แนวหน้า ไกด์ : ‘Warp Zone by FUNfesta’ สวนสนุกมิติใหม่ใจกลางเมือง ที่ ดิ เอ็มโพเรียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255111

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ไกด์” ที่จะพาผู้อ่านทุกท่านท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองไทย แนะนำโปรโมชั่นใหม่ๆ ให้ได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ เราจะพาทุกท่านเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวสวนสนุกในร่มแห่งใหม่ใจกลางเมือง ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าชื่อดังกันที่ “Warp Zone by FUNfesta” บนชั้น 4 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ถนนสุขุมวิท 24 ด้วยสไตล์การตกแต่งที่โดดเด่นด้วย แสง สี เสียง อันแปลกตา เสมือนทะลุมิติเข้ามาอยู่ในโลกแห่ง Time Machine พร้อมด้วย 4 โซนสุดพิเศษ ที่เตรียมต้อนรับให้ทุกท่านได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์อันแปลกใหม่ มอบความสนุกสนานสำหรับทุกคนในครอบครัว ถูกใจทุกเพศ ทุกวัย ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ


Laser Tag

สำหรับไฮไลท์พิเศษของที่นี่ จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกเสียจาก Laser Tag สนามประลองความแม่นยำด้วยการแข่งขันเลเซอร์สุดระทึกที่ส่งตรงมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีกติกาง่ายๆ ให้ผู้เล่นจับกลุ่มเป็นทีมอย่างน้อยทีมละ 3 คน จากนั้นเพียงสวมเสื้อเกราะและอุปกรณ์เลเซอร์ที่ใช้สำหรับการแข่งขัน ก็สามารถลงสู่สนามประลองได้ทันที แต่อาจต้องอาศัยทักษะการวางแผน ความสามัคคี ความแม่นยำ และการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไว เพื่อร่วมกันพิชิตแต้มจากทีมคู่ต่อสู้ โดยในส่วนของข้อกำหนดนั้น ทางสวนสนุกแนะนำว่าเหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และมีระยะเวลาในการแข่งขัน 12 นาทีต่อหนึ่งเกม โดยมีอัตราค่าบริการ 250 บาทต่อท่าน ในวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อัตราค่าบริการจะอยู่ที่ 300 บาทต่อท่าน


Virtual Reality (VR)

ขณะที่อีกหนึ่งไฮไลท์ซึ่งพิเศษไม่แพ้กันคือ Virtual Reality (VR) 5 มิติ ที่ให้ผู้เล่นได้พบประสบการณ์แปลกใหม่ ด้วยการทะลุมิติเข้าไปผจญภัยในโลกเสมือนอันน่าตื่นเต้นเร้าใจ ผ่านอุปกรณ์กล้องและมือจับ พร้อมกับการปฏิบัติภารกิจและหลบหลีกคู่ต่อสู้เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง เพื่อผ่าฟันอุปสรรคให้สำเร็จ โดยเครื่องเล่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และมีระยะเวลาในการเล่นราว 8 นาทีต่อหนึ่งเกม พร้อมกับอัตราค่าบริการเกมละ 80 บาท ในวันจันทร์-ศุกร์ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อัตราค่าบริการเกมละ 100 บาท


Arcade Game

รวมไปถึงอีกหนึ่งอาณาจักรแห่งความสนุกกับ Arcade Game ศูนย์รวมเครื่องเล่นหยอดเหรียญประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งแนว Music, Sport, Action และเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ที่ให้ทุกคนในครอบครัวได้สนุกสนานร่วมกันตลอดวัน

นอกจากจะให้เต็มอิ่มความสนุกกับเครื่องเล่นต่างๆ แล้ว ที่นี่ยังให้ท่านได้อิ่มท้องกับอาหารซิกเนเจอร์แนวใหม่สไตล์ Food Truck ที่มีครบครันทั้งอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มนานาชนิด เริ่มต้นแนะนำด้วยเมนูเครปชิ้นใหญ่แป้งบางสูตรพิเศษ มาพร้อม 5 ไส้ ได้แก่ สไปซี่แซลมอนเครป รสจัดจ้านแบบไทยๆ, สไปซี่ทูน่าเครป ยำทูน่ารสเด็ดพร้อมเครื่องเคียง, เปปเปอร์แฮมเครป เสิร์ฟพร้อมผักสลัดสดๆ, ซอสเสจพิซซ่าเครป ราดซอสสูตรพิเศษกลมกล่อม และวาซาบิคานิเครป มาพร้อมปูอัดและมายองเนสวาซาบิสไตล์ญี่ปุ่น ทั้งหมดราคา 140-145 บาทต่อเมนู


สไปซี่แซลมอนเครป

ในส่วนของหวานขอแนะนำด้วยทาร์ตรักสุขภาพ 3 เมนู ได้แก่ นิวยอร์กชีสทาร์ต ทาร์ตผลไม้ตระกูลเบอร์รี่, ทาร์ตฟักทองญี่ปุ่น เนื้อนุ่มหอม หวานมันกำลังดี และทาร์ตช็อกโกแลต ด้วยช็อกโกแลตแท้ๆ รสชาติเข้มข้นจากประเทศเบลเยียม

และทางสวนสนุกยังมีบริการจัดปาร์ตี้วันเกิดสุดพิเศษภายในสวนสนุก กับโปรโมชั่นแพ็กเกจสำหรับกลุ่มแก๊งจำนวน 8 ท่านขึ้นไป อัตราค่าบริการอยู่ที่ 5,040 บาท จากปกติ 5,570 บาท และแพ็กเกจ 12 ท่านขึ้นไป อัตราค่าบริการ 6,600 บาท จากปกติ 7,770 บาท โดยทุกท่านสามารถร่วมเล่น Laser Tag ได้ท่านละ 1 เกม พร้อมอร่อยกับเค้กจากเมนู Food Truck และเครื่องดื่มอย่างเต็มอิ่ม ปิดท้ายด้วยของที่ระลึกเตรียมไว้สำหรับเซอร์ไพรส์เจ้าของวันเกิด


