เลี่ยงโรคร้ายด้วยการ’นอน’ 5วิธีช่วยให้’หลับสนิท’มากยิ่งขึ้่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255475

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 16.16 น.

การนอนหลับให้เพียงพอ เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับร่างกาย เพราะในขณะที่คุณกำลังพักผ่อน ร่างกายจะเริ่มซ่อมแซมส่วนต่างๆ ตั้งแต่เซลล์ผิวที่เสียหายไปจนถึงการขับสารพิษที่สะสมอยู่ในสมอง ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ร่างกายก่อนที่จะเริ่มวันใหม่ แน่นอนว่าหากคุณนอนไม่พอจะส่งผลต่อสุขภาพของคุณในระยะสั้นและระยะยาว เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเสี่ยงป่วยเป็นโรคหัวใจ อาการอักเสบ ภาวะซึมเศร้า และระบบภูมิคุ้มกัน

ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ วันนี้เราจึงมี 5 ข้อที่คุณควรปฏิบัติก่อนนอน ช่วยให้หลับได้ง่ายมากยิ่งขึ้น มานำเสนอ

1. นั่งสมาธิ

จากการวิจัยในปี 2015 พบว่าการนั่งสมาธิวันละ 5-20 นาที จะช่วยให้คุณนอนหลับได้เร็วขึ้นกว่าวิธีอื่น การฝึกสมาธิจะช่วยลดความเครียดและทำให้จิตใจสงบนิ่ง ลองนั่งสมาธิก่อนนอนด้วยการเพ่งไปที่ลมหายใจเพื่อขจัดอารมณ์ต่างๆ ในจิตใจ หากจิตใจยังเตลิดก็เพ่งไปที่ลมหายใจใหม่และสังเกตความคิดโดยปราศจากการตัดสินใดๆ เพื่อไม่ให้สมองของคุณรู้สึกว่าถูกกระตุ้น

2. ใช้กลิ่นเข้าช่วย

รู้หรือไม่กลิ่นคือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้คุณนอนหลับได้สบายมากยิ่งขึ้น น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์จะช่วยให้จิตใจสงบและนอนหลับได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเชื่อว่ามีฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทในสมอง กลิ่นลาเวนเดอร์จะช่วยลดทั้งอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตซึ่งจะช่วยให้คุณนอนหลับได้เร็วขึ้น สำหรับตอนเช้าหากคุณเป็นคอกาแฟกลิ่นกาแฟหอมนี้จะช่วยให้คุณตาสว่างขึ้นมาเกือบทันที

3. ตื่นนอนให้ตรงเวลา

จงตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวัน (16 ชั่วโมงก่อนการนอนครั้งต่อไป) เนื่องจากหลังจากที่คุณตื่นนอนมาแล้ว 16 ชั่วโมง จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Sleep Pressure เข้ามารับช่วงต่อ นอกจากนี้การตื่นนอนตอนตีห้าครึ่งหรือหกโมงนั้นเป็นเรื่องที่ดีและถ้าคุณเริ่มรู้สึกง่วงตอนประมาณสี่ทุ่มแล้วล่ะก็ กระโดดขึ้นเตียงได้เลย

4. เย็นดีกว่าร้อน

หากคู่รักของคุณชอบนอนท่ามกลางอากาศร้อนๆ แต่คุณชอบอากาศเย็นๆ ถือว่าคุณชนะ! เหตุผลคือโดยธรรมชาติอุณหภูมิร่างกายของคนเราจะตกลงก่อนช่วงเวลานอนซึ่งยังไม่รู้แน่ชัดว่าเพราะอะไร แต่มีทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่านี่คือการกักเก็บพลังงานของร่างกาย การนอนในห้องที่อุณหภูมิสูงจะทำให้ร่างกายของคุณต้องทำงานหนักเพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายส่งผลให้คุณตื่นบ่อยขึ้นและนอนหลับไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นการนอนในห้องที่มีอุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

5. ปรับท่านอนใหม่

เมื่อสมองของคุณต้องทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน ปัญหาที่เกี่ยวกับกระบวนการเผาผลาญจึงก่อตัวขึ้น โชคดีที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ค้นพบแล้วว่าสมองของเรามีระบบขับสารพิษและของเสียออกจากสมองเพื่อช่วยรักษาการทำงานของสมองให้เป็นปกติ ซึ่งจะทำงานตอนกลางคืน ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการทำความสะอาดในตอนกลางคืนจะช่วยในเรื่องความจำ เพิ่มพลังงาน และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน การนอนหลับไม่เพียงพอจะขัดขวางระบบการทำงานนี้ การวิจัยล่าสุดยังพบอีกว่าการนอนตะแคงจะทำให้ของเสียไหลเวียนสะดวกกว่าการนอนหงายหรือนอนคว่ำเมื่อมีการทดลองกับหนู

ที่มา : issue247

เปิดแล้ว’129 ART MUSEUM’ เขาใหญ่ โชว์300ผลงานศิลปินไทย-ทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255430

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 13.43 น.

เมื่อวันที่้ 4 ก.พ.60 ที่ผ่านมา พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และประธานมูลนิธิรัฐบุรุษ “พลเอกเปรม ติณสูลานนท์” ได้ให้เกียรติเปิดพิพิธภัณฑ์ศิลปะ 129 (129 ART MUSEUM) ตั้งอยู่ภายในโครงการ “บ้านทิวเขา” เขาใหญ่ ถ.ธนะรัชต์ ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บนเนื้อที่ 400 ไร่

นางเยาวนี นิรันดร ผู้บริหารบริษัทประมูลคริสตี้ (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติ เซนต์แอนดรูว์ส สาขาสุขุมวิทและสาขาดุสิต เปิดเผยว่า การเปิดพิพิธภัณฑ์ 129 แห่งนี้ เพื่อจัดแสดงผลงานที่สะสมมานานกว่า 30 ปี จำนวนกว่า 300 ผลงาน เป็นผลงานศิลปินไทยระดับตำนาน และศิลปินระดับนำของโลก “พลาโบ ปีกัสโซ”  ซึ่งมีอยู่เพียงชิ้นเดียว เพื่อให้คนไทยได้เห็นผลงานของศิลปินระดับตำนาน ที่สร้างผลงานคุณภาพสูงทิ้งไว้เป็นมรดกของชาติและของโลก

นางเยาวณี เปิดเผยอีกว่า ผลงานบางส่วน หอศิลปะระดับชั้นนำของเอเชีย เคยยืมไปจัดแสดงนานนับปี เช่นผลงานของ อ.จิตร บัวบุศย์ โดยสร้างสรรค์ขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นระหว่างติดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ได้รับทุนการศึกษาศิลปะอยู่ในประเทศดังกล่าวจึงถูกนำมาจัดแสดง ณ ที่นี้ด้วย

