ทองคำเปิดตลาดราคาคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,850

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2560 09:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/887530


ราคาทองวันที่ 17 มี.ค. เปิดตลาดราคาคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,250 ขายออกบาทละ 20,350 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,889.92 ขายออกบาทละ 20,850 บาท

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 60 สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.28 น. ราคาคงที่จากเมื่อวาน ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,250 บาท ขายออกบาทละ 20,350 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,889.92 บาท ขายออกบาทละ 20,850 บาท.

 

หุ้นสหรัฐฯ ปิดแคบ ราคาน้ำมันลด-รบ.ทรัมป์ยังไม่ขยับเรื่องภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2560 06:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/887441


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ มีความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี โดยส่วนใหญ่ลดลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอีกครั้ง และเกิดความกังวลในรัฐบาลทรัมป์ ที่ยังไม่เครื่องไหวเรื่องนโยบายภาษี…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 16 มี.ค. แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 15.55 จุด หรือ 0.07% ปิดที่ 20934.55 จด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 3.88 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 2381.38 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 0.71% ปิดที่ 0.01% ปิดที่ 5900.76 จุด

เมื่อวันพฤหัสบดี ราคาน้ำมันกลับมาลดลงอีกครั้งหลังจากเพิ่มขึ้นในวันพุธ ทำให้หุ้นบริษัทกลุ่มปิโตรเลียม เช่น เอ็กซ์ซอนโมบิล, เชฟรอน และอื่นๆ ลดลง

ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า การประกาศแผนของบประมาณของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันพฤหัสบดี ยิ่งทำให้ความกังวลว่าการเปิดเผยเรื่องแผนลดภาษีและมาตรการสนับสนุนการเติบโตอื่นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปีก่อน จะล่าช้าออกไปอีก.

 

เมืองไทยรุกธุรกิจประกันภัยลาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 มี.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/887400


นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทยโฮลดิ้ง จำกัด และ ST Group Co., Ltd. ผู้ประกอบธุรกิจธนาคาร ST Bank ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในชื่อ บริษัทเอสที-เมืองไทย ประกันภัย จำกัด (ST-Muang Thai Insurance Co., Ltd. : ST-MTI) โดยได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจรับประกันชีวิตและประกันวินาศภัยใน สปป.ลาวเป็นที่เรียบร้อยและล่าสุดได้จัดพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 15 มี.ค.60

ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจของ “เอสที-เมืองไทย ประกันภัย” มีความมุ่งมั่น ในการเป็นผู้นำด้านธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย โดยส่งมอบความคุ้มครองต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า และอาศัยจุดแข็งจาก ST Bank เป็นช่องทางการขายผ่านธนาคาร (Bancassurance) พร้อมขยายช่องทางตัวแทน ขณะที่เมืองไทยประกันชีวิตจะสนับสนุนด้านศักยภาพและองค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาการขายผ่านช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Distribution Channel) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า สปป.ลาว ได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง

นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิตจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่หลากหลายรูปแบบ อาทิ ผลิตภัณฑ์ประเภทคุ้มครองภาระสินเชื่อ เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงให้แก่ลูกค้าสินเชื่อที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าของธุรกิจหรือผู้ที่หารายได้หลักให้แก่ธุรกิจ เป็นต้น ส่วนในระยะถัดไปจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันกลุ่ม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น.

 

พลิกโผชิงดำ “ดีดีบินไทย” 4 ตัวเก็ง “ดนุช-วิสิฐ-ธีรวิทย์–ยงสิทธิ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 มี.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/887397


ดนุช – วิสิฐ – ธีรวิทย์ – ยงสิทธิ์

สุดตะลึง! 4 ม้ามืดชิงดำนั่งเก้าอี้ดีดีบินไทย “ดนุช-วิสิฐ-ธีรวิทย์–ยงสิทธิ์” ส่วนตัวเก็งตกคุณสมบัติไม่เป็นท่า เหตุมี ส่วนได้ส่วนเสียกับทีจีมาก่อน กรรมการสรรหามองอาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนได้ในอนาคต

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการประชุมบอร์ดการบินไทยว่า คณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทยได้มารายงานผลการพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัคร ปรากฏว่ามีผู้ผ่านการพิจารณาจำนวน 4 คน จากที่เหลือทั้งหมด 8 คน โดยมีทั้งผู้สมัครที่มาจากพนักงานของการบินไทยและผู้สมัครจากบุคคลภายนอก โดยขั้นตอนต่อไปคณะกรรมการสรรหาฯ จะเชิญแต่ละรายมาสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า สำหรับผู้ที่ผ่านคุณสมบัติจำนวน 4 คน ได้แก่ 1.นายดนุช บุนนาค ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 2.นายวิสิฐ ตันติสุนทร อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะไม่ผ่านคุณสมบัติเพราะอดีตคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเคยมีมติให้เลิกจ้าง

