ประเมินยกเลิกคุมพื้นที่ธรรมกาย !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268103

ดีเอสไอ, โกตี๋, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, ประเมิน, ยกเลิก, คุม, พื้นที่, ธรรมกาย, วิษณุ

“วิษณุ”ถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปมวัดพระธรรมกาย ให้การบ้านดีเอสไอประเมินยกเลิกคุมพื้นที่วัดหรือไม่ใน 1-2 วันนี้“ดีเอสไอ”ดำเนินคดี 9 ผู้ต้องหาอาวุธสงครามก่อน

        28 มี.ค. —  นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวภายหลังหารือร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เกี่ยวกับสถานการณ์วัดพระธรรมกายว่า การหารือครั้งนี้มีการรายงานถึงสถานการณ์ที่วัดพระธรรมกาย ทั้งเรื่องของการติดตามพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย, เรื่องการทำงานร่วมกันระหว่างคณะสงฆ์และพศ., และเรื่องการดูแลความปลอดภัยความสงบเรียบร้อยภายในวัดที่ได้รับความร่วมมือมากขึ้น ในส่วนเรื่องการบริหารงานวัดนั้น ทางเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีรับจะเข้ามาดูแล แต่เราเห็นว่าน่าจะเพิ่มอะไรบางอย่างเพื่อให้คนมีความมั่นใจ อาจจะเป็นรูปแบบของคณะกรรมการร่วมหลายฝ่าย โดยมอบให้ผอ.พศ.ไปหารือกับคณะสงฆ์ต่อไป นอกจากนี้จะมีการพิจารณาเรื่องพื้นที่ควบคุมว่าจะยกเลิกหรือไม่อย่างไร โดยให้อธิบดีดีเอสไอไปทำข้อพิจารณาและส่งเรื่องกลับมาภายใน 1 – 2 วันนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ต้องตั้งคณะกรรมการร่วมหลายฝ่ายเพราะมีการมองเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีมีความสนิทสนมกับวัดพระธรรมกายหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า มองว่ามีความก้าวหน้าที่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานียินดีที่จะเข้ามารับผิดชอบดูแลการบริหารและเรื่องการเผยแพร่คำสอน แต่ในการหารือกันครั้งนี้เห็นว่า เป็นรูปแบบของคณะกรรมการร่วมหลายฝ่าย อาทิ พระ พศ. ขึ้นมาดูแลน่าจะดีกว่า

” เชื่อว่าพระธัมมชโยไม่ได้อยู่ในวัดพระธรรมกายแล้ว โดยดีเอสไอมีหน้าที่ติดตามตัว ถือเป็นงานที่ต้องทำ ไม่อย่างนั้นงานจะไม่สำเร็จ”

      เผย“ดีเอสไอ”ดำเนินคดี 9 ผู้ต้องหาอาวุธสงครามก่อน ฝ่ายข่าวกำลังตามเรื่องโกตี๋ไปเวียดนาม

นายสุวพันธุ์  กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับคดียึดอาวุธสงครามเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) เป็นคดีพิเศษว่า ขณะนี้ดีเอสไอรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษแล้ว โดยจะทำเฉพาะในส่วนผู้ต้องหา 9 คนที่มีการส่งมาจากตำรวจก่อน ส่วนกระแสข่าวว่านายวุฒิพงศ์หลบหนีไปประเทศเวียดนามแล้วนั้น ฝ่ายข่าวกำลังติดตามเรื่องนี้อยู่

ไอ้คนจ่ายเงินมันโง่สุดโง่เลยจริง ๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268096

คมชัดลึก, ไอ้คนจ่ายเงินมันโง่สุดโง่เลยจริง ๆ, ภูเก็ต, สารวัตร, สั่งย้าย, นายกฯ, ไอ้, จ่าย, เงิน, มัน, โง่, สุด, เลย, จริง, บิ๊กตู่, ป้อง

“บิ๊กตู่” สั่งย้ายสารวัตรภูเก็ต ออกจากพื้นที่หลังถูกร้องเรียน “ป้อง” รัฐบาลไม่มีใครคิดหาผลประโยชน์ ด่าคนให้เงินโง่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งย้ายตำรวจในตำแหน่งสารวัตรคนหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากมีการร้องเรียน ซึ่งต้องสอบสวน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่รู้ข้อเท็จจริงแต่ก็ต้องให้ผู้บังคับบัญชาสอบสวน และเอาตัวออกมานอกพื้นที่ก่อน เพราะมีการร้องเรียนเข้ามา และเท่าที่ทราบมีเรื่องการทะเลาะกันระหว่างตำรวจ กับนักข่าวในพื้นที่ เมื่อมีการร้องชัดเจน มีทั้งชื่อ ที่อยู่ สังกัด และความผิดที่ร้องเรียนว่ามีเรื่องอะไร ก็แจ้งมาจะได้ดำเนินการสอบ ทั้งนี้ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่ามีการระบุว่าตำรวจคนดังกล่าวแอบอ้างเปนคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ทำให้นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ถ้ามาบอกลอยๆว่าเป็นคนใกล้ชิดนายกฯ รองนายกฯ พอสอบและไล่ไปมาก็ไม่ใช่ กลายเป็นใกล้ชิดที่ปรึกษานายกฯ พอถามว่าที่ปรึกษาคนไหน ก็กลายเป็นไม่ใช่ที่ปรึกษา แต่เป็นคนใกล้ชิดที่ปรึกษานายกฯ แล้วไอ้คนจ่ายเงินมันโง่สุดโง่เลยจริง ๆ เอาเงินไปให้เขา ทำไมโง่แบบนี้วะ แล้วก็มาโทษรัฐบาล เรื่องแบบนี้ต้องไปหาข้อมูลมาให้เกิดความชัดเจน ไม่มีใครจะมาฝืนกติกาผมได้ เว้นแต่ผมไม่รู้ ไม่มีข้อเท็จจริง ไม่มีหลักฐาน ผมก็ทำอะไรให้ไม่ได้เหมือนกัน วันนี้เราทำงานทุกอย่างเพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดขึ้นให้ได้ ทุกคนต้องเข้าใจผมด้วย เพราะทุกปัญหาที่ถามมาล้วนเป็นงานกิจกรรมของแต่ละกระทรวง”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ครม.ยังไม่พิจารณาซื้อเรือดำน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268094