 

โดยมีผลงานของ “พระสรลักษณ์ลิขิต” นักเรียนทุนด้านศิลปะของไทยคนแรกที่ได้รับทุนจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งจากบันทึกของท่านได้กล่าวถึงการเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศอิตาลี ว่าได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ให้ร่วมเดินทางไปกับเรือพระที่นั่งที่เสด็จประพาสอิตาลีในครั้งนั้น ซึ่งหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ท่านได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยได้สร้างสรรค์ผลงานไว้เป็นจำนวนมาก ส่วนผลงานสร้างสรรค์ที่สำคัญที่จัดแสดงไว้ ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ ก็คือผลงานพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ที่งดงามและ “มีชีวิต”

นอกจากนี้ นางเยาวณี เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า กองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ “มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์” ได้มีส่วนร่วมโดยจัดศิลปินระดับสูงของกองทุนฯ จำนวน 40 คน เข้าร่วมสร้างสรรค์ผลงานใหม่ในบรรยากาศของเขาใหญ่ ช่วงวันที่ 2-3 ก.พ.60 ที่ผ่านมา

ซึ่งผลงานที่ได้ทั้งหมดโดยประมาณ 50 ผลงาน ที่ได้สร้างสรรค์ พร้อมจัดแสดงเพื่อจำหน่าย ไว้บริเวณใต้แนวไม้ต้นมะขาม อายุ 100 ปี เพื่อให้ผู้ใจบุญและนักสะสมศิลปะได้หาซื้อไปสะสม โดยรายได้จะนำเงินสมบทเข้า “มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์” เพื่อนำไปเป็นทุนการอนุรักษ์เขาใหญ่ต่อไป

 

‘ภูโปก’จุดท่องเที่ยวใหม่ของเลย ชมภูเขา-ทะเลหมอกงดงาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255407

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 10.44 น.

6 ก.พ.60 ภูโปก ชื่อนี้อาจจะยังไม่คุ้นหูของนักเที่ยวทั้งในพื้นที่จังหวัดเลยและทั่วประเทศ แต่เมื่อดูภาพแล้วกลับสวยงามอย่างมาก ก่อนนี้ภูโปกไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว เป็นภูเขาลูกหนึ่งที่ชาวบ้านขึ้นไปทำไร่ข้าวโพด เลี้ยงวัว อยู่ระหว่าง ต.สานตม กับ ต.ท่าศาลา อ.ภูเรือ จ.เลย อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

นายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอภูเรือ เล่าว่า เมื่อเราขึ้นไปยอดสุดของภูโปก เราจะสามารถมองเห็น ภูผาสาด และหมู่บ้านอีกหลายหมู่บ้าน รวมถึงเขต อ.เมืองเลย อ.ภูเรือ และ อ.วังสะพุง เห็นทะเลภูเขาที่สวยงามสมคำล่ำลือของจังหวัดเลย มีความสูงกว่า 1,200 เมตร ส่วนเส้นทางนั้น ค่อนข้างจะลำบากพอสมควร ณ วันนี้ ภูโปกเป็นอัญมณีที่รอคอยการเจียระไน และถูกเจียระไนแล้ว โดยผู้สื่อข่าวเราเอง

ภูโปก สถานที่ชมวิวทิวทัศน์ ซึ่งจะเรียกว่าเป็นสถานที่แห่งใหม่ของจังหวัดเลยก็ว่าได้ เพราะน้อยคนที่ได้เดินทางไปสัมผัสความงดงามของสถานที่แห่งนี้ เนื่องจากการเดินทางที่ค่อนข้างลำบาก แต่ก็ไม่ไกลเกินความสามารถที่มนุษย์ตัวเล็กอย่างพวกเราจะไปให้ถึง

ภูโปก อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ตั้งอยู่ ณ ต.ท่าศาลา อ.ภูเรือ จ.เลย สำหรับจุดเด่นของที่นี่การได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น ลมโกรกทั้งคืน กลางคืนดูพระจันทร์แสงดาว ได้ 360 องศา เช้านั่งชมพระอาทิตย์ขึ้น สีแดงทอง มีหมอก และทะเลภูเขาสุดลูกหูลูกตา

คุณแหน : 6 กุมภาพันธ์ 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255337

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● หลังพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานครบ 7 วัน เจ้าภาพ จะเปิดสวดพระอภิธรรม ขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง ณ ศาลาบัณณรศภาควัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม  12,18,25 ก.พ. และ 4,11 มี.ค. ก่อนมีพิธีฯ ครบ  50 วัน ในวันที่ 17-18  มี.ค….

●● เพื่อเป็นการเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ให้กว้างขวาง บุญรอดบริวเวอรี่ ร่วมกับโอเวชั่น สตูดิโอและกรมส่งเสริมวัฒนธรรม สนับสนุนการจัดการแสดงดนตรีเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย พล.ร.อ.ม.ล.อัศนี ปราโมช ประธานอำนวยการฯ จัดการแสดงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอัญเชิญโน้ตเพลงพระราชนิพนธ์บรรเลงในการแสดงดนตรีเทิดพระเกียรติ “5 ทศวรรษ บทเพลงพระราชนิพนธ์ ณ กรุงเวียนนา”  14 ก.พ. เวลา 20.00 น.  ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมฯ..

●●นายกสมาคมรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ “สิงห์แดง” คนใหม่สวยและเก่ง วรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าฯ กทม. เพื่อนๆ ดีใจร่วมยินดี..

●● อุษณีย์ มหากิจศิริ ออก “วาเลนไทน์ช็อกโกแลต โคโค่นัท”..โดนัทรูปหัวใจ  ของคริสปี้ครีม  เป็นโดนัทเคลือบดาร์กช็อกโกแลตไส้บานาน่า ไส้ราสเบอร์รี่ ไส้ออเร้นจ์ อร่อยลงตัว ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก..

●●กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จัดหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ ณ จังหวัดปัตตานี ให้บริการเพิ่มความสะดวก ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แก่พี่น้องประชาชน 6-10 ก.พ..

