เฟ้นหาตัวแทนไทยแข่งขัน บิวตี้ ครีเอเตอร์ เอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255330

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บิวตี้ บาวนด์ ซีซั่น 2 โดย เอสเค-ทู กิจกรรมค้นหาตัวแทนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมชิงตำแหน่งสุดยอดบิวตี้ ครีเอเตอร์ ระดับเอเชีย ในรูปแบบเว็บซีรี่ส์ความงามแบบเรียลิตี้แห่งเดียวที่ได้เปิดโอกาสให้แก่ 8 ผู้เข้าแข่งขันรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงานตามโจทย์ที่ได้รับมอบหมาย โดยในซีซั่นนี้ได้รับเกียรติจาก 3 คณะกรรมการระดับแถวหน้าของเมืองไทย นำโดย ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นางแบบและนักแสดง, เจี๊ยบ-โสภิตนภา ชุ่มภาณี ผู้จัดละครและแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของเอสเค-ทู และ โมเม-นภัสสร บุรณศิริ บิวตี้ ครีเอเตอร์และกูรูด้านความงามชื่อดัง ร่วมตัดสินพร้อมด้วย 8 บิวตี้ บล็อกเกอร์ชั้นนำระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Kirarista, Feonalita,Mhunoiii, Cinnamongal, Ninabeautyworld, Mayyr, misspimpaka และ tuniez83 ที่คอยแนะนำผู้เข้าแข่งขันกันแบบตัวต่อตัว

สำหรับผู้ชนะในครั้งนี้จะได้เป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยมี เชียร่า เฟอร์ราญี่ (Chiara Ferragni) ตัวแม่แห่งวงการโซเชียลมีเดียและแฟชั่นไอคอลระดับโลกร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน โดยผู้ที่คว้ารางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันบิวตี้ บาวนด์ ระดับเอเชียในปีนี้จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเอสเค-ทูระดับโลก อาทิ โครงการ SK-II Global Beauty Circle ได้ร่วมงานกับบิวตี้ ครีเอเตอร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก, เข้าร่วมฝึกอบรมการเป็นบิวตี้ ครีเอเตอร์อย่างมืออาชีพเป็นเวลา 1 สัปดาห์ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา และยังได้รับอุปกรณ์การผลิตวีดีโอแบบมืออาชีพพร้อมรับผลิตภัณฑ์เอสเค-ทูเป็นระยะเวลาหนึ่งปี

ร่วมเป็นกำลังใจให้กับ 8 ผู้เข้าแข่งขันรายการ บิวตี้ บาวนด์ ซีซั่น 2 จะออนแอร์พร้อมกันทั่วเอเชียตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 นี้ เป็นต้นไปทาง YoutubeChannel SK-II หรือ https://www.youtube.com/playlist?list=PLi9Vo29oBJ-LMC_XZlneswi-G-AaPDf4l

 

5 สิ่งที่ควรรู้…ในการเลือกทานเพื่อสุขภาพที่ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255328

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นอกจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้วเรื่องอาหารการกินก็สำคัญต่อสุขภาพไม่แพ้กัน แต่พอพูดถึงอาหารสุขภาพหลายคนจะรู้สึกว่าผักและธัญพืชต่างๆ ไม่อร่อย กินยาก จำกัดปริมาณอาหารให้น้อยลงก็หิว รู้สึกเครียด และเป็นภาระในการใช้ชีวิตยิ่งกว่าปกติ

ทนงศักดิ์ วงษาโสม Fitness Training and Development Manager จากฟิตเนส เฟิร์สท์ มาให้คำแนะนำว่า แท้จริงแล้วการกินให้ดีต่อสุขภาพนั้นทำไม่ยาก ไม่ต้องถึงขนาดเปลี่ยนมากินมังสวิรัติหรือกินคลีนทุกมื้อ เพียงแค่รู้จักเลือกอาหารหลัก 5 อย่างนี้ ก็มีความสุขกับการกินอาหารอย่างอร่อยควบคู่กับสุขภาพดีได้ไม่ยาก

1.รู้เวลา หลายคนอาจจะทราบแล้วว่ามื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดและไม่ควรกินอาหารตอนดึกๆ แต่บางครั้งวิถีชีวิตในช่วงเวลาเร่งด่วนก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการกินอาหารเช้าเสียเลย แถมกว่าจะเลิกงานกลับบ้านก็หิวเกินกว่าจะข่มตานอน จึงต้องกินอะไรรองท้องสักหน่อย แต่พฤติกรรมการกินไม่ถูกเวลาเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้

คำว่า Breakfast ที่แปลว่าอาหารเช้านั้นมาจากความหมายว่า Breaking the Fast (ยุติการอดอาหาร) ที่ต้องการบอกให้เรายุติสภาวะที่ร่างกายอดอาหารมาตลอดทั้งคืน แล้วเริ่มกินอาหารมื้อแรกของวันในช่วงเช้า เนื่องจากร่างกายมีการใช้พลังงานตลอดในช่วงนอนหลับ ช่วงเช้าร่างกายจึงต้องการพลังงานจากอาหารเพื่อให้ระบบต่างๆ ของร่างกายและสมองสามารถทำงานได้ตาปกติ คนที่กินอาหารเช้าเป็นประจำจะสามารถควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่าคนที่อดมื้อเช้า ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และน้ำตาลในเลือดสูง

