สิงคโปร์เคือง! มะกันให้โจ๋ด่า ลี กวน ยู ลี้ภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มี.ค. 2560 02:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895841


ทางการของประเทศสิงคโปร์ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อสหรัฐอเมริกา ที่ยอมให้นาย อามอส ยี ผู้ถูกดำเนินคดีให้ข้อหาใช้คำพูดสร้างความเกลียดชัง ลี้ภัยเข้าประเทศ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มี.ค. ทางการของประเทศสิงคโปร์ ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้นาย อามอส ยี บล็อกเกอร์วัย 18 ปี ผู้เคยถูกดำเนินคดีข้อหาใช้คำพูด ประทุษวาจา (hate speech) ลี้ภัยในประเทศ ชี้เป็นสิทธิพิเศษของสหรัฐฯ ที่จะรับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง

ทั้งนี้ นายยี เคยถูกศาลสิงคโปร์ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 4 สัปดาห์ในข้อหาใช้ประทุษวาจาวิพากษ์วิจารณ์ลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ผู้ล่วงลับและพระเยซูศาสดาของศาสนาคริสต์ รวมทั้งเผยแพร่ภาพลามกอนาจร เมื่อปี 2015 ในปีต่อมา นายยูถูกตัดสินจำคุกอีกครั้งเป็นเวลา 6 สัปดาห์ และถูกปรับอีก 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 49,000 บาท) ฐานใช้ประทุษวาจาต่อต้านชาวคริสต์และชาวมุสลิม

ล่าสุดในวันเสาร์ นายยี ได้รับอนุญาตให้ลี้ภัยในสหรัฐฯ หลังจากศาลคดีคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ มีข้อสรุปว่า รัฐบาลสิงคโปร์ดำเนินคดีนายยีด้วยเหตุผลทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกิจการภายใน (เอ็มเอชเอ) ของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ “ทั่วโลกมีคนเช่นนี้อีกมากมาย ที่ตั้งใจใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง และผู้ที่อาจถูกดำเนินคดี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบางคนในนั้น จะแสวงหาความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และพิจารณายื่นคำร้องขอลี้ภัยในสหรัฐฯ”

“สหรัฐฯ มีมาตรฐานที่แตกต่างออกไป และอนุญาตให้มีการใช้ประทุษวาจาเช่นนี้ภายใต้คำพูดว่าเสรีทางการพูด เช่น สหรัฐฯ ยอมให้มีการเผาคัมภีร์อัลกุรอาน ภายใต้นามของหลักเสรีในการพูด” เอ็มเอชเอระบุและเสริมว่า “สิงคโปร์มีมาตรการที่ต่างกันมา ใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในการทำประทุษวาจา หรือพยายามเผาคัมภีร์อัลกุรอานหรือคัมภีร์ไบเบิล หรือข้อความทางศาสนาในสิงคโปร์ จะถูกจับกุมและถูกฟ้องร้อง”

เอ็มเอชเอยังชี้ด้วยว่า กระกทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ เคยต่อต้านการขอลี้ภัยของนายยีแล้ว เนื่องจากนายยีเคยถูกดำเนินคดีมาก่อน โดยกระทรวงความมั่นคงฯ มีเวลา 30 วันในการอุทธรณ์คำสั่งศาลคนเข้าเมือง

 

หวาดเสียว! บันไดเลื่อนสูงสุดในฮ่องกงขัดข้องไหลย้อนกลับ ทำคนเจ็บ 18 (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มี.ค. 2560 00:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895822


(ภาพจาก twitter / @LK154)

บันไดเลื่อนที่สูงที่สุดบนเกาะฮ่องกง ที่อาคาร แลงแฮม พาเลซ เกิดขัดข้องทำให้บันไดที่กำลังเลื่อนขึ้น ไหลลงมาอย่างกระทันหัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 18 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังสืบหาสาเหตุ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มี.ค. เกิดเหตุบันไดเลื่อนสูง 45 ม.ใน ‘แลงแฮม เพลซ’ อาคารพาณิชย์และห้างสรรพสินค้าในย่านมงก๊ก ของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ขัดข้องและไหลย้อนกลับลงมาอย่างกระทันหัน ทำให้ผู้ที่กำลังใช้งานหลายสิบคนเสียหลักจนล้มระเนระนาด มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 18 คน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 16:00น. วันเสาร์ โดยตามรายงานของ แอปเปิล เดลีย์ สื่อท้องถิ่น ผู้บาดเจ็บ 18 ราย แบ่งเป็นผู้หญิง 14 คน และชายอีก 4 คน ทั้งหมดถูกส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล กวง หวา และโรงพยาบาล ควีนเอลิซาเบธ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นกระดูกหัก และทุกคนยังมีสติดี

