ยอดเหยื่อตาลีบันบุกถล่มค่ายทหารอัฟกันทะลุ 100 ศพ-ปธน.สั่งไว้อาลัย 1วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2560 23:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920402


ผู้เสียชีวิตในเหตุโจมตีค่ายทหารในอัฟกานิสถานฝีมือกลุ่มตาลีบันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็นมากกว่า 100 ราบแล้ว โดยประธานาธิบดีอัฟกันประกาศให้มีการไว้อาลัย 1 วัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุนักรบตาลีบันบุกโจมตีค่ายทหารแห่งหนึ่งในภาคเหนือของประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (21 เม.ย.) เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 100 ราย แล้ว และมีผู้บาดเจ็บอีจำนวนมาก ขณะที่ประธานาธิบดี อัชราฟ กานี ประกาศให้มีการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 1 วัน

เหตุโจมตีเกิดเหตุที่ค่ายทหารกองร้อยที่ 209 ในเมือง มาซาร์-อี-ชาริฟ ของจังหวัดบัลค์ โดยคนร้ายในชุดทหารคนหนึ่งจุดระเบิดบริเวณจุดตรวจ ก่อนที่มือปืนคนอื่นๆ ราว 10 คน พร้อมอาวุธหนักทั้งเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี, ปืนไรเฟิล และชุดระเบิดฆ่าตัวตาย จะบุกเข้าไปโจมตีทหารซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ติดอาวุธ ระหว่างที่พวกเขากำลังรับประทานอาหารเที่ยง หรือกำลังออกจากมัสยิด

หลังเกิดเหตุกลุ่มก่อการร้ายตาลีบิน ออกมาอ้างตัวว่าเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง โดยนาย ซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกของกลุ่มตาลีบันระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการแก้แค้นให้แก่แกนนำระดับสูงของกลุ่มหลายคนที่ถูกสังหารในภาคเหนือของอัฟกานิสถาน

เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแต่ยังไม่มีการยืนยันตัวเลขที่แน่ชัด โดยในวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ในจังหวัดบัลค์คนหนึ่งซึ่งไม่ขอเปิดเผยนามบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 137 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่จากชาติตะวันตกในกรุงคาบูลระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตมีมากกว่า 100 ราย

ด้านประธานาธิบดีอัชราฟ กานี เดินทางเยือนจังหวัดบัลค์ในวันเสาร์ เพื่อเยี่ยมค่ายทหารที่เกิดเหตุ โดยเขาสั่งให้มีการลดธงลงครึ่งเสา และให้วันอาทิตย์เป็นวันไว้อาลัยให้แก่ทหารผู้เสียชีวิต นายกานียังประณามการโจมตีครั้งนี้ว่า เป็นการกระทำที่ขี้ขลาดของพวกนอกรีต และเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างจริงจัง

 

ปารีสระทึกอีก! ชายควงมีดบุกหาตำรวจก่อนโดนรวบคาสถานีรถไฟ ‘การ์ดูนอร์ด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2560 22:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920382


ภาพจาก twitter / @hannahbayman

ชายคนหนึ่งถูกจับกุมในบริเวณของสถานีรถไฟการ์ดูนอร์ด ตอนเหนือของกรุงปารีส หลังควงมีดเข้าหาไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตระเวนตรวจตราความปลอดภัยในบริเวณนั้น…

เมื่อ 22 เมษายน เกิดเหตุระทึกขวัญในกรุงปารีสอีกครั้ง ภายในบริเวณของสถานีรถไฟการ์ดูนอร์ด (Gare du Nord) โดยมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ตำรวจลาดตระเวนพร้อมถือมีดอยู่ในมือ อย่างไรก็ตาม ตำรวจสามารถแย่งมีดออกมาจากมือของชายคนนี้และควบคุมตัวเขาได้ในทันที