สไปซี่ทูน่าเครป


เปปเปอร์แฮมเครป


ซอสเสจพิซซ่าเครป


วาซาบิคานิเครป


นิวยอร์กชีสทาร์ต


ทาร์ตฟักทองญี่ปุ่น


ทาร์ตช็อกโกแลต

Warp Zone by FUNfesta สวนสนุกแห่งใหม่ใจกลางเมือง โดยบริษัท แฟมมิลี่ อะมิวส์เม้นท์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจสวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ FUNfesta ชั้น 4 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม สุขุมวิท 24 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00–22.00 น. สอบถามรายละเอียดโทร.02-9554091-2 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.familyamusement.co.th และเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/FUNfesta

 

LPN จิตอาสา ร่วมเติมฝันให้น้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255134

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN นำทีมจิตอาสาพนักงาน LPN และบริษัทในเครือ รวมถึงปิยมิตร (บริษัท แฟร์ 9350 จำกัด และกรมประมง) กว่า 100 คน ร่วมเป็นจิตอาสาเติมฝันให้น้อง โรงเรียนบ้านหนองรี จังหวัดเพชรบุรี ด้วยการมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน และจักรยานใช้แล้วจากประชาคมลุมพินี มาปรับปรุงสภาพโดยทีมงานนายช่างชุมชนลุมพินี เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและความสะดวกให้กับน้องๆ จากนั้นช่วยกันทาสีกำแพงโรงเรียน ปรับปรุงห้องสมุด ทาสีอุปกรณ์เด็กเล่น ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดจากกรมประมง (จำนวน 25,000 ตัว) จัดทำแปลงเกษตร เพื่ออาหารกลางวัน สอนทักษะการซ่อมจักรยาน และปิดท้ายวันด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวันแก่น้องๆ พร้อมกิจกรรมสันทนาการที่อิ่มอกอิ่มใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

 

นักธุรกิจรุ่นใหม่ ‘ยุ้ย-ภัค กิระนันทวัฒน์’ สานต่อธุรกิจครอบครัว ‘เครื่องหนังแบรนด์ไทยส่งออก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255141

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
เป็นนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ไฟแรงอีกคน สำหรับ “ยุ้ย-ภัค กิระนันทวัฒน์” จาก บริษัท ท้อปเท็นเทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องหนังคุณภาพแบรนด์ไทยส่งออกไปต่างประเทศ เธอมีเลือดนักธุรกิจจากคุณพ่อคุณแม่ และเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ที่เข้ามาดูแลงานด้านการตลาดให้กับบริษัท รายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN 2ช่อง 784 ช่วง Focus On พิธีกร “ขิม-ทิพย์ลดา พูนศิริวงศ์” มีนัดพูดคุยกับเธอ ถึงที่มาที่ไปของบริษัท ท้อปเท็น เทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด ที่มีมานานกว่า30 ปีแล้ว

ยุ้ย-ภัค กิระนันทวัฒน์ เล่าว่า “ธุรกิจของเราเริ่มมาจากที่ว่าคุณพ่อคุณแม่ เห็นช่องว่างทางตลาด ก็คือในยุคนั้นยังไม่มีในเรื่องเครื่องหนัง หรือมีก็น้อยมาก คนไทยยังไม่ทำเครื่องหนัง เขาก็เลยคิดว่าน่าจะไปทำธุรกิจตรงนี้ ก็เริ่มจากที่เขาไปรับสินค้ามาจากโรงงาน หลังจากนั้นลูกค้าเริ่มให้ความนิยม แล้วเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น เขาก็เลยตัดสินใจว่าเขาจะออกมาเปิดโรงงานเอง แล้วก็ทำเป็นแบรนด์ของตัวเอง

หลังจากนั้นก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก จนเราได้ขยายมาตอนนี้มีทั้งหมด 6 แบรนด์ ณ ตอนนี้ และเราก็ประสบความสำเร็จในการส่งออกด้วย เป็นเครื่องหนังแบรนด์ไทยที่ส่งออกไปต่างประเทศก็มีแบรนด์ มาร์เวลล์ (Marwell), เมย์ฟายน์(Mayfine), เฟนเนลี่(Fenneli), คาร์เรน(Karren), อเลน เดอลอง(Alain Delon) และก็ บีไซด์ ยู(Beside-U) ซึ่ง อเลน เดอลอง กับ บีไซด์ ยู จะเป็นลายเส้นที่เราได้มาจากต่างประเทศคือเราจะมีสิทธิ์ในการผลิตและก็ในการดีไซน์ด้วย สำหรับ อเลน เดอลอง กับบีไซด์ ยู คือรับสินค้าเข้ามาแล้วทำการตลาดให้เขา โปรโมทแบรนด์ให้เขา

ส่วนเรื่องที่ว่ามีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ มาจนถึงทุกวันนี้นั้น ก็คือเราให้ความใส่ใจในความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัตถุดิบ หรือบริการหลังการขาย ซึ่งสินค้าของเราทุกใบหลังจากที่ได้ซื้อไป เรารับประกันอายุการใช้งานตลอดชีพเลยค่ะ

สินค้าเราจะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูงจริงๆ ไม่ว่าจะมีอาการชำรุดหรือเป็นอะไรก็ตามแต่ สามารถติดต่อที่บริษัทแล้วส่งซ่อมได้เลย ถามว่าในส่วนที่เราส่งออกไปขายในต่างประเทศ แล้วสินค้าเกิดมีปัญหาสามารถตีกลับมาซ่อมได้ไหม อันนั้นจะเป็นในส่วนของการผลิตให้กับลูกค้าต่างประเทศมากกว่า แต่ถ้าเป็นแบรนด์ของเราในประเทศ ก็คือถ้าลูกค้าได้ซื้อสินค้าเราไป เพียงแต่ว่าลูกค้านำสินค้าส่งกลับเข้ามาที่บริษัทเราจะซ่อมให้ หรือว่าในกรณีที่ซ่อมไม่ได้เราจะมีส่วนลดให้ลูกค้า ซึ่งนี่คือจุดเด่นของเรา

เรื่องการเจริญเติบโตของบริษัท จากที่เราเห็นในรุ่นคุณพ่อคุณแม่ที่ทำมา 30 กว่าปี จนมาถึงรุ่นเรา ซึ่งยุ้ยจะดูแลเรื่องการตลาดถามว่ายุ้ยมีหลักการอะไร และเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างจากสมัยก่อนจนมาถึงปัจจุบันนั้น

