เครื่องบินเล็กตกข้างห้างฯ ในโปรตุเกส ดับ 5 เจ็บ 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 เม.ย. 2560 00:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/915942


เครื่องบินเล็กลำหนึ่งตกใกล้ห้างสรรพสินค้านอกกรุงลิสบอนของโปรตุเกส เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีก 4 คน โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินลำนี้ตก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 17 เม.ย. เกิดเหตุเครื่องบินเล็ก ตกที่ลานจอดรถขนสินค้าของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตที่อยู่อาศัยใกล้กรุงลิสบอน เมืองหลวงของประเทศโปรตุเกส หลังจากเพิ่งขึ้นบินได้ไม่นาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และได้รับบาดเจ็บเล้กน้อยอีก 4 คน

ตามการเปิดเผยของนาย ไมเคิล ครูซ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของสำนักงานฉุกเฉินโปรตุเกส เครื่องบินเล็กซึ่งลงทะเบียนกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ลำนี้ ตกในเวลาประมาณเที่ยงวัน หลังจากเพิ่งบินขึ้นจากลานบินในเขต ไทเรส ซึ่งห่างจากกรุงลิสบอนไปทางตะวันตกราว 20 กม. ทั้งที่สภาพอากาศโปร่งใส่และลมสงบ

นายครูซเผยด้วยว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วย นักบินชาวสวิตเซอร์แลนด์และผู้โดยสารชาวฝรั่งเศสอีก 3 คนบนเครื่องบินเล็กซึ่งถูกระบุว่าเป็นรุ่น ไพเพอร์ พีเอ-31 นาวาโฮ ลำนี้ และอีกรายเป็นคนขับรถบรรทุกสินค้าที่กำลังขนสินค้าลงจากรถของเขาในตอนที่เครื่องบินตกลงมาใกล้ๆ ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นผู้ที่มาจับจ่ายซื้อของในห้างสรรพสินค้าใกล้จุดตก

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินการปิดลานบินดังกล่าวเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์นี้ ขณะที่มีรถดับเพลิงถูกส่งเข้าไปควบคุมเพลิงไหม้ในที่เกิดเหตุไม่น้อยกว่า 30 คัน โดยมีรายงานด้วยว่า ประชาชนราว 9 คน ต้องอพยพออกจากบ้านเนื่องจากควันไฟปกคลุมหน้าแน่น

 

อัยการโสมขาวตั้งข้อหาอดีตปธน. ‘ปาร์ค’ รับสินบน จ่อขึ้นศาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 เม.ย. 2560 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/915925


ปาร์ค กึน-เฮ ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ผู้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในคดีรีบหรือเรียกรับเงินสินบนแล้วเมื่อวันจันทร์ เตรียมถูกดำเนินคดีในชั้นศาล…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 17 เม.ย. อัยการของประเทศเกาหลีใต้ดำเนินการตั้งข้อหาน.ส. ปาร์ค กึน-เฮ อดีตประธานาธิบดีผู้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง อย่างเป็นทางการในข้อหา รับหรือเรียกรับสินเงินสินบนจำนวน 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลายเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนแรกในรอบหลายสิบปีที่จะถูกดำเนินคดีในข้อหาอาชญากรรม

ทั้งนี้ น.ส.ปาร์ค ถูกรัฐสภาโหวตลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนธ.ค. ปีก่อน และถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนอย่างเป็นทางการเมื่อต้อนเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา หลังเธอเข้าไปมีส่วนพัวพันกับคดีคอร์รัปชันของนาง ชเว ซุน-ซิน เพื่อสนิทของเธอ โดยทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่า ข่มขู่เอาเงินสินบนจำนวน 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากบริษัทใหญ่ๆ ในรูปแบบของเงินบริจาค และมอบให้แก่มูลนิธิ 2 แห่งที่นางชเวเป็นผู้ควบคุม

โดยเงิน 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากจำนวนดังกล่าว ถูกกล่าวหาว่าเป็นเงินที่น.ส.ปาร์คและนางชเว รับหรือเรียกรับจากธุรกิจต่างๆ รวมทั้งเงิน 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากบริษัท ซัมซุง ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ ซึ่งทำให้นาย อี แจ-ยอง ทายาทรุ่นที่ 3 และรองประธานบริษัท ถูกจับกุมตัวและกำลังถูกดำเนินคดีอยู่ตอนนี้

