ไร้กังวล!! สนช.ชี้ชะตา 5 เสือกกต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273255

ประวิช  รัตนเพียร กกตด้านการมีส่วนร่วม, ไร้กังวล, ชี้, ชะตา, เสือ, กกต, สนชชี้ชะตา, เสือกกต, ประวิช

“ประวิช”พร้อมให้สนช.ตัดสินใจอนาคต 5 เสือกกต. ไม่กังวลปมคุณสมบัติกก.องค์กรอิสระ

       24 เม.ย. – นายประวิช  รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงการพิจารณากฏหมายพรรคการเมืองที่ยังมีความเห็นต่างจากบรรดาพรรคการเมืองว่า  กฎหมายกกต.และกฏหมายพรรคการเมือง เห็นได้ชัดว่าทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นผ่านไปยังกรธ.ถือว่าขณะนี้เป็นหน้าที่ของ สนช.จะตัดสินใจว่ากฎหมายจะออกมาเป็นอย่างไร  ส่วนตัวเชื่อว่า สนช. มีข้อมูลในการตัดสินใจครบถ้วนทุกด้าน โดยในส่วนของกฏหมายพรรคการเมือง เราไม่เคยปฏิเสธที่จะให้ประชาชนเข้ามาเป็นเจ้าของพรรคการเมืองและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจส่งคนลงสมัครเลือกตั้งแต่กลไกที่หลายคนยังถาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าสมาชิกพรรคที่ควรจะเก็บสักเท่าไหร่ หรือควรจะเก็บหรือไม่ ตนคิดว่าสนช. ก็มีบทเรียนและมีประสบการณ์ ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเราไม่เคยมีการสนับสนุน เรามีกฎหมายที่ให้บริจาคให้พรรคมีกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองด้วย

“หัวใจสำคัญที่สุดคือใครก็แล้วแต่ที่บริจาคเงินให้กับพรรค ต้องสามารถตรวจสอบได้ ต้องสามารถแสดงให้สังคมเห็นได้ แล้วพรรคใช้เงินไปทำอะไร  เกินจำนวนหรือไม่ กระบวนการเหล่านี้ก็มีอยู่ในกฎหมายแล้ว   ข้อมูลทั้งหมดมีครบถ้วนสำหรับสนช. ในการตัดสินใจ ก็น่าจะเดินหน้าไปได้”นายประวิช กล่าว
นายประวิช กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องคุณสมบัติตามกฎหมายกกต.ใหม่ ตนไม่กังวลกับการดำรงตำแหน่ง กกต.ของตนเอง ไม่ว่าสนช.จะเห็นอย่างไร  ไม่ว่าจะเซ็ตซีโร่ทั้งหมด หรืออยู่ต่อตามแนวที่เคยปฏิบัติมาหรือจะให้ตรวจสอบคุณสมบัติ โดยมีคณะกรรมการสรรหา ไม่ว่าจะแนวทางไหนตนก็ไม่กังวล และเมื่อตัดสินใจอย่างไรก็ขอให้เป็นไปตามแนวทางนั้น เชื่อว่าบ้านเมืองจะเดินต่อไปได้ ส่วนที่มองว่าการกำหนดคุณสมบัติขององค์กรอิสระไว้สูงอาจหาผู้มาดำรงตำแหน่งได้ยากอย่างนั้น เรื่องนี้คงมีการถูกเถียงกันมาพอสมควร แต่เชื่อว่า สนช. จะสามารถตัดสินใจ  และการตัดสินใจก็ต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ นายประวิช ยังกล่าวถึงการพิจารณาของที่ประชุม กกต.เรื่องการทำงานในรูปแบบบอร์ดในวันพรุ่งนี้(25เม.ย.) ว่า ในอนาคตกำลังจะมีกฎหมายกกต. ที่คาดว่าจะเสร็จใน 2-3 เดือน  กกต. จึงเห็นว่าควรชะลอเรื่องนี้ไว้จนกว่ากฎหมายจะออกมา แล้วจึงค่อยตัดสินใจ