เนื่องจากตรวจพบปัญหาความผิดปกติในการบริหารงาน คณะกรรมการสรรหาฯได้พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีดังกล่าวยังอยู่ในชั้นศาลและยังไม่ถึงที่สิ้นสุด จึงอนุมัติให้ผ่านคุณสมบัติไปก่อน 3.นายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ 4.นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้ามวลชนแห่งประเทศไทย

สำหรับ 4 คนที่ไม่ผ่านคุณสมบัติได้แก่ 1.นายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และอดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์และการเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT ตกคุณสมบัติ เนื่องจากเคยเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์และการเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่เคยเป็นคู่ค้าทางธุรกิจและมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทการบินไทยมาก่อน

รวมทั้งนายณรงค์ชัยยังลาออกจากธนาคารซีไอเอ็มบีมายังไม่ครบ 3 ปีตามประกาศกำหนด 2.นายวิเชฐ ตันติวานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ตกคุณสมบัติ เนื่องจากเคยเป็นอดีตผู้บริหารในนิติบุคคลที่เคยเป็นคู่ค้าทางธุรกิจและมีส่วนได้ ส่วนเสียกับบริษัทการบินไทยมาก่อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนได้ในอนาคต

3.นายพฤทธิ์ บุปผาคำ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (มหาชน) หรืออีลิท การ์ด และอดีตเคยเป็นอดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการพาณิชย์ (ดีเอ็น) ของการบินไทย ตกคุณสมบัติ เพราะอดีตเคยมีคดีฟ้องร้องกับการบินไทย และ 4.นายศรีล สุขุม ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตกคุณสมบัติ เนื่องจากเคยเป็นอดีตผู้บริหารในนิติบุคคลที่เคยเป็นคู่ค้าทางธุรกิจและมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทการบินไทยมาก่อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการคาดการณ์ว่าการแต่งตั้งดีดีคนใหม่อาจจะยืดเยื้อออกไปและอาจมีการเตะถ่วง เนื่องจากฝ่ายบริหารยังไม่พอใจในรายชื่อของผู้สมัคร 4 คนที่เหลือ หรือหากเลวร้ายที่สุดอาจจะมีการประกาศล้มการสรรหาครั้งนี้ เนื่องจากท้ายประกาศหลักเกณฑ์การสรรหา มีการเขียนระบุไว้ชัดเจนในหัวข้อการยกเลิกสรรหาว่า ในช่วงก่อนที่จะมีการตัดสินเลือกตัวผู้สมัคร บริษัทมีสิทธิที่จะยกเลิกการสรรหาเพื่อทำการสรรหาใหม่ได้ ทั้งนี้ การพิจารณายกเลิกการสรรหาของบริษัทถือเป็นที่สุด และผู้สมัครต้องยอมรับในผลการตัดสินดังกล่าว.

 

รับฟรี! ทันทีคูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ที่บิ๊กซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 17 มี.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/880595


รับฟรี ! ทันทีคูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ สิทธิพิเศษ! สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด เพื่อสมาชิกทุก lifestyle เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด คู่กับบัตรสมาชิกบิ๊กการ์ด ตั้งแต่ 1,500 บาท ขึ้นไปต่อใบเสร็จ ในทุกวันเสาร์–อาทิตย์ ที่บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า และ ซูเปอร์เซ็นเตอร์ทั่วประเทศ (ยกเว้นบิ๊กซีมาร์เก็ตและมินิบิ๊กซีทุกสาขาไม่ร่วมรายการ) เริ่มแล้ววันนี้-30 เมษายน 2560 รีบมาช็อปและรับไปใช้กันได้เลย หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.BigC.co.th หรือ โทร.1756

 

หนุนอีอีซีไอเกิดหวังสร้างคน-งาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 มี.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/887395


นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในระหว่างการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่า ได้สั่งการให้กระทรวงวิทยาศาสตร์เป็นศูนย์กลางในการดึงนักวิทยาศาสตร์จากทุกมหาวิทยาลัยในประเทศไทย มารวมตัวกันเพื่อผลักดันให้เกิดเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation หรือ EECi) ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยอีอีซีไอจะต้องเกิดขึ้นพร้อมกับอีอีซี เพื่อป้อนทั้งคนและงานวิจัยให้กับภาคอุตสาหกรรมในอีอีซี และได้ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯไปดึงมหาวิทยาลัยในต่างประเทศโดยเฉพาะจากจีนมาร่วมด้วย ซึ่งขณะนี้กระทวงวิทยาศาสตร์ฯได้ตกลงใช้พื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ซึ่งเป็นของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยเบื้องต้นทาง ปตท.จะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคต่างๆ

ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯให้ทำโครงการสร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้เด็กไทยอยากเรียนด้านวิทยาศาสตร์ ให้มีการแข่งขัน มีการให้ทุนการศึกษา และได้รับรางวัลจากนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกัน ต้องมีการเชื่อมเด็กที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์ไปสู่ 5 ภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย และได้ย้ำให้มีการเพิ่มงานวิจัยและพัฒนาสูงขึ้นให้มีสัดส่วน 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปี 61 และเพิ่มต่อเนื่องในปีต่อไป จากที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ รายงานว่างบการวิจัยและพัฒนาฯในปี 58 มีสัดส่วน 0.62% ของจีดีพี มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 85,000 ล้านบาท แบ่งเป็นของภาคเอกชน 60,000 ล้านบาท และภาครัฐ 25,000 ล้านบาท คาดว่าในปี 59 มีสัดส่วน 0.75% ขณะที่นักวิจัยทั้งประเทศมี 160,000 ราย อยู่ในภาคเอกชน 60,000 ราย โดยการเพิ่มจำนวนนักวิจัยโดยให้เทียบกับเวียดนามเพราะเป็นคู่แข่งของไทย

นางอรรชกา ศรีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เปิดเผยว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เสนอให้พิจารณาให้เอกชนที่สนใจนำเงินมาลงทุนในพิพิธภัณฑ์เพื่ออนาคตของไทย สามารถนำเงินที่ลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าเช่นเดียวกับการสนับสนุนการศึกษา โดยโครงการนี้มีมูลค่า 2,100 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็วๆนี้.

 

ไทยหอมฟุ้งญี่ปุ่นขยายลงทุน “เจโทร” ย้ำชัดไม่เคยคิดนอกใจไปประเทศอื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/887391


นายฮิโรโตชิ อิโตะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส (ภูมิภาคเอเชีย) องค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) เปิดเผยว่า เจโทรได้สำรวจความคิดเห็นบริษัทญี่ปุ่นที่ประกอบธุรกิจใน 20 ประเทศสำคัญในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย รวมถึงไทยระหว่างวันที่ 11 ต.ค.-11 พ.ย.59 ครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่และขนาดย่อม ทั้งในภาคการผลิต และนอกภาคการผลิตรวม 4,642 บริษัท จากจำนวนบริษัทที่ส่งแบบสำรวจ 10,983 บริษัท ส่วนในไทย มีบริษัทที่ตอบกลับแบบสำรวจ 695 บริษัท จากจำนวน 2,176 บริษัท

โดยบริษัทญี่ปุ่นในไทย คาดการณ์ว่า ปี 60 จะมีผลกำไรเพิ่มขึ้นมีผู้ตอบ 45.3%, อีก 44.4% ระบุไม่เปลี่ยนแปลง และอีก 10.3% ระบุลดลง โดยธุรกิจที่มีผลกำไรเพิ่มขึ้น เช่น ยางและเครื่องหนัง เคมีภัณฑ์และเภสัชกรรม เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และส่วนประกอบ เหล็ก เครื่องนุ่งห่ม การเงินและการประกันภัย ค้าส่ง-ค้าปลีก ขนส่ง ก่อสร้าง เป็นต้น ส่วนบริษัทที่ลงทุนในอาเซียน ระบุจะมีกำไรเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะยอดขายเพิ่มขึ้น และประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น โดยอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และส่วนประกอบที่ลงทุนในไทยมีผลกำไรมากที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน แต่ธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก ที่ลงทุนในสิงคโปร์มีผลกำไรมากที่สุด ส่วนไทยเป็นอันดับ 2

ขณะที่เมื่อถามถึงแผนธุรกิจในอนาคตในประเทศไทย หรือใน 1-2 ปีข้างหน้า ผู้ตอบ 50.1% ระบุจะขยายการลงทุนเพิ่ม 47.1% ระบุไม่เปลี่ยนแปลง และอีก 2.7% ระบุจะย้ายฐานและถอนการผลิตจากประเทศไทย โดยบริษัทที่จะขยายการลงทุนเพิ่ม คือ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และเภสัชกรรม ตามด้วยค้าปลีก-ค้าส่ง โดยเหตุผลที่จะขยายการลงทุนในไทยเพิ่ม เพราะยอดขายเพิ่มขึ้น ธุรกิจมีศักยภาพเติบโตได้ในระดับสูง และรัฐบาลไทยส่งเสริมการลงทุน อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบบริษัทที่จะขยายการลงทุนในไทย และประเทศอื่นๆ ในอาเซียน พบว่า บริษัทญี่ปุ่นในเมียนมา ขยายการลงทุนมากที่สุดถึง 79.7% ตามด้วยกัมพูชา 72.5% เวียดนาม 66.6% ฟิลิปปินส์ 54.4% อินโดนีเซีย 51.6% ขณะที่สิงคโปร์ ลาว และมาเลเซีย มีแผนขยายการลงทุนน้อยกว่าไทยที่ 49.0%, 44.4% และ 44.1% ตามลำดับ “อุปสรรคในการทำธุรกิจในประเทศไทย 59.3% ระบุค่าแรงงานสูง, 59% ระบุความยากในการควบคุมคุณภาพ”.