คนที่ใช้พลังงานในการทำงานหรือทำกิจกรรมมากมักจะกินอาหารวันละ 3 มื้อตามปกติ คือ เช้า กลางวัน และเย็น แต่สำหรับบางคนที่ตลอดวันใช้พลังงานค่อนข้างน้อยถ้ากิน 3 มื้อแล้วรู้สึกแต่ละมื้อหนักไปรู้สึกอึดอัดจะแบ่งเป็นมื้อเล็ก 4-6 มื้อต่อวัน หรือจะกินมื้อกลางวันในปริมาณน้อยกว่ามื้อเช้าหน่อยแล้วกินผลไม้และธัญพืชเป็นของว่างระหว่างวันก็ได้ การจัดสรรเวลากินอาหารขึ้นอยู่กับปริมาณที่เหมาะสมและความสะดวกในชีวิตประจำวัน

ส่วนมื้อสุดท้ายนั้นควรกินก่อนเวลานอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และงดของว่างที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เพราะของหวานจะไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินน้อยทำให้มีปัญหาเรื่องการนอน นอกจากการนอนไม่พอจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลียในตอนเช้าเรื่อยไปตลอดทั้งวันแล้ว การพักผ่อนให้เพียงพอยังมีผลต่อสมองส่วนการเรียนรู้และความจำ จึงมีผลต่อร่างกายในระยะยาวได้อีกด้วย

2.รู้ปริมาณ หากต้องการหาปริมาณการกินเพื่อรักษาน้ำหนักหรือรูปร่างให้ได้มาตรฐาน ก่อนอื่นควรเข้าใจว่าควรกินอาหารให้ร่างกายได้พลังงานพอๆ กับการใช้พลังงานของร่างกาย จะได้ไม่เหลือมาเก็บสะสมไว้ในรูปของไขมันให้กลุ่มใจ แต่สำหรับการคำนวณแคลอรี่ของอาหารแต่ละมื้อนั้นอาจคลาดเคลื่อนจากวิธีการปรุงและไม่รู้วัตถุดิบที่ใช้ปรุงอย่างละเอียด ดังนั้นการนับแคลอรี่นอกจากจะยุ่งยากแล้ว อาจจะเพิ่มความเครียดในการดำเนินชีวิตยิ่งกว่าเดิม จะดีกว่าไหมถ้าเข้าใจปริมาณอาหารแต่ละประเภทที่เหมาะสมต่อมื้ออย่างง่ายๆ ด้วยตาเปล่า ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรี่อีกแล้ว

ปริมาณอาหารต่อมื้อสำหรับผู้หญิง คาร์โบไฮเดรต 1 อุ้งมือ โปรตีน 1 ฝ่ามือ ผัก 1 กำมือ ไขมัน 1 นิ้วโป้ง ปริมาณอาหารต่อมื้อสำหรับผู้ชาย คาร์โบไฮเดรต 2 อุ้งมือ โปรตีน 2 ฝ่ามือ ผัก 2 กำมือ ไขมัน 2 นิ้วโป้ง หรือพูดง่ายๆ ว่า 2 เท่าของผู้หญิงนั้นเอง แล้วถ้าสงสัยว่าขนาดมือที่ว่าจะเป็นมือเล็กหรือมือใหญ่ล่ะ สามารถใช้ขนาดมือของตัวเองเป็นมาตรฐานได้เลย

3. รู้ส่วนประกอบ เมื่อจัดเวลาและปริมาณในการกินได้เหมาะสมแล้ว คุณควรรู้ด้วยว่าสิ่งที่กินคืออะไร การพิจารณาว่ากินอะไรแล้วจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายให้ดูว่า เมื่อเรามองอาหารชิ้นนั้นหรือจานนั้นแล้ว เรารู้หรือไม่ว่าอาหารประกอบมาจากอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น ข้าวผัดสับปะรด 1 จาน ประกอบด้วย ข้าว เนื้อกุ้ง หอมใหญ่ พริกหวาน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หมูหยอง ผักชีโรยหน้า แน่นอนว่าต้องมีซอสปรุงรสและใส่ผงกะหรี่ด้วย แต่หากเป็นอาหารแปรรูปหรือขนมขบเคี้ยว เรามักจะไม่รู้ว่าส่วนผสมทุกอย่างคืออะไรและกรรมวิธีการผลิตเป็นอย่างไร หากมีโอกาสจึงควรหาเวลาปรุงอาหารเองหรือกลับบ้านไปกินอาหารกับครอบครัว ซึ่งคุณแม่เป็นคนไปเลือกวัตถุดิบด้วยตัวเอง นำมาล้างจนสะอาด เตรียมวัตถุดิบต่างๆ ด้วยความใส่ใจ และปรุงสดใหม่เสมอ การกินอาหารปรุงเองนอกจากจะสามารถเลือกใช้วัตถุดิบสดใหม่ด้วยตัวเอง ทำให้ได้กินอาหารที่มีความปลอดภัยและสะอาดแล้ว ยังสามารถควบคุมปริมาณไขมันที่ใช้ปรุงแต่ละครั้งได้อีกด้วย

