ทรัมป์ต่อสายตรงสี จิ้นผิง!โสมแดงขู่มี H-Bombพร้อมจมเรือบรรทุกเครื่องบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 เม.ย. 2560 15:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921725


เพนตากอน สวนกลับทางการเกาหลีเหนือ  เตือนอย่าทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่านี้ ขณะที่ ปธน.ทรัมป์ต่อสายตรงคุยกับสี จิ้นผิง และชินโสะ อาเบะ หลังสื่อเปียงยาง ขู่เกาหลีเหนือ พร้อมจมเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ และมีอาวุธที่สามารถยิงไกลไปถึงสหรัฐฯ-เอเชียแปซิฟิก รวมทั้งยังมีระเบิดไฮโดรเจน

เมื่อ 24 เม.ย. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน โฆษกประจำกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้ทางการเกาหลีเหนือทันที เรียกร้องรัฐบาลคอมมิวนิสต์ เกาหลีเหนือ ควรหลีกเลี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดอย่างเลวร้ายมากไปกว่านี้ เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจาก ‘โรดอง ชินมุน’ นสพ.ในกรุงเปียงยาง รายงาน รัฐบาลเกาหลีเหนือพร้อมแล้วที่จะโชว์แสนยานุภาพทางทหาร ด้วยการจมเรือบรรทุกเครื่องบินพลังนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ที่ร่วมซ้อมรบกับเรือพิฆาตญี่ปุ่นใกล้ฟิลิปปินส์ ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว โดยสื่อกระบอกเสียงของทางการ ยังอ้างด้วยว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือ มีอาวุธที่สามารถยิงไกลถึงสหรัฐฯ และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมทั้ง มีอาวุธร้ายแรงอย่าง ระเบิดไฮโดรเจน ขณะที่ ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถตรวจสอบการกล่าวอ้างดังกล่าวได้ว่าเป็นจริงหรือไม่

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า ท่ามกลางสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีที่ตึงเครียดมากขึ้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน และ นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 24 เม.ย. โดยตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวของจีน ระบุว่า ผู้นำจีนได้กล่าวกับทรัมป์ว่า เขาหวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถอดทน และยับยั้งชั่งใจต่อสถานการณ์ในขณะนี้ ขณะที่ นายกรัฐมนตรีอาเบะ ได้เผยกับนักข่าวว่า เขาและประธานาธิบดีทรัมป์ ตกลงที่จะยังคงเรียกร้องอย่างแข็งกร้าวให้ทางการเกาหลีเหนือยุติการยั่วยุต่างๆ ได้แล้ว

ทั้งนี้ สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น รายงานว่า เรือพิฆาตของญี่ปุ่น 2 ลำ คือ เรืออะชิงะระ และซะมิดะเระ จากกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล เริ่มการซ้อมร่วมกับเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน และเรือลำอื่นของกองทัพเรือสหรัฐฯ 2 ลำ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 23 เม.ย. ในมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ขณะที่การซ้อมร่วมนี้ เริ่มขึ้น 2 วันก่อนที่เกาหลีเหนือจะรำลึกครบรอบการก่อตั้งกองทัพประชาชนเกาหลี

ข่าวเกี่ยวข้อง

ปูตินพร้อมทำสงคราม! ส่งกำลังทหาร มิสไซล์ประชิดชายแดนโสมแดงแล้ว (คลิป)

 

พลังกูเกิ้ลเอิร์ธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 เม.ย. 2560 14:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920806


ผู้คนกำลังมุงดูภาพขยายใหญ่ทางอากาศของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอเชียนกราฟิก บาเลนเซีย ในเมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป ภาพขยายอย่างละเอียดมาจากพลังการค้นหาของแผนที่กูเกิล เอิร์ธ (Google Earth map) ที่เปิดเผยว่าได้รับการปรับปรุงแอพพลิเคชั่นการใช้งานได้สุดไฮเทค และบริการฟรี โดยเปิดให้ผู้คนได้ลองชมภาพสถานที่ต่างๆ ของโลกบนจอยักษ์ ให้ความรู้สึกเหมือนเข้าใกล้ที่แห่งนั้นจริงๆ ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะวิทนีย์ ในมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา.