ประยุทธ์ เผย ร.10, ครม., ยังไม่พิจารณา, ซื้อเรือดำน้ำ, ไม่จำเป็นจะซื้อทำไม, คมชัดลึก, ครม, ยัง, ไม่, พิจารณา, ซื้อ, เรือดำน้ำ, บิ๊กตู่, ป้อง

“บิ๊กตู่” ระบุครม. ยังไม่มีพิจารณาจัดซื้อเรือดำน้ำ ยันหน่วยงานรับผิดชอบต้องรอบคอบ ชี้งบ 3.6 หมื่นล้านบาท แบ่ง 3 ช่วงเวลา “ป้อง” ไม่มีใครหน้าด้านหาผลประโยชน์จากโครงการ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี โดยปฏิเสธว่าที่ประชุมไม่ได้มีการพิจารณาโครงการการจัดซื้อเรือดำน้ำ ไม่ว่าจะเป็นงวดไหนยังไม่ได้มีการประชุมอะไรทั้งสิ้น เรื่องนี้เป็นงบค่าใช้จ่าย ซึ่งรัฐบาล และเหล่าทัพ กระทรวงกลาโหมคำนึงถึงกันอยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องของงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระยะ เนื่องจากการจัดหาไม่ใช้จ่ายเงินแล้วจะได้เรือดำนำมาทันที ยังเป็นเพียงแค่เหล็กแผ่นอยู่ จำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างเรือ 3 ปีอย่างน้อยกว่าจะเสร็จ 1 ลำ  ไม่ใช่มีการผลิตไว้ขายแบบรถยนต์ที่จะไปชี้แล้วเลือกซื้อได้ จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนของกองทัพเรือ 10-20 ปี ทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ของกองทัพ

“แล้วคนที่อนุมัติมันจะได้รับผลประโยชน์หรือ มันจะหน้าด้านขนาดนั้นเชียวหรือ ผมอยากจะรู้นัก อย่ามองรัฐบาล และผมแบบนั้น เพราะถ้ามองแบบนั้นมันก็จบทุกเรื่อง ทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด ผมพยายามจะทำให้ดีที่สุด แต่ถ้าจะโกงกันก็ต้องไปสอบดูว่าโกงกันอย่างไร แล้วไปลงโทษกัน ต่อไปนี้ถ้ามันต้องมีก็ต้องมี โดยวางช่วงเวลาไว้ 3 ระยะ คือระหว่างปี 2560-2566, 2564-2569, และ2565-2570 เป็นการใช้จ่ายเงินในวงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท และเป็นราคามิตรภาพ ปกติเรือดำน้ำ ราคาลำละ 1.8 หมื่นล้านบาท แต่เท่าที่พูดคุยวงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาทซื้อได้ถึง 3 ลำ เหมือนกับซื้อ 2 ลำ แถม 1 ลำ รวมถึงระบบอาวุธด้วยพร้อม ถามผมว่าผมอยากซื้อของประเทศอื่นไหม ผมก็อยากซื้ออาจจะดูดี ชื่อเสียงดี คุณภาพดีกว่า 3 เท่า แล้วจะซื้อได้หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ก็ดำน้ำได้เหมือนกัน คนก็ปลอดภัย มันก็มีวิธีการที่จะต้องคิดใหม่ ในการจัดซื้อจัดหาจำเป็นก็ต้องทำ ถ้าไม่จำเป็นจะไปทำให้เมื่อยและถูกตำหนิทำไม ไม่ซื้อก็ไม่ต้องซื้อ ไม่ทำก็อย่าทำ เดี๋ยวก็หมดเวลา เลิกกลับบ้านนอน ไม่ดีกว่าหรือจะมานั่งทะเลาะกับสื่อทำไม ขอร้องให้ดูถึงความตั้งใจของรัฐบาล ทุกคนอยากจะทำให้ดีที่สุด สถานการณ์แบบนี้ไม่มีใครเข้ามาเพื่อกอบโกย เว้นแต่พวกที่ชอบแอบอ้างก็ต้องไปหามา”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“บิ๊กตู่” บอก “วีระ” หากถูกจับอีกไม่รู้จะช่วยอย่างไรแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268090