ถึงแม้จะไม่สามารถปรุงอาหารกินเองได้ทุกมื้อก็ควรเลือกกินอาหารที่ปรุงสดใหม่ หลีกเลี่ยงการกินอาหารแปรรูปต่างๆ ตั้งแต่อาหารว่างอย่างไส้กรอกไปจนถึงบะหมี่สำเร็จรูป เป็นต้น เนื่องจากอาหารแปรรูปส่วนใหญ่มีปริมาณโซเดียมสูงและใช้สารเคมีและสารปรุงแต่งเป็นส่วนประกอบ นอกจากนั้นยังมีสารกันเสีย สารเคลือบผิว สารช่วยให้คงรูป ฯลฯ ซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายเท่ากับสารอาหารที่ได้รับจากข้าวหรือแป้งชนิดต่างๆ ธัญพืช เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้แน่นอน

4. รู้จักกินหลากหลาย คนที่ทำมาหมดทั้ง 3 ข้อแล้ว ลองสำรวจตัวเองว่าคุณกินอาหารหลากหลายแล้วหรือยัง การกินหลากหลายหมายถึงการกินอาหารหลายหมวดหมู่และกินอาหารหลายประเภทในหมวดหมู่เดียวกัน เช่น แต่ละมื้อกินอาหารครบทุกหมู่หรือไม่ แต่ละวันได้กินคาร์โบไฮเดรตจากแป้งประเภทใดบ้าง ข้าว พาสต้า ขนมปังโฮลวีต เผือก มันฝรั่ง ฯลฯ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ชนิดใด เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อปลา หรือจากเต้าหู้ รับประทานผักและผลไม้สีเหลือง สีเขียว สีส้ม สีแดง สีม่วง เป็นต้น

สำหรับคนที่ชอบกินอาหารซ้ำประเภท เช่น ชอบกินก๋วยเตี๋ยวแบบเดิมๆ ข้าวผัดกะเพราไข่ดาวเหมือนเดิมจะทำให้ได้รับสารอาหารซ้ำประเภท แต่การกินหลากหลายจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารหลายประเภทตามไปด้วย นอกจากจะครบถ้วนแล้วยังไม่ขาดสารอาหารจำเป็นที่หาไม่ได้จากวัตถุดิบประเภทเดียว ยังเอื้อให้ร่างกายสามารถนำสารอาหารไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แคลเซียมจะถูกดูดซึมได้ดีกว่าถ้าหากร่างกายได้รับแมกนีเซียมเข้าไป ดังนั้นเมื่อกินผักหรือนมที่มีแคลเซียมแต่ไม่ได้กินผลไม้ที่มีแมกนีเซียมเข้าไป ร่างกายก็อาจจะนำไปใช้ได้ไม่เต็มที่

5.รู้สมดุลของพลังงาน แม้จะได้รับการแนะนำปริมาณอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวันแล้ว สุดท้ายไม่มีใครรู้จักร่างกายเท่ากับตัวคุณเอง ดังนั้นการคำนึงถึงปริมาณพลังงานที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันจึงมี 6 ปัจจัยนี้รวมอยู่ด้วย 1.อายุ 2.รูปร่าง 3.ส่วนสูง 4.เพศ 5.วิถีชีวิต (หรือการทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานมาก/น้อย) 6.สุขภาพโดยรวม ดังนั้นการกินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสมต่อความต้องการ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำงานของร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระนั้นก็มีข้อมูลจาก The American College of Sport Medicine (ACSM) ระบุปริมาณพลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวันไว้ว่า ผู้หญิงควรได้รับพลังงานไม่ต่ำกว่า 1,200 แคลอรี่ต่อวัน และผู้ชายไม่ควรได้รับพลังงานต่ำกว่า 1,800 แคลอรี่ต่อวัน เพื่อให้เพียงพอต่อระบบการทำงานที่ร่างกายต้องการ

สำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักแล้วจำกัดปริมาณการกินให้เพียงพอต่อความต้องการแต่ละวันไม่ควรกินอาหารน้อยเกินไปจนร่างกายได้รับพลังงานต่ำกว่าที่แนะนำไว้ เพราะนอกจากจะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ คิดอะไรไม่ค่อยออกหงุดหงิดง่ายแล้ว ยังส่งผลในระยะยาวต่อสุขภาพในระยะยาว ขณะที่ร่างกายไม่ได้รับพลังงานอย่างเพียงพอร่างกายจะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน กักเก็บไขมันไว้แล้วนำกล้ามเนื้อออกมาใช้ สารเคมีต่างๆ ในร่างกายไม่สมดุล ขาดสารอาหาร เกิดความเสี่ยงที่จะเจ็บปวดข้อต่อ เป็นนิ่ว เป็นต้น

ซาบซึ้งพระอัจฉริยภาพทางดนตรี ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับคอนเสิร์ต ‘ร้อยดวงใจ ร้องบรรเลง เพลงของพ่อ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255329

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ซาบซึ้งพระอัจฉริยภาพทางดนตรี

ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับคอนเสิร์ต

‘ร้อยดวงใจ ร้องบรรเลง เพลงของพ่อ’

กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร ร่วมกับ มูลนิธิพระเจนดุริยางค์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ร่วมมือร่วมใจจัดงาน “คอนเสิร์ต ร้อยดวงใจร้องบรรเลง เพลงของพ่อ” เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้ร่วมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านบทเพลง พระราชนิพนธ์ทรงคุณค่าและบทเพลงเทิดพระเกียรติรวมถึงบทเพลงถวายความอาลัย มาขับร้องและบรรเลง กว่า 20 บทเพลง อาทิ ชะตาชีวิต,ความฝันอันสูงสุด, ยามเย็น, ในดวงใจนิรันดร์,พระราชาในนิทาน, เหตุผลของพ่อ เป็นต้น เปิดให้ชมฟรีในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 18.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติ(สนามหลวง)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สามารถทรงเครื่องดนตรีได้ดีหลายชนิด ทั้งประเภทเครื่องลม อาทิ แซกโซโฟน คลาริเนต และประเภทเครื่องทองเหลือง อย่าง ทรัมเปต รวมทั้งเปียโน ไวโอลิน และกีตาร์ที่ทรงฝึกเพิ่มเติม ในภายหลัง เพื่อประกอบการพระราชนิพนธ์เพลง และเพื่อทรงดนตรีร่วมกับวงดนตรีส่วนพระองค์ ชื่อ “อ.ส .วันศุกร์”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากจะทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักคิด นักพัฒนาแล้ว ยังทรงเป็นสังคีตกวีและนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่อง บทเพลงพระราชนิพนธ์ และผลงานฝีพระหัตถ์ ในศิลปะแขนงต่างๆ ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ และเป็นศิลปะแห่งการผสานความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างพระมหากษัตริย์กับปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะศิลปินทุกระดับและทุกแขนงสาขา สมกับที่พสกนิกรชาวไทยน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน”

ศิลปินที่เข้าร่วมแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ประกอบด้วย นนท์ ธนนท์ The Voice, แอ้ม อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์, รัดเกล้า อามระดิษ,จ่อย ไมค์ทองคํา, เจนนี่ เดอะสตาร์ 12พร้อมด้วย ศิลปินรับเชิญ อาจารย์ธนิสร์ศรีกลิ่นดี, อนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย ในการแสดงประกอบด้วย การแสดงเปิดเวทีโดยนาฏยศิลป์ร่วมสมัยจากบทพระราชนิพนธ์ เรื่องพระมหาชนก ตอน “ความเพียร” โดยนิสิตสาขาวิชานาฏยศิลป์ศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ตามด้วย คณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย วงดุริยางค์ โรงเรียนวัดสระแก้ว (รุ่งโรจน์ธนกุล อุปถัมภ์)

ต่อด้วยช่วงที่ 2 บรรเลงเดี่ยวโดยอาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) ประจำปี 2559, วงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และศิลปินรับเชิญที่มาร่วมการแสดงคอนเสิร์ต ร่วมกันขับกล่อมเสียงเพลงบนเวที ซึ่งบรรเลงโดยวงดุริยางค์เยาวชนไทย โดยทุกเพลงล้วนมีความไพเราะ

สำหรับการแสดงคอนเสิร์ต “ร้อยดวงใจ ร้องบรรเลง เพลงของพ่อ” จัดขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 18.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติ (สนามหลวง) เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น สอบถามข้อมูล เพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.061-5866373

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255342

วันจันทร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ

เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2559


คณะองคมนตรี ดร.จรัลธาดา กรรณสูต, พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข, ศ.พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย, ศุภชัย ภู่งาม, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา และ พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์

องคมนตรี พล.อ.อ.ชลิต-ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข

องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ พร้อมด้วย คุณหญิงสุภรณ์ วิจิตรานุช, ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมภริยา รศ.นราพร จันทร์โอชา

อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงกลาโหม

ดร.กฤษณ์ กาญจนกุญชร ราชเลขาธิการ

คุณหญิงวรรณา-เจริญ สิริวัฒนภักดี

ผู้ที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2559 สาขาการแพทย์ เซอร์ เกรกอรี พอล-ดร.มารีน่า วินเทอร์-บุตรสาว เอลิซาเบธ แมรี่ โรส และ สาขาการสาธารณสุขศ.นพ.วลาดีเมียร์-แมรี่ แอน ฮาชินสกี


ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.กระทวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย ทรงพล สุขจันทร์ อธิบดีกรมยุโรป, เกริกพันธุ์ ฤกษ์จำนง อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา, บุษยามาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, เชิดชู รักตะบุตร อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย

ศ.เกียรติคุณ นพ.วิศิษฏ์-คุณหญิงทิพาพร สิตปรีชา

ศ.พญ.ชนิกา-ศ.เกียรติคุณ นพ.มนตรี ตู้จินดา

ดร.อภิชัย จันทรเสน กับ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกฯ

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมด้วย พญ.อัญชลี อัศวมงคลกุล, ดร.นพ.ธีรพลโตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ผศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช,รศ.ดร.พรพรรณ มาตังคสมบัติ, สมพันธ์-ดร.อัญจลา จารุมิลินท, ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ และ นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล

ศ.คลินิก นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ กับ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ม.ร.ว.เบญจาภา-ศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์

ผศ.นพ.บวรศม ลีระพันธ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร.นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์, คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ศ.นพ.ปิยะมิตร-รศ.พญ.ชนิกา ศรีธรา, ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล,ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ และ รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์