คือสมัยก่อนเราจะเน้นที่ว่า เราจะต้องมีร้านค้าอยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือไม่ถ้าไม่ใช่ในห้างสรรพสินค้าก็จะเป็นในห้องที่เขามีพื้นที่ให้เช่าทั่วไป แต่ว่าตอนนี้ตลาดได้เปลี่ยนแปลงไป ยุ้ยจะเน้นไปเรื่องของออนไลน์เยอะมากขึ้น เรื่องของหน้าร้านจะน้อยลง

ทุกวันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่มันจะเน้นไปที่ออนไลน์ มันจะมีออนไลน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นยุ้ยมองว่าเราควรจะเน้นให้เป็นในเชิงของโชว์รูมมากกว่าไหม ให้ลูกค้าเข้าไปดูสินค้าได้ แต่ในการสั่งซื้อสินค้าอาจจะเน้นให้ลูกค้าไปสั่งซื้อออนไลน์มากขึ้น หรือว่าเราต้องการทำออนไลน์ให้มันดีขึ้น

เราจะนำสินค้าไปฝากไว้ในอีลีเทเลอร์ต่างๆ หรือทำเป็นห้องแชนแนลของตัวเอง กระทั่งเฟซบุ๊ค หรือว่าเว็บไซต์ของเราก็ได้ค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ทุกคนทำอะไรออนไลน์กันไปหมด

แม้แต่คน ที่ถ้าเราสังเกต ลูกค้าบางคนในเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์เขาอาจจะไม่ถนัดมาก แต่ว่าในการใช้มือถือ เขาสามารถใช้ได้คล่องแคล่ว ซึ่งในเรื่องของการใช้อินเตอร์เนตผ่านมือถือจะเป็นอะไรที่สำคัญมาก แล้วเท่าที่ได้รับทราบข้อมูลมา คนไทยทั้งประเทศมีมือถือประมาณ 97 ล้านเครื่อง ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรเสียอีก

สำหรับหลักการในการบริหารธุรกิจของยุ้ยถามว่ามีต้นแบบเป็นใคร ต้นแบบของยุ้ยคือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชซึ่งหลักการการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงยุ้ยว่ามันเป็นอะไรที่เราสามารถนำมาใช้ได้กับทุกอย่างในชีวิตของเรา รวมทั้งในการบริหารธุรกิจด้วยนะคะ ซึ่งในความคิดของยุ้ยเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี้ก็เหมือนกับการบริหารธุรกิจ ก็คือในเรื่องของการลงทุน เราควรลงทุนอย่างระมัดระวังและไม่เกินตัวมากเกินไป มันจะสามารถทำให้ธุรกิจเรายั่งยืนและก็ก้าวไปสู่อีกขั้นหนึ่งได้ โดยที่มีความมั่นคง ไม่ต้องไปกู้ยืมมากเกินความจำเป็นของเรา

ส่วนเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ถามว่าเรื่องของแฟชั่นมีส่วนมากน้อยแค่ไหน มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นส่วนสำคัญด้วยค่ะ เพราะว่าในการผลิตคอลเลคชั่นออกมาแต่ละรุ่น เราก็ต้องดูก่อนว่าเทรนด์ของแต่ละปีเป็นอย่างไรบ้าง

ทุกคนอาจจะคิดว่าในการผลิตมันต้องดูเทรนด์ปีต่อปีใช่ไหมคะ แต่เทรนด์จริงๆ มันต้องดูล่วงหน้าไปอีก ก็จะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งเราก็จะเริ่มดูจากว่าเทรนด์สีก่อน สีแฟชั่นปีหน้าเป็นอย่างไร หลังจากนั้นเราก็จะต้องมาดูเทรนด์ในเรื่องของแฟชั่นว่าแฟชั่นปีหน้า เสื้อผ้าจะเป็นอย่างไร แล้วกระเป๋าต้องเป็นอย่างไร หลังจากนั้นเราค่อยมาดูเรื่องของวัตถุดิบที่เราจะใช้ ซึ่งมันสอดคล้องเหมาะสมกันไหม และหลังจากนั้นก็จะเป็นความต้องการของลูกค้าว่าลูกค้าต้องการสินค้าแบบไหน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นคนไทยจะไม่ชอบหนังที่มันเป็นลาย เช่น ลายงู แต่จะเป็นที่นิยมของลูกค้าชาวต่างชาติมากกว่า แต่ไม่ใช่ของคนไทย ฉะนั้นถึงแม้เทรนด์มันจะมาแบบ จระเข้ งูเหลือม เราก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ในเมื่อความต้องการของตลาดไม่ใช่ ความต้องการของตลาดแต่ละที่มันก็จะแตกต่างกันออกไป เราต้องตามให้ทันทั้งเทรนด์ ทั้งแฟชั่น และความต้องการของตลาด ซึ่งมันเป็นการบาลานซ์ที่ค่อนข้างจะละเอียดอ่อนเหมือนกัน และก็ต้องอัพเดทตลอดเวลาด้วยค่ะ

คุณแหน : 4 กุมภาพันธ์ 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255132

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●●ขอแสดงความยินดีกับ ข้าราชการกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในโอกาสที่ห้องสมุดสีเขียว ของกรมผ่านการประเมินตามมาตรฐานห้องสมุดสีเขียว งานนี้ต้องชื่นชมบรรณารักษ์คนขยัน กำไล ลิ่มสอน เจ้าของผลงาน โดยมี ผอ.อย่าง ดร.ศุภวรรณ วงศ์ประยูร ดูแลใกล้ชิด สำหรับพิธีรับพระราชทานเกียรติบัตรจัดในวันที่ 23 มี.ค. โดย สมาคมห้องสมุดแห่งชาติ…

●● ข่าวยินดีอีกเรื่อง ดีใจด้วยกับ ชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ที่ได้รับการคัดเลือกจาก คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ให้เป็น ศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี 2559…

●● มีเวลาว่างไม่ต้องจัดรายการวิทยุ ช่วงเสาร์-อาทิตย์ เทวี แย้มสรวล เทียนทอง จะไปดำเนินการอภิปรายทางวิชาการด้านการแพทย์ในหัวข้อ “หัวใจรั่วไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป” ที่โรงพยาบาลสุขุมวิท 19 ก.พ.นี้ โดยมีนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจระดับแนวหน้า อาทิ รศ.นพ.วสันต์ อุทัยเฉลิม ร่วมอภิปราย…

●● เตรียมดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน สัปดาห์ก่อน ทรรศิน วสุวานิช พาคุณพ่อ-คุณแม่ และพี่ชายไปโคราชเยี่ยมครอบครัวสาวเจ้าที่เลือกมาเป็นเจ้าสาว ยุรยง กิมานันท์ เพื่อนฝูงเตรียมตัดชุดเพื่อร่วมงานสำคัญกันได้แล้ว…

●● อ.พญ.อนิตา มนัสสากร เพิ่งผ่าตัดต้อหินให้ ผศ.พญ.ธีรา ตัณฑวนิช วัยใกล้ 80 ปี สูตินรีแพทย์ รพ.จุฬาฯที่ไปช่วยตรวจทุกพุธ ที่ศูนย์บริการสุขภาพแห่งจุฬาฯ(หน่วยอนามัยเดิม) เปิดให้บริการชุมชนเหมือนสถานพยาบาลรัฐทั่วไป เพราะมีแพทย์ จากรพ.จุฬาฯไปทุกวันเวลาราชการ…

●● สมองไหล ดร.จอย ทองกล่อมสี อำลางานที่จุฬาฯ ไปทำงานใหม่ที่รพ.ปิยะเวทเครือรพ.บางปะกอกแทนแล้ว…

●● หลังผ่าตัดเข่าสองข้างมา 3 ปี ผอ.สารนิเทศ สภากาชาดไทย กรองแก้ว เพ็ชรวงศ์ เดิน-วิ่งได้เป็นปกติ…

●● ปารศิษฎ์-ศุภิกา จุฬาพรหมเดช ไปพักผ่อนที่ไต้หวันมา 8 วัน กลับมาทำงานปกติ เพราะช่วงหยุดยาวโหมทำไว้ล่วงหน้าถูกสั่งจองเพิ่มขึ้นทั่วอาเซียนงานสื่อกิจกรรมพิเศษทางการตลาดกำลังรุ่งนี่จะไปฮ่องกงอีกแล้ว…

●● พอเข้าพิธีบรรพชาและไปบำเพ็ญบุญที่พุทธคยา อินเดีย พ.ต.อ.วัสสา วัสสานนท์ ต้องคุมทีมเทนนิสเดวิสคัพไปแข่งขันที่คูเวต โดยมี ร.อ.วิทยา สำเร็จอดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย พร้อมนักเทนนิสฝาแฝด สนฉัตร-สรรค์ชัย รติวัฒน์ ร่วมเดินทาง !!…

●● สวด ศ.คุณหญิงเต็มสิริ บุณยสิงห์ วัดมกุฏฯ ศาลา 5 เวลา 18.30 น. ถึงวันที่ 6 ก.พ. พระราชทานเพลิงศพ วันที่ 7 ก.พ. 17.00 น….●●

บารอนเนส

โลกแฟชั่นของ ‘มนตร์ลดา พงษ์พานิช’ เธอใช้ Passion ขับเคลื่อนแบรนด์ MONLADA

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255135

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บรรดาเซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ของเมืองไทย เธอคนนี้อยู่ในทำเนียบเป็นไม่ได้ แม้พักหลังด้วยวัย หน้าที่ และอะไรหลายๆ อย่าง อาจทำให้น้อยครั้งจะได้เห็น ดวง-มนตร์ลดา พงษ์พานิช ไปเฉิดฉายตามงานต่างๆ นั่นเพราะชีวิตของเธอมุ่งมั่นทำแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นออกมาอย่างจริงจัง และใช้ชี่อของตัวเองการันตีความโมเดิร์น & คลาสซี่ ว่า MONLADA มากว่า 7 ปี

ดวง-มนตร์ลดา เล่าว่า เพราะรักและศรัทธาในความฝัน หวังไว้ว่าสักวัน โลกแห่งแฟชั่นจะขับเคลื่อนไปด้วยสไตล์ของตัวเอง อยากให้แบรนด์ของ MONLADA เป็นหนึ่งใน “เทรนด์เซ็ตเตอร์” ไม่อยากบอกว่าหวังไปถึงตรงไหน เราหวังสูงมาก…กก ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าผู้หญิงชอบถือกระเป๋าอะไร ชอบผ้าพันคอ หรือเสื้อแบรนด์ไหน เราก็อยากไปให้ถึงตรงนั้น ซึ่งไม่รู้จะถึงหรือเปล่า รู้แต่ว่าต้องทำต่อไป อย่าหยุด

“ก่อนจะไปเรียนแฟชั่น ดวงเคยไปเรียนร้องเพลง เต้นลีลาศ คือทำหมด ไปสมัครเป็นพิธีกร อ่านข่าว แต่ด้วยความที่ดวงพูดไม่เก่ง พูดรอเรือก็ไม่ชัด เพราะดวงคิดว่าความจริงแล้วดวงเป็น Artist มากเกินไป ตอนนั้นอยากทำแฟชั่น พอดี เราก็อายุ 27 ปีแล้ว ถ้าเราเป็นดารา พิธีกร มันก็มีเวลาทำงานอีกแค่ไม่กี่ปี เพราะทำงานในวงการต้องใช้หน้าตา ถ้าเราแก่ เราเหี่ยวจะสู้เด็กรุ่นใหม่ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นดีไซเนอร์ เราไม่ได้ใช้หน้าตา เราผลิตงานจากเบื้องหลัง เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ยังสามารถทำงานออกมาได้ ดวงอยากทำงานตลอดชีวิต เลยตัดสินใจเบนเข็มมาด้านนี้จริงจัง”

พอถึงครั้งที่ตัดสินใจแน่วแน่ เธอเลยก้าวเข้าสู่โลกแฟชั่นด้วยการตัดสินใจ Take Course ที่ Saint Martin ประเทศอังกฤษ และได้พบเจอกับคุณครูสุดโหดกับประสบการณ์สุดหิน

