จับตาเครียด เกาหลีเหนือ พร้อมทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ลูกใหม่ ตลอดเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2560 16:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894842


นับถอยหลัง ท้าทายโลกอีก..เจ้าหน้าที่กองทัพโสมขาว และสหรัฐฯเผย ทางการเกาหลีเหนือพร้อมจะทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ลูกใหม่ได้ตลอดเวลา สอดคล้องกับรายงานของสื่อสหรัฐฯ ชี้ รัฐบาลคิม จอง อึน อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมทดสอบนิวเคลียร์แล้ว

เมื่อ 24 มี.ค.สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานความเคลื่อนไหวของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของคิม จอง อึน ว่า จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กองทัพเกาหลีใต้นายหนึ่ง ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ระบุว่า ทางการเกาหลีเหนือพร้อมที่จะทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งใหม่ได้ตลอดเวลา โดยผลจากการสอดส่องประเมินความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดที่สถานที่ทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ที่เมืองปุงกยี-รี ทางภาคตะวันออก โดยกองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐฯ พบว่า เกาหลีเหนือพร้อมจะทดสอบนิวเคลียร์ได้ตลอดเวลาจากนี้ไป

ไต้หวันตรวจสอบพบการสั่นสะเทือนของแผ่นดิน ในช่วงที่เกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์ เมื่อต้นปี 2559

ขณะที่สำนักข่าวฟอกซ์ นิวส์ในสหรัฐฯ ยังรายงานเมื่อ 23 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับรายงานข่าวกรองเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ทางการเกาหลีเหนือยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมตัวทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งใหม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการทดสอบภายใน 2-3 วันข้างหน้า

ข่าวเกี่ยวข้อง

โสมแดงขวางโลก ยิงมิสไซล์อีกแล้ว แต่บึมสนั่น หลังเฮลั่นมาหลายครั้ง (คลิป)

 

ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เรือผู้อพยพจากลิเบีย ล่มกลางทะเล คาดสังเวยกว่า 200

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2560 14:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894676


สุดเศร้า เกิดโศกนาฏกรรมเรือผู้อพยพจากลิเบีย ล่มในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขณะมุ่งหน้าไปขึ้นฝั่งที่อิตาลี เจ้าหน้าที่องค์กรสิทธิมนุษยชน เผยดึงร่างผู้อพยพขึ้นมาได้แล้ว 5 ศพ คาดดับอนาถกว่า 200 ราย

เมื่อ 24 มี.ค. 60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุสุดสลด เรือผู้อพยพที่มุ่งหน้าจะไปอิตาลี ประสบเหตุคว่ำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกชายฝั่งของประเทศลิเบีย คาดเป็นเหตุให้มีผู้อพยพเสียชีวิตกว่า 200 ราย โดยลอร่า ลานูซา เจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือมนุษยชนในสเปน ‘Proactive Open Arms’ (โปรแอคทีพ โอเพ่น อาร์มส์) เผยว่า พวกตนได้ช่วยกันดึงร่างของผู้อพยพที่ลอยอยู่ในทะเลขึ้นมาได้ 5 ศพ โดยพบบริเวณใกล้จุดที่เรือคว่ำ และคาดว่า อาจมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้กว่า 100 ศพ พร้อมกับระบุว่า ผู้อพยพอย่างน้อย 240 คนอาจเสียชีวิตหากเรือคว่ำ เนื่องจากบรรทุกผู้อพยพเกินพิกัด

ช่วยกันดึงร่างผู้อพยพที่เสียชีวิต ขึ้นมาบนเรือ

ด้าน โฆษกหน่วยยามฝั่งของอิตาลี ยืนยันเช่นกันว่า มีผู้อพยพเสียชีวิต 5 รายจากเหตุการณ์เรือล่มนอกชายฝั่งของลิเบีย แต่ไม่สามารถประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตว่าจะสูงถึงกว่า 200 ศพ ตามที่องค์กรโปรแอคทีฟฯ คาดการณ์หรือไม่ โดยหน่วยยามฝั่งอิตาลีได้ประสานกับทีมกู้ภัยกว่า 40 แห่ง ในการช่วยเหลือผู้อพยพที่ประสบเหตุเรือคว่ำ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา

ทั้งนี้ องค์กรเพื่อผู้อพยพระหว่างประเทศ (ไอโอเอ็ม) ระบุว่า จำนวนผู้อพยพจากลิเบียที่พยายามเข้ามาในยุโรปผ่านทางอิตาลี ตั้งแต่ต้นปีนี้ สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากตุรกีและกรีซได้ปิดพรมแดน เพราะนับตั้งแต่ต้นปีนี้ มีผู้อพยพเข้ามาในอิตาลีจำนวนมากกว่า 20,000 คนแล้ว และมีผู้อพยพประมาณ 559 คนต้องเสียชีวิตหรือสูญหายระหว่างการเดินทาง

 

นาทีสยอง ก่อการร้ายลอนดอน ขับรถชนคนจนร่วงตกสะพาน ไอซิสรับผิดชอบ (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2560 12:18