ศ.เกียรติคุณแพทย์หญิงสมศรี-ศ.เกียรติคุณ นพ.อรุณ เผ่าสวัสดิ์

จรัมพร โชติกเสถียร กก.ผอ.ใหญ่ บมจ. การบินไทย กับ ศ.คลินิก นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ


คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ศ.นพ.สุทธิพงศ์- ศ.พญ.อลิสา วัชรสินธุ

ศ.คลินิก นพ.อุดม-กาญจนา คชินทร กับ จันทร์วดี-ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล

ศ.นพ.สารเนตร์ ไวคกุล

ศ.คลินิก นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ กับ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศเสข-พญ.วินัดดา วรรณเมธี

คุณหญิงทรงสุดา-ดร.สุวิทย์ ยอดมณี

รศ.พญ.วรพรรณ-อัคคพล  เสนาณรงค์

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. พร้อมภริยา วาสนา ขวัญเมือง

ท่านผู้หญิงอิศรา บุรณศิริ กับ พันธ์ภิรมย์-พันธ์พิไล ใบหยก, จิรานุช ภิรมย์ภักดี และ พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์

ทำนุ ธรรมมงคล

ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผอ.ธนาคารออมสิน


สมชาย กุลวัฒนาพร


ม.ล.ปริยดา ดิศกุล

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด และ พล.อ.ภุชพงศ์-ฐานิยา พงษ์ศิริ

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พิริยาภรณ์ ธรรมารักษ์

ผาณิต พูนศิริวงศ์ กับสองสาว วาจี ไพบูลย์รัตนชัย, ศิริภรณ์ ทรัพย์เจริญ

เพชรพริ้ง สารสิน ผอ.ใหญ่ฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บมจ. การบินไทย, กุลกานดา โพธิ์เกษม ณัฐวิกา ตามไท และ ปัทมศักดิ์ เสนาณรงค์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์กับนักเรียนทุนหมอเจ้าฟ้ามหิดล
 

ตะลอนเที่ยว : Slow life @ ระนอง เมืองฝนแปด แดดสี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255292

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 09.22 น.

Slow life คือรูปแบบการใช้ชีวิตให้มีความสุข โดยไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบ และไม่ต้องร้อนรน ชีวิตสบาย ๆ แบบนี้คุณสามารถหาได้ในเมืองระนอง เมืองฝนแปด แดดสี่ เมืองที่หลายต่อหลายคนลงความเห็นตรงกันว่า เงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยความสุขสบาย แถมมีอาหารอร่อยคุณภาพดีให้เลือกกินมากมายในราคาที่ถูกอย่างน่าอัศจรรย์ เมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติให้เลือกเที่ยวหลากหลาย และยังมีแหล่งประวัติศาสตร์ให้เข้าไปเรียนรู้ความเป็นมาในอดีตได้อีกด้วย

สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของเมืองระนองที่คนไทยรู้จักดีคือน้ำแร่ร้อน ดังนั้นเมื่อไปถึงเมืองระนองแล้วก็ต้องไปแช่น้ำแร่ร้อนให้จงได้ ส่วนจะแช่ทั้งตัวหรือแช่เพียงแค่บางส่วนของร่างกายก็แล้วแต่คุณสะดวก แต่บอกได้เพียงคำเดียวว่า น้ำแร่ร้อนเมืองระนองนั้นมีคุณภาพดีติดอันดับโลก เพราะไม่มีกลิ่นกำมะถันฉุนอย่างรุนแรงเหมือนน้ำแร่ร้อนในที่อื่น ๆ บนโลกใบนี้

แหล่งไปนอนแช่น้ำแร่ร้อนที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองระนองคือน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน (อยู่ในเขตตัวอำเภอเมืองระนอง ไม่เก็บค่าบริการ และสามารถเข้าใช้บริการได้ตลอดวัน) และน้ำแร่ร้อนพรรั้ง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว (อยู่ห่างตัวเมืองไปประมาณ 9 โดยเสียค่าเข้าเขตอุทยานในราคาที่ถูกมากเพียง 10 บาท สำหรับคนไทย)

สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของตัวเมืองระนองคือ พระราชวังรัตนรังสรรค์ (องค์จำลอง) พระราชวังจำลองแห่งนี้สร้างด้วยไม้สักและไม้ตะเคียน เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการแสดงพระราชดำเนินเยือนเมืองระนองในรัชสมัยรัชการที่ 5, 6 และ 7 แห่งราชวงศ์จักรี
และสถานที่อีกแห่งที่อยู่ติด ๆ กับพระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) คือหอพระเก้าเกจิ ระนอง เป็นหอที่ประดิษฐานรูปปั้นเหมือนของพระเกจิอาจารย์ที่ทรงคุณของจังหวัดในภาคใต้ คือหลวงพ่อทวด หลวงพ่อจันทร์ หลวงพ่อรื่น หลวงพ่อนุ้ย หลวงพ่อเบี้ยว หลวงพ่อติ้ว หลวงพ่อลอย หลวงพ่อน้อย และหลวงพ่อบรรณ


