เอ็มโอยูปรองดอง ความหวังที่ยังริบหรี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มกราคม 2560 เวลา 09:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/476449

เอ็มโอยูปรองดอง ความหวังที่ยังริบหรี่

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สัญญาณไม่สู้ดีสำหรับแนวคิดการจับคู่ขัดแย้มาเซ็นเอ็มโอยูยุติความขัดแย้งเดินหน้าสร้างความปรองดอง

สืบเนื่องจากคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) ที่กำลังเริ่มต้นเดินหน้าตามเป้าหมาย

เริ่มตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​ ที่ออกมาชี้แจงว่าแนวคิดปรองดองยังไม่ได้ทำ อยู่ระหว่างการเริ่มตั้งคณะกรรมการ ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรีคิดขึ้นมา ก็ต้องดูว่าจะต้องทำกันหรือไม่

แนวคิดเบื้องต้นเป็นการ​​เรียกพรรคการเมืองแต่ละพรรคมาคุยกัน ว่าอะไรที่จะร่วมมือกันได้บ้าง และอะไรที่จะไม่ทำอีก เช่น การทำให้เกิดปัญหากับประชาชนจะไม่ทำอีก

“เขาเรียกว่าเป็นสัจจะสัญญา แต่ไม่ใช่สัตยาบัน เป็นสัจวาจาทำนองนั้น คือพูดแล้วต้องไม่ลืม ต้องทำตามนั้น ก็ขึ้นอยู่กับทุกคนว่าต้องการให้ประเทศเดินหน้าหรือเปล่า แต่อย่าเอามาพันกัน ซึ่งมีหลายเรื่องหลายประเด็น

ผมได้ให้แนวนโยบายไปว่าการปรองดองมีหลายมิติและมีคดีความมากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคดีอาญา คดีแพ่ง คดีการเมือง แต่ละอย่างจะทำกันอย่างไร ระหว่างนี้ก็สร้างการรับรู้กับสังคม ประชาชน ให้รู้ว่าเขาคิดกันมาแบบนี้ ไม่ใช่งุบงิบทำ มันทำไม่ได้” นายกฯ กล่าว

หลังมีการออกมาจุดประเด็นนี้ กระแสสังคมและเสียงสะท้อนจากแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูจะไม่เห็นคล้อยตามไปกับแนวคิดนี้อย่างที่คาดการณ์

แม้ช่วงแรกจะเห็น​ว่าหลายฝ่ายมีท่าทีเหมือนจะขานรับออกมาสนับสนุนแนวคิดเรื่องปรองดอง แต่ทว่าก็ยังแอบมีเงื่อนไขส่วนตัวของแต่ละฝ่ายที่พ่วงเข้ามาโดยเฉพาะประเด็น “นิรโทษกรรม”

ซึ่งสุดท้ายย่อมจะทำให้กระบวนการปรองดองเป็นไปได้ยากในขั้นตอนการปฏิบัติจริง

ล่าสุด ​สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (กปปส.)  ออกมาประกาศชัดจะไม่ไปร่วมลงนามเอ็มโอยูอย่างแน่นอน เพราะมองว่าการลงนามนั้น ไม่ใช่ประโยชน์หรือทางออกของการปรองดองอย่างแท้จริง

ประเด็นสำคัญที่ทำให้หลายฝ่ายยังกังวลคือเรื่องนิรโทษกรรมที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน เพราะชัดเจนว่าจุดยืนของฝั่ง กปปส.และประชาธิปัตย์ นั้นไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมในคดีหลายประเภท

ขณะที่บางฝ่ายยังออกมาเรียกร้องเรื่องนิรโทษกรรม ล่าสุด สมพงษ์ สระกวี สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ออกมาทวงสัญญา พล.อ.ประยุทธ์ จะมาดูรายละเอียดเรื่องนิรโทษกรรมและทำเรื่องปรองดอง  ซึ่งคำว่านิรโทษกรรมของนายกฯ บอกต้องทำตามขั้นตอนกฎหมายก่อน เท่ากับว่านายกฯ ให้สัญญาเอาไว้แล้วว่าจะทำ

สาเหตุอีกประการที่ทำให้การลงนามสู่การปรองดองเป็นไปได้ยาก เพราะข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ยังไม่มีความชัดเจน ข้อมูลเบื้องต้นยังคงเป็นเพียงแค่กรอบกว้าง

การรีบออกมาตกปากรับคำย่อมสุ่มเสี่ยงเกินไปที่จะไปผูกมัดตัวเองในอนาคต

​​ยิ่งหากดูโครงสร้างคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองจำนวน 19 คน ​ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม นั่งเป็นประธานนั้น ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นทหาร ทั้ง ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. ผบ.ตร.  ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม ผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ผอ.ศปป.)

แถมเบื้องต้นการกำหนดกรอบการทำงานที่จะลงไปรับฟังความคิดเห็นนั้นยิ่งชวนให้นึกถึงการทำงานปรองดอง ตั้งแต่หลังรัฐประหารที่ตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ที่มี พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ เป็นผู้อำนวยการ

ที่เป็นเพียงการเรียกคู่ขัดแย้งมารับฟังความคิดเห็นแต่ผ่านมาเกือบสองปีก็ยังไม่เห็นความคืบหน้า หากครั้งนี้ยังไม่ต่างจากที่ผ่านมาโอกาสปรองดองรอบนี้คงริบหรี่ลงไปทุกที

การสร้างความปรองดองรอบนี้จึงอาจเป็นโอกาสสุดท้าย ซึ่งหากตั้งใจและให้ความสำคัญรับฟังเสียงสะท้อนจากแต่ละฝ่ายเพื่อหาทางออกที่ทุกฝ่ายเห็นพ้อง​ต้องกัน​ ย่อมทำให้ความพยายามรอบนี้มีความหวังมากกว่าที่ผ่านมาส่วนจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหนต้องรอดูกันต่อไป

 

‘ม็อบ-การเมือง’แผ่ว จำใจปรองดอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 มกราคม 2560 เวลา 09:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/476243

‘ม็อบ-การเมือง’แผ่ว จำใจปรองดอง

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับแนวคิดที่เกี่ยวกับการทำบันทึกความเข้าใจ หรือ “เอ็มโอยู” เพื่อสร้างความปรองดองก่อนนำไปสู่การเลือกตั้ง โดยแนวคิดดังกล่าวถูกเปิดเผยมาจาก “พีระศักดิ์ พอจิต” รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา

“เท่าที่ได้พบและพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี ให้มาดูแลเรื่องการปรองดอง ทราบว่า รองนายกฯ มีความตั้งใจสูงทุ่มเทสุดตัวเรื่องนี้ และมีแนวคิดเบื้องต้นว่าในเร็ววันนี้จะเชิญทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมืองคู่ขัดแย้งเข้ามาพูดคุย เพื่อเสนอความคิดอ่านหาทางออกขจัดความขัดแย้ง

หลังจากนั้น จะทำเป็นข้อตกลงเอ็มโอยูเพื่อเดินหน้าไปสู่ความปรองดองก่อนการเลือกตั้งให้ได้ โดยข้อตกลงดังกล่าวจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมาย แต่จะกระทำให้สังคมได้รับรู้อย่างเปิดเผย” รองประธาน สนช.คนที่ 2 ระบุ