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894525


เผยภาพนาทีระทึก.. ‘คาลิด มาซูด’ ก่อการร้ายใจกลางลอนดอน ขับรถชนผู้คนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ จนมีคนร่วงตกแม่น้ำเทมส์ ก่อนขับต่อไปชนรั้วอาคารรัฐสภา ขณะที่กลุ่มสุดโหด ไอซิส ออกมารับผิดชอบโจมตีลอนดอน พร้อมยกย่องคนร้าย คือ ทหารของไอซิส

เมื่อ 24 มี.ค.60 สื่อต่างประเทศเผยแพร่คลิปเหตุการณ์นาทีระทึก ได้จากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่นายคาลิด มาซูด คนร้ายขับรถยนต์ชนคนที่สะพานเวสต์มินสเตอร์ จนทำให้มีผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่งร่วงตกลงไปในแม่น้ำเทมส์ จากนั้น นายมาซูดได้ขับรถยนต์พุ่งชนรั้วของอาคารรัฐสภา และใช้มีดแทงตำรวจเสียชีวิต ส่วนเขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ ยิงปลิดชีพในที่เกิดเหตุ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายครั้งนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 5 ราย (รวมทั้ง พลตำรวจคีธ พัลเมอร์ 1 ราย และนายคาลิด มาซูด 1 ราย) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 40 ราย ในจำนวนนี้ 7 รายอาการสาหัส

ขณะที่เว็บไซต์มิร์เรอร์ ยังรายงานว่า นายมาซูด วัย 52 ปี ได้ไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองไบรท์ตัน ก่อนที่รุ่งเช้าจะขับรถมาลงมือก่อเหตุโจมตีในเวสต์มินสเตอร์ เมื่อ 22 มี.ค. และเขายังได้บอกพนักงานโรงแรมว่า ‘ผมจะไปลอนดอนพรุ่งนี้’ โดยรายงานระบุว่า นายมาซูด เกิดที่มณฑลเคนต์ และเคยมีอาชีพเป็นครู ขณะที่พนักงานในโรงแรมบอกว่า นายมาซูดดูเป็นผู้ชายที่ดี สุภาพ และนิ่งๆ

คาลิด มาซูด ถูกตำรวจวิสามัญ ยิงเสียชีวิตหลังก่อเหตุสะเทือนขวัญ

ด้านตำรวจอังกฤษ ยืนยันว่า นายมาซูดเคยถูกหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษ MI5 ตรวจจับว่าอาจเป็นคนหัวรุนแรง แต่ไม่ได้ถูกติดตาม ก่อนที่จะลงมือก่อการร้ายโจมตีใจกลางกรุงลอนดอน ขณะที่กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิส ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบเหตุโจมตีเวสต์มินสเตอร์ และยกย่องนายมาซูดว่า เป็นหนึ่งใน ‘เหล่าทหาร’ ของไอซิส

ชมคลิป  ที่นี่

ข่าวเกี่ยวข้อง

ลำดับเหตุการณ์ อังกฤษช็อก!โจมตีเวสต์มินสเตอร์สุดสะพรึง แรงสุดในรอบ12ปี

ก่อการร้ายลอนดอนดับ 4 เจ็บอื้อ! สถานทูตเตือนคนไทยติดตามข่าวสารใกล้ชิด

 

ลำดับเหตุการณ์ อังกฤษช็อก!โจมตีเวสต์มินสเตอร์สุดสะพรึง แรงสุดในรอบ12ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894046


ในที่สุด ชาวกรุงลอนดอน ก็ต้องเผชิญกับเหตุก่อการร้ายสะเทือนขวัญ ที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 12 ปีของอังกฤษ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5ศพ บาดเจ็บนับ 40 ราย เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคนร้ายจะเลือกลงมือก่อเหตุ ตรงกับวันครบ 1 ปี ของการเกิดเหตุวินาศกรรมวางระเบิดสนามบินซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงเบลเยียม ดับ 32 ราย และมือระเบิดฆ่าตัวตาย 3 ราย บาดเจ็บ 300 คนพอดี!!
http://www.thairath.co.th/content/894046

ตอกย้ำ ‘ก่อการร้ายไม่มีวันตาย’ ให้ชาวโลกได้เห็นกันอีกครั้ง เพราะถึงแม้รัฐบาลในสหรัฐฯ และยุโรป จะพยายามสกัดขัดขวางแผนการก่อการร้ายอย่างเข้มงวดจริงจังเพียงใดก็ตาม แต่ดูเหมือนมิอาจจะหยุดยั้งให้หมดสิ้นลงไปได้เลย

ที่น่าสะพรึงกลัวคือ รูปแบบใหม่ที่คนร้ายนำมาลงมือก่อเหตุโจมตีใจกลางกรุงลอนดอน ด้วยการขับรถพุ่งชนคนนั้น กำลังเป็น ‘เทรนด์’ ใหม่ที่ผู้ก่อการร้ายนำมาใช้ในการก่อเหตุในระยะหลังๆ อีกด้วย เนื่องจากเป็นรูปแบบการก่อการร้าย ที่ยากต่อการสกัดกั้น ไม่มีทางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรู้ว่าผู้คนที่ขับรถยนต์แล่นไปมาบนท้องถนนอยู่นั้น จะมีคันไหนบ้างที่มีแผนร้ายกำลังจะลงมือก่อเหตุขับชนผู้คนเคราะห์ร้ายที่เดินอยู่ริมถนนจนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว

*ลำดับเหตุการณ์โจมตีเวสต์มินสเตอร์

-เมื่อเวลาประมาณ 14.20 น. ของวันที่ 22 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น รถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อฮุนได สีเทา ได้วิ่งมาบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ (Westminster) ด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าไปทางรัฐสภา คนขับได้ลงมือก่อเหตุ ขับชนคนบนสะพาน มีผู้บาดเจ็บ 6-7 คน

-ต่อมา รถคันดังกล่าวได้ขับไปพุ่งชนรั้วเหล็กบริเวณทางเข้ากลุ่มอาคารรัฐสภา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง จากนั้นได้ยินเสียงปืน และสัญญาณเตือนภัยของรัฐสภา

-ตำรวจ และรถพยาบาล ถึงที่เกิดเหตุพร้อมปิดพื้นที่ในเวลา 14.40 น. โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่า ชายที่ก่อเหตุคาดว่าอายุประมาณ 40 ปี ผิวคล้ำ มีหนวดเครา ถือมีดยาว 8 นิ้ว พยายามบุกเข้าภายในรัฐสภา

* เผชิญหน้าตำรวจรักษาความปลอดภัยที่อาคารรัฐสภา

-ช่วงนาทีระทึกยังไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เพราะคนร้ายได้ถือมีดยาววิ่งเข้ามาภายในบริเวณอาคารรัฐสภา และเผชิญหน้ากับพลตำรวจ คีท พัลเมอร์ อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยที่อาคารรัฐสภา ซึ่งขณะนั้นไม่มีอาวุธปืน คู่กาย จึงทำให้ พลตำรวจพาล์มเมอร์ ได้ถูกชายคนร้ายใช้มีดแทงอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะเสียชีวิตเวลาต่อมา

ขณะที่ นายเจมส์ เคลฟเวอร์ลีย์ ส.ส.พรรคอนุรักษนิยม กล่าวด้วยความเสียใจหลังทราบข่าวร้ายว่า เขารู้สึกใจสลาย เพราะเท่าที่เขารู้จักพลตำรวจคีท พาล์มเมอร์ มานานถึง 25 ปี พลตำรวจพาล์มเมอร์ เป็น ‘ผู้ชายที่น่ารัก’ เนื่องจากก่อนหน้าที่พาล์มเมอร์จะมารับราชการเป็นตำรวจนั้น เขาเคยเป็นเพื่อนร่วมงานกันมาก่อนที่กองพันทหารปืนใหญ่

* คนร้ายโดนตำรวจวิสามัญ ยิงดับในที่เกิดเหตุ

ท่ามกลางช่วงนาทีสะเทือนขวัญ ในที่สุด ผู้ก่อเหตุได้ถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธประจำรัฐสภายิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ก่อนต่อมา ทางการอังกฤษได้เปิดเผยคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุว่า ชื่อ นาย คาลิด มาซูด อายุ 52 ปี เกิดที่มณฑลเคนต์  ขณะที่ ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีกรุงลอนดอน มีจำนวน 4 ราย (รวม จนท.ตร.1 นาย และผู้ก่อเหตุ 1 ราย) บาดเจ็บ 40 คน ในจำนวนนี้ 29 คน ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และมีอาการสาหัส 7 คน

* ส.ส.กำลังประชุมสภา โดนล็อกอยู่ข้างใน นานกว่า 4 ชม.

ขณะเกิดเหตุโจมตีเวสต์มินสเตอร์นั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกำลังมีการประชุมสภาสามัญ หรือสภาล่าง (House of Commons) อยู่พอดี โดยมีนางเธเรซา เมย์ (Theresa May) นายกรัฐมนตรี อยู่ในรัฐสภาด้วย จากเหตุก่อการร้ายที่ด้านนอกอาคารรัฐสภา ทำให้บรรดา ส.ส.ต้องอยู่ภายในอาคารรัฐสภานานกว่า 4 ชั่วโมง ขณะที่นายกรัฐมนตรีเมย์ได้ถูกเจ้าหน้าที่รีบพาออกจากอาคารรัฐสภา

นอกจากนั้น มีประชาชนนับ 1,000 คน ต้องถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนย้ายอพยพให้ไปอยู่ในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์เพื่อความปลอดภัย ขณะที่ สถานีรถไฟใต้ดินเวสต์มินสเตอร์ปิดให้บริการทันที

*ยูเค คุมเข้มมาตรการป้องกันก่อการร้าย

หลังเกิดเหตุโจมตีเวสต์มินสเตอร์ ทำให้ หน่วยงานความมั่นคงสหราชอาณาจักร(ยูเค) ประกาศว่าเป็น “เหตุก่อการร้าย” แต่จะยังคงระดับการเตือนภัย ระดับร้ายแรง “Severe” (ระดับ 4 จาก 5) ปิดพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ, เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ติดอาวุธตรวจตราพื้นที่เสี่ยงภัย อาทิ ย่านชุมชน สถานีขนส่งสาธารณะ สถานที่สัญลักษณ์ของสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ

*ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษเร่งไล่ล่าผู้ต้องสงสัย

จากการเปิดเผยของมาร์ก โรว์ลีย์ รักษาการรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการหน่วยปราบปรามการก่อการร้ายของอังกฤษเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายร้อยนายของอังกฤษได้ทำงานกันตลอดทั้งคืน ในการบุกจู่โจมจับกุมผู้ต้องสงสัยในสถานที่ต่างๆ ถึง 6 แห่ง ทั้งในกรุงลอนดอน, เบอร์มิงแฮม และเมืองอื่นๆ ของประเทศ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 8 คน เพื่อนำตัวมาสอบปากคำว่ารู้เห็นกับการลงมือก่อเหตุของชายคนร้ายหรือไม่

*นายกฯอังกฤษประณามลั่น ระบุคนร้ายก่อเหตุคนเดียว เกิดในอังกฤษ

ด้านนายกรัฐมนตรีเธเรซา เมย์ ได้กล่าวประณามอย่างรุนแรงต่อการก่อการร้ายโจมตีใจกลางกรุงลอนดอน ว่าแสดงให้เห็นถึง ‘ความเจ็บป่วยและต่ำช้า’ พร้อมกันชี้ว่าความพยายามใดๆ ที่พยายามจะเอาชนะคุณค่าของสหราชอาณาจักรจะต้องพบกับความปราชัย โดยนายกรัฐมนตรีอังกฤษยังแสดงความไว้อาลัยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เคราะห์ร้ายที่เสียชีวิต

พร้อมกันนั้น นายกฯอังกฤษยัง ระบุ คนร้ายก่อเหตุคนเดียวและเกิดในอังกฤษ แต่เชื่อว่าจะไม่มีการโจมตีขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก โดยนายกฯหญิงยังกล่าวว่า เอ็มไอ 5 หน่วยข่าวกรองอังกฤษ เคยตรวจสอบผู้ก่อเหตุมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่เขาไม่ได้ถูกจับตามองจากหน่วยข่าวกรองในปัจจุบัน ส่วนระดับการคุกคามสหราชอาณาจักรถูกกำหนดไว้ในขั้นรุนแรง และจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลังจากเกิดเหตุโจมตีกรุงลอนดอน

*สถานทูตไทยในลอนดอน แจ้งเตือนติดตามข่าวสารใกล้ชิด

เมื่อ 23 มี.ค. สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ประกาศแจ้งเตือนขอให้ผู้ที่อยู่ในกรุงลอนดอนติดตามข่าวสารของทางการสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ Parliament Square, Whitehall, Westminster & Lambeth Bridge, Victoria Street จนถึงแยกที่ตัดกับ Broadway & Victoria Embankment และสถานี Westminster

ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน แจ้งว่า ในชั้นนี้ ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บ หรือผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอนจะติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และหากพบเห็นความผิดปกติหรือเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล สามารถแจ้งเบาะแสไปที่ตำรวจหรือหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายของสหราชอาณาจักรได้ที่โทร. 999 หรือ 0800 789 321 หรือที่เว็บไซต์ https://www.gov.uk/report-suspicious-activity-to-mi5

 

ตร.ลอนดอนรู้ชื่อมือโจมตีเวสต์มินสเตอร์แล้ว ขณะที่ยอดคนตายพุ่งเป็น 5ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/894316


ตำรวจลอนดอน สามารถระบุตัวตนของมือโจมตีเวสต์มินสเตอร์ได้แล้ว คือ คาลิด มาซูด อายุ 52 ปี ด้าน กลุ่มไอซิสรับอยู่เบื้องหลังเหตุรุนแรงครั้งนี้ ขณะที่ยอดคนตายเพิ่มเป็น 5 ราย หลังชายวัย 75 ปีที่บาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตลงวานนี้…

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2560 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ตำรวจลอนดอน สามารถระบุตัวตนของมือโจมตีเวสต์มินสเตอร์ได้แล้ว คือ คาลิด มาซูด (Khalid Masood) อายุ 52 ปี อาศัยอยู่ย่านเวสต์มิดแลนด์ เขาเกิดในเคนท์ ประเทศอังกฤษ โดยเขาถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่รู้ถึงแรงจูงใจของการก่อเหตุการก่อการร้ายของเขาในครั้งนี้ อีกทั้ง ยังไม่พบประวัติ หรือมีคดีเกี่ยวกับก่อการร้ายแต่อย่างใด

มาซูด ถูกระบุตัวตนประมาณ 24 ชั่วโมง หลังจากที่เขาก่อเหตุขับรถเอสยูวี ไล่ชนคนเดินเท้าบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ โดยมีคนเสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 คน โดยล่าสุด มีชายวัย 75 ปี ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ได้เสียชีวิตลง เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (23 มี.ค.) ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายครั้งนี้อยู่ที่ 5 ศพ รวมทั้งตัวมาซูดที่ถูกยิงหลังจากใช้มีดแทงตำรวจเสียชีวิต 1 นาย

ด้าน กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ประกาศอยู่เบื้องหลังของเหตุรุนแรงครั้งนี้

นางแอมเบอร์ รุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ของอังกฤษ กล่าวในพิธีจุดเทียนรำลึกเพื่อไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต ที่จตุรัสทราฟัลการ์ ว่า เราทุกคนในที่นี้ได้เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว และวันนี้เราได้มารวมกันเพื่อแสดงให้เห็นว่า พวกเรายังคงไปทำงาน และทำธุรกิจใช้ชีวิตกันตามปกติ เพราะผู้ก่อการร้ายไม่มีทางเอาชนะเราได้ พวกเขาจะพ่ายแพ้ต่อเรา ผู้ก่อการร้ายจะไม่มีทางชนะ

ล่าสุด เมื่อเวลา 03.45 น. วันที่ 24 มี.ค. 2560 ตามเวลาประเทศไทย พบวัตถุต้องสงสัยถูกวางทิ้งไว้ใกล้จุดเกิดเหตุโจมตีเวสต์มินสเตอร์เมื่อวานนี้ ผู้เชี่ยวชาญกำลังเข้าตรวจสอบ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบต่อไป.