คมชัดลึก, สายตะกู, บ่อน, กาสิโน, จะทำอย่างไรแล้ว, หากถูกจับอีก, นายกฯ, บิ๊ก, ตู่, บอก, วีระ, หาก, ถูกจับ, อีก, ไม่รู้, ช่วย, อย่างไร, แล้ว, บิ๊กตู่, วีระ สมความคิด

“บิ๊กตู่” ลั่นไม่สนับสนุนสร้างบ่อนกาสิโน ขอ “วีระ สมความคิด” อย่าโยงสร้างความขัดแย้ง เตือนเข้าพื้นที่ชายแดนระวังถูกจับอีกครั้ง ไม่รู้จะช่วยอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อนกาสิโนด่านช่องสายตะกู ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.บุรีรัมย์ ว่า จริงๆแล้วท่านไม่มีหน้าที่อะไรจะไปตรวจพื้นที่ ให้ระมัดระวังหน่อยแล้วกัน เพราะเป็นพื้นที่ชายแดน พื้นที่ที่มี่ความอ่อนไหว สำหรับการสร้างบ่อนกาสิโนเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ที่ดูเรื่องการปักปันเขตแดนเป็นผู้ตัดสินใจ เมื่อไหร่ที่มีการปักปันเขตแดนเสร็จ หากเป็นพื้นที่ของเราเขาก็ต้องรื้อทิ้งออกไป แต่หากเป็นพื้นที่ของเขา เราก็ต้องให้เขาไป ซึ่งทั้งหมดมีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่ อีกทั้งการปักปันเขตแดนต้องเห็นชอบกันทั้งสองประเทศ ทั้งนี้เขตแดนมีระยะทางยาว หลายพื้นที่ที่ยังปักปันไม่เสร็จ ซึ่งมีพื้นที่อ้างสิทธิ์นี้ด้วย โดยพื้นที่อ้างสิทธิ์คือพื้นที่ที่เรากำหนดไว้ก่อนในแผนที่ของเรา และเขาก็มาอ้างสิทธิ์ว่าเป็นพื้นที่ของเขา แต่ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน

“เราไม่มีนโยบายสนับสนุนทำกาสิโนอยู่แล้ว แต่ในส่วนการจะไปลงทุนกันอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของธุรกิจ ท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่าในฝั่งโน้นมีเยอะแยะ ผมก็ไม่รู้ใครไปลงทุนบ้าง อย่าไปมองประเด็นเดียว ว่ารู้จักผู้มีอำนาจ ไปกันใหญ่โต ไปดูสิเขาสร้างกันมาเมื่อไหร่ มันมีทุกที่ ผมเคยทำงานชายแดนมา ก็ให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา พูดคุยกันมาทั้งสองประเทศ ขอให้เข้าใจด้วย อย่าไปสร้างความขัดแย้ง หากเข้าไปในเขตของเขาแล้วโดนจับอีก คราวนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เคยโดนจับไปแล้วรอบหนึ่ง ผมก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรแล้ว ถ้าคนของเขาเข้ามาในเขตนี้เราก็จับด้วยเหมือนกัน คนของเราไปเขาก็จับ เพราะต่างคนต่างอ้างสิทธิ์ของตัวเอง ผมไม่ได้ขู่นะ” นายกฯกล่าว

ไทยยังขาดครูวิชาเฉพาะ !!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268093

 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
นายกฯ, ไทย, ยัง, ขาด, ครู, วิชา, เฉพาะ, ประยุทธ์, บิ๊กตู่

“ประยุทธ์”วอนขอให้เข้าใจไทยยังขาดครูวิชาเฉพาะ ระบุมีขั้นตอนทดลองงานก่อนบรรจุจริง เสียใจสมาชิกมาลาปาตานีเจออุบัติเหตุดับ ยันเจตนารณ์มุ่งพูดคุยสันติสุข

        28 มี.ค. – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีการคัดค้านการสอบบรรจุครูผู้ช่วยจากหลายวิชาชีพว่า ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าเรามีการปรับปรุง การพัฒนา และปฏิรูประบบการศึกษา ซึ่งจะต้องเริ่มดูตั้งแต่ครู ว่ามีเพียงพอหรือไม่  มีคุณภาพหรือไม่ สาขาที่เป็นความต้องการของประเทศมีเพียงพอหรือไม่ ถ้าพูดถึงจำนวนคนที่จบครูออกมามีมากพอสมควร แต่บางวิชาสอนไม่ได้ เพราะไม่ได้จบด้านนั้นมา จึงต้องหาครูที่จบมาตรงกับวิชาเหล่านั้น ที่เราขาดอยู่ ในส่วนนั้นก็ดำเนินการไป แต่กระทรวงศึกษาธิการมีความเห็นเสนอมาว่าถ้าต้องการผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของประเทศ เช่นด้านเคมี วิทยาศาสตร์ ซึ่งคนที่จบด้านครูอาจไม่มีความชำนาญ ดังนั้นคนส่วนนี้ที่จะเข้ามาคงไม่มากมากอะไร ก็เฉพาะที่ขาดแคลนอยู่ อีกทั้งเมื่อเข้ามาแล้วก็ไม่ใช่ว่าบรรจุได้เลย ก็ต้องมีการทดลองงานก่อนประมาณ 2 ปี  ระหว่างนี้ก็ต้องมีการประเมิน จึงต้องไปสอบให้ผ่านกฎเกณฑ์ถึงจะได้รับการบรรจุให้เป็นข้าราชการ

