‘ธรรมะจัดสรร กับพระอาจารย์สุขุม สุขุโม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 เมษายน 2560 เวลา 08:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/489273

‘ธรรมะจัดสรร กับพระอาจารย์สุขุม สุขุโม’

โดย…ราช รามัญ

เดินทางไปอินเดียคราใด มักจะต้องมีเรื่องเล่าเก็บมาฝากเสมอ แต่ปีนี้ได้มีโอกาสพบพระภิกษุที่งดงามด้วยธรรมทั้งด้านความรู้และสัมมาปฏิบัติ

วันหนึ่งผมเดินออกจากพระมหาเจดีย์พุทธคยาแล้วไปที่สำนักวัดป่าพุทธคยา ที่อยู่ด้านหลังมหาเจดีย์นั่นเอง เบื้องต้นเพียงหวังใจว่าจะเยี่ยมชมความงดงามของวัดที่สร้างได้อย่างสวยงาม และมีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วก็จะกราบหลวงพ่อจิ๋ว (พระโพธินันทมุนี) ผู้เป็นสมภาร แต่ปรากฏว่าหลวงพ่อไม่อยู่

จึงสำรวจไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อเดินไปถึงวิหารหลังหนึ่ง ได้มีโอกาสพบกับพระภิกษุที่ท่านนั่งสนทนาธรรมกับญาติโยม เลยทรุดตัวลงเข้าไปนั่งฟังด้วยความกระหายธรรมใคร่รู้

พระภิกษุเบื้องหน้าผมดูจากกิริยาแล้วสำรวมมาก ใบหน้าอ่อนเยาว์ ก็คาดว่าอายุไม่น่าจะเกิน 40 ปี แต่ที่ไหนได้พอคุยกับท่าน จึงทราบว่าใกล้จะ 60 ปีแล้ว อายุพรรษา 20 พรรษา ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ท่านชื่อว่าพระอาจารย์สุขุม สุขุโม พอถามท่านว่าอยู่ที่วัดไหนในเมืองไทย

ได้ความว่า อยู่วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สังกัดธรรมยุติกนิกาย  และเมื่อคราวอุปสมบทได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับเป็นพระอุปัชฌาย์

ส่วนธรรมที่สนทนานั้น ท่านเน้นย้ำไม่ใช่เรื่องของปริยัติธรรม แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติ…

“สติปัฏฐานสี่ ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนเอาไว้ สามารถนำเอามาใช้ได้จริง เราต้องฝึกกายโดยการใช้สติให้มากๆ เมื่อมีสติแล้วทำอะไรก็ไม่หลงๆ ลืมๆ เพราะจะระลึกก่อนทำเสมอ

ส่วนใจเราก็ฝึกด้วยการใช้สัมปชัญญะให้มากๆ เราก็จะไม่หลงใจ แล้วใจก็ไม่ไปยึดติด หลงติด ฝึกไป เวลาฝึกกาย ฝึกใจ ไม่ต้องไปมีความอยากว่าจะต้องได้อะไร เห็นอะไร หรือแม้แต่เป็นอะไร แม้เพียงแค่อยากให้สงบ ก็ไม่ต้องไปอยาก เพราะยิ่งอยากก็ยิ่งจะไม่ได้”

เป็นธรรมะที่รวบยอดกันเลยทีเดียว แต่ฟังง่าย สามารถนำเอาไปฝึกได้ ท่านยังเน้นบอกว่า “เคยปฏิบัติแบบไหนมาก็ปฏิบัติไป แต่การปฏิบัติอย่าไปอยู่ในอิริยาบถเดียว ต้องเดินจงกรมไปมาบ้าง ไม่ใช่ไปนั่งอย่างเดียวจนตัวแข็ง เวลาหันซ้ายหันขวาก็ต้องมีสติบ้าง มีความรู้สึกตัวด้วย เพราะการปฏิบัติธรรมเมื่อปฏิบัติแล้วต้องเอาไปใช้ได้จริงกับชีวิตจริงๆ ไม่ใช่ปฏิบัติกันแค่เฉพาะรูปแบบเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าฝึกแล้วปฏิบัติแล้วไม่เอาไปใช้ในชีวิตจริงๆ จะเรียกว่า ปฏิบัติธรรมอย่างไร ฝึกแล้วต้องเอาไปใช้ได้ด้วย”

พระอาจารย์สุขุม…ถามผมว่า มาอินเดียบ่อยไหม ผมเรียนท่านไปว่า มาทุกปี ส่วนตัวท่านก็มาทุกปีเช่นกัน เว้นแต่ปีไหนที่มีงานมากก็ไม่ได้ไป เพราะต้องทำศาสนกิจในเมืองไทยก่อน สิ่งที่ผมชอบ คือ ธรรมะของท่านนั้นเน้นฝึกปฏิบัติให้เกิดปัญญา ไม่ได้เป็นธรรมะแบบประเภทแก้ปีชง แก้สะเดาะเคราะห์กรรมใดๆ