ทั้งนี้ โฆษกของ แลงแอม พาเลซ ระบุว่า บันไดเลื่อนทุกตัวในอาคารได้รับการตรวจสอบโดยบริษัท โอติส เอเลเวเตอร์ โดยเฉพาะบันไดเลื่อนที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบันไดเลื่อนที่สูงที่สุดในฮ่องกง จะได้รับตรวจสอบเต็มรูปแบบปีละ 2 ครั้ง และครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา

บันไดเลื่อนตัวนี้ยังได้รับตรวจสอบเป็นประจำทุก 2 สัปดาห์ ซึ่งครั้งล่าสุดตรวจสอบไปเมื่อวันพฤหัสบดี หรือ 2 วันก่อนเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่พบว่า บันไดเลื่อนตัวนี้ยังทำงานเป็นปกติดีตามมาตรฐานความปลอดภัย

โฆษกระบุด้วยว่า ผู้รับผิดชอบใน แลงแฮม พาเลซ จะให้ความร่วมมือทุกอย่างกับเจ้าหน้าที่ และได้ขอให้บริษัท โอติส เอเลเวเตอร์ ทำการสืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว

ชมคลิปที่นี่ [1] [2]

 

มะกันเร่งสืบ กรณีส่งบินรบทิ้งบอมบ์ในโมซูลโดนพลเรือนดับร่วม 200 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2560 23:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895787


เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กำลังเร่งสืบสวนกรณีที่พวกเขาถูกกล่าวหาว่า ส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มไอซิสในเมืองโมซูลของอิรัก แต่การโจมตีกลับโดนพลเรือนเสียชีวิตมากมาย อาจถึง 200 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของกองบัญชาการกลาง (CENTCOM: เซนต์คอม) ของสหรัฐฯ กำลังทำการสืบสวน ว่าการโจมตีทางอากาศโดยเครื่องบินของกองกำลังพันธมิตรที่พวกเขาเป็นแกนนำ ในเมืองโมซูล เมื่อวันสัปดาห์ก่อน จนทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตกว่า 200 รายนั้น เป็นฝีมือเครื่องบินรบของพวกเขา ไม่ใช่ของชาติพันธมิตรอื่น หรือกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) หรือไม่ รวมทั้งสืบสวนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวถูกต้อง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (23 มี.ค.) เจ้าหน้าที่และพลเมืองท้องถื่นในซีเรียออกมาเปิดเผยว่า มีผู้คนจำนวนหลายสิบชีวิตติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารหลายหลังในเขต อัล-อากาวัต อัล-จาดีดาห์ ที่พังถล่มลงมา หลังเครื่องบินรบของกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ บินโจมตีทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ทั้งนี้ หากรายงานดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เดือนมี.ค.จะกลายเป็นเดือนที่มีพลเรือนเสียชีวิตเพราะการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ มากที่สุดนับตั้งแต่สงครามระหว่างอิรักกับกลุ่มไอซิสเริ่มขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน ซึ่งอาจทำให้จำนวนพลเรืนที่เสียชีวิตทั้งหมดพุ่งทะลุ 1,000 ราย

ขณะที่ นางรีเซ เกรนด์ ผู้ประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติในอิรัก ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวันเสาร์ที่ 25 มี.ค. โดยระบุว่า “พวกเรารู้สึกตกใจกับการสูญเสียชีวิตอย่างโหดร้ายนี้”

 

โจร ‘หน้ากากหมู’ ปล้นร้านเพชรในเวกัส แต่ไม่รอดโดนจับได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2560 22:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895785


