อาบูไซยาฟโหด! ลักพาตัว-ตัดคอฆ่าทหารปินส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 เม.ย. 2560 00:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921152


กลุ่มกบฏอาบูไซยาฟในฟิลิปปินส์ ก่อเหตุลักพาตัวทหารนายหนึ่งไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่ทหารนายนี้จะถูกพบเป็นศพถูกฆ่าตัดคอเมื่อวันอาทิตย์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สิบเอก อันนี ซิราจี จากกองกำลังทหารราบที่ 32 ของกองทัพฟิลิปปินส์ ผู้ถูกนักรบของกลุ่มติดอาวุธอาบูไซยาฟลักพาตัวไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ถูกสังหารแล้วด้วยการตัดคอ โดยศพของเขาถูกพบเมืองปาติกุล ของจังหวัดซูลู ขณะที่ศีรษะของเขาถูกพบห่างออกไปราว 50 ม.

พลจัตวา ซิริลิโต โซเบฮานา ผู้บัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจร่วมซูลู เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า ศพของสิบเอกซิราจีอยู่ในสภาพเน่าเปื่อยบ่งชี้ว่าเขาถูกสังหารมาไม่น้อยกว่า 3 วันแล้ว และเมื่อดูจากศพที่อยู่ห่างจากจุดที่เขาถูกลักพาตัวเพียง 2.5 กม.และศีรษะที่ถูกทิ้งไว้ห่างออกไป ทำให้เชื่อว่า อาบูไซยาฟ สังหารสิบเอกซิราจีด้วยความเร่งรีบ เนื่องจากถูกกองกำลังของพวกเขาไล่ตาม

นายพลโซเบฮานาระบุด้วยว่า สิบเอกซิราจีอาจถูกลักพาตัวไปและถูกสังหารเพราะเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มติดอาวุธในจังหวัดซูลู โดยนายซิราจีเคยเป็นสมาชิกกองกำลังแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร (MNLF) ที่ยอมทำข้อตกลงกับรัฐบาล และมีนักรบหลายคนรวมทั้งนายซิราจี เข้าร่วมกับกองทัพฟิลิปปินส์ด้วย

 

โสมแดงลั่น! พร้อมจมเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ-จับชาวมะกันคนที่ 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 เม.ย. 2560 22:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921130


เกาหลีเหนือประกาศว่า พร้อมจมเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ เพื่อแสดงแสนยานุภาพ ขณะเดียวกันก็จับกุมตัวพลเมืองอเมริกันเป็นรายที่ 3 คนโดยยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศในวันอาทิตย์ที่ 23 เม.ย. ว่าพวกเขาพร้อมจะจมเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ เพื่อแสดงแสนยานุภาพทางทหารของพวกเขา หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้กองเรือรบนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน เดินทางไปยังแถบคาบสมุทรเกาหลี เพื่อรับมือความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือที่เพิ่มสูงขึ้น

“กองกำลังปฏิวัติของเราพร้อมจะจมเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว” หนังสือพิมพ์ โรดอง ซินมุน ของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือรายงาน พวกเขาระบุด้วยว่า เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ นั้นเป็นเพียงสัตว์ตัวอ้วนแผละ และการโจมตีเรือลำนี้จะเป็นการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพของพวกเขาอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า เกาหลีเหนือจับกุมตัวชาวอเมริกันที่พยายามจะเดินทางออกจากประเทศเอาไว้ด้วย 1 คน โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นาย โทนี คิม หรือ คิม ซัง-ดึ๊ก ชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี อายุราว 50 ปี ซึ่งทำงานเป็นอาจารสอนวิชาบัญชีที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปียงยาง (PUST) มานาน 1 เดือน ถูกเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือจับกุมตัวที่ท่าอากาศยานนานาชาติเปียงยาง ในขณะที่เขากำลังพยายามเดินทางออกจากประเทศ

นายปาร์ค ชาน-โม อธิการบดีของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปียงยาง บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สในวันอาทิตย์ว่า “ไม่รู้ว่าสาเหตุที่นายคิมถูกจับกุมตัวคืออะไร แต่เจ้าหน้าที่บางคนของ PUST บอกผมว่า เขาถูกจับด้วยเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับงานของเขาใน PUST เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมอื่นๆ นอกมหาวิทยาลัย เช่นการช่วยเหลือเด็กกำพร้า” “ผมหวังและภาวนาอย่างจริงใจว่าเขาจะได้รับการปล่อยตัวในเร็วๆ นี้”

ทั้งนี้ นายคิมกลายเป็นชาวอเมริกันคนที่ 3 ที่ถูกเกาหลีเหนือจับกุมตัวเอาไว้ ตามหลังนาย ออตโต วอร์มเบียร์ นักศึกษาอายุ 22 ปี ซึ่งถูกจับตัวเอาไว้เมื่อเดือนม.ค.ปีก่อน และถูกศาลเกาหลีเหนือตัดสินลงโทษให้ใช้แรงงานหนักเป็นเวลา 15 ปี จากความผิดฐานพยายามขโมยป้ายโฆษณาชวนเชื่อ อีกรายคือนาย คิม ดง-ชุล มิชชันนารีชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีเหนืออายุ 62 ปี ถูกตัดสินลงโทษให้ใช้แรงงานหนักนาน 10 ปี ฐานบ่อนทำลายประเทศ

นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังจับตัวนาย ลิม ฮยอน-ซู บาทหลวงชาวแคนาดาเชื้อสายเกาหลีเหนือเอาไว้ด้วย โดยเขาโดยข้อหาบ่อนทำลายประเทศ และถูกตัดสินให้ใช้แรงงานหนักนาน 10 ปี

 