 

สสารมืดในกาแล็กซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893612


หอดูดาวท้องฟ้าซีกใต้แห่งยุโรปที่ตั้งอยู่ในประเทศชิลีได้แสดงแผนภาพเค้าร่างบรรยายถึงการหมุนรอบของกาแล็กซีที่มีลักษณะกลมแบนโดยด้านซ้ายนั้นเป็นปัจจุบัน ส่วนด้านขวาคือช่วงต้นๆของจักรวาล ซึ่งกล้องโทรทรรศน์ขนาดมหึมาของหอดูดาวแห่งนี้เสนอให้เห็นถึงการก่อตัวของดวงดาวขนาดใหญ่ของกาแล็กซีที่ได้รับอิทธิพลจากสสารมืด คือสสารที่เรามองไม่เห็นมัน แต่มีผลกระทบต่อจักรวาลที่เห็นเป็นสีแดงในภาพ.

 

โจมตีเวสต์มินสเตอร์ รุนแรงสุดในอังกฤษ รอบ 12 ปี รวบผู้ต้องสงสัยแล้ว 8

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 17:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893856


ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษอังกฤษเร่งไล่ล่าจู่โจมจับกุมผู้ต้องสงสัย หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีเวสต์มินสเตอร์ ได้แล้ว8 ราย นำตัวมาสอบปากคำ รู้เห็นการก่อการร้ายหรือไม่ ขณะที่นายกฯ อังกฤษประณาม ‘ต่ำช้า’ ฆ่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ ดับ 4 เจ็บ 40

เมื่อ 23 มี.ค.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าหลังเกิดเหตุวินาศกรรมสะเทือนขวัญในกรุงลอนดอน เมื่อมีคนร้ายขับรถชนผู้คนที่สะพานเวสต์มินสเตอร์ ก่อนขับพุ่งชนรั้วอาคารรัฐสภา และใช้มีดไล่แทงตำรวจ เมื่อวันพุธที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บนับ 40 คน ขณะที่ชายคนร้ายได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ ยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุนั้น

จากการเปิดเผยของมาร์ก โรว์ลีย์ รักษาการรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการหน่วยปราบปรามการก่อการร้ายของอังกฤษเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายร้อยนายของอังกฤษได้ทำงานกันตลอดทั้งคืน ในการบุกจู่โจมจับกุมผู้ต้องสงสัยในสถานที่ต่างๆ ถึง 6 แห่ง ทั้งในกรุงลอนดอน, เบอร์มิงแฮม และเมืองอื่นๆ ของประเทศ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 8 คน เพื่อนำตัวมาสอบปากคำว่ารู้เห็นกับการลงมือก่อเหตุของชายคนร้ายหรือไม่

ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษอังกฤษ ปฏิบัติการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ

ส่วนผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีลอนดอน มีจำนวน 4 ราย อีกทั้งยังมีผู้บาดเจ็บอีก 29 ราย ที่ยังต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และในจำนวนนี้ 8 ราย อาการสาหัส ซึ่งเหตุการโจมตีในครั้งนี้ นับเป็นการก่อการร้ายที่ร้ายแรงที่สุดในอังกฤษ ในรอบ 12 ปี นับตั้งแต่ปี 2548 โดยนายตำรวจที่โดนชายคนร้ายใช้มีดแทงจนเสียชีวิต คือ พลตำรวจ คีธ พัลเมอร์ อายุ 48 ปี

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเธเรซา เมย์ ได้กล่าวประณามการก่อเหตุโจมตีกรุงลอนดอนว่า เป็นการกระทำที่สะท้อนถึง ‘การเจ็บป่วยและต่ำช้า’ ขณะที่ผู้นำทั่วโลกได้แสดงพลังร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับชาวกรุงลอนดอนหลังเกิดเหตุร้าย โดยนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิลแห่งเยอรมนี ประกาศว่า เยอรมนีจะยืนอยู่เคียงข้างสหราชอาณาจักรอย่างมั่นคงและแน่วแน่ในการต่อสู้กับการก่อการร้ายทุกรูปแบบ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเมย์ เพื่อแสดงความเสียใจและกล่าวยกย่องประสิทธิภาพของหน่วยงานด้านความมั่นคงของยูเคที่รับมือกับสถานการณ์.