“ตอนเรียนแฟชั่นที่ Saint Martin สนุกมาก เรียนเช้าถึงเย็น ทำงานต่อถึงตีสอง ทุกคนในคลาสเคร่งเครียดและแข่งขันมาก เพราะเวลาพรีเซ็นต์งาน เราต้องออกไปหน้าห้อง ถ้างานห่วย เราก็จะอาย เพราะทุกคนทำได้แบบเพอร์เฟกท์ และครูที่นี้โหดมาก มีครั้งหนึ่งดวงเย็บผ้า พอเสร็จ เราก็รู้สึกว่างานเราเจ๋ง แต่ครูเดินมาบอกว่า Your fabric look cheap แล้วก็โยนผ้าเราทิ้ง เราช็อกมาก แอบไปร้องไห้ในห้องน้ำ แต่ที่สุดมันกลายเป็นแรงผลักดันให้เราว่าต้องทำให้ดีกว่านี้อีก คอยดู จะทำให้ผ้านี้ขายได้เป็นแสน

พออยู่ไป เราก็พยายามขึ้นๆ ขยันมากขึ้น เราจะอยู่แค่ตัวเองไม่ได้ ต้องสนใจคนรอบข้างด้วย เพราะมันเป็นกระบวนการพัฒนาตัวเอง เป็นกุศโลบายเหมือนกัน เป็นดีไซเนอร์จะสนใจแต่ตัวเอง ไม่สนใจโลกก็คงไม่ได้ เพราะคนรักแฟชั่นเขาก็ตามเทรนด์กัน เหมือนต่อแถวกันแบบนี้ เพียงแต่แข่งกันที่รายละเอียด ฉะนั้นติสท์ๆ คลูๆ ไม่ตามใคร อาจไม่ใช่คุณสมบัติที่ดีนะคะ หลังจากนั้นก็เริ่มเรียนจริงจังที่ Parsons School นิวยอร์ก จะมีความเป็นธุรกิจขึ้นมา ใช้เวลาน้อย ไม่ถึงสามเดือน สอนให้เราอยู่ในโลกของความจริงมากขึ้น”

พอกลับมาเธอก็เริ่มต้นทำแบรนด์ของตัวเอง จากสตูดิโอแถวประชาชื่น แต่แน่นอนว่าการสร้างสินค้าแต่ละแบรนด์ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สนุกที่สุดคือ จุดเริ่มต้น แต่หลังจากนั้นก็มีหลากหลายปัญหาและอุปสรรค ซึ่งถ้าวันนี้มองกลับไปมันก็คือประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ยิ่งยากเท่าไหร่ เธอยิ่งทิ้งมันไปไม่ได้ ต้องนำพาไปให้ถึงจุดสูงสุดที่ตั้งใจ

“กลับมา ดวงก็บอกคุณแม่ว่าอยากทำแบรนด์เสื้อผ้า แม่เลยให้บ้านเก่าๆ มาเป็นสตูดิโอ คือที่นี่เราก็รีโนเวท ตกแต่ง เริ่มมาด้วยกันเป็นทีมเล็กๆ คอลเลคชั่นแรกของเราเลยคือ love death อินสไปเรชั่นเราคือ Love เหมือนเสื้อผ้าที่ละเอียดอ่อน ส่วน Death หลายคนอาจมองว่ารุนแรง ความตายแต่เรากลับมองว่าความตายคือ Forever ทำให้คิดถึงคุณพ่อด้วย มันเลยมาเป็นคอลเลคชั่นแรก คืองานดีไซน์ของดวงจะชอบผสมสไตล์เข้าด้วยกัน ผสมความอ่อนโยนกับความแข็งแกร่ง ชอบที่มันมีความ Contrast กัน”

คือดวงถูกสอนจาก Saint Martin ว่าให้เราหาแรงบันดาลใจก่อนคอนเซ็ปต์ อีกอย่างเวลาที่ดวงจะดีไซน์เสื้อผ้าของ MONLADA คือการนำเสื้อผ้าออกมาจาก History Costume แล้วนำมาดีไซน์ใหม่ให้มันโมเดิร์น ทันสมัย สามารถใส่ได้ในปัจจุบัน ทำให้เราไม่ลืมอดีต ในยุคต่างๆ เราเองก็สนุกที่ได้อินไปในยุคต่างๆ เหมือนได้หาความรู้ใส่ตัว แต่การที่เราหาแรงบันดาลใจแบบนี้ เราเองก็ต้องมีจุดยืน ต้องรักษาจุดยืนของตัวเอง เพราะดวงจะชอบเปิดแมกกาซีน แต่ถ้าเราอ่อนแอ ไม่มีจุดยืน เวลาทำเสื้อผ้ามันเหมือนเราเอาเสื้อผ้าจากแมกกาซีนมาดีไซน์ แต่ถ้าเรามีจุดยืน เราจะสามารถผสมจุดยืนของเราให้เข้ากับยุคปัจจุบันได้”

ถึงตอนนี้ต้องบอกว่าเจ้าของแบรนด์ MONLADA คนนี้ ใช้ความรักในการขับเคลื่อนสร้างแบรนด์และงานดีไซเนอร์จนมีดีเอ็นเอให้กับแบรนด์ MONLADA อย่างเต็มเปี่ยม ถ้าสังเกตดูจะเห็นดีเทลที่ชัดเจนสอดแทรกอยู่ในงานทุกชิ้นที่แบรนด์นี้ทำ นอกจากความสวยงาม เรียบหรู ดูดีและประณีตในทุกขั้นตอนแล้ว ยังมีกลิ่นอายของเรื่องราวในยุคต่างๆ

“แม้ดวงจะหลงใหลการดีไซน์เสื้อผ้า แต่เมื่อมองถึงโลกแห่งความเป็นจริง ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของธุรกิจ การนำความฝันมาทำ สิ้นเปลืองตั้งแต่การเลือกวัสดุ ออกแบบ กรรมวิธีตัดเย็บ หลายอย่างโอเวอร์ คอร์ส เข้าขั้น ใช้ต้นทุนเกินงบ แต่ครั้นจะให้ต่อรองกับงานสร้างสรรค์ของตัวเอง ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดวงจะทำกับแบรนด์ MONLADA ของตัวเอง ที่สุดจึงตั้งทาร์เก็ตแบรนด์เดิมไว้ที่แคทธิกอลี่แห่งความเรียบหรู ดูสง่า และแตกแบรนด์ราคาย่อมเยา สเปกเป็น Mass ขึ้นมาหน่อย รวมทั้งแบรนด์สูทสำหรับสุภาพบุรุษ เพื่อเปิดโอกาสทางการตลาด