ชาวไทยในนิวยอร์ก ปิดถนนจัดงาน ‘ถนนคนเดิน ปีใหม่ไทย 2017’ คึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 เม.ย. 2560 22:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921120


ชุมชนไทยในนิวยอร์ก สหรัฐฯ ร่วมใจจัดงาน “ถนนคนเดิน ปีใหม่ไทย สงกรานต์ 2017” ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ โดยสภาเทศบาลนครนิวยอร์กให้งบฯสนับสนุน ปิดถนน 2 สาย ชาวไทย ชาวต่างประเทศร่วมสัมผัสวิถีวัฒนธรรมและอาหารไทยคึกคัก

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2560 นายไพโรจน์ ปักษาษิณ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานว่า นายแดเนียล โดรมม์ ประธานสภาเทศบาลนครนิวยอร์ก ร่วมกับ นายพิสิษฐ์ จรูญศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมธุรกิจอาหารไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก และนายยุทธนา ลิ้มเลิศวาที กรรมการจัดงาน ได้ร่วมเป็นประธานเปิดงาน “ถนนคนเดิน ปีใหม่ไทย สงกรานต์ 2017” เป็นการจัดงานด้านวัฒนธรรมไทยในโอกาสงานสงกรานต์ เป็นปีที่ 2  โดยปิดถนนที่วูดไซด์ อเวนิว ระหว่างถนนที่ 75-77 เอ็มเฮริท เขตเมืองควีนส์ เมื่อวันที่ 22 เม.ย.เวลา 11.00 น. ตามเวลาเวลาท้องถิ่น ตรงกับวันที่ 23 เม.ย.ตามเวลาในประเทศไทย มีชาวไทยและชาวต่างประเทศในรัฐนิวยอร์กและใกล้เคียง ไปร่วมงานกันอย่างคึกคัก

นายแดเนียล โดรมม์   ประธานสภาเทศบาลนครนิวยอร์ก กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า งานนี้นับเป็นงานใหญ่ด้านวัฒนธรรมและอาหารของชุมชนไทย ที่ทางสภาเทศบาลนครนิวยอร์กให้การสนับสนุน เพื่อให้เป็นงานประจำปีของชุมชนไทยในนิวยอร์ก โดยมุ่งหวังจะสนับสนุนให้จัดต่อเนื่องทุกปี จากนั้นมีขบวนวัฒนธรรมเปิดงาน นำโดยขบวนกลองสะบัดชัย อัญเชิญพระพุทธรูปเข้าซุ้ม เพื่อให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้สรงน้ำ ตามด้วยขบวนนางรำจากภาค ต่างๆ แต่งกายด้วยชุดไทยสวยงาม และปิดท้ายด้วยขบวนแห่กลองยาว สร้างความประทับใจแก่ผู้ไปเข้าร่วมงาน

ส่วนบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก นายแดเนียล โดรมม์ เดินถ่ายภาพร่วมกับกรรมการจัดงานและตัวแทนชุมชนไทย พร้อมทั้งเดินชมบูธที่มาออกงานถึง 28 บูธ อาทิ บูธเฉลิมพระเกียรติของ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก, ททท.สนง.นครนิวยอร์ก, ศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก, สมาคมทักษิณแห่งนครนิวยอร์ก, สมาคมชาวเหนือแห่งรัฐนิวยอร์ก, สมาคมอีสานนครนิวยอร์ก, สมาคมธุรกิจอาหารไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก, แต่ละบูธตกแต่งบรรยากาศของประเทศไทย 4 ภาค นอกจากนี้ มีการแสดงต่างๆ ทั้ง ดนตรีไทย นาฏศิลป ศิลปะแม่ไม้มวยไทย และโชว์อาหารไทย ขนมไทย โดยมีรถอาหารเคลื่อนที่ขายอาหารไทยในบริเวณงานด้วย พร้อมกันนี้ มีรางวัลตั๋วเครื่องบิน-ไปกลับ ประเทศไทย และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ให้แก่ผู้ที่ร่วมสนุกในกิจกรรมต่าง ๆ แม้จะมีฝนตกโปรยปรายตลอดทั้งวัน แต่มีผู้เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคักกว่า 3,000 คน มีสื่อมวลชนมาร่วมทำข่าวกันมากมาย

นายพิสิษฐ์ จรูญศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมธุรกิจอาหารไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก เปิดเผยว่า ปีนี้พิเศษจากปีแรก ที่จัดติดต่อกัน 2 วัน แต่ปีนี้เนื่องจากวันอาทิตย์มีงานที่เลื่อนไม่ได้ ทางสภาเทศบาลนครนิวยอร์ก จึงให้เลื่อนจัดวันเสาร์ที่ 22 และ 29 เม.ย.รวม 2 วัน ทางสมาคมและชุมชนไทย ต่างๆ โดยการสนับสนุนของ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก, ททท.สนง.นิวยอร์ก, ศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก จึงช่วยกันจัดอย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นงานด้านวัฒนธรรมทำสำคัญของนิวยอร์ก ทางสภาเทศบาลนครนิวยอร์กจะได้สนับสนุนการจัดงานต่อไป วันแรกนับว่า ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม และจะจัดอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 29 เม.ย.นี้ ในเวลาและสถานที่เดียวกัน.