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนซึ่งอยู่ในภาวะหวาดกลัวอยู่แล้ว จากเหตุมือปืนกราดยิงบนถนน ฌ็องเซลิซ่ เมื่อคืนวันพฤหัสบดี จนมีตำรวจจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีก 2 นาย หนีออกจากที่เกิดเหตุด้วยความตื่นตระหนกและทิ้งสัมภาระเอาไว้ตามทางเดิน ขณะที่ทีมเก็บกู้ทุ่นระเบิดและตำรวจทีมสุนัขถูกส่งมาในพื้นที่เพื่อตรวจสอบกระเป๋าเดินทาง มีการตีเส้นกั้นพื้นที่เขตรักษาความปลอดภัยด้วย

nbsp;

ปูตินพร้อมทำสงคราม! ส่งกำลังทหาร มิสไซล์ประชิดชายแดนโสมแดงแล้ว (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2560 15:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920205


(ภาพประกอบ รถถังรัสเซีย)

ประธานาธิบดีปูติน เตรียมพร้อมเผชิญสงคราม..สั่งกองทัพส่งกำลังทหาร ขีปนาวุธ อาวุธหนัก รถถัง ตลอดจนเฮลิคอปเตอร์ ประชิดชายแดนติดเกาหลีเหนือแล้ว ขณะที่สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีกำลังเดือด

เมื่อ 22 เม.ย.60 สื่อต่างประเทศ รายงาน กองทัพรัสเซียส่งกำลังทหาร อาวุธหนัก ยานลำเลียงหุ้มเกราะ รถถังหลายคัน ตลอดจนเฮลิคอปเตอร์ ไปยังเมืองวลาดิวอสต็อก ประชิดชายแดนติดเกาหลีเหนือ ห่างเพียงแค่ประมาณ 11 ไมล์ ท่ามกลางสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีที่กำลังทวีความตึงเครียดมากขึ้น หวั่นเกรงสหรัฐฯ อาจเปิดศึกกับเกาหลีเหนือ เกี่ยวกับโครงการทดสอบนิวเคลียร์ของคิม จอง อึน

เว็บไซต์ The Sun ยังรายงานว่า มีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นว่า ขบวนรถไฟหนึ่งใน 3 ขบวน บรรทุกยุทโธปกรณ์ทางทหาร มุ่งหน้าไปยังภูมิภาคพรีมอร์สกี เขตตะวันออกไกล ของรัสเซียติดกับชายแดนเกาหลีเหนือ ขณะที่มีรายงานด้วยว่า กองทัพรัสเซียได้มีการเคลื่อนย้ายอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหารทางรถยนต์บนถนนเช่นกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

อดีตทหารผ่านศึกรัสเซียนายหนึ่งเผยกับ The Sun ว่า การเคลื่อนกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารแสดงให้เห็นว่า ทางการรัสเซียกำลังจับตาสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีอย่างใกล้ชิด และจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมในการรับมือ อย่างไรก็ตาม โฆษกกองทัพรัสเซีย อเล็กซานเดอร์ กอร์ดีเยฟ ปฏิเสธการเคลื่อนกำลังทางทหารครั้งนี้ว่า เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของการซ้อมรบเท่านั้น

ข่าวเกี่ยวข้อง

ฮือฮา เผยคำทำนายวันเกิดสงครามโลกครั้งที่3 หลังเคยทายถูกทรัมป์ชนะมาแล้ว

ร้อนฉ่า จีนขยับโต้มะกัน ทดสอบอาวุธครั้งแรก บนเรือพิฆาตใหม่เอี่ยม

 

ฮือฮาอีกแล้ว กระเป๋าแบรนด์ดังBalenciaga คล้ายถุงอิเกีย ต่อจากถุงสำเพ็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2560 14:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/920140


(ภาพทวิตเตอร์ https://twitter.com/mpawlo/status/854427581915025408)

‘Balenciaga’ แบรนด์หรูชื่อดังในฝรั่งเศส ออกแบบกระเป๋าขนาดใหญ่ สีฟ้าเข้ม ละม้ายคล้ายคลึงกับถุงช็อปปิ้ง ที่สามารถหยิบได้ตรงทางเข้าห้างอิเกียอีกแล้ว หลังคนไทยเคยฮือฮา กับกระเป๋าของแบรนด์นี้ที่เหมือนกับถุงสำเพ็งมาแล้ว