“นอกจาก MONLADA ก็มี MONLADA HOMME และ NOIRZ by Monlada ความจริง HOMME มันมีอยู่แล้ว ตอนแรกคือเราก็ทำเสื้อผ้าผู้ชายด้วยใน MONLADA มีเดินในแฟชั่นโชว์ แต่ยังไม่ได้แตกแบรนด์จริงจัง พอมาตอนหลังคิดว่าไม่ได้ละ เพราะ HOMME เริ่มไปไกลและไปได้ดีด้วย คือพูดจริงๆ นะคะ เรื่องทำสูทก็มีที่มา อินสไปร์จากคุณพ่อ ท่านจะแต่งตัวเนี้ยบมาก ไปไหนติดสูทไว้ตลอด เปลี่ยนตลอด เราก็เห็นท่านหล่อ ดูดีตลอด เราก็คิดแบบฝันๆ นะคะ วันหนึ่งอยากตัดสูทให้ท่านใส่บ้าง แล้วอีกอย่างสูทก็มีราคานะ คิดว่าวันหนึ่งขายได้ตัวหนึ่งก็อยู่รอดแล้ว สารภาพว่าตอนนั้นคิดแบบเด็กๆ พอมาลงดีเทลจริงๆ การตัดเย็บแต่ละตัว เทียบแล้วราคาครึ่งหมื่น ยังว่าถูกไปด้วยซ้ำ

แล้วก็แยกออกมาอีกแบรนด์ชื่อ NOIRZ ตั้งใจให้เป็นแบรนด์ที่ใส่สนุกๆ ใครๆ ก็ใส่ได้ เพราะวางแผนไว้แต่แรกแล้ว คิดในใจว่าในแง่ของการตลาด MONLADA จะราคาค่อนข้างสูง เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้ขายได้ง่ายๆ มันเลยเสี่ยงเกินไปถ้าไม่มีแบรนด์ที่จะมาคุมตลาดใหญ่กว่า เราก็เลยเริ่มมี NOIRZ ขึ้นมา ก็ขายดีนะ ขายได้ตลอด เพราะราคาไม่แพง ดวงตั้งราคาไม่ให้สูง ไม่อยากแขวน อยากให้เอาใส่กัน วัยรุ่นชายหญิงสามารถหยิบได้ จับได้ จ่ายได้ และมีไอเทมให้เลือกเยอะ คือดวงแทนตัวเองเป็นวัยรุ่นเวลาไปช็อปปิ้งเลย แบรนด์ใหม่นี้มันจะมีการผสมผสานกัน สมมุติพี่น้องกันสามคน แต่งตัวคนละสไตล์เลย เดินเข้าร้าน NOIRZ ด้วยกันแล้วสามารถซื้อของที่ตัวเองชอบได้เลย เป็นอะไรแบบนั้น”

นอกจากความสนุกในช่วงแรก พอมาถึงตอนนี้ก็ 7 ปีแล้วที่ MONLADA มีชื่อเสียงอยู่ภายใต้การจดจำของคนรักแฟชั่นและกำลังจะเติบโตไปเรื่อยๆ ในฐานะของไทยดีไซเนอร์ที่ได้รับการยอมรับ ดวง-มนตร์ลดา ได้พูดถึงอีกหนึ่งในความฝันที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการนำพาแบรนด์ MONLADA สู่สายตาแฟชั่นนิสต้าระดับโลกให้มากขึ้น

“จริงๆ ที่พยายามทำทุกอย่างก็เหมือนเป็นบันได แต่เผอิญว่ามันเป็น บันไดเลื่อน คือ เลื่อนไปเรื่อยๆ ไม่หยุดสักที กลับมาถึงความเป็นจริง เราได้เรียนรู้อะไรมากมาย ซึ่งมันไม่เหมือนในฝันที่เราวาดไว้ มีอะไรที่ไม่ใช่ความสวยงามอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องของตลาด เรื่องการขาย เอาเป็นว่าสิ่งที่ดวงต้องการคือ คิดว่าจะทำอย่างไรให้แบรนด์ MONLADA ติดตาเหมือนที่ดวงอ่านแมกกาซีนแล้วเห็น Prada ติดตา ดวงต้องการให้แบรนด์ของดวงอยู่ในใจของคนแบบนี้ ให้คนรู้ว่าแบรนด์ MONLADA คือแบรนด์ที่ขายเสื้อผ้าแบบนี้ สไตล์นี้ เราคิดอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้แบรนด์เราสามารถอยู่ได้ตลอดไป ไม่ใช่ว่าทำแค่ 7-8 ปี แล้วหยุด เราคิดว่าถ้าเราอยู่ได้ตลอดไปเมื่อไหร่ นั่นคือความสำเร็จของเรา”

ทัพศิลปินร่วมแสดงคอนเสิร์ต ‘ร้อยดวงใจฯ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255137

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร ร่วมกับ มูลนิธิพระเจนดุริยางค์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ร่วมมือร่วมใจจัดงาน “คอนเสิร์ต ร้อยดวงใจ ร้องบรรเลง เพลงของพ่อ” เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้รวมรำลึกถึง พระอัจฉริยภาพด้านดนตรี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ผ่านบทเพลง พระราชนิพนธ์ทรงคุณค่าและบทเพลงเทิดพระเกียรติ รวมถึงบทเพลงถวายความอาลัย มาขับร้องและบรรเลง กว่า 20 บทเพลง อาทิ ชะตาชีวิต, ความฝันอันสูงสุด, ยามเย็น, ในดวงใจนิรันดร์, พระราชาในนิทาน, เหตุผลของพ่อ ฯลฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 18.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติ (สนามหลวง) เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

โดยได้ศิลปินที่เข้าร่วมแสดงคอนเสิร์ตเพื่อมาสร้างความสุขความบันเทิง ในครั้งนี้ประกอบด้วย นนท์-ธนนท์ The Voice, แอ้ม-อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์,รัดเกล้า อามระดิษ,จ่อย ไมค์ทองคํา,เจนนี่ เดอะสตาร์ 12 พร้อมด้วย ศิลปินรับเชิญ อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, อนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะ นักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย ในการแสดงประกอบด้วย การแสดงเปิดเวทีโดยนาฏยศิลป์ ร่วมสมัยจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกตอนความเพียร โดยนิสิตสาขาวิชานาฏยศิลป์ศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ตามด้วย คณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทยวงดุริยางค์โรงเรียนวัดสระแก้ว (รุ่งโรจน์ธนกุลอุปถัมภ์)

