ทองคำเปิดตลาดลง 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,900

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มี.ค. 2560 09:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/876677


ราคาทองวันที่ 7 มี.ค. เปิดตลาดราคาลดลง 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,300 ขายออกบาทละ 20,400 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,935.40 ขายออกบาทละ 20,900 บาท

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 60 สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.26 น. ราคาลดลง 50 บาท จากเมื่อวาน ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,300 บาท ขายออกบาทละ 20,400 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,935.40 บาท ขายออกบาทละ 20,900 บาท.

 

โฆษกปรองดอง อุบ รายชื่อ พท.ถกปรองดอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262777

โฆษกปรองดอง อุบ รายชื่อ พท.ถกปรองดอง

การเมือง  : 3 มี.ค. 2560

โฆษกปรองดอง อุบ รายชื่อ พท.ถกปรองดอง วอน พรรคการเมือง ระวังเสนอความเห็นผ่านสื่อ หวั่นสร้างเงื่อนไข เผยพล.อ.ประวิตร ฝาก กอ.รมน.ภาค-จว. เปิดเสรี รับฟังข้อเสนอแนะระดับพื้นที่, โฆษก, ปรองดอง, อุบ, รายชื่อ, โฆษกปรองดอง, พทถกปรองดอง, พลอประวิตร

โฆษกปรองดอง อุบรายชื่อ พท.ถกปรองดอง วอน พรรคการเมืองระวังเสนอความเห็นผ่านสื่อ หวั่นสร้างเงื่อนไข เผย“พล.อ.ประวิตร” ฝาก กอ.รมน.ภาค-จว. เปิดเสรี รับฟังข้อเสนอแนะ

3 มี.ค.60-โฆษกปรองดอง อุบ รายชื่อ พท.ถกปรองดอง วอน พรรคการเมือง ระวังเสนอความเห็นผ่านสื่อ หวั่นสร้างเงื่อนไข เผย“พล.อ.ประวิตร” ฝาก กอ.รมน.ภาค-จว. เปิดเสรี รับฟังข้อเสนอแนะระดับพื้นที่

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะโฆษกในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ว่า ในวันนี้มี 4 พรรคการเมืองเข้ามาเสนอความคิดเห็น คือ พรรคเงินเดือนประชาชน พรรคแทนคุณแผ่นดิน พรรคเพื่อสันติ พรรคเสรีรวมไทย ว่า บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ทั้ง พรรคมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ประชาชนทราบถึงต้นเหตุแห่งความขัดแย้ง และวิธีแก้ปัญหาคือต้องเปิดกว้าง รับฟังซึ่งกันและกัน ปรับบทบาทตนเองเพื่อมองประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้ง

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า โดยมองเรื่องของความขัดแย้งว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางการเมือง พรรคการเมืองควรปรับบทบาทของตนให้เป็นสถาบันทางการเมืองมากขึ้น รับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น รัฐและส่วนกลางต้องกำหนดกรอบกิติกาทางการเมืองให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ไม่ให้มีการซื้อสิทธิขายเสียงอันจะนำมาซึ่งการถอนทุนทางการเมือง เกิดเป็นปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมชี้ไม่ควรนำความแตกต่างทางศาสนาไปผูกโยงกับเรื่องทางการเมือง

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ในด้านความยุติธรรม มองว่าประชาชนขาดความเชื่อมั่น เกิดเป็นความเชื่อว่า ทำผิดไม่ถูกทำโทษ ซึ่งรัฐต้องทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พึ่งให้แก่สังคมให้ได้ โดยควรมีบทลงโทษให้หลาบจำและบังคับมีการใช้กฎหมายกับองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง ด้านสื่อมวลชน มองว่ามีบทบาทขยายความขัดแย้งในวงกว้าง กลุ่มทุนมีบทบาทและอิทธิพลต่อสื่อ ทำให้สื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง นำเสนอข่าวสารอย่างไม่ครบถ้วน รอบด้าน และขาดอิสระเบี่ยงเบนออกไปจากจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อ ส่วนด้านการปฏิรูป ระบุต้องทำไปพร้อมกัน ด้วยความเข้าใจทุกภาคส่วน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เน้นประชาชนต้องมีส่วนร่วมและทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมือง

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า โดยในสัปดาห์หน้า วันที่่ 6 มีนาคม ในช่วงบ่าย จะมีการเชิญพรรคภูมิใจไทย พรรคภราดรภาพ เข้าหารือ ส่วนในวันอังคารที่ 7 มีนาคม ในช่วงบ่าย จะมีการเชิญพรรคพลังพลเมือง พรรคพลังประเทศไทย พรรคประชาสันติ และพรรคสังคมประชาธิปไตย เข้าหารือ วันที่ 8 มีนาคม ช่วงเช้า จะมีพรรคเพื่อไทย เข้าร่วม ส่วนจะเป็นรักษาการหัวหน้าพรรค หรือแกนนำพรรคนั้น ยังไม่อยากระบุถึงรายละเอียด รอให้ถึงวันดังกล่าวก่อน เกรงว่าจะเกิดความผิดพลาด แต่เป็นผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย

ในส่วนของกลุ่ม กปปส.นั้น อยู่ระหว่าง งานด้านธุรการ ในการนัดวันเวลาที่แน่ชัด และจากการรับฟังข้อมูลจากสื่อ ทาง กปปส.ได้ตอบรับที่จะมาร่วมแล้ว พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ทั้งนี้ตลอดการเชิญพรรคการเมืองเข้าพูดคุย ได้มีการส่งสรุปไปยังคณะอนุกรรมการชุดที่ 2 และ 3 ควบคู่กันไป เพื่อพิจารณารวบรวมบูรณาการความคิดเห็นและจัดทำข้อเสนอ ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินการระดับพื้นที่ มีการดำเนินการไปแล้วทั่วทุกภาค ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต บุรีรัมย์ เป็นต้น โดยมีการเชิญทั้งกลุ่มสื่อมวลชน สถาบันการศึกษา นักธุรกิจ กลุ่มภาคเกษตร นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ร่วมพูดคุยแบบเป็นกันเอง โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตีรและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำ การทำงานของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ทั้งระดับภาคและจังหวัด ให้เปิดเสรีในการทำงานในแต่ละพื้นที่ เปิดกว้างรับฟังทุกกลุ่ม และรับฟังปัญหาในพื้นที่ควบคู่กันไปด้วย

พล.ต.คงชีพ ฝากไปถึงพรรคกาารเมือง ที่มีการเสนอข้อคิดเห็นผ่านสื่อ ขอให้ใช้ดุลพินิจและความเหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขทางสังคม และกระทบต่อบรรยากาศปรองดองที่ประชาชนร่วมมกันสร้างขึ้น แนะให้เสนอผ่านเวทีปรองดอง ที่เปิดกว้างทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ ทั้งสื่อมวลชนเองควรนำเสนอข้อมูลอย่างมีดุลยพินิจที่มีความเหมาะสม ไม่ควรนำคำถามคำตอบโต้ตอบกันไปมา ซึ่งอาจสร้างความสับสนให้สังคม.

 

ร้อง “บิ๊กตู่”ออกเอกสิทธิ ทับที่”โครงการพระราชดำริ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262772

ร้อง “บิ๊กตู่”ออกเอกสิทธิ ทับที่”โครงการพระราชดำริ”

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 3 มี.ค. 2560

คมชัดลึก, ออกเอกสารสิทธิ, ร้อง, บิ๊ก, ตู่, ออก, เอกสิทธิ, ทับที่, โครงการ, พระราชดำริ, บิ๊กตู่ออกเอกสิทธิ, บิ๊กตู่, โครงการพระราชดำริ, ชาวชุมพร, สนงที่ดินชุมพร

“ชาวชุมพร” ร้อง “บิ๊กตู่” เช็กบิล “สนง.ที่ดินชุมพร” หลัง ออก น.ส.3.ก. มิชอบ ทับพื้นที่ “โครงการพระราชดำริ” เอื้อ นายทุนครอบครอง

. นายสันติ หอมละออ กำนัน ต.บางลึก อ.เมือง จ. ชุมพร พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนกว่า 50 คน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการบุกรุกยึดถือครอบครองเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ตามโครงการพระราชดำริ

นายสันติ กล่าวว่า ที่ดินทุ่งหนองใหญ่จำนวน  2,000 ไร่ เป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ประเภทพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งเป็นพื้นที่ตามโครงการพระราชดำริ  ช่วยแก้ไขปัญหาภัยพิบัติอุทกภัยร้ายแรงสำหรับ จ.ชุมพร  รวมถึงไว้ใช้ประโยชน์ในการดำเนินโครงการต่างๆ  ตามแนวโครงการพระราชดำริ  เพื่อประโยชน์ของประชาชน จ.ชุมพรและใกล้เคียง แต่ทางสำนักงานที่ดิน จ.ชุมพร กลับออกเอกสารสิทธิ เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3.ก.) โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทับซ้อนพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ผู้มีอิทธิพลรวมถึงกลุ่มนายทุน ทำการซื้อขาย ส่งมอบ อ้างสิทธิครอบครองตามเอกสารสิทธิฯ บุกยึดเข้าครอบครองทำให้พื้นที่สาธารณะตกเป็นของเอกชน  ส่งผลให้รัฐและชาว จ.ชุมพรเสียประโยชน์  จึงเรียกร้องให้นายกฯ อธิบดีกรมที่ดิน และผู้ว่าฯชุมพร  ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ทำการตรวจสอบ และเพิกถอนเอกสารสิทธิฯ ให้ถูกต้อง

 

ผบ.ทบ. ลงใต้พรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262761

ผบ.ทบ. ลงใต้พรุ่งนี้

การเมือง  : 3 มี.ค. 2560

คมชัดลึก, ลงใต้, ผบ.ทบ., ผบทบ, ใต้, พรุ่งนี้, ลงใต้พรุ่งนี้

ผบ. ทบ. เตรียมลงใต้พรุ่งนี้ ติดตามเหตุยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อ.รือเสาะ ยังไม่ฟันธงสาเหตุ

     พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาร ผบ.ทบ.กล่าว ถึงกรณีเหตุลอบทำร้ายผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จนทำให้เสียชีวิต 4 รายว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปถึงสาเหตุได้ว่าเกิดจากอะไร หรือเกิดจากการพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุขหรือไม่ ซึ่งปกติแล้วสถานการณ์ก็เป็นห้วงระยะเวลาที่กลุ่มผู้ก่อเหตุได้เตรียมการไว้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ในจังหวัดไหนที่เจ้าหน้าที่หละหลวมหรือพลาดเขาก็จะก่อเหตุตลอดเวลา ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยก็ได้ ทั้งนี้ในภาพรวมแล้วพื้นที่ที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ในกรอบของการพูดคุย

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตามตนก็ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่ถูกทำร้ายและสั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 เข้าไปดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่รวมทั้งให้ไปดูถึงสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยและได้ฝากให้เร่งรัดในการดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัยของประชาชน เดิมทีเรามีความกังวลในเรื่องของการใช้วัตถุระเบิดจึงมีการเข้มงวดกวดขันในเรื่องนี้ แต่ฝ่ายตรงข้ามได้เปลี่ยนวิธีการใช้อาวุธซึ่งบางครั้งจะทำให้การทำมัดระวังได้ยากขึ้นแต่ในบทบาทหน้าที่เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำให้ดีที่สุด

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ในขณะนี้เรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยต้องทำไปตามกรอบที่ตัวเองรับผิดชอบของแต่ละหน่วย และควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ให้ได้ สำหรับการพูดคุยสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นอีกเรื่องนึงก็ต้องแยกกัน ไม่ใช่ว่าพูดคุยกันไม่ได้แล้วมาก่อเหตุ และการพูดคุยในภาพรวมก็คืบหน้าไปพอสมควร ในส่วนของการปฏิบัติงานในพื้นที่จะต้องเคร่งครัดในการรักษาความปลอดภัยประชาชน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว แต่เมื่อผู้ก่อเหตุเปลี่ยนมาเป็นใช้อาวุธปืนมายิงประชาชนจึงทำให้การดูแลเป็นไปได้ยากขึ้น ทั้งนี้ประชาชนก็จะต้องช่วยเจ้าหน้าที่เป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล

” เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เนื่องจากผู้เสียชีวิตได้นำครอบครัวมาส่งที่โรงเรียนและถูกกราดยิงสำหรับต้นสายปลายเหตุ ผมยังไม่ทราบจะให้ตอบว่า เป็นเพราะอะไรอย่างไร ผมยังไม่สามารถตอบได้ เพราะเรื่องเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (2 มี.ค.)และในวันพรุ่ง(4 มี.ค.)นี้ผมจะลงพื้นที่เพื่อไปเร่งรัดเรื่องนี้ ไปดูรายละเอียด แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ยังไม่สามารถบอกถึงสาเหตุได้ ไม่ใช่ว่าเพราะเกิดเรื่องแล้วโยนไปเรื่องส่วนตัว ไม่ถูกต้อง จะต้องมีการตรวจสอบที่มาที่ไปว่าทั้งหมดนั้นคืออะไร ถ้าหากเป็นการก่อเหตุรุนแรงเขามีจุดประสงค์อะไรเกี่ยวข้องกับการพูดคุยหรือไม่ ผมมองว่ามันเป็นจุดอ่อนและจังหวะของผู้ก่อเหตุที่จะลงมือ” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

พลเอก เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กรณีดังกล่าว ทางคณะกรรมการพูดคุยสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะกรรมการด้านเทคนิค ทั้งสองฝ่าย ต้องไปพูดคุยในเรื่องของรายละเอียดรายละเอียดอีกครั้ง แต่การพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องดำเนินการต่อไป ไม่ใช่ว่าเมื่อเกิดเหตุตรงนี้แล้วแล้วจะยกเลิกการพูดคุยทั้งหมดคงไม่ใช่เพราะแต่ขอเวลาตรวจสอบหาสาเหตุสักระยะหนึ่ง

 

“ก่อแก้ว” ปัด นปช. ส่งการ์ดร่วมธรรมกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262767

“ก่อแก้ว” ปัด นปช. ส่งการ์ดร่วมธรรมกาย

การเมือง  : 3 มี.ค. 2560

ก่อแก้ว ปัด นปช. ส่งการ์ดร่วมธรรมกาย ชี้ ข่าวบิดเบือน ใส่ร้ายเสื้อแดง วอน ใช้สันติวิธี จัดการ หวั่น แตกแยกเพิ่ม, ก่อ, แก้ว, ปัด, นปช, ส่ง, การ์ด, ร่วม, ธรรมกาย, ก่อแก้ว, ส่งการ์ดร่วมธรรมกาย

“ก่อแก้ว” ปัด นปช. ส่งการ์ดร่วมธรรมกาย ชี้ ข่าวบิดเบือน ใส่ร้ายเสื้อแดง วอน ใช้สันติวิธี จัดการ หวั่น แตกแยกเพิ่ม

