เผยตัวตนครั้งแรก ลูกชาย คิม จอง นัม หลังพ่อถูกลอบสังหาร (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 12:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878106


เผยตัวตนครั้งแรก ลูกชาย คิม จอง นัม หลังพ่อถูกลอบสังหาร (คลิป)

เผยคลิปวิดีโอ “คิม ฮัน ซอล” บุตรชายของนายคิม จอง นัม ระบุหลังจากพ่อเสียชีวิตได้มาอยู่กับแม่และน้องสาว พร้อมหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

วันที่ 8 มีนาคม กลุ่มม้าบินปกป้องพลเรือน “ชลลิมา ซีวิล ดีเฟนซ์” (Chollima Civil Defence) เผยแพร่คลิปวิดีโอ “เคเอชเอส” ความยาว 40 วินาที ลงยูทูบ เป็นคลิปที่ชายคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ แสดงหนังสือเดินทางยืนยันตัวตน แต่ในคลิปวิดีโอมีการตัดไม่ให้เห็นรายละเอียดของพาสปอร์ต เขากล่าวว่าชื่อ คิม ฮัน ซอล จากเกาหลีเหนือ เป็นสมาชิกตระกูลคิม พ่อของเขาเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะนี้เขาอยู่กับแม่และน้องสาว และหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น จากนั้นภาพก็ถูกตัดไป

สถานีโทรทัศน์ชาแนล นิวส์ เอเชีย ระบุว่า ได้รับแจ้งเกี่ยวกับคลิปวิดีโอนี้ และได้มีการประสานไปยัง นายโด ฮี ยุน นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนและผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ ซึ่งมีการยืนยันได้ว่า ชายในคลิปวิดีโอนี้คือ นายคิม ฮัน ซอล บุตรชายของ นายคิม จอง นัม

นับเป็นครั้งแรกที่บุตรชาย นายคิม จอง นัม เปิดเผยตัวต่อที่สาธารณะ หลังจากเมื่อเดือนก่อนสื่อมวลชนมาเลเซีย พากันประโคมข่าวว่า เขาเดินทางไปมาเลเซียเพื่อติดต่อยืนยันศพบิดา แต่ทางการมาเลเซียออกมาปฏิเสธข่าวนี้

รายงานข่าวระบุว่า กลุ่มม้าบินปกป้องพลเรือน กำลังเป็นผู้ดูแลสมาชิก 3 คน ที่ยังมีชีวิตอยู่ของครอบครัวนายคิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่ถูกลอบสังหารในมาเลเซีย เมื่อกลางเดือนที่แล้ว โดยระบุว่าทั้ง 3 คนรีบเดินทางไปพบกัน และถูกย้ายที่หลบซ่อนตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัย แต่ไม่ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั้ง 3 คนอยู่ที่ไหน พร้อมขอบคุณประเทศต่างๆ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ จีน สหรัฐฯ และอีก 1 ประเทศที่ไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งให้การปกป้องครอบคัวของนายคิม จอง นัม

ด้าน นายคาหลิด อาบู บาคาร์ ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซียระบุว่า ไม่เคยได้ยินชื่อกลุ่มดังกล่าวมาก่อน และไม่ได้ระบุแน่ชัดว่า ตำรวจมาเลเซียมีการติดต่อกับ นายคิม ฮัน ซอล หรือไม่.

องค์กรวัดความโปร่งใสชี้ อินเดีย-เวียดนามจ่ายใต้โต๊ะหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877792