 

มาเลย์ปลาบปลื้ม สุลต่านมูฮัมหมัดที่5 บรมราชาภิเษกเป็นกษัตริย์องค์ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 เม.ย. 2560 13:29

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921611


สุลต่านมูฮัมหมัดที่ 5 แห่งกลันตัน ทรงประกอบพิธีบรมราชาภิเษก เป็น ยังดี เปอร์ตวน อากง สมเด็จพระราชาธิบดี องค์ที่ 15 แห่งมาเลเซียแล้ว หลังทรงได้รับการประกาศขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ เมื่อปลายปีก่อน

เมื่อ 24 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สุลต่านมูฮัมหมัดที่ 5 แห่งรัฐกลันตัน เสด็จพระราชดำเนิน ณ พระราชวังเนการา ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อประกอบพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ใหม่ โดยทรงได้พระอิสริยยศ เป็น ยังดี เปอร์ตวน อากง องค์ที่ 15 แห่งมาเลเซีย อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 เม.ย. โดยในพิธีบรมราชาภิเษก สุลต่านมูฮัมหมัดที่ 5 ทรงได้รับมอบ ‘กริช’ สัญลักษณ์สำคัญในฐานะองค์พระประมุขของประเทศ และในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นยังดีเปอร์ตวนอากง จึงทำให้ทรงมีพระราชอำนาจเต็มที่ในฐานะผู้บัญชาการกองทัพมาเลเซีย

ทั้งนี้ สุลต่านมูฮัมหมัดที่ 5 แห่งรัฐกลันตัน พระชนมพรรษา 47 พรรษา ได้รับการประกาศขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ใหม่ เมื่อ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา สืบต่อจากสมเด็จพระราชาธิบดี ตวนกู อับดุล ฮาลิม มูอัชซัม ซาห์ แห่งรัฐเกดะห์ พระชนมพรรษา 89 พรรษา ซึ่งทรงสิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่งสมเด็จพระราชาธิบดีของมาเลเซีย ซึ่งจะมีการหมุนเวียนดำรงตำแหน่ง คราวละ 5 ปี

ตามพระราชประวัติ สมเด็จพระราชาธิบดีมูฮัมหมัดที่ 5 แห่งมาเลเซีย ทรงพระราชสมภพ เมื่อ 6 ตุลาคม 2512 จึงทำให้พระองค์ทรงเป็นยังดีเปอร์ตวนอากง ที่มีพระชนมพรรษาน้อยที่สุด และเป็นองค์แรกในประวัติศาสตร์ของมาเลเซียที่ปกครองโดยไม่มีสมเด็จพระราชินี หรือรายา ประไหมสุหรี อากง

ข่าวเกี่ยวข้อง

ประมวลภาพ สุลต่านรัฐกลันตัน ได้รับการประกาศเป็นกษัตริย์องค์ใหม่มาเลเซีย

 

‘เลอ แปน-มาครง’ คะแนนนำเลือกตั้งปธน.ฝรั่งเศส ไปตัดสินกันในรอบ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 เม.ย. 2560 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921260


ผลการนับคะแนนเบื้องต้นของการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ชี้ นาง มารีน เลอ แปน และนาย เอ็มมานูเอล มาครง มีคะแนนนำอยู่ใน 2 อันดับแรก  ส่งผลให้ทั้งคู่ผ่านไปชิงชัยกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบ 2 ในเดือนหน้า…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่แห่งประเทศฝรั่งเศสรอบแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 เม.ย. เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ผลเบื้องต้นระบุว่านาย เอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครอิสระสายกลางวัย 39 ปี และนาง มารีน เลอ แปน หัวหน้าพรรคแนวหน้าแห่งชาติฝ่ายขวาจัด มีคะแนนติด 2 อันดับแรก ทำให้ทั้งคู่ได้ไปชิงชัยกันอีกครั้งในการเลือกตั้งรอบ 2 วันที่ 7 พ.ค.นี้