ความขัดแย้งทางการเมืองของไทยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เคยมีกระบวนการพยายามเปิดโต๊ะเจรจาและเชิญทุกฝ่ายมาตกลงแบบสันติวิธีและทำสัญญาสงบศึก โดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อปี 2548 และ 2553 แต่สุดท้ายไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ จนสุดท้ายผลก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น

มาในเวลานี้เป็นอีกครั้งที่เตรียมเปิดโต๊ะเจรจาสันติภาพ ซึ่งจะว่ากันในเชิงกระบวนการก็ไม่ได้ต่างจากอดีตที่ผ่านมา เพียงแต่เจ้าภาพในการดำเนินการ คือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งทุกฝ่ายต่างทราบดีว่าเป็นองค์กรที่มีอำนาจเต็มและสมบูรณ์

เมื่อ คสช.ตัดสินใจลงมาเป็นเจ้าภาพเอง หลังจากปล่อยให้แต่ละฝ่ายดำเนินการตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้กระบวนการสร้างความปรองดองในครั้งนี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะยังไม่ทันที่การเจรจาเพื่อนำไปสู่การลงนามในเอ็มโอยูจะเกิดขึ้น ปรากฏว่าฝ่ายการเมืองต่างออกมาแสดงความยินดีที่จะเข้าร่วมเวทีนี้อย่างพร้อมเพรียง

วิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ : “ขอสนับสนุนและให้กำลังใจกับการริเริ่มการปรองดองของรัฐบาลนี้ การมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร รับผิดชอบมีความเหมาะสม”

อำนวย คลังผา อดีต สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย : “เห็นด้วยกับแนวทางของ พล.อ.ประวิตร และมองว่า พล.อ.ประวิตร มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาทำเรื่องปรองดองเพราะเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งในบ้านเมือง”

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. : “พร้อมให้ความร่วมมือ เรื่องนี้ถ้าเริ่มด้วยความจริงใจโดยเฉพาะจากฝ่ายผู้มีอำนาจเชื่อว่าน่าจะให้ผลเป็นรูปธรรมระดับหนึ่ง”

ถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส. : “กปปส.มีความยินดีและพร้อมที่จะไปพูดคุย”

หากถามว่าปัจจัยที่มีผลให้ทั้งกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองเหล่านี้ยินดีเข้าร่วมกับ คสช.อย่างง่ายดายน่าจะมาจาก 2 ปัจจัยด้วยกัน

1.ต้องการให้เกิดการเลือกตั้ง เป็นเวลาร่วม 3 ปีแล้วที่ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้อำนาจของ คสช. ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานกว่าเมื่อครั้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ลงมือรัฐประหารล้มรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2548

แน่นอนว่า คสช.อยู่นานเท่าไหร่ อำนาจของนักการเมืองย่อมถูกลดทอนมากขึ้นเท่านั้น หนำซ้ำฐานมวลชนที่เคยสวามิภักดิ์อาจแปรเปลี่ยนไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ดังนั้น ฝ่ายการเมืองจึงไม่มีให้เลือกมากนัก

การจะทำให้ คสช.พ้นจากอำนาจด้วยสันติวิธี คือ ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งและนำอำนาจกลับจากทหารมาอยู่ในมือนักการเมืองอีกครั้ง จึงจำยอมเข้าสู่เกมของ คสช.แบบไร้อำนาจต่อรอง

2.ภาวะอ่อนแรงของฝ่ายการเมือง ต้องยอมรับว่า คสช.เปิดเกมรุกเดินหน้าบีบฝ่ายการเมืองเป็นระยะและในทุกระดับ ทั้งระดับแกนนำและระดับฐานมวลชนผ่านการดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการออกแบบกติกาอย่างร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติที่ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองสามารถขยายอำนาจได้มากนัก

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเท่ากับว่าพรรคการเมืองตกอยู่ในสภาพง่อยเปลี้ยพอสมควร จะขยับดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ไม่ถนัดมากนัก ยิ่งกินระยะเวลานานมากเท่าไหร่ฝ่ายการเมืองก็ยิ่งหมดพลังมากขึ้นเป็นระยะ

จากสภาพที่เกิดขึ้น พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองจำเป็นต้องเล่นไปตามเพลงของ คสช.และยอมรับกระบวนการสร้างความปรองดองที่กำลังออกแบบอยู่ในขณะนี้

อย่างน้อยเพื่อให้ตัวเองยังคงมีพื้นที่ยืนในทางการเมือง เพราะในช่วงเวลาและบรรยากาศแบบนี้หากไปเล่นบทจระเข้ขวางคลองหรือคัดค้านการสร้างความปรองดอง ย่อมทำให้ต้นทุนของฝ่ายการเมืองลดต่ำ สุดท้ายต้องยอมไปกับเกมของ คสช.เพื่อรอโอกาสกลับมาใหญ่อีกครั้งในอนาคต

 

บิ๊กตู่ฮึดตั้ง “ปยป.” โอกาสสุดท้าย คสช.​

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มกราคม 2560 เวลา 10:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/476056

บิ๊กตู่ฮึดตั้ง "ปยป." โอกาสสุดท้าย คสช.​

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กำลังกลายเป็นที่จับตาของสังคมสำหรับคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) ​ที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งขึ้นมารับหน้าที่ขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายปลายโรดแมป

จากบทบาทหน้าที่ของ ปยป. จะเห็นว่านี่เป็น “กลไก” หลักถูกตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลรับผิดชอบแต่เรื่องสำคัญ​

หากทุกอย่างทำได้อย่างที่ตั้งใจย่อมจะทำให้ประเทศสามารถเปลี่ยนผ่านเดินหน้ากลับสู่สภาวะปกติเป็นไปอย่างราบรื่น และที่สำคัญย่อมทำให้สังคมหลุดพ้นจากวังวนความขัดแย้งที่หมักหมมมานาน พร้อมเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและเข้มแข็ง

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแต่ละเรื่องที่ ปยป.ต้องรับผิดชอบล้วนแต่เป็นเรื่องยาก สะท้อนผ่านการตั้งคณะกรรมการที่ขึ้นมาดูแลทั้ง 4 ชุด

​1.​คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่และมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ เพราะถือเป็นการเริ่มตั้งธงว่าประเทศจะเดินหน้าไปในทิศทางไหน

ดังนั้น ผลการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ ย่อมจะสะท้อนให้เห็นว่าเราจะให้น้ำหนักกับการพัฒนาประเทศไปด้านไหน ตลอดจนมีรูปแบบการดำเนินการอย่างไรที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย

​2.คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศนับเป็นอีกเรื่องใหญ่ถึงขั้น​ คสช.ประกาศให้เป็นเป้าหมายสำคัญตั้งแต่หลังรัฐประหาร พร้อมวางกลไกต่างๆ ขึ้นมาดำเนินการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ทว่าผ่านมาสองปีกว่าการปฏิรูปที่พยายามทำกันมายังเป็นเพียงแค่รายงานที่ไปจัดทำข้อมูลที่มาที่ไป แนวทางการดำเนินการ ตลอดจนข้อเสนอแนะ ตั้งแต่เมื่อครั้งการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ต่อเนื่องมาจนถึงสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