องค์กรวัดความโปร่งใสชี้ อินเดีย-เวียดนามจ่ายใต้โต๊ะหนัก

เมื่อ 7 มี.ค. องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (ทีไอ) ในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี เผยแพร่ผลการสำรวจประชาชน 21,861 คนใน 16 ประเทศและดินแดนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก นับแต่ปากีสถานจนถึงออสเตรเลีย ช่วงเดือน ก.ค.2558-ม.ค.2560 หรือช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าผู้ถูกสุ่มถามราว 25% ต้องจ่ายสินบนเพื่อเข้าถึงบริการต่างๆของรัฐ รวมทั้งด้านการศึกษาและรักษาสุขภาพ โดยชาวอินเดียและเวียดนามระบุจ่ายสินบนมากที่สุดเกือบ 2 ใน 3 ส่วนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ออสเตรเลีย จ่ายสินบนน้อยที่สุดผู้ถูกสุ่มถามระบุว่า จ่ายสินบนให้ตำรวจมากที่สุดเกือบ 1 ใน 3 รองลงมาคือจ่ายให้โรงเรียน 22% ให้โรงพยาบาล 18% ผู้ถูกสุ่มถามแค่ 1 ใน 5 ยังเชื่อว่าการคอร์รัปชันในประเทศของตนลดลง ขณะที่ราว 40% เชื่อว่าการคอร์รัปชันเพิ่มขึ้น ส่วนประเทศไทย ทีไอระบุว่า แม้รัฐบาล คสช.ประกาศรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันคล้ายประเทศอื่นๆ เช่น จีน เวียดนาม แต่ยังมีผู้ถูกศาลตัดสินลงโทษแค่จำนวนน้อย ทีไอยังกระตุ้นให้เหล่าผู้นำรัฐบาลปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่จะลดการติดสินบนและคอร์รัปชันลงอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2573 ด้วย.

เกิดเป็นลูกโทน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877095


เกิดเป็นลูกโทน

ลูกละมั่งพันธุ์ตะวัน ออกสมาชิกใหม่ของครอบครัวละมั่งแดงลายแปลกตา มีพ่อชื่ออาซา อายุ 7 ปี และแม่ชื่อริซโซ อายุ 5 ปี เจ้าลูกละมั่งตัวนี้มีความสูงมากกว่าครึ่งเมตร หนักเกือบ 25 กิโลกรัม หูยาว 6 นิ้ว เป็นพันธุ์ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูญพันธุ์พบในประเทศเคนยา ปัจจุบันละมั่งทั้ง 3 ชีวิต อาศัยอยู่ ในสวนสัตว์เมืองลอสแอน-เจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา.

ตำรวจออสซี่ช่วยสาวผู้ดี ถูกลักตัวข่มขืน-กักขังนาน 2 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 04:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877745


ตำรวจออสซี่ช่วยสาวผู้ดี ถูกลักตัวข่มขืน-กักขังนาน 2 เดือน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวชายชาวออสเตรเลียคนหนึ่ง และตั้งข้อหาข่มขืนและทำร้ายร่างกายหลายกระทง หลังจากเขาถูกกล่าวหาว่า ก่อเหตุจับตัวแบ็กแพ็กเกอร์สาวชาวสหราชอาณาจักรไปนานกว่า 2 เดือน…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แบ็กแพ็กเกอร์สาววัย 22 ปีผู้นี้ได้รับความช่วยเหลือเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อยานพาหนะที่เธอขับมาถูกตำรวจเรียกให้จอดที่จุดตรวจในเมืองมิตเชล ทางตะวันตกของรัฐควีนส์แลนด์ ห่างจากเมืองบริสเบน เมืองเอกของรัฐประมาณ 350 ไมล์

ตำรวจระบุว่าผู้เคราะห์ร้ายอยู่ในสภาพทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด และมีรอยขีดข่วนและรอยฟกช้ำหลายรอยบริเวณคอและใบหน้า ซึ่งผลการตรวจค้นรถ เจ้าหน้าที่พบชายคนหนึ่งอายุ 22 ปี เช่นกัน ซ่อนตัวอยู่หลังรถ

หลังจากสอบสวน ตำรวจก็จับกุมตัวชายคนนี้พร้อมทั้งตั้งข้อหาหลายอย่าง รวมถึงการพรากอิสรภาพ 2 กระทง และกระทำการรัดคออีก 4 กระทง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างเดือน ม.ค. และเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ในหลายสถานที่ทั่วรัฐควีนส์แลนด์ หลังจากทั้งคู่พบกันที่เมืองแคร์นซ์เมื่อช่วงต้นปี และเคยคบกันอยู่ช่วงหนึ่ง

ตำรวจเผยด้วยว่า ไม่มีการแจ้งความว่าหญิงสาวคนนี้หายตัวไป และเธอมีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะหนีจากคนร้ายตลอดเวลาที่ถูกจับตัว ขณะที่หนังสือเดินทางของเธอได้รับความเสียหายด้วย ทำให้เธอต้องอยู่ในออสเตรเลียไปก่อน จนกว่าเอกสารต่างๆ ของเธอจะพร้อม.