จนถึงตอนนี้มีหน่วยเลือกตั้งที่ประกาศผลคะแนนออกมาแล้วจำนวน 86% โดยผลเบื้องต้นชี้ว่า นายมาครน นำอยู่ที่ 23.23% ส่วนนาง เลอ แปน ตามมาติดๆ ที่ 22.83% แต่ผลการเลือกตั้งในเมืองใหญ่ๆ ยังไม่ออกมา อย่างไรก็ตาม คะแนนของทั้งคู่ห่างจากคู่แข่งคนอื่นๆ ทำให้ทั้งสองคนจะได้ผ่านไปต่อสู้กนัในการเลือกตั้งรอบ 2 เกือบจะแน่นอนแล้ว

ทั้งนี้ นางเลอ แปน มีนโยบายแนวประชานิยมและชาตินิยม โดยเธอเรียกร้องให้ฝรั่งเศสเจรจาเรื่องข้อบังคับกับสหภาพยุโรปใหม่ และตามด้วยการทำประชามติออกจากสหภาพยุโรปหากการเจรจาไม่ประสบผล เธอยังต้องการลดการรับผู้อพยพ และปิดมัสยิดของกลุ่มหัวรุนแรง

ส่วนนายมาครง มีนโยบาบสายกลาง สนับสนุนการอยู่ร่วมกับสหภาพยุโรป เขายังเรียกร้องให้มีการผ่อนคลายข้อบังคับในเศรษฐกิจของฝรั่งเศสอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งเสนอแผนการลงทุนสาธารณะมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วย

นางเลอ แปน เป็นตัวเก็งที่จะผ่านไปยังการเลือกตั้งรอบสองตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ส่วนอดีตนายธนาคารอย่างนายมาครง แม้จะไม่เคยมีประสบการเลือกตั้งมาก่อน ก็มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยโพลหลายสำนักถึงกับระบุว่า หากเขาผ่านไปสู่การเลือกตั้งรอบ 2 กับนางเลอ แปนแล้ว นายมาครงจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง และได้เป็นประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส เพราะผู้สนับสนุนคู่แข่งคนหนึ่งส่วนใหญ่จะเทคะแนนให้เขา

อนึ่ง หลังจากมีการเปิดเผยผลคะแนนเบื้องต้นออกมา นายมาครงได้บอกกับฝูงชนที่มารวมตัวกันเพื่อแสดงความสนับสนุนเขาว่า “เราได้เปลี่ยนโฉมหน้าทางการเมืองฝรั่งเศสภายในเวลา 1 ปี” พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านแนวคิดชาตินิยม ด้านนางเลอ แปง ผู้เรียกตัวเองว่าเป็นผู้แทนของประชาชน กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความอยู่รอดของฝรั่งเศสเป็นเดิมพัน “ก้าวแรกได้ก้าวออกไปแล้ว นี่เป็นผลลัพธ์ครั้งประวัติศาสตร์”

 

กีดกันการค้าแทนค้าเสรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย 24 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920687


แนวโน้มโลกต่อไปนี้จะมีสงครามเย็นครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย และจะมีการแข่งขันกันด้านอาวุธของประเทศต่างๆ ทั่วโลก คนที่พูดประโยคนี้คือ นายกอร์บาชอฟ อดีตประธานาธิบดีสหภาพโซเวียตที่ยุติสงครามเย็นเมื่อ พ.ศ.2534 นายกอร์บาชอฟบอกว่า แกสังเกตเรื่องสงครามเย็นจากการซ้อมรบของทั้งรัสเซียและกองทหารนาโต

นอกจากคำวิเคราะห์ของกอร์บาชอฟแล้ว เรายังพบว่าการเลือกตั้งระดับต่างๆ ของโลกในปัจจุบัน มักจะเลือกคนสายเหยี่ยวและคนที่มีภูมิหลังชาตินิยม มีศาสนาเดียวกัน ก่อนหน้านี้ คนจาการ์ตาเลือกผู้ว่าฯ ของตนมาจากคนเชื้อสายจีนที่มีความคิดความอ่านด้านการพัฒนาสูง สำหรับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา คนชนะคือ นายอานิส บาสวีดัน อดีต รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม ในขณะกำลังหาเสียงเลือกตั้งก็มีการเดินขบวนครั้งใหญ่ของกลุ่มเคลื่อนไหวอิสลามิสต์