3 มี.ค.60-นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กลุ่มนปช. เข้าไปเกี่ยวข้องกับวัดธรรมกายโดยนปช. ส่งการ์ด 500 คนไปช่วยเหลือทางวัดเพื่อต่อต้านเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่า ในฐานะแนวร่วมนปช.ขอเรียนว่าเป็นเรื่องที่ไม่จริง นปช.เป็นองค์กรการเมืองที่ทำหน้าที่พิทักษ์ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ได้มีหน้าที่พิทักษ์ศาสนาหรือวัดใด แกนนำและแนวร่วมของ นปช.ประกอบด้วยคนไทยที่นับถือทุกศาสนา และ นปช.เคารพสิทธิเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนาของแต่ละบุคคลตามสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย อีกด้านหนึ่งวัดธรรมกาย ก็ประกอบด้วยคนทุกสีเสื้อที่พร้อมเพรียงใจกันถอด เสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อน้ำเงิน เสื้อเขียว หันไปใส่เสื้อขาว ร่วมกันปฏิบัติธรรมตามความเชื่อของตน และอยู่ร่วมกันในวัดอย่างสันติสุข ปรองดองช่วยเหลือกัน ไม่แบ่งแยกสีเสื้อ เป็นแบบอย่างของการปรองดองโดยใช้ธรรมะมาหลอมรวมจิตใจกัน

"ก่อแก้ว" ปัด นปช. ส่งการ์ดร่วมธรรมกาย

ทั้งนี้การบิดเบือนข่าวดังกล่าว ตนไม่แน่ใจว่าเป็นการข่าวที่ผิดพลาด หรือเป็นความพยายามในการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารเพื่อใส่ร้ายป้ายสี เหมือนกับที่ นปช.ถูกใส่ร้ายป้ายสีมาโดยตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งที่นปช.มีเป้าหมายเดียว คือประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่แท้จริง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายก่อแก้ว กล่าวต่อว่า แม้ว่านปช. ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับทางวัดธรรมกาย แต่ในฐานะแนวร่วมของนปช. ก็ไม่เห็นด้วยในการใช้มาตรา 44 ในการดำเนินการกับพระธัมมชโย รวมถึงการตั้งข้อหาต่างๆกับวัดหลายร้อยคดี เพราะเกิดข้อครหาและสังคมมองว่าไม่เป็นธรรม เป็นการกลั่นแกล้งกัน และคาดเดาว่ารัฐบาลมีเจตนาอื่นนอกเหนือจากการจับกุมพระธัมมชโย ซึ่งถ้าหากรัฐบาลมีเป้าหมายในการยึดวัดและทำลายแนวทางของวัดธรรมกายตามที่สังคมเล่าลือกันจริง

นอกจากนี้ตนมีความห่วงใยว่า อาจจะเป็นโทษมากกว่าเป็นประโยชน์ เพราะถึงแม้จะยึดวัดได้ แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถยึดกุมหัวใจศิษย์ธรรมกายนับล้านคนได้เลย และอีกด้าน ประเทศไทยที่มีปัญหาความแตกแยกทางสังคมจากเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจอยู่แล้ว จะเกิดความแตกแยกจากเรื่องศาสนาเพิ่มเข้ามาอีก ลำพังแค่จะแก้ปัญหาความแตกแยกทางการเมืองก็สำเร็จได้ยากมากอยู่แล้ว

"ก่อแก้ว" ปัด นปช. ส่งการ์ดร่วมธรรมกาย

อย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลใช้กฎหมายเผด็จการ ใช้กำลังตำรวจทหารอย่างแข็งขัน ปิดล้อมวัด บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ในการจัดการกับวัด ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและสงบสุข ไม่ใช่รังเจ้าพ่อ ซุ้มมือปืนหรือพ่อค้ายาเสพติด เป็นภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อรัฐบาลและประเทศอย่างยิ่ง ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากไม่เข้าใจและห่วงใย  จึงอยากจะให้รัฐบาลทบทวนแนวทางและหาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกันกับวัดธรรมกายอย่างสันติวิธีด้วยความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน.

 

กกต.แจงข้ามประเทศ ! ยันดูงาน”ญี่ปุ่น-เกาหลี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262663

กกต.แจงข้ามประเทศ ! ยันดูงาน”ญี่ปุ่น-เกาหลี”

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2 มี.ค. 2560

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต., POLกกตแจงข้ามประเทศ, ไม่ได้ไปเ, ไม่ได้ไปเที, กกต, แจง, ข้าม, ประเทศ, ยัน, ดูงาน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, กกตแจงข้ามประเทศ, ญี่ปุ่น-เกาหลี

เลขาฯ กกต.แจงข้ามประเทศ คณะ กกต.ไปดูงาน “ญี่ปุ่น-เกาหลี” ไม่ได้ไปเที่ยว ย้ำ เป็นการรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อ้างสองประเทศใช้งบฯไม่เกิน 5 ล้านบาท

       2 มี.ค. —  พ.ต.อ.จรุงวิทย์  ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะรักษาการเลขาธิการ กกต.ซึ่งเป็นประธานกลุ่มผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการบริหารงานสำหรับผู้บริหารระดับสูง (กบส.) รุ่นที่ 2  ของสำนักงาน กกต. ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากประเทศเกาหลีใต้  เพื่อชี้แจงกรณีที่กกต.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต. เดินทางไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้  (ช่วงระหว่าง 28 ก.พ.ถึง 5 มี.ค.)  ว่าการเดินทางทั้งคณะที่ไปเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เป็นการไปดูงานจริงๆ โดยคณะที่เดินทางญี่ปุ่นจะเน้นการดูงานเรื่องระบบการหาเสียง  ที่ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และร่างการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ได้นำแบบอย่างของญี่ปุ่นมาใช้   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำหนดขนาดป้ายหาเสียง  การจัดพื้นที่ปิดป้ายหาเสียง