มีท่านหนึ่งถามว่า…เราแก้กรรมได้ไหม ท่านย้อนถามว่า กรรมอะไร กรรมเก่า หรือกรรมแบบไหน ถ้ากรรมเก่าแก้ไม่ได้ ไม่มีใครแก้ได้ แม้แต่พระพุทธเจ้ายังทรงแก้กรรมไม่ได้เลย ไม่มีทางที่จะแก้ได้ แต่ถ้ากรรมที่เป็นปัจจุบันแก้ได้ แก้ด้วยการมีสติมากๆ คิดก่อนพูด ก่อนทำ แล้วก็แก้ที่ใจด้วย โดยรอบจะมีเสียงดัง แต่ก็ล้วนเป็นเสียงสวดมนต์เพื่อสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ

ท่านเมตตาแนะวิธีว่า…เมื่ออยู่ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ไม่ต้องขออะไร ให้ทำใจสงบ ระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าเอาไว้ให้มากๆ หลายคนมาแล้วก็ขอๆๆ ลองเปลี่ยน เน้นเอาธรรมะเพียงอย่างเดียว แล้วเราจะมีความสุข แล้วเราจะมีใจที่สงบ กำลังสติสมาธิและสัมปชัญญะจะเกิด

หลังจากที่ได้สนทนาธรรมกับท่านแล้ว ท่านได้รับการนิมนต์ให้ไปที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์และไปในส่วนของพระมหาเจดีย์วิหารโพธิ์ เพื่อขึ้นไปชั้นที่สองของวิหาร โดยคุณบัวสุด ซึ่งเป็นผู้นิมนต์ เลยได้มีโอกาสติดตามขึ้นไปชมด้วย แบบนี้เรียกว่า ธรรมะจัดสรร

ชั้นบนของพระมหาเจดีย์วิหารโพธิ์ ข้างบนมีพระโพธิสัตว์ทรงประทับยืน หลายท่านยืนยันว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่จะลงมาอุบัติเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอริยเมตไตรย นอกจากนี้ยังมีของเก่าเก็บอีกมากมายที่ขุดและค้นพบมาตั้งแต่อดีต

พระอาจารย์สุขุม กล่าวว่า…ตรงที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์แห่งนี้ ในอนาคตกาลพระศรีอริยเมตไตรยจะมาตรัสรู้ธรรมเช่นเดิมกับพระพุทธเจ้าที่ผ่านมาแล้วทั้ง 4 พระองค์ ใครหลายคนมา จะอธิษฐานขอให้ตนเองได้มีบุญเกิดในยุคของพระศรีอริยเมตไตรย เพื่อที่จะได้มีโอกาสฟังธรรม จากพระพุทธเจ้า

การที่ได้สนทนาธรรมกับพระอาจารย์สุขุม ทำให้ผมได้ความรู้มากมายหลายมุม โดยเฉพาะทางด้านการปฏิบัติธรรม อีกอย่างหนึ่งที่ผมสังเกตเสมอ คือ ความเป็นธรรมยุติกนิกายของท่านนั้น คงไว้ด้วยความสงบสำรวม ไม่ทำอะไรที่ดูไม่เป็นปริมณฑลเลย แม้จะอยู่ต่างแดนก็ตาม สาธุ… เราได้กราบพระภิกษุอีกรูปหนึ่งแล้วที่เป็นสัมมาปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

สุดท้ายขอให้รำลึกคำสอนของพระคุณเจ้าอีกครั้ง สติอยู่กับกายใจอยู่กับสัมปชัญญะ

 

81 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ซื้อเรือดำน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273485

เรือดำน้้ำ, แต่อย่า, คอร์รับชั่น, ได้, แต่, อย่า, คอรัปชั่น, ซื้อได้, แต่อย่ามีคอรัปชั่น, ทวิตเตอร์, เฟสบุ๊ก, คมชัดลึก, เปอร์เซ็นต์, ไม่เห็นด้วย, ซื้อ, เรือดำน้ำ, ซื้อเรือดำน้ำ, คมชัดลึกออนไลน์

ชาวเน็ตมองอย่างไรเมื่อรัฐบาลอนุมัติซื้อเรือดำน้ำ

              25 เม.ย.60 – จากกรณีที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติการจัดซื้อเรือดำน้ำ “คมชัดลึกออนไลน์” ได้สอบถามความเห็นประชาชนผ่านเฟสบุ๊กและทวิตเตอร์ ว่าเห็นด้วยหรือไม่ รัฐบาลซื้อเรือดำน้ำ? รวมทั้งหากไม่เห็นด้วย คิดว่าควรนำงบประมาณไปทำอะไร

ทั้งนี้จากการทำโพลผ่านทวิตเตอร์ @jin_nation โดยถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ ที่รัฐบาลซื้อเรือดำน้ำ? ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาร่วมโหวตทั้งสิ้น 1,705 คน มีผู้เห็นด้วย  19% และไม่เห็นด้วย 81%

81 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย ซื้อเรือดำน้ำ

ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของความเห็นของประชาชนผ่านแฟนเพจคมชัดลึก เนชั่นสุดสัปดาห์ 

พนม สินสกุล : ส่งเสริม การศึกษา หรือการเล่าเรียนของเด็กๆ ดูแลสุขภาพ ประชาน คนจนๆ ส่งเสริม ภาคประชาชน ขุด หนอง คลอง บึ่ง ให้มีน้ำมีท่าใช้ตลอดปี ไม่ไห้มีหน้าแล้ง…ผมไม่เห็นด้วยครับ