ที่สาธารณรัฐตุรกีก็มีการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มอำนาจให้กับประธานาธิบดีแอร์โดกัน ซึ่งเป็นผู้นำที่จะนำตุรกีเข้าไปสู่การเป็นสาธารณรัฐปฏิบัติเข้มทางด้านศาสนาอิสลาม ซึ่งตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ตุรกีเป็นประเทศที่พยายามแยกการเมืองออกจากศาสนา และมีความต้องการทำให้ตุรกีเป็นรัฐสมัยใหม่ เดิมประชาชนต้องการให้แยกการเมืองออกจากศาสนาอย่างเด็ดขาด แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่แล้วครับ

การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีของฝรั่งเศสในห้วงช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีการเลือกตั้งรอบแรกไปในวันอาทิตย์เมื่อวาน เราจะเห็นว่าผู้สมัครบางคนให้คำมั่นสัญญาแบบเดียวกับทรัมป์ คือบอกว่าจะยุติการอพยพของผู้ลี้ภัยที่เข้ามาในฝรั่งเศส และจะนำนโยบายพรมแดนกลับมาใช้

ฝรั่งเศสเป็นประเทศสมาชิกสำคัญของสหภาพยุโรป พลเมืองของสหภาพยุโรปเดินทางเข้าออกได้โดยที่ไม่ต้องมีการตรวจลงตรา รถวิ่งผ่านพรมแดนได้โดยไม่ต้องหยุดตรวจ แต่กระแส “ฝรั่งเศสนิยม” กลับมาแรงกว่า “สหภาพยุโรปนิยม” ขณะที่นางมารีน เลอ แปน ปราศรัยเรื่องนำการกั้นพรมแดนกลับมาใช้ ผู้คนก็ปรบมือ ตะโกนสนับสนุนกันอื้ออึง

ที่ออสเตรเลียก็เหมือนกัน วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเทิร์นบูลล์ประกาศแผนการปฏิรูปการสมัครขอสัญชาติออสเตรเลียให้มีความเข้มงวด ต้องมีการสอบเพื่อวัดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษระดับสูง คนขอสัญชาติจะต้องได้คะแนนสอบ IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0 ต้องมีถิ่นพำนักถาวรในออสเตรเลียไม่น้อยกว่า 4 ปี ซึ่งเดิมกำหนดไว้เพียง 1 ปี

ก่อนหน้านี้ โลกนิยมการค้าเสรี ทว่าวันนี้ไม่ใช่แล้วครับ ตั้งแต่ต้น พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา กระแสนโยบายกีดกันการค้ามาแรง หลายประเทศวางยุทธศาสตร์เพื่อนำประเทศของตนไปสู้ในสงครามการค้า แม้แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ก็ยังยอมรับและออกมาบอกว่า การมาแรงของสงครามการค้าจะทำให้โลกวุ่นวายขึ้น

คนที่ทำตัวเป็นพี่เบิ้มอย่างสหรัฐฯวันนี้ไปไหนมาไหน ไม่ใช่เป็น “ผู้ให้” แบบแต่ก่อนแล้วครับ ไม่ว่าประธานาธิบดีทรัมป์หรือรองประธานาธิบดีเพนซ์พูดกับผู้นำที่ตนเองพบว่าสหรัฐฯต้องการการค้าที่ยุติธรรมและต้องการให้แก้เรื่องการเกินดุลทางการค้า การไปเยือนอินโดนีเซียของเพนซ์เมื่อ 19 เมษายน 2560 ประโยคแรกๆที่เพนซ์พูดกับผู้นำอินโดนีเซียก็คือ เรื่องการขาดดุลการค้าของสหรัฐที่มีกับอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน

ทั้งที่เกาหลีใต้มีปัญหาวุ่นวายขายปลาช่อนกับเกาหลีเหนือ และถูกจีนเล่นงานเรื่องที่สหรัฐฯไปติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ขณะที่เกาหลีเหนือขู่ว่าจะยิงขีปนาวุธมาถล่มทำเนียบประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ รองประธานาธิบดีเพนซ์กลับพูดจาเมื่อตอนไปเยือนว่า สหรัฐฯต้องการทบทวนและแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ และเอาเรื่องที่สหรัฐฯขาดดุลการค้ากับเกาหลีใต้ขึ้นมาพูดอีก