หลังน.ส. ปาร์คถูกจับกุมตัวเมื่อเดือนมี.ค. เธอถูกตั้งข้อหาคดีอาชญากรรม 13 ข้อหา แต่ในการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ ข้อหาอาชญากรรมที่เธอได้รับเพิ่มขึ้นเป็น 18 ข้อหา รวมทั้งข้อหารับสินบน, บังคับขู่เข็น, ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และเปิดเผยความลับของรัฐอย่างผิดกฎหมาย โดยคาดว่าศาลแขวงกลางกรุงโซลจะมอบหมายคดีนี้ให้แก่คณะผู้พิพากษา 3 คนเป็นผู้พิจารณาคดีในเร็วๆ นี้ จากนั้นเหล่าผู้พิพากษาจะกำหนดวันไต่สวนนัดแรกต่อไป

ในวันเดียวกัน อัยการยังตั้งข้อหาน.ส.ปาร์ค และนางชเว ว่าเรียกรับเงินส้นบนจำนวน 6.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากกลุ่มบริษัทค้าปลีก ‘ลอตเต้ กรุ๊ป’ และอีก 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จะกลุ่มบริษัทโทรคมนาคม ‘เอสเค กรุ๊ป’ แต่เอสเค กรุ๊ป ไม่จ่าย โดยนาย ชิน ดง-บิน ประธานบริษัท ลอตเต้ ถูกตั้งข้อหาติดสินบนด้วย แต่นายชิน ซึ่งกำลังถูกไต่สวนในข้อหาเลี่ยงภาษีและยักยอกทรัพย์ในคดีอื่น ไม่ได้ถูกจับกุมตัวแต่อย่างใด

 

เอฟบีไอ ไล่ล่าหนุ่มวัย 37 ฆ่าคนโชว์เฟซบุ๊กไลฟ์ อ้างสังหารมาแล้ว 13 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 เม.ย. 2560 12:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/915516


เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ร่วมกับเอฟบีไอ ตามล่าฆาตกรหนุ่มวัย 37 ปี ที่อ้างตัวเป็นผู้ลงมือสังหารเหยื่อชายวัยชราอายุ 74 ปี พร้อมถ่ายทอดการลงมือซุ่มยิงผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ซ้ำให้ข้อมูลเองว่าฆ่ามาแล้ว 13 ศพ

เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ เผย เมื่อวันที่ 16 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น ว่า กำลังตามล่าตัวมือปืนที่อ้างว่าตัวเองฆ่าคนขณะกำลังถ่ายทอดสด (ไลฟ์) ผ่านเฟซบุ๊ก ทั้งนี้ ตำรวจให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาคือนายสตีฟ สตีเฟนส์ วัย 37 ปี ตัวเขาได้ระบุว่า เป็นคนซุ่มยิงสังหารเหยื่อวัย 74 ปี รายหนึ่ง โดยมีการถ่ายทอดการฆาตกรรมดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์

นอกจากนี้ผู้ต้องหายังอ้างอีกว่าตัวเองได้สังหารคนไปหลายคน ทางตำรวจกำลังตรวจสอบเพื่อยืนยันความชัดเจน ขณะที่ในการแถลงข่าวเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน ตำรวจได้ขอให้นายสตีเฟนส์เข้ามอบตัว เพราะต้องการให้เรื่องจบลงอย่างสงบ ซึ่งขณะนี้ตำรวจท้องที่กำลังทำงานร่วมกับเอฟบีไอและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ เพื่อตามล่าตัวนายสตีเฟนส์จนกว่าจะพบด้วย

ทั้งนี้นายสตีเฟนส์อ้างว่า ตนเองได้สังหารคนไปแล้ว 13 ราย และกำลังมองหาคนที่จะฆ่าเพิ่มเติม โดยตำรวจเมืองคลีฟแลนด์ยืนยันการสังหารเหยื่อ 1 ราย คือ นายโรเบิร์ต ก๊อดวิน วัย 74 ปี แต่ยังไม่สามารถหาข้อมูลยืนยันการเสียชีวิตของเหยื่อรายอื่นๆ ได้.

