เทคนิคพิชิตการตั้งครรภ์ ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255487

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัญหามีบุตรยาก ไม่ได้มีสาเหตุมาจากความไม่สมบูรณ์ของเชื้ออสุจิหรือไข่เพียงเท่านั้น แต่อาจเกิดขึ้นหลังการปฏิสนธิ แล้วตัวอ่อนไม่สามารถฟักตัวออกจากเปลือกไข่ได้ นับเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการตั้งครรภ์ที่มักพบได้บ่อยเช่นกัน นายแพทย์วรวัฒน์ ศิริปุณย์ สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลเวชธานี มีข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับใช้เลเซอร์ช่วยฟักตัวอ่อน เทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้

ทำไมต้องช่วยฟักตัวอ่อน

ตัวอ่อนที่ปฏิสนธิภายนอกร่างกายด้วยวิธีการอิ๊กซี่ ในบางครั้งพบว่าตัวเปลือกมีความผิดปกติ หรือมีความหนาของเปลือกไข่มากกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฟัก หรือออกมาจากเปลือกไข่ได้ ส่งผลให้ตัวอ่อนเสียชีวิตอยู่ภายในเปลือกไข่ เช่นเดียวกับลูกเจี๊ยบที่ไม่สามารถเจาะออกจากเปลือกไข่ ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดลง เพราะตัวอ่อนไม่สามารถออกมาฝังตัว แต่หากเราช่วยให้เปลือกไข่บางลง หรือทำให้เกิดรู จะทำให้ตัวอ่อนออกจากเปลือกได้ง่ายขึ้น และมีโอกาสฝังตัวในโพรงมดลูกมากขึ้น สามารถเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้

เทคโนโลยีที่กล่าวมานี้ คือ การช่วยฟักตัวอ่อนจากเปลือกไข่ โดยในอดีตจะใช้เข็มเจาะเพื่อเปิดเปลือกไข่ต่อมาเปลี่ยนเป็นการใช้สารเคมี และในปัจจุบันได้ใช้เลเซอร์เข้ามาช่วยในการเจาะเปลือกไข่ วิธีดังกล่าวเรียกว่า LAH (Laser Assisted Hatching) ซึ่งการใช้เลเซอร์นั้น มีความแม่นยำสูง ไม่เป็นอันตรายต่อตัวอ่อน และยังเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์อีกด้วย

ผู้ที่เหมาะสมกับการใช้เลเซอร์เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ 1.ผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จจากการใช้วิธีอิ๊กซี่ในรอบก่อน 2.เป็นผู้ป่วยที่มีโอกาสในการตั้งครรภ์ต่ำ พยากรณ์โรคไม่ดี 3.เป็นตัวอ่อนที่ผ่านกระบวนการแช่แข็งมาก่อน

นอกจากการช่วยตัวอ่อนฟักตัวออกจากเปลือกไข่ด้วยเลเซอร์แล้ว บางกรณีจะเจาะเปลือกไข่และนำเซลล์ ของตัวอ่อนออกมา เพื่อทำการตรวจคัดกรอง และวินิจฉัยโครโมโซมของตัวอ่อน ก่อนการฝังตัว(PGS/PGD :Preimplantation Genetic Screening/Diagnosis) เป็นการนำเซลล์ของตัวอ่อนในระยะ 3 หรือ 5 วัน ที่ได้จากการทำอิ๊กซึ่ มาตรวจวินิจฉัย เพื่อดูว่าตัวอ่อนมีความผิดปกติของจำนวนโครโมโซมหรือไม่จากนั้นจึงนำตัวอ่อนที่สมบูรณ์ใส่กลับสู่โพรงมดลูก เพื่อให้เกิดกระบวนการตั้งครรภ์ต่อไป

ผู้ที่เหมาะกับการทำ PGS/PGD 1.คู่สมรสที่มีประวัติความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ที่อาจถ่ายทอดสู่ทารกได้ เช่น ธาลัสซีเมีย 2.ครอบครัวมีประวัติคลอดเด็กที่มีความพิการแต่กำเนิด หรือมีโรคที่ผิดปกติทางพันธุกรรม 3.มีประวัติการแท้งบ่อย 4.บุตรคนก่อน ป่วยเป็นโรคที่อาจรักษาโดยปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากบุคคลอื่น ที่มีความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อ 5.คู่สมรส ที่ฝ่ายหญิงมีอายุมากกว่า 35 ปี มีโอกาสเกิดความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม ทำให้บุตรที่เกิดมามีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรมสูง 6.ไม่ตั้งครรภ์ 2 ครั้ง ติดต่อกัน จากการรักษาโดยการทำอิ๊กซี่

วิธีการตรวจวินิจฉัย นำตัวอ่อนที่ได้จากการทำอิ๊กซี่ ในระยะ 3 หรือ 5 วัน มาเจาะบริเวณเปลือกให้เป็นรูเล็กๆ ด้วยเลเซอร์ แล้วใช้แท่งแก้วขนาดเล็ก ดึงเซลล์ที่อยู่ภายในตัวอ่อนออกมาจำนวนหนึ่ง เพื่อนำมาตรวจด้วยวิธีที่เรียกว่า CGH (Comparative
Genomic Hybridization) หรือ NGS ( Next Generation Sequencing) ซึ่งเป็นการตรวจโครโมโซมครบทุกคู่ รวมทั้งโครโมโซมเพศด้วย หลังจากนั้นจะทำการย้ายตัวอ่อน เฉพาะตัวที่โครโมโซมปกติเข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไป

ข้อดี 1.เพิ่มอัตราการตั้งครรภ์จากการทำอิ๊กซี่ 2.ลดอัตราการเกิดความผิดปกติของโครโมโซมของทารก 3.ลดอัตราการแท้งบุตร

ทั้งนี้ การดูดนำเซลล์จากตัวอ่อนในระยะ 3 หรือ 5 วัน จะไม่ส่งผลให้เกิดความพิการ เพราะเซลล์ทุกเซลล์ในตัวอ่อนระยะนี้ยังไม่ได้ถูกโปรแกรมว่าจะให้เซลล์ใดเจริญไปเป็นตัวอ่อน หรืออวัยวะใดๆ ทำให้เซลล์ที่เหลือในตัวอ่อนสามารถแบ่งตัวได้ โดยจะไม่เกิดความผิดปกติต่อทารก และยังสามารถแบ่งตัวต่อไปจนฝังตัวได้ตามปกติ

ภาวะมีบุตรยากเป็นปัญหาที่สามารถหาทางออกได้ คู่สมรสที่วางแผนมีบุตร แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ เพื่อร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด อย่ากังวลหรือด่วนสรุปว่าตนจะไม่สามารถมีบุตรได้ เพราะทุกปัญหาล้วนมีทางแก้ไข

เปิดตัว แอร์โรว์นัมเบอร์วัน ที่1ของเครื่องแต่งกายชาย รายได้ส่วนหนึ่งเพื่อจัดหาอุปกรณ์ช่วยเด็กพิการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255505

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมพล ชัยสิริโรจน์ กรรมการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.ฯ เป็นประธาน ร่วมด้วย (จากซ้าย) ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม, มนต์ริสสา
ลีนุตพงษ์, บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ธัญนพ ตระกูลโชคดี, ทัชชารตี ณ ระนอง, โบ๊ท-ธารา ทิพา

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายชายแอร์โรว์ จัดงาน เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ARROW # 1 (แอร์โรว์นัมเบอร์วัน) ที่ 1 ของเครื่องแต่งกายชาย เลือกสรรสิ่งที่ดี “ที่สุด” เพื่อคุณ พร้อมส่งต่อให้คนที่ “คุณรัก” ทั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจในแบบฉบับของผู้ชายทุกวัยที่ใส่ใจการมอบสิ่งที่ดี “ที่สุด” เพื่อตัวเอง โดยมีสมพล ชัยสิริโรจน์ กรรมการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ร่วมงานบริเวณลานกิจกรรมชั้น M ศูนย์การค้า TERMINAL21 (อโศก)ทั้งนี้รายได้ของการจำหน่ายคอลเลคชั่น ใหม่ส่วนหนึ่งนำสมทบทุน “สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์” เพื่อจัดหาอุปกรณ์สำหรับเด็กพิการ