ทร. อ้างยังไม่รู้เรื่อง ครม. อนุมัติซื้อเรือดำน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273253

ครม, ยังไม่รู้เรื่อง, ทร, อ้าง, ยัง, ไม่, รู้เรื่อง, ครม, อนุมัติ, ซื้อ, เรือดำน้ำ, อ้างยังไม่รู้เรื่อง, อนุมัติซื้อเรือดำน้ำ

ทร. อ้างยังไม่รู้เรื่อง ครม. อนุมัติซื้อเรือดำน้ำ แจงไม่ก้าวล่วงมติครม.

    ทร.เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 24 เม.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ  กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาผ่านความเห็นชอบโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26Tจากประเทศจีนจำนวน 1 ลำ จำนวน 13,500 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า ในส่วนของกองทัพเรือยังไม่ทราบเรื่องว่าที่ประชุมครม.ได้มีความเห็นชอบเรื่องดังกล่าวแล้วหรือไม่อย่างไร ซึ่งกองทัพเรือยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ ส่วนข่าวออกมาได้อย่างไรนั้นต้องไปถามต้นตอของข่าวว่ามาจากไหน ทั้งนี้กองทัพเรือจะไม่ก้าวล่วงมติของครม. เพราะกองทัพเรือถือเป็นหน่วยปฏิบัติ

เมื่อถามว่าหากโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26Tจากประเทศจีนจำนวน 1 ลำ จำนวน 13,500 ล้านบาท ผ่านการพิจารณาของครม.แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร พล.ร.อ.จุมพล กล่าวว่า ทางครม.จะส่งเรื่องให้กระทรวงกลาโหมก่อน จากนั้นกระทรวงกลาโหมในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดจะส่งเรื่องมาให้กองทัพเรือเพื่อดำเนินการต่อไป

เมื่อถามว่าหากโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26Tจากประเทศจีนจำนวน 1 ลำ จำนวน 13,500 ล้านบาท ผ่านการพิจารณาของครม.แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร พล.ร.อ.จุมพล กล่าวว่า ทางครม.จะส่งเรื่องให้กระทรวงกลาโหมก่อน จากนั้นกระทรวงกลาโหมในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดจะส่งเรื่องมาให้กองทัพเรือเพื่อดำเนินการต่อไป

“บิ๊กป้อม” เตรียมแจงเรื่องซื้อเรือดำน้ำพรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273246

คมชัดลึก, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, บิ๊ก, ป้อม, เตรียม, แจง, เรื่อง, ซื้อ, เรือดำน้ำ, พรุ่งนี้, บิ๊กป้อม, ปณิธาน, บิ้กป้อม

“ปณิธาน” เผย “บิ้กป้อม” รับทราบสื่อเสนอข่าวครม.ผ่านโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว ขอให้รายละเอียดสื่อพรุ่งนี้

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้เรียนกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวครม.อนุมัตจัดซื้อเรือดำน้ำไปเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมาไปแล้ว โดยพล.อ.ประวิตรรับทราบ และขอชี้แจงต่อสื่อมวลชนด้วยตัวเองในวันพรุ่งนี้ (25 เม.ย.) ตนจึงให้รายละเอียดไม่ได้ เนื่องจากโครงการทางการจีนให้ความสำคัญกับโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำมาก หากไม่ระมัดระวังในการนำเสนอข่าวอาจจะส่งผลเสียได้

เร่งพิจารณาก.ม. พรรคการเมือง ใน 4สัปดาห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273230

คมชัดลึก, สี่สัปดาห์แรก, เร่งทำ, กฎหมาย, กมธ, เร่ง, พิจารณา, พรรคการเมือง, สัปดาห์, เร่งพิจารณากม, 4สัปดาห์

“ปธ.กมธ.การเมือง สนช.” เผย เร่งพิจารณาก.ม.ลูกพรรคการเมือง 4สัปดาห์แรก ห้ามสื่อเข้าฟัง ก่อนแถลงภาพรวมต่อสนช.19พ.ค.นี้ ขณะที่”ตวง”นั่งเก้าอี้ประธาน กม.กกต.