หลวงปู่ทวด ที่วัดวารีบรรพต

อีกแห่งหนึ่งที่ควรแก่การไปเยี่ยมชมมากคือค่ายเจ้าเมืองระนอง หรือจวนเจ้าเมืองเก่าระนอง ผู้สำเร็จราชการคนแรกของเมืองระนอง ซึ่งเป็นต้นตระกูล ณ ระนอง คือพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี หรือคอซูเจียง ซึ่งปัจจุบันภายในจวนแห่งนี้ยังมีหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความโอ่อ่าใหญ่โตของคฤหาสน์หลังเก่าของตระกูล ณ ระนองปรากฏให้เห็น โดยภายในอาคารหลังที่เหลืออยู่ ณ ขณะนี้ใช้เป็นที่ตั้งแท่นบูชาป้ายชื่อบรรพบุรุษของตระกูล และรูปภาพคนสำคัญในตระกูล ณ ระนองทุกคน


บ่อน้ำพุร้อนรักษะวารินทร์

นอกจากนี้ ยังมีวัดที่ผู้คนนิยมและศรัทธามากคือวัดวารีบรรพต วัดหาดส้มแป้น ดังนั้นเมื่อไปถึงเมืองระนองแล้ว ชาวพุทธจึงมักไปกราบไหว้พระที่วัดทั้งสองนี้ แต่ที่น่าสนใจมากคือชาวพม่าที่เข้าไปทำมาหากินและทำอาชีพอยู่ในเมืองระนอง รวมถึงชาวพม่าที่อยู่ในจังหวัดเกาะสองของพม่าก็มักจะไม่ทำบุญที่วัดวารีบรรพตด้วย ดังนั้นสถูปเจดีย์ของวัดแห่งนี้จึงมีลักษณะคล้ายเจดีย์ของพม่า

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติทางทะเลของระนองที่ขึ้นชื่อคือ เกาะพยาม ซึ่งยังคงมีมนต์เสน่ห์ที่ชวนให้ผู้ไปเยือนหลงใหล นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอื่น ๆ ที่น่าสนใจคือหมู่เกาะกำ และอุทยานแห่งชาติแหลมสน


ธารน้ำใสที่บ่อน้ำพุร้อนพรรั้ง

สำหรับของกินที่แสนอร่อยของเมืองระนองคือ น้ำพริกกุ้งเสียบกินกับผักสดสารพัดชนิด แกงส้มปลาทะเลกับยอดมะพร้าวอ่อน และปลาสดๆ ที่นำไปทอดจนส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ ใบเหลียงผัดไข่ โรตีมะตะบะ และอาหารทะเลที่มากมายจนสุดบรรยาย
แต่เมื่อคุณไปถึงระนองทั้งที่แล้ว ก็อยากจะชวนคุณข้ามไปเที่ยวจังหวัดเกาะสองของพม่า (เมียนมา) สักหน่อย เพราะอยู่ไม่ไกลจากระนองเลย คุณจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของเพื่อนบ้านของไทยด้วย แต่ขอบอกก่อนว่าเกาะสองนั้นมิใช่เกาะ เพราะอยู่บนแผ่นดินใหญ่ของพม่าที่วิคตอเรียพอยท์ แต่คนไทยชอบเรียกว่าเกาะสอง เพราะเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า Kaw Thaung (ก้อต้อง)

สะพานแขวนบ่อน้ำพุร้อนรักษะวารินทร์


น้ำตกหงาว

คุณเคยไปเที่ยวระนองหรือยังครับ ถ้ายังไม่เคยไป และต้องการให้ Mr. Flower พาคุณไปเที่ยวแบบสบาย ๆ กินอาหารอร่อย ๆ นอนในที่พักที่สะอาด สะดวก สบาย และคุยเรื่องราวต่าง ๆ นานาที่มีสาระ โปรดติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 091 7233615 นะครับ


ป่าในเขตน้ำตกหงาว


พระที่ราชวังรัตนรังสรรค์ (องค์จำลอง)


ศาลบรรพบุรุษตระกูล ณ ระนอง


ประภาคารระนอง


จังหวัดเกาะสอง เมียนมา

ลอรีอัล ประเทศไทย เปิดศูนย์กระจายสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255237

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

 

13 เยาวชนคนเก่งเมืองสุพรรณบุรี คว้า Gold Prize สู่รอบชิง Yamaha Thailand Music Festival 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255238

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

 

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘วัดราชบพิธฯ’ ภูมิศิลปกรรมพระอารามหลวง ร.5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255229

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อาทิตย์นี้ขอตามรอยศิลปกรรมในพระอารามหลวงที่มีความสำคัญมาก ด้วยวัดนี้เป็นพระอารามหลวงสุดท้ายที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างตามโบราณราชประเพณีของการสร้างวัดประจำรัชกาล คือ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม อยู่ถนนเฟื่องนคร ใกล้กระทรวงมหาดไทย วัดนี้เป็นพระอารามหลวงที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ.2412โดยทรงโปรดให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจและเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (หม่อมราชวงศ์ปุ้มมาลากุล) เป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง มีลักษณะผสมระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกับสถาปัตยกรรมตะวันตกคือ ลักษณะภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมไทย ส่วนภายในออกแบบตกแต่งอย่างตะวันตกที่ถือว่าเป็นศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ที่พัฒนาจากรูปแบบของวัดพระปฐมเจดีย์กับวัดราชประดิษฐ์ ในรัชกาลที่ 4 เมื่อสร้างเสร็จ รัชกาลที่ 5พระราชทานนามว่า “วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” หมายถึง วัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง และมีมหาสีมาอันเป็นเสาศิลาจำหลักยอดรูปเสมาธรรมจักร 8 เสา ตั้งเป็นสีมาที่กำแพง 8 ทิศ “ราชบพิธ” หมายถึงพระอารามที่พระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง และ “สถิตมหาสีมาราม”หมายถึงพระอารามซึ่งมีสีมากว้างใหญ่ เป็นมหาสีมาล้อมรอบอาณาเขตของวัด

สำหรับบานประตูหน้าต่างลายมุกภาพเครื่องราชอิสริยภรณ์และพระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามนั้น ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อนจากประเทศอิตาลี พระนาม “พระพุทธอังคีรส”แปลว่า มีรัศมีซ่านออกจากพระวรกายเป็นพระพุทธรูปที่หล่อขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นเนื้อกระไหล่ทองคำเนื้อแปดหนัก 180 บาท โดยนำทองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เมื่อยังครั้งทรงพระเยาว์นั้นมาหล่อเป็นองค์พระ เดิมนั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงอัญเชิญพระพุทธรูปนี้ไปประดิษฐานที่พระปฐมเจดีย์ แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อนในรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯดำเนินการต่อและให้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2415 ฐานบัลลังก์ขององค์พระนั้นทำด้วยกระไหล่ทองเนื้อหกหนัก 48 บาท ภายในบรรจุพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีสุลาไลย และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าละม่อม กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร และพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชสรีรางคาร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี มหาเจดีย์ของวัดอยู่กลางระเบียงคตรูปวงกลมที่ต่อกับโบสถ์และวิหารนั้น ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์

ด้านหนึ่งของวัดได้จัดเป็นสุสานหลวง ซึ่งมีอนุสาวรีย์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมหลายแบบสำหรับที่ระลึกของพระมเหสีและพระบรมวงศ์ทั้งหมด 34 องค์  พระเถระผู้ครองวัดนี้พระองค์แรกคือพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ พ.ศ.2412-2444,พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า  พ.ศ.2444-2480, พระศาสนโศภน(ภา ภาณโก) พ.ศ.2480-2489, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) พ.ศ.2491-2531,สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) พ.ศ. 2531-2551 และสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร)พ.ศ.2551-ปัจจุบัน  วัดราชบพิธฯแห่งนี้เป็นวัดธรรมยุติกนิกายซึ่งมีสมเด็จพระสังฆราชครองวัดมาแล้ว 2 พระองค์และเป็นวัดที่มีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาพุทธศาสนาในสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่องแห่งหนึ่ง

 

แหวกฟ้าหาฝัน : Auguste Rodin ใน Gallery of National Modern Art กรุงโรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255230

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใน Gallery of National Modern Art นอกจากจะมีผลงานประติมากรรมด้านหน้าที่โดดเด่นแล้ว ที่นี่ยังมีผลงานของ Auguste Rodin นักประติมากรรมชาวฝรั่งเศสที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของโลกด้วย เขาเกิดในปี 1840 ณ กรุงปารีสในครอบครัวของเสมียนกรมตำรวจ เขาเริ่มศึกษาศิลปะตั้งแต่อายุ 10 ปี และเข้าเรียนทางด้านคณิตศาสตร์และศิลปะตั้งแต่อายุได้ 14 ปี อย่างไรก็ดี ผลงานของเขาที่ใช้ในการสมัครเข้าเรียนที่ Ecole des Beaux Arts กลับไม่ถูกใจอาจารย์จึงไม่สามารถเข้าเรียนได้ เนื่องจากเกณฑ์การตัดสินต้องการผลงานแนว Neoclassic ซึ่งเป็นศิลปะที่นิยมในช่วงเวลานั้น หลังจากน้องสาวเขาเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อในช่องท้อง เขารู้สึกผิดมากเพราะเป็นผู้แนะนำน้องสาวให้ทำงานเกี่ยวกับศิลปะจนติดเชื้อ เขาจึงเลิกสนใจศิลปะไปช่วงหนึ่ง แต่ภายหลัง เจ้านายของเขากลับเห็นความสามารถของเขา และกระตุ้นให้เขาหันกลับมาทำงานตกแต่งและเข้าเรียนด้านประติมากรรมใหม่ และประสบความสำเร็จอย่างมากในการออกแบบบันไดและประตูในปี 1870

Jules Dalou

หลังสงครามระหว่างฝรั่งเศสและปรัสเซีย เขาได้ย้ายไปอยู่ที่เบลเยียม และได้เพิ่มพูนประสบการณ์และฝีมือในการแกะสลักงานจนสามารถขายงานเป็นจำนวนมาก จนมีเงินเก็บมากพอที่จะเดินทางไปอิตาลีเพื่อดูงานของ Donatello และ Michelangelo นักประติมากรรมชื่อดังชาวอิตาเลียน การได้เห็นผลงานของ Michelangelo นี่เองที่เป็นการเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับงานประติมากรรมและพัฒนาฝีมือเขาจนฉีกแนวออกจากศิลปะแบบเดิมๆ เข้าสู่ศิลปะแนว Realism เมื่อCarrier-Belleuse เจ้านายเก่าของเขาได้เป็นผู้อำนวยการโรงงาน Sevres national porcelain จึงเสนอให้เขาเป็นนักออกแบบ เขาได้ออกแบบแจกันและโต๊ะประดับมากมายจนทำให้ชื่อเสียงของโรงงานกระฉ่อนไปทั่วยุโรป เขาจึงกลายเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง งานประติมากรรมของ Rodin มีความโดดเด่นเป็นพิเศษตรงที่ ชิ้นงานดูหยาบ ขรุขระ ไม่เรียบลื่นเหมือนอย่างงานในยุคโบราณ แต่สามารถถ่ายทอดความซับซ้อนของอารมณ์ได้อย่างน่าทึ่ง