Theerat Mink Phuvaphannitikul:เวลาเกิดเหตุข้อใครรุกรานไทย ไม่ใช่ค่อยไปซื้อมาแล้วใช้ได่เลยนะครับ เหมือนรถยนต์ ไหนจะเวลาขนส่งมาไทย ไหนทหารต้องไปเรียนรู้การใช้ และทดสอบเป็นปีๆ ถึงจะไปต่อกรข้าศึกได้

Prapast Kiatsuksathit : ไม่เห็นด้วยครับ ขณะที่รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจการเงินไม่ได้ เอาแต่ใช้แบบนี้ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะซื้อ

ชิรวรรธน์ กฤตพรสกุล : ไม่เห็นด้วย รัฐบาลมาจากการโค่นล้มยึดอำนาจของกลุ่มคนที่เรียกว่า…#ไม่เอาคนโกง ดังนั้นรัฐบาลควรฟังเสียงประชาชนที่เคยสนับสนุนท่าน…

ฐนปกรณ์ ศรีร่างกาย :ไม่เห็นด้วยอย่างยิ้งทำไมไม่เอาตัวอย่างพลเอกชาติชาย.ทำสนามรบให้เป็นสนามการค้า เศรษฐกิจก็ดีประชาชนจะได้ลึมตาอ้าปากได้…

Kusalis Korsetthakarn : ถ้าจำเป็นก็ต้องมี เพื่ออธิปไตยของชาติ พวกที่เหน็บแนมเพราะยังคิดว่าโลกปัจจุบันเขาไม่รุกรานกันแล้ว หารู้ไม่! อะไรที่ว่าไม่แน่! เกิดขึ้นได้เสมอ

สิริพิมล ฐานพัฒนวิทย์ : เห็นหรือไม่เห็นด้วย เรื่องเข้า ครม แล้ว เขาจะมาสนใจหรือ ถ้าเขาแคร์เราแต่แรกคงมาไม่ถึงโค้งนี้หรอก ได้แต่เหนื่อยใจในฐานะประชาชน!!

Urai Maillard : สถานะการณ์โลกเดี๋ยวนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเรามีไว้เพื่อป้องกันประเทศชาติ

ลาวัณย์ ครองบุญ : ไม่เห็นด้วยค่ะ ที่จะซื้อเรือดำน้ำตอนนี้ในยุคที่เศษฐกิจแย่แบบนึ้ ควรจะนำเงินก้อนนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้ ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก

สมพงษ์ ประชามอญ : ไม่เห็นด้วย… ทําให้ประชาชนอยู่ดีมีความสุขจะดีกว่า

Preecha Jittareetep : รัฐบาลไหนเข้ามาทหารก็ต้องขอซื้อทั้งนั้นแหละประเทศที่มีพื้นที่ติดทะเลเขาก็ต้องมี ไปอยู่ลาวสิไม่ซื้อแน่นอน

ป่าใหญ่ ไทยอีสาน : ถ้าเรือดำน้ำมันจะทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ มีอยู่มีกิน พ้นความยากจน..ก็เห็นด้วย

Worayut Chaiwan : เห็นด้วยอย่างยิ่ง แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์ ศัตรูกล้ามาประจัญ จะต่อสู้ริปูสลาย มีเขี้ยวมีเล็บมันดีกว่าไร้เขี้ยวเล็บนะ แล้วใครที่ไหนมันจะยำเกรง ความมั่นคงของประเทศต้องยึดไว้เป็นอันดับ 1

สันติศักดิ์ เฟื่องนวกิจ โก้ : เห็นด้วยครับ ถึงปัญหาด้านปากท้องของประชาชนจะไม่ดี แต่ในด้านความมั่นคงของประเทศเราต้องมี ประชาชนต้องแยกแยะด้วยเหตุ และผล มองภาพรวมของประเทศด้วย นะครับ

นราธิป มีสุขใจ :ไม่เห็นด้วย เพราะกลัวการคอรัปชั่น

Pomsk Kalyanasut : ควรมีตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ

Pranee Kong : ขนาดมาเลย์เซียเค้ายังมีเรือดำน้ำเลย….ขนาดเค้าไม่เคยรบกะใคร

Porntip Naranonkittikul ไม่เห็นด้วย ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องจัดซื้อ นอกจากแสดงแสนยานุภาพ มาดูชาวไร่ ชาวนา เศรษฐกิจขาขึ้นที่ท่านบอก ปชช. อยู่อย่างลำบาก มากกว่ายุคไหนๆ

ธนัฐพงศ์ คงมี :ไม่เห็นด้วยครับ แต่จำเป็นต้องมีไว้ อนาคตเราไม่สามรถหยั่งรู้ได้ แต่มีไว้ใช้ในกองทัพเรือเหมาะสมและสมควรอย่างที่สุด
ทัพเรือต้องมีเรือรบทั้งพื้นผิวและใต้น้ำ ทัพอากาศก็ต้องเครื่องบินรบเช่นกัน

Supoj Nguasomboon : เห็นด้วย แต่ขอให้ได้มาแล้วใช้งานได้จริงคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

Tanisa Amatayakul : เห็นด้วย เขมรยิ่งฮึ่มๆอยู่ ของแบบนี้มันก็ต้องมีติดบ้านไว้บ้าง

Pruek Boonsang : ซื้ออะไรก็ได้ถ้าจำเป็นต่อประเทศชาติแต่ที่สำคัญที่สุดคือไม่ทุจริตต่อประเทศชาติครับ

Chatre Kurupong : เอาแค่ คุณภรรยาซื้อครีมราคาแพง ยังต้องเงียบ ประเด็นมันอยู่ที่ มีตังค์เปล่า?