เกิดเหตุกลุ่มคนร้าย ซึ่งหนึ่งในนี้อำพรางใบหน้าด้วยหน้ากากหมู ก่อเหตุปล้นร้ายอัญมณีในนครลาส เวกัส เมื่อวันเสาร์ โดยตำรวจตามจับได้ 1 คน แล้ว ขณะที่ยังไม่แน่ชัดว่าพวกเขาได้ทรัพย์สินไปเท่าใด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของนครลาส เวกัส ในรัฐเนวาดา กำลังสืบสวนเหตุปล้นร้านอัญมณีในอาคารโรงแรมและกาซิโน ‘เบลลาจิโอ’ หลังคนร้ายหลายคนใช้ค้อนปอนด์ทุบกระจกร้านจนแตก ทำให้บรรดาแขกต้องวิ่งหนีออกจากอาคาร เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์

ตารายงานของหนังสือพิมพ์ ลาส เวกัส ซัน เหตุปล้นเกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนจะถึงเวลา 3:00น. วันเสาร์ โดยพยานผู้เห็นเหตุการณ์บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า กลุ่มชายหลายคนทุบทำลายกระจกของร้านค้าก่อนจะบุกเข้าไปภายใน

ขณะที่ ผู้ใช้งานเว็บไซต์ทวิตเตอร์รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ‘@Kir_Kamil’ ทวีตรูปภาพแสดงให้เห็นคนสวนหน้ากากหมูคนหนึ่ยืนอยู่ข้างร้านที่มีโลโก้ ‘โรเล็กซ์’ ซึ่งเขาระบุด้วยว่า คนในหน้ากากรายนี้พยายามหลบหนีหลังก่อเหตุ แต่ถูกตำรวจจับกุมตัวได้

ด้านตำรวจลาส เวกัส ยืนยันว่า เหตุการปล้นเกิดขึ้นจริง โดยมีผู้ก่อเหตุ 3 คนและหนึ่งในนี้ถูกควบคุมตัวได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่เปิดเผยว่าร้านที่ตกเป็นเป้าหมายคือร้านใด และกลุ่มคนร้ายได้ทรัพย์สินไปหรือไม่

 

เกิดเหตุกราดยิงที่เมืองลีลล์ของฝรั่งเศสเจ็บ 3 คน ตร.เร่งล่าตัวคนร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 มี.ค. 2560 06:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895272


ภาพจากทวิตเตอร์ @fbleunordมีรายงานเกิดเหตุกราดยิงที่สถานีรถไฟใต้ดินในเมืองลีลล์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศสมีผู้บาดเจ็บ 3 รายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ขณะที่ตัวมือปืนหลบหนีไปได้ และยังไม่ทราบถึงแรงจูงใจที่ลงมือ…

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2560 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเกิดเหตุกราดยิงใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Porte d’Arras ทางตอนใต้ของเมืองลีลล์ ที่อยู่ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือได้เดินทางถึงที่เกิดเหตุ และปิดล้อมพื้นที่ไว้ การกราดยิงเชื่อว่าจะเกิดที่จัตุรัส Jacques Febvrier ที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินดังกล่าวไปเพียงไม่กี่เมตร

 

พยานผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุมีคนบาดเจ็บเบื้องต้น 3 คน แต่ยังไม่ได้ระบุตัวของผู้บาดเจ็บ ในจำนวนนี้มีเด็กชายวัย 14 ปีถูกยิงเข้าที่ขา และบาดเจ็บที่บริเวณคอ ส่วนอีก 2 รายที่บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล Saint-Vincent-de-Paul ที่อยู่ใกล้เคียง โดยทั้งหมดไม่มีใครได้รับอันตรายถึงชีวิต

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ของมือปืน โดยหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่ยังจับตัวไม่ได้.