 

ซากดึกดำบรรพ์ที่เชื่อมโยงความเข้าใจวิวัฒนาการของไดโนเสาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 เม.ย. 2560 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/914862


เมื่อ 84 ปีก่อน นักพยาธิวิทยาชื่อเร็กซ์ แพร์ริงตัน ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ชื่อเทเลโอคราเตอร์ (Teleocrater) ในปี 2499 ที่ลุ่มแม่น้ำรูฮูฮู ทางตอนใต้ของประเทศแทนซาเนีย ต่อมาในปี 2499 ดร.อลัน ชาริก นักบรรพชีวินวิทยาชาวอังกฤษ ได้เขียนลงในวิทยานิพนธ์ แต่เพิ่งได้รับการเผยแพร่ลงวารสารธรรมชาติในปี 2560 ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นจุดที่เชื่อมโยงของสิ่งที่ขาดหายไป ในการที่จะทำให้เข้าใจวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ โดยเทเลโอคราเตอร์ได้ถูกจัดไว้ในแผนผังสายพันธุ์แห่งวิวัฒนาการไดโนเสาร์ ในกลุ่มของสัตว์เลื้อยคลานชื่ออาร์โคซอร์ (archosaurs) ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์

ซากดึกดำบรรพ์ดังกล่าวเป็นของสัตว์เลื้อยคลานขนาดยักษ์ มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 245 ล้านปีมาแล้ว ลักษณะคล้ายจระเข้เรียกว่าเทเลโอคราเตอร์ เรดินัส (Teleocrater rhadinus) เป็นเครือญาติเดียวกันกับไดโนเสาร์ยุคต้นๆ แต่ไม่ใช่บรรพบุรุษที่แท้จริงของสัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์กินเนื้อมีความยาว 3.05 เมตร คอยาว หางยาว เดินสี่ขาแบบเดียวกับจระเข้ในยุคปัจจุบัน

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมให้ความเห็นว่าเทเลโอคราเตอร์ ท้าทายพื้นฐานของรูปแบบการเกี่ยวพันเป็นญาติกับไดโนเสาร์ ซึ่งควรจะมีลักษณะเหมือนกัน แต่เทเลโอคราเตอร์สร้างความตื่นเต้นอย่างมาก เพราะทำให้ความคิดดั้งเดิมของต้นกำเนิดไดโนเสาร์เปลี่ยนแปลงไป อย่างไร ก็ตาม นักวิจัยเผยว่าเนื่องจากไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับกระดูกที่สำคัญ เช่น ข้อเท้า จึงทำให้ตำแหน่งในแผนผังสายพันธุ์แห่งวิวัฒนาการไดโนเสาร์ของเทเลโอคราเตอร์ยังไม่ชัดเจน.

 

โสมแดง ห้าวยิงขีปนาวุธ ทดสอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 เม.ย. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/915337


กลับล้มเหลว! พุ่งไม่กี่วิ-แตก จีน-รัสเซียผวา

เกาหลีเหนือยังห้าว จัดทดสอบยิงขีปนาวุธตัวใหม่ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ หลังจัดพิธีสวนสนาม โชว์แสนยานุภาพได้วันเดียว แต่ขีปนาวุธขึ้นฟ้าไม่กี่วินาทีก็ระเบิดเป็นจุณ ด้าน “จีน-รัสเซีย” ออกโรงเรียกร้องทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น ใช้การเจรจาเพื่อยุติความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี เมื่อ “ทรัมป์” แสดงท่าทีแข็งกร้าว จะจัดการเอง หากจีนหยุดโสมแดงพัฒนานิวเคลียร์ไม่ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 เม.ย. อ้างแหล่งข่าวกองทัพสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือได้ยิงทดสอบขีปนาวุธอีกครั้ง เมื่อช่วงเช้าตรู่ตามเวลาท้องถิ่น หรือช่วงเวลาใกล้เคียงกันตามเวลาประเทศไทย โดยปล่อยขีปนาวุธขึ้นจากฐานยิงภาคพื้นดินที่เมืองซินโป เมืองอู่ต่อเรือบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก แต่ขีปนาวุธลูกดังกล่าวระเบิด หลังพุ่งขึ้นฟ้าในเพียงไม่กี่วินาที ถือเป็นความล้มเหลวในภารกิจยิงขีปนาวุธครั้งสำคัญท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในพื้นที่คาบสมุทรเกาหลี