“ต้องเข้าใจนะว่ารัฐบาลจะไม่ทำอะไรให้ใครเสียหาย ไมjว่าจะเป็นเรื่องครู เรื่องแพทย์ คือทุกคนต้องยอมรับว่าเรากำลังขาดแคลนบางสาขาวิชาอยู่ บางคนจบศิลปะไปสอนวิทยาศาสตร์มันก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นวิชาการเฉพาะ  ต้องเข้าใจกัน เราต้องเตรียมคนให้พร้อม ไม่เช่นนั้นก็จะถูกต่างชาติแย่งงานไปอีก ต้องคิดให้ไกล

         “บิ๊กตู่”เสียใจสมาชิกมาลาปาตานีเจออุบัติเหตุดับ ยันเจตนารณ์มุ่งพูดคุยสันติสุขภายใต้รัฐธรรมนูญไทย ซัดอย่ามาอ้างต้องฆ่าคนเพื่อเจรจา ลั่นไม่มีใครรับได้  

พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีสมาชิกมาลาปาตานีเสียชีวิตระหว่างสอนประกอบระเบิดแสวงเครื่องว่า ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก็เสียใจไปกับเขาด้วย เขาอาจจะมีส่วนในการพูดจาหารือ แล้วทำไมการหารือมันล้มเหลวหรืออย่างไร คนที่พูดคุยมีเป็นสิบ ๆ คนก็หารือกันต่อไปเรื่องอย่างนี้มันไม่ควรเป็นปัญหา ไม่มีปัญหาหรอกคนมีปัญหาไม่ใช่เรารัฐบาล เรายืนยันอย่างเดียวว่าประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว มีการพัฒนาอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญไทยเพราะเป็นแผ่นดินไทยจบแค่นั้น ก็ต้องไปดูว่าอีกฝ่ายเขาต้องการอะไรถ้าจะให้นอกเหนือจากนี้ตนก็ให้ไม่ได้ เรายืนยันเจตนารมณ์ว่าเราอยากให้เกิดความสงบสุข มีการพูดคุยสันติสุขไม่ใช่การเจรจาเพราะตนไม่ได้รบกับเขา ตนบังคับใช้กฎหมายกับคนทำผิดกฎหมายแค่นั้นเอง เขาจะมาอ้างว่าจำเป็นต้องฆ่าคนต้องการจะไปสู่การเจรจาตนว่าใครก็รับไม่ได้ และเราก็ไม่ใช่ความรุนแรงแบบในต่างประเทศที่เกิดอยู่ เราอย่าให้ไปสู่จุดนั้นเลย

ปัดอนุมัติ 300 ล้านจัดโมโตจีพีเอื้อเจ้าของสนามแข่งรถ แจงดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทยใช้เงินไม่มากไม่เห็นจะเป็นอะไร

พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงแนวทางการจัดหางบฯ 300 ล้านบาทเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันจักรยานยนต์โมโตจีพี ขึ้นที่สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ตามที่ครม.อนุมัติว่า ตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้ใครจะได้ประโยชน์จากใคร สนิทสนมกับใคร เพราะสิ่งเหล่านี้ประเทศไทยมันต้องเดินสองอย่างเจริญเติบโตจากภายในดูแลพี่น้องเกษตรกรฐานราก ชนชั้นรายได้น้อย-กลาง-มาก ส่วนการเจริญเติบโตภายนอกขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างประชาคมโลก ทุกประเทศมีแต่จะทำอย่างไรให้มีการจัดการแข่งขันระดับโลกในประเทศของเขาเพื่อจะสร้างการรับรู้ว่าประเทศไทยเป็นอย่างนี้ มันไม่ใช่เรื่องแข่งรถอย่างเดียวหลาย แต่มีหลายเรื่องที่ต้องการให้คนเข้ามาประเทศไทยมากๆ เช่น การแสดงแอร์โชว์ที่ผ่านมา ต้องการดึงคนเข้ามาประเทศไทยว่าไม่ใช่แบบเดิมแล้ว เราจะกลายเป็นเวทีระดับโลกในการจัดการแข่งขันระดับโลกจัดการประชุมระดับโลก นานาชาติ มันจะเป็นรายได้ของประเทศ คนที่มาประชุมลูกเมียก็ตามมาด้วยวันหน้าก็มาเที่ยวต่อ