ฮังการีเอาจริง! อนุมัติจับผู้ขอลี้ภัย ‘ทุกคน’ ไว้ในค่ายตู้คอนเทนเนอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 02:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877685


ฮังการีเอาจริง! อนุมัติจับผู้ขอลี้ภัย ‘ทุกคน’ ไว้ในค่ายตู้คอนเทนเนอร์

รัฐบาลฮังการีอนุมัติมาตรการจับตัวผู้ขอลี้ภัยทุกคนในประเทศไปรวมกันในค่ายซึ่งทำจากตู้คอนเทนเนอร์บริเวณชายแดน ทำให้หน่วยงานในสหประชาชาติออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรการนี้…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 7 มี.ค. เสียงส่วนใหญ่ในสภานิติบัญญัติของฮังการีอนุมัติผ่านกฎหมายควบคุมตัวผู้ขอลี้ภัยที่ต้องการเข้าสู่ฮังการีทุกคนโดยอัตโนมัติ รวมทั้งผู้ขอลี้ภัยที่อยู่ในประเทศแล้ว โดยพวกเขาจะถูกพาไปรวมตัวกันที่ค่ายซึ่งสร้างจากตู้คอนเทนเนอร์ ระหว่างรอกระบวนการขอลี้ภัย ซึ่งกระบวนการอุทธรณ์ต่อต้านการปฏิเสธคำร้องจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่วนผู้ที่ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศอาจต้องจ่ายค่าที่อยู่ในค่ายเอง

นายกรัฐมนตรี วิคตอร์ ออร์บัน ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการโจมตีฝีมือผู้อพยพหลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้นในยุโรปในช่วงที่ผ่านมา เขาระบุด้วยว่า ตอนนี้ฮังการีถูกปิดล้อม “การไหลบ่าของผู้อพยพแค่ช้าลง แต่มันยังไม่จบ เราต้องซื้อเวลาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่แนวการป้องกันของเรา”

นายออร์บันกล่าวด้วยว่า การอพยพคือม้าไม้เมืองทรอยของการก่อการร้าย หากโลกเห็นว่าเราสามารถปกป้องชายแดนของเรา ก็จะไม่มีใครพยายามเข้าฮังการีอย่างผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มรวมทั้งองค์กรนิรโทษกรรมสากลออกมาแสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่าเป็นกระแสหวาดกลัวชาวต่างชาติ “มาตรการนี้จะส่งผลกับเด็กด้วย ซึ่งละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายยุโรปอย่างร้ายแรง” นางเการี วาน กูลิค รองผู้อำนวยการองค์กรนิรโทษกรรมสากลในยุโรปกล่าว “การทิ้งผู้อพยพและผู้ลี้ภัยไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ไม่ใช่นโยบายรับผู้อพยพ แต่เป็นการหลีกเลี่ยงต่างหาก”

อนึ่ง ฮังการีมีนโยบายแข็งกร้าวกับผู้อพยพมาตลอด โดยในปี 2015 พวกเขากลายเป็นหนึ่งในทางผ่านของผู้ลี้ภัยที่ต้องการเข้าสู่ประเทศเยอรมนีและชาติอื่นๆ ในยุโรป ทำให้ฮังการีตอบโต้ด้วยการตั้งรั้วลวดหนามกั้นชายแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศเซอร์เบียและโครเอเชีย

อึ้ง! คนใจบาปบุกฆ่าแรดตัดนอถึงในสวนสัตว์ฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 01:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877666