หลายเรื่องที่คืบหน้าจับต้องได้กลับเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ  ส่วนเรื่องใหญ่ๆ อย่างการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูประบบสาธารณสุข แม้แต่การปฏิรูประบบตำรวจที่พูดกันมากนั้น สุดท้ายกลับก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าหรือเห็นทิศทางที่จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างที่สังคมคาดหวัง

นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ คสช.ยังแก้ไม่ตก ​หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป นอกจากจะกระทบกับคะแนนนิยม คสช. ที่อุตส่าห์เร่ง​ปลุกปั้นจนกลับมากระเตื้องดีขึ้น ให้กลับไปตกต่ำกว่าเดิมแล้ว  สุดท้ายหากไม่สามารถทำอะไรให้ดีขึ้นย่อมทำให้การปฏิรูปต้องเสียของ

3.คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่ถือเป็นเรื่องร้อนซึ่งยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายพอจะยอมรับร่วมกันเพื่อ​ให้ทุกอย่างเดินหน้าไปในแนวทางที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน

ที่ผ่านมาความขัดแย้งในสังคมเพียงแค่ถูกสะกดไว้ไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวใดๆ แต่รากเหง้าของปัญหายังคงอยู่ไม่ได้รับการคลี่คลาย

แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามหากลไกเข้ามาคลี่คลายสลายความขัดแย้งหลายครั้ง ​แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถเดินหน้าไปจนสุดทางได้ ปัญหาความขัดแย้งเลยคาราคาซังอยู่จนถึงปัจจุบัน

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกอย่างยังติดขัดคือความชัดเจนของการนิรโทษกรรมที่ยังเห็นไม่ตรงกันเสียทั้งหมด เมื่อด้านหนึ่งอยากให้เซตซีโร่กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ แต่อีกด้านอยากให้คดีบางประเภท ทั้งอาญา เผาบ้านเผาเมือง ตลอดจนทุจริตคอร์รัปชั่น และหมิ่นมาตรา 112  ต้องเดินหน้าไปตามกระบวนการยุติธรรม นี่จึงทำให้การปรองดองไม่อาจจะเดินหน้าไปได้ ​

และ 4.คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ที่ถูกจับตาไม่แพ้กัน เพราะจะเป็นกลไกที่จะชี้วัดแนวทางการบริหารประเทศต่อไปในอนาคต ​

ซึ่งทั้ง  4  ​ชุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นคนดูแล และมีรองนายกฯ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)​ รองประธาน สนช. ประธาน สปท. ​และรองประธานร่วมเป็นกรรมการ

การขมวดเรื่องเหล่านี้มาไว้ภายใต้การควบคุมดูแลของ ปยป. ด้านหนึ่งจึงถูกมองว่าเป็นการต่อเวลาซื้อแรงกดดันอีกยก หลังจากเรื่องร้อนทั้งหลายยังไม่มีความคืบหน้า​อย่างที่สังคมอยากจะเห็น

แต่อีกด้านหนึ่งหาก คสช.สามารถ​ทำได้สำเร็จอย่างที่ตั้งเป้า ​นี่จะเป็นผลงานสำคัญที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้และทำให้การปฏิรูปครั้งนี้ไม่เสียของ ​​ซึ่งทั้งหมดถือเป็นโอกาสสุดท้ายของ คสช.อันที่จะไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ตัวได้ในอนาคต

 

ขบวนสุดท้าย รถไฟสายปรองดอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 มกราคม 2560 เวลา 10:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/475873

ขบวนสุดท้าย รถไฟสายปรองดอง

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

“การสร้างความปรองดองและการสร้างความสมานฉันท์” เป็นหนึ่งในนโยบายและโรดแมปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การเข้ามาบริหารประเทศปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังไม่ปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก

เมื่อครั้งมี สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีการตั้ง คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ที่มี “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” เป็นประธาน โดยมีข้อเสนอออกมาหลากหลายและมีความน่าสนใจด้วยการเสนอให้จำแนกคดีความที่สมควรได้รับการนิรโทษกรรม ยกเว้นคดีทุจริตและคดีเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

ข้อเสนอของคณะกรรมการชุดนี้ได้ถูกส่งไปยังรัฐบาลแต่ก็เงียบหายไปไร้เสียงตอบกลับจากผู้มีอำนาจ ส่งผลให้กลายเป็นกองเอกสารที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานตึกไทยคู่ฟ้าไปโดยปริยาย

ยิ่งไปกว่านั้นเคยมีการนำเรื่องการสร้างปรองดองไปบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญเป็นครั้งแรกของประเทศไทย แต่ปรากฏว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวถูกฉีกโดย สปช.ทำให้เกิดภาวะชะงักขึ้นมาทันที

แม้กระทั่ง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พยายามจะเข้ามาเป็นเจ้าภาพจัดการในเรื่องนี้ แต่สุดท้ายเจอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เบรกทันที ทั้งๆ ที่ สนช.ยังไม่ได้ออกตัวด้วยซ้ำ

กลายเป็นว่า แนวทางการสร้างความปรองดองถูกซุกอยู่ใต้พรมมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลประกาศว่า จะเดินหน้าเรื่องนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรม

ล่าสุดรัฐบาลได้ตั้ง คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.)

การสถาปนาคณะ ปยป.ที่ว่านี้รัฐบาลมีจุดประสงค์เพื่อการสร้างความปรองดองในเชิงโครงสร้างมากกว่าจะมุ่งเน้นไปที่การนิรโทษกรรม ซึ่งเหมือนกับเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ

โดยรัฐบาลกำลังพยายามสร้างความปรองดองโดยใช้ฐานของการปฏิรูปประเทศ หมายความว่า ถ้าสามารถปฏิรูปประเทศได้เป็นผลสำเร็จและสร้างความเท่าเทียมกันในหลายมิติได้แล้ว ทั้งหมดจะนำมาซึ่งความปรองดองโดยอัตโนมัติ เพราะทุกฝ่ายสามารถได้รับการจัดสรรทรัพยากรอย่างเท่าเทียมกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองจากความเคลื่อนไหวของรัฐบาลที่ออกมานั้นนับว่าเอาจริงเอาจังกับการสร้างความปรองดองอยู่ไม่น้อย เพราะมิเช่นนั้นแล้วรัฐบาลคงไม่ลงมาเป็นเจ้าภาพด้วยตัวเอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการสร้างความปรองดอง ปรากฏว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มาทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมยุทธศาสตร์การสร้างความปรองดองด้วยตัวเอง

“ขณะนี้กำลังทำโครงสร้างและขั้นตอนของการสร้างความปรองดองและอยู่ร่วมกันได้ และเมื่อจัดทำโครงสร้างการดำเนินงานเสร็จแล้ว จะเสนอเรื่องถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ จากนั้นจะนัดประชุมคณะกรรมการ ก่อนจะเชิญตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมพูดคุยหารือต่อไป” พล.อ.ประวิตร ระบุ

การลงมาทำงานการเมืองของ พล.อ.ประวิตร เป็นความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะต้องไม่ลืมว่าพล.อ.ประวิตร เป็นนายทหารที่อุดมไปด้วยคอนเนกชั่นทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่กลุ่มการเมืองสีเสื้อ