สำหรับการเปิดตัวคอลเลคชั่นแอร์โรว์นัมเบอร์วัน นี้ สร้างความตื่นตาตื่นใจเริ่มต้นด้วยขบวน TROOP หนุ่มหล่อสวมใส่เสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ ARROW #1 (แอร์โรว์นัมเบอร์วัน) เคลื่อนขนวนขึ้นรถไฟฟ้า BTS มาจากสถานีอ่อนนุชเพื่อมายังสถานีอโศก ก่อนเดินเข้าสู่งานซึ่งจัดขึ้นบริเวณลานกิจกรรมชั้น M ศูนย์การค้า TERMINAL21 (อโศก) โดยมี กาละแมร์-พัชรศรี พิธีกรสาว กล่าวต้อนรับ ขบวน TROOP ซึ่งบ่งบอกถึงการเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของ ARROW # 1 (แอร์โวร์นัมเบอร์วัน) กับการเป็น “ที่ 1 ของเครื่องแต่งกายชาย” อย่างแท้จริงจากนั้น เป็นการแสดงแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่น ARROW #1ทั้งในรูปแบบCASUAL LOOKและ BUSINESS LOOK จากเหล่านายแบบกิตติมศักดิ์ อาทิ บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, โบ๊ท-ธารา ทิพา ฯลฯ

ผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ ARROW # 1ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำก็ถือว่าได้มีส่วนช่วยในการทำบุญแล้ว

 

นักสู้ผู้จากไป…คนร้ายลอยนวล ภาพสะท้อนระบบยุติธรรมเหลว.?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255507

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อสู้”…

คำกล่าวที่เป็น “สัจธรรม” ของสังคมมนุษย์ทุกยุคสมัย ผู้ปกครองที่รีดนาทาเร้นย่อมถูกประชาชน “ลุกฮือ” ต่อต้าน คนเป็นนายหากข่มเหงทารุณไพร่ทาสย่อมลุกขึ้นสู้ เพื่อ “ปลดแอก” ตนให้เป็นไท จนมาถึงรัฐสมัยใหม่ที่อิงเศรษฐกิจแบบ “ทุนนิยม” หากกลุ่ม “ชนชั้นนำ 3 ขา” คือ นักการเมือง ข้าราชการ และนายทุน รวมหัวกันใช้อำนาจในทางมิชอบ เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มก้อนของตนจน “ละเมิด” ต่อสิทธิของคนเล็กคนน้อย ย่อมนำไปสู่การ “ทวงความเป็นธรรม” ปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่หลายครั้งเหล่า “นักสู้” กลับพบชะตากรรมที่…

น่าเศร้า และโหดร้าย!!!

สำหรับประเทศไทย ชื่อเหล่านี้คง “คุ้นหู” อาทิ “เจริญ วัดอักษร” แกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าบ่อนอก-หินกรูด จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนผู้มีอำนาจขณะนั้นยอมยกเลิกโครงการ แต่ “จุดจบ” ของเขา คือ การถูกยิงเสียชีวิตเมื่อ 21 มิ.ย.2547, “สมชาย นีละไพจิตร” ทนายความผู้รับทำคดีเพื่อผู้ต้องสงสัยความผิดต่อความมั่นคงของรัฐในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีผู้พบเห็นว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์นำตัวขึ้นรถในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้วหาย “สาบสูญ” ไปตั้งแต่ 12 มี.ค. 2547

“บิลลี่” พอละจี รักจงเจริญ แกนนำชาวกะเหรี่ยงผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิการอยู่อาศัยและทำกินของกลุ่มชาติพันธุ์ ในป่าแก่งกระจาน ที่ “หายตัว” ไปตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 2557 โดยมีรายงานว่าก่อนหน้านั้น “บิลลี่” ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องเพราะได้ปล่อยตัวไปแล้ว, “เด่น คำแหล้” แกนนำชุมชนโคกยาว อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ผู้ใช้ชีวิตหลายสิบปีของตน เพื่อต่อสู้คัดค้านนโยบายของรัฐที่เน้น“ไล่คนออกจากป่า” โดยไม่แยกแยะว่าเป็นชุมชนเก่าอาศัยมานานหลายชั่วคน เขาหายสาบสูญไปเมื่อ 16 เม.ย.2559 ขณะไปหาของป่าตามปกติ…เป็นต้น

“ปรานม สมวงศ์” ตัวแทนจากองค์กร PROTECTION international บอกเล่าในงานเปิดตัวนิทรรศการภาพถ่ายอุทิศให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชน “แด่นักสู้ผู้จากไป : For Those Who Died Trying” ณ หอศิลป์กรุงเทพฯ ย่านปทุมวัน กทม. ว่า หลายปีที่ผ่านมา “นักปกป้องสิทธิมนุษยชน” ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ หรือเพื่อต่อต้านการทุจริตในโครงการของรัฐ ถูก “ข่มขู่คุกคาม” บังคับให้สูญหายและตายเป็นจำนวนมาก จนเวลาล่วงเลยไป ชื่อของพวกเขาเริ่ม “เลือนหาย” ไปตามกาลเวลา พร้อม “ความหวัง”ในกระบวนการยุติธรรมที่นับวันมีแต่จะ…

เลือนราง!!!

“ปรานม” กล่าวต่อว่า นักต่อสู้จำนวนไม่น้อยถูก “สังหาร” หรือบังคับให้สูญหาย แต่มีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นที่มีการสอบสวนและคดีขึ้นสู่ชั้นศาล สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เราเห็นอย่างชัดเจน คือ “รัฐ-กระบวนการยุติธรรม” ในประเทศไทย “ล้มเหลว” หลายคดีที่ผู้กระทำความผิดยังลอยนวล ผู้กระทำผิดละเมิดสิทธิของผู้อื่นแล้วไม่ต้องถูกลงโทษ จนกลายเป็นวัฒนธรรม…

ลอยนวล…พ้นผิด!!!

“ปัญหานี้ฝังรากลึกในสังคมไทยมายาวนาน หากวัฒนธรรมนี้ยังคงอยู่จะสร้างสภาวะที่อันตรายอย่างถาวรต่อการปกป้องสิทธิมนุษยชน และที่สำคัญจะส่งผลร้ายแรงต่อสังคมโดยรวม เพราะผู้มีอำนาจเชื่อว่าเครือข่ายอำนาจอุปถัมภ์จะช่วยให้พวกเขาลอยนวล พ้นผิดได้อย่างง่ายดาย” ปรานม ให้ความเห็น

เช่นเดียวกับ “ณัฎฐกานต์ เนาวโอภาส” ภรรยาของผู้ใหญ่บ้าน “ประจบ เนาวโอภาส” แกนนำชาวบ้านที่ถูกลอบสังหารจากการออกมาต่อต้านการลักลอบ “ทิ้งกากสารเคมี” อุตสาหกรรมและขยะมีพิษ ในเขต ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ที่เล่าว่าตั้งแต่สามีเสียชีวิตไป การใช้ชีวิตในปัจจุบันมีความยากลำบากเป็นอย่างมาก เพราะครอบครัวขาด…

เสาหลัก!!!