“ส่วนจะไปจัดที่ไหนตนพร้อมให้ 300 ล้านไปจัด เอาตรงไหนดีจ.ปทุมธานีไหม ก็มีสนามแข่งตรงโน้นก็ไปตรงโน้น ตนไม่ได้สนใจว่าเจ้าของสนามเป็นใครสนิทสนนมกับใคร ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าท่านก็ไม่ค่อยคุยด้วย มันเป็นเรื่องของกระทรวงคมนาคมเสนอขึ้นมา ผมก็ถามกระทรวงคมนาคม ท่านรองนายกฯบอกไปรู้จักเขาหรืออย่างไร ให้กับเขาหรือก็เปล่าหรอก เป็นความคิดที่มีการหารือระหว่างกันกับคณะกรรมการทางฝ่ายโน้นกับรัฐบาลผ่านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่เสนอขึ้นมาตนเห็นเป็นประโยชน์ใช้เงินไม่มากนักก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ดังนั้นอย่าเอามาปนกันว่าเงินจำนวนนี้เอาไปใช้อย่างโน้นดีกว่าถ้าเช่นนั้นก็เอาเงินทั้งหมดไปแจกเลยดีไหม ไม่ต้องทำอย่างอื่นเลยมันก็ไม่ได้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“ลุงตู่”ขอสาวไทยอย่าแต่งเปิ๊ดสะก๊าด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268082

นายกฯเล็งรวบคำสั่งม.44 เรื่องศึกษา-อำนวยความสะดวกทางธุรกิจลดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ขอสาวไทยอย่าแต่งกายเปิ๊ดสะก๊าด มั่นใจนักท่องเที่ยวเข้าใจไทยอยู่ในเวลาสำคัญ

       28 มี.ค. — พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคสช.ว่า ไม่ได้หารือถึงมาตรการใดเป็นพิเศษ เป็นการหารือในหลักการโดยเฉพาะเรื่องการศึกษาซึ่งที่ผ่านมาออกมาตรา 44 มาหลายฉบับจึงคิดว่าจะรวมเป็นฉบับเดียวกัน และยกเลิกฉบับเก่าที่มีหลายคำสั่งเกินไปอาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ เราจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพราะเราได้เสนอกฎหมายเข้าไปในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งใช้เวลานานพอสมควรจึงเกรงว่าจะออกมาช้าเกินไป รวมถึงต้องประเมินในเรื่องระยะเวลาด้วย การประเมินไม่ใช่ว่าจะไปออกกฎหมายหลอกเขา ยืนยันว่าที่ผ่านมาเราดำเนินการกฎหมายมาตลอด ทั้งเรื่องการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ 10 ขั้นตอนตั้งแต่การจดทะเบียน การร้องขอเรื่องสาธารณูปโภค น้ำประปา โทรศัพท์ หรือขั้นตอนการรอเอกสารซึ่งเราลดขั้นตอนลงมาให้ใช้ระยะเวลาสั้นลง เพียงแต่ว่าเมื่อเขารอดูเรื่องกฎหมายเราจะมีให้เขาดูหรือไม่ เราก็ได้ชี้แจงไปว่ายังอยู่ในวาระพิจารณาในสภา แต่คำสั่งมาตรา 44 ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายที่เสนอไป แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ออกมาบังคับใช้

  “บิ๊กตู่”ขอสาวไทยอย่าแต่งกายเปิ๊ดสะก๊าด อย่าสาดน้ำเป็นถัง ๆ มั่นใจนักท่องเที่ยวเข้าใจไทยอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ เตือนสติทำอะไรต้องคิดถึงประเทศชาติ ลั่นใครอยากตายไม่ต้องทำตามรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์   ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีแนวปฏิบัติในการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ว่า ขอว่าอยากทำอะไรที่ผิดกฎหมาย เพราะตามธรรมเนียมประเพณีสงกรานต์เมื่อก่อนเป็นประเพณีไทยๆ ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องมาเต้นระบำกัน แต่งตัวเปิ๊ดสะก๊าด หรือเอาน้ำมาสาดกันเป็นถัง ๆ สมัยนี้ประเพณีไทยก็เพี้ยนไปคือสนุกสนานจนเกินเหตุ จะทำอะไรก็ขอว่าอย่าให้ผิดกฎหมาย อย่าทำให้คนเดือดร้อนเพราะน้ำตอนนี้ก็น้อยลง

“สิ่งสำคัญคือเรายังอยู่ในห้วงสำคัญไม่ใช่หรือ ปี 2559 เราก็ทำมาได้ ปีนี้ก็เชื่อว่านักท่องเที่ยวก็เข้าใจเพราะเขาต้องการมาดูประเพณีที่งดงาม เขามากันอยู่แล้วขอว่าอย่ากังวล เราจะมีการประชาสัมพันธ์อีกครั้ง อย่าไปสงสัยในเรื่องที่ไม่ควรสงสัย บางครั้งเราควรใช้วิจารณญาณบ้าง ต้องเอากฎหมายมาดูว่าควรจะทำอย่างไร ไม่ใช่มุ่งเน้นเอาผลประโยชน์อย่างเดียวแล้วทำประเทศชาติเสียหาย เช่น พูดอะไรผ่านสื่อก็ทำให้เกิดความขัดแย้งกันไปหมด” นายกฯกล่าว