ส่วนคณะที่เดินทางไปเกาหลีใต้ จะเน้นเรื่องเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิค โดยเฉพาะการเดินทางไปดูงานที่   The Association of World Election Bodies.หรือ (A-Web)  จะไปดูวิวัฒนาการของเครื่องลงคะแนน ที่ทาง A-Web ได้มีการรวบรวมเครื่องลงคะแนน เครื่องนับคะแนนจากทั่วโลกมารวมไว้เพื่อไห้ได้ศึกษา   ซึ่งจะสอดคล้องกับที่ กกต.ไทยได้พัฒนาเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิค   ที่จะนำไปใช้ในการเลือกตั้งในอนาคต

ขณะเดียวกันจะไปดูเรื่องการศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง (Civic Education) ซึ่งในเรื่องดังกล่าว ทางเกาหลีใต้ให้อยู่ในความรับผิดชอบของ กกต.เกาหลี แต่ของไทยยังไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจน และสปท.มีแนวความคิดที่จะเสนอให้สถาบันพระปกเกล้าฯเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งกกต.ไม่เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมา กกต.ได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวโดยใช้ชื่อโครงการว่า พลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย และมีการขยายไปสู่ระดับตำบล เช่น ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยระดับตำบล หรือ ศส.ปชต. ดังนั้นเมื่อ กกต.กลับมาก็นำต้นแบบของเกาหลีมาพยายามผลักดันให้ กกต.ได้เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการเรื่องนี้  อย่างไรก็ตามทั้งสองคณะที่ไป  จะได้มีโอกาสหารือร่วมกับสถานทูตไทยใน 2 ประเทศ เรื่องการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร  เพราะตามร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.จะให้มีการนับคะแนนที่สถานทูต  ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานทูตจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งที่ยังไม่มีความชำนาญ ก็จะต้องหารือพูดคุยกัน

“ยืนยันว่าการไปครั้งนี้ไม่ได้เที่ยวเลย เป็นการไปดูงานที่เหนื่อยมาก แต่ก็ได้ประโยชน์เยอะ และใช้งบประมาณไม่มาก เราพยายามที่จะใช้งบประมาณอย่างประหยัด  โดยทั้งสองคณะที่ไปญี่ปุ่นและเกาหลีใต้  ทุกคนเดินทางโดยนั่งเครื่องชั้นประหยัด   และ กกต.ที่เดินทางไปก็ไม่ได้มีผู้ติดตามส่วนตัวแต่ใช้พนักงานที่ดูแลคณะคอยอำนวยความสะดวก   ขนาดห้องพักยังเป็นห้องพักราคาเดียวกับที่ผู้เข้ารับการอบรมพัก ทั้งสองคณะที่เดินทางไปในครั้งนี้ใช้งบฯไม่เกิน 5 ล้านบาท  และเมื่อกลับมาแล้วก็ต้องมีการทำรายงานเสนอต่อกกต.การไปครั้งนี้จึงถือว่าไปแล้วคุ้มค่า”พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า ทำไมไม่ให้เจ้าหน้าที่ไปดูงาน โดยที่กกต.ไม่ต้องไปด้วยและทำไมไปคณะใหญ่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ชี้แจงว่า ผู้ที่เข้าอบรมในรุ่นนี้จะขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงในอนาคต ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนในเรื่องเหล่านี้ สำนักงานจึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องไปศึกษาเรียนรู้และบางเรื่องก็เป็นเรื่องใหม่  เช่น ระบบการหาเสียง    ส่วนที่ กกต.ต้องเดินทางไปด้วย เพราะว่าต้องมีการเข้าพบผู้นำองค์กร  จึงถือเป็นการให้เกียรติกับหน่วยงานนั้น และคณะก็จะได้รับการต้อนรับที่ดี และการไปดูงานก็ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

ต่อข้อถามที่ว่าทำไมรุ่นก่อนหน้านี้จึงไม่มีการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ชี้แจงว่าเท่าที่จำได้ รุ่นที่แล้วเหมือนเป็นช่วงที่สำนักงาน กกต.ประสบปัญหาเรื่องเงิน และเป็นช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองไม่ปกติ   จึงได้งดการไปดูงานต่างประเทศ และเมื่อถามย้ำว่า ก่อนไปได้มีการรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ เพราะนายกรัฐมนตรีมีนโยบายไม่อยากให้เดินทางไปดูงานต่างประเทศ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่าไม่ได้มีการทำหนังสือแจ้ง  เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูดในการให้สัมภาษณ์  ว่าหากเป็นเรื่องจำเป็นก็สามารถทำได้  แต่ใช้งบฯด้วยความหยัด  ซึ่งเราก็ได้ทำเช่นนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 1 มี.ค. เมื่อคณะของนายบุญส่ง น้อยโสภณ และนายธีรวัฒน์  ธีรโรจน์วิทย์ กกต. พร้อมคณะผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตร กบส. รุ่นที่ 2 ไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น  ได้เข้าพบนายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตและคณะ ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เกี่ยวกับปัญหา อุปสรรคและแนวทางแก้ไข  การจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในประเทศญี่ปุ่นในอดีต  เพื่อรองรับการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในอนาคต  ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้มีการเผยแพร่รายละเอียดการศึกษาดูงานพร้อมภาพของคณะทางไลน์ ของฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ใช้ในการประสานกับสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า ก่อนเดินทางร่วมคณะไปประเทศเกาหลีใต้  นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ก็ได้เดินทางไปดูงานเลือกตั้งประธานาธิบดีเอกวาดอร์   ตามคำเชิญของ A-WEB ในช่วงวันที่ 16-22 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วย