21 เมษายน 2560 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงาน ร้านค้าสินค้าแบรนด์หรู “บาลองซิอาก้า” Balenciaga ของฝรั่งเศส เป็นข่าวฮือฮาอีกครั้ง หลังจากมีคนโพสต์บนทวิตเตอร์ ว่า “มีกระเป๋าที่คล้ายคลึงกันเหมือนถอดแบบคือ ถุงช็อปปิ้งอิเกีย (Ikea)” และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของกระเป๋าแบรนด์ดัง เนื่องจากเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างฮือฮาว่าเลียนแบบถุงสำเพ็งมาแล้ว

กระเป๋าโมเดลใหม่ออกมาในชุด Carry Shopper L (https://www.balenciaga.com/fr/autre-sac-arena_cod45316172kd.html#/Search/Index) เป็นกระเป๋าขนาดใหญ่สีฟ้าเข้ม มีสายสะพายยาวและหูหิ้วสั้น มองดูคล้ายกับถุงช็อปปิ้งที่สามารถหยิบได้ตรงทางเข้าห้างอิเกีย (Ikea) ของสวีเดนที่มีเครือข่ายทั่วโลก

กระเป๋าทั้งสองแบบมีรูปแบบและขนาดแทบจะเท่ากันเลยทีเดียว ต่างกันตรงที่ของ Balenciaga ผลิตจากหนังวัวอย่างดีราคาใบละ 1,700 ยูโร (63,000 บาท) แต่ถุงช็อปปิ้ง Ikea หากใครต้องการก็ซื้อได้ราคาเพียง .80 ยูโร (30 บาท)

 

WHO วอนรบ.ทุกชาติรับมือด่วนโรคตับอักเสบ ตะลึงทั่วโลกติดเชื้อ325ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 เม.ย. 2560 10:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919936


องค์การอนามัยโลก ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลทั่วโลกรับมือโรคตับอักเสบ อย่างเร่งด่วน ยอดตายสูงต่อเนื่อง ระบุรายงานใหม่ พบทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ชนิด B หรือ C มากถึง 325 ล้านคน จนถือเป็นเรื่องท้าทายด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่

เว็บไซต์องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์เมื่อ 21 เม.ย. เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกรับมือกับโรคตับอักเสบ หลังข้อมูลใหม่ของ WHO ประจำปี 2017 พบว่า มีประชาชนทั่วโลกจำนวนมากถึง 325 ล้านคน ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ชนิด B (HBV) หรือไม่ก็ตับอักเสบ ชนิด C (HCV) โดยตามรายงานของ WHO ยังระบุว่า ผู้คนที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเหล่านี้ ไม่สามารถเข้าถึงการตรวจสอบว่าตนเองติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ และไม่สามารถเข้าถึงการรักษา จึงเป็นผลทำให้ประชาชนหลายล้านคนที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ตกอยู่ในความเสี่ยงของการพัฒนาอย่างช้าๆ ไปสู่การป่วยด้วยโรคตับเรื้อรัง มะเร็งตับ และเสียชีวิตในที่สุด

ดร.มากาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการใหญ่ของWHO ระบุว่า ขณะนี้ โรคตับอักเสบ เป็นเรื่องท้าทายด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ ที่ต้องเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกรับมืออย่างเร่งด่วน โดย WHO พร้อมจะให้ความช่วยเหลือในด้านวัคซีนและยา รวมทั้งเครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ สำหรับการรักษาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ

ทั้งนี้ ตามรายงาน พบว่า เชื้อไวรัสตับอักเสบ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในปี 2558 จำนวน 1.34 ล้านคน ซึ่งตัวเลขนี้ถือเป็นจำนวนเทียบเท่าได้กับการเสียชีวิตจากโรควัณโรคและโรคเอดส์ จากการติดเชื้อ HIV ทว่าขณะที่ จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรควัณโรคและ HIV มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสตับอักเสบ กลับเพิ่มขึ้น โดย WHO คาดว่า มีประชาชนประมาณ 1.75 ล้านคนเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ชนิด C รายใหม่ ซึ่งกำลังทำให้มีผู้คนทั่วโลกติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด C สูงถึง 71 ล้านคน