กองทัพสหรัฐฯและเกาหลีใต้ยังระบุไม่ได้ว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธชนิดใดในครั้งล่าสุดนี้ แต่การทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้ พ้องกับช่วงเวลาที่รัฐบาลสหรัฐฯส่งนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดี เดินทางเข้าเกาหลีใต้เพื่อเจรจากับรัฐบาลเกาหลีใต้ในประเด็นสำคัญเรื่องโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ขณะที่นายจิม แมตทิส รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ระบุประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้รับรายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือตลอดเวลา แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ตัดสินใจหรือแสดงท่าทีอะไร

ผู้เชี่ยวชาญการทหารแห่งสถาบันศึกษาด้านตะวันออกไกลในกรุงโซล เมืองหลวงเกาหลีใต้ ระบุว่าขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงลูกล่าสุด อาจเป็นขีปนาวุธชนิดใหม่หรือขีปนาวุธที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิงไปได้ไกลขึ้น โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว เกาหลีเหนือทดลองยิงขีปนาวุธขึ้นจากเรือดำน้ำมุ่งไปทางญี่ปุ่นได้ระยะไกลราว 500 กม. โดยนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ มีท่าทีชื่นชมความสำเร็จครั้งนั้น ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศด้วยท่าทีแข็งกร้าวนับตั้งแต่ขึ้นรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เมื่อเดือน ม.ค.ปีนี้ ระบุสหรัฐฯจะเพิ่มมาตรการเพื่อจัดการกับเกาหลีเหนือเอง หากรัฐบาลจีนในฐานะพันธมิตรใกล้ชิดเกาหลีเหนือล้มเหลวในการหยุดยั้งการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

ส่วนท่าทีของรัฐบาลจีนและรัสเซียต่างเรียกร้องถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้อดทนอดกลั้นและใช้การเจรจา เพื่อยุติสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี โดยนายหวัง ยี่ รมว.ต่างประเทศจีน ระบุเตือนสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลียามนี้เสี่ยงเกิดสงครามได้ทุกเวลา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือจัดพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่ที่จัตุรัสคิม อิล ซุง กลางกรุงเปียงยาง เฉลิมฉลอง “วันแห่งพระอาทิตย์” หรือวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 105 ปี นายคิม อิล-ซุง อดีตผู้นำและผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นปู่นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน โดยในการสวนสนาม กองทหารจากกองทัพประชาชนเกาหลี ขนอาวุธยุทธภัณฑ์ออกมาแสดงแสนยานุภาพอย่างคับคั่ง ซึ่งเหล่านักวิเคราะห์ด้านอาวุธชี้ว่า การที่เกาหลีเหนือระดมขีปนาวุธมากกว่า 1 รุ่นมาอวดแสนยานุภาพ บ่งชี้ได้ว่าเกาหลีเหนือกำลังคืบหน้าตามแผนพัฒนาขีปนาวุธแบบติดตั้งในเรือดำน้ำ ซึ่งยากต่อการตรวจพบพิธีสวนสนามฉลองวาระสำคัญของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ ยังถูกจับตามองจากนานาชาติ รวมทั้ง สหรัฐฯ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคนี้ เนื่องจากสหรัฐฯ ส่งกองเรือรบที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ “ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน” มุ่งหน้าเข้าพื้นที่คาบสมุทรเกาหลี จนหลายฝ่ายหวั่นวิตกว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯอาจชิงโจมตีเกาหลีเหนือ แบบที่สหรัฐฯ ยิงจรวดโทมาฮอว์ก 59 ลูกโจมตีฐานทัพซีเรียที่ถูกกล่าวหาใช้อาวุธเคมีถล่มฝ่ายกบฏเมื่อ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา และกองทัพสหรัฐฯทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ที่สุดในสารบบที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ รุ่น “เอ็มโอเอบี” หรือที่รู้จักในฉายา “มารดาแห่งระเบิดทั้งปวง” (Mother of All Bombs) ถล่มแหล่งกบดานเครือข่ายอุโมงค์และถ้ำของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) บริเวณหุบเขา จังหวัดนันการ์ฮาร์ ภาคตะวันออกอัฟกานิสถาน ติดพรมแดนปากีสถาน เมื่อคืนวันที่ 13 เม.ย. คร่าชีวิตเหล่านักรบไอเอสเกือบ 100 ราย

 

ทดสอบขีปนาวุธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 เม.ย. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/915315


ชาวเกาหลีใต้ยืนดูภาพทางโทรทัศน์อยู่ในกรุงโซล ที่เป็นการทดสอบ ยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ จากฐานยิงเมืองซินโป เมื่อเช้าวันที่ 16 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่นแต่ขีปนาวุธระเบิดเพียงไม่กี่วินาทีหลังพุ่งขึ้นฟ้า แสดงถึงความล้มเหลวในภารกิจนี้.