ญี่ปุ่นก็มีปัญหาคล้ายกับเกาหลีใต้ เมื่อเพนซ์ไปเยือน กลายเป็นว่าเพนซ์ไปเจรจาให้ญี่ปุ่นเปิดตลาดต้อนรับสินค้าของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นมีความหวังกับสหรัฐฯเรื่องทีพีพี ทว่ามาวันนี้เพนซ์กลับบอกกับญี่ปุ่นว่า ทีพีพีนั้นเป็นอดีตไปแล้ว ทีพีพีเป็นพหุภาคี วันนี้ เรามาส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่นดีกว่า

20–30 ปีที่ผ่านมา หลายประเทศสร้างนักการเมืองและข้าราชการให้มีทัศนคติที่ดีโน้มเอียงไปในทางการค้าเสรี ใต้สมองของท่านเหล่านี้คือ ค้าเสรีๆ ถึงวันนี้ต้องเปลี่ยนนะครับ เพราะโลกไม่ค้าเสรีๆแล้วมีแต่ “กีดกันการค้าๆ”.

 

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

 

ขนาดไม่สำคัญ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์ 24 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920710


พูดถึงสิงคโปร์…เพื่อนบ้านอาเซียนถูกจัดอันดับ (ด้านดี) ระดับต้นๆของโลกเป็นระยะๆ ล่าสุดแม้แต่พาสปอร์ตยังได้อยู่หัวแถวของโลก แซงหน้าประเทศใหญ่ๆอย่างสหรัฐฯและอังกฤษ หน้าตาเฉย

เมื่อเร็วๆนี้ เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลและจัดอันดับหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตโลก “อาร์ตัน แคปปิตอล’ส พาสปอร์ต อินเด็กซ์” (Arton Capital’s Passport Index) เพิ่งเปิดโผ “พาสปอร์ตทรงอิทธิพลโลกปี 2017” เปรียบเทียบพาสปอร์ตของประเทศสมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 193 ประเทศ กับอีก 6 รัฐเขตแดน โดยจัดให้สิงคโปร์กับเยอรมนี อยู่บนสุด กรณีสิงคโปร์ขึ้นมาตีคู่เยอรมนีเป็นครั้งแรก เมื่อผู้ถือพาสปอร์ตสิงคโปร์ตอนนี้ เข้ายูเครนแบบขอวีซ่าปลายทาง (visa-on-arrival) นาน 15 วันได้แล้ว ซึ่งบวกประเทศที่พาสปอร์ตสิงคโปร์พาเข้าได้เพิ่มเป็น 159 ประเทศเท่าเยอรมนีเป๊ะ

วัดกันปอนด์ต่อปอนด์ ถือพาสปอร์ตเยอรมนี เดินทางเข้า 125 ประเทศทั่วโลกโดยไม่ต้องขอตรวจลงตรา (free-visa) ส่วนพาสปอร์ตสิงคโปร์เข้าได้ 122 ประเทศ แต่สิงคโปร์มาแซงคืนในกรณีวีซ่าปลายทางอยู่ที่ 37-34 ประเทศ

บวกรวมกันแล้ว พาสปอร์ตของสิงคโปร์กับเยอรมนี เข้าได้ 159 ประเทศเท่ากัน

ส่วน (พาสปอร์ต) สวีเดน อยู่ที่ 2 เข้าได้ 158 ประเทศทั่วโลก ด้านอันดับ 3 (เข้าได้ 157 ประเทศ) มี 9 ประเทศ คือ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี นอร์เวย์ เกาหลีใต้ สเปน สหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ อันดับ 4 (เข้าได้ 156 ประเทศ) มี 8 ประเทศ คือ ออสเตรีย เบลเยียม ญี่ปุ่น ลักเซมเบิร์ก มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส และสวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 5 (เข้าได้ 155 ประเทศ) มี แคนาดาและไอร์แลนด์

