คิม จอง นัม

ทั้งนี้ การตอบโต้มาเลเซียดังกล่าวของคิม จอง อึน มีขึ้นหลังจากหนึ่งวันก่อนหน้านี้ รัฐบาลเกาหลีเหนือเพิ่งออกคำสั่งไล่นายโมฮัมหมัด นิซาน โมฮัมหมัด เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกรุงเปียงยาง ให้รีบเก็บกระเป๋าเดินทางออกจากประเทศเกาหลีเหนือ ภายใน 48 ชม.นับตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตาต่อตา! โสมแดงไล่ทูตมาเลเซีย ตอบโต้กล่าวหาฆ่า ‘คิม จอง-นัม’

มะกันเตือน กบฏเยเมนวางทุ่นระเบิดขวางช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2560 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/876592


มะกันเตือน กบฏเยเมนวางทุ่นระเบิดขวางช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ

หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ ออกคำเตือนเรือสินค้าให้ระวังทุ่นระเบิดใต้น้ำบริเวณช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ในคาบสมุทรอาหรับ ที่กลุ่มกบฏในเยเมนนำมาวางเอาไว้ เพื่อโจมตีเรือที่สัญจรไปมา…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานข่าวกรองทางทะเลของสหรัฐฯ (ONI) ออกแถลงการณ์เตือนเรือพาณิชย์ให้ระวังอันตรายจากทุ่นระเบิดใต้น้ำในน่านน้ำใกล้ท่าเรือโมกา ของเยเมน บริเวญช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งถูกวางเอาไว้โดยกบฏฮูธิ และกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในประเทศเยเมน

advertisement

รายงานของ ONI ระบุว่า การโจมตีเรือในช่องแคบบับ เอล-มันเดบ โดยเฉพาะเรือพาณิชย์ จะทำให้หลายฝ่ายต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง และย้ำว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ จะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือในน่านน้ำแห่งนี้

อนึ่ง บับ เอล-มันเดบ เป็นช่องแคบความกว้างประมาณ 25 กม. เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการเดินเรือโลก ซึ่งเรือในอ่านเอเดนจะใช้เดินทางไปยังทะเลแดง ไปต่อที่คลองสุเอซ และสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนต่อไป นอกจากนี้ มันยังเป็นเส้นทางสำคัญต่อการส่งน้ำมันทางน้ำในตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่นๆ โดยในแต่ละวันจะมีเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบนี้มากกว่า 60 ลำ บรรทุกน้ำมันมากว่า 3.3 ล้านบาร์เรล

ONI เน้นย้ำว่า หากเส้นทางน้ำนี้ต้องปิดลงจะส่งผลให้ราคาน้ำมันโลก และราคาพลังงานโดยรวมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

เอฟบีไอปฏิเสธข่าวดักฟัง จี้ทรัมป์แก้ข่าวเสียหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 มี.ค. 2560 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/876482


เอฟบีไอปฏิเสธข่าวดักฟัง จี้ทรัมป์แก้ข่าวเสียหาย

นายเจมส์ โคเมย์ ผู้อำนวยการสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ออกโรงปฏิเสธข้อกล่าวหาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 4 มี.ค. ที่ว่าอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา สั่งดักฟังโทรศัพท์ในตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ ในนิวยอร์กระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่เผยหลักฐานใดๆ นายโคเมย์ยังขอให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แถลงปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ต่อสาธารณชนด้วยส่วนนายเจมส์ แคล็ปเปอร์ อดีต ผอ.สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ (เอ็นไอเอส) และโอบามาต่างก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาของทรัมป์ ขณะที่กระทรวงยุติธรรมยังนิ่งเงียบ ส่วนทีมงานของทรัมป์ขอให้สภาคองเกรสเปิดการสอบสวนว่าเป็นความจริงหรือไม่และก่อนหน้านี้ทีมงานของทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าลอบติดต่อกับรัสเซียเพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดี.

มิติแห่งแสงไฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/875900


มิติแห่งแสงไฟ

ภาพโครงร่างเงาดำของหญิงสาวถ่ายในสไตล์ซิลลูเอต กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของชิ้นส่วนงานศิลปะเส้นแสงแนวนอนเรียงเป็นริ้วชื่อฮอริซอนทัล อินเฟอเรนซ์ (Horizontal Interference) ผลงานของศิลปินจากประเทศโปแลนด์ ในนิทรรศการศิลปะจัดวาง The iLight Marina Bay การแสดงแสงสีนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ซึ่งมีหลายประเทศรอบโลกมาร่วมแสดงศิลปะแสงสีแห่งนี้ เปิดให้ชมฟรีไปจนถึงวันที่ 26 มี.ค.2560 บริเวณมาริน่า เบย์ แซนด์ ประเทศสิงคโปร์.

เล่นน้ำเพื่อความสดชื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/875885


เล่นน้ำเพื่อความสดชื่น

แม่หมีเซสซีกับลูกน้อยที่เพิ่งได้รับการตั้งชื่อว่านานัคกำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานตามประสาแม่ลูกในสวนสัตว์มัลเฮ้าส์ ทางภาคตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งน้ำกับหมีขั้วโลกนั้นมีความถูกโฉลกกัน เพราะหมีพันธุ์นี้ชอบดำผุดดำว่ายในน้ำโดยใช้ขาหน้าพุ้ยน้ำบ้าง หรือใช้ทั้งสี่ขาบ้างตามแต่จะพอใจ หรือหากอยู่ในธรรมชาติเจ้าหมีก็จะนั่งบนแผ่นน้ำแข็งลอยตามน้ำไป เรียกว่าเป็นสัตว์โลกที่รักสันโดษและพร้อมผจญภัย.

WHO ชี้ เด็กตายปีละ 1.7 ล้านคน เหตุพิษสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 มี.ค. 2560 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/876475


WHO ชี้ เด็กตายปีละ 1.7 ล้านคน เหตุพิษสิ่งแวดล้อม

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่รายงาน “มรดกโลกที่ยั่งยืน : แผนที่สุขภาพและสิ่งแวดล้อมเด็ก” ระบุแต่ละปีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ราว 1.7 ล้านคน เสียชีวิตจากมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งน้ำและอากาศสกปรก ควันบุหรี่มือสอง และขาดสุขอนามัยที่เหมาะสม นำไปสู่โรคร้ายแรง เช่น ท้องร่วง มาลาเรีย และปอดอักเสบ การได้รับมลพิษเหล่านี้เริ่มในมดลูกและเกิดต่อเนื่องถ้าทารกและเด็กอ่อนได้รับมลพิษทางอากาศทั้งในบ้าน กลางแจ้ง และควันบุหรี่มือสองการได้รับมลพิษนี้เพิ่มความเสี่ยงให้เด็กเป็นโรคท้องร่วงและโรคทางเดินหายใจเรื้อรังตลอดชีวิต เช่น หอบหืด มลพิษทางอากาศยังเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ เส้นเลือดสมอง และมะเร็งไปตลอดชีวิต ส่วนครอบครัวที่เข้าไม่ถึงแหล่งน้ำสะอาดและสุขอนามัยที่ดี หรือได้รับมลพิษจากควันเชื้อเพลิงไม่สะอาด เช่น ถ่านหิน มูลสัตว์ที่ใช้เผาไหม้ทำอาหารและทำความร้อน เด็กยิ่งเสี่ยงเป็นโรคท้องร่วงและปอดอักเสบสูงขึ้น

นางมาร์กาเร็ต ชาน ผอ. WTO ระบุมลพิษสิ่งแวดล้อมอันตรายยิ่ง โดยเฉพาะต่อเด็กๆ ส่วนนางมาเรีย ไนรา ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของ WHO ชี้ว่าทั้งยอดผู้เสียชีวิตและเป็นโรคระยะยาวจากมลพิษนี้นับว่าสูงมาก พร้อมทั้งกระตุ้นให้รัฐบาลประเทศต่างๆทำอะไรมากกว่านี้เพื่อให้ทุกสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก.

เดือด! กองทัพเมียนมา ปะทะกลุ่มกบฏที่โกก้าง ดับอย่างน้อย 30 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2560 04:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/876452


เดือด! กองทัพเมียนมา ปะทะกลุ่มกบฏที่โกก้าง  ดับอย่างน้อย 30 ศพ

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของรัฐบาลเมียนมาปะทะกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธ์ุในเขตปกครองตนเองโกก้างเมื่อวันจันทร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 30 ราย…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดการปะทะกันระหว่างกองทัพรัฐบาลเมียนมากับกลุ่มกบฏชาติพันธ์ุติดอาวุธบริเวณชายแดนของประเทศจีน เมื่อวันจันทร์ที่ 6 มี.ค. ที่เมืองล็อกก่าย เมืองเอกของเขตปกครองตนเองโกก้าง ในรัฐฉาน ทางตะวันออกเฉียงเหนืของประเทศเมียนมา  ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย

เจ้าหน้าที่เมียนมาระบุว่า การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายกบฏซึ่งปลอมตัวในชุดตำรวจเปิดโจมตีโดยมีเป้าหมายที่ฐานทัพของกองทัพและสถานีตำรวจ ก่อนที่นักรบติดอาวุธจะโจมตีเป้าหมายจุดอื่นๆ ในเมืองล็อกก่าย ทำให้พลเรือน 5 คน, ตำรวจ 5 นาย และนักรบกบฏอย่างน้อย 20 คน เสียชีวิต ขณะที่มีรายงานด้วยว่า การต่อสู้ยังดำเนินต่อไปแม้ตกกลางคืนแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันแน่ชัดพวกเขาใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี แต่กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDAA) เป็นกองกำลังที่อยู่ในเขตปกครองฯ โกก้าง

‘ทรัมป์’ ลุย! ลงนามคำสั่งแบนชาติมุสลิมฉบับแก้ไข ลดเหลือ 6 ประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2560 02:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/876400


‘ทรัมป์’ ลุย! ลงนามคำสั่งแบนชาติมุสลิมฉบับแก้ไข ลดเหลือ 6 ประเทศ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งห้ามพลเมืองจากชาติมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ ฉบับใหม่ โดยไม่รวมอิรัก ทำให้ประเทศที่ถูกแบนเหลือ 6 ประเทศ และรับประกันว่าคราวนี้ผู้ถือกรีนการ์ดจะไม่ได้รับผลกระทบ…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 6 มี.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ลงนามคำสั่งห้ามพลเมืองจากชาติมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ ฉบับใหม่ หลังคำสั่งฉบับเก่าถูกศาลสั่งระงับ โดยคราวนี้ไม่รวมพลเมืองจากประเทศอิรัก ทำให้ประเทศที่ถูกแบนเหลือ 6 จาก 7 ประเทศ คือ อิหร่าน, ลิเบีย, ซีเรีย, โซมาเลีย, ซูดาน และเยเมน

advertisement

คำสั่งฝ่ายบริหารใหม่ฉบับนี้ของนายทรัมป์ ต่างจากคำสั่งเดิมคือจะเป็นการห้ามออกวีซ่าใหม่แก่พลเรือนจากชาติมุสลิมทั้ง 6 ประเทศเป็นเวลา 90 วัน รวมทั้งหยุดรับผู้อพยพเป็นเวลา 120 วัน และลดจำนวนผู้อพยพที่สหรัฐฯ จะรับในปีนี้ลงเหลือ 50,000 คน โดยนางซาราห์ ฮักคาบี แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า คำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 มี.ค. ไม่ได้มีผลในทันทีเหมือนคำสั่งฉบับก่อนที่ออกเมื่อ 27 ม.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความสับสน

ส่วนสาเหตุที่อิรักถูกถอดออกจากรายชื่อประเทศที่ถูกแบนเป็นเพราะ รัฐบาลอิรักได้ออกมาตรการตรวจสอบใหม่ๆ เช่น เพิ่มการคัดกรองวีซ่าและการแบ่งปันข้อมูล และเพราะว่าอิรักทำงานร่วมกับสหรัฐฯ ในการต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือกลุ่มไอซิส

ทั้งนี้ นายทรัมป์ลงนามคำสั่งห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ ฉบับแรกหลังจากเขารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เพียงสัปดาห์เดียว โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันนักรบติดอาวุธมุสลิมเดินทางเข้าประเทศ อย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้ทำให้เกิดความโกลาหลและการประท้วงตามสนามบินต่างๆ ในประเทศ รวมทั้งถูกประณามจากชาติมุสลิมที่ตกเป็นเป้าหมาย, ชาติตะวันตก รวมทั้งนักวิชาการในประเทศ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยืนยันว่า คำสั่งฉบับใหม่นี้เป็นเรื่องของความมั่นคงไม่เกี่ยวกับศาสนา และรับประกันว่า ผู้ถือกรีนการ์ด ซึ่งถือเป็นผู้อยู่อาศัยในสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมายจำนวนหลายหมื่นคน จะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการห้ามเดินทางนี้ หลังเคยเกิดปัญหาผู้ถือกรีนการ์ดถูกกักตัวหรือห้ามเดินทางไปสหรัฐฯ เพราะคำสั่งฉบับเก่ามาแล้ว

ด้านนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา สังกัดพรรคเดโมแครต คาดว่า คำสั่งฉบับแก้ไขนี้จะกลายเป็นประเด็นในศาลเหมือนกับฉบับก่อน “การแบนที่เบาลงก็ยังเป็นการแบน” “แม้จะมีการเปลี่ยนแปลง คำสั่งฝ่ายบริหารที่อันตรายนี้ทำให้เราปลอดภัยน้อยลงไม่ใช่มากขึ้น นี่เป็นเจตนาร้าย และไม่เป็นอเมริกัน มันต้องถูกยกเลิก”