เวลานี้เธอต้องรับภาระเลี้ยงดูครอบครัวเพียงคนเดียว โดยได้เงินเยียวยาเพียง 1 แสนบาท จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเท่านั้น ทว่าที่ “เจ็บปวด” เสียยิ่งกว่า คือ “ณัฎฐกานต์” ตั้งคำถามว่า “ทำไมสังคมไม่เห็นความสำคัญของการต่อสู้เพื่อให้ได้มาถึงสิทธิ?” ทำให้ตนรู้สึก “น้อยเนื้อต่ำใจ” ทั้งที่สามีของเธอต่อสู้เพื่อทุกคน

“ทำไมจึงมองข้าม หรือเงินซื้อทุกอย่างได้จริงๆ และอยากถามว่าจากนี้ต่อไปจะมีคนลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิแบบนี้อีกบ้างหรือไม่?” ณัฎฐกานต์ กล่าว

ขณะที่ “อังคณา นีละไพจิตร” กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ระยะหลังๆ กรณี “อุ้มหาย” นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิจะลดลง ดังเช่นปี 2559 ที่มีกรณีของ “เด่น คำแหล้” เพียงรายเดียวเท่านั้น แต่อีกด้านกลับพบว่ามีการ “ไล่ฟ้อง” คนเหล่านี้มากขึ้น โดยเฉพาะหากเป็น “ผู้หญิง” นอกจากจะถูกฟ้องคดีแล้ว ยังถูก “คุกคามทางเพศ” อีกด้วย

“อย่างการข่มขู่ว่าระวังจะโดนข่มขืน เราถือว่าเป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำให้ผู้หญิงเกิดความหวาดกลัว บางคนถึงขั้นไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้” กสม.ท่านนี้ ระบุ

เมื่อหันไปดู “กฎหมาย” ที่น่าจะเป็น “ความหวัง” สำหรับแก้ไขปัญหา “อุ้มฆ่า…อุ้มหาย” อย่าง (ร่าง) พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .. ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เร็วๆ นี้

“อังคณา” ตั้งข้อสังเกตว่า “ขาดมุมมองที่หลากหลาย” เนื่องจากคณะกรรมการร่างกฎหมายส่วนใหญ่มาจากเจ้าหน้าที่รัฐ มากกว่าที่จะนำ “ผู้สูญเสีย” หรือผู้มีประสบการณ์ตรง เข้าไปร่วมพิจารณาด้วย อันจะทำให้กฎหมายฉบับนี้ทำการปกป้อง
นักปกป้องสิทธิได้ดีขึ้น

“การเยียวยาของเรายังไม่เป็นสากล มีเพียงเยียวยาผ่านตัวเงินและให้ความช่วยเหลือด้านทนายความเท่านั้น ทั้งที่ความเป็นจริง ญาติผู้สูญเสียต้องได้รับความจริงด้วย โดยเฉพาะผู้ก่อเหตุเป็นใคร ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ และเหตุการณ์อุ้มหายจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่ที่ผ่านมากลับไม่ใช่ เพราะเมื่อคดีเกิด มักจบด้วยหาผู้กระทำผิดไม่ได้” อังคณา กล่าวย้ำ

ด้าน “โดนิกา พอตตี” (H.E. Ms.Donica Pottie) เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ให้มุมมองที่น่าสนใจ ว่า ประเทศแคนาดาให้การสนับสนุนเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน และที่ให้ความสำคัญมาก คือ “กลุ่มนักปกป้องสิทธิ” ซึ่งรัฐบาลควรหันมาสนใจคนกลุ่มนี้ให้มาก เพราะพวกเขาทำไปเพื่อส่วนรวมไม่ใช่เพื่อคนคนเดียว

“แคนาดาให้ความสำคัญกับกลุ่มชาติพันธุ์ หรือชนเผ่าพื้นเมือง ในการปกป้องสิทธิของตนเอง เพราะเป็นกลุ่มคนที่อยู่มาก่อนจะเกิดเป็นประเทศ จึงอยากเสนอให้ประเทศไทยเห็นความสำคัญของชนกลุ่มชาติพันธุ์ ในเรื่องความเท่าเทียมในสิทธิต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาหรือสาธารณสุข” ท่านทูตแคนาดา ฝากข้อคิดทิ้งท้าย

ข้อมูลจากองค์กร PROTECTION international ระบุว่า สถิติการร้องเรียนในช่วงเวลา 35 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการ “บังคับสูญหาย” 90 กรณี และกว่า 81 กรณียังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งการจัดนิทรรศการครั้งนี้เป็นการรวบรวมภาพถ่ายบอกเล่าเรื่องราวของ “37 นักสู้เพื่อสิทธิ” ที่ถูกลอบสังหารหรือถูกบังคับให้หายสาบสูญ หวัง “กระตุ้น” ให้สังคมไทย “ไม่ลืม” และย้ำเตือนว่าถึงวันนี้สิ่งที่ยังดำรงอยู่ คือ…

ภาพสะท้อนของความโหดร้าย!!!

วิวาห์หวานเดือนแห่งความรัก ฌานา วัชราภัย คริสเตียน โซเมอร์ฮอลเดอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255499

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ ระหว่าง ฌานา วัชราภัย กับ คริสเตียน โซเมอร์ฮอลเดอร์ ท่ามกลางความสุขของ
คุณพ่อ-คุณแม่ฝ่ายหญิง ธีรพจน์-วริฏฐา วัชราภัย และคุณพ่อ-คุณแม่ฝ่ายชาย รูดอล์ฟ-โอลก้า โซเมอร์ฮอลเดอร์

ถือฤกษ์งามยามดีเดือนแห่งความรักเข้าพิธีมงคลสมรส ระหว่าง เจ้าสาว-ฌานา วัชราภัย บุตรี ธีรพจน์-วริฏฐา วัชราภัย กับ เจ้าบ่าว-คริสเตียน โซเมอร์ฮอลเดอร์ บุตร รูดอล์ฟ-โอลก้า โซเมอร์ฮอลเดอร์ ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นไทย ท่ามกลางแขกผู้ใหญ่ที่เคารพรัก เครือญาติสนิท รวมถึงเพื่อนๆ อาทิ คุณย่ามณี วัชราภัย, ท่านผู้หญิงกุณฑี ไกรฤกษ์, ท่านผู้หญิงถวิกา สารสิน, จรัสศรี-วีรวุฒ วัชราภัย เข้าร่วมยินดีปรีดาอย่างอบอุ่น ณ ร้านอาหารตะลิงปลิง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560

โดยช่วงเช้ามีพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ และขบวนขันหมากฝ่ายชาย พร้อมสินสอดทองหมั้นสู่ขอฝ่ายหญิง ซึ่งเจ้าสาวอยู่ในชุดไทยสีเทาสง่างามควงคู่เจ้าบ่าวเข้าสู่พิธีรดน้ำสังข์ มีคุณพ่อ-คุณแม่ทั้งสองฝ่ายเจิมแป้ง สวมสายมงคล และพวงมาลัยให้บ่าว-สาว อีกทั้งเครือญาติผู้ใหญ่ร่วมอำนวยพรอย่างอบอุ่น จากนั้นช่วงบ่ายร่วมกันรับทานอาหารภายในร้านอาหารไทยแท้ “ตะลิงปลิง” ของคุณป้าฝ่ายหญิง ทิพย์มณี จรรยาวงษ์ เป็นสูตรต้นตำหรับดั้งเดิมของ ประยูร จรรยาวงษ์ คุณพ่อของ ศุขเล็ก จรรยาวงษ์ (สามีคุณทิพย์มณี) โดยภายในร้านตกแต่งจากบ้านเดิม ที่เก่าแก่อายุร่วม 60 ปี ของคุณปู่-คุณย่าเจ้าสาว ประพจน์-มณี วัชราภัย ที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้อย่างสวยงาม งานนี้ยังได้รังสรรค์อาหารไทยที่ตกแต่งจานอย่างสวยงามประณีต ด้วยงานแกะสลักผักที่ดูน่ารับทาน มี กุ้งนาง น้ำมะขาม, แกงเขียวหวานเนื้อพริกขี้หนู-โรตี, เนื้อปลากะพงชมสวนสมุนไพร,น้ำพริกลงเรือ รวมถึงขนมไทยๆ ที่มีความหมายดี อาทิ ฝอยทอง ให้คู่บ่าว-สาวครองรักกันยาวนาน, ขนมชั้นกะทิสด ให้ครองรักด้วยความสุข, ข้าวเหนียวมะม่วง ให้รักกันเหนียวแน่น เสิร์ฟในรูปแบบดอกกุหลาบสวยงาม และยังมีอาหารอีกหลากหลายเมนูไว้ต้อนรับแขกเหรื่ออย่างเต็มที่