●● เพื่อให้สมกับธีมงาน “กะทิ” ของสมาคมสถาปนิกสยามฯ จะไปจัดที่เซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย โดย กรรมาธิการสถาปนิกทักษิณ 17-19 ก.พ. มีการประกวดบ้านพักต่างอากาศสไตล์ “กะทิ” นิทรรศการในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสมัยพร้อมเสวนา “ภูมิทัศน์ในงานสถาปัตยกรรม”…

●●ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ทุ่ม 1.5 พันล้าน เปิดตัว “RugbySchool Thailand” ว่าที่โรงเรียนนานาชาติใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล ราชประสงค์ ด้วยมาตรฐานต้นแบบโรงเรียนประจำระดับแนวหน้าจากอังกฤษ ประวัติยาวนานกว่า 450 ปี ในบรรยากาศธรรมชาติเนื้อที่ 187 ไร่ บนเนื้อที่ของตระกูล “ทีปสุวรรรณ” ทั้งหมด 1,200 ไร่ ใกล้มอเตอร์เวย์ พัทยา ชลบุรี  โดยจะเปิดรับนักเรียนชั้นอนุบาล-ป.6 แบบไป-กลับในเดือนกันยายนปีนี้  มี “อีฟ” ทยา ทีปสุวรรณ ผู้บริหารมืออาชีพดูแล ส่วน คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ เป็นกำลังหลักสำคัญให้ลูกๆ อุ่นใจ..

●● “คุณแหน” เห็นใจแพทย์ที่เรียนจบฝึกงานเรียบร้อย ถูกส่งไปอยู่โรงพยาบาลต่างจังหวัด บางโรงพยาบาลมีหมอคนเดียวเปิดคลินิกก็ไม่ได้ ดูคนไข้ยังไม่ทัน ทราบปัญหามาว่าเงินเดือนกว่าจะเบิกได้ผ่านไป 6 เดือน จึงขอฝากเรื่องเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร และปลัดกระทรวงฯ นพ.โสภณ เมฆธน ช่วยขับเคลื่อนและเยียวยาในกรณีดังกล่าวด้วย..●●

คุณแหน

5 ขั้นตอนกล่อมลูกรักหลับฝันดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255331

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ลูกน้อยงอแงไม่ยอมนอนหลับ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงกำลังปวดหัวกับปัญหานี้อยู่ ทางออกง่ายๆคือการอ่านนิทานก่อนนอนให้ลูกฟังวันละ 5-10 นาทีการฟังนิทานจัดเป็นกิจกรรมยามเข้านอนสุดโปรดปรานของเด็กๆ ซึ่งช่วยกระตุ้นจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ให้โลดแล่นแถมยังช่วยให้นอนหลับฝันดี ส่วนนักเล่านิทานที่ดีที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากคุณพ่อและคุณแม่นั่นเอง

สำหรับคุณพ่อคุณแม่นักเล่านิทานมือใหม่ที่มักประสบปัญหาเล่านิทานอย่างไร ลูกก็ยังไม่ยอมนอน นานมีบุ๊คส์ นำเทคนิคการอ่านนิทานตั้งแต่เตรียมตัวไปจนถึงคำแนะนำระหว่างการอ่าน 5 ขั้นตอนกล่อมเกลาลูกรักนอนหลับฝันดีไปกับนิทานกล่อมนอน เคล็ดลับสุดพิเศษจากหนังสือชุดนิทานกล่อมนอน ประกอบไปด้วย เรื่อง “หาวแบบนี้ดูสิจ๊ะ” สร้างสรรค์มาเพื่อตอบโจทย์การพาลูกน้อยเข้านอนโดยเฉพาะ ชวนหนูน้อยหาวเลียนแบบท่าทางการนอนของเหล่าลูกสัตว์ร่วมกัน และ เรื่อง “ได้เวลานอนแล้วจ้ะ” ที่จะชวนเด็กๆ ร่วมเดินทางไปกับแม่นกและลูกกวางน้อยเข้าสู่ป่าแห่งความฝัน มาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหลับฝันดีไปพร้อมๆ กัน

1.เตรียมตัว หลังจากจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอนให้ลูกแล้ว ก่อนอ่านนิทานให้เขาฟังคุณพ่อคุณแม่ควรลองฝึกจังหวะการอ่าน การหยุดการเน้นคำ และการลากเสียงคำ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถลากเสียงคำและอ่านในจังหวะที่ค่อนข้างช้ามากๆ ได้อย่างสบาย อาจปรับเปลี่ยนการเน้นคำเพื่อให้เข้ากับจังหวะของตัวเองได้ หรือจะลองใช้เคล็ดลับจากหนังสือ หาวแบบนี้ดูสิจ๊ะ ชวนหนูน้อยออกเสียง “หาว” ยาวๆ ไปด้วยกัน ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้มราวกับหลุดเข้าไปในโลกของลูกสัตว์ในนิทาน

2.แบ่งปัน นอกจากการอ่านนิทานให้ฟัง คุณพ่อคุณแม่ควรแบ่งปันภาพในหนังสือให้ลูกดูก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมจัดระเบียบร่างกายเขาให้อยู่ในสภาพที่เอนหลังผ่อนคลายและหลับตาพร้อมเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ ด้วยภาพประกอบบรรดาลูกสัตว์ตัวน้อยสุดน่ารัก จากหนังสือชุดนิทานกล่อมนอน ผ่านเรื่องราวแสนอบอุ่น ทำให้เด็กสามารถจินตนาการภาพขณะที่คุณพ่อคุณแม่อ่านออกเสียงให้ฟังได้ และอย่าลืมโอบกอดลูกรักส่งผ่านไออุ่น เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยก่อนหลับฝันดี

3.ผ่อนคลายและหายใจก่อน เมื่อเข้าสู่ช่วง bedtimestory อย่าลืมหายใจเข้าลึกๆ 2-3 ครั้ง แนะนำให้หายใจเข้าดังๆทางจมูก และหายใจออกดังๆ ทางปาก เป็นวิธีการดึงดูดความสนใจเพื่อให้เด็กทำตามไปพร้อมกัน การหายใจยังเป็นเทคนิคช่วยผ่อนคลายที่สำคัญของนิทานกล่อมนอน เรื่อง ได้เวลานอนแล้วจ้ะ ซึ่งสอดแทรกข้อสังเกตอธิบายไว้ให้คุณพ่อคุณแม่ หายใจเข้า-ออก ได้ถูกจังหวะในขณะเล่าเรื่อง เช่น เมื่ออ่านถึงคำว่า “หลับ” ให้คุณพ่อคุณแม่หายใจเข้า แล้วพ่นลมหายใจออกทางปากจนหมด เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้เด็กๆ ระหว่างการนอนฟังนิทานยิ่งขึ้น

4.อ่านออกเสียงดังๆ โดยอ่านอย่างช้าๆ และนุ่มนวล เป็นวิธีการสื่อสารอารมณ์ของเรื่องราวในนิทาน ทำให้เด็กๆ สนุกสนานไปพร้อมกับการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ในนิทานเรื่องได้เวลานอนแล้วจ้ะยังมีกลเม็ดเคล็ดลับให้คุณพ่อคุณแม่อ่านออกเสียงตามสีของตัวหนังสืออีกด้วย เช่น สีฟ้าให้ลากเสียงยาวๆ สีม่วงให้ทำเสียงกระซิบสีเขียวให้เป็นสิ่งของหรือคนใกล้ชิด เพื่อให้เด็กเกิดความคุ้นเคยราวกับเป็นเรื่องใกล้ตัว