 

“สมชัย” คาดยอดคนจนพุ่ง 14 ล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/887387


3 เม.ย.คลังเปิดโต๊ะลงทะเบียน คนรายได้น้อยอ้ากระเป๋ารอ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเปิดให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนในโครงการรับสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.-15 พ.ค.2560 คาดว่าจะมีประชาชนที่มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนประมาณ 14 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีการลงทะเบียน 8.3 ล้านคน แม้ในปีนี้กระทรวงการคลังจะเพิ่มข้อมูลในการกรอก จาก 2 หน้ากระดาษ เป็น 4 หน้ากระดาษก็ตาม โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ธนาคารเฉพาะกิจทั้ง 3 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารกรุงไทย เร่งลงพื้นที่ทั่วประเทศตั้งแต่เดือนนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการและจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือชาวบ้าน ในการกรอกข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน

สำหรับแผนงานที่กระทรวงการคลังวางไว้คือ จะเริ่มส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 3 เม.ย.เป็นต้นไป โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันสุดท้าย คือ 15 พ.ค.2560 เช่น กรณีมีเงินฝากเกิน 100,000 บาทหรือไม่ ข้อมูลก็จะส่งไปธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรณีมีที่อยู่อาศัย เช่น บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียมเกินกว่า 25 ตารางวาหรือไม่ ก็จะส่งไปให้กรมที่ดินของกระทรวงมหาดไทย ส่วนการประกอบอาชีพก็ต้องระบุให้ชัดเจนว่า เกษตรกรมีอาชีพทำนาหรือทำสวน ชนิดของพืชที่ปลูก เป็นต้น รวมถึงมีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์หรือไม่

นอกจากนี้ ในแบบฟอร์มที่ให้กรอก กระทรวงการคลังยังเพิ่มเรื่องหนี้ด้วย โดยกรณีที่มีหนี้ต้องระบุให้ชัดว่า เป็นหนี้นอกระบบหรือไม่ และระบุจำนวน ส่วนกรณีที่มีหนี้ในระบบ ต้องระบุสาเหตุด้วยว่าหนี้มาจากอะไร เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้เพื่อการศึกษา เป็นต้น ระหว่างนี้กระทรวงการคลังจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบข้อมูล 2 เดือน โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.2560 หากไม่ทัน ก็สามารถเลื่อนออกไปได้อีกเล็กน้อย

“มาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ลงทะเบียนขอรับสวัสดิการจากรัฐ จะไม่ใช่มาตรการเหวี่ยงแห หรือแจกฟรีเหมือนในอดีต แต่เป็นการแจกสวัสดิการเฉพาะประชาชนที่ผ่านการตรวจสอบจากกระทรวงการคลัง โดยกระทรวงการคลังจะมอบบัตรชิปการ์ด เพื่อนำบัตรดังกล่าวไปใช้ลดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า 20-50% รวมถึงรถเมล์ฟรี เป็นต้น”

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า จะมีประชาชนลงทะเบียนรับสวัสดิการจากรัฐผ่านธนาคารออมสินประมาณ 4 ล้านคน หากรวม 2 ธนาคาร น่าจะมีประมาณ 14 ล้านคน.

 

จับตา “บาทแข็ง” สวนเฟดขึ้นดอก เงินไทยไม่ไหลออก-หุ้น-ทองคำเด้งรับระนาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/887381


หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกแถลงการณ์ปรับขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้น (federal funds rate) 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ขณะที่จุดยืนยังคงผ่อนคลายพร้อมที่จะขึ้นดอกเบี้ยต่อ ส่งผลเอกชนห่วงค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง หุ้น-ทองเด้งขึ้นรับข่าว

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในส่วนดอกเบี้ยนโยบายของไทย ธปท.มองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อัตรา 1.50% ยังผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และหากจะพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมจะต้องดูว่าผลประโยชน์ที่มีต่อเศรษฐกิจจะมากกว่าผลกระทบด้านลบอื่นๆเช่น ผลต่อการออมของคนในภาวะดอกเบี้ยต่ำ และผลต่อเสถียรภาพการเงินของประเทศ

“ขณะที่ความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อต่ำทั่วโลก (global disinflationary shock) ได้ลดลง และเริ่มเห็นสัญญาณของ การฟื้นตัวของเงินเฟ้อ (global reflation) จากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกและผลตอบแทนตราสารหนี้ที่ปรับสูงขึ้น ดังนั้น ธปท. จึงมองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.5% ยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ”