อึ้ง! คนใจบาปบุกฆ่าแรดตัดนอถึงในสวนสัตว์ฝรั่งเศส

วินซ์ แรดขาววัย 4 ปีเกิดเหตุนักล่าสัตว์บุกสังหารแรดตัวหนึ่งภายในสวนสัตว์แห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส พร้อมกับตัดนอของแรดตัวนี้ไปด้วย นับเปิดเหตุการณ์ล่าสัตว์ถึงภายในสวนสัตว์ครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้นในทวีปยุโรป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ทัวรี พบซากของเจ้า วินซ์ แรดขาววัย 4 ปีอยู่ภายในกรงของมันเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายบุกเข้ามาในสวนสัตว์ในคืนวันจันทร์ และใช้อาวุธปืนยิงมัน 3 นัดจนตาย ก่อนจะใช้เลื่อยไฟฟ้าตัวนอของมันออก 1 นอ แต่ตัดนอที่ 2 ไม่ขาด ก่อนจะหลบหนีไป

advertisement

เจ้าหน้าที่เปิดเผยด้วยว่า แรดขาวอีก 2 ตัวในสวนสัตว์แห่งนี้คือเจ้า แกรซี อายุ 37 ปี และเจ้า บรูโน อายุ 5 ปี รอดจากการสังหารครั้งนี้ไปได้

ทั้งนี้ แรดสายพันธ์ุแอฟริกาในธรรมชาติตกเป็นเหยื่อถูกมนุษย์ล่าเพื่อเอานอไปขายตกเดือนละกว่า 100 ตัว โดยนอหนัก 1 กก. สามารถนำไปขายในตลาดมืดได้ราคาสูงถึง 60,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการล่าแรดถึงภายในสวนสัตว์ยุโรป ขณะที่ฝรั่งเศสเพิ่งออกกฎหมายให้การขายนอแรดและงาช้างเป็นเรื่องผิดกฎหมายเมื่อปีก่อนนี้เอง

จีนเตือนมะกัน-โสมขาว ระวังผลที่ตามมาหลังติดตั้งระบบสกัดขีปนาวุธ THAAD

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2560 23:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877607


จีนเตือนมะกัน-โสมขาว ระวังผลที่ตามมาหลังติดตั้งระบบสกัดขีปนาวุธ THAAD

ระบบสกัดขีปนาวุธ ธาดจีนเตือนสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ให้ระวังผลที่ตามมา หลังสหรัฐฯ ส่งระบบสกัดขีปนาวุธ ธาด ไปติดตั้งในเกาหลีใต้แล้วในวันอังคาร แม้ว่าจีนจะคัดค้านมาตลอด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการจีนออกโรงเตือนสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ ให้ระวังผลที่ตามมา หลังจากสหรัฐฯ ตัดสินใจเริ่มติดตั้งระบบยิงสกัดขีปนาวุธพิกัดตำแหน่งสูง ‘ธาด’ (Terminal High Altitude Area Defense- THAAD) ในแดนโสมขาวแล้วในวันอังคารที่ 7 มี.ค. หลังเกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบยิงขีปนาวุธ 4 ลูกตกในทะเลญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

advertisement

นาย เกิง ฉวง โฆษกกระทรวงกิจการต่างประเทศของจีน ออกมาประณามการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการติดตั้งระบบสกัดขีปนาวุธ ธาด และประกาศว่าจีนจำใช้มาตรการต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางความมั่นคงของตัวเอง “สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะต้องแบกรับผลกระทบต่างๆ ที่จะตามมา” นายเกิง กล่าว และย้ำว่า ทั้งสองประเทศกำลังเดินบนเส้นทางที่ผิดมากขึ้นเรื่อยๆ

ระบบสกัดขีปนาวุธ ธาด ของสหรัฐฯ ถูกส่งมาถึงฐานทัพอากาศ ไอซาน ในเมืองพยองแท็ค ของเกาหลีใต้แล้วเมื่อวันอังคาร

ทั้งนี้ จีนคัดค้านการติดตั้งระบบ ธาด ในเกาหลีใต้มาตลอดเพราะกลัวว่าเรดาร์ของระบบธาดจะครอบคลุมถึงดินแดนจีน และเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา สื่อทางการของประเทศจีนคอยย้ำเตือนว่า การติดตั้งระบบสกัดขีปนาวุธ ธาด จะนำไปสู่การทำลายความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ และเรียกร้องให้ชาวจีนคว่ำบาตรไม่ใช้สินต้าจากเกาหลีใต้ โดยเจ้าหน้าที่จีนเพิ่งบังคับปิดร้านค้าจำนวน 23 ร้าน ของกลุ่มบริษัท ลอตเต ซึ่งตกลงมอบที่ดินให้รัฐบาลแดนกิมจิเพื่อติดตั้ง ธาด