                24 เม.ย. 2560 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ได้มีการประชุมนัดแรก  โดยที่ประชุมมีมติเลือก พล.อ.สมเจตน์   บุญถนอม เป็นประธานกรรมาธิการฯ และมีนายศิระชัย โชติรัตน์  พล.อ. มารุต  ปัชโชตะสิงห์  เป็นรองประธานกรรมาธิการฯ  ขณะที่นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เป็นโฆษกกรรมาธิการฯ นอกจากนี้ ยังได้มีการแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษากรรมาธิการฯจำนวน 7 คน ประกอบด้วย นายคำนูณ สิทธิสมาน ตัวแทน สปท. พล.อ.ไตรรัตน์  รังคะรัตน  นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ นายสนิท อักษรแก้ว นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ ตัวแทนจากคณะรัฐมนตรี และ นายอุดม รัฐอมฤต ตัวแทนกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า   กรอบการทำงานหลังจากนี้เหลือระยะเวลาอีก 4 สัปดาห์ก่อนจะถึงวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่สนช.วางแผนให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับต้องสรุปภาพรวมการพิจารณากฎหมายพร้อมแสดงความเห็นต่อสนช.ระยะแรก ก่อนจะส่งรายงานการพิจารณาฉบับที่เสร็จแล้วในวันที่ 6 มิ.ย.นี้  ส่วนการเปิดรับฟังความเห็น คงต้องทำงานไปแบบคู่ขนาน แต่ก็ต้องไม่กระทบกรอบเวลาการปฏิบัติงานภายใน 45 วัน ทั้งนี้จะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาทีละมาตรา แต่จะให้มีการรายงานความคืบหน้าผ่านการแถลงข่าวแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเลือก นายตวง อันฑะไชย เป็นประธานกรรมาธิการฯ สำหรับรองประธานกรรมาธิการฯ ได้แก่ นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน และนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส่วนโฆษกกรรมาธิการฯ คือ พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์

นักการเมือง จงระวัง ถูกปชช. ทิ้งไว้ข้างหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273194

คมชัดลึก, ระวัง, จง, นักการเมือง, จงระวัง, ถูก, ปชช, ทิ้ง, ไว้, ข้างหลัง, ถูกปชช, ทิ้งไว้ข้างหลัง, มีชัย

“มีชัย” เตือน “นักการเมือง” ระวังถูกปชช.ทิ้งไว้ข้างหลัง ปมโต้แย้ง บังคับให้สมาชิกจ่ายค่าบำรุงพรรค อ้างโพลส.สถิติ 70เปอร์เซ็นต์ หนุนให้เก็บ