Paradach Pongsri : ซื้อเรือดำน้ำเห็นด้วย …อาวุธต้องเตรียมพร้อม..ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้วซื้ออาวุธ สนับสนุน…ถ้าการซื้อปราศจาก คอ_รับ_ชั่น..เคไหม

Tongchen Searnyeing : เห็นด้วยน่ะ เพราะว่า เพื่อนบ้านจะได้เกรงใจ โดยเฉพาะประเทศลาว …

Sam Ban : ซื้อไรก็ซื้อไปเถอะถ้าโปร่งใสและไม่โกง

ต้นกล้า พันธ์ดี : ไม่จำเป็นเลยทะเลบ้านเราไม่ใหญ่ไม่ลึกพอที่จะใช้เรือดำน้ำขนาดใหญ่

เกรียงไกร ซื่อตรง :ไม่เห็นด้วยที่จะมาซื้อในช่วงเวลานี้ ที่ประชาชนกำลังย่ำแย่

Ton Mayom :ไม่เห็นด้วย อยากให้ชื้อตอนมีตังค์เก็บ คนจนมีอีกเยอะไม่เห็นช่วย

เรื่องซื้อเรือดำน้ำยังไม่ถึง ทร.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273470

ทร, ระบุ, ยังมาไม่ถึง, คมชัดลึก, เรื่อง, ซื้อ, เรือดำน้ำ, ยัง, ไม่, ถึง

ทร. แจงเรื่องซื้อเรือดำน้ำยังไม่ถึง ชี้ ต้องผ่านกห.ก่อนส่งมาให้ดำเนินการต่อ ยังไม่ระบุแถลงแจงหรือไม่

 พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ  กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาผ่านความเห็นชอบโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26Tจากประเทศจีนจำนวน 1 ลำ จำนวน 13,500 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มาถึงกองทัพเรือแต่ในช่วงเช้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไปแล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็เป็นเรื่องที่ผู้บัญชาการทหารเรือ จะรับแนวทางจากรองนายกฯ แต่ในตอนนี้ยังไม่มีการสั่งการมายังตน ให้ชี้แจงหรือแถลงหรือไม่เพราะว่าประเด็นที่พูดถึงกันนั้นเป็นขั้นตอนทางธุรการปกติเท่านั้น เหมือนกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทั่วไปซึ่งก็เข้าคณะรัฐมนตรีรอบแรกเป็นเรื่องของงบประมาณ รอบที่สองเป็รเรื่องของงบประมาณผูกพัน  และให้กองทัพเรือเป็นผู้แทนรัฐบาลในการลงนาม การจัดซื้อจัดจ้างจากสาธารณรัฐประชาชนจีน หลักการก็มีเพียงเท่านี้เรื่องดังกล่าวก็จะกลับไปที่กระทรวงกลาโหม หลังจากนั้นกระทรวงกลาโหมก็จะส่งเรื่องมาที่กองทัพเรืออีกครั้ง

“ตอนนี้ผมยังไม่เห็นตัวเรื่องเลยแล้วตนก็ยังไม่ทราบว่าทางผู้บัญชาการทหารเรือท่านเห็นเรื่องนี้หรือยังที่รองนายกฯ ท่านบอกว่าให้ทร.เป็นผู้ตอบคำถามนั้น ทางผู้บัญชาการทหารเรือท่านคงจะมีดำริในเรื่องนี้มาอีกทีว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร”พล.ร.อ.ชุมพล กล่าว

อดีตทีมโฆษกรัฐบาล งง! ไม่ยอมแถลงซื้อเรือดำน้ำ ถามลับตรงไหน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273460

คมชัดลึก, ซื้อเรือดำน้ำ, ลับตรงไหน, งง, อดีต, ทีม, โฆษก, รัฐบาล, ไม่ยอม, แถลง, ซื้อ, เรือดำน้ำ, ถาม, ลับ, ตรงไหน, อดีตทีมโฆษกรัฐบาล, ถามลับตรงไหน

อดีตทีมโฆษกรัฐบาลงง ไม่ยอมแถลงซื้อเรือดำน้ำ ถามลับตรงไหน หากลับก็แค่สเป็ค แต่ซื้อเท่าไหร่ซื้อกี่ลำเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องรู้ เพราะเป็นภาษีประชาชน

    แหล่งข่าวจากอดีตทีมโฆษกรัฐบาล รายหนึ่งให้ความเห็นกรณีที่ทีมโฆษกรัฐบาลชุดปัจจุบันอ้างว่าการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติซื้อเรือดำน้ำเป็นเรื่องความลับ จึงไม่แถลง  ว่า ในสมัยที่เขาทำงานนั้ย เป็นเรื่องปกติ  อย่างเรื่องเรือดำน้ำเป็นความลับตรงไหน  เรื่องอาวุธก็แถลงได้หมด  เป็นดุลพินิจของโฆษก  จริงๆแล้วโฆษกต้องแถลงทุกเรื่อง เพราะทุกเรื่องประชาชนต้องรู้  เรื่องโดยเฉพาะเรื่องที่มาจากภาษีประชาชนต้องแถลง   ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย

“เรื่องชั้นความลับที่อ้างปกเหลืองปกแดง  เรื่องสเป็ค อาจเป็นเรื่องความลับ  แต่เรื่อการซื้อเท่าไหร่ ซื้อกี่ลำ เป็นเรื่องที่แถลงได้  ไม่ใช่อะไรมากมาย  ยิ่งเป็นการซื้ออาวุธก็ต้องแถลงให้เขารู้เพือให้คนเขากลัวว่าซื้อมา ไม่เข้าใจว่าลับตรงไหน”

“ณัฐวุฒิ” เตรียมถามทหาร จัด ทอล์คโชว์ช่วยเด็ก ได้หรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273443

คมชัดลึก, ช่วยเด็ก, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ณัฐวุฒิ, เตรียม, ถาม, ทหาร, จัด, ทอล์คโชว์, ช่วย, เด็ก, ได้, หรือไม่, เตรียมถามทหาร, ทอล์คโชว์ช่วยเด็ก, ได้หรือไม่

“ณัฐวุฒิ” เสียดาย ทอ. ยกเลิกสัญญาใช้หอประชุมกองทัพอากาศ เตรียมถาม ทหารพรุ่งนี้จัดได้หรือไม่ แจงใช้ที่กองทัพจัดทอล์คโชว์ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการเมือง

  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า ตามตนประกาศจัดงานระดมทุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนในวันที่ 28 พ.ค.ที่หอประชุมกองทัพอากาศ โดยได้มอบหมายทีมงานนำหนังสือในนามของตนไปประสานงานกับสำนักงานคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหารงานหอประชุมกองทัพอากาศ และมีการวางมัดจำเป็นเงินสด 40,000 บาท พร้อมทั้งเซ็นสัญญาขอใช้สถานที่ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. นั้น ปรากฏว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา  ทีมงานได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลหอประชุมว่า ไม่สะดวกที่จะให้ใช้สถานที่จัดงานได้ จึงขอยกเลิกสัญญาและจะคืนเงินมัดจำให้ ตนตรวจสอบจากข่าวทราบว่า ผู้บัญชาการทหารอากาศมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการจัดงานดังกล่าว น่าจะเป็นที่มาของการขอยกเลิกสัญญาครั้งนี้หรือไม่ ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะทุกอย่างได้เตรียมการณ์ไปมากแล้ว

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตนเข้าใจทุกฝ่าย และไม่ประสงค์จะกระทบกระทั่งกับใครทั้งสิ้น เมื่อทางสถานที่ไม่สะดวกก็จะหารือกับทีมงานแก้ปัญหากันต่อไป เพียงแต่อยากฝากไปยังท่านผู้บัญชาการทหารอากาศว่า อย่าได้ตะขิดตะขวงใจอะไรเลย  ตนมาดี โครงการนี้ทำต่อเนื่องมา 1 ปีแล้ว และจำเป็นต้องทำต่อไปให้ได้ จึงต้องระดมทุนมาขับเคลื่อน เพราะลูกหลานที่ขาดแคลนยังรอทุนการศึกษาอยู่อีกจำนวนมาก โดยเฉพาะพอขึ้นปีที่ 2 มีการเพิ่มทุนให้นักเรียนที่ได้รับเงินจากโครงการไปแล้วที่มีผลการเรียนไม่ต่ำกว่า 3.00 และนักเรียนที่มีผลงานด้านกิจกรรมดีเด่นอีกด้วย ทำให้ต้องใช้เงินเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การดำเนินการทุกอย่างทำโดยเปิดเผย เคยไปติดต่อสถานที่ของเอกชนและรัฐวิสาหกิจเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะจัดได้ จึงติดต่อสถานที่ของฝ่ายความมั่นคงเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีวาระการเมืองใดๆ พอประกาศออกไปก็มีคนสนใจโทรมาจองบัตรกันอย่างคึกคัก  แต่เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ก็ต้องพยายามเดินต่อให้ได้

“ถ้ามีหน่วยงานใดสงสัยรูปแบบงาน ผมยินดีจะนำข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดไปอธิบาย หรือหากทำได้ก็อาจจะหยิบยกขึ้นเป็นข้อหารือในวงปรองดองที่ผมจะเป็นตัวแทนนปช.ร่วมกับนายจตุพรเข้าประชุมที่กระทรวงกลาโหมในวันพรุ่งนี้เพื่อสอบถามว่า ในบรรยากาศของการสร้างความปรองดองที่เราให้ความร่วมมือมาโดยตลอด ผมจะจัดงานระดมทุนหาเงินช่วยเด็กที่ยากจนได้หรือไม่  ถ้างานนี้จัดได้เด็กๆ ในโครงการคงดีใจ แต่หากจัดไม่ได้ผมเข้าใจว่า ไม่น่าจะมีใครมีความสุขกับเรื่องแบบนี้”นายณัฐวุฒิกล่าว

เชิญตัว “เอกชัย” เข้ามทบ.11 ร้องสอบหมุดคณะราษฎร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273410

คมชัดลึก, หมุดคณะราษฎร, เอกชัย หงส์กังวาน, ทหาร, มทบ11, เชิญ, ตัว, เอกชัย, เข้ามทบ11, ร้อง, สอบ, หมุด, คณะ, ราษฎร, เชิญตัว, ร้องสอบหมุดคณะราษฎร

ทหารเชิญตัว “เอกชัย” เข้ามทบ.11 หลังยื่นหนังสือตรวจสอบหมุดคณะราษฎร

          25 เม.ย.60 –  แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง เปิดเผยว่า ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้เชิญตัวนายเอกชัย หงส์กังวาน อดีตผู้ต้องขังในคดีความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไปพูดคุยทำความเข้าใจที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ภายหลังจากเดินทางมายื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบกรณีการเปลี่ยนหมุดคณะราษฎร เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิดและทำให้สังคมเกิดความสับสน ซึ่งคาดว่าใช้เวลาสักระยะ หากมีความเข้าใจกันแล้วก็จะอนุญาตให้เดินทางกลับได้.