 

โจมตีดับ1 “ฌองส์ เอลิเซ” ระทึกปารีส ไอเอสโหด โดนจับตาย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 เม.ย. 2560 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919857


ฝรั่งเศสเจอภัยก่อการร้ายรุนแรงอีกแล้ว คนร้ายใช้ปืนกระหน่ำยิงรถแวนของตำรวจที่ถนนฌองส์ เอลิเซ ย่านท่องเที่ยวที่สำคัญและชื่อดัง ดับ 1 เจ็บ 2 แต่คนร้ายที่ก่อเหตุก็หนีไม่รอด โดนวิสามัญฯดับดิ้นไปตามกัน หลังเกิดเหตุกลุ่มไอเอสแถลงเป็นผลงาน การโจมตีของกลุ่ม ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเครียดแถลงด่วนยอมรับเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการก่อการร้าย ชัดเจน ขณะที่ประธานาธิบดี “ทรัมป์” แห่งสหรัฐฯ ร่วมเสียใจ ส่วนนายกฯเยอรมนีประกาศขอยืนหยัดเข้มแข็งเคียงข้างฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสไม่สงบเผชิญเหตุก่อการร้ายรุนแรงอีกครั้งกลางกรุงปารีส บริเวณถนนฌองส์ เอลิเซ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ เมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ 20 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่น หรือช่วงเช้าตรู่วันศุกร์ที่ 21 เม.ย.ตามเวลาในไทย โดยคนร้ายใช้ปืนอัตโนมัติยิงกระหน่ำใส่รถแวนตำรวจเฝ้าอารักขาบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 2 นายและคนร้ายพยายามหลบหนีหลังก่อเหตุร้าย แต่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตในที่สุด

ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สั่งปิดกั้นพื้นที่ถนนฌองส์ เอลิเซและประตูชัย เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมอพยพผู้คนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จากนั้นไม่นาน กองกำลังรัฐอิสลามหรือ ไอเอส ได้ประกาศผ่านสำนักข่าวอามัค สื่อกระบอกเสียงของกลุ่ม อ้างมือปืนผู้ก่อเหตุคือ นายอาบู ยูซูฟ อัลบาลจิกี เป็นชาวฝรั่งเศส วัย 39 ปี แต่มิได้เปิดเผยเชื้อชาติ เป็นนักรบสังกัดไอเอส อาศัยอยู่ย่านชานกรุงปารีสด้านตะวันออก จากการเปิดเผยเพิ่มเติมของรัฐบาลฝรั่งเศสปรากฏว่า มือปืนมีรายชื่ออยู่ในบัญชีตำรวจต้องสงสัยผู้ก่อเหตุร้าย เคยต้องคดีพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่หลายครั้งและตำรวจได้ยกกำลังเข้าค้นที่พักของมือปืนในเวลาต่อมา

นายฟรองซัวส์ โอลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ด่วน ระบุเหตุที่เกิดขึ้นชัดเจนว่าเป็นเหตุการณ์เกี่ยวข้องการก่อการร้าย ถือเป็นภัยคุกคามฝรั่งเศสเป็นระยะๆ นับแต่เกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่หลายจุดกลางกรุงปารีส เมื่อเดือน พ.ย.ปี 2558 คร่าชีวิตผู้คน 130 ราย บาดเจ็บมากกว่า 350 คน รวมถึงเหตุก่อการร้ายอื่นๆหลายครั้งตั้งแต่ช่วงปี 2558 ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 238 ราย นอกจากนั้น ผู้นำฝรั่งเศสได้เรียกประชุมฉุกเฉินคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงทันที

เหตุรุนแรงล่าสุดครั้งนี้ เกิดขึ้นก่อนหน้าวันเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรก ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 เม.ย. ทำให้บรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีต้องหยุดการหาเสียงในวันศุกร์ ซึ่งเป็นการหาเสียงวันสุดท้าย และต่างแสดงท่าทีให้กำลังใจเหล่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในประเทศ ส่วนนายแบร์นาร์ด คาสเนิฟ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ออกแถลงว่า ได้มีการสั่งการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคง และชุดปฏิบัติการพิเศษ เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยในช่วงเลือกตั้งแล้ว

นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า เหตุก่อการร้ายครั้งนี้อาจส่งถึงผลลัพธ์ของการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะนางมารีน เลอเพน ผู้สมัครตัวเต็งจากพรรคแนวหน้าแห่งชาติหรือเอฟเอ็น ได้มีจุดยืนการหาเสียงต่อต้านก่อการร้าย มีนโยบายเข้มงวดต่อผู้อพยพต่างชาติอย่างชัดเจน หลังเกิดเหตุนางเลอเพน ได้ส่งข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ แสดงความเสียใจและขอยืนหยัดเคียงข้างเจ้าหน้าที่ ที่ตกเป็นเป้าการก่อเหตุอีกครั้ง

ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ระหว่างต้อนรับนายเปาโล เกนติโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลีที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ร่วมแถลงแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสครั้งนี้ โดยระบุว่า ภัยก่อการร้ายเกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว ดูเหมือนจะไม่จบสิ้น ส่วนโฆษกรัฐบาลอังกฤษ ระบุว่า นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้แสดงความเสียใจแก่ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลองด์ ถึงเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า เยอรมนีพร้อมจะยืนหยัดอย่างเข้มแข็งร่วมกับฝรั่งเศส

ข่าวระบุต่อไปด้วยว่า มือปืนที่ก่อเหตุยิงตำรวจบริเวณถนนฌองส์ เอลิเซ ในกรุงปารีส ซึ่งกลุ่มไอเอสระบุชื่อว่า นายอาบู ยูซูฟ อัลบาลจิกี นั้น ล่าสุดสื่อฝรั่งเศสระบุว่า มือปืนคนดังกล่าวคือนายคาริม ชูร์ฟี ชาวฝรั่งเศส วัย 39 ปี อาศัยอยู่กับแม่ที่เมืองเชลส์ชานกรุงปารีส มีประวัติเคยยิงและพยายามฆ่าตำรวจจนถูกจำคุก 10 ปี เมื่อปี 2544 การตรวจค้นรถของเขายังพบอาวุธอื่นๆทั้งปืน

ลูกซองสั้นและมีด ตำรวจยังจับสมาชิกครอบครัวนายคาริมไปสอบสวนด้วย 3 คน ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่เบลเยียมแจ้งเตือนภัยบุคคลอันตรายกำลังนั่งรถไฟเข้าสู่ฝรั่งเศสหลังเกิดเหตุยิงตำรวจที่ถนนฌองส์ เอลิเซ และระบุชื่อว่า นายยูสซูฟ เอล ออสรี และเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสกำลังเฝ้าระวังตรวจสอบ หวั่นเข้ามาก่อเหตุร้าย ล่าสุดมีผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อตรงกับข้อมูลข้างต้นได้เข้ามอบตัวกับตำรวจเมืองแอนท์เวิร์พของเบลเยียมแล้ว แต่ไม่แน่ชัดว่าคือคนคนเดียวกันหรือไม่ อีกทั้งตำรวจเบลเยียมยังไม่แถลงรายละเอียด

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเยอรมนีเปิดเผยความคืบหน้าคดีวางระเบิดโจมตีรถบัสของทีมฟุตบอลโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในเมืองดอร์ทมุนด์ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. โดยระบุว่า คนร้ายคือนายเซอร์เกจ์ ดับเบิลยู. วัย 28 ปี การสืบสวนพบว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกลุ่มก่อการร้าย แต่เป็นนักเล่นหุ้นที่ลงมือก่อเหตุเอง เพราะหวังทำกำไรจากการที่หุ้นของทีมดอร์ทมุนด์ตก โดยคนร้ายได้เปิดห้องพักในโรงแรมเดียวกับทีมนักฟุตบอล และยืนมองผ่านหน้าต่างห้องพัก ขณะกดชนวนระเบิดโจมตีรถบัส