เพียงแค่ยังไม่ลงมือทำงานอย่างเป็นทางการ จะเห็นได้ว่าฝ่ายการเมืองก็แสดงออกในเชิงบวกค่อนข้างชัดเจน ผิดกับก่อนหน้านี้ที่มักจะแสดงความคิดเห็นในเชิงคัดค้าน

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้โอกาสที่ คสช.จะทำงานประสบความสำเร็จก็มีความเป็นไปได้สูง

หากจะบอกว่าปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การปรองดองมีทิศทางที่ดีขึ้น คือ การถูกบังคับด้วยเวลาและสถานการณ์

ที่ต้องบอกเช่นนี้เพราะว่า ความเคลื่อนไหวที่ว่าด้วยการปรองดองนั้นเกิดขึ้นในช่วงปลายอำนาจของ คสช. ซึ่งคสช.ต้องการสร้างผลงานให้เห็นรูปธรรมก่อนสั่งลา หรือถ้าจะพูดแบบภาษาชาวบ้านๆ ต้องเรียกว่า “รถไฟขบวนสุดท้าย”

เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่ทุกฝ่ายที่มีคดีติดตัวหลายคดี ยกเว้นคดีทุจริตและคดีผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะได้รับการผ่อนหนักให้เป็นเบา หรือทำให้สิ่งที่หนักนั้นหายไปด้วยการเข้าสู่กระบวนการปรองดองภายใต้กฎหมายที่ คสช.จะเป็นผู้กำหนด

สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า รถไฟสายปรองดองนี้เป็นขบวนสุดท้ายแล้วจริงๆ คงหนีไม่พ้นการที่ สนช.เสนอ ร่างพ.ร.บ.การอำนวยความยุติธรรมทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ไปให้รัฐบาลแล้ว อันเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลเอาจริงไม่ได้ซื้อเวลาเหมือนที่เคยโดนตำหนิก่อนหน้านี้

จึงอย่าได้แปลกใจว่า ทำไมฝ่ายการเมืองถึงตอบรับการปรองดอง เพราะถ้าใครพลาดรถไฟขบวนสุดท้ายแล้วจะไม่มีโอกาสอีกเป็นครั้งที่ 2

 

Health News : ไข้หวัดนกระบาดลามเบลเยียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255234

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เจ้าหน้าที่เบลเยียมตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช 5 เอ็น 8 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา จากตัวอย่างนกที่บ้านหลังหนึ่งในเขตฟลานเดอร์ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ใช้ภาษาดัตช์ บริเวณระหว่างกรุงบรัสเซลส์และเมืองเกนท์ นายวิลลี บอร์ซัซ รัฐมนตรีเกษตรของเบลเยียม กล่าวว่า เชื้อไวรัสไข้หวัดนกที่ระบาดอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างฝรั่งเศสและเยอรมนีในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ระบาดเข้ามาในเบลเยียมแล้ว ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกยังไม่ได้รับผลกระทบแต่จำเป็นจะต้องเฝ้าระวัง เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เบลเยียมได้ใช้มาตรการป้องกันเพื่อมิให้เชื้อไวรัสระบาดเข้ามาในประเทศในระหว่างฤดูอพยพของนก และในสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ขยายมาตรการป้องกันให้ครอบคลุมบรรดาเจ้าของฟาร์มสัตว์ปีกและนกอื่นๆ ด้วย เชื้อไวรัสเอช 5 เอ็น 8 สามารถแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบกับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกทำให้ต้องมีการฆ่าสัตว์ปีกเป็นจำนวนมากเพื่อควบคุมการระบาด

 

หนังสือเด่น : ซัมเมอร์ฮิล โรงเรียนทางเลือกในสังคมไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255235

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลายคนในเมืองไทย คงจะเคยได้ยิน โรงเรียนซัมเมอร์ฮิล ที่จังหวัดกาญจนบุรี และหลายคนคงยังไม่กระจ่างชัดกับความหมายของโรงเรียนดังกล่าวอย่างละเอียด ส่วนมากจะเข้าใจวงกว้างว่า เป็นโรงเรียนที่สอนเด็กแบบ ให้เสรีภาพแก่เด็กได้แสดงออกโดยธรรมชาติของตนเอง โดยไม่ต้องมีการบังคับจากหลักสูตรที่เป็นกรอบวางเอาไว้

หนังสือ ชีวิต เสรีภาพ ซัมเมอร์ฮิล เล่มนี้ เป็นเรื่องราวที่ “เอ. เอส. นีล” ได้เขียนความหมายของคำว่า โรงเรียนซัมเมอร์ฮิล เอาไว้อย่างละเอียด เป็นบทความของ “นีล” ที่เคยลงอยู่ในหนังสืออื่นๆ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเป็นการพูดถึงซัมเมอร์ฮิลโดยเฉพาะ การเลี้ยงดูเด็ก เพศและกามารมณ์ ศาสนาและศีลธรรม ปัญหาของเด็ก ปัญหาของพ่อแม่ และคำถามคำตอบ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดภายในเล่มได้ท้าทายให้เราต้องใช้ความคิดใคร่ครวญ ตรึกตรอง เพราะการที่เขาทำให้เราต้อง “คิด” ในเรื่องที่เขาพูดหรือเขียนได้นั้น เป็นเรื่องที่น่าจะต้องมีความหมาย
มากมายทีเดียว

อ่าน “ซัมเมอร์ฮิล” เล่มนี้แล้วทำให้ เกิดภาพอื่นๆ ที่กว้างขึ้นจากความเข้าใจเดิมๆ ว่า เป็นโรงเรียนที่ให้เสรีภาพอย่างกว้างขวางแก่เด็กๆ ซึ่งผู้ที่ริเริ่มตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมาคือ “เอ.เอส.นีล” เมื่อปี พ.ศ.2464 ซึ่งนีลได้นำเอาความรู้ทางจิตวิทยามาใช้ในการวางแนวทางให้การศึกษา โดยยึดถือหลักให้นักเรียนมีเสรีภาพในการแสดงออกมากที่สุด นีลเน้นความสำคัญของการเล่นว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กเล็กๆ มากยิ่งกว่า “การเรียน” เสียอีก ที่ซัมเมอร์ฮิล ถ้าเด็กคนใดไม่อยากเรียน ก็จะไม่บังคับให้เขาเรียน และที่เขาถือว่าสำคัญมากอีกอย่างก็คือ การยอมรับให้เด็กปกครองตนเอง แทนที่จะให้ครูใหญ่หรือครูเป็นคนคอยบังคับเด็กด้วยการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นมา

หนังสือเล่มนี้แปลเป็นไทยโดย “เตือนตา สุวรรณจินดา, สมบูรณ์ ศุภศิลป์” มีจำนวนหน้า 432 หน้า ราคาขาย 399 บาท

ใครที่ยังไม่เด่นชัดใน นิยามของโรงเรียนซัมเมอร์ฮิล หนังสือเล่มนี้สามารถอธิบายให้เข้าใจได้อย่างง่ายๆ และเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ในสุนทรียรสที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน บนความรักและความเมตตาต่อพฤติกรรมของเด็กๆ ที่มีอยู่ในตัวนีลอย่างเต็มเปี่ยม