5. กลับไปเริ่มต้นใหม่ เมื่ออ่านจนจบแล้วเด็กๆ ยังไม่ยอมนอนหลับ ให้รักษาจังหวะการอ่านและเริ่มต้นอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง โดยไม่ให้เขารู้ตัวว่านิทานจบแล้ว นิทานกล่อมนอนยังซ่อนทริคกล่อมหนูน้อย โดยใช้ประโยคซ้ำๆ ด้วยถ้อยคำที่เชิญชวนให้ผ่อนคลาย เช่น ง่วงมากจริงๆ หรือ อยากหลับแล้วจริงๆ เป็นวงจรของการเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างสมบูรณ์แบบ

วิถีการดำเนินชีวิตของคุณพ่อและคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน ทำให้การหาเวลาร่วมทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับลูกเป็นเรื่องยาก การอ่านนิทานก่อนนอน จึงเป็นช่วงเวลาดีๆ อันแสนอบอุ่นภายในครอบครัว นานมีบุ๊คส์คิดดี้ ขอชวนคุณพ่อคุณแม่ลองใช้นิทานชุดกล่อมนอนเรื่อง หาวแบบนี้ดูสิจ๊ะ และ ได้เวลานอนแล้วจ้ะ พาเด็กๆ สนุกสนานไปกับโลกจินตนาการก่อนเข้าสู่ห้วงนิทรา และนอนหลับฝันดีในอ้อมกอด ไปพร้อมๆ กัน

นิทานชุดกล่อมนอน เรื่อง หาวแบบนี้ดูสิจ๊ะ และ ได้เวลานอนแล้วจ้ะ วางจำหน่ายแล้วที่ร้านหนังสือแว่นแก้ว และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ ในราคาเล่มละ 115 บาท หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nanmeebooks.com

‘PRINCE NARIS A SIMESE DESIGNER’ รวมภาพผลงานต้นแบบ ‘ปริ้นซ์นริศ’ ช่างหลวงแห่งสยาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255334

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ม.ร.ว.พิศพัฒน์ จิตรพงศ์, ดนัย เกษมกุลศิริ, ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ และ เชน สุวิกะปกรณ์กุล

มูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ เปิดตัว “PRINCE NARIS A SIMESE DESIGNER” หนังสือที่รวบรวมภาพร่างทรงออกแบบทั้งสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงได้รับการยกย่องให้เป็น “ช่างหลวงแห่งสยาม” และได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก” คัดสรรและเล่าเรื่องโดย ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ ผู้เป็นเหลน ซึ่งใช้เวลากว่า 5 ปี ในการรวบรวมและคัดเลือกผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซและผลงานที่ยังไม่เคยออกสู่สายตาประชาชนมาก่อน

ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ เผยถึงที่มาของการจัดพิมพ์หนังสือ “PRINCE NARIS A SIMESE DESIGNER”ว่า ที่ผ่านมามีผู้รวบรวมผลงานของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ มากมาย แต่ก็มีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง เพราะส่วนใหญ่เราจะได้เห็นผลงานที่สำเร็จแล้วและบอกว่านี่คือฝีพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน ซึ่งความเป็นจริง สมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ ทรงเป็นผู้ออกแบบ ดังนั้น ในโอกาสครบรอบ 150 ปี ในปี 2556 ทายาทในราชสกุลจิตรพงศ์ จึงหารือกันว่าควรจะมีการรวบรวมผลงานของพระองค์ท่าน เพื่อเป็นการเผยแพร่พระเกียรติประวัติในด้านงานศิลป์ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการทรงงานด้านศิลปะ โดยได้ขอประทานพระอนุญาตจาก หม่อมเจ้าหญิงกรณิกา จิตรพงศ์ พระธิดาที่ยังทรงพระชนม์ชีพในขณะนั้น ในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้น โดยมอบหมายให้ ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ เป็นผู้รวบรวมและเป็นผู้เขียน


หนังสือ PRINCE NARIS A SIMESE DESIGNER

ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ ในฐานะเหลน และเป็นผู้เขียนหนังสือ “PRINCE NARIS A SIMESE DESIGNER” เผยว่า นับว่าเป็นความภาคภูมิใจในฐานะเหลนของสมเด็จทวด แต่ก็มีความยากอยู่ที่การรวบรวมผลงานภาพร่างฝีพระหัตถ์ เพราะมีทั้งที่เป็นแผ่นกระดาษใหญ่ และมีทั้งที่เป็นเศษกระดาษ ซองจดหมาย เพราะสมเด็จทวดเวลาที่ทรงมีไอเดียอะไรก็มักจะเขียน หรือร่างภาพแม้แต่ในเศษกระดาษ ในหนังสือเล่มนี้จะแบ่งเป็น 4 หมวด ได้แก่ อาคาร มนุษย์ สัตว์ (จินตนาการและจริง) และตัวอักษร โดยเนื้อหาพยายามที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด ขั้นตอนวิธีการทรงออกแบบ ที่กว่าจะได้ผลงานออกแบบที่จะนำไปสร้างงานจริงนั้น ทรงมีความละเอียด และยังมีเชิงอรรถที่เกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ศิลปะและสถาปัตยกรรมในเมืองไทย ซึ่งในหนังสือเล่มนี้รวบรวมไว้กว่าสองร้อยผลงานฝีพระหัตถ์ทรงออกแบบ โดยชิ้นงานเด่นๆ ที่มีสภาพสมบูรณ์ อาทิ ผลงานทรงออกแบบพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6, พระอาทิตย์ชักรถ ภาพจิตรกรรมในท้องพระโรง พระที่นั่งบรมพิมาน

ม.ร.ว.กัลยา ติงศภัทิย์ เลขานุการ มูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ กล่าวว่า การจัดพิมพ์ หนังสือ “PRINCE NARIS A SIMESE DESIGNER” วัตถุประสงค์หลักคือต้องการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพในด้านศิลปะของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันประสูติ 150 ปี ให้เป็นประจักษ์ และเป็นแรงบันดาลใจแก่ศิลปินรุ่นใหม่ๆ โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้ จะนำไปใช้ในกิจกรรมของมูลนิธิ อาทิ รางวัลนริศ มอบให้แก่นักเรียน นักศึกษาด้านศิลปะไทยทุกแขนง ส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งนี้มูลนิธิฯ กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างหอจดหมายเหตุเพื่อรวมรวบผลงานแบบร่างทั้งหมดของสมเด็จฯ กรมพระยานริศ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ต่อไป