                 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวยืนยันว่ากรณีที่กรธ. กำหนดบทบัญญัติให้สมาชิกพรรคต้องชำระค่าบำรุงพรรค ปีละ 100 บาท ในร่างพระราชบัญญัตติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง เพราะเป็นสิ่งที่ประชาชนจากการสำรวจความคิดเห็นซึ่งผ่านสำนักงานสถิติแห่งชาติ เห็นด้วยมากถึงร้อยละ 70  ดังนั้นกรธ.จึงเขียนบทบัญญัติดังกล่าวไว้ ขณะที่นักการเมืองพยายามโต้แย้งประเด็นดังกล่าวโดยระบุว่าสร้างภาระให้กับประชาชนนั้น ตนมองว่าเป็นเพียงความคิดฝ่ายเดียวของนักการเมืองที่ไม่เข้าใจ ทั้งที่ประชาชนปัจจุบันได้คิดไปไกลกว่านักการเมืองแล้ว อีกทั้งมุมมองของนักการเมืองยังเป็นความคิดแบบเก่าไม่ปรับเปลี่ยนตามโลก ซึ่งตนมองว่าหากนักการเมืองไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เมื่อมฤตยูเข้า หรือพระเสาร์แทรกก็จะถูกทิ้งไว้ให้อยู่ข้างหลัง
“ผมมองว่าหากนักการเมืองบอกว่าเรื่องเก็บค่าบำรุงพรรคจากสมาชิกพรรคเป็นเรื่องยาก แล้วจะมาบริหารประเทศซึ่งยากกว่าเป็น 100 เท่าได้อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมากรณีที่พรรคการเมืองได้รับเงินสนับสนุน มาจากกองทุนพัฒนาการเมืองซึ่งเป็นเงินที่มาจากการเก็บภาษี ณ ที่จ่ายของประชาชนทั้งประเทศ หรือ 65 ล้านบาท  แต่ประชาชนที่จ่ายภาษีดังกล่าวไม่มีสิทธิในพรรคการเมืองแม้แต่การลงสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้นจะถือว่าเรื่องนี้เป็นการสร้างภาระให้กับประชาชนได้หรือไม่ และหากให้พรรคการเมืองรอแต่เงินจากรัฐบาลผ่านกองทุนพัฒนาการเมืองอย่างเดียว เท่ากับว่าประชาชนมีความเสียเปรียบ” นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวด้วยว่าสำหรับประเด็นดังกล่าวที่มีข้อเสนอและหากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะแก้ไขต้องพิจารณาให้เหมาะสม เช่น กรณีที่จะปรับลดการเก็บค่าบำรุงพรรคการเมือง เหลือ 10 -20 บาทนั้น ควรปรับเพิ่มจำนวนสมาชิกพรรคการเมือง ให้มากกว่า 5,000 คน เพราะไม่เช่นนั้นพรรคจะมีเงินเพื่อใช้ในกิจการเพียง 50,000 บาท และไม่เพียงพอ ซึ่งทุนประเดิมหรือเงินที่จะเพียงพอที่จะทำพรรคการเมือง กรธ.มองว่าควรมีอย่างน้อย 1 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวถามว่านักการเมืองกังวลว่าหากกำหนดบทลงโทษผู้ที่จ่ายเงินเพื่อแลกการสมัครสมาชิกพรรคนั้นอาจเป็นความเสี่ยงที่ถูกใส่ร้ายได้ นายมีชัย กล่าวว่า ถือเป็นบทสะท้อนว่านักการเมืองมีแนวคิดที่ไม่ตรงไปตรงมา จึงเป็นสิ่งที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งในการทำหน้าที่ของ กกต.นั้นมีบทบัญญัติบังคับไว้ว่า ต้องมีความกล้าหาญต่อการทำหน้าที่ด้วย ส่วน กรณีที่พรรคการเมืองต้องเขียนกติกาที่เกี่ยวข้องเพื่อสอดคล้องกับเนื้อหากฎหมายใหม่ ตนไม่ขอให้คำแนะนำเพราะเป็นหน้าที่ของ พรรคการเมืองทีต้องกำหนดกติกาด้วยตนเอง  อย่างไรก็ตามขณะนี้ สนช. ยังไม่ได้พิจารณาปรับเนื้อหาตามที่มีผู้ตั้งข้อสังเกต ตนจึงไม่ขอออกความเห็นต่อบทบัญญัติว่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ และควรรอให้เนื้อหาผ่านการพิจารณาก่อน.