ข่าวเกี่ยวข้อง

ก่อการร้ายลอนดอนดับ 4 เจ็บอื้อ! สถานทูตเตือนคนไทยติดตามข่าวสารใกล้ชิด

 

เกาหลีใต้น้ำตาไหล! กู้ซากเรือ เซวอล อับปางนาน 3 ปี ขึ้นจากทะเลแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มี.ค. 2560 13:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/893546


รัฐบาลเกาหลีใต้กู้ซากเรือเซวอล ขึ้นจากทะเลแล้ว หลังเกิดโศกนาฏกรรม พลิกคว่ำ อับปางนานถึง 3 ปี คร่าชีวิต 304 ศพ ขณะที่ชาวโสมขาวสะเทือนใจอีก เห็นภาพเรือค่อยๆ ถูกยกขึ้นเหนือน้ำ ท้องเรือเต็มไปด้วยดินโคลนและตะกอน จากการจมอยู่ใต้ทะเลเป็นเวลานาน

เมื่อ 23 มี.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการเกาหลีใต้ ได้ทำการกู้ซากเรือเฟอร์รี่โดยสาร ‘เซวอล’ ขึ้นจากท้องทะเลแล้ว หลังเกิดโศกนาฏกรรม ประสบเหตุพลิกคว่ำนอกชายฝั่งเมืองจินโด ขณะมุ่งหน้าไปยังเกาะเซจู ตั้งแต่ 3 ปีก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 304 ศพ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมของโรงเรียนดันวอนที่กำลังเดินทางไปทัศนศึกษา โดยเรือเซวอลได้ถูกยกขึ้นอย่างช้าๆ จากท้องทะเลขุ่นข้นสีเทา เมื่อ 23 มี.ค. จนเป็นการเตือนความทรงจำต่อโศกนาฏกรรมสะเทือนใจครั้งใหญ่ของประเทศ

ข่าวแจ้งว่า การกู้เรือเซวอล ซึ่งจมอยู่ใต้ทะเลในระดับความลึก 44 เมตร ได้เริ่มต้นตั้งแต่ค่ำวันพุธที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่และทีมคนงานได้เร่งทำงานกันตลอดทั้งคืน เพื่อกู้เรือเฟอร์รี่ เซวอล ขึ้นจากทะเล หลังจากพ่อแม่ญาติพี่น้องของเหยื่อที่ยังสูญหายอีก 9 ราย ได้พยายามเรียกร้องมาตลอดให้ทางการกู้เรือเซวอลขึ้นจากท้องทะเล ด้วยความหวังว่าอาจพบผู้สูญหายติดอยู่ในเรือก็เป็นได้

นายอี โชล โจ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาสมุทรและประมงเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับมอบหมายในปฏิบัติการกู้เรือเซวอล กล่าวด้วยความสะเทือนใจจนน้ำตาไหลว่า ขณะที่พวกเราไม่สามารถจะช่วยยกเรือได้ แต่ภาพเรือที่โผล่พ้นขึ้นจากน้ำทำให้พวกเรารู้สึกตะลึงงัน ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ในเกาหลีใต้ได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์กู้เรือเซวอลขึ้นจากทะเล แสดงให้เห็น ท้องเรือ ของเรือเซวอล ซึ่งมีความยาวถึง 140 เมตร เต็มไปด้วยโคลน และมีตะกอนติดอยู่จำนวนมากหลังจมอยู่ใต้ทะเลนับ 3 ปี โดยนายอียังกล่าวด้วยว่า เรือเซวอลจะถูกยกขึ้นเหนือน้ำทะเลจนสูงประมาณ 13 เมตร จากนั้นจะถูกยกไปอยู่บนเรือขนส่งสินค้าแบน ซึ่งคาดว่าปฏิบัติการนี้ต้องใช้เวลาจนถึงวันศุกร์ที่ 24 มี.ค. จากนั้นเรือที่บรรทุกซากเรือเซวอลจะแล่นเข้ามาใกล้ท่าเรือที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 12 หรือ 13 วัน

ทั้งนี้ ทางการเกาหลีใต้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกู้เรือเซวอลขึ้นจากทะเล เป็นจำนวนเงินประมาณ 85,000 ล้านวอน หรือ 75 ล้านดอลลาร์ ราว 2,265 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่ทำให้เรือเซวอลพลิกคว่ำ และอับปางเมื่อ 16 เมษายน 57 เกิดจากโครงสร้างเรือไม่ปลอดภัย บรรทุกน้ำหนักเกิน และกัปตันยังขับเรือด้วยความเร็วสูงเกินไป โดยขณะนี้ กัปตันเรือเซวอลซึ่งโดนดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรม ได้ถูกศาลตัดสินเมื่อปี 2558 ให้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่ลูกเรือคนอื่นๆ ได้รับโทษจำคุกเป็นระยะเวลาที่น้อยกว่า

ข่าวเกี่ยวข้อง

ลุ้นระทึก! เกาหลีใต้เตรียมยกเรือเซวอลขึ้นจากใต้น้ำ หลังจมทะเลกว่า 2ปี

 

จ้องจอตัวดี โรควุ้นลูกตาเสื่อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 มีนาคม 2560 เวลา 11:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/486895

จ้องจอตัวดี โรควุ้นลูกตาเสื่อม

โดย…โสภิตา สว่างเลิศกุล

 ปัจจุบันคนไทยเป็นโรควุ้นลูกตาเสื่อม (Eye Floaters) ถึงเกือบ 15 ล้านคน จากประชากรที่มีประมาณ 75 ล้านคน เรียกว่ามีสัดส่วนถึง 1 ใน 5 ของประชากรหรือเกือบ 20% เลยทีเดียว