ตัวอักษรไทยทรงออกแบบ

ผู้สนใจหนังสือ “PRINCE NARIS A SIMESE DESIGNER” มีจำหน่ายในราคา 2,950 บาท หากสั่งซื้อ 10 เล่มขึ้นไป ลดเหลือเล่มละ 2,850 บาท และ 100 เล่มขึ้นไป เหลือเล่มละ 2,500 บาท สั่งซื้อได้ที่ มูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ โทร.097-0402407

ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ ผู้เขียนหนังสือ

 


ม.ร.ว.กัลยา ติงศภัทิย์ เลขาธิการมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์

ผู้หญิง 1 ใน 3 คน เสี่ยงเนื้องอกในมดลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255326

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัจจุบันผู้หญิงมีปัญหาสุขภาพในระบบอวัยวะสืบพันธุ์มากขึ้น และพบตั้งแต่อายุน้อยไปจนถึงอายุมาก ไม่ว่าจะเป็นการเกิดช็อกโกแลตซีสต์ การเกิดถุงน้ำหรือเนื้องอกในรังไข่ และการเกิดเนื้องอกในมดลูก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุให้ผู้หญิงประสบปัญหาการมีประจำเดือนมาผิดปกติ มีเลือดออกเป็นลิ่ม และประจำเดือนมาเป็นระยะเวลานานร่วมกับอาการปวดท้องมากผิดปกติ รวมถึงผู้หญิงที่ยังไม่มีบุตรก็จะทำให้มีบุตรยาก

ศาสตราจารย์ นายแพทย์แสงชัย พฤทธิพันธุ์ สูติ-นรีแพทย์โรงพยาบาลพระรามเก้า สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า เนื้องอกในมดลูก เป็นความผิดปกติที่พบได้มากที่สุด สตรี 1 ใน 3 คน จะพบว่าเป็นเนื้องอกในมดลูก แต่ใช่ว่าเป็นเนื้องอกแล้วผู้ป่วยทุกรายจะต้องตัดมดลูกออก ถ้าหากเนื้องอกมีขนาดเล็ก และไม่มีภาวะแทรกซ้อนอาจไม่ต้องทำการผ่าตัด เพียงแต่เฝ้าติดตามดูอาการและนัดตรวจเป็นระยะๆ แต่ถ้าเนื้องอกมีขนาดใหญ่ หรือมีผลกระทบทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติ เลือดออกมาก จนทำให้ผู้ป่วยเกิดโลหิตจาง ซีด ขาดเลือด หรือเนื้องอกไปกดทับอวัยวะข้างเคียง ทำให้อวัยวะดังกล่าวที่อยู่ข้างเคียงทำงานผิดปกติ เช่น เนื้องอกไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ แต่สำหรับผู้ป่วยที่ยังต้องการมีบุตร สามารถเลือกที่จะผ่าตัดเอาเฉพาะก้อนเนื้องอกออกได้ และเก็บมดลูกส่วนที่ดีไว้เพื่อการตั้งครรภ์

“ปัจจุบันการผ่าตัดมดลูกหรือก้อนเนื้องอก สามารถทำได้โดยการผ่าตัดส่องกล้องผ่านทางช่องท้อง ซึ่งการผ่าตัดวิธีนี้ผู้ป่วยจะได้รับการบาดเจ็บน้อยเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเดิมที่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้องกว้าง 10-15 เซนติเมตร เสียเลือดจากการผ่าตัดน้อย และใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยลงด้วย เพียง 2-3 วัน ผู้ป่วยก็สามารถกลับไม่ทำงานได้ตามปกติ แผลหลังจากการผ่าตัดมีขนาดเล็ก เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นกังวลเรื่องรอยแผลหลังการผ่าตัด เพราะการผ่าตัดส่องกล้องทางช่องท้องโดยทั่วไปจะเจาะรูเล็กๆ ที่หน้าท้อง 3-4 ตำแหน่ง เพื่อใส่กล้องและอุปกรณ์การผ่าตัดเข้าไปในช่องท้องและทำการผ่าตัดมดลูกหรือเนื้องอก”

เมื่อการผ่าตัดผ่านไปอย่างลุล่วง ศาสตราจารย์ นายแพทย์แสงชัย แนะนำว่า ผู้ป่วยควรดูแลตนเองในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ขึ้นลงบันไดอย่างช้าๆ ไม่ยกของหนัก และงดการมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 6 สัปดาห์แรก โดยผู้ป่วยที่ตัดมดลูกทั้งหมด จะไม่มีประจำเดือนและไม่สามารถมีลูกได้อีก แต่หากไม่ได้ตัดรังไข่ไปด้วย รังไข่จะยังสามารถสร้างฮอร์โมนเพศและมีการตกไข่ทุกเดือน ร่างกายจะยังคงแข็งแรง ผิวพรรณสดใสเนื่องจากฮอร์โมนยังเป็นปกติ ความรู้สึกทางเพศโดยทั่วไปไม่เปลี่ยนแปลง และการกลับไปทำงานสามารถทำงานเบาๆ ได้ภายใน 3-4 วัน และสามารถออกกำลังกายได้หลังการผ่าตัด 1 เดือน

 

ช็อปสินค้าทั่วโลกงาน ‘ออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 50’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255335

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สินค้าต่างๆ จากประเทศเคนยา

สภากาชาดไทย ร่วมกับ คณะภริยาทูตประจำประเทศไทย จัดงาน “ออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 50” ภายใต้แนวคิด “50 ปี ความงดงามแห่งการให้กับความร่วมใจจากสถานทูตกว่า 50 ประเทศ” โดยรวบรวมผลิตภัณฑ์เด่นจากประเทศต่างๆ มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ระหว่างวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2560 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน รายได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบบำรุงสภากาชาดไทย

ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ  ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายการจัดหารายได้ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา สภากาชาดไทยได้รับการสนับสนุนจากคณะทูตานุทูต คณะภริยาทูต และเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ร่วมกันจัดงานออกร้านคณะภริยาทูตขึ้น โดยแต่ละประเทศได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมาจัดจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาพิเศษกันเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ งานออกร้านคณะภริยาทูตในปีนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จฯทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน และทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08.30 น.