7 นศ.หนุน “ไผ่ ดาวดิน” เดินเท้ารับทราบข้อกล่าวหาละเมิดศาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273160

7 นักศึกษา, หนุ่ย อบุญชัย ทอง, ละเมิดอำนาจศาล, หนุน, ไผ่, ดาว, ดิน, เดินเท้า, รับทราบ, ข้อกล่าวหา, ละเมิด, ศาล, นศหนุน, ดาวดิน, ไผ่ ดาวดิน

7 นศ.หนุน “ไผ่ ดาวดิน” รับทราบข้อกล่าวหาละเมิดอำนาจศาล

    24 เม.ย. 2560 –  เมื่อเวลา  09.00 น. กลุ่มนักศึกษารวมทั้งกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เคลื่อนไหวสนับสนุนนาย จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน  รวมทั้งสิ้น 7 คน ได้มารายงานตัวตามหมายเรียกของศาล จ.ขอนแก่น กรณีละเมิดอำนาจศาล   โดยมี พ.ต.อ.นพดล  เพ็ชร์สุทธิ์  ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง วางกำลังโดยรอบศาล จ.ขอนแก่น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรงหรือการสร้างสถานการณ์ใดๆ      พ.ต.อ.นพดล  เพ็ชร์สุทธิ์  ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า การรายงานตัวของนักศึกษาในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ให้การสนับสนุนและได้เดินทางมาให้กำลังและได้มีการจัดกิจกรรมและแสดงออกทางสัญลักษณ์เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ในช่วงขณะที่ศาลฯ ได้ทำการเบิกตัวนายจตุรภัทร์   มารับทราบข้อกล่าวหาและแถลงเปิดคดี หลังจากที่อัยการ จ.ขอนแก่นได้มีการยื่นฟ้องต่อศาล จ.ขอนแก่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยขณะนี้กลุ่มนักศึกษาทั้ง 7 คน พร้อมทนายความอยู่ในระหว่างการรับทราบข้อกล่าวหา ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 6 ศาล จ.ขอนแก่น โดยศาลไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด ขณะที่ผู้ที่มาร่วมให้กำลังใจต่างปักหลักบริเวณชั้นล่างของศาล เพื่อและบริเวณด้านหน้าห้องพิจารณาคดี ขณะที่ก่อนเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาครั้งนี้ กลุ่มนักศึกษาทั้งหมดยังคงได้จัดกิจกรรมเดินเพื่อสิทธิชีวิตนักศึกษา ด้วยการเดินเท้าระยะทาง 2 กิโลเมตร จากบริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น มายังศาล จ.ขอนแก่น อีกด้วย

“ธาริต” หมดสิทธิอุทธรณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273127

คมชัดลึก, หมดสิทธิ, ธาริต เพ็งดิษฐ์, ไล่ออก, วิษณุ เครืองาม, ริต, หมด, สิทธิ, อุทธรณ์, ธาริต, หมดสิทธิอุทธรณ์, วิษณุ, ปปช

“วิษณุ” อ้างยังไม่รู้เรื่อง “ธาริต” ถูกไล่ออก แจง โทษทางวินัย ไล่ออก ตาม มติ “ป.ป.ช.” หมดสิทธิ์อุทธรณ์ทุกประตู

20 เม.ย. 2560 – นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการไล่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกจากราชการ สืบเนื่องจากป.ป.ช.ชี้มูลความผิด กรณีร่ำรวยผิดปกติว่า ยังตั้งหลักเรื่องนี้ไม่ถูก จึงตอบไม่ถูก เพราะยังไม่ทราบเรื่อง และตนไม่เกี่ยวข้อง เห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าตามระเบียบข้าราชการเมื่อถูกมติไล่ออกนายธาริต สามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า การไล่ออกมีสองอย่างคือไล่ออกเพราะมีการดำเนินการทางวินัยก็อุทธรณ์ไปที่ก.พ.ค.ได้ อีกกรณีคือลงโทษทางวินัยตามที่ป.ป.ช.ได้แจ้งมา ซึ่งกรณีนี้ไม่สามารถไปอุทธรณ์ที่ไหนต่อไปได้ถือว่ายุติที่คำสั่งป.ป.ช. แต่ตนไม่ทราบว่าในกรณีของนายธาริต ลงโทษด้วยเรื่องใด แต่เข้าใจว่าลงโทษตามที่ป.ป.ช.แจ้งความผิดมา

ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองถูกใจมวลมหาประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273074

“สุเทพ” ชี้ ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง กันคนนอกครอบงำได้ ถูกใจมวลมหาประชาชน

               23 เม.ย. 60  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก “Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” ถึงกรณีการพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า

ในอดีตของพรรคการเมือง เรามักจะเห็นว่าพรรคการเมืองถูกครอบงำโดยคนภายนอกเพื่อผลประโยชน์ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ยกร่างกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ โดยคำนึงถึงปัญหานี้ แล้วมีบทบัญญัติชัดเจนไว้ในมาตรา 28 ว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมให้คนที่ไม่ใช่สมาชิก หรือคนนอก เข้ามาครอบงำ ชี้นำพรรคการเมืองโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม และมีมาตรา 29 ห้ามไม่ให้ใครก็ตาม ที่ไม่ใช่สมาชิกของพรรคการเมืองนั้นเข้าไปครอบงำ เข้าไปควบคุมชี้นำพรรคการเมืองใดๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ใครฝ่าฝืนกฎหมาย 2 มาตรานี้ มีโทษจำคุก 5 – 10 ปี นั่นหมายความว่า ถ้าหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ฟังคำสั่งจากคนนอก ปฏิบัติตามคำสั่งคนนอก หรือคนนอกคนนั้นที่บังอาจเข้าไปชี้นำ ครอบงำพรรคการเมืองมีความผิด มีโทษจำคุก 5 – 10 ปี ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ตรงนี้ถูกใจมวลมหาประชาชน

“ที่สำคัญคือมีบทบัญญัติในกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ฉบับนี้ เช่น ไม่ให้พรรคการเมืองกระทำการที่ไม่สมควร เป็นอันตรายต่อประเทศชาติและประชาชน เช่น ที่เขียนในมาตรา 44 ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองกรรมการพรรค หรือสมาชิกพรรคการเมือง ไปรับเงินใคร แล้วมากระทำการที่เป็นการทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือทำลายระบบราชการ นี่ไม่เคยมีในกฎหมายพรรคการเมืองมาก่อน แล้วถ้าใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 10 ปี และเพิกถอนสิทธิ สมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันก็มีบทบัญญัติใหม่ที่ดีมาก คือ มาตรา 45 ห้ามไม่ให้พรรคการเมือง กรรมการพรรคการเมือง ไปกระทำการใดๆ ที่ส่งเสริมการกระทำอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 10 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง คิดว่าเป็นบทบัญญัติที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถ้าพรรคการเมือง นักการเมือง ไม่เข้าไปยุยงส่งเสริม เรื่องวุ่นวายนี้ก็ไม่เกิดขึ้น ดังนั้น การที่ กรธ. มีบทบัญญัตินี้ไว้ จึงถือว่าเป็นการสร้างคุณประโยชน์ทางการเมืองให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล สมกับที่เราตั้งความหวังว่ายุคนี้ต้องเป็นยุคของการปฏิรูปการเมือง

นอกจากนี้ นายสุเทพยังกล่าวอีกว่า ในเรื่องการคัดเลือกตัวผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกแบบแบ่งเขตหรือแบบบัญชีรายชื่อเป็นเรื่องสำคัญมาก วันนี้ในร่าง ก.ม. พรรคการเมืองที่ กรธ. ร่างไว้ในมาตรา 47 – 48 และมาตรา 49 ไม่ค่อยตรงใจประชาชนเท่าไหร่ ในร่างนี้ให้มีกรรมการสรรหาที่พรรคการเมืองต่างๆ จะต้องเลือก จะต้องตั้งกันขึ้นมา