 

รู้ตัวจนท.รัฐ 20% ร่วมจ่ายคืนจำนำข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262657

รู้ตัวจนท.รัฐ 20% ร่วมจ่ายคืนจำนำข้าว

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2 มี.ค. 2560

จำนำข้าว, รู้ตัว, จนท, รัฐ, ร่วม, จ่ายคืน, จำนำ, ข้าว, รู้ตัวจนทรัฐ, ร่วมจ่ายคืนจำนำข้าว

เลขาฯป.ป.ท.เร่งไต่สวนคดีจำนำข้าว 986 คดี คาดชี้มูลความผิดได้ในเดือน มิ.ย.นี้ เผย รู้ตัวจนท.รัฐ 20% ต้องรับผิดทางวินัย-แพ่ง มั่นใจเรียกคืนความเสียหายกว่าแสนล้านไ

         2 มี.ค. — นายประยงค์  ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวทั่วประเทศ 986 สำนวน ว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับปฏิบัติ ที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าว อยู่ระหว่างการทยอยเรียกสอบผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานและเอกสารทางคดี โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ไต่สวนไปได้แล้วกว่า 40 % ส่วนใหญ่เป็นการสอบพยานบุคคลและสอบยันเอกสารที่เคยมีการสอบสวนไปก่อนหน้านี้ว่ามีรายละเอียดของข้อมูลตรงกันหรือไม่ เพื่อให้การบริหารคดีเป็นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจะต้องแล้วเสร็จให้ทันตามกรอบระยะเวลาคือเดือนมิ.ย.นี้. ทำให้เหลือเวลาในการไต่สวนอีกเพียง 4 เดือน อย่างไรก็ตาม หากผลการไต่สวนพบว่ามีประเด็นแตกย่อยเพิ่มเติม ก็ต้องขยายผลต่อไป แต่เชื่อว่าจะสามารถชี้มูลความผิดและระบุชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ภายในกรอบเวลา

นายประยงค์ กล่าวอีกว่า ผู้ที่เข้าข่ายถูกชี้มูลความผิดส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับปฎิบัติการ คณะกรรมการชุดต่าง ๆ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของกระทรวง สำหรับภาคเอกชนจะเป็นกลุ่มเซอร์ไวเยอร์ และกลุ่มโรงสี  โดยกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องถูกหน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการวินัยและทางเพ่งเพื่อรับผิดทางละเมิด ขณะนี้มีรายชื่อแล้ว 20% ส่วนอีก 80 % ที่เหลือยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยคดีนี้มีมูลค่าความเสียหายที่รัฐจะต้องเรียกเงินคืนสูงถึง 115,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายที่รัฐจะต้องใช้กระบวนการทางแพ่งและอาญาฟ้องเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย

“เมื่อชี้มูลให้มีการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งแล้วจะมีเงินจ่ายคืนรัฐหรือไม่ก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่กำหนดไว้ เพราะพิจารณาจากรายละเอียดของสำนวนกว่า 900 คดีนั้น จะเห็นว่ารายชื่อไม่ซ้ำกันเลย ในเบื้องต้นหากคณะอนุกรรมการไต่สวนชี้มูลความผิดเสร็จสิ้นในคดีใดแล้วก็จะเร่งสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาเพื่อส่งศาลต่อไปควบคู่กับการส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเอาผิดทางวินัย ในส่วนที่ไต่สวนแล้วไม่พบความผิดก็ต้องยุติคดี มั่นใจได้ว่าคดีนี้สามารถเอาผิดและเรียกเงินคืนรัฐได้แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าจะเรียกคืนได้มากน้อยอย่างไร “เลขาธิการป.ป.ท.กล่าว

 

“ประวิตร”ข้องใจมวลชนไม่เปิดทางจนท.ตรวจสอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262623

“ประวิตร”ข้องใจมวลชนไม่เปิดทางจนท.ตรวจสอบ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2 มี.ค. 2560

ธรรมกาย, ประวิตร, ข้องใจ, มวลชน, ไม่, เปิดทาง, จนท, ตรวจสอบ

“ประวิตร”ข้องใจมวลชนไม่เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ต้องการปกป้องวัดพระธรรมกายหรือพระธัมมชโย วอนหยุดเล่นสงครามไอโอ ขอแค่เปิดทางให้ตรวจค้น หากไม่พบ ก็จบเรื่อง