ช่วงที่ 2 บรรเลงเดี่ยวโดย อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(ดนตรีไทยสากล) ประจำปี 2559, วงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และศิลปินรับเชิญทุกท่าน ที่มาร่วมการแสดงคอนเสิร์ต ร่วมกันขับกล่อมเสียงเพลงบนเวที ซึ่งบรรเลงโดย วงดุริยางค์เยาวชนไทย โดยทุกเพลงล้วนมีความไพเราะแม้แต่ชาวต่างชาติยังยกย่องอีกหนึ่งพระอัจฉริยภาพ ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญของพสกนิกรชาวไทยที่ยกย่องมาจนถึงทุกวันนี้

 

Quote of the week : 4 กุมภาพันธ์ 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255129

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ถ้าถูกแดดถูกฝน อนามัยแข็งแรงก็ไม่เป็นอะไร ทำให้แข็งแกร่งจิตใจก็เหมือนกัน เมื่อประสบอุปสรรคและสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา เราก็ขุ่นหมองแต่ถ้าจิตใจเราแข็งแรงแข็งแกร่งดี อุปสรรคนั้นจะทำให้สามารถที่จะทำให้มีอำนาจจิตดีขึ้นมีกำลังใจมากขึ้น สิ่งที่เป็นอุปสรรค สิ่งที่ทำให้เราขุ่นเคืองใจ ไม่เป็นผลร้ายต่อตัวเรากลับทำให้ใจเราแข็งแกร่งแข็งแรง”

การเรียนรู้แบบ Project Approach เรื่อง ‘กังหันน้ำของพ่อ’ ของอนุบาลกุ๊กไก่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255133

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.พนมกร ไทยสันติสุข วิศวกรชำนาญงานกรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้ปกครองและเด็กๆ อนุบาลกุ๊กไก่

นิทรรศการ การเรียนรู้แบบ Project Approach เรื่อง “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ของโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ ห้อง 3/2 ใช้เวลาในการเรียนรู้กว่า 7 สัปดาห์ เริ่มต้นจากการที่เด็กๆ ช่วยกันทำกราฟหัวข้อเรื่องที่จะเรียนรู้ แล้วเขียนชื่อตัวเองในกระดาษไปติดลงในกราฟตามชื่อเรื่องที่ตนสนใจ สรุปได้ว่า “กังหันน้ำชัยพัฒนา” เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจโหวตมากที่สุด โดย น้องกันต์-ด.ช.กันตภณ จันทร์สาส์นบอกเล่าถึงประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับกังหันน้ำชัยพัฒนาให้ฟังว่า “ตอนอยู่อนุบาล 2 คุณครูเคยสอนผมเรื่องกังหันน้ำชัยพัฒนานี้ครับว่าสามารถทำให้น้ำที่สกปรกกลายเป็นน้ำสะอาดได้ โดยในหลวงเป็นคนคิดค้นสร้างกังหันน้ำชัยพัฒนาเป็นคนแรก เพราะในหลวงท่านเป็นห่วงประชาชนของพระองค์ครับ”

สัปดาห์แรกๆ ของการเรียนรู้ เด็กๆ ได้แบ่งกลุ่มกันสืบค้นหาความหมายของสิ่งที่ตนอยากรู้จากแหล่งต่างๆ อาทิ หนังสือคอมพิวเตอร์ Googleและ Youtube อีกทั้งคุณครูยังนำแผ่นพับมาให้เป็นแหล่งข้อมูลในห้องร่วมกับการดูสารคดีเทิดพระเกียรติที่มาของกังหันน้ำชัยพัฒนา ที่เรียกว่า “หลุก”หรือ “ระหัดวิดน้ำ” ของไทยสมัยโบราณ ซึ่ง น้องกันต์อธิบายให้ฟังต่อว่า “ในหลวงทรงคิดค้นการบำบัดน้ำเสีย โดยวิธีธรรมชาติ เอาผักตบชวามาช่วยในการบำบัดน้ำเน่าเสีย แต่ช่วยได้นิดหน่อย ในหลวงทรงเป็นห่วงประชาชนกลัวจะเป็นโรค เพราะว่าประชาชนในชุมชนทิ้งขยะลงไปในบึง ทำให้น้ำเน่า มีกลิ่นเหม็น ในหลวงจึงคิดวิธีแบบใหม่มาแทนผักตบชวา เป็นเครื่องกลเติมอากาศ โดยเห็นจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน ที่ใช้ระหัดวิดน้ำในการวิดน้ำเข้านา มาปรับปรุงเป็นเครื่องกลเติมอากาศ และทรงมอบหมายงานให้กับมูลนิธิชัยพัฒนากับกรมชลประทานเป็นคนประดิษฐ์กังหันน้ำชัยพัฒนาขึ้นมา” พอสิ้นเสียงหนูน้อยช่างพูด เหล่าคุณครูและผู้ปกครองที่ยืนฟังอยู่ต่างพากันปรบมือให้กับความฉลาดพูดของหนูน้อยกันรัวๆ


กังหันน้ำและหลุกจำลองของเด็กๆ

สัปดาห์ต่อมา เด็กๆ ไปทัศนศึกษากังหันน้ำชัยพัฒนาของจริงที่สำนักงานกรมชลประทาน จ.นนทบุรีมี คุณโก๋-ดร.พนมกร ไทยสันติสุข วิศวกรชำนาญงานกรมชลประทาน เป็นวิทยากรใจดีคอยให้ข้อมูลและตอบคำถามโดยด.ญ.วัฑฒกร ยังวาณิช หรือน้องใบบัว แชร์ประสบการณ์ให้ฟังว่า “บัวได้ไปเห็นกังหันน้ำชัยพัฒนาที่เป็นของจริงลอยอยู่ในน้ำ ซึ่งทำมาจากสเตนเลส แล้วมีคุณลุงโก๋ใจดีเล่านิทานให้หนูกับเพื่อนๆ ฟัง เกี่ยวกับเรื่องของในหลวงค่ะ ทำให้หนูได้รู้ว่ากังหันน้ำชัยพัฒนาทำงานอย่างไร” กิจกรรมในครั้งนี้เด็กๆ จะได้สำรวจ สัมผัส และสังเกตลักษณะของกังหันน้ำชัยพัฒนาของจริง และถ่ายทอดผ่านการวาดรูป เพื่อนำเสนอผลงานให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน

ก่อนสัปดาห์สุดท้ายจะมาถึง เด็กๆ แบ่งกลุ่มกันทำ Venn Diagram เปรียบเทียบรูปแบบกังหันน้ำชัยพัฒนาแบบ A แบบ B และแบบ C กับแบบ D ทำเป็นของที่ระลึกให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมนิทรรศการ และฝึกการอธิบายในสิ่งที่เด็กๆ แต่ละคนต้องรับผิดชอบในแต่ละมุม จากนั้นเด็กๆพยายามหัดอ่านและสะกดเนื้อเพลงที่ช่วยกันแต่งขึ้นอย่างตั้งใจ พร้อมทั้งเคาะจังหวะตามทำนองเพลง ถือว่าเป็นการเรียนรู้ในการนำทักษะด้านวิชาภาษาไทยมาประยุกต์ใช้กับวิชาดนตรีได้อย่างลงตัว โดย น้องการ์ตูน-ด.ญ.ณิชนันทน์ วีรกุล รีบยกมือขออาสานำเพื่อนๆ ซ้อมร้องเพลง “กังหันน้ำ กังหันน้ำ ชัยพัฒนา ในหลวงทรงคิดค้นขึ้นมา เพื่อให้ความสุขกับชาวประชา โดยใช้ผักตบชวา และกังหันมา เติมอากาศ น้ำก็สะอาด ทำให้ชาวประชามีความสุขเอย”


ชมของจริงกังหันน้ำชัยพัฒนา ที่สำนักงานกรมชลประทาน จ.นนทบุรี 

สัปดาห์สุดท้ายของการทำโครงงานเรื่อง “กังหันน้ำชัยพัฒนา” เด็กๆ ได้ร่วมกันศึกษาและสรุปถึงสิ่งต่างๆ ที่สงสัย ออกมาเป็นนิทรรศการขนาดย่อมภายในห้องเรียนให้ได้ทึ่งกับความอัจฉริยะตัวน้อยของหนูน้อยกุ๊กไก่ โดยมีการแบ่งหน้าที่ในการจัดมุมห้องต่างๆ ตามความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งเด็กๆ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะสะเต็มศึกษามาช่วยกันคิดประดิษฐ์ผลงานต่างๆ ให้ออกมาเป็นสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกังหันน้ำชัยพัฒนาจำลองให้ทุกคนได้ชมกัน และสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมทุกคน


เด็กๆ ช่วยกันประดิษฐ์กังหันน้ำชัยพัฒนาจำลอง


น้องกันต์ อธิบายวิธีการทำงานของกังหัน


ผู้ปกครองเยี่ยมชมโครงงานกังหันน้ำชัยพัฒนาของเด็กๆ

Fashion Update : LONGCHAMP VALENTINE’S DAY 2017 KISS & LOVE ♥

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255138

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อกลิ่นอายแห่งความโรแมนติกหวนกลับมาอีกครั้งในช่วงเทศกาลแห่งความรักที่ทุกคนต่างรอคอยอย่างวันวาเลนไทน์ ในปีนี้ ลองฌอมป์(LONGCHAMP) แบรนด์เครื่องหนังชั้นนำจากกรุงปารีส มาเติมเต็มความหวานชื่นด้วยคอลเลคชั่น คิส & เลิฟ (KISS & LOVE) ที่จะทำให้ทุกหัวใจพองโต

เริ่มต้นด้วยกระเป๋าหนังลูกวัวทรงโท้ทสุดคลาสสิก ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกวันและทุกโอกาส เฉกเช่นดั่งความรักอันหอมหวานที่อบอวลตามไปด้วยทุกที่ และเมื่อยามหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ กระเป๋าคลัทช์ที่สลักนิยามสุดโรแมนติกอันมีความหมายยิ่งอย่าง L’AMOUR TOUJOURS หรือ รักนิรันดร์ เปรียบดั่งคำสัญญาที่คล้องใจสองดวงเข้าด้วยกัน ส่วนอีกหนึ่งชิ้นงานที่จะมอบความสดชื่นประหนึ่งว่าอยู่ในภวังค์แห่งความรักได้เป็นอย่างดี คือกระเป๋าขนาดเล็กที่มาพร้อมวลีประจำเทศกาลแห่งความรักอย่าง KISS และ LOVE โดดเด่นด้วยการผสมผสานเทคนิคซิลค์สกรีน(Silkscreen) เข้ากับการถักทอด้วยเส้นใยลูเร็กซ์ (Lurex) มีความมันวาวแบบไม่ซ้ำใคร โดยกระเป๋าหนังทั้ง 3 แบบในคอลเลคชั่นคิส & เลิฟ มาพร้อมกับความอ่อนหวานของสีชมพูพาสเทลและความสดใส เฉกเช่นรักแรกเริ่มของสีดอกฟูเซียที่ผลิบาน นอกจากนี้ยังมีผ้าพันคอผ้าไหมแสนหวาน รวมถึงสร้อยข้อมือหนังสีชมพูพาสเทลที่โดดเด่นด้วยลายปักซิกแซ็กและจี้รูปหัวใจที่พูดแทนความนัยได้อย่างลึกซึ้ง หรือจะสร้างรอยยิ้มไปกับพวงกุญแจรูปหัวใจที่ถูกถักทอด้วยด้ายสีแดงสดใส

ตามไปรื่นรมย์กับเทศกาลแห่งความรักและคิส&เลิฟคอลเลคชั่นได้แล้ววันนี้ที่ ลองฌอมป์ทั้ง 5 สาขา แฟลกชิพสโตร์ สาขา ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น G ตึกเฮลิกซ์ / ชั้น 1 สยามพารากอน /ชั้น 1 เซ็นทรัล ชิดลม / ชั้น 1 เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ ชั้น 1 เซ็นทรัล บางนาค่ะ

 

เซเลบฯ รักษ์โลกอัพเดตเทรนด์อีโคคอนโด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255004

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.