รัฐพร้อมดูแลเงินทุน-ส่งออก

สำหรับผลกระทบต่อค่าเงินบาทและตลาดการเงินของไทยนั้น น.ส.วชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.สายตลาดการเงิน กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดครั้งนี้ ถือว่าเป็นไปตามการคาดหมายของตลาด และไม่ได้เป็นการรีบเร่งขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต เบื้องต้นจึงเห็นการปรับตัวของตลาดการเงินเพียงเล็กน้อย โดยลดการถือครองเงินดอลลาร์บางส่วนลง ทำให้ค่าเงิน สกุลหลักและภูมิภาคปรับตัวแข็งค่าขึ้น รวมทั้งค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ในระยะต่อไปดอกเบี้ยสหรัฐฯยังอยู่ในขาขึ้น แต่ยังไม่มีความไม่แน่นอนในแง่ของเวลาตลาด จึงมีความผันผวน ทำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญกับการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด แม้จะมีผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายแต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมาก โดยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลกระทบเงินทุนเคลื่อนย้ายที่จะไหลกลับไปสหรัฐฯมากขึ้น แต่สำหรับประเทศไทยนั้นสภาพคล่องการเงินที่มีจำนวนมาก จึงไม่มีผลกระทบและค่าเงินบาทขึ้นลงตามแรงซื้อและขายมากกว่าปัจจัยอื่น ขณะที่นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ธปท.มีเครื่องมือที่ดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย และดูแลได้มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว โดยค่าเงินบาทก็ถือว่ามีเสถียรภาพ

น.ส.พิมชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวว่า ตลาดสหรัฐฯเป็นตลาดส่งออกของไทยในสัดส่วน 9.7% ของการส่งออกรวม เมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯฟื้นจะส่งผลดีต่อสินค้าเกษตรและอาหารทำให้ราคาสินค้าเกษตรในประเทศดีขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ค่าเงินบาทที่ระดับ 35-36 บาท/เหรียญฯ แม้ว่าจะเป็นผลดีต่อภาพรวมการส่งออก แต่ต้องดูอัตราแลกเปลี่ยนของเพื่อนบ้านด้วย เพราะจะสะท้อนขีดความสามารถการแข่งขัน

เอกชนห่วง “ค่าบาทไม่ยอมอ่อน”

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ค่าเงินบาทยังคงอยู่ในภาวะแข็งค่าเฉลี่ย 35.03 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ต่อเนื่อง ถือว่ายังคงไม่อ่อนค่าตามที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้น คงต้องติดตามค่าเงินอีกระยะหนึ่งเพื่อประเมินแนวโน้มอีกครั้ง โดย ส.อ.ท.จะต้องติดตามค่าเงินบาทใกล้ชิดเพราะเฟดขึ้นดอกเบี้ย แนวโน้มค่าบาทอาจจะอ่อนค่าลง แต่ขณะนี้ยังคงแข็งค่า ยังไม่แน่ใจว่าจะไปในทิศทางใด แต่ภาพรวมส่งออกปีนี้ยังคงมองว่ายังโตได้ 2-3% จากปีที่ผ่านมา แม้ว่าเฟดจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้

ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) กล่าวว่า ระยะสั้นๆนี้คาดว่าค่าเงินบาทจะมีความผันผวน แต่จะมีทิศทางไปในทางแข็งค่ามากกว่า เนื่องจากปัจจัยสำคัญได้แก่ 1.ประเทศไทยมีดุลการค้าเกินดุล 2.ประเทศไทยยังมีทุนสำรองค่อนข้างมาก 3.การเมืองมีเสถียรภาพ ทำให้เงินยังคงไหลเข้ามายังประเทศไทยอยู่ ประกอบกับแม้ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย แต่หลายคนยังคงมองว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงมีความผันผวน ด้วยนโยบายของนายทรัมป์ ขณะที่สหภาพยุโรปมีปัจจัยเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของหลายประเทศทั้งฝรั่งเศส เยอรมนี ฯลฯ

“ภาพรวมขณะนี้เงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมาเฟดได้ส่งสัญญาณไปแล้วล่วงหน้าส่วนหนึ่งเงินทุนก็ไหลออกไปจากประเทศไทยจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่มากนัก ดังนั้น ค่าเงินบาทจะสวิงไปในทิศทางใดต้องใช้เวลาติดตามสถานการณ์ในอีก 1 เดือนข้างหน้า จึงจะเห็นภาพชัดเจน”