ขออย่ากังวลเรื่องการจราจร เอาอย่างนี้ดีกว่าใครอยากตายก็ไม่ต้องทำ เพราะรัฐบาลทำเต็มที่แล้ว ห้ามกันทุกอย่างเหลือแค่ห้ามหายใจ ทุกคนมาบอกว่าทำไมตายเยอะรัฐบาลต้องรับผิดชอบ แล้วหากใช้มาตรา 44 แล้วยังตายเยอะอีกรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบอะไรอีก มันช่างถามนะแบบนี้ ผมพยายามทำทุกอย่างแล้ว มาตรา 44 ก็ออกมาแล้ว หมดแล้วไม่มีมาตราไหนอีก ก็ไหว้พระสวดมนต์เอาแล้วกันเพราะมันก็เพื่อรักษาชีวิตท่านเองนั่นแหละ ตนเพียงแต่ว่าออกมาเตือนท่านเสียหน่อย กฎหมายมีอยู่แล้ว การรัดเข็มขัด การบรรทุกคนมันมีอยู่แล้ว ท่านก็มาบอกว่ากฎหมายนี้ท่านไม่รู้ บอกว่าไม่รู้กฎหมายตลอด ผมก็เอามารวมแล้วออกเป็นมาตรา 44 เดี๋ยววันหน้าทุกอย่างเข้าระบบก็ยกเลิกมาตรา 44 กฎหมายก็เป็นแบบเดิม เราไม่ชอบมองอะไรที่เป็นภาพใหญ่ เราดูแค่เสี้ยว ดูหนังก็ดูแปบเดียว หนังกว่าจะสร้างมาตั้งนานก็ดูแปบเดียวแค่ 2 ชั่วโมงยังเบื่อก็เพราะสร้างมาไม่สนุกกัน

“วันนี้รัฐบาลก็ไม่ได้สนุกเท่าไรเพราะรัฐบาลต้องใช้กฎหมายก็ไม่มีใครชอบ แต่ถ้าเราไม่ใช้กฎหมายวันนี้ วันหน้าจะอยู่กันไม่ได้และหนักกว่าเดิมอีก ตนไม่ได้คึกคะนองในการใช้กฎหมายแต่ละฉบับ ผมไม่อยากใช้เพราะมันเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐและประชาชนก็ขัดแย้งกับตำรวจ ตำรวจก็คงไม่อยากจะจับ ทหารก็คงไม่อยากจะยิงใคร ถ้าทุกคนต่างลดลาทั้งทหารตำรวจก็ดูแลเยี่ยมเยือนทุกข์สุขปกป้องชายแดน ดูแลความมั่นคงภายใน เขามาทำให้ทุกอย่างเพราะเขาต้องการความสงบเรียบร้อย ที่ผ่านมาหากไม่ทำแบบนี้จะสงบหรือไม่ ทุกคนก็อยากจะปรองดอง แล้วรู้หรือไม่ปรองดองคืออะไร เขาก็พยายามอย่างเต็มที่ มันต้องปรองดองด้วยใจเพื่อประเทศชาติ ผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อน นี่คือคำว่าปรองดองมันถึงจะเกิดได้” นายกฯกล่าว

    ขอเวลาจนท.ตรวจสอบหลักฐานก่อนเปิดภาพกล้องวงจรปิดวิสามัญนักกิจกรรมชาวลาหู่ ลั่นถ้าผิดต้องถูกลงโทษ

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ กรณีหลายฝ่ายเรียกร้องให้เปิดภาพกล้องวงจรปิดการวิสามัญฆาตกรรมนักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ว่า ในเรื่องการเปิดเผยภาพว่ามีภาพในกล้องวงจรปิด ตนคิดว่าอยู่ในขั้นตอนของฝ่ายกฎหมายที่กำลังดำเนินการอยู่ ถือเป็นวัตถุพยานที่จะต้องไปหาข้อเท็จจริง อย่าเพิ่งตัดสินอะไร และการนำมาเปิดเผยก่อนไม่น่าจะได้เพราะจะกระทบกับการพิจารณาคดี หากชัดเจนแล้วก็น่าจะเปิดเผยภาพได้ ตนคิดแบบนั้น ตนบอกแล้วว่าผิดก็ต้องลงโทษไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ต้องลงโทษ กฎหมายว่าอย่างไรก็ตามนั้น

“ประยุทธ์”ท้าหุ้นชินสู้ในศาล!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268077

หุ้นชิน, ทักษิณ, นายกฯ, ประยุทธ์, ท้า, หุ้น, ชิน, สู้, ศาล

“ประยุทธ์”ชี้เก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ป อย่าโยงปรองดอง ท้าให้สู้ในศาล ยังไม่ใช้ม. 44 จัดการ

      28 มี.ค. — พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่กรมสรรพากร นำหมายแจ้งเรียกเก็บภาษีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท กรณีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ไปติดไว้หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้าว่า เป็นธรรมเนียมของกรมสรรพากร หากจะเรียกภาษีถ้ามีตัวก็ส่งกลับเจ้าตัว แต่กรณีนี้ตัวอยู่หรือไม่ ตัวอยู่ไหน เมื่อไม่อยู่เขาก็ต้องไปติดไว้ที่บ้าน เหมือนพวกเราหมายศาลหรือหมายเรียก เขาก็ติดที่หน้าบ้าน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ถามว่าจะมีผลต่อการปรองดองที่รัฐบาลกำลังทำอยู่หรือไม่นั้น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการปรองดอง อันนี้มันผิดกฎหมาย ปรองดองก็คือปรองดอง ชอบเอามาโยงกันไปมา ทำไมเหรอถ้าจะปรองดองต้องปล่อยให้ทำผิดกฎหมายทุกเรื่องหรืออย่างไร รัฐบาลต้องละเว้นหรืออย่างไร ที่ผ่านมายังละเว้นกันไม่พอหรือ คดีรกศาล รกโรงอยู่ ต้องว่าไปตามกระบวนการภาษีและกฎหมาย ผิดหรือไม่ผิดก็มาต่อสู่คดี ซึ่งสามารถอุทธรณ์ได้ ตนยังไม่ใช้มาตรา 44 เลย ก็ยังใช้กฎหมายปกติ ก็ไปสู้กันเอง