(ซ้าย) มิสซิส โอ จอง ฮวา ภริยา ออท.เกาหลีประจำประเทศไทย, ม.ร.ว.ปรียางค์ศรีวัฒนคุณ และ มิสซิส อะกิโกะ เอล ฮูสนี ประธานจัดงานออกร้านคณะภริยาทูตประจำปี 2560

“สำหรับความพิเศษในวาระครบรอบ 50 ปี ทางสภากาชาดไทยได้จัดทำกระเป๋าล้อลาก โดยรวบรวมคำแสดงความขอบคุณทั้งหมด 50 ภาษา มาออกแบบเป็นลวดลายบนตัวกระเป๋า ทั้งนี้ เพื่อแสดงความขอบคุณเหล่านักช็อปใจบุญทุกท่านที่ให้การสนับสนุนงานด้วยดีเสมอมา จำหน่ายในราคาใบละ 500 บาท โดยเงินรายได้จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนบำรุงสภากาชาดไทย ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศลสงเคราะห์ที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับความทุกข์ยาก และเดือดร้อนในสังคมต่อไป”

นอกจากนี้ ทางสถานทูตต่างๆ ยังได้ร่วมจัดนิทรรศการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีการนำพระบรมฉายาลักษณ์ที่มีเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับสถานทูตนั้นๆ มาจัดแสดงภายในนิทรรศการอีกด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมนิทรรศการ พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ภายในงานครั้งนี้ โดยเงินรายได้จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ซึ่งเป็น
องค์กรสาธารณกุศลสงเคราะห์ที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับความทุกข์ยาก และเดือดร้อนในสังคมต่อไป”

ด้าน มิสซิส อะกิโกะ เอล ฮูสนี ภริยาเอกอัครราชทูตโมร็อกโกประจำประเทศไทย ประธานจัดงานออกร้านคณะภริยาทูต ประจำปี 2560 กล่าวว่า “ในปีนี้มีสินค้าที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกต่างๆ จากประเทศกาตาร์ ซึ่งบางชิ้นนำเข้ามาขายที่งานนี้โดยเฉพาะ รวมถึงเป็นครั้งแรกที่ทางสถานทูตกาตาร์ได้จัดพื้นที่ภายในบูธ สำหรับการทำ Henna Hand ซึ่งเป็นการเพ้นท์มือลวดลายพื้นเมืองอาหรับ, แซลมอลคุณภาพดี ราคาสุดพิเศษ จากประเทศนอร์เวย์, Almond Thins Biscuit ซึ่งได้รับการยอมรับให้เป็นของว่างรับรองแขกประจำราชวงศ์ของประเทศเบลเยียม, สบู่เค้าส์ สบู่แบรนด์เก่าแก่คุณภาพเยี่ยม จากประเทศโปรตุเกส, ระฆังสวดมนต์ จากประเทศเนปาล ซึ่งผลิตจำนวนจำกัดเพื่อนำมาขายเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น เครื่องแก้ว อิทาร่า แบรนด์ดังจากประเทศฟินแลนด์ ที่นำดีไซน์ใหม่มาจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น, ศาสนภัณฑ์ต่างๆ ของศาสนาคริสต์จาก Holy See ที่นำเข้าจากประเทศอิตาลี เป็นต้น


มิสซิส ดอลจินสุเร็น เซ็น-อยูช ภริยา ออท.มองโกเลียประจำประเทศไทย

สำหรับสถานทูตที่ร่วมออกร้านในปีนี้เป็นครั้งแรกได้แก่ สาธารณรัฐอาร์มีเนีย (Republic of Armenia) ซึ่งนำไวน์คุณภาพเยี่ยมมาจำหน่ายภายในงาน ส่วนกิจกรรมบนเวทีได้รับเกียรติจาก สถานทูตอินเดีย, สถานทูตปานามา, สถานทูตจีน และสถานทูตอินโดนีเซีย ที่นำการแสดงพื้นเมืองมาสร้างสีสันภายในงานครั้งนี้อีกด้วย

รวมไปถึงกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นประจำทุกปี คือ การจำหน่ายสลากคณะภริยาทูต ในราคาใบละ 50 บาท เพื่อลุ้นชิงรางวัลมากมาย อาทิ บัตรโดยสารจากสายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์, ไทย ไลออน แอร์, และเซบู แปซิฟิค, เครื่องประดับ สร้อยคอพร้อมจี้เพชร (18K), สร้อยคอทองคำ, แหวนทองคำ, บัตรกำนัลห้องพัก และบัตรรับประทานอาหารจากโรงแรมชั้นนำต่างๆ และของรางวัลอื่นๆ”

“งานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 50” จะจัดขึ้นระหว่าง 25-26 กุมภาพันธ์ 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00–20.00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน จำหน่ายบัตรเข้าชมงานในราคา 50 บาท/ท่าน บริเวณหน้างาน เพื่อนำรายได้สมทบทุนบำรุงสภากาชาดไทย


มิสซิส โอลก้า วลาดิเมียร์รอฟน่า บาร์สกาย่า โชว์ผ้าคลุมไหล่จากรัสเซีย


กระเป๋าล้อลาก รวบรวมคำขอบคุณ 50 ภาษา มาออกแบบเป็นลวดลายกระเป๋า

 

เบื้องแรก‘ประชาธิปตัย’ ถอดบทเรียน‘การเมือง’ยุคเปลี่ยนผ่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255338

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“พ.ศ.2475–2500 เป็นช่วงประวัติศาสตร์ที่คนไทยเข้าใจน้อยที่สุด เพราะส่วนใหญ่จะเข้าใจในยุคสมัยใหม่แล้ว หรือหลังจากเหตุ 14 ตุลาคม 2516 ยุครัฐบาลของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่ในความเป็นจริง ถ้าจะเข้าใจการเมืองไทยว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ประวัติศาสตร์ยุคนี้สำคัญที่สุด”…

คำกล่าวของ “ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ” อาจารย์สาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในงานเปิดตัวหนังสือ “เบื้องแรกประชาธิปตัย : บทเรียนในสถานการณ์เปลี่ยนผ่าน” ที่ชี้ถึงยุคสมัยช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” นับตั้งแต่เช้าตรู่วันที่ 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งกลุ่มบุคคลที่ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ พลเรือน เข้าทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ และเรียกกลุ่มของตนเองว่า…

คณะราษฎร!!!