เชื่อมั่นพุ่ง หุ้น-ทองคำเด้งรับข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น ทองคำ ในการซื้อขายวันที่ 16 มีนาคม 2560 ว่า ทันทีที่เปิดการซื้อขายดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นแรงรับข่าวธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย โดยปิดตลาดที่จุดสูงสุด 1,557.05 จุด เพิ่มขึ้น 16.25 จุด ขณะที่ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นแรงเช่นกัน โดยราคาทองคำในประเทศประกาศโดยสมาคมค้าทองคำปรับขึ้นทันทีบาทละ 250 บาท ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,250 บาท ขายออกบาทละ 20,350 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,889.92 บาท ขายออกบาทละ 20,850 บาท ราคาทองคำโลกอยู่ที่ 1,225.50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นดอกเบี้ยทำให้ดัชนีหุ้นไทยในช่วงเช้าของวันที่ 16 มี.ค. ปรับขึ้นรับข่าว และตลาดยังมองว่ามีโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งการปรับขึ้นแต่ละครั้งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนปรับเพิ่มขึ้น ส่วนอัตราดอกเบี้ยของไทยไม่น่าจะปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ส่วนเงินทุนต่างชาติจะไหลออกได้หรือไม่นั้น พบว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ต่างประเทศได้ทยอยขายหุ้นไทยไปบ้างแต่ถือเป็นจำนวนที่ไม่มากนัก นอกจากนั้น จากการติดตามข้อมูลยังพบอีกว่า กำไรบริษัทจดทะเบียนของไทยยังเติบโตดีกว่าเศรษฐกิจเกิดใหม่ประเทศอื่น จึงเชื่อว่าหุ้นไทยยังเป็นที่สนใจในสายตานักลงทุนต่างประเทศ

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุนเปิดเผยว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่เหนือความคาดหมาย แต่น่าแปลกใจที่ตลาดหุ้นไทย สหรัฐฯ และทองคำกลับปรับขึ้นไปอีก จึงประเมินว่ามีนักลงทุนบางส่วนมั่นใจในความชัดเจนจึงกลับเข้ามาซื้อขายหุ้นอีก หรือบางกลุ่มอาจเข้ามาเล่นเพราะอารมณ์.

 

‘ร้องเพลง’ มูลค่าเพิ่มเสริมภาพลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มีนาคม 2560 เวลา 09:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/486302

‘ร้องเพลง’ มูลค่าเพิ่มเสริมภาพลักษณ์

โดย…วราภรณ์

ใครจะคาดคิดว่า “น้ำเสียง” ทั้งการพูดและการร้องเพลงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และเพิ่มศักยภาพภายในคนคนนั้นให้ดูดี หรือเสน่ห์หดหายจากการพูดเพียงประโยคเดียว ดังนั้นการพูดและการร้องเพลงโดยเฉพาะในระดับผู้บริหารถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องเพิ่มพูนศักยภาพในตัวเองอยู่อย่างสม่ำเสมอ

เช่นเดียวกับ ฟลุค ชูสุวรรณ เจ้าของเพจ Alwaysfluke และเจ้าของบริษัทออนไลน์เอเยนซี A1113 คนดังทางโลกออนไลน์ ที่การร้องเพลงเป็นผลพลอยได้จากการพัฒนาด้านการใช้เสียง แค่อยากพูดให้มีน้ำเสียงน่าฟังเพื่อให้สามารถนำการใช้เสียงอย่างถูกหลัก และเมื่อพูดด้วยน้ำเสียงใช้ได้แล้ว การเพิ่มศักยภาพด้านการร้องเพลงของฟลุคจึงตามมาซึ่งตอนนี้เขากำลังฝึกซ้อมเรียนร้องเพลงอยู่

ในวัย 40 ปี ที่งานส่วนใหญ่ต้องเป็นวิทยากรสอนด้านการแต่งหน้าและดูแลด้านบุคลิกภาพ ทำให้เขาเห็นความสำคัญของการใช้เสียงมากๆ ปัญหาของเขาคือ การพูดด้วยน้ำเสียงโมโนโทนมาตลอด ซึ่งเขาพยายามปรับตัว และหมั่นเช็กการพูดทางช่องทางออนไลน์และฟังจากบทสัมภาษณ์ของตัวเองออกสื่ออยู่อย่างสม่ำเสมอ

มาถึงจุดที่พูด 10 รอบ 1 สัปดาห์ติดกัน ส่งผลต่อเสียงเพราะเขาใช้เสียงไม่ถูกต้อง หาผู้ช่วยคือครูสอนด้านการใช้เสียง หรือวอยซ์เทรนเนอร์ ครูแอร์-ภาชีวี เจริญสุข เริ่มแรกเรียนแค่การใช้เสียงพูดอย่างไรให้มีน้ำเสียงน่าฟัง หลังๆ ในฐานะที่ได้ครูสอนร้องเพลงชื่อดังมาอยู่กับตัวแล้ว จึงขอคุณครูสอนด้านการร้องเพลงไปได้ด้วยเลย