เมิน คปพ.ให้ยื่นศาลรธน.วินิจฉัย กม.ปิโตรเลียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273395

พรเพชร, คปพ, ศาลรธน, ม10/1, คมชัดลึก, เมิน, ให้, ยื่น, ศาล, รธน, วินิจฉัย, ปิโตรเลียม, กมปิโตรเลียม

“พรเพชร” เมิน คปพ.ให้ยื่นศาลรธน.วินิจฉัย กม.ปิโตรเลียม ปมตั้ง บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ  ยัน ตัด มาตรา 10/1 ถูกต้อง

          25 เม.ย. 60 – นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงกรณีที่น.ส.รสนา โตสิตระกูล แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย(คปพ.) เรียกร้องให้ สนช.ส่งร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนื่องจากกระบวนการตรากฎหมายไม่ชอบ หลังจากที่มีการตัดมาตรา 10/1 (การตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ) ออกไปโดยไม่มีการให้คณะกรรมาธิการวิสามัญฯถอนร่างกลับไปพิจารณาใหม่ ว่า ประเด็นดังกล่าวไม่เป็นเหตุต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนื่องจากกระบวนการพิจารณาได้มีการสอบถามความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการฯและที่ประชุมสนช.แล้ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงมติ เนื่องจากเป็นการตัดออก ไม่ใช่การแก้ไขเพิ่มเติม.

“ไม่ใช่เรื่องแปลก ครม.อนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำ” พล.อ.ประวิตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273351

บิ๊กป้อม, เรื่องแปลก, คมชัดลึก, รักษา, ทรัพยากร, ทางทะเล, เอกสาร, ลับ, รัฐบาล, ไม่ใช่, เรื่อง, แปลก, ครม, อนุมัติ, จัดซื้อ, เรือดำน้ำ, พลอ, ประวิตร, ไม่ใช่เรื่องแปลก, พลอประวิตร, ไม่ใช่เรื่องแปลก ครมอนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำ

“ประวิตร” ยันซื้อเรือดำน้ำผ่านครม. นานแล้ว ระบุมีความจำเป็นต้องรักษาทรัพยากรทางทะเลในระยะ 200 ไมล์ทะเล ลั่น เป็นเอกสารลับจึงไม่เปิดเผย

          25 เม.ย. 60 – พล.อ.ประวิตร วงษ์วงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความชัดเจนกรณีที่ครม. อนุมัติเงียบโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า เรื่องนี้อธิบายมานานแล้ว ซึ่งการซื้อเราจะซื้อทีละลำเพราะกว่าจะได้ลำหนึ่งใช้เวลา 5-6 ปี จึงได้มีการวางแผนระยะยาว ซึ่งโครงการนี้จะใช้เวลาทั้งหมด 11 ปี กว่าจะได้ทั้งหมด 3 ลำ ทั้งหมดยืนยันว่าทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน ไม่น่าจะมีอะไรที่น่าสงสัย ในเรื่องการจัดซื้อจัดหาก็จะต้องทำให้โปร่งใส ซึ่งครั้งนี้เป็นการซื้อในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) โดยตรง และสาเหตุที่กองทัพเรือเลือกซื้อจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเนื่องจากมีเหตุผล เพราะราคาถูกมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับ 9 ประเทศ ทุกประเทศแพงกว่าทั้งหมด ซึ่งนอกจากมีราคาแพงแล้วยังไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ ติดมาด้วย และสามารถดำน้ำได้นานสูงสุด 21 วัน โดยรายละเอียดต่างๆ กองทัพเรือจะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง ส่วนการใช้งบประมาณในการจัดซื้อนั้นทางกองทัพเรือจะดำเนินการร่วมกับสำนักงบประมาณ เพราะงบประมาณในการจัดซื้อครั้งนี้เป็นของกองทัพเรือโดยเฉพาะ ไม่ใช่งบกลาง ถือเป็นการใช้งบประมาณต่อเนื่องของกองทัพเรือในแผนพัฒนากองทัพเรือ ซึ่งแต่ละกองทัพก็มีแผนพัฒนาของแต่ละกองทัพอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า สรุปแล้วในการใช้งบประมาณการจัดซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้ใช้งบประมาณเท่าไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทั้งหมด 36,000 ล้านบาท ในจำนวน 3 ลำ ส่วนรายละเอียดจะแบ่งจ่ายอย่างไรสื่อไม่จำเป็นต้องรู้ เอาเป็นว่าใช้เวลาทั้งหมด 11 ปี เป็นการทยอยจ่าย
“เรายืนยันในเรื่องการจัดซื้อจัดหา เราทำความโปร่งใส โดยกองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ถ้าเราตัดสินใจซื้อจากประเทศอื่นในราคาลำเดียวก็เท่ากับ ซื้อของจีนได้ถึง 2 ลำ แถมยังไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ติดมาด้วย คณะกรรมการจากกองทัพเรือ 20-30 คน พิจารณาอย่างรอบคอบ มีการเปรียบเทียบทั้งคุณภาพ และราคาก่อนที่จะดำเนินการ ซึ่งทำตามขั้นตอนทุกอย่าง และที่ซื้อก็ไม่ถือว่าเป็นราคาที่แพง มีประโยชน์มากในฝั่งทะเลอันดามัน ที่เราจะใช้ในระยะ 200 ไมล์ทะเล ที่เราไม่เคยเข้าไป ที่สำคัญต้องใช้เวลา 5-6 ปีกว่าจะได้เรือดำน้ำลำแรก ไม่ใช่ซื้อวันนี้ได้พรุ่งนี้” พล.อ.ประวิตร กล่าว