ผลงานของ Rodin ในมิวเซียมนี้ที่เด่นที่สุดก็คือ The Bronze Age ต้นตำรับผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Rodin ชิ้นนี้เป็นผลงานภาพนู้ดชายขนาดเท่าตัวจริง หลังจากที่เขาได้เห็นผลงานของ Michelangelo เขาก็สร้างสรรค์ผลงานนี้ขึ้นเพื่อจัดแสดง ณ กรุงบรัสเซลส์ในปี 1877 และชนะประกวด เนื่องจากงานชิ้นนี้มีความมีชีวิตชีวาอย่างมาก ทำให้เขาถูกวิจารณ์จากนักวิจารณ์ศิลป์อย่างสาดเสียเทเสียเพราะมันไม่เข้ากับยุคสมัย อย่างไรก็ดี ผลงานชิ้นนี้ของเขากลับเป็นที่ชื่นชอบของสาธารณชนจนส่งผลให้เขาต้องทำซํ้าอีกหลายชิ้นตลอด
ชั่วอายุของเขา และผลงานที่จัดแสดงในมิวเซียมแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในผลงานหลังๆ ที่เขาสร้างสรรค์ขึ้น แต่ยังคงความมีเอกลักษณ์และงดงามไม่ต่างจากงานชิ้นแรก

Ballerina

งานประติมากรรมครึ่งตัวของ Jules Dalouนักประติมากรรมชาวฝรั่งเศสที่เลื่องชื่อของคริสต์ศตวรรษที่ 19 เพื่อนสนิทของ Rodin แม้งานชิ้นนี้จะไม่เหมือนงานประติมากรรมยุคดั้งเดิม แต่ก็สามารถแสดงรายละเอียดสำคัญๆ ได้อย่างโดดเด่น เช่น เส้นเลือดใหญ่บริเวณคอ แววตา หนวดเคราผลงานชิ้นนี้สะท้อนแนวทางศิลปะแบบ Realism อย่างเห็นได้ชัดRodin ยังสร้างสรรค์งานของศิลปินท่านนี้อีกหลายครั้งในเวลาต่อมาด้วย

Ballerina นักเต้นรำที่อยู่ในท่าทางค่อนข้างผาดโผนโดยเอาหัวเป็นส่วนรับนํ้าหนักร่วมกับแขนอยู่ที่พื้นและให้เท้าหนึ่งชี้ฟ้านี้เป็นผลงานที่ฉีกแนวออกจากงานประติมากรรมในช่วงเวลานั้นอย่างสุดโต่ง นักท่องเที่ยงจะเห็นว่า นอกจากงานจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวาราวกับนักเต้นรำกำลังโลดแล่นบนเวทีแล้ว เนื้องานยังขาดรายละเอียดของหน้าตาจนดูเพศไม่ออกอันแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของแนวทางศิลปะแบบ Realism อย่างเด่นชัด

The Bronze Age

Science Update : ‘กราฟีน’ วัสดุแห่งโลกอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/255233

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์จากองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมเครือจักรภพของออสเตรเลีย (CSIRO) ประสบความสำเร็จในการผลิตกราฟีน (Graphene) วัสดุมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ที่มีความหนาเพียงอะตอมเดียว ด้วยการใช้วัตถุดิบราคาถูกคือน้ำมันถั่วเหลืองที่ใช้ประกอบอาหารตามบ้านทั่วไป นำมาให้ความร้อนในบรรยากาศปกติ จนน้ำมันแตกตัวออกเป็นหน่วยคาร์บอนที่สามารถนำไปสังเคราะห์กราฟีนได้ จากนั้นจะถูกทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วบนแผ่นนิกเกิล จนอยู่ในรูปแผ่นฟิล์มสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่บางเฉียบ กราฟีนเป็นผลงานคิดค้นของมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปี 2010 เป็นวัสดุคาร์บอนที่มีความหนา
เพียงอะตอมเดียว ได้รับการขนานนามว่าเป็นวัสดุมหัศจรรย์เพราะมีความแข็งแกร่งกว่าเหล็กถึง 200 เท่า และนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง เพียงผสมกราฟีน 1% ลงในพลาสติก ก็สามารถทำให้พลาสติกนั้นนำไฟฟ้าได้ คาดกันว่าจะสามารถนำกราฟีนมาใช้งานทางเทคโนโลยีได้หลายแขนง เช่น ผลิตเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี อุปกรณ์การแพทย์ที่ฝังในร่างกาย รวมทั้งอุปกรณ์กรองน้ำให้บริสุทธิ์