ฟลุค ชูสุวรรณ

“นอกจากครูแอร์จะให้แบบฝึกหัดมาฝึกออกแบบเสียง ครูยังสอนการพูดในที่สาธารณะพูดอย่างไรให้น่าสนใจ ซึ่งการเรียนการพูดต้องมีหลักเกณฑ์ แค่เรียนครั้งแรกเอาแบบฝึกหัดมาฝึกพบการพูดของเราเปลี่ยนไปทันที ซึ่งไม่รู้ว่าเพราะอะไร ปกติในเฟซบุ๊กของผมจะไลฟ์ทุกอาทิตย์ ก็เริ่มมีคนมาทักว่า เอ่อ… พูดดูมีชีวิตชีวา พูดชัดขึ้น จังหวะดีขึ้น เพราะบางแบบฝึกหัดคำที่ผมพูดไม่ชัด ครูจะให้เอ็กเซอร์ไซส์เสียง ครูสอนให้ผมขยับปากทำลิ้น เราทำอะไรได้มากขึ้นกับเสียง ซึ่งเป็นสิ่งเหลือเชื่อ”

เมื่อพัฒนาด้านการพูดฟังได้รื่นหูแล้ว ฟลุคเรียนร้องเพลงเพิ่ม ซึ่งพุ่งเป้าไปที่การให้ครูเลือกเพลงที่เหมาะสมกับคาแรกเตอร์เสียงของเขา การร้องเพลงเป็นสิ่งที่ฟลุคชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ครั้งนั้นยังไม่มีทักษะด้านการใช้เสียงที่ดีมากพอ ลักษณะการร้องจึงเป็นการตะเบ็งเสียง ใครฟังก็บอกว่าไม่โอเค พอเขาได้ฟังฟีดแบ็กแบบนั้น เมื่อคนฟังไม่ว้าว เขาจึงต้องหยุดตัวเองไปโดยปริยาย

“ผมคิดว่าร้องเพลงหรือพูดคือการออกเสียงให้เป็นจังหวะจะโคนให้ชัดเจนมันสำคัญมาก ผมมองว่าการร้องเพลงกับการเข้าสังคมเป็นเรื่องเดียวกัน อย่างล่าสุดผมไปงานเปิดตัวน้ำหอม เจ้าของงานเชิญแขกขึ้นไปร้องเพลงบนเวที อย่าง ดร.สมศักดิ์ ชลาชล ร้องเพลง My Way ได้เพราะมาก แขกฟังเพลิน หรือตัวเจ้าของงานเองก็ร้องเพลงเพราะมาก ทุกคนร้องเพลงเพราะมากๆ นักร้องก็เล่นเปียโนแทน เป็นเสน่ห์ของงานเลยก็ว่าได้”

การเรียนร้องเพลงในวัย 40 ปี ถือเป็นการใช้ศักยภาพของมนุษย์เรา แค่หาครูที่สามารถช่วยปลดล็อกศักยภาพในตัวเราให้ได้ แล้วครูมีหน้าที่ผลักดันเราให้ได้ใช้ความสามารถในตัวเราให้เต็มที่ แล้วเราก็จะโชนเสียงในที่สุด ขอแค่เราเตรียมตัวเตรียมความพร้อมด้านการร้องเพลง แล้วเมื่อถึงวันหนึ่งเราจะสามารถโชว์ความสามารถที่มีของเราออกมาได้

เบส-อคพจน์ ธีรพงษกร

ด้าน เบส-อคพจน์ ธีรพงษกร เจ้าของร้านบลูเวล (Blue Whale) ท่าเตียน ก็เป็นศิษย์มีครู โดยเขาเข้าคอร์สเรียนร้องเพลงในโครงการพัฒนาเสียงพูดและการร้องเพลงสำหรับนักแสดงหน้าใหม่ โดยการเรียนร้องเพลงของอคพจน์เพื่อเติมเต็มคำที่คนรอบข้างเคยบอกว่า เขาร้องเพลงไม่เห็นเพราะเลย จนเกิดปมในใจว่าคงเป็นนักร้องที่ดีไม่ได้

เขาจึงพับด้านการร้องเพลงในที่สาธารณะไป แต่เมื่อสวมบทบาทเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มย่านท่องเที่ยวชื่อดังของกรุงเทพฯ ซึ่งร้านแห่งนี้จัดเป็นสถานที่เช็กอินของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากที่สุด แม้เปิดได้เพียง 6 เดือน และเมื่อต้องทำธุรกิจที่ต้องพบปะผู้คน ซึ่งแต่ก่อนเขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีปัญหาด้านการใช้น้ำเสียง คือพูดโมโนโทนและมีน้ำเสียงที่เบา เขาจึงพัฒนาตนเองโดยเข้าคอร์สเรียนด้านการพูดและการใช้น้ำเสียง ซึ่งเมื่อพัฒนาตนด้านการพูดได้น่าฟังแล้ว เขาหาขีดจำกัดความสามารถของตัวเองเพิ่มขึ้น โดยเรียนร้องเพลงต่อ ซึ่งคุณครูก็มีหน้าที่หาเพลงที่เหมาะกับเรนจ์เสียงของเขา เพราะเพลงทุกเพลงไม่ได้เหมาะกับคนทุกคน ดังนั้นเราจึงต้องเลือกเพลงที่เหมาะกับคาแรกเตอร์เสียงของเราเอง แล้วเพลงจะมีความไพเราะมากขึ้น