ท่านผู้หญิงกุณฑี ไกรฤกษ์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ประกาศ-คุณหญิงผะอบทิพย ศาตะมาน, เตียบ-กุลฑล สุจริตกุล ร่วมแสดงความยินดี

ทั้งนี้เจ้าสาว เผยเรื่องราวความรักว่าคบหาดูใจกันมา 4 ปี ด้วยความรัก ความเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกันทำให้ทั้งคู่มีวันดีๆ ที่แสนพิเศษและลงเอยใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในที่สุด


เจ้าสาว ฌานา วัชราภัย ต้อนรับแขกผู้ใหญ่ ท่านผู้หญิงกุณฑี ไกรฤกษ์, ท่านผู้หญิงถวิกา สารสิน และ นิตย์ศรี ไวทยานุวัตติ


คุณย่ามณี วัชราภัย เป็นปลื้มกับ หลานสาวคนสวย


กระมล ตีรณสาร ร่วมยินดีกับ คุณพ่อฝ่ายหญิง ธีรพจน์ วัชราภัย


นิรมล ชยุตสาหกิจ, ผาณิต พูนศิริวงศ์,ดร.สุพงศ์ ชยุตสาหกิจ


ร.อ.สุวิพันธุ์-ชรอยบุญ ดิษยมณฑล และ จันทรา บูรณฤกษ์


คุณแม่ฝ่ายหญิง วริฏฐา วัชราภัย ต้อนรับ ชัยกรณ์-วราภรณ์ อุ่นปิติพงษา, สุทธิรักษ์-กุลณี อิศดิศัย, สุภลักษณ์ เสนมา และ รศ.ดร.อดิทธิ์ เชี่ยวสกุล

คุณพ่อฝ่ายหญิง ธีรพจน์ วัชราภัย สังสรรค์กับผู้มาร่วมยินดี สุตทยา วัชราภัย, ชัยกมล-กระมล ตีรณสาร, เผด็จ-นิรมล สวัสดิบุตร, จรัสศรี-วีรวุฒ วัชราภัย


แอ๋ว พัฒน์พงศ์พานิช ร่วมยินดีกับบ่าว-สาว


เพื่อนๆ คุณพ่อคุณแม่ฝ่ายหญิง ผาณิต พูนศิริวงศ์, ปารีณา บุศยศิริ, เชิญพร ธรรมวิทย์,จุฑาภรณ์
ล่ำซำ, ผุสดี มันตาภรณ์, ศรีวรรณ ติรณสวัสดิ์, นิรัชฎา พงษ์โสภณ และ นันทนา เชวงศักดิ์สงคราม


ปรางทิพย์ บุศยศิริ, หม่อมพรรณี บริพัตร, ศรีวรรณ ติรณสวัสดิ์, นิสา วิกิตเศรษฐ, โฉมศรี ประเสริฐสุข

นพ.คณิต มันตาภรณ์, ภูมิชาย-จุฑาภรณ์ ล่ำซำ,ผุสดี มันตาภรณ์, ศรีวรรณติรณสวัสดิ์, เลิศชาย พงษ์โสภณ และ อภิโชติ เชวงศักดิ์สงคราม

ภาณี กำภู,ปรางค์ทิพย์-พล.ร.ต.สุกฤช-ทรงพล-ปราการ บุศยศิริ และเครือญาติสนิท

ผศ.ทิพรดา วิเศษสุรการ, นฤมล-เกษม อาคเนย์สุวรณ

กิตติ พัฒนพงศ์พิบูล,พญ.ประไพ บุรี, วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล

ภูมิชาย-จุฑาภรณ์ ล่ำซำ และ พงศกร ล่ำซำ

พรทิพย์ วีรพร , นิภานันท์ ชูพจน์เจริญ, จุฑาภรณ์ ล่ำซำ และ พัชรินทร์ พูนศิริวงศ์ ถ่ายรูปกับเจ้าบ่าว

แขกผู้ใหญ่ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีหมั้น อาทิ สมภพ ไกรฤกษ์, ร.อ.สุวิพันธุ์-ชรอยบุญ ดิษยมณฑล, จันทรา บูรณฤกษ์ และแขกผู้ใหญ่ที่เคารพรัก


ญาติๆ คุณพ่อฝ่ายหญิง นำโดย คุณย่ามณี วัชราภัย


ถิรโรจน์ เหลืองจริยากุล, ทิวพล ปาลกะวงศ์ฯ,ศุภชัย สุนทรผดุงสิน, ชาญณรงค์ บุญธัญญาลักษณ์

เครือญาติฝ่ายหญิง นำโดย คุณป้า ทิพย์มณี จรรยาวงษ์, สิรินภา วัชราภัย, นิภาทร กมลนาวิน, จิรภา
พุกกะณะสุต, ดารณี เดชะไกศยะ, นิทิต พุกกะณะสุต, นพวรรณ ไกรฤกษ์, ชญาดา ล่ำซำ


เพื่อนๆ บ่าว-สาว จากสิงคโปร์-อังกฤษ และไทย

 

พบกับสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 88 งาน Royal Project Strawberry Festival 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255506

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์, รณิดา รตนชัยโชค, ร้อยตำรวจโท พงศกร ขวัญเมือง

เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ตลอดจนสนับสนุนอาชีพเกษตรกรชาวเขา มูลนิธิโครงการหลวง จัดงาน “Royal Project Strawberry Festival 2017 @ Central Plaza Changwattana จำหน่าย ผักและผลไม้สด ดอกไม้ ผลิตภัณฑ์ดอยคำและดอยตุง ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พบกับสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 88 พร้อมเปิดประสบการณ์กว่า 21 เมนูสตรอเบอร์รี่ที่รังสรรค์ขึ้นใหม่เพื่องานนี้เท่านั้น ในวันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ลานกิจกรรมชั้น 1

สตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 88เป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์พระราชทาน 80 กับพันธุ์พระราชทาน 60 วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์โดยมูลนิธิโครงการหลวง มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 ลักษณะเด่นของสายพันธุ์นี้คือ ลักษณะของผลจะคล้ายกับรูปหัวใจ ผิวสวย ไม่มีขนติดผิวผล สีส้มแดงถึงแดงสด เนื้อละเอียดแน่นสีแดงสลับขาว มีกลิ่นที่หอมโดดเด่นกว่าทุกสายพันธุ์และรสชาติหวานกว่าสายพันธุ์อื่น


อนุชา พัฒนาศิริรักษ์ เชฟจากดอยคำ และ สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู๊ดสไตลิสต์ชื่อดัง

ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดมูลนิธิโครงการหลวง เล่าถึงที่มาของสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทานว่า มูลนิธิโครงการหลวงหาพันธุ์สตรอเบอร์รี่มาทดลองปลูกครั้งแรกในปี พ.ศ.2515 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพันธุ์สตรอเบอร์รี่จากประเทศสหรัฐอเมริกามาให้ทดลองปลูกครั้งแรก รวมถึงสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทานอื่นๆ พร้อมกับการส่งเสริมแนะนำให้ชาวบ้านปลูกเพื่อลดพื้นที่ปลูกฝิ่นขณะนั้น โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพันธุ์สตรอเบอร์รี่ให้ชาวบ้านปลูกด้วยพระองค์เองจึงเป็นที่มาของการเรียกขานว่า “สตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน”และได้พัฒนาสายพันธุ์มาเรื่อยๆ จนถึงล่าสุด “พันธุ์พระราชทาน 88” จึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านมาลองชิมสายพันธุ์ล่าสุดนี้