เมื่อถามว่า ในการซื้อแบบรัฐต่อรัฐ ประเทศจีนมีเงื่อนไขจะต้องซื้อสินค้าอะไรจากประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวปฏิเสธว่าไม่มี การซื้อครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องในลักษณะรัฐต่อรัฐ คือไม่ใช้ในลักษณะของบราเตอร์เทรด ไม่มีเรื่องของการแลกเปลี่ยน ประเทศจีนก็ซื้อข้าวของไทยปกติ ไม่มีเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษทั้งสิ้น เงื่อนไขพิเศษมีเพียงอย่างเดียวคือประเทศจีนมอบอาวุธยุทโธปกรณ์และขีปนาวุธยิงจ่ายจากใต้น้ำสู่อากาศฟรี ถือว่าเป็นออฟชั่นที่ติดมากับเรือ ซึ่งความจริงเป็นเรื่องลับ โดยกองทัพเรือจะเป็นผู้ชี้แจงอีกครั้งหลังผ่านที่ประชุมครม. ตนสั่งวันนี้ พรุ่งนี้ก็สามารถชี้แจงได้
เมื่อถามว่า หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องดังกล่าวเมื่อผ่านการเห็นชอบครม. แล้วไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เพราะว่าเอกสารนี้เป็นเอกสารลับ เขาไม่เปิดเผยกัน ทุกเรื่องที่เป็นเอกสารลับ ไม่ว่าจะเป็นครม.ไหนก็เหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นเอกสารทางด้านยุทธศาสตร์ เรื่องยุทธวิธีเป็นเอกสารลับทั้งหมดอยู่แล้ว ทุกกระทรวง ทบวง กรม มีเอกสารลับทั้งหมด”
เมื่อถามว่า สรุปครม. อนุมัติเมื่อวันที่ 18 เม.ย. หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมจำไม่ได้ ผ่านไปนานแล้ว เอาเป็นว่าผมอยู่ในที่ประชุมแล้วกัน พวกสื่อจะรู้ไปทำไม หรือจะต้องถามด้วยว่าจะหายใจอย่างไร จะต้องถามกันอย่างไร จะเกิดประโยชน์อะไรกับประเทศบ้าง ในเมื่ออนุมัติแล้ว แล้วเป็นอย่างไร ก็ให้รู้ว่าอนุมัติแล้วก็จบ ไม่ต้องไปลงว่าอนุมัตวันที่เท่าไร ในเมื่อเป็นเอกสารลับก็ต้องลับอย่างนี้ ดีก็แล้วกันไม่เห็นเป็นอะไรเลย และยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการอนุมัติเงียบ ครม.ทั้งคณะรู้ทั้งหมด ที่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ชี้แจงให้ประชาชนทราบนั้น เดี๋ยวมันก็ทราบกันเอง ถึงเวลามันก็ทราบ อย่างเรื่องรถถังก็อนุมัติมา 1-2 เดือนแล้ว ก็เพิ่งทราบแล้วก็มาเขียน โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำใช้เวลาศึกษามา 9 ปีกว่าจะสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน กว่าจะมีการอนุมัติ ไม่ใช่คิดเพียงวันสองวัน ถือเป็นยุทธศาสตร์เก่า ซึ่งกองทัพเรือต้องการมานานแล้ว จึงได้วางยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนากองทัพไว้ มีการตั้งกองเรือดำน้ำมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีเรือ มีแต่คน”
เมื่อถามว่า พูดได้หรือไม่ว่าพล.อ.ประวิตร เป็นผู้ให้กำเนิดเรือดำน้ำ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่ พูดเช่นนั้นไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นของเก่า ที่กองทัพเรือเป็นผู้ริเริ่ม ตนไม่ใช่ผู้เริ่ม ถ้าบอกว่าตนเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดเรื่องนี้ ก็ต้องบอกว่านายกรัฐมนตรี เป็นผู้สนับสนุนเหมือนกัน ครม.ทุกคนก็สนับสนุนทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า พูดให้ชัดเจนว่าประโยชน์ของเรือดำน้ำครม. ชุดนี้อนุมัติจัดซื้อคืออะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มันมีความจำเป็นอย่างแน่นอน ซึ่งพูดมาแล้วหลายครั้ง ต้องยอมรับว่าในประเทศอาเซียนหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ทุกประเทศมีทั้งหมดแล้วโดยเฉพาะเวียดนามมีถึง 12 ลำ ประเทศที่อยู่ใกล้ทะเลทั้งหมดมีการเตรียมการจัดซื้อจัดหาเรือดำน้ำ เพราะมีความจำเป็นจะต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติในระยะทาง 200 ไมล์ทะเล ซึ่งประเทศไทยก็จำเป็นต้องมี กองทัพเรือจึงมีการวางแผนยุทธศาสตร์รักษาทรัพยากรทางทะเลไว้ และเรือที่จัดซื้อครั้งนี้ไม่ได้แพงกว่าเรือฟริเกต