ต่อมาค่ำวันที่ 21 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ส่งสารแสดงความเสียใจถึงนายแบร์นาร์ด คาสเนิฟ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยระบุว่าไทยเป็นเพื่อนของ ฝรั่งเศส พร้อมให้ความร่วมมือกับฝรั่งเศสและประชาคมโลกในการต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบ ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ได้ส่งสารแสดงความเสียใจไปยังนายฌอง มาร์คเอโรต์ รมว.ต่างประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศสด้วยเช่นกัน

 

ก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 เม.ย. 2560 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919891


นายเดนีส เจคอป เลขาธิการสหภาพตำรวจฝรั่งเศส นำช่อดอกไม้วางที่โคนต้นไม้แสดงความไว้อาลัยตรงจุดเกิดเหตุคนร้ายใช้ปืนยิงรถแวนตำรวจที่รักษาความปลอดภัยที่ถนนฌองส์ เอลิเซ กรุงปารีส เมื่อกลางดึกวันที่ 20 เม.ย. มีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย เจ็บ 2 นาย ส่วนคนร้ายถูกยิงตายตาม ประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุเป็นการก่อการร้ายชัดเจน.

 

ผู้สมัครชิง ปธน.โสมใต้โบ้ยเรื่องอดีต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 เม.ย. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919666


เมื่อ 21 เม.ย. นายฮอง จูน-พโย หนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ วัย 62 ปี ซึ่งถูกนำไปเปรียบเทียบว่าเหมือนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กับการพูดจาโผงผางและความคิดดูถูกทางเพศ เพราะเคยกล่าวว่า การล้างจานเป็นหน้าที่ของผู้หญิง ออกมาปฏิเสธคำรับสารภาพในหนังสือชีวประวัติของตัวเองที่ร่วมกับเพื่อนสมัยเป็นเฟรชชี่ปี 1 มหาวิทยาลัยเกาหลี เรื่องวางแผนพยายามข่มขืนผู้หญิงในวันออกเดท ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเกิดกระแสข้อถกเถียงก่อนถึงวันเลือกตั้ง 9 พ.ค.

ทั้งนี้ อดีตผู้ว่าฯจังหวัดคย็องซังใต้ จากอาชีพอัยการเข้าสู่วงการนักการเมือง พยายามไม่กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าได้ยินจากคนอื่นในหอ ซึ่งเรียนอีกสถาบันหนึ่ง และตนก็ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม ขณะที่นายยู เซิง-มิน อีกหนึ่งผู้สมัครเลือกตั้ง เผยว่า เขาไม่เหมาะสมกับการเป็นประธานาธิบดี เพราะร่วมก่อคดีทางเพศแล้วนำมาเขียนอวดถึงประสบการณ์ดังกล่าว สมควรเป็นหัวข้อกรณีศึกษาอาชญากรรมโรคจิต ขณะเดียวกัน ผลโพลจากเกาหลี กัลลอป ซึ่งเผยแพร่ในวันเดียวกัน พบว่านายฮองมีคะแนน 9% อยู่อันดับ 3 ห่างจากนายมู แจ-อิน ตัวเต็ง จากพรรคประชาธิปไตย มีคะแนนนิยม 41% ตามด้วยนายอันห์ โชล-ซู อดีตมหาเศรษฐีวงการไอที สังกัดพรรคประชาชน มีคะแนน 30%แต่นายฮองก็ยังมั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้งเหมือนนายทรัมป์ที่เผชิญกับสื่อที่มีอคติ.