ว่าไปแล้วก็เกิดจากคนทำงานในเมืองที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนต่างๆ รวมถึงจอโทรทัศน์

โรควุ้นลูกตาเสื่อม จึงเป็นหนึ่งในโรคที่เกิดจากการทำงานแบบสมัยใหม่ในสำนักงานที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

ข้อมูลจากโรงพยาบาล เดอะ เวิลด์ เมดิคอล เซ็นเตอร์  บอกถึงอาการวุ้นตาเสื่อมสภาพและวุ้นตาลอกตัว (Vitreous degeneration and Posterior vitreous detachment) ว่า วุ้นตา (Vitreous) มีลักษณะเป็นวุ้นใส และมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก อยู่ในช่องทางด้านหลังของดวงตา คิดเป็นปริมาตร 2 ใน 3 ของดวงตาทั้งหมด และมีเยื่อบางใส (Hyaloid membrane) หุ้มไว้ทั้งหมด ตามปกติแล้ววุ้นตาจะมีการยึดติดกับลูกตาส่วนอื่นๆ โดยแต่ละจุดนั้นมีความแข็งแรงไม่เท่ากัน

การเสื่อมสภาพของวุ้นตาและวุ้นตาลอกตัว มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และเกิดได้เร็วขึ้นในผู้ที่มีสายตาสั้น มีประวัติเคยผ่าตัดภายในดวงตา ได้รับอุบัติเหตุที่รุนแรงต่อดวงตา หรือมีการอักเสบภายในดวงตามาก่อน วุ้นตาจะกลายสภาพจากวุ้นเป็นน้ำและมีการหดตัวลดปริมาณลง ร่วมกับมีการฉีกขาดของ Hyaloid membrane ทำให้วุ้นตาส่วนที่กลายเป็นน้ำไหลไปขังอยู่ใต้เนื้อเยื่อดังกล่าว และกลายเป็นการลอกตัวของวุ้นตาเกิดขึ้น

ผู้ป่วยจะมีอาการเห็นเงาดำหรือเส้นคล้ายหยากไย่ลอยไปมา (Floater) ถ้าวุ้นตามีการลอกตัว ผู้ป่วยอาจสังเกตเห็นแสงวาบคล้ายกับแฟลชของกล้องถ่ายรูปหรือคล้ายฟ้าแลบ บางครั้งอาจพบเงาดำหรือหยากไย่ที่ลอยไปมาเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

หากมีการลอกตัวของวุ้นตาออกจากบริเวณขั้วประสาทตา (Optic disc) ผู้ป่วยอาจมองเห็นเงาดำเป็นวงอยู่บนภาพบริเวณหางตา โดยไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ เลย

แม้ว่าจะเป็นกระบวนการที่เกิดตามธรรมชาติเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แต่การลอกตัวของวุ้นลูกตานั้นอาจมีการดึงรั้งเส้นเลือดฝอยที่อยู่บนจอประสาทตาด้านหลังทำให้เกิดการฉีกขาดและมีเลือดออกในวุ้นตาได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการตามืดลงทันที

การลอกตัวดังกล่าวอาจดึงรั้งจอประสาทตาโดยตรง ทำให้เกิดจอประสาทตาฉีกขาดและหลุดลอก ซึ่งอาจมีผลต่อการมองเห็นระยะยาวได้อีกด้วย

นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ แห่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้เขียนให้ความรู้ว่า เส้นใยเหล่านี้จะลอยไปมาในน้ำวุ้นลูกตา ถ้าลอยมาตำแหน่งที่แสงผ่านเข้าตาก็จะทำให้เห็นเป็นเงาคล้ายหยากไย่หรือยุงลอยไปมาในตา ซึ่งมักจะเห็นได้ตอนอยู่ในที่สว่าง มองผนังสีขาวหรือก้มลงดื่มน้ำ บางทีเข้าใจว่าหยากไย่บังอยู่หน้าตาเรา

 ความสำคัญอยู่ที่ว่า ถ้ามีแค่นี้ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องรักษาอะไร

ถ้าเส้นใยเหล่านี้ลอยมาแนวกลางตาก็บังแสงเข้าตา ถ้าลอยไปอยู่ริมๆ ก็ไม่บังตา แรกๆ อาจรำคาญ แต่นานๆ ไปจะชินมากขึ้น แต่ปัญหามีอยู่ว่าในบางคน (ส่วนน้อย) จะเกิดมีจอประสาทตาฉีกขาดตามมาได้ และอาจมีจอประสาทตาลอกทำให้ตามัวตามมา จะต้องรักษาโดยการผ่าตัดตา เมื่อรักษาหายแล้วตาก็มักจะไม่เห็นชัดเท่าเดิม

การมีจอประสาทตาลอก ทำให้ตามัวต้องรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งแม้รักษาหายแล้วการมองเห็นจะไม่ดีเหมือนเดิม

ดังนั้น จะเห็นว่าถ้าเราป้องกันไม่ให้เกิดจอประสาทตาลอกได้ก็จะดี แต่ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าใครที่มีอาการเห็นหยากไย่ในตาหรือแสงฟ้าแลบในตาจะมีจอประสาทตาฉีกขาดตามมา จักษุแพทย์จึงใช้วิธีนัดมาตรวจจอประสาทตาหลายครั้งเป็นระยะๆ