         2  มี.ค. —  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีวัดพระธรรมกาย ที่มีคนเสียชีวิตเป็นรายที่ 2 นับตั้งแต่รัฐบาลใช้อำนาจตามมาตรา 44 ว่า เรื่องนี้ถูกทำให้เป็นประเด็น ทั้งที่ความจริงมาโทษเจ้าหน้าที่ทั้งหมดไม่ได้ ต้องถามกลับไปเหมือนกันว่า ในวัดพระธรรมกายมีสถานพยาบาลหรือไม่ ซึ่งได้ข่าวว่ามีและดีด้วย เรื่องนี้ต้องสอบสวนกันไป แต่ความจริงเรื่องทั้งหมด เกิดจากคนคนเดียว หากออกมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ดี

“กลับทำให้กลายเป็นประเด็นใหญ่โต บ้านเมืองเกิดความยุ่งเหยิงเพราะคนคนเดียว ขอให้สังคมกลับไปคิดดู  และต้องคิดต่อด้วยว่า ในพื้นที่วัดพระธรรมกายมีอะไรปิดซ่อนอยู่ ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงเข้าไปตรวจสอบไม่ได้ มันมีสิ่งที่เจ้าหน้าที่เห็นไม่ได้หรืออย่างไร หากบริสุทธิ์ใจต้องเปิดพื้นที่ให้เข้าไปตรวจสอบ ส่วนคนที่มีหมายจับก็ขอให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แค่นี้ก็หมดเรื่อง” พล.อ.ประวิตร กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่าจำเป็นต้องมีการคัดกรองผู้ป่วยออกจากพื้นที่วัดพระธรรมกายหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า  เป็นเรื่องของวัดพระธรรมกายว่าจะเปิดพื้นที่ให้เข้าไปคัดกรองหรือไม่ เขายอมหรือไม่ ความจริงก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย จะให้ตำรวจ ทหาร หรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ใครทำก็ได้ เลือกมาเลย เขาพร้อมจะเข้าไปทั้งหมด ต้องการทำให้เกิดความชัดเจน หากเข้าไปแล้วไม่พบคนที่มีหมายจับ เรื่องก็จบ แล้วก็ขอเข้าไปดูหน่อยว่าข้างในมีอะไร ก็ทำร่วมกันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นดีเอสไอ ทหาร ตำรวจ มหาเถรสมาคม ฝ่ายปกครอง หรือแม้กระทั่งพระในวัดพระธรรมกายด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการปลุกระดมมวลชน ว่ามีผู้เสียชีวิตเพราะอำนาจตามาตรา 44 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า  ไม่ใช่เพราะมาตรา 44 ทำให้คนตาย เพราะบุคคลที่เกี่ยวข้องออกมายืนยันข้อมูลตรงกันหมด และด้านในก็มีสถานพยาบาล ทำแบบนี้เหมือนกับการปลุกระดมมวลชน เรื่องแค่นี้อย่ามาใช้ยุทธการข่าวสาร หรือ ไอโอ เราคนไทยด้วยกัน ถ้าบอกว่าไม่ผิดก็ไม่ผิด แต่ตอนนี้มีคนบอกว่าเขาผิด ก็ต้องออกมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม บ้านเมืองมีกฎหมาย สื่อต้องช่วยกันบอกสังคม ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ไปต่อสู้กับใคร

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายวัดพระธรรมกาย พยายามให้ข่าวที่ไม่ตรงกับข้อมูลของรัฐบาล ว่า สื่อช่วยหน่อย รัฐบาลทำทุกอย่างโปร่งใส ไม่มีอะไรปิดบัง ก็เห็น ๆ กันอยู่ อยากดูอะไรตรงไหนก็ให้ดูได้หมดทั้งประเทศ

ส่วนกรณีที่มีการปล่อยข่าวลือว่า รัฐบาลต้องการยึดวัดพระธรรมกาย มากกว่าการเข้าไปจับกุมพระธัมมชโย พลเอกประวิตร กล่าวว่า จะให้เข้าไปยึดอะไร โธ่เอ้ย ของมันอยู่กับที่ แล้วรัฐบาลจะเสียกำลังเข้าไปยึดอะไร ไม่เห็นมีความจำเป็น สื่อช่วยตอบแทนหน่อยว่า ไม่เป็นความจริง

ส่วนพระธัมมชโย ยังอยู่ภายในวัดหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ เพราะเอากำลังไปตรวจค้นไม่ได้คิดจะใช้มาตรา 44 แต่เห็นมีการขัดขวางเหลือเกิน ก็สงสัยว่าขัดขวางเพราะอะไร จะปกป้องสถานที่หรือปกป้องคนกันแน่ เพราะสถานที่มันอยู่กับที่ทำอะไรไม่ได้ แต่คนไปๆ มาๆได้ ก็ยิ่งสงสัย ถึงอยากจะเข้าดู  ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้จะเข้าไปทำไม

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่คณะสงฆ์บางกลุ่ม เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการโดยเฉพาะ เพื่อดูแลและตรวจสอบในเรื่องพระธรรมวินัยของพระธัมมชโย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถามว่าเขามีพระธรรมวินัยหรือไม่ เพราะตัวเองตอบไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกัน

 

“ประวิตร”ไม่ฟันธง 4 ศพ อ.รือเสาะคดีมั่นคง-อาชญากรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262620

“ประวิตร”ไม่ฟันธง 4 ศพ อ.รือเสาะคดีมั่นคง-อาชญากรรม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2 มี.ค. 2560