“จากเมื่อก่อนผมชอบร้องเพลงให้ตัวเองฟังขณะทำงาน แต่ถ้ามีงานเลี้ยงสังสรรค์ร้องคาราโอเกะในกลุ่มเพื่อนก็น้อยมาก แต่หลังจากที่ผมไปเรียนร้องเพลงแล้ว เวลาร้องเพลงให้เพื่อนฟัง เพื่อนจะแปลกใจว่าผมร้องเพลงได้ด้วยเหรอ แต่ผมก็ยังเป็นคนขี้อายไม่กล้าร้องเพลงให้คนอื่นฟังมากนัก แต่การเรียนร้องเพลงของผมเหมือนช่วยปลดล็อกในใจของผมเอง คือ เราคงไม่เหมาะกับการร้องเพลง ซึ่งความจริงคือเราไม่ได้เหมาะกับเพลงทุกเพลง แค่เลือกร้องเพลงให้เหมาะกับเรนจ์เสียงของเรา เพลงก็จะออกมาน่าฟัง ปัจจุบันผมชอบร้องเพลงให้ตัวเองฟัง ทำงานไปด้วยร้องเพลงคลอไปด้วย มันทำให้ผมรู้สึกมีความสุขมากครับ”

สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์

สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทธรณ์ราคาศุลกากร สำนักงานมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร กรมศุลกากร ก็เป็นนักบริหารอีกคนที่รักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ โดยอาศัยการฝึกฝนร้องเพลงเองตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นความสามารถพิเศษที่ติดตัว เป็นนักเอนเตอร์เทนเนอร์ที่ลูกน้องและเพื่อนๆ ต้องการตัวเวลามีงานเลี้ยงสังสรรค์

“ดิฉันเห็นด้วยเลยกับประเด็นที่ว่าการร้องเพลงเป็นจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ตัวเราเอง เพราะแค่พูดอย่างเดียวก็ดูธรรมดา แน่นอนการบริหารงานบางครั้งอาจดูจริงจังหรือเข้มงวดเกินไป แต่ถ้าเราร้องเพลงได้เราจะสามารถทำให้ลูกน้องเข้าถึงเราได้ มันดูฟีลฟรี ดูสบายๆ ซึ่งเป็นอีกโหมดหนึ่งที่ลูกน้องเราไม่เคยเห็นหัวหน้างานจับไมค์ร้องเพลง จะเกิดบรรยากาศแห่งความเป็นมิตรขึ้น เขาก็บันเทิงนะ หัวหน้าก็ไม่ได้เคร่งเครียดตลอดเวลานะ

เวลาไปร้องคาราโอเกะเพื่อนจะชวนไปอยู่แล้วแต่เป็นเพื่อนสมัยโต แต่พอเจอเพื่อนสมัยเด็กแล้วเราถูกเชิญให้ไปร้องเพลงเพื่อนในวัยเด็กของเราจะรู้สึกอะเมซิ่งมาก เฮ้ย ไม่เคยเห็นเลย ทำได้ไง มีคนเคยสอนมาว่าถ้าจะร้องเพลงคนเดียวเราร้องอะไรก็ได้ แต่ถ้าร้องให้คนอื่นฟัง เราต้องเลือกเพลงที่เขาร่วมร้องได้ นั่นคือเพลงที่เต้นสนุกสนานไม่ใช่รักอกหัก ต้องร้องเพลงลูกทุ่งจะได้รับเสียงตอบรับมาก

การร้องเพลงดิฉันฝึกเองตั้งแต่เด็ก เสียงต้องออกมาจากกระบังลม จริงๆ อยากเรียนนิเทศศาสตร์ แต่ไม่ได้เรียน พอศึกษาจบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มีเวลาว่างช่วงหนึ่งด้วยความชอบแสดง ชอบร้องเพลงมาก จึงไปเรียนคอร์สศิลปะการแสดงของกันตนา ครูจะสอนด้านการโปรเจกต์เสียง การพูดบทละครต้องมีจังหวะจะโคน การแสดงบนเวทีก็ต้องใช้เสียง พูดอย่างไรให้มีจังหวะไม่ใช่เสียงโมโนโทน

ดิฉันก็ได้เรียนการใช้เสียงจริงจังตั้งแต่ครั้งนั้น และก็มีโอกาสได้แสดงละครด้วย ไม่ว่าจะร้องเพลงหรือการแสดง ก็คือโหมดเดียวกันค่ะ”