นายกฯปัดทหารฮุบตั้งบรรษัทน้ำมัน !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268069

บรรษัทน้ำมัน, นายกฯ, ปัด, ทหาร, ฮุบ, ตั้ง, บรรษัท, น้ำมัน

“บิ๊กตู่”ปัดแนวคิดให้ทหารฮุบตั้งบรรษัทน้ำมัน ยันกรมพลังงานทหารไม่สามารถดูแลได้ ซัดกลุ่มคปพ.เสนอตั้งมาเอง แถมขู่พ.ร.บ.ปีโตรเลี่ยมไม่มีจะล้อมทำเนียบ

       28 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่ามีกลุ่มทหารเข้ามาแทรกแซงเนื้อหาพ.ร.บ.ปีโตรเลียมแห่งชาติ โดยให้จัดตั้งบรรษัทน้ำมันขึ้นมา ว่า ต้องทำความเข้าใจกันใหม่ กฎหมายฉบับนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2557 พยายามจะออกมาก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามาด้วยซ้ำ แต่ก็ออกไม่ได้ เพราะมีหลายฝ่ายเรียกร้องจะเอาอย่างโน้นอย่างนี้ ซึ่งสมัยรัฐบาลเข้ามาช่วงแรก ได้มีการเสนอกฎหมายดังกล่าวเข้ามาพิจารณา โดยนอกจากสัมปทานแล้วให้มีระบบแบ่งปันผลผลิต จึงเสนอกฎหมายไปอย่างนั้น และได้ดำเนินการไปตามลำดับ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า มีกลุ่มผู้เรียกร้อง กลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ซึ่งมีนางรสนา โตสิตระกูล  ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และอีกหลายคน โดยต้องขออนุญาตที่กล่าวนามคนเหล่านี้มาก

“กลุ่มคนเหล่านี้พยายามเรียกร้องและเสนอประเด็นต่าง ๆ มากมาย ซึ่งรัฐบาลก็รับฟังมา เพราะผมบอกแล้วว่ารัฐบาลรับฟังปัญหาและความต้องการของแต่ละพวก แต่เมื่อรวบรวมแล้วก็ส่งไปที่สนช. ซึ่งมีการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการพลังงาน และผมทราบมาว่าคณะกรรมาธิการ ก็ถูกกลุ่มนี้ไปกดดันอีก ว่าจะต้องมีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติให้ได้ ผมเคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่ายังไม่พร้อม และยังไม่มีความจำเป็น เพราะเรามีบริษัทของเดิมอยู่แล้ว โดยมีกระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่จำนวนมาก เป็นรัฐวิสาหกิจอยู่แล้ว จะซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ผมเลยให้เป็นหน้าที่ของสนช.พิจารณา ก็ปรากฏว่าฝ่ายนั้นก็กดดันมาก ครั้งนี้กดดันมาอีกแล้วว่า ถ้าออกมาแล้วไม่มีบรรษัทน้ำมันก็จะมาล้อมรัฐสภา ล้อมทำเนียบรัฐบาล แบบนี้ผมถามว่าถูกต้องหรือไม่ เมื่อเสนออะไรผมก็รับมา และก็นำข้อเสนอไปให้สนช.พิจารณา ถ้าเขาพิจารณาแล้วไม่เหมาะสมก็ต้องรับกติกา ใช้วิธีกดดันแบบนี้ประเทศชาติเสียหาย เสียประโยชน์ และกลุ่มนี้ก็ยึดโยงไปสู่โรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ด้วย คือทุกที่ในเรื่องพลังงาน ผมก็ไม่เข้าใจ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ส่วนที่มีการมองว่าแอบใส่การจัดตั้งบรรษัทน้ำมัน เพื่อหวังให้ทหารเข้าไปดำเนินการนั้น กรมพลังงานทหารทำหน้าที่นี้ไม่ได้หรอก เขามีหน้าที่จำกัด ไม่ใช่จะมาทำหน้าที่เป็นบริษัทประกอบการธุรกิจ มันทำไม่ได้ ไม่มีใครเขาไปฝันเฟื่องขนาดนั้น เอามาเป็นประโยชน์ของทหาร มันไม่มี ขีดความสามารถไม่ถึง และตนก็ไม่ให้ทำอยู่แล้ว ฉะนั้นขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย ว่าเป็นข้อเสนอของภาคประชาชนจากหลายเครือข่าย โดยเครือข่ายหลักตนได้กล่าวนามไปแล้ว เขาเรียกร้องมาทั้งก่อนและหลังวันที่ 22 พ.ค. 2557 ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญได้พิจารณาและเคยแถลงเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2559 ว่าภาคประชาชนต้องการให้บรรจุการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันเข้าไปด้วย เมื่อพิจารณาก็ส่งเรื่องมาให้ทางสนช.รับทราบ และเป็นเรื่องของสนช.ที่จะพิจารณา ถ้าทำได้หรือมีปัญหา ผลประโยชน์ชาติเสียหายตนก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะได้ทำเต็มที่แล้ว