เปิดหีบเลือกตั้ง ปธน.ฝรั่งเศส ปชช.เมืองน้ำหอมออกไปใช้สิทธิ์คึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 เม.ย. 2560 16:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920977


ชาวฝรั่งเศสทยอยออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่กันอย่างคึกคัก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยจะปิดหีบในเวลา 20.00 น. หรือ ราว 01.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย…

ฝรั่งเศสเปิดหีบเลือกตั้งประธานาธิบดีในเวลา 08.00 น. ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นหรือ 13.00 นาฬิกาตามเวลาในประเทศไทย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีการใช้กำลังตำรวจประมาณ 50,000 นาย และทหารอีก 7,000 นาย ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยตามหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ เพื่อป้องปรามเหตุร้ายหลังเพิ่งเกิดเหตุคนร้ายที่อ้างตัวเป็นกลุ่มไอซิสยิงตำรวจบนถนนฌองส์ เอลิเซ จนตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีก 2 นาย ก่อนที่คนร้ายจะถูกวิสามัญฆาตกรรม

การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัคร 11 คน แต่มีตัวเก็ง 2 คน ที่น่าจะมีคะแนนนิยมนำมาก็คือ นางมารีน เลอเปน จากพรรคแนวร่วมแห่งชาติ ซึ่งเป็นฝ่ายขวาจัด และ นายเอ็มมานูแอล มาครง ที่ไม่ได้มาจากพรรคใหญ่เช่นกัน โดย นางเลอแปง ชูนโยบายชาตินิยม ไม่ต้อนรับชาวต่างชาติ ต้องการนำประเทศออกจากสหภาพยุโรป หรือ อียู ส่วน นายมาครง อายุเพียง 39 ปี เดินสายกลาง ไม่เคยสงสมัครเลือกตั้งมาก่อน เคยเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้แก่ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลลองด์ นโยบายเป็นแบบเสรีนิยม อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะไม่มีผู้สมัครรายใดได้คะแนนถึงร้อยละ 50 ซึ่งผู้ที่มีคะแนนนำทั้ง 2 คน จะต้องเข้าไปชิงชัยในการเลือกตั้งรอบสองในวันที่ 7 พฤษภาคมต่อไป

โดยหน่วยเลือกตั้งของฝรั่งเศส จะปิดหีบในเวลา 2 ทุ่มตามเวลาในท้องถิ่น หรือประมาณ ตี 1 ตามเวลาในประเทศไทย จากนั้นจะเริ่มมีผลเอ็กซิทโพลออกมา.

 

ทั่วโลกชุมนุมสนับสนุนหลักฐานวิทยาศาสตร์ ค้าน ‘ทรัมป์’ ไม่เชื่อผลวิจัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 เม.ย. 2560 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920537


กลุ่มนักวิทยาศาสตร์และผู้สนับสนุน เดินขบวนสนับสนุนวิทยาศาสตร์และการวิจัยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และอีกหลายเมืองทั่วโลกเมื่อวันเสาร์ เพื่อแสดงพลังคัดค้านประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ไม่เชื่อในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มนักวิทยาศาสตร์, นักศึกษาและผู้สนับสนุน ออกมาเดินขบวนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ และอีกหลายเมืองทั่วโลก เมื่อวันเสาร์ที่ 22 เม.ย. เพื่อแสดงความสนับสนุนวิทยาศาสตร์และหลักฐานการวิจัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการลดคุณค่าข้อเท็จจริงจากการวิจัยต่างๆ ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ นายทรัมป์ เคยพูดว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นเรื่องหลอกลวง ทำให้เกิดความกังวลในกลุมประชาคมนักวิทยาศาสตร์ ว่าสังคมอาจจะเริ่มสงสัยในข้อเท็จจริงที่เกิดมาจากการหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ในแผนงบประมาณล่าสุดของนายทรัมป์ เขาเสนอตัดงบประมาณจากสถานบันแห่งชาติเพื่อสุขภาพ (เอ็นไอเอช) และการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

การชุมนุมดังกล่าวถูกเรียกว่า ‘เคลื่อนขบวนเพื่อวิทยาศาสตร์’ (March for Science) จัดขึ้นในวันเสาร์ ซึ่งตรงกับวันคุ้มครองโลก (Earth Day) โดยผู้ชุมนุมนับพันคนออกมารวมตัวกันที่สวนสาธารณะ เนชันนัล มอล ท่ามกลางสายฝน เพื่อฟังการปราศรัยสนับสนุนวิทยาศาสตร์ พร้อมโบกป้ายที่มีข้อความว่า ‘วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องจริง’ และ ‘ขอหลักฐาน’

ดร. โจนาธาน โฟลีย์ ผู้อำนวยการบริหารขวสถาบันวิทยาศาสตร์แคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า การวิจัยกำลังถูกตั้งคำถามอย่างไม่มีเหตุผล และถูกกดขี่จากบรรดานักการเมือง “พวเขาเจาะจงเป้าหมายไปที่วิทยาศาสตร์ที่ปกป้องสุขภาพ, ความปลอดภัยของเรา และสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ที่ปกป้องส่วนที่เปราะบางที่สุดในกลุ่มพวกเรา”

การประท้วงยังเกิดขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศเช่น ที่กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย กรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, ไอร์แลนด์, ฟินแลนด์, เยอรมนี, โปรตุเกส, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย และหลายเมืองในนิวซีแลนด์, แอฟริกาใต้ และญี่ปุ่นด้วย โดยเหล่าผู้จัดการชุมนุมมีเป้าหมายวที่จะนำนักวิทยาศาสตร์และผลการวิจัยของพวกเขาเข้าใกล้สังคมมากขึ้น

ในเวลาต่อมา นายทรัมป์ออกแถลงการณ์เนื่องในวันคุ้มครองโลก ปกป้องนโยบายของตัวเองแต่ไม่พูดถึงการชุมนุมที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า รัฐบาลของเขามีหน้าที่ในการรักษาอากาศและนำ้ของเราให้สะอาด, เพื่ออนุรักษ์ป่าไม้, ทะเลสาบ และพื้นที่เปิดโลก และเพื่อปกป้องสัตว์เสี่ยงสูญพันธ์ุ โดยไม่ทำร้ายครอบครัวแรงงานอเมริกัน