โดยทั่วไปจักษุแพทย์จะตรวจจอประสาทตาผู้ที่มีอาการในครั้งแรกที่มาหา โดยหยอดยาขยายม่านตาซึ่งจะทำให้ตาข้างที่ขยายม่านตามองไม่ชัดชั่วคราวประมาณ 4-6 ชั่วโมง ดังนั้น ถ้าไปหาแพทย์ควรพาใครไปด้วยเพื่อช่วยเหลือตอนกลับบ้าน

ถ้าตรวจแล้วปกติ ไม่พบจอประสาทตาฉีกขาด จักษุแพทย์ก็จะนัดตรวจอีกครั้งใน 4-6 สัปดาห์ต่อไป ถ้าตรวจแล้วปกติอีกก็จะนัดอีก 1 ปี แต่ถ้าพบจอประสาทตาฉีกขาดก็จะรักษาโดยการยิงเลเซอร์หรือจี้ความเย็น

ทั้งนี้ การนัดอาจไม่เหมือนกันทีเดียวแล้วแต่จักษุแพทย์แต่ละท่าน โดยทั่วไปจักษุแพทย์จะอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจโรค เพื่อให้สบายใจว่าส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นปัญหาอะไร ไม่ต้องรักษาอะไร อาการนี้จะอยู่ไปตลอดได้แต่ไม่อันตราย และมักจะลดลงได้ เพียงแต่มีคนส่วนน้อยที่อาจมีปัญหาจอประสาทตาลอกตามมา สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ให้มาตรวจตามนัด และถ้ามีอาการเห็นหยากไย่หรือแสงฟ้าแลบในตามากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นหรือตามัวลง ให้รีบมาตรวจก่อนนัด เพราะอาจจะมีปัญหาแทรกซ้อนเกิดขึ้นแล้ว

 

Modified Bharadvajasana

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 มีนาคม 2560 เวลา 11:11 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/486894

Modified Bharadvajasana

โดย…ภัชภิชา แก้วสุวรรณสุข (ครูเจี๊ยบ) โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

ในเวอร์ชั่นนี้จะไม่ได้เป็นแบบบิด แต่จะเป็นแบบยืดลำตัวด้านข้างแทน คนไทยจะเคยชินกันดีอยู่แล้วกับการนั่งพับเพียบ โดยเฉพาะผู้หญิง แต่ในปัจจุบันหลายคนมักจะคุ้นเคยกับการนั่งเก้าอี้ หรือโซฟาเป็นส่วนใหญ่ พอนานวันเข้าบางคนถึงกับนั่งพื้นไม่ได้ก็มี บ้างเจ็บเข่า เจ็บข้อเท้า บ้างเจ็บสะโพก หรือบางคนนั่งได้ แต่ก้นไม่ลงพื้น

การฝึกท่านี้บ่อยๆ จึงมีประโยชน์ต่อสะโพก หัวเข่า ข้อเท้า กระดูกสันหลัง และลำตัวด้านข้าง ซึ่งเป็นท่าง่ายๆ ที่ช่วยลดอาการปวดเอวได้ดีทีเดียว และหากใครสามารถค้างท่านี้ได้นานแบบการฝึกหยินประมาณข้างละ 3 นาที จะเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่อยู่ลึกๆ ข้างใน ลงดิ่งลึกเข้าไปในชั้นเนื้อเยื่อ พังผืด ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่า อาจงดฝึกท่านี้

วิธีปฏิบัติ

1.เริ่มต้นนั่งพับขาทั้งสองข้างคล้ายท่านั่งพับเพียบ แต่ให้ฝ่าเท้าทั้งสองซ้อนกัน โดยให้ขาซ้ายอยู่บน หัวเข่าใกล้ชิดกัน เก็บข้อเท้าไว้ใกล้กับก้น เพื่อเตรียม

2.สอดมือซ้ายเข่าไปจับข้อเท้าขวา โดยหงายฝ่ามือ

3.วางหัวเข่าลงกลับที่เดิม แล้วเอียงลำตัวไปฝั่งด้านซ้ายทีละนิดๆ จนกระทั่งสุด ค่อยๆ งอศอกซ้าย เมื่อเราเอียงตัวลงได้มากขึ้น ยกแขนขวาขึ้นแนบใบหู งอศอกเล็กน้อยให้รู้สึกสบาย เน้นยืดลำตัวด้านข้าง ศีรษะอยู่ในตำแหน่งที่ผ่อนคลาย ไม่เกร็ง ค้างท่าสักครู่ประมาณ 1-3 นาที หายใจเข้าออกให้สบายอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะค้างท่าเราจะรู้สึกถึงการยืดลำตัวด้านข้างฝั่งด้านขวาที่ยาวขึ้น ในขณะที่ลำตัวช่วงล่างจะได้รับการนวด เวลาคลายท่าค่อยๆ ส่งตัวกลับช้าๆ อย่ากระชาก จากนั้นลองทำสลับข้าง เมื่อครบ 2 ข้างแล้ว ยืดขาทั้งสองข้างไปด้านหน้าเพื่อคลายหัวเข่า