สำนักข่าวซินหัว สื่อหลักของจีนเตือนด้วยว่า ระบบสกัดขีปนาวุธ ธาด จะทำให้เกิดการแข่งขันสะสมอาวุธขึ้นในภูมิภาค และการเสริมระบบป้องกันเป็นโล่ ก็อาจจะทำให้เกิดการพัฒนาอาวุธเป็นหัวหอกใหม่ๆ ขึ้นมา การที่ฝ่ายหนึ่งติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธเพิ่มขึ้น จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถฝ่าโล่นี้ได้ เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลชันสูตรชี้ ‘จอร์จ ไมเคิล’ นักร้องดังผู้ดีตายเพราะหัวใจล้มเหลว-โรคตับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2560 22:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877551


ผลชันสูตรชี้ ‘จอร์จ ไมเคิล’ นักร้องดังผู้ดีตายเพราะหัวใจล้มเหลว-โรคตับ

เจ้าหน้าที่ชันสูตรของอังกฤษเผยสาเหตุการณ์เสียชีวิตของ จอร์จ ไมเคิล นักร้องชื่อดังผู้จากโลกนี้ไปเมื่อปลายปีก่อน โดยระบุว่าเสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติ…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพในสหราชอาณาจักรออกมาเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตของนาย จอร์จ ไมเคิล ศิลปินนักร้องชื่อดังระดับ ‘ซุปเปอร์สตาร์’ แห่งเกาะอังกฤษ ผู้จากโลกนี้ไปด้วยวัย 53 ปี เมื่อ 25 ธ.ค. ปีก่อน ว่า เสียชีวิตด้วยสาเหตุธรรมชาติ จากอาการหัวใจล้มเหลว และโรคเกี่ยวกับตับ และไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเขาอีก

นาย ดาร์เรน ซอลเตอร์ เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพอาวุธโสของมณฑลออกซ์ฟอร์ดเชียร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ระบุในแถลงการณ์ว่า “การสืบสวน (การเสียชีวิตของจอร์จ ไมเคิล) ยุติลง เนื่องจากมีการยืนยันการเสียชีวิตด้วยสาเหตุธรรมชาติ ด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจชนิดห้องหัวใจขยายใหญ่ผิดปกติ (Dilated cardiomyopathy) กับกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน (myocarditis) และไขมันพอกตับ”

ทั้งนี้ จอร์จ ไมเคิล เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังในยุคปี 1980 กับวงดูโอ ‘แวม!’ (Wham!) ด้วยเพลงฮิตมากมายเช่น ‘Wake Me Up Before You Go-Go’, ‘Last Christmas’, ‘Careless Whisper’ และ ‘Young Guns (Go For It!)’ ก่อนจะประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวเช่นกัน

ทิ้งระเบิดหูดับตับไหม้! อิรักเฮ ยึดที่ทำการรัฐในโมซูล จากไอซิสได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2560 18:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877345


ทิ้งระเบิดหูดับตับไหม้! อิรักเฮ ยึดที่ทำการรัฐในโมซูล จากไอซิสได้แล้ว

(ทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษของอิรัก ในเมืองโมซูล)กองกำลังทหารอิรักกำลังใจมาตรึม…บุกยึดที่ทำการรัฐในเมืองโมซูล คืนจากไอซิสได้แล้ว หลังโหมทิ้งระเบิดโจมตีหนักมากตลอดทั้งคืน จนถือเป็นชัยชนะในเชิงยุทธศาสตร์ และสัญลักษณ์ กรุยทางไปสู่การบุกยึดย่านเมืองเก่า ทางตะวันตกของเมืองที่ยังตกอยู่ใต้การยึดครองของกลุ่มสุดโหด

เมื่อ 7 มี.ค.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กองกำลังทหารอิรักดำเนินปฏิบัติการโจมตีที่สร้างความประหลาดใจ จนสามารถบุกยึด ที่ทำการรัฐ ในเมืองโมซูล เมืองใหญ่อันดับ 2 ของอิรัก คืนจากอุ้งมือกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม หรือไอซิสได้แล้ว หลังจากได้เปิดฉากพยายามตียึดเมืองโมซูล ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว โดยชาวอิรักในเมืองโมซูล ที่อยู่ทางเหนือของประเทศเปิดเผยว่า มีการทิ้งระเบิดหนักหน่วงมากที่สุดเมื่อคืนว้นจันทร์ที่ผ่านมา (6 มี.ค.) นับตั้งแต่กองกำลังอิรักพยายามบุกตียึดพื้นที่ด้านตะวันตกของเมืองโมซูล เมื่อ 19 ก.พ.