นายทรัมป์ยังเรียกร้องให้มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของเราและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เขาย้ำด้วยว่า วิทยาศาสตร์ที่แม่นยำไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุดมคติ แต่ขึ้นอยู่กับการวิจัยอย่างซื่อตรงและใคร่ครวญอย่างตรงไปตรงมา

 

สายตรงจากต่างแดน 23/04/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ยังค์ กานต์ 23 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919956


สงกรานต์ไทย บัณฑิตา ทองสาริ อัครราชทูตที่ปรึกษา สอท.ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.สหรัฐฯ และ วรพันธ์ ศรีวรนารถ อัครราชทูตฝ่ายการศึกษาไปร่วมงานประเพณีสงกรานต์ของวัดญาณรังษี กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีคนร่วมงานคึกคัก.

สหรัฐอเมริกา นโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้กวดขัน คนต่างชาติ เข้าไปทำงานในสหรัฐฯ เนื่องจาก ชาวอเมริกันว่างงานถึง 25% ส่งผลกระทบทันตา ทำให้มีคนเดินทางเข้าสหรัฐฯ ลดน้อยลง และสูญเงินไปประมาณ 16,000 ล้านบาท

เลยต้องกระซิบถึง คนไทยที่ไปทำงานในสหรัฐฯ และ วีซ่าใกล้จะหมด ขอให้ทาง นายจ้างทำเรื่องต่อวีซ่าให้ที่สหรัฐฯเลย เพราะหาก นายจ้าง ไม่ทำเรื่องต่อวีซ่าให้ นั่นแสดงว่าเขาไม่ต้องการจ้างต่อและเมื่อกลับมาต่อที่เมืองไทย ช่วงนี้มักจะไม่ได้รับการต่อวีซ่า…อย่าไปด่า จนท.กงสุลสหรัฐฯ เพราะเขาต้องทำตามนโยบายประธานาธิบดีฯ

ส่วนงานประเพณีสงกรานต์ในสหรัฐฯ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างชื่นฉ่ำใจ…พิศาล มาณวพัฒน์ ออท.ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แจกงานให้ตัวแทนสถานทูตฯ ไปร่วมงานกันแทบทุกท่ี…ที่ วัดญาณรังษี กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ชาวไทยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี., รัฐเวอร์จิเนีย และรัฐแมรีแลนด์ ไปร่วมงานนับพันคน บัณฑิตา ทองสาริ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายพาณิชย์ พร้อมด้วย วรพันธ์ ศรีวรนารถ ที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา รสริน มุ่งจิตธรรมมั่น, เบญจรัตน์ แพร่หลาย และ นนท์ น้อยสำราญ ไปร่วมงานด้วย

ส่วนงานสงกรานต์ที่วัดพุทธบูชา เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย มี พระเทพกิตติวิมล หัวหน้าคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐฯ สายธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา จัดงานได้ยิ่งใหญ่ ชาวไทย ลาว เวียดนาม จีน เมียนมา อินเดีย ภูฏาน และชาวอเมริกัน ไปร่วมงานกว่า 800 คน

สำหรับวันนี้ (23 เม.ย.) ชาวไทยในเมืองรีโน รัฐเนวาดา และใกล้เคียง จัดงานสงกรานต์ยิ่งใหญ่ ที่ วัดพุทธประทีป รีโน โชว์วัฒนธรรมประเพณีไทย และการประกวดเทพีสงกรานต์ พร้อมโชว์อาหารไทย

ด้าน ธานี แสงรัตน์ กสญ.ณ นครลอสแอนเจลิส แบ่งงานออกไปร่วมงานสงกรานต์ตามวัดต่างๆ…กสญ.ธานี และภริยา ไปร่วมงานสงกรานต์ที่ วัดป่าธรรมชาติ เมืองลาพวนเต รัฐแคลิฟอร์เนีย มีคนไปร่วมงานกว่า 5,000 คน…สรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ รอง กสญ.ไปร่วมงานขันโตกดินเนอร์การกุศล รับสงกรานต์ ที่ วัดพระธาตุดอยสุเทพ เมืองชิโนฮิลล์ มี ตุ๊กตา มาร์ เป็นประธานจัดขันโตก สมยศ ทวีลาภ และ โฉมสุดา ทวีลาภ เป็นประธานจัดสงกรานต์…อีกคน ร.ท.หญิง กรรภิรมย์ วิชาธร กงสุล ไปร่วมงานสงกรานต์ที่ วัดพุทธวิปัสสนา เมืองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย วรนุช บุญประกอบนายกสมาคมนวดไทยและสปา นำทีมจากแอล.เอ.ไปร่วมด้วย

ข่าวเศร้ารับปีใหม่ไทย…เพิ่งกลับถึงแอล.เอ.ได้วันเดียว เอนก พลอยแสงงาม ประธาน บ.แลคซี แอล.เอ. ต้องบินไปร่วมจัดการงานศพ อำนวย พลอยแสงงาม น้องชาย ซึ่งหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ศพตั้งสวดฯ ที่วัดปาริวาส ถนนพระราม 3 ถึง 24 เม.ย.แล้วบรรจุศพไว้ 100 วัน

ออสเตรเลีย จิระชัย ปั้นกระษิณ ออท.ณ กรุงแคนเบอร์รา เป็นประธานเปิดงานวันสงกรานต์ ที่ วัดธัมมธโร แคนเบอร์รา มีชุมชนชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานประมาณ 500 คน รายได้จากการขายอาหารและกิจกรรมอื่นๆ สมทบทุนสร้างเขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติของวัดฯ

หญิงเหล็ก รุจิรัศม์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.ททท.สนง.ซิดนีย์ บินกลับเมืองไทยไปประชุมเพื่อรับนโยบายใหม่ฯ เมื่อวันก่อน กลับมาคราวนี้โปรโมตการท่องเที่ยวไทยเต็มที่ให้ชาวต่างชาติไปเที่ยวเมืองไทยตอนกลางปีและปลายปีให้เกินเป้าหมายที่วางเอาไว้

อีกคน คัมภีร์ รัตนโชคสกุล ผจก.บางกอกแอร์เวย์ส สาขาเมลเบิร์น ทำงานไม่กลัวเหนื่อยบินลงมาซิดนีย์เมื่อคราวที่แล้วพบปะเอเจนซี่ออสเตรเลียเพื่อโปรโมตเที่ยวบินเที่ยวไทยเต็มที่

เยอรมนี กลุ่มดนตรีไทยในประเทศเยอรมนี และ สมาคมไฮเก้ โบเดนเซ กำหนดพิธีไหว้ครูและนาฏศิลป์ไทย อาทิตย์ที่ 30 เม.ย. เริ่มเวลา 08.00-12.00 น.ที่ Demolder Sommerthcotar Neustadt 27.32756 Detmold สุชาดา ไบเยอร์ แจ้งข่าว

วัดไทยมิวนิก จัดงานสงกรานต์ 29 เม.ย.เริ่มเวลา 18.00 น. พบกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ร.ร.สายน้ำผึ้ง และศิลปินเดี่ยว ดาราฉาย สุรินทร ไมค์ทองคำและการแสดงมากมาย

ส่วน แรงงานสัญจร ของ สนง.แรงงานไทยฯ มีการพูดคุยเรื่องแรงงานไทย ปรึกษากฎหมายและทดสอบฝีมือแรงงาน 25 เม.ย.เวลา 15.00 น. สอบถาม คุณตุ่ม โทร. 0806-5642

ยังค์ กานต์
thaioversea2@gmail.com

 

โลกปลื้มสุดโต่ง ปลุกกระแสชาตินิยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย วีรพจน์ อินทรพันธ์ 23 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919911


อำนาจล้น-นายเรเซป ทายยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี โบกมือทักทายผู้สนับสนุนหลังชนะประชามติปฏิรูปรัฐธรรมนูญ รวบอำนาจการปกครอง.

คำวิจารณ์ที่เราชอบพูดกันติดปากว่า “คนไทยเอาสะใจเข้าว่า” คงใช้กับบ้านเราอย่างเดียวไม่ได้เสียแล้ว เพราะหากได้ติดตามข่าวสถานการณ์โลก ณ ปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่าในแต่ละประเทศเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน คือชอบความสุดโต่ง เด็ดขาด และมีความชัดเจน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความชื่นชอบในตัวผู้นำทั้งหลาย ที่มีคุณลักษณะดังกล่าว พอได้ฟังแล้วเกิดความสะใจคนดู นี่แหละเป็นที่นิยมนัก อย่าง “โดนัลด์ เจ. ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ได้เข้ามานั่งในทำเนียบขาววอชิงตัน ดี.ซี.อย่างไม่น่าเชื่อ

ขณะที่ฟากยุโรป ก็มีการเคลื่อนไหวในทางเดียวกัน ในฝรั่งเศสที่กำลังจะมีการเลือกตั้งผู้นำใหม่รอบแรก 23 เม.ย. และรอบตัดสินวันที่ 7 พ.ค.นี้ ก็มีคนประเภทเดียวกัน คือ “มารีน เลอ เพน” ผู้สมัคร จากพรรคแนวหน้าแห่งชาติ (เอฟเอ็น) ที่มาแรงและมีสิทธิได้ลุ้นบัลลังก์แวร์ซาย

ด้วยการชูนโยบายที่สามารถตีความได้ว่าคนในชาติต้องมาก่อน หลังจากนี้จะไม่ปล่อยให้เหล่าผู้อพยพมาเบียดเบียนอีกต่อไป ขณะที่กลุ่มก่อการร้ายก็จะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้อีก เช่นเดียวกับสถานการณ์ในตุรกี ที่ “เรเซป ทายยิป เออร์โดกัน” ประธานาธิบดีตุรกี กำลังอยู่ในช่วงเริงร่า หลังการรัฐประหารล้มเหลววันที่ 15 ก.ค.2559 ส่งผลให้รัฐทำการกระชับฐานอำนาจ ปลดทหาร ตำรวจ ผู้พิพากษา นักวิชาการกว่า 140,000 ตำแหน่ง

ตามด้วยการลงประชามติวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ไฟเขียวปฏิรูปรัฐธรรมนูญให้พาวเวอร์ประธานาธิบดีมีอำนาจสิทธิขาด ตั้ง-ปลด ครม. ออกคำสั่งผู้บริหารที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย และยังเป็นการเปิดช่องให้ผู้นำครองตำแหน่งยาวถึงปี 2572

เออร์โดกันเริ่มออกลาย พูดจาอันตรายกับชาติตะวันตก ในเมื่อคนตุรกีเข้าไปอาศัยในยุโรปเยอะ ก็ออกลูกออกหลานเพิ่มไปอีก ตีความได้ว่าแพร่พันธุ์เข้าไปยึดยุโรปเสียแล้ว

ยังไม่รวมถึงฟากเอเชีย “โรดริโก ดูเตร์เต” ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นักเลงเทศมนตรีจากดาเวา ที่ได้ความนิยมชมชอบจากประชาชนจากนโยบายปราบยาเสพติด ตายไปกว่า 7,000ศพ แสดงจุดยืนไม่สนฝรั่งตาน้ำข้าว ผลประโยชน์ชาติต้องมาก่อน ไม่เป็นลูกไล่ใครง่ายๆ