 

เร่งไขปมเหตุ คาลิด มาซูด โจมตีอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มี.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895155


ทางการอังกฤษเผยรายละเอียดการสืบสวนเพิ่มเติม เหตุระทึกขวัญในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่าคนร้ายที่ขับรถยนต์ไล่ชนผู้คนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตามด้วยใช้อาวุธมีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยอาคารรัฐสภา มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บกว่า 50 คนก่อนถูกยิงวิสามัญฆาตกรรมในเวลาต่อมานั้น มีชื่อว่า นายคาลิด มาซูด หรือชื่อเก่าคือนายเอเดรียน รัสเซลล์ อาเจา วัย 52 ปี เป็นชาวอังกฤษเกิดเมืองเคนต์ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนย้ายถิ่นฐานไปอาศัยในภาคกลางของอังกฤษ ขณะที่ข่าวบางกระแสรายงานว่า นายคาลิดเพิ่งหันมานับถือศาสนาอิสลามไม่นานมานี้ และชีวิตส่วนตัวแต่งงานกับภริยา มีลูก 3 คน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายมาร์ค โรวลีย์ ผู้บัญชาการหน่วยต่อต้านก่อการร้ายอังกฤษ เผยว่าทางการอยากได้เบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับนายคาลิดจากประชาชน แต่ตำรวจเคยมีข้อมูลหลังเจ้าตัวต้องคดีทำร้ายร่างกาย และครอบครองอาวุธมีด ขณะที่หน่วยข่าวกรองเอ็มไอ 5 ตรวจสอบนายคาลิดก่อนหน้านี้เกี่ยวกับแนวคิดหัวรุนแรงสุดโต่ง แต่ไม่พบข้อมูล อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวรัฐบาลสหรัฐฯระบุว่า นายคาลิดเคยเกี่ยวพันกับกลุ่มคนที่อยากเดินทางไปเข้าร่วมขบวนการหัวรุนแรงในต่างแดน แต่ไม่พบหลักฐานใดๆว่านายคาลิดเคยเดินทางไป

ส่วนความคืบหน้าการสืบสวนนายโรวลีย์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยอีก 2 คน ที่เชื่อว่าพัวพันเหตุการณ์โจมตี ทำให้ผู้ถูกควบคุมตัวรวมเป็น 10 คน แต่ประกันตัวออกไป 1 คน นอกจากนี้ ยังยึดหลักฐานทางคอมพิวเตอร์กว่า 2,700 ชิ้น เพื่อตรวจดูว่ามีใครส่งเสริม สนับสนุน หรือแนะแนวทางการก่อเหตุให้นายคาลิดหรือไม่ ขณะเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า มีการเผยแพร่คลิปนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ว่าตอนเกิดเหตุที่รัฐสภาเจ้าตัวมีท่าทีตกใจมองกราดสายตาไปรอบตัว ก่อนที่หน่วยอารักขาความปลอดภัยจะพาหลบหนีขึ้นรถ

วันเดียวกัน ทางการเบลเยียมเปิดเผยกรณีการจับกุมผู้ต้องสงสัย พยายามก่อเหตุขับรถเข้าใส่ฝูงชนในเมืองแอนทเวิร์ป ทางภาคเหนือเบลเยียมแต่ไม่สำเร็จ ว่าคนร้ายชื่อนายโมฮาเหม็ด อาร์ วัย 39 ปี สัญชาติฝรั่งเศส เชื้อชาติแอฟริกาเหนือ ขณะที่ภายในรถพบมีด ปืนลูกยาง และของเหลวไม่ทราบชนิด ทำให้ ทางการตั้งข้อหาพยายามก่อการร้าย ส่วนสถานการณ์การปราบกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส รัฐบาลฝรั่งเศสเผยว่ากองกำลังนานาชาติประสบความสำเร็จในการล้อมเมืองรักกา ฐานที่มั่นหลักของไอเอสในซีเรียและจะเริ่มปฏิบัติการชิงเมืองคืนในเร็วๆนี้ เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่ไอเอสกำลังเพลี่ยงพล้ำในการรบที่เมืองโมซูล ฐานที่มั่นหลักของไอเอสในอิรัก.