เมื่อถามว่า มีหลักประกันอะไรว่าอนาคตเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลจะอนุมัติให้ซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เราทำแผนไว้เช่นนี้ถ้าไม่อนุมัติก็ไม่อนุมัติ ถ้ามองไม่เห็นถึงความจำเป็น แต่กองทัพเรือเขาต้องเสนอแน่นอนไม่เช่นนั้นเขาก็ต้องเอางบไปทำ และสร้างอย่างอื่น ไม่เห็นจะเป็นอะไร จากนี้ไปเลิกพูดถึงเรื่องเรือดำน้ำเสียที ไปดำอย่างอื่นแทน.

“บิ๊กป้อม” ไม่น้อยใจมีชื่อถูกปรับครม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273341

ปรับครม, บ้านเมือง, เสียสละ, ทำงาน, คมชัดลึก, ประวิตร, บิ๊ก, ป้อม, ไม่, น้อยใจ, มีชื่อ, ถูกปรับ, ครม, บิ๊กป้อม

“บิ๊กป้อม” ไม่หวั่นหลุด “ครม.”  ไม่น้อยใจ อายุ 72 ยังเสียสละทำงานเพื่อบ้านเมือง

          25 เม.ย. 60 – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกระแสข่าวการปรับรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า ยืนยันว่าไม่มี

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าจะมีการปรับเปลี่ยนตัวรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงด้วย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “โอ้โห ผมก็พร้อมนะ อยากจะให้ออก คุณจะได้หัวเราะกันอย่างสบาย ผมอยากบอกว่าคนนั่งเขียนข่าวก็นั่งเขียนอยู่ข้างใน อยากเขียนอะไรก็เขียน ก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ผมขอถามหน่อยว่าคุณจะทำอย่างไรกับเรื่องพวกนี้ หากมันไม่เกิดขึ้น ไม่รับผิดชอบแล้วจะทำอย่างไร ผู้สื่อข่าวคนไหนก็ได้ตอบผมหน่อย”
เมื่อถามว่า น้อยใจหรือไม่ที่มีกระแสข่าวตกเป็นเป้าตลอด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมไม่น้อยใจ อายุปาผมเข้าไป 72 ปีแล้ว ผมพร้อมออก อายุขนาดนี้แล้วไม่มีใครทำงานขนาดนี้หรอก ถึงมีก็น้อยมาก ผมก็เสียสละทุกอย่าง.”

รับแล้ว !! ครม.อนุมัติซื้อเรือดำน้ำจีนจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/273265

สรรเสริญ, ประยุทธ์, ประวิตร, รับ, แล้ว, ครม, อนุมัติ, ซื้อ, เรือดำน้ำ, จีน, จริง, รับแล้ว, ไก่อู

“ไก่อู”ยอมรับครม.อนุมัติซื้อเรือดำน้ำจีนแล้ว 1 ลำวงเงิน 13,500 ล้านบาท ยันไม่มีลับลมคมใน

      24 เมษายน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ตามที่กองทัพเรือเสนอ ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน ว่า ครม.มีมติอนุมัติโครงการดังกล่าวจริง โดยจัดซื้อเรือดำน้ำหยวนคลาส เอส 26 ที (Yuan Class S26T) จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 1 ลำ วงเงิน 13,500 ล้านบาท ยืนยันว่าไม่มีอะไรเป็นลับลมคมใน ซึ่งการจัดซื้อเป็นงบผูกพัน ไม่ได้จ่ายเงินครั้งเดียว แต่จะทยอยจ่าย

ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงกลาโหม ชี้แจงในที่ประชุมว่า มีความจำเป็นต้องจัดซื้อ เพราะเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ ไม่ใช่อยากได้ตามประเทศอื่น แต่กองทัพเรือประเมินจากภัยคุกคามของประเทศที่มีอาณาเขตติดกับไทย ประเมินจากความมั่นคงทางท้องทะเล จึงต้องมีการศึกษาแนวทางการป้องกันทางทะเล เพื่อการป้องกันภัยคุกคามที่มีศักยภาพเหนือกว่า

“ประเทศเราอยู่ติดทะเล วันหน้าไม่มีสิ่งที่แน่นอน เราจึงต้องมีศักยภาพเพื่อป้องกันภัย และการสั่งซื้อไม่ใช่ว่าอนุมัติไปแล้วจะได้ใน 3- 5 วัน แต่ต้องรอหลายปี ทั้งนี้ เป็นการซื้อลำเดียวก่อน ส่วนลำต่อไปอยู่ที่กองทัพเรือ อย่างไรก็ตามที่โฆษกฯไม่ได้แถลงข่าว เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเอกสารลับที่สุดหรือมุมแดง และเป็นโหมดงานด้านความมั่นคง จึงไม่จำเป็นต้องแถลง แต่ยืนยันว่าไม่มีลับลมคมใน” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว