ทรัมป์เฟอะฟะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย 25 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921352


นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย พูด “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง…คุณลักษณะที่พึงประสงค์” รับใช้ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ศพก. เขต 4 จำนวน 183 คน 13.00-16.00 น. อังคารวันนี้ ที่โรงแรม เจริญธานี จ.ขอนแก่น

การเป็นผู้นำประเทศที่ไม่ทราบประวัติศาสตร์ บางครั้งจะมีคำพูดคำจาเฟอะฟะที่นำความขัดแย้งระหว่างประเทศให้เกิดขึ้นได้นะครับ ถ้าเป็นผู้นำประเทศเล็กอย่างบูร์กินาฟาโซ โตโก รวันดา บุรุนดี ฯลฯ ก็คงไม่มีปัญหาอย่างใด แต่ถ้าเป็นผู้นำประเทศใหญ่ มีอิทธิพลต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก การไม่รู้ประวัติศาสตร์เป็นภัยอย่างยิ่ง

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนไปเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ก่อน ไปเยือนแล้วก็มีการคุยกันกระจุ๋งกระจิ๋งกับประธานาธิบดีทรัมป์

ตั้งแต่คุยกับนายสี นายทรัมป์ก็มีพฤติกรรมและคำพูดเปลี่ยนแปลงไปเยอะ เที่ยวให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ฉบับโน้นฉบับนี้เหมือนกับจะอวดว่า ตนเองมีความเชี่ยวชาญทางด้านจีนเป็นเอกอุ

นายทรัมป์ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอนัลว่า “ท่านทั้งหลายก็ทราบใช่ไหมว่า มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีมาแล้ว และก็มีสงครามเกิดขึ้นนับจำนวนไม่ได้ และโดยแท้ที่จริงแล้ว เกาหลีเคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน” ทรัมป์พูดประโยคนี้เพราะต้องการจะอวดคนอเมริกันในเรื่องที่แกกำลังแก้ไขปัญหานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยทรัมป์ผูกจีนเข้ากับเกาหลีเหนือว่า ตามประวัติศาสตร์ เกาหลีเคยเป็นดินแดนของจีนมาก่อน มีความผูกพันกันสูง ดังนั้น การที่ต้องการให้เกาหลีเหนือกระทำหรือยับยั้งการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง สหรัฐฯก็ต้องคุยกับจีน

ผู้อ่านท่านที่เคารพ ดินแดนต่างๆ บนคาบสมุทรเกาหลี แม้ว่าจะมีความใกล้ชิดกับจีน แต่เป็นความใกล้ชิดที่ได้รับอิทธิพลทางการเมืองและวัฒนธรรมมาเท่านั้น จากประวัติศาสตร์ที่เราเคยอ่านกัน จีนพยายามมากมายหลายครั้งที่จะเข้าไปยึดเกาหลี แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จนะครับ จีนจึงไม่เคยปกครองเกาหลี มีแต่เพียงบางช่วงเวลาที่เกาหลีส่งเครื่องบรรณาการให้จีนเท่านั้น

เรื่องที่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์วอลสตรีทเจอนัลทำให้คนเกาหลีโกรธมาก ถ้าทรัมป์พูดถึงประเทศเล็กๆ ที่ผู้คนมีวัฒนธรรมอ่อนหรือ soft culture ก็คงจะไม่มีผลกระทบ แต่คนเกาหลีเป็นพวกวัฒนธรรมแข็งหรือ hard culture แม้แต่คนเผ่าพันธุ์เดียวกันยังไม่ยอมกันเลยครับ ยังต้องแบ่งเป็นเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้

ทรัมป์จึงเละตุ้มเป๊ะในสายตาของคนเกาหลีใต้ ทรัมป์โดนด่าว่าเป็นไอ้พวกไม่รู้ประวัติศาสตร์ ไอ้พวกไร้สาระ หลายคนสงสัยว่าแกเป็นนักธุรกิจใหญ่มาได้ยังไง เพราะแม้ประกอบอาชีพนักธุรกิจ ก็ต้องรู้ประวัติศาสตร์อยู่บ้าง

ตอนนี้กระแสคนเกาหลีพุ่งเป้าไปที่นายสี จิ้นผิง เพราะนายทรัมป์บอกว่านายสีได้เล่าอะไรให้แกฟังมากมายหลายอย่าง และสิ่งที่แกเอามาให้สัมภาษณ์นี้ก็เป็นการถ่ายทอดการสนทนาระหว่างตัวแกเองกับนายสี

คนเกาหลีใต้หวาดระแวงจีนอยู่แล้วนะครับ บรรพบุรุษเกาหลีต้องเสียเลือดเนื้อต่อสู้กับคนจีนเพื่อปกป้องแผ่นดิน หากนายสีเล่าให้นายทรัมป์ฟังอย่างนี้จริง ผมว่านี่เรื่องใหญ่ครับ ความขัดแย้งของ 2 ประเทศก็คงจะบานปลายขยายผลไปอีกหลายเรื่อง

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ตอนนี้ทั้ง 2 ประเทศก็ขุ่นข้องหมองใจกันในเรื่องที่เกาหลีใต้ยอมให้สหรัฐฯติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธในบรรยากาศชั้นสูงหรือ THAAD เพื่อใช้สกัดจรวดที่ยิงมาจากเกาหลีเหนือ กรณี THAAD ทำให้จีนไม่ชอบเกาหลีใต้ถึงขนาดมีผลกระทบต่อธุรกิจของคนเกาหลีใต้ในแผ่นดินจีนเป็นอย่างมาก

ตอนนี้ นายทรัมป์มีจดหมายเชิญนายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามไปเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ

นายเหวียนคงจะกำลังนอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่เหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่านายทรัมป์จะเอาเรื่องที่นายเหวียนจะพูดกับแกไปให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับใด และข้อความที่จะให้สัมภาษณ์นั้น คนอ่านจะรับได้หรือเปล่า?

นายทรัมป์อาจจะเฟอะฟะขนาดให้สัมภาษณ์ว่า ในอดีตฟิลิปปินส์เคยเป็นของเวียดนามก็ได้.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

 

ใช้แผนเซ็กซ์หมู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย มายุเหลียน 25 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921350


พยาย้าม…พยายามไม่รู้กี่ครั้ง กี่หนแต่ไม่ถึงกับอับจนปัญญา

มร.เอียน แคมป์เบลล์ ชาวเมืองโตรอนโต ณ แคนาดา เจ้าของธุรกิจทำอาหารให้คนแก่ส่งตามบ้าน ต้องมาปวดหัวตึ้บๆ ตั้บๆ เพราะบังเอิ๊ญญญ… ชื่ออีเมลของตัวเองดันไปเป๊ะกับชื่อสมาชิกแก๊ง “ฟรายเดย์ กรุ๊ป” แห่งสโมสรกอล์ฟรัสเลย์ เมืองไครสต์เชิร์ช ณ กีวี…นู่นนนน…

แล้วต้องปวดประสาทกับ จ.ม.ที่ไม่ได้เกี่ยวด้วยตลอดๆๆๆ

อี-เมล บอกไปก็ไม่ได้เรื่อง เลยสืบค้นเจอเจ้าของบ้านหลังหนึ่ง แถวๆ เมืองไครสต์ฯ เปิดให้บริการทางเลือกใหม่ของที่พักแนวผู้ใหญ่ๆ

หรือเรียกให้ง่ายๆ ว่า “สวิงกิ้ง” สลับคู่นอน นั่นแหละ

ว่าแล้วก็จัดการส่งเมลเชิญสมาชิก “นักออกรอบแห่งรัสเลย์ทั้งหลาย”

“อย่างที่เคยๆกันนะพวกเรา เพราะปีที่แล้ว แออัดนิดหน่อย 14 คน แต่มีแค่ 2 ห้อง มาคราวนี้ จัดจองให้ 4 ห้อง อัดได้สุด 4 คนต่อห้องคราวนี้ ผัว-เมียต้องจับแยกนะคร้าบบ”

พอได้รับเสียงตอบครบทุกสมาชิก เฮียเอียนก็แจงเรื่องจริงอย่างสุภาพ ก่อนตบท้ายว่า

“ให้ตายเถอะ! เอาชื่อผมออกซะ บอกไป 3 ครั้งแล้วว่า ข้า…ไม่ใช่เอียน แคมป์เบลล์ ของพวกเอ็งเฟ้ยยย!!!”.

มายุเหลียน

 

รอบโลก 25/04/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/922077


ประกันตัวอดีตผู้นำ

ฮ่องกง-เมื่อ 24 เม.ย. ศาลฮ่องกงตัดสินอนุญาตให้นายโดนัลด์ จาง อดีตผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกง วัย 72 ปี ได้รับการประกันตัว ทั้งนี้ นายจางเดินทางจากโรงพยาบาลมาขึ้นศาล เพราะมีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ หลังถูกตัดสินจำคุกในเรือนจำสแตนเลย์เมื่อเดือน ก.พ.เป็นเวลา 20 เดือน โทษฐานประพฤติในหน้าที่โดยมิชอบ จากการปกปิดการเจรจาเช่าอพาร์ตเมนต์กับนายบิลล์ หว่อง โช-เปา มหาเศรษฐีที่ดิน ขณะที่สภาฮ่องกงเปิดอภิปรายและมีมติอนุมัติออกใบอนุญาตให้เช่าสัญญาณวิทยุดิจิทัลกับบริษัทที่นายหว่องเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่.

กีวีเล็งห้ามนำแล็ปท็อปขึ้นเครื่อง

เวลลิงตัน-นายบิล อิงลิช นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ เผยเมื่อ 24 เม.ย. ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการบินของนิวซีแลนด์ อยู่ระหว่างพิจารณาการใช้มาตรการความปลอดภัยแบบเดียวกับสหรัฐฯและอังกฤษ ด้วยการสั่งห้ามผู้โดยสารจากชาติในตะวันออก ที่จะเดินทางมายังนิวซีแลนด์ ห้ามนำคอมพิวเตอร์พกพาแล็ปท็อป หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ขึ้นเครื่องบิน แต่กรณีนี้ยังถือว่าอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ว่าควรจะดำเนินการเช่นไรจึงจะเหมาะสม.

ซัมซุงปรับมือถือหน้าจอแดง

โซล-เมื่อ 24 เม.ย.บริษัทซัมซุง ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของเกาหลีใต้เตรียมเสนอการปรับเกรดระบบซอฟต์แวร์ล่วงหน้าอย่างผิดปกติสำหรับสมาร์ทโฟนที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด ซัมซุง เอส 8 หลังพบว่ามีลูกค้าที่ซื้อไปร้องเรียนเรื่องหน้าจอเป็นสีแดงผิดปกติและมีภาพลงสื่อออนไลน์ ซึ่งทางซัมซุงยืนกรานปฏิเสธถึงความผิดปกติดังกล่าว กระทั่งยอมปรับระบบใหม่ซึ่งจะเริ่มภายในสัปดาห์นี้ โดยจะให้ลูกค้าสามารถปรับหรือตั้งระบบค่าสีได้ตามความพอใจ.

โลกทุ่มงบทหารเพิ่ม

สตอกโฮล์ม-ผลการศึกษาค้นคว้าโดยสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน (SIPRI) เมื่อ24 เม.ย.พบว่าเมื่อปีกลาย รัสเซียทุ่มงบประมาณให้กับกองทัพมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ทั้งที่ประสบปัญหาราคาน้ำมันโลกตกต่ำและถูกกลุ่มประเทศตะวันตกคว่ำบาตรเรื่องยูเครน ขณะที่สหรัฐฯ ยังครองแชมป์โลกเพิ่มงบให้กองทัพ 1.7% เป็น 611,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามด้วยจีน ส่วนงบประมาณให้กองทัพในยุโรปตะวันตกเพิ่มติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยทุ่มเพื่อต่อต้านก่อการร้าย 2.6%.

 

มะกันคว่ำบาตรจนท.ศูนย์ผลิตอาวุธซีเรีย 271 คน ตอบโต้ใช้อาวุธเคมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 เม.ย. 2560 03:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/922141


สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

สหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อประเทศซีเรีย เพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เรียกร้องให้สหประชาชาติร่วมเผชิญหน้าปัญหาเรื่องซีเรียและเกาลหลีเหนือ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 24 เม.ย. กระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อเจ้าหน้าที่ 271 คน ของ ‘ศูนย์ศึกษาและวิจัยวิทยาศาสตร์ซีเรีย’ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลซีเรียที่รับผิดชบในด้านการพัฒนาและผลิตอาวุธอำนาจทำลายล้างสูง เพื่อตอบโต้รัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาว่า ใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 60 ราย

นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เจ้าหน้าทั้ง 271 คนจะถูกอายัดทรัพย์สินทั้งหมดที่พวกเขามีในสหรัฐฯและจะถูกห้ามไม่ให้ทำธุรกิจในในสหรัฐฯ “สหรัฐอเมริกากำลังส่งสัญญาที่รุนแรงว่า พวกเราจะไม่ทนต่อการผลิตและใช้อาวุธเคมี” นายมนูชินกล่าว

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงเรียกร้องต่อบรรดาผู้แทนของสหประชาชาติที่มาเยือนทำเนียบขาว ว่าพวกเขาต้องพยายามให้หนักขึ้นในการเผชิญหน้ากับซีเรียและภัยคุกคามอย่างเช่นเกาหลีเหนือ

“สหประชาชาติไม่ค่อยชอบแบกรับปัญหาต่างๆ” นายทรัมป์กล่าว อ้างถึงการที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติปฏิเสธที่จะออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อซีเรีย หลังสหรัฐฯ ยิงจรวดโจมตีฐานทัพของกองทัพซีเรียเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา “ผมกระตุ้นคณะมนตรีความมั่นคงฯ ให้รวมมือกันรับมือกับภัยคุกคามทั้งหลายนี้”

 

ด.ช.ออสซี่วัย 12 ขโมยรถพ่อขับข้ามรัฐ 1,300 กม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 เม.ย. 2560 02:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/922071


ตำรวจเมืองโบรเกน ฮิลล์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ในออสเตรเลีย สั่งให้เด็กชายวัย 12 ปี ขับรถจอดข้างทาง หลังพบสิ่งผิดปกติ กันชนของรถยนต์ลากไปกับพื้น ก่อนจับกุมนำตัวส่งสถานีตำรวจ

ทั้งนี้ เด็กดังกล่าวขโมยรถของพ่อแม่แล้วพยายามขับข้ามรัฐจากเมืองเคนดัลล์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ไปยังเมืองเพิร์ธ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เป็นระยะทาง 4,000 กม. แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้ได้หลังขับไปไกลถึง 1,300 กม.

ด้านพ่อแม่เด็ก ซึ่งรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีที่รู้ว่าลูกหายไปจากบ้าน ก็เดินทางมารับตัวกลับ คาดว่าอาจถูกดำเนินคดีเยาวชน ท่ามกลางข้อสงสัยว่าเด็กขับรถคนเดียวเป็นระยะทางไกล โดยไม่มีใครสังเกตและผ่านเส้นทางทั้งที่อันตรายและร้างไกลผู้คนได้อย่างไร.

 

ดูเตร์เตโหดใส่กบฏ เจอหน้าแล่ตับกิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 เม.ย. 2560 01:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/922061


เมื่อ 24 เม.ย. นายโรดริโก ดูเตร์เตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้ออกแถลงการณ์รุนแรง กรณีกองกำลังติดอาวุธอาบู ซายาฟ วางแผนก่อเหตุโจมตีในจังหวัดโบฮอล ทางภาคกลาง แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดแผนได้ก่อนลงมือ ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 8 ศพ พร้อมทหารและตำรวจ 3 นาย โดยนายดูเตร์เตกล่าวว่า พวกนี้ถือเป็นสัตว์และถ้าอยากให้ผมทำตัวเหมือนสัตว์ด้วย ผมก็คุ้นเคยอยู่แล้ว เรามีความโหดเหมือนกัน และแน่นอนว่าผมสามารถโหดได้มากกว่าพวกคุณ 50 เท่า

นอกจากนี้ นายดูเตร์เตยังเปิดเผยว่า ในการปฏิบัติการทลายแผนร้ายเมื่อ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ทหารยิงทิ้งให้หมด พร้อมสำทับอีกว่า ถ้าผมโมโหแล้วทหารจับตัวผู้ก่อความรุนแรงมาอยู่ตรงหน้า ผมจะสั่งให้เอาเกลือกับน้ำส้มสายชูมา และจะลงมือกินตับมัน ซึ่งหลังจากกล่าวประโยคนี้ทำให้ผู้คนต่างพากันหัวเราะ แต่นายดูเตร์เตได้กล่าวตัดบททันทีว่า เป็นเรื่องจริง.

 

กลัวสงคราม! ยอดสั่งทำหลุมหลบนิวเคลียร์-เครื่องกรองรังสีในญี่ปุ่นพุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 เม.ย. 2560 01:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/922095


บริษัทต่างๆ ในญี่ปุ่นออกมาเปิดเผยว่า จำนวนการสั่งทำหลุมหลบภัยนิวเคลียร์รวมทั้งยอดสั่งซื้อเครื่องกรองอากาศพุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกาหลีเหนือแสดงท่าที่คุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ…

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า จำนวนยอดสั่งทำหลุมหลบภัยนิวเคลียร์ รวมถึงยอดขายของเครื่องกรองอากาศรุ่นสามารถกรองรังสีได้ในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบขีปนาวุธต่อต้านมติสหประชาชาติ ขณะที่สหรัฐฯ ก็ส่งกองเรือรบนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์เข้าประชิดคาบสมุทรเกาหลี

นาง โนบุโกะ โอริเบะ ผู้อำนวยการของบริษัท ‘โอริเบะ เซกิ เซซาคุโช’ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเมืองโกเบ เมืองเอกของจังหวัดเฮียวโงะ ทางตะวันตกของประเทศยี่ปุ่น และมีความเชี่ยวชาญในการสร้างหลุมหลบภัยนิวเคลียร์ เปิดเผยว่า ตลอดเดือนเม.ย. มีผู้สั่งทำหลุมหลบภัยแล้วถึง 8 ราย ทั้งที่ตามปกติปีหนึ่งๆ จะมีผู้สั่งทำเพียง 6 ราย โดยหลุมหลบภัยของบริษัทเป็นแบบผนึกไม่ให้อากาศเข้าพร้อมเครื่องกรองอากาศ ทนแรงระเบิดสูง แม้จะมีนิวเคลียร์แบบเดียวกับที่ถล่มเมืองโอโรชิมาตกห่างออกไปเพียง 660 เมตร

นางโอริเบะเผยอีกว่า บริษัทยังขายเครื่องกรองอากาศรุ่นที่สามารถกรองรังสีและแก๊สพิษ ผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 50 เครื่องที่พวกเขามีอยู่หมดเกลี้ยง และยังมียอดสั่งซื้อเข้ามาเรื่อยๆ อนึ่ง เครื่องกรองอากาศขนาดสำหรับ 6 คนมีราคาอยู่ที่ 620,000 เยน (ราว 193,900 บาท) ส่วนเครื่องกรองอากาศขนาดสำหรับ 13 คน ซึ่งมักติดตั้งในหลุมหลบภัยขนาดครอบครัวมีราคา 1.7 ล้านเยน (ราว 531,000 บาท)

ขณะที่นาย อากิระ ชิกะ ผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัท เอิร์ธ ชิฟต์ ในจังหวัดชิสุโอกะ ระบุว่า จำนวนผู้ที่สอบถามข้อมูลหรืออ้างถึงหลุมหลบภัยใต้ดินของพวกเขาเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่านับตั้งแต่เดือนก.พ.

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือเพิ่มความถี่ในการทดสอบยิงขีปนาวุธของพวกเขามากขึ้น โดยเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา มีจรวด 3 ลูกถูกยิงตกภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น ห่างจากชายฝั่งจังหวัดอะกิตะเพียง 300-350 กม.เท่านั้น ทำให้ประชาชนในญี่ปุ่นและประเทศเพื่อบ้านของเกาหลีเหนืออย่างเกาหลีใต้ เกิดความกังวลว่าอาจมีการโจมตีเกิดขึ้นจริง

สถานการณ์ยิ่งดูฉุกเฉินขึ้นไปอีก เมื่อในวันศุกร์ รัฐบาลกลางญี่ปุ่นเรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่นจัดการฝึกซ้อมอพยพประชาชนเผื่อในกรณีที่เกิดการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ ขณะที่นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ บอกกับสมาชิกสภาในเดือนนี้ว่า เกาหลีเหนืออาจมีความสามารถในการยิงมิสไซลส์ที่ติดตั้งแก๊สพิษซาริน

 

ผู้นำฝรั่งเศสขอปชช.ปฏิเสธ ‘เลอ แปน’ หนุน ‘มาครง’ สืบทอดตำแหน่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 เม.ย. 2560 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/922035


ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์เรียกร้องประชาชนให้เลือกนาย เอมมานูเอล มาครง เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศ โดยอ้างว่า แนวคิดขวาจัดของเลอ แปน จะทำให้ฝรั่งเศสแตกแยก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 24 เม.ย. ประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส ออกมาเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งในฝรั่งเศส ปฏิเสธนาง มารีน เลอ แปน ผู้แทนจากพรรคแนวหน้าแห่งชาติ ฝ่ายขวาจัด และประกาศสนับสนุนนาย เอมมานูเอล มาครง ผู้สมัครอิสระเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำแดนน้ำหอมต่อจากเขา

นายออลลองด์ออกมากล่าวผ่านทางโทรทัศน์ ระบุว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ มีหน้าตาของฝรั่งเศส รวมทั้งความเป็นอันหนึ่งอันเดียว, สถานะสมาชิกสหภาพยุโรป และจุดยืนในโลก เป็นเดิมพัน และว่า แนวคิดขวาจัดอาจทำให้เกิดความแตกแยกในยุโรป รวมถึงเกิดความแบ่งแยกอย่างลึกล้ำในฝรั่งเศส ซึ่งเมื่อเผชิญความเสี่ยงเช่นนี้ เขาจะเลือกนายมาครงเป็นผู้นำ เพราะเขาจะปกป้องค่านิยมต่างๆ ซึ่งจะทำให้ชาวฝรั่งเศสสามัคคีกันในช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับยุโรป, โลก และสำหรับฝรั่งเศสเช่นนี้

ทั้งนี้ นายมาครง กับนางเลอ แปน เป็นผู้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด 2 อันดับแรกในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (มาครง 23.8%, เลอ แปน 21.5%) แต่ไม่มีผู้ได้คว้าเสียงข้างมากเป็นผู้ชนะเด็ดขาด ทั้งคู่จึงต้องไปตัดสินกันอีกครั้งในการเลือกตั้งรอบ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7 พ.ค.นี้ โดยโพลหลายสำนักให้นายมาครงเป็นตัวเก็งที่จะเป็นผู้ชนะ

นายออลลองด์เป็นบุคคลสำคญของฝรั่งเศสคนล่าสุดที่ออกมาแสดงความสนับสนุนนายมาครง หลังจากก่อนหน้านี้ นาย ฟรองซัวส์ ฟิยง ผู้แทนจากพรรครีพับลิกัน และนาย เบอนัวต์ อามง จากพรรคสังคมนิยม ผู้พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งรอบแรกร้องขอให้แนวร่วมของพวกเขาโหวตสนับสนุนนายมาครง

อย่างไรก็ดี นาย ฌอง-ลุค เมลองชอง ผู้สมัครจากกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้าย ซึ่งได้คะแนนเป็นอันดับ 4 ในการเลือกตั้งรอบแรก ประกาศจะไม่สนับสนุนนายมาครง ที่มีนโยบายสนับสนุนการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป, สนับสนุนธุรกิจ และแนวคิดโลกาภิวัฒน์ (โลกไร้พรมแดน) ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่นายเมลองชองพยายามผลักดันทั้งการต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด และต่อต้านสหภาพยุโรป

ผมรักครู! มาครง ตัวเต็งปธน.ฝรั่งเศส แต่งครูสอนสมัยมัธยม แก่กว่า 25ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 เม.ย. 2560 19:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921911


เผยตำนานรักไม่ธรรมดาของ เอ็มมานูเอล มาครง ตัวเต็งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่ชนะเลือกตั้งรอบแรก และต้องไปชิงชัยในศึกเลือกตั้งรอบ 2 เผยตกหลุมรักภริยาแก่กว่า 25 ปี มาตั้งแต่เธอเป็นครูสอนชั้นมัธยมปลาย และมาครงได้ประกาศตั้งแต่อายุ16 จะแต่งงานกับครู คุณแม่ลูก 3 คนนี้

เมื่อ 24 เม.ย. สื่อต่างประเทศจับจ้อง นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส จากพรรคสังคมนิยม (Socialist) หลังจากได้คะแนนเสียง 23.8% มาเป็นอันดับ 1 ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรก เมื่อ 23 เม.ย. จนกลายเป็นหนึ่งใน 2 ผู้ท้าชิงที่ต้องไปลุ้นในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบ 2 แข่งกับ นางมารีน เลอแปน ผู้สมัครจากพรรคขวาจัด แนวร่วมแห่งชาติ ในวันที่ 7 พ.ค.ว่า นอกเหนือจากการรายงานเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้ว ยังได้ลงข่าวตำนานความรักที่ไม่ธรรมดาของมาครง ตัวเต็งประธานาธิบดีคนใหม่ กับ บริจิตต์ โทรนเญอซ์ ภริยาวัย 64 ซึ่งมีอายุแก่กว่าเขาถึง 25 ปี

เว็บไซต์มิร์เรอร์ เผยว่า เรื่องราวความรักของมาครง นักการเมืองดาวรุ่ง  ที่มีต่อ บริจิตต์ โทรนเญอซ์ อย่างเหนียวแน่น ถูกสื่อในฝรั่งเศสรายงานมากขึ้น เมื่อมาครงมีคะแนนนิยมดีวันดีคืนอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ จนชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรก จึงทำให้ไม่รอดพ้นจากการลงข่าวเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะ ความรักที่ไม่ธรรมดาระหว่างเขากับภริยา บริจิตต์ เนื่องจาก มาครงได้ตกหลุมรัก บริจิตต์ ครูสาวโรงเรียนมัธยมปลายที่เมืองเอเมียงส์ มาตั้งแต่เขายังเป็นหนุ่มน้อย อายุ 16 ปี และได้ประกาศว่าเขาจะต้องแต่งงานกับครูบริจิตต์ให้ได้ แม้จะถูกทักท้วงจากพ่อแม่ อย่างไรก็ตาม  ด้วยความรักอันมั่นคง ทำให้ในที่สุด มาครงได้แต่งงานกับบริจิตต์ เมื่อปี2550

สำหรับเรื่องราวความรักระหว่าง มาครง ผู้ได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ให้มารับตำแหน่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจ กับ บริจิตต์ อดีตคุณครู และยังเป็นคุณแม่ลูก 3 เปิดเผยลงในหนังสือใหม่เล่มหนึ่ง และจากนั้นได้ถูกนำมาเผยแพร่ในนสพ.ของฝรั่งเศสอย่างครึกโครม นับตั้งแต่คะแนนเสียงของ มาครง มาแรงอย่างรวดเร็ว และทั้งสองได้ตอบโต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ตามมา ด้วยการแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อกันอย่างยิ่ง แม้อายุจะห่างกันมาก ระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการจุมพิต โอบกอด หรือจูงมือ จนทำให้ใครเห็นต่างก็ชื่นชม และพากันอิจฉาในความรักของทั้งสองไปตามๆกัน.

ตะลึง หมาเกรตเดนในอังกฤษ ตัวใหญ่มาก หนักเท่า‘ลูกช้าง’ กินเดือนละ4.6พัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 เม.ย. 2560 17:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921851


(ภาพจากยูทูบ : Hot News)

‘บัลทาซาร์’ หมาพันธุ์เกรต เดน ตัวใหญ่มากในอังกฤษ นิสัยดี สุภาพ.. เจ้าของตะลึง พาไปหาหมอชั่งน้ำหนัก พุ่งปรี๊ดไปเกือบ 100 กิโลกรัม พอๆ กับลูกช้าง เผยควักกระเป๋าจ่ายค่าอาหารเดือนละประมาณ 4,600 บาท

เมื่อ 24 เม.ย. เว็บไซต์ มิร์เรอร์ เผยแพร่เรื่องฮือฮาถึงความใหญ่โตของ สุนัขพันธุ์เกรตเดน สีดำตัวหนึ่ง ชื่อว่า เจ้าบัลทาซาร์ (Balthazar) ซึ่งนายวินนี ชายชาวอังกฤษ วัย 46 ปี และครอบครัวของเขาที่พำนักอาศัยอยู่ที่เมืองเกดลิง มณฑลนอตทิงแฮม ในประเทศอังกฤษ เลี้ยงดูมันจนร่างกายใหญ่โต และมีน้ำหนักประมาณเท่ากับ ‘ลูกช้าง’ เพราะหนักมากถึง 98 กิโลกรัม จนกำลังส่งเจ้าบัลทาซาร์ ท้าชิงในฐานะเป็นสุนัขที่ตัวใหญ่มากที่สุดในสหราชอาณาจักรเลยทีเดียว

นายวินนี เล่าให้นักข่าวฟังว่า เจ้าบัลทาซาร์ ตอนนี้ อายุ 5 ปีแล้ว โดยมันมีร่างกายที่ใหญ่โตมาก วัดจากจมูกถึงหาง ยาวถึง 7 ฟุต และจากอุ้งเท้าถึงไหล่ของมัน สูงถึง 3 ฟุต 3 นิ้ว จนทำให้ทุกวันนี้ เขาต้องให้เจ้าบัลทาซาร์ไปอยู่ในห้องครัว และยังได้สั่งซื้อเตียงพิเศษให้กับมันด้วย ขณะที่ ค่าอาหารสำหรับเจ้าบัลทาซาร์ เฉลี่ยเดือนละ 108 ปอนด์ หรือราว 4,600 บาท โดยวินนี เล่าว่า เขาต้องตกตะลึง เมื่อนำเจ้าบัลทาซาร์ไปหาสัตวแพทย์ เมื่อสัปดาห์ก่อน และปรากฏว่า น้ำหนักของมันพุ่งไปถึง 98 กิโลกรัม

‘มันเป็นหมาตัวใหญ่ แต่ไม่ใช่หมาอ้วน เพราะยังมองเห็นซี่โครงอยู่’ วินนี บอกกับนักข่าว และยังพูดถึงเจ้าบัลทาซาร์ ว่า เป็นสุนัขตัวใหญ่ที่มีนิสัยสุภาพ มันชอบเล่นกับลูกๆ ทั้ง 3 ของเขา และยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของแมว 3 ตัว ที่ครอบครัวเขาเลี้ยงไว้อีกด้วย ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์และสุนัขในอังกฤษ เชื่อว่า เจ้าบัลทาซาร์ น่าจะเป็นสุนัขที่มีน้ำหนักมากสุดในอังกฤษ เพราะสุนัขที่สูงที่สุด คือ สุนัขพันธ์ุเกรต เดนเช่นกัน ซึ่งอยู่ที่มีสวอนซี ที่มีลำตัวยาว 8 ฟุต