ข่าวแจ้งว่า ถึงแม้โครงสร้างของอาคารที่ทำการรัฐในเมืองโมซูล จะได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง แต่การยึดที่ทำการรัฐคืนมาได้นั้น ถือเป็นชัยชนะในเชิงยุทธศาสตร์และสัญลักษณ์​เหนือกลุ่มไอซิส นอกจากนั้นแล้ว กองกำลังทหารอิรักยังได้ยึดพิพิธภัณฑ์ ธนาคารแห่งชาติ สาขาเมืองโมซูล และศาลที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน คืนมาจากไอซิสได้ด้วย หลังจากกลุ่มไอซิสได้บุกยึดเมืองโมซูลมาตั้งแต่ปี 2557 โดยศาลแห่งนี้ ยังถูกกลุ่มไอซิสใช้เป็นสถานที่ในการตัดสินลงโทษผู้คนด้วยวิถีป่าเถื่อน ไม่ว่าจะเป็นการโดนขว้างปาด้วยก้อนหิน ตัดมือ หรือโยนคนลงมาจากหลังคาเพื่อลงโทษอย่างเหี้ยมโหด

บีบีซี ชี้ว่า การที่กองกำลังอิรักสามารถขยับยึดพื้นที่ด้านตะวันตกของเมืองโมซูล ได้มากขึ้น ถือเป็นการเปิดทางนำไปสู่การบุกโจมตีย่านเมืองเก่า หรือ Old City ซึ่งเป็นพื้นที่มีพลเรือนอาศัยอยู่หนาแน่นมากที่สุด และยังตกอยู่ใต้การยึดครองของกลุ่มไอซิส โดยมีรายงานว่าหลังจากกองกำลังทหารอิรักสามารถยึดที่ทำการรัฐในเมืองโมซูลคืนมาได้แล้ว ยังสามารถยึดสะพาน อัล-เฮอริยา (เสรีภาพ) ที่เป็นเส้นทางข้ามแม่น้ำไทกริสคืนมาได้ด้วย

ทั้งนี้ สหประชาชาติประเมินว่า ขณะนี้ยังคงมีพลเมืองอิรักอยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกของเมืองโมซูลนับ 800,000 คน หลังจากการสู้รบในเมืองโมซูลที่ผ่านมา ทำให้แต่ละวัน มีชาวเมืองหลายพันคนหลั่งไหล อพยพหนีภัยความรุนแรงออกจากเมืองโมซูล

คณะผู้แทนกลุ่มมิตรภาพรัฐสภา ไทย-เวียดนาม ร่วมประชุมทวิภาคี ที่ฮานอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 7 มี.ค. 2560 16:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877265


คณะผู้แทนกลุ่มมิตรภาพรัฐสภา ไทย-เวียดนาม ร่วมประชุมทวิภาคี ที่ฮานอย

วันที่ 6 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 นาฬิกา ณ สภาแห่งชาติ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม คณะผู้แทนกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-เวียดนาม นำโดย นายศักดิ์ชัย ธนบุญชัย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานกลุ่มมิตรภาพฯ เข้าร่วมประชุมทวิภาคีกับ นาย Pham Dihn Thuan ประธานกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาเวียดนาม-ไทย จากนั้น เวลา 14.00 นาฬิกา เข้าร่วมประชุมทวิภาคีกับ นาย Le Van Nhuong รองประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมและความมั่นคง ต่อมาเวลา 15.00 นาฬิกา เข้าร่วมประชุมทวิภาคีกับคณะผู้แทนสภาหอการค้าและอุตสาหกรรม ณ ที่ทำการสภาหอการค้าและอุตสาหกรรม กรุงฮานอย