จากกรณีทั้งหมดนี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะตั้งคำถามว่า โลกกำลังขับเคลื่อนไปในลักษณะ ของความเป็น “ชาตินิยม” อีกครั้ง จากนโยบายการบริหารประเทศ ที่มาในทางคนของฉันต้องมาเป็นเบอร์หนึ่ง

นอกจากนี้ สถานการณ์ก็ยังเข้าเค้ากับบทความของนักรัฐศาสตร์เจฟฟรีย์ เฮิร์บส์ ของสหรัฐฯ เขียนไว้ว่า “กระแสชาตินิยมมักจะเกิดขึ้นเวลาคนในชาติรู้สึกตกอยู่ในภัยคุกคาม ไม่ว่าภัยสงครามหรือปัจจัยจากภายนอก และคนในชาติเกิดความรู้สึกว่าจะต้องรวมตัวกันถึงจะสามารถปราบภัยคุกคามนั้นได้”

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์การเมืองโลกหลายต่อหลายหนที่ผ่านมา ได้ทิ้งบทเรียนไว้เสมอว่ากระแสชาตินิยมมักจะนำไปสู่อันตราย หากปล่อยให้มันดำเนินต่อไปอย่างไร้การควบคุม

โดยย้อนไปในยุโรปปลายศตวรรษที่ 18 กระแสชาตินิยมได้ถูกจุดติดขึ้นมาในเยอรมนีและอิตาลี ที่ถูกกองทัพ “นโปเลียน” ของฝรั่งเศส เข้ายึดครอง ซึ่งหลังจากนั้นสถานการณ์ก็ได้สั่งสมบ่มเพาะเรื่อยมา คำว่าชาติเราต้องมาก่อน ยังไม่หายไปไหนจวบจนศตวรรษที่ 20

โลกต้องจ่ายค่าเสียหายราคาแพงสมาชิกกลุ่มชาตินิยมเซอร์เบียลอบสังหาร “อาร์กดยุก ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์” แห่งอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี กลายเป็นชนวนเริ่มต้นของมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2457 มีผู้เสียชีวิตกว่า 38 ล้านคน ทั้งทหารและพลเรือน

และกลายเป็นเหตุการณ์ต่อยอด จิตรกรหนุ่มจากออสเตรีย นามว่า “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ที่ผันตัวมาเป็นนักการเมืองในเยอรมนี ใช้บาดแผลความพ่ายแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตรมาปลุกกระแสความเป็นชาตินิยม “ชนชาวอารยัน ต้องเหนือกว่าผู้ใดในโลก” ภายใต้ร่มธงสวัสติกะพรรคนาซี ประจวบเหมาะกับภูมิภาคเอเชียในขณะนั้น จักรวรรดิญี่ปุ่น ก็มีการปลุกกระแสชาตินิยมต่อต้านตะวันตกอย่างรุนแรง

จึงทำให้ไฟสงครามลามไปทั่วโลกอีกหน ในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 หรือในเอเชียที่เรียกว่าสงครามมหาเอเชียบูรพา โดยในช่วงระหว่าง พ.ศ.2482 ถึง 2488 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 60 ล้านคน

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องน่าจับตาอย่างยิ่งว่าสถานการณ์โลกในปัจจุบันจะมุ่งไปสู่ทิศทางใด ความบ้าคลั่งเหมือนสมัยอดีตจะหวนกลับมาอีกหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วมนุษย์เราจะหนีไม่พ้นคำเก่าแก่ “ประวัติศาสตร์ย่อมซ้ำรอยเดิม”.

วีรพจน์ อินทรพันธ์

 

เบลเยียมเผยตัวเลขบุคคลเกี่ยวโยงการก่อการร้ายกว่า 20,000 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 เม.ย. 2560 04:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920525

เบลเยียมเผยตัวเลขบุคคลเกี่ยวโยงการก่อการร้ายกว่า 20,000 คน
กระทรวงมหาดไทยเบลเยียมเปิดเผยตัวเลขผู้ที่ถูกขึ้นทะเบียนว่ามีความเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในปี 2017 พบว่ามีจำนวนเกือบ 20,000 คน สูงกว่าในปี 2010 นับสิบเท่า…เมื่อ 22 เม.ย. กระทรวงมหาดไทยเบลเยียมเปิดเผยตัวเลขข้อมูลทะเบียนประวัติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในปี 2017 มีจำนวน 18,884 คน ขณะที่เมื่อปี 2010 มีจำนวนเพียง 1,875 คน เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาอย่างน่าใจหาย สาเหตุที่จำนวนตัวเลขบุคคลเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายมีจำนวนมากขึ้นมากมาย เนื่องจากมีการนำข้อมูลบุคคลที่มีเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มรัฐอิสลามอยู่ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวอีกด้วย นอกเหนือจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีหรือการก่อการร้ายโดยตรง

นอกจากนั้น จำนวนผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือโดยอ้อมกับการก่อการร้ายที่มีการใช้ความรุนแรงก็ได้เพิ่มจำนวนเป็น 2,248 คน ทั้งนี้ กฎหมายเกี่ยวกับการก่อการร้ายได้มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่ ภายหลังเหตุโจมตีด้วยการกราดยิงกลางกรุงปารีส ทำให้มีการขยายขอบเขตการกระทำความผิดที่เชื่อมโยงกับการก่อการร้ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ขณะที่ตัวเลขบุคคลที่ถูกบันทึกในฐานข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับฐานความผิดในทุกรูปแบบก็มีจำนวนมากถึง 2.221 ล้านคน