‘ซินแส’ชี้ดวงชะตา ปี 2560 จากราศี

คัมภีร์ปีระกา ปรับชะตา-เสริมดวงตามความเชื่อ

“คัมภีร์ปีระกา ปรับชะตา-เสริมดวง ปี 2560” เขียนโดย “ซินแส” จำหน่ายราคา 169 บาท เป็นหนังสือโหราศาสตร์ตามตำราจีน ว่าด้วยการบอกเล่าดวงชะตาใน ปีระกา 2560 ของราศีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ หน้าที่การงาน สุขภาพ โชคลาภ ตลอดรวมไปถึงบอกเล่าวิธีผูกดวงชะตา เสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ตัวเอง นอกจากนี้ภายในเล่มยังแถมยันต์ฮู้ให้มาในเล่ม และ การวิเคราะห์ดวงเมือง โดย “แสงเพชรผ่าดวงเมือง” ซึ่งเป็นการทำนายประเทศไทยว่าในปีนี้ ประเทศไทยจะประสบกับสภาวะอะไรบ้าง จะได้หาทางรับมือ หรือเตรียมความพร้อมที่จะต้องผจญกับความเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้น

ปลูกฝังการเรียนด้านศิลปะผ่านตัวละครเด็ก

พัฒนาทักษะทางภาษาฝึกกล้ามเนื้อมือและสมอง

“แสนดีชอบเรียนศิลปะ” เป็นหนังสือนิทานภาพ 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ ของสำนักพิมพ์ทองเกษม ที่จะช่วยพัฒนาสมอง ฝึกกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง สัมพันธ์กับการใช้ตา และสร้างความเพลิดเพลินบันเทิงใจไปพร้อมๆ กับการเพิ่มพูนศักยภาพทางการเรียนรู้ที่สมวัยในรูปแบบของความ สนุกสนาน เพลิดเพลิน ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะทางภาษา ด้วยภาพประกอบสีสันสดใสสวยงามและคำศัพท์น่ารู้ท้ายเล่ม ไปกับแสนดีตัวละครผู้น่ารัก ผ่านกิจกรรมง่ายๆ อย่างการตัด ปะ ฉีก พับกระดาษ วาดรูป ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน ปั้นแป้ง พิมพ์ภาพ และทำงานประดิษฐ์จากวัสดุง่ายๆ ที่หาได้รอบตัว ราคา 95 บาท ผู้แต่ง “นิภาพัชร์ ปิ่นสุวรรณ” ผู้แปล “PreeKo, Li Meng Meng”

‘แพรว’เปิดรัก ซุป’สตาร์รับวันวาเลนไทม์

ตั้งแต่พบรัก อุปสรรค จนมาถึงวันแห่งความสุข

“นิตยสารแพรว”ฉบับเดือนมกราคม ต้อนรับ วันวาเลนไทม์ นำเสนอ เรื่องราว และภาพถ่ายของซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง ขวัญ-อุษามณี กับ กอล์ฟ-พิชญะ เผยเรื่องราวตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อได้พบกัน พร้อมต้องเผชิญกับอุปสรรคนานัปการที่ต้องต่อสู้มาด้วยกันนับเป็นเวลา 10 ปี จนกระทั่ง พบกับความสมหวัง ซึ่งเต็มไปด้วย ความ ตื่นเต้น ระทึก ซึ่งต้องใช้ความอดทนอย่างสูง นอกจากเรื่องราวแล้ว ยังโพสท่าให้ถ่ายแบบในลีลาที่แปลกใหม่ ไม่เคยถ่ายที่ไหนมาก่อน นอกจากยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจอาทิ 2 คอลัมน์ที่ถูกเปิดขึ้นมาใหม่คือ “คิดถึงพ่อ” และ “I read U read” ที่จะทำให้คนไทยหันมาสนใจต่อการอ่านเพิ่มมากขึ้น จำหน่ายเล่มละ 100 บาท

‘สารคดี’เล่าขานเทศกาลชาวจีน

เผยเทศกาลความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น

“นิตยสาร สารคดี” ฉบับต้อนรับเทศกาลตรุษจีน นำเสนอเรื่องราวความอร่อยของประเพณีการทำขนมเพื่องานเทศกาลอย่างละเอียด ชี้ให้เห็นถึงวัฒนธรรมจีนที่ให้ความสำคัญในการกินนับตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงจีนยุคใหม่ ที่สืบทอดหัตถกรรมความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างเหนียวแน่นมั่นคง ทั้งอาหาร คาว และหวาน โดยเฉพาะขนมซึ่งทำเพื่อกินและไหว้อันเป็นการเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิต ซึ่งแต่ละสิ่งละอย่างล้วนเชื่อมโยงถึงความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับ ธรรมชาติ ศาสนา และวิถีการทำมาหากินในอดีต อันเกี่ยวกับงานกสิกรรม นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ เรื่องของกีฬาทางเลือก และเรื่องคนไทยในสายตาอาเซียน จำหน่ายเล่มละ 120 บาท

‘โรคแมวข่วน’โรคติดต่อในน้องแมวที่ตะแง๊วติดต่อสู่คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255240

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ในโลกโซเชียลได้มีการพูดกันมากมายถึงชายสูงอายุคนหนึ่งที่ถูก “แมวข่วน” จนเกิดแผล แล้วไม่ได้รีบรักษา ปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งลุกลาม กลายเป็นแผลเนื้อตายเน่า แล้วหลายคนก็ไปสรุปกันว่า เป็นเพราะ “แมวข่วน” ซึ่งจริงๆ แล้ว ทางการแพทย์ได้ให้ข้อมูลยืนยันแล้วว่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ก่อให้ให้เกิด “โรคเนื้อเน่า” (Necrotizing fasciitis) ที่บางคนเรียกว่า “แบคทีเรียกินเนื้อ” และที่สำคัญ ยังมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้องอีกหลายประเด็นที่เสริมให้อาการหนักขึ้นขนาดนั้น จนเกือบจะทำให้“แมว” กลายเป็น “แพะ (รับบาป)” ไปครับ

ฟังจากประเด็นนี้แล้ว เมื่อมีคีย์เวิร์ด 3 คำที่น่าสนใจ คือ “น้องแมว”  “การข่วน” และ “แผล” แล้ว ทำให้นึกถึงเรื่อง “โรคในแมวที่สามารถติดต่อมายังคน” ได้โรคหนึ่งนอกจากโรคพิษสุนัขบ้า นั่นคือ “โรคแมวข่วน” วันนี้เรามาคุยกันถึงโรคนี้กันครับ

● โรคแมวข่วนคืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร ?

โรคแมวข่วน หรือ Cat Scratch Disease (CSD) เป็นโรคในแมวที่สามารถติดต่อจากแมวสู่คนได้ครับ  โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า “บาร์โทเนลล่า เฮนเซเล่” (Bartonella henselae) ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบ เกาะอยู่ที่ผิวของเม็ดเลือดแดงของแมวป่วย มีรูปร่างเป็นแท่งสั้น โค้งงอเล็กน้อย ซึ่งสามารถก่อโรคได้ในคน ในกรณีที่คนถูกแมวกัดข่วน หรือเลียที่บาดแผล ซึ่งถือเป็นโรคสัตว์ติดคน(Zoonoses) ชนิดหนึ่งครับ

● อาการเป็นอย่างไร ?

อาการในแมว  แมวจะมีเชื้อในกระแสโลหิตภายหลังการติดเชื้อในระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือนถึงหลายปี อาการของโรคในแมว อาจพบว่า มีไข้เบื่ออาหาร ม่านตาอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้ผิวหนังอักเสบ และเหงือกอักเสบ แต่ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการป่วยใดๆ แต่จะเป็นตัวแพร่โรคสู่คนได้

อาการในคน พบผื่นแดง ตุ่มพอง แผลหลุมที่บริเวณบาดแผล อาจพบต่อมน้ำเหลืองโต โดยทั่วไป โรคนี้สามารถหายเองได้ภายใน 4-8 สัปดาห์ แต่ในกรณีคนที่มีร่างกายอ่อนแอ หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะมีความเสี่ยงสูงมากต่อการติดเชื้อโรคนี้แล้วทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด มีไข้ เกิดการติดเชื้อที่ตา ระบบประสาทหรือมีตุ่มนูนที่ผิวหนัง นอกจากนี้ยังพบรายงานการติดเชื้อแทรกซ้อนที่หัวใจ และตับอีกด้วย

● สัตว์ชนิดใดเป็นโรคแมวข่วนได้บ้าง ?

สัตว์ตระกูลแมวทั้งที่เป็นสัตว์เลี้ยง หรือแมวป่าก็สามารถติดเชื้อ Bartonella henselae ได้ตามธรรมชาติ และที่สำคัญแมวที่มีเชื้อมักไม่แสดงอาการป่วย แต่จะเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่คนได้

● สัตว์ติดต่อโรคกันได้อย่างไร ?

เชื่อกันว่า “หมัดแมว” (Ctenocephalides felis) เป็นพาหะนำเชื้อจากแมวตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่ง แต่เชื้อไม่ติดต่อโดยตรงระหว่างแมวกันเองจากการข่วนหรือกัดกัน

● การติดต่อจากแมวสู่คนได้อย่างไร

คนสามารถติดโรคแมวข่วนนี้ได้ จากการถูกแมวที่มีเชื้อกัดข่วน หรือเลียบาดแผล เนื่องจากเมื่อแมวตัวที่มีเชื้อในกระแสเลือดแล้ว หากแมวเกา กัด หรือข่วนตัวเองจนมีเลือดออก เชื้อในกระแสเลือดก็จะติดอยู่ตามซอกเล็บ เขี้ยวและฟันของแมว เมื่อแมวเลีย กัด หรือข่วนเจ้าของจนเกิดแผล เชื้อก็สามารถเข้าสู่บาดแผลได้

● การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อ

สามารถทำได้โดยการตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อ (antibodydetection) การตรวจหาตัวเชื้อบาร์โทเนลล่าโดยการเพาะเชื้อ การใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (Polymerase Chain Reaction, PCR)และเทคนิคทางอณูชีววิทยาอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อในแมวนั้น ไม่สามารถบอกได้ว่า ในขณะนั้นแมวกำลังติดเชื้ออยู่หรือไม่ ในขณะที่วิธีการเพาะเชื้อ การใช้ PCR  และเทคนิคทางอณูชีววิทยาอื่นๆ สามารถบอกได้ว่าแมวกำลังติดเชื้อหรือมีเชื้ออยู่ในกระแสเลือด

การตรวจการติดเชื้อบาร์โทเนลล่าในแมวมีความจำเป็นในหลายกรณี เช่น การตรวจเมื่อต้องการทำการถ่ายเลือด (Blood transfusion)
โดยการตรวจในแมวตัวให้เลือด (Blood donor) และตรวจเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงในการติดเชื้อสู่คน โดยในโปรแกรมการถ่ายเลือดหากพบว่า ตัวให้เลือดสามารถติดเชื้อบาร์โทเนลล่าจะไม่มีการนำมาใช้เป็นตัวให้เลือดเนื่องจากการรักษาให้ผลที่ไม่แน่นอนในการกำจัดเชื้อจากกระแสเลือด

● เมื่อไรที่เป็นสัญญาณว่าไปพบแพทย์โดยด่วน ?

หากโดนแมวข่วน แล้วมีอาการดังต่อไปนี้ให้ไปปรึกษาแพทย์ อาทิแผลกัดหรือข่วนหายช้า รอบรอยกัดหรือข่วนแดงขึ้นและกว้างขึ้น ต่อมนํ้าเหลืองบริเวณรักแร้หรือขาหนีบบวมและปวดอยู่เป็นเวลานาน ปวดกระดูกหรือปวดข้อ หรือมีอาการอ่อนเพลียอย่างผิดสังเกตและเป็นไข้นานหลายวันครับ

● เราสามารถป้องกันโรคนี้ได้อย่างไร ?

การป้องกันโรคแมวข่วนนั้น สามารถทำได้ง่าย ดังนี้

1.ป้องกันไม่ให้แมวมีหมัด เพราะหมัดเป็นตัวนำเชื้อโรคบาร์โทเนลล่ามาสู่แมว

2.เมื่อถูกแมวข่วน กัด หรือเลียแผล ให้ทำการล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำสบู่หลายๆ ครั้ง จากนั้นใช้ยาฆ่าเชื้อใส่แผลให้เร็วที่สุด นอกจาก
โรคแมวข่วนแล้ว “โรคพิษสุนัขบ้า” ก็เป็นโรคที่ต้องระมัดระวัง หากถูกแมวกัดหรือข่วนครับ

3.หลีกเลี่ยงจากภาวะที่ทำให้แมวข่วน เช่น การเล่นกับแมวอย่างรุนแรง เป็นต้น

4.หากโดนแมวข่วน แล้วมีอาการดังที่กล่าวมาแล้ว ให้รีบไปปรึกษาแพทย์

จะเห็นว่าโรคนี้สามารถป้องกันได้ไม่อยากเลยนะครับ หากปฏิบัติได้ดังนี้แล้วรับรองได้ว่าเราสามารถอยู่กับแมวได้อย่างมีความสุข และห่างไกลจากโรคแมวข่วนนี้แน่นอนครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Tech for Life : 5 กุมภาพันธ์ 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255232

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ฟังก์ชั่นใหม่

Privacy Basics ฟังก์ชั่นใหม่ของFacebook สามารถตั้งค่าว่า จะให้ใครสามารถเห็นสิ่งที่คุณโพสต์ได้บ้าง หรือโปรไฟล์ของคุณจะแสดงให้คนอื่นเห็นอย่างไร ช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจว่าข้อมูลที่โพสต์นั้นให้ดูเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการให้เห็นเท่านั้น

Privacy Basics ยังช่วย จัดการกับโฆษณาที่คุณต้องการเห็นโฆษณาใด และยังสามารถเลือก ซ่อนโฆษณา ที่คุณไม่ต้องการเห็นได้อีกด้วย

ผ่านเนต

การรถไฟฯไทยยกระดับบริการให้เข้าสู่ยุค “ประเทศไทย 4.0” ด้วยการนำบริการจอง และซื้อตั๋วโดยสารด้วยระบบอินเตอร์เนต หรือ E-Ticket มาใช้ จากที่ผ่านมาต้องจองกับเอเย่นต์

ทั้งนี้สามารถจองตั๋วโดยสารได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ของการรถไฟฯ http://www.railway.co.th หรือที่ http://www.thairailwayticket.com ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถชำระค่าโดยสารโดยผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตได้ทันที

ผลวิจัย

แคสเปอร์สกี้ แลป รายงานผลวิจัย “Consumer Security Risks Survey – Connected But Not Protected”ว่า ข้อมูลที่น่าห่วงคือ พบว่า ผู้ใช้หนึ่งในสิบคนใช้พาสเวิร์ดเดียวกันสำหรับทุกแอ็คท์ ซึ่งถ้าพาสเวิร์ดถูกเปิดเผย ก็จะโดนโจมตีทุกๆ แอ็คท์

ผลการวิจัยยังระบุว่า ความผิดพลาดทั่วไป 3 ประการทำให้ตัวผู้ใช้เองตกอยู่ในความเสี่ยงจากการแอ็คท์คือ 1.ใช้พาสเวิร์ดเดียว 2.ใช้พาสเวิร์ดที่เจาะง่าย และ 3.เก็บพาสเวิร์ดไว้ในที่ไม่ปลอดภัย

ยู ฟีล แฟบ

นี่คือ U FEEL FAB (ยู ฟีล แฟบ)สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจาก Wiko (วีโก) ฝรั่งเศส

สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอ5.5 นิ้ว ระบบสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint รองรับ 4G LTE (900/1800/2100 MHz) ใช้หน่วยประมวลผล Quad Core 1.3 GHz ROM 32 GB RAM 3 GB กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล สนนราคา 5,690 บาท

คุณแหน : 5 กุมภาพันธ์ 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255236

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll “ขอให้เข้าใจตรงกันว่าการปรองดองนั้นมิใช่การขัดแย้งทางการเมืองเท่านั้น ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก โดยเฉพาะเรื่องภาครัฐและภาคประชาชน ยังเข้าใจไม่ตรงกันจึงไม่เกิดความร่วมมือ จะส่งผลเสียหายต่อส่วนรวมและประเทศชาติในอนาคต ฯลฯ”คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเมื่อค่ำคืนวันศุกร์ ๓ ก.พ….

ll ๑๘ ก.พ.นี้รองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ เครืองาม“ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีการแก้ไขจะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ในกรอบเวลา ๓๐ วัน โดยจะอยู่ในพระราชอำนาจพิจารณาอีก ๙๐ วัน เมื่อมีการลงพระปรมาภิไธย จะประกาศใช้ต่อไป…

ll พิพิธภัณท์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานครบางรัก หลังจาก รศ.วราพร ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว พ.อ.ชัยเดช สุรวดีหลานชายจะเป็นผู้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งและได้รับความสนับสนุนจาก ผู้ว่าฯกทม. พล.ต.อ.อัศวินขวัญเมือง คงจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนครั้งที่อ.วราพร ยังมีชีวิตอยู่ดียิ่งขึ้นๆ…

ll อธิบดีกรมจัดหางานใหม่เอี่ยมถอดด้าม นาม วรานนท์ปีติวรรณ ตรีรามคำแหง โทนิด้า จากรองปลัดกระทรวงแรงงาน มาทำหน้าที่นี้คงจะทำให้แรงงานไทยทั้งในและนอกประเทศมีอัตราการจ้างที่ถูกกฎหมายเพิ่มขึ้น…

ll ที่สุด ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศิริราชได้รับเลือกเป็นนายกแพทยสภา ด้วยคะแนนเฉียดฉิว ๒๗ ต่อ ๒๖ แทนศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา…

ll การประเมินวิทยฐานะ ของครูในกระทรวงศึกษาฯตามนโยบายของ รมว.นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ คือต้องสอนและพัฒนาตนเอง ไม่ใช่มุ่งใช้เวลาไปทำผลงานทางวิชาการ คงจะต้องเฝ้าดู อนาคตจะเป็นอย่างไร…

llขอแสดงความยินดีกับ นักเทควันโดไทย พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ อดีตแชมป์โลกและเหรียญทองแดงโอลิมปิก ๒๐๑๖รุ่น ๕๓ กก. และ นภาพร จรณวัตรุ่น ๔๙ กก. คว้าเหรียญทอง ในรายการ เทควันโดยูเอส โอเพ่นทั้ง ๒ คน และทีมงานคงจะต้องช่วยกันพัฒนาถึงเหรียญโอลิมปิก ที่ญี่ปุ่นอีก ๓ ปีข้างหน้า…ll

น้องโน้ต

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : วันที่ 4 กุมภาพพันธ์ 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255113

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“กิวด้ง-ดงบุริ” ชวนชิมเมนูกิวด้ง ข้าวหน้าเนื้อ ที่คัดสรรเนื้อคุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากต่างประเทศ และเมนูดงบุริ ข้าวหน้าญี่ปุ่นแบบต่างๆ ปรุงด้วยซอสสูตรลับต้นตำรับจากโตเกียว พิเศษ! รับอั่งเปามูลค่า 100 บาท เมื่อทานครบ 300 บาท มูลค่าหลังหักส่วนลด วันนี้-5 ก.พ. ที่ร้านโยชิโนยะ ทุกสาขา

“โทจิด้ง” ชวนชิมเมนูข้าวหน้าโทจิด้ง 3 สไตล์กับหมู, กุ้งเทมปุระ และเนื้อ ราดด้วยไข่, หัวหอมใหญ่, ต้นหอม อร่อยเข้มข้น รสชาติกลมกล่อม ต้นตำรับแท้จากญี่ปุ่น ในราคาเริ่มต้นที่ 99-149 บาท และเมนูทานเล่น หนวดปลาหมึกทอด ราคา 69 บาท พิเศษ! เพิ่มเพียง 30 บาท อร่อยเป็นชุดกับเครื่องดื่ม 1 แก้ว และซุปมิโซะ วันนี้-31 มี.ค. ที่ร้านเทนยะ ทุกสาขา โทร.02-6633888

“ควงคู่มาดื่มเครื่องดื่มสุดฟิน” ชวนชิมเมนูเครื่องดื่มรสชาติใหม่ 2 อารมณ์ ทั้งบลูเบอร์รี่เจนเทิ่ล สุภาพบุรุษสุดคูล และแพชชั่นเลดี้ สุภาพสตรีเปรี้ยว เก๋ไก๋ สดใส ตามสไตล์สาวยุคใหม่ พิเศษ! สำหรับคู่รัก เมื่อซื้อแพชชั่นเลดี้ ราคา 120 บาท แถมฟรี บลูเบอร์รี่เจนเทิ่ล ราคา 120 บาททันที วันนี้-28 ก.พ. ที่ร้านเซเดอร์เร่ (Zedere de Café) ชั้น 1 บลูโซน เมกาบางนา โทร.02-1051176

“ช่วงเวลาอาหารฝรั่งเศส” ชวนชิมเมนูอาหารฝรั่งเศส อาทิ สเต็กเนื้อพริกไทยดำ, สตูว์ทะเล, หมูอบยัดไส้แฮมผักโขม, แซนด์วิซแฮมชีส ฯลฯ เพิ่มความอร่อยในบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำในราคาท่านละ 590 บาทถ้วน ทุกวัน ตลอดเดือนก.พ.ที่ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร.02-5755599

“อร่อยหอยสังข์” ชวนชิมเมนูหอยสังข์ คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีนำเข้าจากจีน รังสรรค์โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ 6 เมนู อาทิ หอยสังข์ผัดถั่วหวาน, หอยสังข์ผัดซอสเอ็กซ์โอ, หอยสังข์น้ำมันหอย, หอยสังข์ตุ๋นเห็ดถั่งเช่า, หอยสังข์แป๊ะซะ และหอยสังข์ทอดพริกเกลือ ในราคาเมนูละ 680 บาท++ ตลอดเดือนก.พ.-มี.ค. ที่ห้องอาหารจีน หลงฟ่ง โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ โทร.02-6942222 ต่อ 1540

“ฟรุตทาร์ตผลไม้สุดชิค” ชวนชิมเมนูฟรุตทาร์ตผลไม้ ที่จัดเต็มผลไม้ฤดูหนาวแสนอร่อย ได้แก่ ลิ้นจี่, สตรอเบอร์รี่ และเบอร์รี่ ตลอดเดือนก.พ. โปรโมชั่นพิเศษ ลด 50% เมื่อซื้อชิ้นที่ 2 เป็นต้นไป และลด 15% คุกกี้, บราวนี่ และฟรุตเค้ก เฉพาะวันพุธและวันศุกร์ ตลอดเดือน ก.พ.-มิ.ย. ที่ Richmond Deli Bakery โรงแรมริชมอนด์ โทร.02-8318888ต่อ 2128

“แบล็คเกรปเชอเบทสมูทตี้” ชวนชิมเมนูสมูทตี้สายหวาน สีม่วงเข้ม เย็นสะใจ ได้รสชาติหวานชื่นใจจากน้ำและเนื้อองุ่นดำแบบเน้นๆ พร้อมคุณประโยชน์ ในราคาแก้วละ 80 บาท++ ที่สกายคอฟฟี่ช็อป ชั้น 18 โรงแรมใบหยก สกายโทร.02-6563939

“Fortune Town Bike Market Season 2” ชวนช็อปจักรยานและอุปกรณ์ตกแต่ง จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ อะไหล่จักรยาน, ชุดนักปั่น, กระติกน้ำ, กระเป๋า ฯลฯ รวมถึงสินค้าไอเดียต่างๆ ในราคาพิเศษ ตลาดนัดเฉพาะกิจเอาใจคนรักจักรยาน วันนี้-5 ก.พ. เวลา 11.00-20.00 น. ที่ลานกิจกรรมชั้น 2 ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ โทร.02-6411886

“Zen Valentine’s Day” ชวนช็อปสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ แบรนด์ดังในเมืองไทยและแบรนด์เด่นจากทุกมุมโลก รับสติ๊กเกอร์ 2 เท่า สะสมเป็นส่วนลดสูงสุด 50% เมื่อช็อปทุก 1,500 บาท หรือแลกด้วยคะแนน The 1 Card 100 คะแนน และใช้คะแนนลดเพิ่มสูงสุด 12.5% วันนี้-14 ก.พ. ที่ห้างสรรพสินค้าเซน

“มอบเพชรแทนใจ” ชวนช็อปสินค้าเครื่องประดับจิวเวลรี่ชื่อดังกว่า 10 แบรนด์ อาทิ แหวนเพชร, สร้อยข้อมือ, สร้อยคอ, ต่างหู ฯลฯ สำหรับ สุภาพสตรี หลากแบบหลายสไตล์ ลดทันที 20% และพิเศษเมื่อซื้อชิ้นต่อไป รับส่วนลดเพิ่มอีก 50% ระหว่างวันที่ 10-21 ก.พ. ที่จิวเวลรี่โซน ชั้น 1 ศูนย์การค้าไมค์ ช็อปปิ้งมอลล์ พัทยา โทร.038-412000-9

“อบรมศิลปะภาคฤดูร้อน ครั้งที่ 36” ชวนใช้หลักสูตรอบรมศิลปะโดยกรมศิลปากร ทั้งวาดการ์ตูน, สีน้ำ และลายเส้น ในระดับประถม, มัธยม และบุคคลทั่วไป ระหว่างวันที่ 19-30 เม.ย. ทุกวันพุธ-อาทิตย์ หยุดวันจันทร์-อังคาร ค่าลงทะเบียนรวมอุปกรณ์ท่านละ 1,700 บาทต่อหลักสูตร เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 8 ก.พ.-31 มี.ค. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถ.เจ้าฟ้า โทร.02-2812224

“สวีทวาเลนไทน์” ชวนใช้แพ็กเกจห้องพักสุดหรูใจกลางกรุง กับห้องพักประเภทดีลักซ์สวีท พร้อมอาหารเช้า ในราคาเริ่มต้นที่คืนละ 5,800 บาท++ สำหรับการเข้าพักติดต่อกัน 2 คืนขึ้นไป และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้-17 ก.พ. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โทร.02-5411234 ต่อ 4116-19

“Cabin Hi-Gross Black” ชวนใช้ชุดครัว บานซิงค์ ตู้แขวน ดีไซน์เรียบหรู ครัวสไตล์ลอฟท์ ที่มีความเท่ ดิบ แตกต่าง และร่วมสมัย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในราคาเริ่มต้นที่ 790-7,990 บาท ที่โฮมโปร ทุกสาขาทั่วประเทศ

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนสวนหย่อม พื้นที่สีเขียวสำหรับสุขภาพจิตและสุขภาพกาย ในวันพุธที่ 8 ก.พ. และตอนบริโภคนิยมวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบไม่จำกัดปริมาณ ในวันพฤหัสบดีที่ 9 ก.พ. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“ร้อยดวงใจ ร้องบรรเลง เพลงของพ่อ” ชวนชมการแสดงดนตรีและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ อาทิ เพลงสายฝน, แสงเดือน, ใกล้รุ่ง, ชะตาชีวิต, ยามเย็น, Oh I Say และบทเพลงของพ่อ อาทิ พระราชาผู้ทรงธรรม, ตามรอยพ่อ, ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป ฯลฯ ในวันเสาร์ที่ 11 ก.พ. เวลา 13.00-16.30 น. ที่ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อนสิรินธร โทร.02-2809856, 02-2828799

“เสียงพิณแคน แดนดอกบัว ส่งถึงพ่อบนฟ้า” ชวนชมการบรรเลงบทเพลงพิณแคนครั้งยิ่งใหญ่ โดยศิลปินกว่า 121 คน และชมการแสดงจากศิลปินแห่งชาติ พร้อมชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมอีสาน อาทิ วงโปงลาง, รำออนซอนอีสาน, รำสาวเข็นฝ้าย, รำบายศรี, รำอุบลราชธานี ฯลฯ ในวันศุกร์ที่ 10 ก.พ. เวลา 16.00 น. ที่ลานร้อยพันธุ์บัว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาอุบลราชธานี

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com