ไทย ติดอันดับ 54 (เข้าได้ 72 ประเทศ) เท่ากับโอมาน บอตสวานา

ส่วนชาติอาเซียนอื่นๆ ฟิลิปปินส์ ติดที่ 65 (เข้าได้ 61 ประเทศ) เท่า ซิมบับเว อินโดนีเซีย ติดที่ 67 (เข้าได้ 59 ประเทศ) เท่า กานา และ อาร์เมเนีย เวียดนาม ติดที่ 77 (เข้าได้ 49 ประเทศ) ร่วมกับ กิเนียบิสเซา อินเดีย ชาด กัมพูชา และ เติร์กเมนิสถาน สปป.ลาว ติดที่ 79 (เข้าได้ 47 ประเทศ) เท่า ไลบีเรีย จอร์แดน และ แคเมอรูน ส่วนจีนติดที่ 70 (เข้าได้ 56 ประเทศ) เท่าประเทศหมู่เกาะเซาตูเมและปรินซิปี

กลุ่มท้ายตาราง อัฟกานิสถาน อยู่ที่ 93 (เข้าได้ 24 ประเทศ) ปากีสถาน และ อิรัก ติดที่ 92 และ 91 (เข้าได้ 27 และ 28ประเทศ) ตามลำดับ ส่วนพาสปอร์ต เมียนมา เข้าได้ 41 ประเทศเท่าโคโซโว.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

 

เซ็กซ์ทอยเจ็บที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ดอย ดอกฝิ่น 24 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920702


เครื่องเล่นทางเพศดุ้นนี้ได้ชื่อว่าเป็น “The world’s most painful sex toy-เซ็กซ์ทอยที่เจ็บปวดที่สุดในโลก” ผลงานการหล่อ ของประติมากรหนุ่ม พอล ชิสโฮล์ม อายุ 33 ปี

พอลสร้างขึ้นเมื่อปี 2553 เป็นลึงค์เทียมสีดำมะเมื่อมตั้งชูสง่าเงื้อมผงาด ขนาดใหญ่เบ้อเร่อความยาว 6 นิ้ว ตามมาตรฐานองคชาตชายยุโรป เขาตั้งชื่อมันว่า “Viral Load” หล่อจากยางพารา มีเข็มหมุดหัวแก้วหลากสีเสียบปักไว้ทั่ว รวมทั้งปลายท่อปัสสาวะ ยกเว้นบริเวณหัว ปล่อยโล้นโล่ง

ที่มาของเจ้า “ไวรัล โหลด” พอลไปตรวจหาเชื้อ “HIV” ไวรัสโรค ภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เอดส์) ที่ศูนย์มอร์ไทเมอร์ มาร์เกตในกรุงลอนดอน หนึ่งสัปดาห์ต่อมาทางศูนย์ฯแจ้งว่าปลอดภัยไร้เลือดบวก

ช่วงฤดูหนาวปี 2550 พอไปพักผ่อนในสวิตเซอร์แลนด์กับเพื่อนชาย ขณะกำลังเล่นสกีอย่างหนุกหนานสำราญอุรานั้น ศูนย์ฯโทร.บอกว่าผลผิดพลาด ที่ถูกต้องคือ พอลมี HIV บวก

พอได้ยินพอลช็อกตกใจเหมือนร่วงลอยละลิ่วลงจากยอดภูเขา ทำอะไรไม่ออกบอกไม่ถูก นอกจากตัดสินใจบินกลับบ้าน สามปีต่อมาก็สร้างเซ็กซ์ทอยชิ้นนี้…เพื่อประชดชีวิต?