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รังสรรค์ 21 เมนูสตรอเบอร์รี่ เพื่องานนี้เท่านั้น อาทิ Valentine’s Heart Brownies, Homemade Strawberry Daifuku, Fresh Strawberry ice cream , Natural Strawberry Yogurt, Spring roll with Strawberry ,Sweet and spicy fruit salad, Valentine’s Strawberry Heart Pancakes จากมูลนิธิโครงการหลวง Strawberry Iced Shaken จากดอยคำ เป็นต้น

ชมนิทรรศการประวัติความเป็นมาของสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 88 โซนแสดงสินค้าผักสด ผลไม้สดจากมูลนิธิโครงการหลวง โซนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากดอยคำ ผลิตภัณฑ์กาแฟและสินค้าอื่นๆ จากดอยตุง ตลอดจนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสตรอเบอร์รี่นานาชนิด พร้อมสัมผัสการจำลองไร่สตรอเบอร์รี่และทุ่งดอกไม้ต้อนรับเทศกาลวันวาเลนไทน์ภายในงาน

สำหรับเซเลบฯ ที่มาร่วมงาน หมวดเอิร์ท- ร้อยตำรวจโทพงศกร ขวัญเมือง ลูกชายคนเล็กของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
เล่าว่า โดยส่วนตัวชอบรับประทานสตรอเบอร์รี่สดอยู่แล้ว และยิ่งเป็นของโครงการหลวงจึงมั่นใจในคุณภาพที่ปลอดสารพิษ และรสชาติหวานอร่อย เพราะไปซื้อทุกปี สำหรับวาเลนไทน์ปีนี้ผมจะชวนคุณแม่ไปซื้อแน่นอนเพราะบ้านอยู่ใกล้เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ นอกจากนี้ยังเลือกช็อปสินค้าอื่นๆ ของโครงการหลวง ดอยคำ และดอยตุง ที่จะนำมาจัดจำหน่ายในงานนี้อีกด้วย

แพร-พัณณิตา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เล่าว่า เป็นคนชอบทานขนมหวานโดยเฉพาะมีส่วนผสมจากสตรอเบอร์รี่ ทำให้เข้ากันมาก งานนี้จะชวนเพื่อนๆแก๊งชอบทานขนมหวานและสตรอเบอร์รี่เลิฟเว่อร์ ไปช็อป ชม ชิลล์ ที่งานนี้แน่นอนค่ะ

ส่วน ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะฟู๊ดสไตลิสต์ชื่อดัง การันตี 21 เมนูเก๋ๆ ที่สร้างสรรค์จากสตรอเบอร์รี่ หาทานได้ที่งานนี้เท่านั้น ทั้งเมนูของหวาน ของคาว และเครื่องดื่ม พร้อมออกบูธให้เลือกช็อปเลือกชิมอย่างจุใจ พร้อมเมนูหวานหอมต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ Chocolate Dipped Strawberry Pops ที่ทำเฉพาะงานนี้เท่านั้น

พบกับงานดังกล่าวนี้ได้ตั้งแต่วันที่9-15 กุมภาพันธ์ 2560 ณ บริเวณลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาแจ้งวัฒนะ

 

สุดทึ่งเทคโนโลยี Single Port Platform ผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช แบบไร้รอยแผล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255489

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในโอกาสครบรอบ 30 ปี โรงพยาบาลพญาไท 2 ที่ประกาศเดินหน้าพัฒนาโรงพยาบาลเพื่อก้าวสู่การเป็น Phyathai 2 Center of Excellence ชูจุดเด่นเป็นศูนย์แพทย์ครบวงจร ทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการรักษา พร้อมเดินหน้าแคมเปญตอบแทนสังคมในโอกาสครบรอบ 30 ปี รณรงค์ให้คนไทยดูแลสุขภาพเพื่อสร้างสังคมสุขภาพดี โดยมีเป้าหมายระยะยาวคือ ไม่อยากให้ใครป่วยมาโรงพยาบาล ซึ่งเกิดจากการน้อมนำพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ว่า “ทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือพลเมืองนั่นเอง” ยึดเป็นแนวปฏิบัติในการให้บริการและช่วยเหลือสังคมให้มีสุขภาพดี

ในงาน นายแพทย์กิตติ ตู้จินดา สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดผ่านกล้องโรงพยาบาลพญาไท 2 อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งนับเป็นแพทย์ไทยเพียงคนเดียวที่ได้นำเสนอความก้าวหน้าในการผ่าตัดมดลูกโดยไม่มีแผล ร่วมด้วยการผ่าตัดไส้ติ่งผ่านช่องคลอด ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในเอเชีย มาโชว์นวัตกรรมการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช แบบไร้รอยแผล “Single Port Platform” นั้น ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า เพื่อเป็นการพัฒนาวงการแพทย์ไทยให้ก้าวหน้าทัดเทียมนานาชาติยิ่งขึ้น ตนได้ออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ Single Port Platform ขึ้นมาใหม่ใช้ชื่อว่า Kitti Port และร่วมกับบริษัทผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ในประเทศญี่ปุ่น ดำเนินการผลิตอุปกรณ์ชนิดนี้ขึ้นมาเป็นมาตรฐานสากล ทำให้การผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียวง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ซึ่งจากการใช้เทคนิคพิเศษนี้ผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชให้แก่ผู้ป่วยมากว่า 80 ราย พบว่า เกิน 90% ของการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชสามารถใช้ Single Port Platform ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“โดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชจะมีแผลประมาณ 3-4 แผล ได้แก่ แผลที่สะดือขนาด 0.5-1.2 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของเลนส์ที่ใช้ผ่าตัด นอกจากนี้ ก็จะมีแผลบริเวณท้องน้อยอีก 2-3 แผล แต่การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเดียวแนวใหม่จะมีแผลเฉพาะที่สะดือเพียงแผลเดียวขนาดประมาณ 1.2 -1.5 เซนติเมตรเท่านั้น การผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียวเป็นเทคนิคทางการแพทย์ เริ่มประมาณ10-15 ปีแล้ว แต่ไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากทำได้ยากและหลายกรณีทำไม่ได้และแผลมีขนาดใหญ่ประมาณ 2.5-4 เซนติเมตร รวมถึงแพทย์ต้องมีเทคนิคเฉพาะตัวและมีเครื่องมือที่เหมาะสมจึงจะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ทั้งนี้ ในกรณีที่คนไข้มีเนื้องอกมดลูกและไม่ต้องการเก็บมดลูกไว้แล้ว ส่วนใหญ่มากกว่า 90% สามารถผ่าตัดมดลูกออกทางช่องคลอดได้โดยไม่มีแผลเลย แต่ถ้าคนไข้ยังต้องการเก็บมดลูกไว้ ก็สามารถใช้การผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียวได้ นอกจากนี้ การผ่าตัดส่องกล้องแผลเดียวยังสามารถใช้กับการผ่าตัดทางนรีเวชอื่นๆ เช่น ผ่าตัดซีสต์รังไข่ เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ ผ่าตัดเลาะพังผืดรอบมดลูกหรือรังไข่ ผ่าตัดตัดท่อนำไข่ หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดไส้ติ่ง ซึ่งข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องแบบไร้รอยแผลนี้ จะช่วยทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บน้อย เพราะมีแผลเดียวลง เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดส่องกล้องแบบหลายแผล และแผลที่เกิดขึ้นจะอยู่ในสะดือเพียงแผลเดียว ประมาณห้าสัปดาห์หลังผ่าตัดแผลจะหายสนิทและแทบมองไม่เห็นรอยแผล ทำให้ร่างกายของคนไข้มีความสวยงามมากกว่า

อย่างไรก็ดี สำหรับข้อกำจัดของการผ่าตัดส่องกล้องแบบไร้รอยแผล นายแพทย์กิตติ กล่าวว่า ในกรณีที่เป็นเคสยาก เช่น เนื้องอกมีขนาดใหญ่มากเกิน 8 เซนติเมตรขึ้นไป คนไข้เคยผ่านการผ่าตัดมาหลายครั้ง หรือมีพังผืดเยอะมาก ข้อจำกัดเหล่านี้อาจทำให้ไม่สามารถทำการผ่าตัดส่องกล้องได้ทั้งแบบแผลเดียวและหลายแผล ซึ่งเคสประเภทนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ประมาณ 5-10% หากพบกรณีนี้แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดโดยการเปิดหน้าท้องหรือรักษาด้วยวิธีอื่นตามความเหมาะสม

“เมื่อหกเดือนที่แล้วมีผู้ป่วยรายหนึ่งเป็นเนื้องอกมดลูกขนาดประมาณ 6 ซม.แต่ผู้ป่วยยังต้องการมีบุตรอยู่ ซึ่งหลังจากผ่าตัดด้วย Single Port Platform ไปประมาณ 3-4 เดือน ผลการรักษาเป็นไปด้วยดีสามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ ในทางนรีเวชเนื้องอกมดลูกถือเป็นโรคที่พบบ่อยมาก อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกาพบสถิติว่าผู้หญิงมีโอกาสเป็นเนื้องอกมดลูกมากถึง 70% ส่วนในประเทศไทยผมคิดว่าน่าจะอยู่ที่ราว 40% แต่ในจำนวนผู้หญิงที่เป็นเนื้องอกมดลูกทั้งหมด มีประมาณ 20-25% เท่านั้นที่ต้องได้รับการรักษาเพราะมีอาการบ่งชี้ เช่น เลือดออกมาก ปวดท้อง ปัสสาวะบ่อย หรือถ้าต้องการมีบุตรก็ควรเอาเนื้องอกออกก่อน แต่ส่วนใหญ่ถ้าเนื้องอกมีขนาดเล็กไม่มีอาการเจ็บป่วยอะไร กรณีแบบนี้แค่มาติดตามตรวจดูอาการปีละครั้งก็พอ และเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนเนื้องอกจะหายไปเอง”

อนึ่ง นายแพทย์กิตติ ตู้จินดา สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดผ่านกล้องโรงพยาบาลพญาไท 2 อินเตอร์เนชั่นแนล มีความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช (Laparoscopic Gynaecologic Surgery) มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษานานกว่า 7 ปี ศึกษาต่อเนื่องด้านการใช้กล้องตรวจรักษาทางนรีเวชที่ โรงพยาบาลศิริราช ผ่านการเทรนนิ่งต่อเนื่องด้านการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชในสาขา Gynecologic Laparoscopic Surgery กับสถาบัน Justus-Liebig ที่เยอรมนี เป็น 1 ใน 5 แพทย์ในประเทศไทยที่ใช้เทคนิคการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชแบบแผลเดียว (single-port Laparoscopic Surgery) ใช้เทคนิคการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกผ่านทางช่องคลอด (Vaginal hysterectomy for non-descent and enlarged uterus) โดยไม่มีแผลได้เป็นผลสำเร็จ

นอกจากนี้ ยังเป็นแพทย์ไทยเพียงคนเดียวที่ได้นำเสนอความก้าวหน้าในการผ่าตัดมดลูกโดยไม่มีแผลร่วมด้วยการผ่าตัดไส้ติ่งผ่านช่องคลอดประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในเอเชีย เมื่อปี 2013 ในที่ประชุมนานาชาติ APAGE 2013 Korea Scientific Program ของสมาคมหมอผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชของเอเชียแปซิฟิก

พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเปิดงาน ‘ล้างมือสร้างสุข…สุข (อนามัย) สร้างโลก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255502

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัจจุบันเชื้อโรคมีการพัฒนาเร็วมาก ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง และโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา การล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกวิธีเป็นประจำ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดี และเป็นวิธีการง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเอง ช่วยลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ลดอัตราการติดเชื้อจากโรคต่างๆ โดยมีรายงานยืนยันว่า การล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกวิธีเป็นประจำ สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากกว่าการฉีดวัคซีน หรือการใช้ยารักษา ช่วยลดอัตราการตายจากโรคท้องร่วงได้ร้อยละ 50ลดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจร้อยละ 25การล้างมืออย่างถูกวิธี ยังช่วยลดการติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 90

เพื่อกระตุ้นเตือนให้เห็นความสำคัญและสร้างเสริมให้เกิดสุขอนามัยที่ดี ด้วยการล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกวิธีเป็นประจำ ช่วยป้องกันโรค บริษัท คอลเกต ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพรเทคส์ ร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกสมาคมศิษย์เก่าพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ และบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลจำกัด จัดงาน “ล้างมือสร้างสุข…สุข (อนามัย) สร้างโลก” ขึ้น โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานทรงเปิดงาน โดยมีนายฌอง มาร์ค เลบรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด ดร.อัมพร จันทรวิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขรศ.พญ.วนัทปรียา พงษ์สามารถ กรรมการสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย พลตรีหญิงเบญจมาศ บุญรับพายัพ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก และคณะกรรมการจัดงาน เฝ้ารับเสด็จ ณ ลานอีเดน 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้

ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุได้ทรงตัดแถบแพรเปิดงาน “ล้างมือสร้างสุข…สุข (อนามัย) สร้างโลก” และทรงร่วมล้างพระหัตถ์ รวมทั้งประทานโล่แก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน นอกจากนี้ ได้ทอดพระเนตรนิทรรศการและการสาธิตแนะนำวิธีการล้างมือด้วยสบู่ 7 ขั้นตอนที่ถูกวิธี พร้อมทดสอบการล้างมือ และสาธิตการตรวจสอบเชื้อแบคทีเรียที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น โดยภายในงานได้จำลองสถานที่ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ได้แก่ โรงเรียน ห้องสมุด และสถานีรถสาธารณะ เป็นต้น รวมทั้งทอดพระเนตรงานศิลปะสร้างสรรค์จากมือที่ชนะเลิศการประกวดวาดภาพ “มือสร้างศิลป์กับโพรเทคส์ ครั้งที่ 2 เพื่อให้เยาวชนคนไทยได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ปลูกฝังการสร้างสุขนิสัยที่ดี ให้เกิดการล้างมืออย่างถูกวิธีจนเป็นนิสัย ด้วยการรณรงค์ล้างมือ “7-20-7” คือล้างมืออย่างถูกวิธี 7 ขั้นตอน ใช้เวลาประมาณ 20 วินาทีก่อน-หลังการทำกิจกรรมหลัก 7 อย่าง ได้แก่1) ก่อนและหลังการเตรียมอาหาร 2) ก่อนและหลังรับประทานอาหาร 3) ก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย 4) ก่อนและหลังทำกิจกรรมต่างๆ ที่ใช้มือแล้วเอามือเข้าปาก หรือขยี้ตา ขยี้จมูก ไอ จาม 5) หลังเข้าห้องน้ำ 6) หลังเล่นกับสัตว์เลี้ยง 7) หลังเปลี่ยน
ผ้าอ้อมเด็กหรือผู้ใหญ่

ในโอกาสนี้ นายดีน เคร็ก แพ็ตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เข้าเฝ้าถวายเงินเพื่อสมทบกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งที่ยากไร้ทั่วประเทศอีกด้วย

 

คุณแหน : 7 กุมภาพันธ์ 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255504

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll งานพุทธาภิเษกพระกริ่งอุบาเก็ง 12 นักษัตร ณ ลานศักดิ์สิทธิ์ วัดสุทัศน์เทพวราราม โดยมี ธนพงศ์ สว่างแสง เป็นผู้ดำเนินการ ผ่านพ้นไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบและเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของวงการอนุรักษ์พระเครื่องและพระบูชา ในด้านเถระชั้นผู้ใหญ่ สมเด็จพระมหาสังฆราช (เทพ วงศ์) ราชอาณาจักรกัมพูชาเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี พร้อมสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายไทย…ส่วนวีไอพีผู้มาร่วมพิธีมี ทัศพล แบเลเว็ลด์ เป็นประธานจุดเทียนพระฤกษ์ ร่วมด้วย พล.อ.ระพีศักดิ์ ธนะพัฒน์, โอฬาร อัศวฤทธิกุล, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ, พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์, ธงชัย ลิ้มทองสุทธิคุณ และ สมปาน จิรวัฒนากาล เป็นอาทิ…

ll ฉายา “อินทรีอีสาน” ของอดีต ผบ.ตร. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ไม่ได้มาง่ายๆ เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งสมัยอยู่อีสาน บุกเดี่ยวเข้าจับกุมคนร้ายและล้มล้างขบวนการมาเฟียท้องถิ่นเขากล้าทำมาทั้งสิ้น ยามนี้เกษียณราชการแล้วทำตัวสบายๆ หาความสุขตามอัตภาพแต่ก็ยังคงความเป็น MACHO-MAN ขนานแท้ของประชา สะสมตั้งแต่เครื่องบินส่วนตัว, เรือยอชต์, มอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์ และรถยนต์คลาสสิก … วันก่อนขับรถ VOLKSWAGEN คลาสสิกปี 1953 เครื่องโมดิฟาย 1,700 ซีซี 4 วีลดิกส์เบรก สเปเชียลแชสซีโลว์โปรไฟล์เพื่อไปประชุม กลางทางเจอวัยรุ่นขับเบนซ์สปอร์ตเห็นรถเก่าเข้ามาทำตีคู่ ท่านผบ.เลยตบเกียร์ 3-4 แผดเสียงแซงขาดไปเลย…

ll คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา เป็นประธานเปิดหลุยส์ แทเวิร์น บูทีค โฮเต็ล ของดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป ณ หลุยส์ แทเวิร์น บูทีค โฮเต็ล วิภาวดีรังสิต 64 วันอังคารที่ 7 ก.พ.เวลา 10.09 น. …

ll แฟนคลับต้อนรับ ผุสดี โสรัต จัดรายการ Yesterday’s Music ที่คลื่น FM 93.5 ใช้ชื่อรายการเหมือนกับที่ เชาวลิต ศรีนาวา เคยจัดทำมาก่อน พร้อมรำลึกถึง ศักดิ์ชาย วงศ์เมืองเดิมสามีผู้ล่วงลับด้วย โดยจัดทุกวันอาทิตย์ เริ่มวันที่ 5 ก.พ.เวลา 14.00-19.00 น. ปรากฏว่า FC รับฟังกันอย่างคับคั่ง…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ เชนิสา โพธิ์บุญ สูญเสียคุณพ่อทวี นพรัตน์ สวดพระอภิธรรมศาลาพิสิฏฐ์กุล วัดชลประทานฯ ปากเกร็ด วันที่ 5-9 ก.พ.พระราชทานเพลิงวันที่ 12 ก.พ.เวลา 15.00 น. …

ll พล.ร.ต.กฤษฏิ์กมล กีรติบุตร เข้าร่วมในโครงการอุปสมบทหมู่ 134 รูปที่พุทธคยา อินเดีย เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยมี มาดามธนษร ตามไปดูแลห่างๆ ด้วย…

ll รศ.อรุณีประภา หอมเศรษฐี ใช้เวลาว่างวันหยุดไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว…

ll ครบรอบแต่งงาน 44 ปี พล.ร.ต.มนตรี วิจิตรยุทธศาสตร์ กับ ฤดีสวาท ภรรยามีงานฉลองพร้อมลูกหลานชื่นมื่นกันไปแล้ว ตอนโพสภาพ ทำท่าซารังเฮโยน่ารักอินเทรนด์เกาหลีอีกต่างหาก…

ll งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา ร้านอาหาร “บ้านบุศรินทร์” อาคารพญาไทเพลส ของ แอน ภักดีกุล อยู่มายาวนานถึง 42 ปี บัดนี้ปิดกิจการแล้ว โดยเชิญเพื่อนๆ มาแตร์เดอีมาร่วมรับประทานเลี้ยง ก่อนประกาศพักถาวรเป็นที่เรียบร้อย !!…ll

บารอนเนส

คู่รักนักเดินทาง ‘แดน-มัดมุก’ เผยไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวแบบคุ้มค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255501

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แดน เหตระกูล และ มัดมุก-แพรดาว พานิชสมัย เผยไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวแบบคุ้มค่า

คู่รักนักเดินทาง แดน เหตระกูล และ มัดมุก-แพรดาว พานิชสมัย เผยไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวต้องคุ้มค่า นั่นคือ การพ่วงทริปท่องเที่ยวและการเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตในเวลาเดียวกัน พร้อมมีบัตรเครดิตที่มีสิทธิประโยชน์พิเศษเป็นตัวช่วยให้การเดินทางคุ้มค่ายิ่งขึ้น

ซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ร่วมกับ พันธมิตร มาสเตอร์การ์ดและบริษัท และการบินไทย จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวเปิดตัวบัตรเครดิตใหม่ ซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส ซีเล็คท์ มาสเตอร์การ์ด (Citi Royal Orchid Plus Select Mastercard) บัตรเครดิตเพื่อการเดินทางใบแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย จากเวิลด์ มาสเตอร์การ์ด (World Mastercard) รวมทั้งการสะสมไมล์ที่เร็วกว่าใคร พร้อมภูมิใจนำเสนอแคมเปญ Top Spender (ท็อป สเปนเดอร์) เพื่อรับสิทธิ์ชม “ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2016/2017 (UEFA Champions League 2016/2017)” ติดขอบสนามกับแคมเปญสุดเร้าใจสำหรับนักเดินทางทุกไลฟ์สไตล์

งานแนะนำบัตรเครดิตใบล่าสุด จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ Study Room (สตั๊ดดี้ รูม) โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย มาสเตอร์การ์ด และการบินไทย นอกจากนี้ ยังมีเซเลบริตี้และคนดังในวงการฟุตบอลไทยมาร่วมงานด้วย ได้แก่ คู่รักนักเดินทาง แดน เหตระกูล และ มัดมุก-แพรดาว พานิชสมัย และคู่หูนักฟุตบอลดาวดังจากทีมชาติไทย เอ็ม-สุทธินันท์ พุกหอม ตำแหน่งกองหลัง และ บาส-ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ ตำแหน่งผู้รักษาประตู

คู่รักนักเดินทาง แดน เหตระกูล นักธุรกิจที่มีธุรกิจหลากหลายวงการ รวมถึงธุรกิจผลิตไวน์จากไร่ที่ฝรั่งเศส ซึ่งสืบทอดมาจากคุณพ่อ (ประชา เหตระกูล) ทำให้นอกจากจะเป็นนักเดินทางเพื่อธุรกิจแล้ว ในการเดินทางของเขายังต้องคุ้มค่า นั่นคือการพ่วงทริปท่องเที่ยวและการเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตในเวลาเดียวกัน “ส่วนใหญ่จะเป็นการไปทำงานบวกกับไปเที่ยว ผมเดินทางค่อนข้างบ่อยครับ เพราะมีกิจการไร่ไวน์อยู่ที่ฝรั่งเศส บางทีจึงต้องเดินทางกะทันหันค่อนข้างบ่อย การมีบัตรเครดิตก็ช่วยได้มาก สะดวกสบายไม่ต้องแลกเงิน หรือถือเงินสดจำนวนมากๆ การจองตั๋วเครื่องบิน ที่พักต่างๆ ก็สะดวกสบายครับ มีทริปหนึ่งที่ผมประทับใจมากคือ ที่นิวยอร์กครับ ตอนนั้นผมไปทำงาน ระหว่างนั้นผมก็เรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นั่นไปด้วย ผมเลยประทับใจมากครับ เพราะคุณพ่อผมเคยสอนว่า ไม่ว่าจะทำอะไร ไปไหนเราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนครับ”

แดน ยังแนะเคล็ดลับการเป็น 1 ใน 4 Top Spender เพื่อรับบัตรชมการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2016/2017 ในแบบของเขามาด้วยว่า “ผมก็อาจจะให้ทีมขายของผมใช้บัตรเครดิตนี้โดยออกบัตรเสริมให้ 4 ใบ แล้วก็ช่วยกันทำยอดให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ในการทำงานผมจะให้ลูกน้องทำงานและดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดอยู่แล้ว แล้วผมก็จะตอบแทนกลับไปสู่พวกเขาให้ดีที่สุดด้วยเช่นกันครับ”

ฟากสาวสวย มัดมุก-แพรดาว พานิชสมัยกล่าวว่า “มัดมุกชอบอ่านหนังสือท่องเที่ยว เป็นการเตรียมตัวก่อนการเดินทาง เพราะเราชอบหาร้านอร่อยๆ ในต่างประเทศเพื่อไปทานกับครอบครัว การจองร้านอาหารดังๆ จะค่อนข้างยากสักหน่อย เลยได้มีโอกาสใช้บริการเลขาฯส่วนตัวของซิตี้แบงก์ในการช่วยจองให้ ประทับใจมาก อีกอย่างคือการแลกไมล์ที่สะดวกสบายมาก ได้ไมล์ง่ายๆจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเรา แลกไปเที่ยวพักผ่อนได้อีก”

ทั้งนี้ สมัครเป็นสมาชิกบัตรซิตี้รอยัลออร์คิด พลัส ซีเล็คท์ มาสเตอร์การ์ดวันนี้และลุ้นรับรางวัลทริปไปชม“ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2016/2017” ผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด 4 คนในช่วง 20 ธันวาคม 2559-15 มีนาคม 2560 จะได้รับสิทธิ์ร่วมทริปไปชม “ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก2016/2017”รอบรองชนะเลิศ (Semi Final)สำหรับ 2 คน ในเดือนพฤษภาคม มูลค่า 980,000 บาท และทริปไปชม “ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2016/2017” รอบก่อนรองชนะเลิศ (QuarterFinal) สำหรับ 2 คน ในเดือนเมษายน มูลค่า 820,000 บาท แคมเปญนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 15 มีนาคม 2560 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-0811111 http://www.citibank.co.th Facebook :Citi Thailand และ Line : Citi Thailand

คอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มแห่งปี ‘ศรีไศล สุชาตวุฒิ’ รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิทันตนวัตกรรมฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255500

วันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กับแขกรับเชิญในคอนเสิร์ต สิงโต นำโชค และ นพ พรชำนิ

กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ทิ้งช่วงไปนานหลายปี “ศรีไศล สุชาตวุฒิ”  ศิลปินในตำนานที่สร้างความทรงจำจากเพลงรักสุดแสนหวานสร้างความประทับใจให้กับแฟนเพลงในช่วงเวลาหลายทศวรรษ ด้วยน้ำเสียงที่แหบเสน่ห์แต่ยังคงความไพเราะหาใดเสมอเหมือนไม่เสื่อมคลาย และครั้งนี้แฟนเพลงของ “ศรีไศล”จะได้สัมผัสน้ำเสียงในตำนานจากศิลปินคุณภาพคนนี้อีกครั้ง ในอัลบั้มล่าสุด “ชีวิต…กับความรัก”

อัลบั้ม “ชีวิต…กับความรัก” ถือเป็นผลงานระดับ “มาสเตอร์พีซ” ชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งในชีวิตของ ศรีไศล เพราะเป็นการนำเพลงที่ได้รับความนิยมของเธอมาขับร้องใหม่ในสไตล์ดนตรีพ็อพ และแจ๊ส โดยมีการเรียบเรียงดนตรีให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น โดยมีคนเบื้องหลังคุณภาพอย่าง ปธัย วิจิตรเวชการ และ เจษฎาสุขทรามร (โอ๋ ดูบาดู) ร่วมโปรดิวเซอร์และเรียบเรียงดนตรี และนักดนตรีชั้นนำของเมืองไทยอีกมากมาย นอกจากนั้นยังมีเพลงยุคใหม่ที่ไม่เคยร้องบันทึกเสียงมาก่อนอีก 3 เพลง คือ “แด่คนเคยรัก”, “ไร้จันทร์” และ “ปราสาททราย” ทั้งยังมีเพลง “ตำรวจตระเวนชายแดน” อีกด้วย

ล่าสุด บี.กริมพาวเวอร์และ อาร์ทิเชี่ยนร่วมด้วย สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) จับมือจัด คอนเสิร์ต บี.กริมพาวเวอร์พรีเซนต์ “ชีวิต…กับความรัก” ศรีไศล สุชาตวุฒิ โดยครั้งนี้แฟนเพลงจะได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่อลังการมากมาย  ตั้งแต่โปรดักชั่นระดับโลกแสง สี เสียงตระการตาอลังการแปลกกว่าทุกครั้งโดยมี “จ๋อง”พงศ์นรินทร์ อุลิศ ฝีมือจัดเวทีคอนเสิร์ตระดับครูมาเป็นผู้กำกับเวทีและเเสงสี เสียงจาก แจ๊คซาวส์ในภาคดนตรีก็เจือกลิ่นของสแตนดาร์ดแจ๊สที่ทันสมัย


ศรีไศล สุชาตวุฒิ

ในภาคของแฟชั่นเป็นเครื่องแต่งกายที่แฟนเพลงรอชื่นชมจากฝีมือสร้างสรรค์ของไข่ บูติก เช่นทุกครั้งที่ยังคงยืนยันว่าเป็นที่สุดแห่งแฟชั่น  และที่พิเศษสุดคือการคัดสรรบทเพลงที่ใช้ในการแสดง พร้อมแขกรับเชิญที่จะมาร่วมสร้างความประทับใจยิ่งใหญ่ให้กับแฟนเพลง นั่นคือนพ พรชำนิ, สิงโต นำโชค และแอบมีแขกรับเชิญมีชื่อที่ขอเป็นเซอร์ไพรส์ไว้ก่อนอีก 2 คน

ศรีไศล สุชาตวุฒิ กล่าวว่า “ได้คิดและสร้างสรรค์ทุกอย่างเพื่อแฟนเพลงอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกเพลง บทเพลงดีๆที่ประทับใจแฟนเพลงมากมาย อาทิ เก็บรักรักข้ามขอบฟ้า ชั่วฟ้าดินสลาย ยังขอเสนอเพลงที่เธอร้องใหม่ในอัลบั้ม “ชีวิตกับความรัก” อีกหลายบทเพลงก็จะถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ ควบคุมวงโดยปธัย วิจิตรเวชการ และ โอ๋ ดูบาดู, เจษฎาสุขทรามร และคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นนี้เป็นคอนเสิร์ตการกุศลเช่นเคย โดยเงินรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รับรองว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้พิเศษสุดๆ และจะประทับใจแฟนๆ อย่างแน่นอนค่ะ”

พบกับคอนเสิร์ตที่จะเป็นการแสดงที่ไพเราะและประทับใจแฟนเพลงที่สุดแห่งปีบี.กริมพาวเวอร์พรีเซนต์ “ชีวิต…กับความรัก”โดย ศรีไศล สุชาตวุฒิ วันที่ 4 มีนาคม 2560เวลา 18.00 น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สำรองบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา โทร.02-2623456 หรือ http://www.thaiticketmajor.com