ไฟใต้, ประวิตร, ไม่, ฟันธง, รือเสาะ, คดี, มั่นคง, อาชญากรรม, ประวิตรไม่ฟันธง

“ประวิตร”ไม่ฟันธงเหตุ 4 ศพ อ.รือเสาะ เป็นคดีมั่นคงหรืออาชญากรรม

       2  มี.ค. — พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเหตุรุนแรงที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จนมีผู้เสียชีวิต 4 คน ว่า ได้รับทราบรายงานแล้ว แต่ต้องขอดูก่อนว่า มีสาเหตุมาจากอะไร เรื่องนี้ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกองทัพภาคที่ 4 และ กอ.รมน.ภาค 4 กำลังดำเนินการอยู่ เบื้องต้นยังสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นคนทำ และทำเนื่องจากอะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเป็นผลสืบเนื่องจากกรณีที่แกนนำสมัครใจเข้าร่วมโครงการกับกองทัพภาคที่ 4 หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจ ตอบไม่ได้ ขอให้ทางกองทัพภาคที่ 4 และฝ่ายข่าวได้รายงานมาก่อนว่าข้อมูลเป็นอย่างไร แต่ก็รับทราบและสั่งให้เขาดำเนินการทางด้านยุทธวิธีและทางการข่าวแล้ว

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย และไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ ความจริงก็พยายามจะทำทุกอย่างให้เกิดการปรองดอง เกิดความเข้าใจในพื้นที่ ที่ผ่านมาทำมาเยอะแล้ว แต่มีบางส่วนในพื้นที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ แต่ก็ยังฟันธงว่าเป็นกรณีนี้ไม่ได้ว่าจะเป็นคดีความมั่นคงหรือคดีอาชญากรรม เพราะไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ถูกกันเป็นการส่วนตัวหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าที่ผ่านมาความรุนแรงในพื้นที่ลดลงมาโดยตลอด โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับปีก่อน ยิ่งลดลงมาก นั่นแสดงให้เห็นว่า คนในพื้นที่มีความเข้าใจมากขึ้น

 

 

เกณฑ์ ป.ป.ช.จว. เข้าส่วนกลาง หวังระดมกำลังปราบทุจริต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/262616

เกณฑ์ ป.ป.ช.จว. เข้าส่วนกลาง หวังระดมกำลังปราบทุจริต

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 2 มี.ค. 2560

คมชัดลึก, อนาคต, รธน., จังหวัด, ป.ป.ช., ละเอียด, ราย, เกณฑ์, ปปช, เข้า, ส่วนกลาง, หวัง, ระดมกำลัง, ปราบ, ทุจริต, ปปชจว, เข้าส่วนกลาง, มีชัย

“มีชัย” เผยปรับรายละเอียกม.ปราบทุจริต เกณฑ์ จนท.ป.ป.ช.จว. เข้าส่วนกลาง เชื่อทำงานเชิงรุกได้ดีกว่า

             2 มี.ค. 60 – ในการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ กรธ. ได้ปรับปรุงตามความเห็นของกรรมการฯ รอบแรก โดยได้เชิญคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำโดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.  เข้าร่วมประชุม

โดยนายมีชัย ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวก่อนเข้าประชุมถึงเนื้อหาที่ปรับแก้ไขจากร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ ป.ป.ช. เสนอว่ามีประเด็นของการลดขึ้นตอนการทำงาน และทำให้การทำงานทำได้รวดเร็ว เช่น กรณีของการทำคดีหนึ่ง ป.ป.ช. ต้องตั้งอนุกรรมการฯ พิจารณา หากจะเปลี่ยนใช้เจ้าหน้าที่ไต่สวนเบื้องต้นแทน จะสามารถทำงานได้รวดเร็วหรือไม่ , การทำงานเชิงรุกของ ป.ป.ช. ต่อการทำคดีที่ปรับรูปแบบให้ใช้คนจากส่วนกลาง แทนการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ โดยเบื้องต้น กรณีที่ ป.ป.ช.มีกำลังเจ้าหน้าที่กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ นั้น อาจทำให้เสียกำลังคนโดยเปล่าประโยชน์ อีกทั้งการตรวจสอบทุจริตของ ป.ป.ช.นั้นเน้นการตรวจสอบเฉพาะกรณีมีคดีทุจริตเกิดขึ้น และไม่ใช่การตรวจสอบพื้นที่ในจังหวัดตลอดเวลา ดังนั้นมีแนวคิดที่จะหาช่องทางเพื่อให้รวมกำลังเจ้าหน้าที่

นายมีชัย กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีข้อเสนอของป.ป.ช.ต่อกรณีการให้ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันทำหน้าที่ต่อไปหลังมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้บังคับนั้น กรธ.ยืนยันในหลักการเช่นเดียวกับองค์กรอิสระอื่นๆ คือ หากกรรมการคนใดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกำหนด จะปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ ส่วนกรรมการที่ยังมีความคลุมเคลือจะให้กรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระตัดสิน ส่วนประเด็นดังกล่าวจะเป็นไปตามความเห็นกรธ. หรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาชั้นสุดท้ายที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพราะเป็นหน่วยงานที่พิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในขั้นตอนสุดท้าย.