ดอย ดอกฝิ่น

 

รอบโลก 24/04/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921165


ผลโพลหนุนนายกฯอังกฤษ

ลอนดอน–ผลสำรวจคะแนนนิยมจากโอปีเนียม คอมเรสและยูกอฟ เมื่อ 22เม.ย. พบว่า ประชาชนสนับสนุนนายกรัฐมนตรี ทาเรซา เมย์ พรรคอนุรักษนิยม ว่าจะชนะการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 8 มิ.ย.นี้ 50% ถือเป็นคะแนนครั้งประวัติศาสตร์นับแต่ปี 2534 และมากกว่าพรรคฝ่ายค้านแรงงานสองเท่า ซึ่งได้คะแนนคงเดิม 25% ขณะที่ผลสำรวจโดยเอ็มนิดในเยอรมนี พบว่าเสียงสนับสนุนพรรคกรีนตกต่ำสุดในรอบ 15 ปี เหลือแค่ 6% ทำให้โอกาสที่พรรคผสมฝ่ายค้าน หัวเอียงซ้าย รวมกันโค่นนายกรัฐมนตรี แองเจลา เมอร์เคล ในวันเลือกตั้ง 24 ก.ย.นี้ ลดน้อยลง.

ไว้ทุกข์เหยื่อตาลีบัน

คาบูล–เมื่อ 22 เม.ย. ประธานาธิบดี อัชราฟ กานี แห่งอัฟกานิสถาน ประกาศไว้ทุกข์ทั่วประเทศ และให้ลดธงครึ่งเสา ในวันรุ่งขึ้น ระหว่างเดินทางลงพื้นที่ที่ฐานทัพใหญ่ กองทัพน้อยที่ 209 ในเมืองมาซาร์-ไอ-ชารีฟ ซึ่งดูแลทั่วทั้งภาคเหนือของประเทศ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับเหล่าทหารที่เสียชีวิต หลังกลุ่มนักรบตาลีบันบุกโจมตีฐานทัพ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ติดอาวุธ ขณะนั่งกินอาหารและออกจากสุเหร่า จนเสียชีวิตกว่า 140 ศพ.

ซาอุฯคลายนโยบายรัดเข็มขัด

ริยาด–สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน แห่งราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย ทรงมีคำสั่งให้รัฐบาลลดหย่อนนโยบายรัดเข็มขัดประหยัดงบประมาณ โดยให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กองทัพได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงพิเศษและค่าใช้จ่ายอื่นๆตามเดิม ขณะเดียวกัน รัฐบาลซาอุฯได้แต่งตั้ง เจ้าชายคาเหล็ด บิน ซัลมาน บิน อับดุลลาซิซ พระโอรสของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน และนักบินกองทัพอากาศซาอุฯขึ้นเป็นเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐฯ แทนเจ้าชายอับดุลลาห์ บิน ไฟซาล.

เด็กไม่ชอบพ่อแม่เล่นมือถือ

ลอนดอน–เมื่อ 23 เม.ย. บริษัทดิจิทัล อแวร์เนสส์ ยูเค จัดทำโพลกลุ่มประชากรช่วงอายุ 11-18 ปี จำนวน 2,000 คน ซึ่งผลปรากฏว่า เด็กและวัยรุ่นกลุ่มนี้มองว่า การที่พ่อแม่เล่นโทรศัพท์มือถือเป็นผลเสียต่อชีวิตครอบครัวที่ดี โดย 82% มองว่าช่วงเวลารับประทานอาหารร่วมกันไม่ควรเล่นมือถือ ส่วน 22% มองว่าเวลาอยู่ด้วยกันไม่ควรใช้ และอีก 36% เคยต้องขอให้พ่อแม่วางมือถือก่อน ซึ่งในจำนวนที่ขอให้พ่อแม่วางมือถือ ปรากฏว่า 46% พ่อแม่ไม่สนใจ อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามพ่อแม่จำนวน 3,000 คน กลับพบว่า 95% โต้เถียงว่าไม่เคยหยิบมือถือมาใช้ตอนอยู่กับลูก.

 

ระทึก! เจอระเบิดหน้าประตูรร.ประถมไอร์แลนด์เหนือ เชื่อเล็งฆ่าตำรวจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 เม.ย. 2560 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921226


ตำรวจไอร์แลนด์เหนือพบระเบิดถูกทิ้งเอาไว้ที่ประตูหน้าโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในเมืองเบลฟาสต์ เมื่อวันอาทิตย์ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นระเบิดที่มีเป้าหมายเพื่อสังหารตำรวจ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจลาดสายตรวจของประเทศไอร์แลนด์เหนือ พบระเบิดวางอยู่หน้าประตูของโรงเรียนประถม ‘โฮลี ครอส บอยส์’ ในเขต อาร์ดอยน์ ในเมืองเบลฟาสต์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 23 เม.ย. โดยเป็นระเบิดที่สามารถทำให้ถึงตายหรือบาดเจ็บหนักได้