 

เลือกตั้งฮ่องกงเชื่ออดีต หน.ครม.ชนะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895151


การเลือกตั้งฮ่องกงในวันอาทิตย์ที่ 26 มี.ค. คาดว่า นางแคร์รี แลม อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. ซึ่งมีรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง อาจได้รับชัยชนะขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกงคนต่อไป ส่วนนายจอห์น เจิ้ง หรือนายเจิง จวิ้นหวา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้รับความนิยมจากประชาชนบนเกาะ อาจได้คะแนนเสียง 1 ใน 4 ท่ามกลางความวิตกกังวล และอาจทำให้คนชนชั้นกลางบางกลุ่มเห็นถึงความไม่มีประชาธิปไตย ยิ่งเกิดการแตกแยกทางการเมืองและเกิดการชุมนุมประท้วง เพราะไม่มีสิทธิ์หรืออำนาจในการต่อรองแก้ไขปัญหาการดำรงชีวิต ทั้งเรื่องที่ดินราคาแพงและความไม่เท่าเทียมมากขึ้น

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนออสเตรเลีย แถลงที่กรุงแคนเบอร์รา ร่วมกับนายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบุลล์ ว่า รัฐบาลจีนไม่เคยมีแนวคิดที่จะใช้กำลังทางทหารในทะเลจีนใต้ พื้นที่พิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย ส่วนการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือป้องกันตนเองบนเกาะเทียมที่จีนถมทะเลสร้างขึ้นนั้นก็ไว้ใช้ประโยชน์ทางพลเรือน เพื่อรักษาเสรีภาพการเดินเรือ เพราะหากไร้เสรีภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ รัฐบาลจีนจะเป็นประเทศกลุ่มแรกๆที่ได้รับผลกระทบ แต่การออกปฏิบัติการเสรีภาพการเดินเรือในทะเลจีนใต้ของสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง ทำให้เพิ่มความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับจีน.

 

น.ช.จังโก้ 29 คนขุดอุโมงค์แหกคุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895150


เมื่อ 23 มี.ค.โฆษกด้านความมั่นคงแห่งรัฐตาเมาลิปัส ตอนเหนือของเม็กซิโก พรมแดนติดกับรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ เผยว่า กลุ่มนักโทษ 29 คนในเรือนจำเมืองซิวดัดวิกโตเรีย เมืองเอกของรัฐ หลบหนีออกจากเรือนจำด้วยการมุดอุโมงค์ที่แอบขุดไว้ในกระท่อมหลังเรือนจำ พื้นที่ที่กลุ่มนักโทษครอบครองมานานหลายปี โดยขุดลึกลงไปราว 5 ม. เป็นทางยาวออกจากคุก 40 ม. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จับตายนักโทษได้ 1 ราย ควบคุมตัวได้ 12 ราย และประสานงานไปยังรัฐเพื่อนบ้านให้ช่วยติดตามตัวนักโทษที่เหลือ พร้อมเรียกตัวผู้คุมราว 30 คนมาสอบปากคำ ถือเป็นการปฏิบัติการตอกย้ำเย้ยรัฐบาล หลังสัปดาห์ก่อน สมาชิกแก๊งค้ายาทรงอิทธิพล ซินาโลอา 5 คนแหกคุกอีกแห่งทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ รวมนายฮวน โฮเซ “อัล เนโกร” เอสปาร์ราโกซา ลูกชายหัวหน้าแก๊ง.

 

บราซิลเมินอียูให้งดส่งเนื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/895145


สหภาพยุโรป (อียู) เรียกร้องให้ทางการบราซิลงดส่งออกเนื้อสัตว์ทั้งหมดให้กับประเทศคู่ค้า เพื่อเลี่ยงการออกมาตรการระงับเนื้อนำเข้าจากบราซิลเอง ซึ่งใช้เวลานานในการยกเลิกคำสั่งระงับ หลังกลุ่มเกษตรกรยุโรปขอให้ทางคณะกรรมการอียูใช้วิธีที่แข็งกร้าวขึ้นกับบราซิล ขณะที่ทางกระทรวง เกษตรบราซิลกลับไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องดังกล่าว เพราะยังเชื่อมั่นกับคุณภาพเนื้อส่งออกที่ไม่เกี่ยวข้อง กรณีอื้อฉาวของเนื้อปนเปื้อน ไม่ถูกสุขอนามัย หลังสั่งระงับการส่งออกเนื้อจากโรงงานบรรจุภัณฑ์ที่ถูกตรวจสอบ 21 แห่ง กลุ่มผู้เชี่ยวชาญของอียูจึงนัดประะชุมที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมในวันศุกร์ 24 มี.ค. เพื่อหามาตรการอื่นต่อไป.