 

‘แอร์โดอัน’ ประกาศชัย! ชนะประชามติเพิ่มอำนาจประธานาธิบดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 เม.ย. 2560 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/915395


ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งประเทศตุรกี ออกมาประกาศชัยชนะการลงประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนเพื่อเพิ่มอำนาจให้ตัวเขา หลังผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการชี้ว่าเขามีคะแนนนำ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งประเทศตุรกี กับพรรครัฐบาล เอเคพี ของเขาประกาศชัยชนะในการทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนเพื่อเพิ่มอำนาจให้ประธานาธิบดี โดยนายแอร์โดอันระบุว่าพวกเขาชนะด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านประกาศจะเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 เม.ย. ชาวตุรกีออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงประชามติ เพื่อตัดสินว่าจะยอมรับ แพกเกจปฏิรูป 18 ข้อ ที่จะเปลี่ยนระบบการบริหารประเทศจากระบบรัฐสภาอย่างเป็นประชาธิปไตย เป็นการบริหารโดยระบบประธานาธิบดีหรือไม่ ซึ่งหากยอมรับก็อาจเห็นนายแอร์โดอันดำรงตำแหน่งผู้นำไปจนถึงอย่างน้อยในปี 2029 และเป็นความเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดของตุรกีในยุคสมัยใหม่

โดยจนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่นับคะแนนโหวตไปแล้วกว่า 99% โดยผลอย่างไม่เป็นทางการซึ่งรายงานตามสื่อต่างๆ ของตุรกี แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายที่โหวตสนับสนุนนายแอร์โดอันมีคะแนนนำอยู่ที่ 51.36% ส่วนฝ่ายคัดค้านตามอยู่ที่ 48.64% แต่คณะกรรมการการเลือกตังตุรกียังไม่เปิดเผยผลคะแนนอย่างเป็นทางการออกมา

ทั้งนี้ หากผลการเลือกตั้งได้รับการยืนยัน หมายความว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในรัฐธรรมนูญของตุรกี นับตั้งแต่ตุรกีกลายเป็นสาธารณรัฐเมื่อศตวรรษก่อน ขณะที่ประธานาธิบดีจะได้รับการเพิ่มอำนาจอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการแต่งตั้งรัฐมนตรี, การออกกฤษฎีกา, เลือกผู้พิพากษาระดับ และยุบสภา ระบบใหม่ยังจะยกเลิกบทบาทของนายกรัฐมนตรี และรวมอำนาจให้อยู่ในมือของประธานาธิบดีด้วย

นายแอร์โดอันอ้างว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้จำเป็นต่อการแก้ปัญหาความมั่นคงของประเทศ หลังจากเกิดความพยายามก่อรัฐประหารเมื่อ 9 เดือนก่อน และเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรัฐบาลผสมที่เปราะบางเหมือนในอดีต แต่ฝ่ายค้านกลัวว่า ความเคลื่อนไหวนี้จะทำให้ตำแหน่งประธานาธิบดีมีอำนาจมากเกินไป เหมือนเป็นการปกครองด้วยคนเพียงคนเดียว โดยไม่มีการตรวจสอบ

ด้านพรรคฝ่ายค้าน ซีเอชพี ยืนยันว่า พวกเขาจะเรียกร้องให้มีการนับบัตรลงคะแนนเสียงใหม่ราว 60% ของทั้งหมด เพื่อประท้วงคำสั่งของคกก.เลือกตั้งที่เกิดขึ้นในช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนเริ่มการลงประชามติ ที่ว่าจะยอมรับบัตรลงคะแนนเสียงที่ไม่ได้มีการประทับตราให้เป็นคะแนนเสียงอย่างถูกต้อง

 

สลด! ภัตตาคารหมุนแอตแลนตาบีบอัดเด็กมะกัน 5 ขวบดับอนาถ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 เม.ย. 2560 03:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/915367