ผู้ดีทำได้! ไม่ใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า 1 วันเต็มๆ ครั้งแรกในรอบ 135 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 เม.ย. 2560 03:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920501


สหราชอาณาจักรทำได้แล้ว ไม่ใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้านาน 24 ชั่วโมงติดต่อกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ก้าวสู้เป้าหมายปิดโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินในปี 2025…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท เนชันนัล กริด จำกัด ผู้ดูแลการส่งไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติของสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 21 เม.ย. ประเทศของพวกเขาทำสถิติไม่ใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าเลยเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเต็มๆ ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พวกเขาเปิดเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานถ่านหินตัวแรกในปี 1882 ที่กรุงลอนดอน

รัฐบาลของสหราชอาณาจักรวางเป้าหมายจะปิดโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหินแห่งสุดท้ายให้ได้ภายในปี 2025 เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยนาย คอร์ดี โอฮารา จากเนชันนัล กริด ระบุว่า “การมีวันทำงานไม่ใช้ถ่านหินเลยเป็นครั้งแรกนั้บตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรม เป็นช่วงเวลาบ่งบอกว่า ระบบพลังงานกำลังเปลี่ยนแปลง”

“ยูเคได้รับประโยชน์อย่างมาจากแหล่งผลังงานหลากหลายและยืดหยุ่นสูง การผสมผสานทางพลังงานของเราเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ และ เนชันนัล กริด จะพัฒนาระบบปฏิบัติการเพื่อตอบรับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้” นายโอฮารากล่าว อย่างไรก็ตาม เขาระบุด้วยว่า แม้ยูเคจะเริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ปล่อยคาร์บอนให้น้อยลง แต่ถ่านหินก็ยังคงเป็นแห่งพลังงานสำคัญอยู่

ด้านนาง แฮนนาห์ มาร์ติน สมาชิกกลุ่มกรีนพีซในสหราชอาณาจักร ระบุว่า เมื่อทศวรรษก่อนการผลิตไฟฟ้าโดยไม่ใช้ถ่านหิน 1 วันเต็มๆ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถจินตนาการได้แล้ว และในช่วงเวลา10 ปี ระบบพลังงานของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงอีกครั้ง

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของเว็บไซต์ Gridwatch.co.uk พลังงานไฟฟ้าที่ชาวสหราชอาณาจักรใช้เมื่อวันศุกร์ที่ 21 เม.ย. กว่าครึ่งมาจาก ก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ราว 1 ใน 4 มาจากพลังงานนิวเคลียร์ ส่วนที่เหลือมาจากพลังงานลม, พลังงานชีวมวล และพลังงานนำเข้า

อนึ่ง สหราชอาณาจักรปิดเหมือง ‘เคลลิงลีย์ คอลเลรี’ (Kellingley Colliery) เหมืองถ่านหินได้ดินแห่งสุดท้ายของประเทศไปแล้วเมื่อเดือนธ.ค. 2015 ยุติอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินใต้ดินที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษของพวกเขา และถึงแม้ว่าจะเหมืองถ่านหินแบบเปิดเปิดทำการอยู่อีก 26 แห่ง แต่ไฟฟ้าในยูเคที่ผลิตจากถ่านหินมีอัตราเพียง 9% โดยโรงงานหลายแห่งหันไปเผาเชื้อเพลิงชีวมวล เช่น ไม้อัดเม็ด (wood pellet) แทน

แต่ยังมีข้อถกเถียงอยู่ว่า ไม้อัดเม็ดนี้ไม่ได้ปลอดคาร์บอน และอาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าถ่านหินเสียอีก ขณะที่กลุ่มอุตสหกรรมพลังงานยืนยันว่า การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลผลิตพลังงานช่วยลดการปล่อยคาร์บอนลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

 

ฉาวอีก! พนง. ‘อเมริกันแอร์’ ใช้กำลังยึดรถเข็นเด็ก-ท้าผู้โดยสารต่อย (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 เม.ย. 2560 02:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920465


อเมริกัน แอร์ไลน์ส สั่งพักงานเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของพวกเขา หลังเกิดกรณี พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินใช้กำลังยึดรถเข็นเด็กไปจากผู้โดยสารหญิงรายหนึ่ง และเผชิญหน้ากับผู้โดยสารถึงขั้นท้าให้ต่อย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สายการบิน ‘อเมริกัน แอร์ไลน์ส’ สั่งพักงานพนักงานคนหนึ่งหลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็น เหตุทะเลาะกันระหว่างลูกเรือคนหนึ่งและผู้โดยสารอีกคน นอกจากนี้ยังมีผู้โดยสารหญิงอีกคนกำลังร้องไห้ฟูมฟายขณะอุ้มเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งอยู่ด้วย

นาง เลสลี สกอตต์ โฆษกของอเมริกัน แอร์ไลน์ส ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นบนเที่ยวบิน 591 ซึ่งกำลังจะบินออกจากเมืองซาน ฟรานซิสโก ไปยังเมือง ดัลลัส โดยระบุว่าชนวนเหตุของเรื่องนี้มาจากการมีความเห็นไม่ลงรอยกันว่าผู้โดยสารหญิงคนนี้สามารถนำรถเข็นเด็กแบบพับได้ขึ้นมาในห้องโดยสารได้หรือไม่ โดยตามระเบียบของอเมริกัน แอร์ไลน์ส รถเข็นประเภทนี้ต้องได้รับการตรวจสอบที่เกตเสียก่อน

ขณะที่ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อว่า ซูราอิน อาเดียนธายา (Surain Adyanthaya) เป็นผู้โพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่บนเครื่องบิน เที่ยวบิน 591 คนหนึ่ง ใช้กำลังแย่งรถเข็นเด็กจากผู้โดยสารหญิงจนรถเข็นชนเธอ และเกือบไปชนเด็ก แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเหตุในผู้โดยสารหญิงจึงร้องไห้