“ผมไม่เคยมีแนวคิดอะไรที่จะให้ทหารเข้ามาดูแลทั้งสิ้น สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือให้พ.ร.บ.ปีโตรเลียมออกมาให้ได้ เพราะต้องดูเรื่องการลงทุนการขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งมีหลายพื้นที่จะต้องมีการทำสัมปทาน ตอนนี้ยังไม่รู้ เนื่องจากวันข้างหน้าพลังงานเราจะขาดแคลน ไม่ใช่ว่าทำพรุ่งนี้แล้วสามารถสร้างหรือเจาะแหล่งพลังงานได้ทันที ต้องใช้เวลาอีก 5-6 ปี กว่าบริษัทเขาจะเริ่มลงทุน ตัดสินใจหาเงินกู้ จึงต้องรีบทำในวันนี้ แต่หลายคนก็ชอบคิดว่าทำไมต้องรีบทำ แล้วก็ไม่ทัน หลายประเทศก็ไปลงทุนที่อื่น ไม่มาลงทุนประเทศที่มีปัญหาขนาดนี้ เพราะวุ่นวายไปหมด ทั้งที่ข้อมูลพื้นฐานเขารู้ว่าน้ำมันเรามีมากน้อยแค่ไหน สิ่งสำคัญเราเองไม่ยอมรับ กลุ่มพวกนี้ไม่เข้าใจทั้งสิ้น เรื่องนี้จะผิดหรือถูกไม่พิจารณากันมา ผมขี้เกียจยุ่งเกี่ยวด้วย ถ้ามันไม่ได้ขึ้นมาก็รับผิดชอบด้วยแล้วกัน”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบรรษัทน้ำมันถ้าตั้งมาแล้ว ใครจะเข้ามาเป็น และใครหวังเข้ามา ตนก็ไม่รู้ แต่ไม่ใช่ตนแน่นอน หากคิดว่าเพื่อบรรเทาความขัดแย้ง ก็จะใส่เข้าไป เพื่อเป็นการเริ่มต้นเมื่อพร้อม ซึ่งมันไม่พร้อมง่ายๆหรอก ต้องใช้ทุนมหาศาล แล้วจะเอาทุนที่ไหน รัฐบาลจะลงทุนอีกเหรอ ไม่มีเงินลงทุนหรอก ขุดเจาะน้ำมันไม่ใช่ง่ายๆ ไม่ใช่ 5 บาท 10 บาท

“เมื่อมีปัญหาก็ไปว่ากันมาในสภา อย่ามาสงสัยรัฐบาลหรือทหาร เหตุผลที่มีคณะกรรมาธิการเป็นทหารจำนวนมาก เพราะคณะนี้ถูกต่อต้านเยอะไม่มีใครกล้าเป็น เพราะโดนกลุ่มนี้ประท้วงมาตลอด มีแต่ทหารเท่านั้นที่เป็นให้ ตนพยายามจะสร้างความชัดเจนเกิดขึ้นให้ได้ แต่หากไม่ได้ก็ไม่ได้ ไม่ต้องออกมาก็จบ ไม่ต้องทำอะไร แต่มันจะเสียหายกับชาติบ้านเมือง ก็ไปว่ากันมาหัดรับผิดชอบร่วมกันเสียบ้าง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเร่งรัดพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปีโตรเลียม เพื่อจัดบรรษัทน้ำมันจะนำไปสู่ความขัดแย้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากการให้สร้างการรับรู้ที่ภาคใต้เรื่องพลังงาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจปรากฏว่าไม่ค่อยเข้าใจกัน และเข้าใจไม่ตรงกันหมดเลย จึงเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง และท้ายที่สุดเราก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม

“ผมยืนยันหากมาประท้วงอีก ผมจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะให้อภัยไปหลายทีแล้ว ไม่ใช่เพราะท่านมาขัดแย้งผม ที่ผมต้องดำเนินการตามกฎหมายเพราะท่านทำผิดกฎหมาย ส่วนความคิดเห็นของท่านก็ไปแสดงในช่องทางที่ถูกต้อง และยอมรับกฎกติกากันบ้าง วันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติที่จะอะไรก็ได้กับผมหรือรัฐบาล มันไม่ใช่ ถ้ามันดีมันถูกผมก็รับมาแล้ว กรณีบรรษัทน้ำมันรับมาแล้วยังมีปัญหาเลย ไม่รู้อะไรกันหนักหนา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

BMA bans all street food across Bangkok this year

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30312543

Yaowarat Road. / Photo via: http://www.thaiticketmajor.com

Yaowarat Road. / Photo via: http://www.thaiticketmajor.com

Khao San Road

Khao San Road

April 18, 2017 01:00
By Pratch Rujivanarom
The Nation

13,115 Viewed

Pickups allowed to carry passengers until new rules done: police

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30312542

April 18, 2017 01:00
By The Nation