“อาจารย์ประจักษ์” กล่าวต่อว่า แม้จะเป็นเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ แต่ประวัติศาสตร์อาจถูกมองได้มากกว่าแค่ “มุมเดียว” อาทิ เหตุการณ์ในปี 2475 ยังมีข้อ “ขัดแย้ง” ถกเถียงทางความคิดกันอยู่ระหว่างคน 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือผู้ที่มองว่า “คณะผู้ก่อการชิงสุกก่อนห่าม” คนทั่วไปยังไม่ได้มีความพร้อมด้วย กับอีกกลุ่มที่เชื่อว่า “จำเป็นแล้วที่ต้องเปลี่ยนแปลง” เพื่อให้ประเทศชาติดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ความเห็นของนักวิชาการท่านนี้ ที่มองว่าระหว่างปี 2475-2500 เป็นช่วงเวลาสำคัญมาก คงไม่เกินจริงนัก เพราะในช่วงดังกล่าว ประเทศไทย หรือสยามในเวลานั้น มีเรื่องราวทางการเมืองเกิดขึ้นมากมาย โดยตลอดเกือบ 84 ปีของระบอบประชาธิปไตยไทย มีความพยายาม “ก่อกบฏ” ล้มรัฐบาลทั้งหมด 12 ครั้ง และ “เกินครึ่ง” เกิดขึ้นช่วงปี 2475-2500 หรือในรอบ 25 ปี ถึง 8 ครั้ง และ “รัฐประหาร” ยึดอำนาจสำเร็จในช่วงเวลาดังกล่าว 6 ครั้ง จากรัฐประหารทั้งหมด 13 ครั้ง

รวมถึงเรื่องราวที่มีผู้ให้นิยามว่า “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด” ของ 2 บุรุษผู้เป็นแกนนำคณะราษฎรอย่าง “หลวงพิบูลสงคราม” (แปลก ขีตตะสังคะ) ที่ต่อมาผู้คนรู้จักในชื่อ “จอมพล ป.พิบูลสงคราม” เจ้าของคำขวัญประจำตัว“เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย” กับ “หลวงประดิษฐ์มนูธรรม” (ปรีดี พนมยงค์) ที่ต่อมาเป็นผู้ก่อตั้ง “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง” ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในภายหลัง ทั้งคู่เคยอยู่คนละฝ่ายในช่วงต้นทศวรรษ 2490 และเริ่มคิดถึงการร่วมมือกันอีกครั้ง เพื่อรักษาอุดมการณ์คณะราษฎร ในช่วงปลายทศวรรษเดียวกัน แต่ก็ “สาย” ไปเสียแล้ว

“สำหรับผม จุดเปลี่ยนของการเมืองไทยที่ตกทอดจนถึงทุกวันนี้ คือ การปฏิวัติของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปี 2500 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของการเมืองไทยจริงๆ เป็นยุคปิดฉากคณะราษฎร กลายเป็นระบอบเผด็จการทหาร” อาจารย์ประจักษ์ กล่าว

ย้อนไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น ซึ่งก็คือ “รัฐประหาร 16 กันยายน 2500” ประวัติศาสตร์ฉบับทางการบันทึกไว้ว่า สืบเนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไป 26 กุมภาพันธ์ 2500 ประชาชนมองว่า “พรรคเสรีมนังคศิลา” ของจอมพล ป. ใช้วิธีหาเสียงอย่างไม่สุจริต มีการเดินขบวนประท้วง สวนทางกับ จอมพลสฤษดิ์ ที่ได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเมื่อไม่ยอมปราบปรามผู้ชุมนุมตามคำสั่งของจอมพล ป. ในวันที่ 2 มีนาคม ปีเดียวกัน

ต่อมา วันที่ 15 กันยายน จอมพลสฤษดิ์ และคณะนายทหารใต้บังคับบัญชา ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้จอมพล ป. และพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ (ในขณะนั้น) เจ้าของประโยคคุ้นหู “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้” ลาออก ท่ามกลางกระแสข่าวว่าสมาชิกพรรคเสรีมนังคศิลา ซึ่งเป็นฝ่ายของจอมพล ป. ก็เสนอให้จัดการอย่างเด็ดขาดกับ จอมพลสฤษดิ์ เช่นกัน ทำให้ จอมพลสฤษดิ์ ต้องเสี่ยง…

ชิงลงมือก่อน!!!

“อาจารย์ประจักษ์” กล่าวอีกว่า หากผู้ใดอยาก “เข้าใจ” วงจรการเมืองไทย ขอให้อ่านหนังสือ 3 เล่ม คือ 1.ฤทธิ์มีดสั้น เพราะมีบทสรุปคือ “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” ในทางการเมือง 2.ก๊อดฟาเธอร์ เพราะมีเรื่องของการ “ชิงไหวชิงพริบ” หักเหลี่ยมเฉือนคมทุกรูปแบบ และ 3.เบื้องแรกประชาธิปตัย เพราะหนังสือเล่มนี้รวม “เกร็ดประวัติศาสตร์” จากคำบอกเล่าของบุคคลสำคัญที่อยู่ในยุคสมัยนั้นทุกฝ่าย ถือเป็น “หลักฐานชั้นต้น” อันทรงคุณค่า และ “ไม่ตัดสิน” ว่าฝ่ายใดผิดหรือถูก

“บทที่สนุกในหนังสือ คือ บทสัมภาษณ์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี หรือเรื่องราวของ พล.ท.ประยูร ภมรมนตรี หรือเรื่องของ พล.ต.ท.ชุมพล โลหะชาละ ที่เป็นนายตำรวจติดตามอารักขา จอมพล ป. ที่เล่าว่า จอมพล ป. หนีลี้ภัยไปนอกประเทศอย่างไรหลังถูกรัฐประหาร เช่น จอมพล ป. ขับรถซีตรอง ด้วยตัวเอง ไปยัง จ.ระยอง และตราด โดยทั้งเนื้อตัวมีเงินแค่ 2 หมื่นบาท และบทสุดท้ายจบที่บันทึกความทรงจำของท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ที่เล่าถึงชะตากรรมของจอมพล ป. ผู้เป็นสามี ช่วงที่ถูกปฏิวัติ” อาจารย์ประจักษ์ ยกตัวอย่างบางเรื่องที่น่าสนใจในหนังสือ

นักวิชาการท่านนี้ ทิ้งมุมมองถึง “บทสรุป” ของการศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทย ว่า การเมืองไทยก็เหมือน “ลูกตุ้ม” เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ไม่มีผู้ใดที่ได้ครองอำนาจยาวนาน ชนชั้นผู้นำไทยไม่เคยเป็นเอกภาพตั้งแต่อดีต เพราะมีหลาย “ก๊ก” หลายกลุ่ม แล้วก็ “หักหลัง” กันเอง จึงเป็นที่มาของ “การเมืองเปลี่ยนขั้ว” บ่อยครั้งทุก 4-5 ปี สังคมไทย “เดินผิดทาง” มาตลอด ด้วยความเชื่อว่าจะใช้ “อำนาจนิยม” หรือ “เผด็จการทหาร” มาแก้ไข“ข้อบกพร่อง” ของระบอบประชาธิปไตย…