ส่วนคลิปวิดีโอของเขาแสดงให้เห็น ผู้โดยสารหญิงรายนี้กับเด็กคนหนึ่งในอ้อมแขนขอร้องทั้งน้ำตาให้พนักงานชายคืนรถเข็นเด็กให้เธอ ต่อมามีผู้โดยสารชายคนหนึ่งลุกขึ้นเดินไปด้านหน้าของเครื่องบิน และขอทราบชื่อพนักงานที่เอารถเข็นเด็กไปก่อนจะกลับมานั่งที่

ครู่หนึ่งหลังจากนั้น พนักงานต้อนรับชายอีกคนก็เข้ามาในห้องโดยสาร ก่อนที่เขาจะเผชิญหน้ากับผู้โดยสารชายที่ลุกขึ้นไปถามชื่อพนักงานก่อนหน้านี้ โดยในคลิปบันทึกเสียงการพูดของทั้งคู่เอาไว้ได้ ฝ่ายผู้โดยสารกล่าวว่า “นี่เพื่อน ถ้าคุณทำอย่างนั้นกับผม ผมจะน็อคคุณให้หมอบ” ฝ่ายพนักงานจึงบอกกลับไปว่า อย่ามายุ่งกับเรื่องนี้ และท้าทายให้ผู้โดยสารต่อยเขา “ต่อยผมเลย เอาเลย เข้ามาเลย”

พนักงานพูดต่อด้วยว่า “คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร” ขณะที่ผู้โดยสารตอบว่า “ผมไม่สนว่าเรื่องเป็นยังไง แต่คุณเกือบทำร้ายเด็กแล้ว” ก่อนที่ผู้โดยสารชายจะยอมกลับไปนั่งที่ ส่วนพนักงานเดินออกจากเครื่องบินไป แต่นายอาเดียนธายา ระบุในข้อความบนเฟซบุ๊กของเขาด้วยว่า ตอนหลังเจ้าหน้าที่ก็พาผู้โดยสารหญิงและลูกๆ ของเธอลงจากเครื่อง และให้พนักงานคนเดิมกลับขึ้นมา

ด้านนางโอลิเวีย มอร์แกน ผู้โดยสารที่กำลังขึ้นเครื่องบอกกับสถานีโทรทัศน์ ‘KTLA-TV’ ว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินใช้กำลังยึดเอารถเข็นเด็กไปจากผู้โดยสารหญิงซึ่งอยู่ในสภาพร้องไห้ มือหนึ่งอุ้มเด็กเอาไว้ ขณะที่ทารกอีกคนอยู่ในรถเข็นเด็ก “เขาเดินปึงปังผ่านฉันไปพร้อมกับรถเข็นเด็ก แล้วพอฉันถามว่า ‘คุณทำอะไรน่ะ? คนเกือบชนทารกคนนั้นแล้ว’ เขากลับตะโกนใส่ฉันว่า ‘อย่างมายุ่งกับเรื่องนี้’ เหมือนที่เขาทำในคลิปวิดีโอนั้นแหละ”

หลังเกิดเหตุ อเมริกัน แอร์ไลน์ส ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น “เราได้เห็นวิดีโอแล้ว และได้สั่งให้เริ่มการสืบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว สิ่งที่เราเห็นในวิดีโอไม่ได้สะท้อนให้เห็นการให้ความสำคัญหรือวิธีดูแลลูกค้าของเรา เราเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความเจ็บปวดที่เราได้ก่อให้เกิดกับผู้โดยสารรายนี้และครอบครัวของเธอ รวมทั้งกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการร์นี้”

อเมริกัน แอร์ไลน์ส ระบุว่า ด้วยว่า พวกเขาได้อัพเกรดตั๋วโดยสารของผู้โดยสารหญิงรายนี้กับครอบครัวให้เป็นตั๋วที่นั่งชั้นหนึ่งตลอดการเดินทางที่เหลือของเธอ ส่วนพนักงานต้อนรับที่ก่อเรื่องถูกถอดออกจากการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างที่พวกเขากำลังสืบสวน “พฤติกรรมของสมาชิกที่ของเราที่ถูกบันทึกภาพไว้ได้นั้น ไม่ปรากฏให้เห็น ความอดทนหรือความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นค่านิยมที่จำเป็นสำหรับการดูแลลูกค้า พูดสั้นๆ เราผิดหวังในพฤติกรรมเหล่านี้”

ทั้งนี้ เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นไม่ถึง 2 สัปดาห์ หลังจากเกิดกรณีนายเดวิด ดาว แพทย์ชาวอเมริกันเชื่อสายเวียดนามวัย 69 ปี ถูกตำรวจการบินเมืองชิคาโก ใช้กำลังลากลงจากเครื่องบินของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส หลังมีการจองตั๋วเครื่องบินเกินและนายดาวถูกสุ่มเลือกให้ลงจากเครื่องแต่เขาไม่ยอมลง เหตุการณ์ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บจมูกหัก และฟันหัก 2 ซี่ โดยครอบครัวของเขาเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีกับทางสายการบินแล้ว

ในเบื้องต้นหลังเกิดเหตุ ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ออกแถลงการณ์ในเชิงปกป้องพนักงานของตัวเองและกล่าวโทษว่าผู้โดยสารเป็นฝ่ายผิด ก่อนจะออกแถลงการณ์ขอโทษตามมา ทำให้เกิดเสียงประณามในระดับนานาชาติทั้งในเครือข่ายสังคมออนไลน์ และจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการบิน

ชมคลิปที่นี่