 

เพนซ์ถึงออสซี่ยังเน้นธุรกิจกับมั่นคง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 เม.ย. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919660


นายไมค์ เพนซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางถึงออสเตรเลีย เมื่อค่ำวันศุกร์ 21 เม.ย.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเทศสุดท้ายของการเดินทางเยือน 4 ประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิก หลังเยือนเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซียเป็นเวลา 10 วัน โดยเข้าพบนายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูลล์ แห่งออสเตรเลีย รวมถึงการประชุมโต๊ะกลมกับกลุ่มผู้บริหารของเอกชนระดับชั้นนำ ตามภารกิจสำคัญคือการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งกรณีพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้และความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

ขณะเดียวกันนายเพนซ์ยังยืนยันเรื่องที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะเข้าร่วมการประชุมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในเดือน พ.ย.นี้ ส่วนการประชุมโต๊ะกลมกับกลุ่มนักธุรกิจในอินโดนีเซีย ประเด็นสำคัญคือเรื่องหาวิธีลดอุปสรรคด้านการลงทุน ทั้งไม่มีกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ทางปัญญา ไม่มีความโปร่งใสในกฎระเบียบข้อบังคับ พร้อมเผยถึงเหตุโจมตีที่กรุงปารีส ซึ่งทำให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย ก่อนที่คนร้ายจะถูกวิสามัญฯว่า ก่อการร้ายสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งสหรัฐฯจะไม่มีวันยอมลดละความพยายามปราบปรามการก่อการร้าย และยังคงทำงานร่วมกับอินโดนีเซียต่อไป.

 

ล้วงตับผู้นำเกาหลีเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย มิสแซฟไฟร์ 22 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919047


ปัญญาอ่อนโรคจิต แต่ทำไมผวากันทั้งโลกออกมาประกาศกร้าวว่าพร้อมรบในสงครามทุกรูปแบบกับสหรัฐอเมริกา และจะเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธนิวเคลียร์ทุกอาทิตย์ หลังได้รับรายงานยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯกำลังเตรียมการส่งหน่วยปฏิบัติการรบพิเศษไปปลิดชีพผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ แบบเดียวกับที่เคยเด็ดหัวผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายระดับโลก “โอซามา บิน ลาดิน” ซึ่งเป็นศัตรูเบอร์หนึ่งของอเมริกา

ถึงวินาทีนี้ สปอตไลต์ทุกดวงต่างหันมาจับจ้อง “เกาหลีเหนือ” เป็นตาเดียวกัน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าประเทศคอมมิวนิสต์เล็กๆ อย่างโสมแดงมีอะไรดี ถึงได้กล้าเปิดตัวเป็นศัตรูกับมหาอำนาจใหญ่ของโลก แถมยังยั่วโมโหผู้นำขี้ยัวะอย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซะจนปรี๊ดแตกผมไม่มีแสกเลยทีเดียว

ก็เพราะ “เกาหลีเหนือ” เป็นประเทศปิดตาย เรื่องราวภายในของโสมแดงจึงเป็นที่กระหายใคร่รู้ของชาวโลกอย่างมาก เรื่องลึกแต่ไม่ลับของเกาหลีเหนือ และ ผู้นำสูงสุด “คิม จอง-อึน”ถูกนำออกมาตีแผ่เป็นระยะๆ เริ่มจากวันเดือนปีเกิดของผู้นำโสมแดง ที่ลวงไปลวงมา จนนับอายุกันไม่ถูก สุดท้ายมีคนวงในมาเฉลยว่า วันเกิดจริงๆของ “คิม จอง-อึน” คือวันที่ 8 มกราคม ส่วนปีเกิดนั้น ถูกเปลี่ยนแก้เคล็ดจากปีชวด 1984 เป็นปีจอ 1982 เพราะคิมผู้พ่อ “คิม จอง-อิล” กลัวลูกชายคนเล็กจะทำอะไรแล้วชวดไปหมด แม้เขาจะไม่ใช่ตัวเก็งตั้งแต่แรกที่ถูกวางให้สืบทอดอำนาจ แต่สุดท้ายเมื่อขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดแทนบิดาจริงๆ ความบ้าระห่ำของเด็กหนุ่มคนนี้ก็ทำทั้งโลกปั่นป่วนไปหมด