แต่แท้ที่จริงกลับยิ่ง “ซ้ำเติม” ให้แย่ลงไปกว่าเดิม…

กลายเป็น “ปัญหา” จนทุกวันนี้…

ด้าน “ประกิต หลิมสกุล” เจ้าของนามปากกา “กิเลน ประลองเชิง” ประจำคอลัมน์ “ชักธงรบ” ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กล่าวว่า เรื่องเล่าทั้ง 20 บท ในหนังสือเล่มนี้ “คนไทยทุกคนควรได้อ่าน” ทั้งหมดเป็นข้อมูลตรง ไม่วิพากษ์ ไม่ด่า ไม่ใส่อคติโน้มเอียง “ไม่มีใครดีที่สุดและเลวที่สุด” อาทิ แม้กระทั่งจอมพล ป. ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก ก็ยังมีมุมดีๆ อีกหลายด้าน

“อำนาจไม่ใช่ของจีรัง ถ้าไม่สุจริต ก็อยู่ไม่นาน แต่ก็ไม่แน่ มนุษย์ในระดับผู้นำมันก็ต้องมีดี ถ้าเราเริ่มมีอคติกับฝ่ายหนึ่ง มันก็เสียทันที อย่างจอมพล ป. มีมุมดีมากมาย ก็อยู่ที่ว่าจะเลือกมองมุมไหน แต่ถ้าสวมแว่นสี เราก็จะมีอคติในการมอง ไม่เป็นกลาง” ประกิต ระบุ

คอลัมนิสต์คนดัง กล่าวด้วยว่า ข้อมูลในหนังสือเล่มนี้ถือเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ “คนรุ่นหลัง” สามารถเรียนรู้ได้ เรามีนักให้ความเห็นมาก แต่ “นักข่าวสาร” ที่ให้ข้อมูลมีไม่มาก หนังสือเล่มนี้จึงสะท้อนความจริงจากการเรียนรู้การเมือง และนำมาใช้ได้ในปัจจุบัน

หากถามว่าหนังสือเล่มนี้ให้อะไร?

“กิเลน ประลองเชิง” กล่าวว่า ถ้าคิดจะเล่นการเมือง ก็จงเตรียมใจรับความสูญเสีย เสียเพื่อน เสียครอบครัว แม้จะร่วมก่อการมาด้วยกัน วันหนึ่งก็อาจแตกแยกกันได้ เพราะ…

“การเมือง”…

ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร!!!

พันแสง เดชามาตย์

ลุคคลาสสิกแต่งสวยรับวาเลนไทน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255327

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใกล้เข้ามาเต็มทีกับเทศกาลที่จะมาทำให้หัวใจเบิกบาน 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก ดีไซเนอร์ชื่อดัง ดวง-มนตร์ลดา พงษ์พานิช แห่งแบรนด์ NOIRZ by Monlada (นัวร์ บาย มนตร์ลดา) ชวนสาวๆ มาปรับลุครับวันหวานในสไตล์ของตัวเองไม่ว่าจะเป็น Smart & Sweet / Look like a little girl / Chic Chic / Sexy / Classy

Smart & Sweet ที่ดูทั้งสวยหวานและดูสมาร์ทไปพร้อมๆ กัน เหมาะสำหรับสาวๆ วัยทำงานที่ให้อารมณ์ประมาณว่าเพิ่งเลิกงานแล้วมาดินเนอร์เบาๆ กับแฟนหนุ่ม ดูไม่ได้เตรียมตัวมาก สวยธรรมชาติ โดยลุคนี้สาวๆ จะดูใสๆ อ่อนหวาน ราวกับดอกไม้แรกแย้ม ซึ่งโทนสีแบบนี้จะช่วยให้ดูสบายตา เบาๆ เหมาะมากเลยสำหรับคู่รักที่เพิ่งคนหาดูใจกัน

Look like a little girl อีกหนึ่งลุคที่สุดแสนจะน่ารัก แบบเด็กน้อยวัยแรกแย้มที่เพิ่งจะเคย First Date ลุคที่ทำให้สาวๆ ดูอ่อนวัยเหมือนสาวน้อย ด้วยการแมทช์เสื้อยืดสกรีนลายน่ารักพร้อมกับ Mini Skirt แล้วก็ใส่ส้นสูงเพื่อคอมพลีทลุค แต่งหน้าเบาๆ แบบ No make-up แล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ

Chic Chic หากว่าสาวๆ อยากลุคแบบเปรี้ยว ชิค ดูเก๋ๆ ไม่หวานมากแต่ก็ไม่เซ็กซี่เกินไป ต้องลุคนี้เลยกับการมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อสีเลือดหมูที่มีแขนปลายกว้าง ดูแล้วสวยเก๋ไม่เหมือนใคร เพิ่มความชิคให้ลุคนี้ด้วยกางเกงขาสั้นสีดำขับผิว และปิดท้ายด้วยการใส่ส้นสูงสักคู่ ก็จะทำให้สาวๆ ดูขายาวสุดๆ แม้แต่สาวๆ ที่ไม่สูงมากแต่พอแต่งตัวสไตล์นี้ก็จะดูสูงเพรียวขึ้นมาเลยทีเดียว

Sexy อีกหนึ่งลุคสุดเซ็กซี่สำหรับสาวๆ ในวันวาเลนไทน์นี้ ก็ต้องนี่เลย การมิกซ์แอนด์แมทช์ชุดจั๊มสูทแบบเกาะอกเผยให้เห็นช่วงไหล่สวยๆ สุดเซ็กซี่ โทนสีสว่างแบบนี้ ทำให้สาวๆ สามารถโชว์งานผิวสวยได้อย่างเต็มที่ โดยสาวๆ อาจจะทำผมแบบรวบตึง หรือถ้าทำเป็น Bun ขึ้นไปก็น่ารัก ปิดท้ายด้วยใส่ส้นสูงสีขาวสักคู่ ก็ช่วยทำให้ลุคเซ็กซี่ของสาวๆ ดูแล้วเปรี้ยวจี๊ดทันตา

Classy ปิดท้ายด้วยลุคสุดคลาสสิก เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ยังไม่อยากเปิดเผยอะไรมาก โดยเฉพาะเปิดเผยความในใจ อาจเป็นเพราะสาวๆ ขี้อายหรืออะไรก็แล้วแต่ กับชุด Dress ยาวที่สกรีนลายสวยๆ ช่วงคอเป็นรูปตัววีทำให้ดูคอยาวขึ้น โดยลุคนี้ก็เป็นอีกหนึ่งลุคที่เหมาะสำหรับสาวๆ ในวันวาเลนไทน์นี้

สาวๆ สามารถตามไปอัพเดทเสื้อผ้าสวยเก๋รับวาเลนไทน์จากแบรนด์ NOIRZ by Monlada (นัวร์ บาย มนตร์ลดา) ได้ที่ http://www.instagram.com/noirzbymonlada / http://www.facebook.com/pg/noirzbymonlada