 

รำลึกถึงตลอดไป! เผยรูปสุดท้าย ตร.อังกฤษสุดกล้า ก่อนถูกแทงดับที่รัฐสภา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2560 18:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894967


(Staci Martin (สเตซี่ มาร์ติน)เผยแพร่ภาพสุดท้ายของคีธ พัลเมอร์ )

นักท่องเที่ยวหญิงอเมริกัน เผยภาพถ่ายสุดท้ายของพลตำรวจคีธ พัลเมอร์ ตำรวจอังกฤษสุดกล้าหาญ ที่เธอขอถ่ายรูปด้วย เพราะชอบหมวกตำรวจที่เขาสวม เพียง 45 นาที ก่อนถูกคนร้ายแทงเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิด ในเหตุการณ์ก่อการร้ายใจกลางลอนดอน

เมื่อ 24 มี.ค.60 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน เผยแพร่ภาพสุดเศร้า เพราะเป็นภาพสุดท้ายของพลตำรวจคีธ พัลเมอร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชาวอังกฤษวัย 48 ปี ก่อนเขาจะถูกนายคาลิด มาซูด คนร้ายใช้มีดแทงจนเสียชีวิตที่ด้านนอกอาคารรัฐสภา ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา

นางสาวสเตซี่ มาร์ติน นักท่องเที่ยวหญิงชาวสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ภาพถ่ายสุดท้ายของพลตำรวจพัลเมอร์ ที่เธอได้ขอถ่ายรูปด้วย เพียง 45 นาทีก่อนเขาจะจบชีวิต โดยเธอเล่าว่า ได้ขอถ่ายรูปกับพลตำรวจพัลเมอร์ ที่บริเวณด้านนอกอาคารรัฐสภา เพราะเธอเพิ่งเคยมาลอนดอนเป็นครั้งแรก และชื่นชอบหมวกตำรวจที่เขาสวมอยู่ ซึ่งพลตำรวจพัลเมอร์ก็น่ารักมาก ยินดีที่จะให้ถ่ายรูปกับเธอ

นายซาดิค ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน(ซ้าย) ร่วมสงบนิ่งไว้าลัยแด่พลตำรวจคีธ พัลเมอร์และผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีกรุงลอนดอน

แต่แล้วไม่ถึงชั่วโมงต่อมา ขณะที่เธอนั่งอยู่ในรถแท็กซี่ กลับได้ยินข่าวร้ายว่า ที่บริเวณด้านนอกอาคารรัฐสภาเกิดการยิงกันขึ้น เธอเห็นเฮลิคอปเตอร์และรถพยาบาลฉุกเฉิน ต่อมา เมื่อมีการเผยแพร่ภาพพลตำรวจพัลเมอร์ว่า เสียชีวิตจากการถูกคนร้ายแทง ทำให้เธอจำหน้าเขาได้ดี โดยนางสาวมาร์ติน กล่าวกับนักข่าวเอบีซี นิวส์ว่า หลังเธอทราบข่าวร้ายของพลตำรวจพัลเมอร์แล้ว เธอต้องการที่จะแชร์แบ่งปันภาพถ่ายสุดท้ายกับครอบครัวของเขา

ขณะที่ครอบครัวของพลตำรวจพัลเมอร์ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ด้วยความอาลัยและเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการจากไปอย่างกะทันหันของคีธ พัลเมอร์ว่า ครอบครัวจะรำลึกถึงเขาตลอดไปในฐานะพ่อและสามีที่ดี.

‘ฝันร้าย’ชาวลอนดอน เผชิญก่อการร้ายสะเทือนขวัญ

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ลำดับเหตุการณ์ อังกฤษช็อก!โจมตีเวสต์มินสเตอร์สุดสะพรึง แรงสุดในรอบ12ปี

ก่อการร้ายลอนดอนดับ 4 เจ็บอื้อ! สถานทูตเตือนคนไทยติดตามข่าวสารใกล้ชิด