คำว่า “ผู้นำจอมเผด็จการ” อาจไม่ใช่ตัวตนทั้งหมดของ “คิม จอง-อึน” เพราะทหารเกาหลีเหนือบางกลุ่มให้คำจำกัดความว่า เขาเป็นเด็กอนุบาลปัญญา อ่อน และโรคจิต แถมยังอำมหิตกว่าสองผู้นำในอดีตรวมกันคือ คิมผู้พ่อ และคิมผู้เป็นปู่ ซึ่งก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ

เกาหลีเหนือไม่แคร์โลกจริงๆ เพราะแม้แต่เข็มนาฬิกาก็ยังกำหนดใหม่ให้เป็นไทม์โซนของตัวเอง โดยตั้งชื่อว่า “เปียงยาง ไทม์” แทนที่จะใช้ระบบไทม์โซนร่วมกับชาวโลก “เปียงยาง ไทม์” จะเดินช้ากว่าเวลาของเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น อยู่ 30 นาที

คนเกาหลีเหนือที่หนีออกนอกประเทศยังแอบเล่าว่า “คิม จอง-อึน” บ้าระเบียบและหลงตัวเองมาก ถึงขนาดสั่งให้ผู้ชายเกาหลีเหนือทั้งประเทศตัดผมทรงเดียวกับตัวเอง โดยห้ามยาวเกิน 2 ซม. ส่วนผู้หญิงให้ไว้ผมบ๊อบแบบเดียวกับเมียผู้นำ

คนเกาหลีเหนือพยายามหนีออกจากประเทศกันทุกวัน ทว่า ตั้งแต่ “คิม จอง-อึน” ขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ ค่าใช้จ่ายในการพาหลบหนีออกจากเกาหลีเหนือ ก็แพงขึ้นเป็นหลายเท่าตัว โดยปัจจุบัน สนนราคาอยู่ที่หัวละ 8,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการหนีข้ามชายแดนไปตั้งรกรากใหม่ในจีน

จากรายงานของซีไอเอยังระบุว่า ประชากรเกาหลีเหนือในปัจจุบัน มีอยู่เกือบ 3 ล้านคน ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน และใช้ชีวิตอดอยากข้นแค้น อันเป็นผลมาจากวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษ 1990 ส่งผลให้ผลผลิตในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมลดฮวบฮาบ จนเกาหลีเหนือต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศ กลายเป็นรอยด่างน่าอายของโสมแดง และแม้จะเปลี่ยนผู้นำสูงสุดมาเป็น “คิม จอง-อึน” แต่สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกาหลีเหนือก็ไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะในชนบท ประชาชนยังอาศัยอยู่ในกระต๊อบผุพัง ไม่มีไฟฟ้าใช้ และต้องอดมื้อกินมื้อ ทั้งประเทศมีทางตัดถนนแค่ 2.83% ขณะที่รายได้รวมต่อหัวประชากรต่ำเตี้ยติดดินเพียงปีละ 1,000-2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ในขณะที่โลกหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ กลับเป็นของต้องห้ามในเกาหลีเหนือ เพราะผู้นำสูงสุดต้องการปิดหูปิดตาประชาชนไม่ให้รับรู้ข่าวสารจากโลกภายนอก ทั่วทั้งเมืองจึงมีแต่ภาพผู้นำ และอนุสาวรีย์ผู้นำ ที่คนเกาหลีเหนือโดนปลูกฝังใส่หัวตั้งแต่เด็กๆว่าต้องเคารพกราบไหว้ และห้ามวิพากษ์วิจารณ์เด็ดขาด ถ้าไม่เชื่อก็ต้องถูกยิงเป้าทิ้งสถานเดียว ฐานทรยศต่อท่านผู้นำ

ถึงจะอยู่ในฐานะใกล้ล้มละลาย แต่ผู้นำเกาหลีเหนือก็ยังคลั่งสงครามไม่เลิก ประกาศทุ่มงบประมาณทั้งหมดไปสร้างกองทัพ และสั่งสมอาวุธนิวเคลียร์ให้เกรียงไกร…เฮ้อ!! ช่างไม่สงสารประชาชน
ตาดำๆเลย.

มิสแซฟไฟร์