เด็กชายวัยเพียง 5 ขวบเสียชีวิตที่ภัตตาคารหมุนบนโรงแรมสูงในเมืองแอตแลนตาเมื่อวันศุกร์ หลังจากเขาติดอยู่ในช่องว่างระหว่างกำแพงกับโต๊ะตัวหนึ่งในช่วงที่ชั้นกำลังหมุน ทำให้เขาถูกบีบอัดจนเสียชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 14 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุสุดสลดขึ้นที่ภัตตาคารหมุนที่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าในเมืองแอตแลนตา รัฐจร์เจีย ของสหรัฐอเมริกา เมื่อเด็กชายวัยเพียง 5 ขวบคนหนึ่ง เข้าไปติดอยู่ในช่องระหว่างกำแพงและโต๊ะในขณะที่ชั้นกำลังหมุน ทำให้เด็กถูกบีบอัดและเสียชีวิต

สิบโท วอร์เรน พิกคาร์ด ตำรวจเมืองแอตแลนตา เผยว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ โดยเด็กชายซึ่งไม่มีการเปิดเผยนามคนนี้กับพ่อแม่ไปรับประทานอาหารที่ภัตตาคาร ‘ซัน ไดอัล’ บนชั้นสูงสุดของโรงแรม ‘เวสติน พีชทรี พลาซา’ ซึ่งมีความสูง 73 ชั้น ซึ่งจะมีการหมุนเพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้ชมทิวทัศน์ของเมือง

ต่อมา เด็กคนนี้จะลุกออกจากโต๊ะโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว และไปติดอยู่ในช่องความกว้างประมาณ 4-5 นิ้ว ระหว่างโต๊ะกับกำแพงในขณะที่ชั้นกำลังหมุน “เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรในช่วงเวลานั้น มันบีบอัดร่างกายเล็กๆ ของเขา” สิบโทพิกคาร์ดกล่าว

หลังจากนั้น ชั้นก็หยุดหมุนทันทีเนื่องจากถูกออกแบบมาให้หยุดหมุนหากมีอะไรเข้าไปติด แต่แรงบีบอัดทำให้เด็กคนนี้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา “พวกเรารู้ว่าพวกเขาเป็นลูกค้ากลุ่มสุดท้ายที่มาทานอาหารเที่ยง และนี่เป็นโศกนาฏกรรมจริงๆ” สิบโทพิกคาร์ดกล่าว

ด้านนาย จอร์จ รีด ผู้จัดการของโรงแรม เวสติน พีชทรี พลาซา ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ขณะที่ภัตตาคารที่เกิดเหตุจะปิดบริการตลอดช่วงสุดสัปดาห์วันอีสเตอร์

 

เหยื่อระเบิดโจมตีขบวนรถผู้อพยพในอเลปโปพุ่ง 126 ศพ เกินครึ่งเป็นเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 เม.ย. 2560 01:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/915360


จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดคาร์บอมบ์โจมตีขบวนรถบัสขนผู้อพยพจากจังหวัดอิดลิบเข้าสู่จังหวัดอเลปโปเมื่อวันเสาร์ เพิ่มขึ้นเป็น 126 รายแล้ว โดยกว่าครึ่งเป็นเด็ก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดคาร์บอมบ์โจมตีขบวนรถบัสขนผู้อพยพจากหมู่บ้าน 2 แห่งในจังหวัดอิดลิบไปเมืองอเลปโป ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 126 รายแล้วในวันอาทิตย์ และในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 68 รายเป็นเด็ก ถือเป็นเหตุโจมตีครั้งรายแรงที่สุดในซีเรียในรอบเกือบ 1 ปี

เหตุระเบิดเกิดขึ้นที่เขต ราชิดิน ชานจังหวัดอเลปโป ที่ขบวนรถบัสซึ่งขนชาวบ้านและนักรบฝ่ายรัฐบาลซีเรียจำนวนราว 5,000 คนจากหมู่บ้าน อัล-ฟูอา และ คาฟริยา ในจังหวัดอิดลิบ จอดพักอยู่ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ เพื่อรอข้ามพรมแดนไปยังเขตที่ฝ่ายรัฐบาลควบคุม ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนที่ให้นักรบติดอาวุธมุสลิมสุหนี่และครอบครัวสามารถเดินทางออกจากเมืองมาดายา ที่ถูกฝ่ายรัฐบาลปิดล้อม ใกล้กรุงดามัสกัสได้อย่างปลอดภัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากกลุ่มป้องกันพลเรือนซีเรีย (SCD) หรือ กลุ่มหมวกนิรภัยขาว เปิดเผยในวันอาทิตย์ว่า พวกเขานำศพผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุแล้วอย่างน้อย 100 ราย ขณะที่กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (SOHR) เชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก

ทั้งนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้ ซึ่งสื่อซีเรียรายงานว่าเป็นระเบิดคาร์บอมบ์ฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตาม กองทัพซีเรียเสรี กลุ่มหลักของฝ่ายกบฏสายกลางในซีเรีย ออกมาประณามการโจมตีนี้ว่าเป็นการก่อการร้ายขายชาติ

อนึ่ง หลังเกิดเหตุไม่นาน การอพยพพลเรือนและนักรบตามข้อตกลงระหว่างฝ่ายรัฐบาลและกบฏก็ดำเนินต่อไป โดยรถโค้ชขนผู้คนเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย และจะมีการอพยพต่อในวันอาทิตย์

 

รองปธน.มะกันเยือนเกาหลีใต้ โวยโสมแดงทดสอบยิงจรวด ‘ยั่วยุ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 เม.ย. 2560 23:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/915242


รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประณามเกาหลีเหนือ ยั่วยุ หลังทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่เมื่อวันอาทิตย์แต่ล้มแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีวิธีตอบโต้รัฐบาลเปียงยางทั้งทางทหารและทางการทูต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 เม.ย. นาย ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มภารกิจเยือนเอเชีย 10 วัน วันแรกที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยเขากล่าวประณามการทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกันแต่ประสบความล้มเหลวว่า เป็นการยั่วยุซึ่งเน้นย้ำถึงภัยที่กำลังคุกคามคาบสมุทรเกาหลีและสหรัฐฯ

เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ กองทัพเกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่ จากฐานทัพเรือเดียวกับที่พวกเขาใช้ทดสอบยิงจรวดเมื่อวันที่ 5 เม.ย. อย่างไรก็ตาม จรวดซึ่งคาดว่าเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง พุ่งขึ้นฟ้าไปได้ราว 4-5 วินาทีก็ระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย การทดสอบยิงครั้งล่าสุดนี้ยังเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังเกาหลีเหนือจัดพิธีสวนสนามแสดงแสนยานุภาพเนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุ 105 ปี ของ คิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ โดยเปิดตัวขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่และขีปนาวุธชนิดยิงจากเรือดำน้ำด้วย

ทั้งนี้ นายเพนซ์ซึ่งเกิดทางถึงเกาหลีใต้หลายชั่วโมงหลังจากเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธ แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ระหว่างการรับประทานอาหารเย็นเนื่องในวันอีสเตอร์ที่ค่ายทหาร ยองซาน ในกรุงโซล ว่า “การยั่วยุกจากเกาหลีเหนือที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า เป็นสิ่งย้ำเตือนล่าสุดถึงภัยคุกคามที่พวกคุณแต่ละคนต้องเผชิญในทุกๆ วัน ในการป้องกันเสรีภาพของประชาชนเกาหลีใต้ และการปกป้องอเมริกาในพื้นที่ส่วนนี้ของโลก”

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยด้วยว่า เขาได้คุยกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว โดยนายทรัมป์ขอให้เขาถ่ายทอดคำพูดถึงทหารที่ประจำการในเกาหลีใต้ว่า สหรัฐฯ ภูมิใจและขอบคุณในการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขา

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ในระหว่างที่นายเพนซ์กำลังโดยสารเครื่องบิน แอร์ ฟอร์ซ ทู เดินทางไปยังเกาหลีใต้ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศคนหนึ่งของทำเนียบข่าวสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีเครื่องมือมากมายทั้งทางการทูต, ทางทหาร และวิธีอื่นๆ ที่เขาจะเลือกเพื่อใช้ในการตอบโต้ แต่สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรไปกับการตอบโต้ การทดสอบยิงขีปนาวุธที่ล้มเหลว

อนึ่ง หลังจากนี้นายเพนซ์มีกำหนดการเข้าพบกับนาย ฮวาง คโย-อัน รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในวันจันทร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