คริส โนเบิล ผู้กำกับการตำรวจเมืองเบลฟาสต์ ระบุว่า อุปกรณ์ที่พบมีขนาดใหญา และเป็นความพยายามที่จะสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ชีวิตของประชาชนท้องถิ่นก็ตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอุปกรณ์นี้อยู่ตรงนั้นเพื่อพยายามหรือสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังออกลาดตระเวนในชุมชนของพวกเขา และการมันถูกทิ้งไว้ในลักษณะล่อแหลมเช่นนี้ และในสถานที่ล่อแหลมเช่นนั้น ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันอาจทำให้สมาชิกชุมชนที่เข้าไปใกล้มันบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้”

“เราเชื่อว่า นี่เป็นความพยายามของกลุ่มรีพับลิกันหัวรุนแรง ที่จะสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็เป็นไปได้มากที่จะเป็นพฤติกรรมต่อต้านสังคมเช่นกัน ในแง่ของที่ตั้งระเบิดและวิธีที่มันถูกทิ้งเอาไว้” ผู้กำกับโนเบิลระบุ

ทั้งนี้ หลังมีการพบระเบิด เจ้าหน้าที่ได้อพยพประชาชนจำนวนประมาณ 20 ครัวเรือน รวมทั้งเด็กเล็ก, คนชรา และคนทุพพลภาพ แต่ตอนนี้พวกเขาได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว

 

ขรก.ซาอุฯ เฮ! คิงซัลมานยกเลิกตัดเบี้ยเลี้ยง หลังราคาน้ำมันสูงขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 เม.ย. 2560 02:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921196


คิงซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบียสั่งยกเลิกมาตรการตัดลดเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงของข้าราชการและรัฐมนตรี ที่ออกเมื่อปีก่อนหลังราคาน้ำมันตกต่ำจนรายได้รัฐหดหายแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา สมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย ออกกฤษฎีกายุติการตัดลดเบี้ยเลี้ยงต่างๆ แก่ข้าราชการพลเรือนและเจ้าหน้าที่ทหาร ตามมาตรการรัดเข็มขัดที่ออกเมื่อเดือนก.ย.ปีก่อน เพื่อรับมือปัญหารายได้ประเทศลดลงเพราะราคาน้ำมันโลกร่วงหนัก

ปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำเหลือเพียง 28 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เมื่อเดือนม.ค. 2016 ทำให้ในเดือนก.ย. ปีเดียวกัน รัฐบาลซาอุดีอาระเบียออกคำสั่งตัดเงินเดือนของบรรดารัฐมนตรีลง 20% และตัดเบี้ยเลี้ยงด้านที่อยู่และรถยนต์ของสมาชิกรัฐสภาลง 15% ส่วนข้าราชการพลเรือนระดับล่างถูกงดขึ้นเงินเดือน, เงินทำงานล่วงเวลา และเงินโบนัส

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 52 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลแล้ว และการบริหารงบประมาณของประเทศในไตรมาสแรกของปี 2017 ก็ดีกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ กอปรกับมีเสียงเรียกร้องให้มีการประท้วงต่อต้านการตัดเงินเดือนใน 4 เมืองของซาอุฯ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ทำให้คิงซัลมานออกกฤษฎีกาฉบับล่าสุดยกเลิกการตัดเบี้ยเลี้ยงข้างต้นทั้งหมด และยังเพิ่มเงินพิเศษเท่าเงินเดือน 2 เดือนให้แก่เจ้าหน้าที่ของกองทัพที่ไปปฏิบัติหน้าที่โจมตีกลุ่มกบฏในประเทศเยเมนด้วย

ทั้งนี้ เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงต่างๆ ของลูกจ้างรัฐบาลทั้งหมดที่รัฐจ่ายในปี 2015 คิดเป็น 45% ของรายจ่ายทั้งหมด หรือกว่า 1.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดการขาดดุลงบประมาณถึง 9.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