ศาลผู้ดีมึน! สั่งจำคุก 9 ปีเขียนผิดเป็น 9 เดือน มือมีดพ้นคุกหนีลอยนวล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 12:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993773

ศาลในลอนดอนเหนือก่อความผิดพลาดครั้งใหญ่ หลังศาลตัดสินให้จำคุกมือมีด ซึ่งแทงคนเกือบตายเป็นเวลา 9 ปี แต่เจ้าหน้าที่กลับเขียนผิดเป็น 9 เดือน จนมือมีดรายนี้ได้รับการปล่อยตัวอย่างรวดเร็ว หลบหนีลอยนวลไปแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายรัลสตัน ดอดด์ อายุ 25 ปี ถูกศาลในลอนดอนเหนือตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 9 ปีเมื่อเดือน พ.ย.ปีก่อน จากความผิดฐานใช้มีดแทง นายเจอร์เรลล์ ฮอลแลนด์ จากด้านหลังถึง 3 ครั้ง จนเกือบทำให้เขาเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม นายดอดด์กลับได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระแล้ว ทั้งที่อยู่ในคุกเพียง 7 เดือนเท่านั้น

นายเจอร์เรลล์ บอกกับสื่อว่า เขาเห็นนายดอดด์เดินบนถนนในลอนดอนเหนือเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้อเล็กซ์ออกมาตั้งคำถามกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเกิดความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูลในชั้นศาล โดยผู้พิพากษาศาลสูงคดีอาญาเมืองแบล็กแฟรร์ พิพากษาลงโทษจำคุก นายดอดด์ เป็นเวลา 9 ปี แต่เจ้าหน้าที่บันทึกคงฟังผิด หรือเขียนผิดเป็น 9 เดือนแทน

เรื่องนี้ทำให้กระทรวงยุติธรรมสหราชอาณาจักรออกหมายจับนายดอดด์ทันที แต่จนถึงตอนนี้เขายังคงลอยนวล และคาดว่ากำลังหลบซ่อนตัว กระทรวงยุติธรรม ยังสั่งให้มีการสืบสวนหาสาเหตุของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ได้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

 

แบ่งกันกินแตงโม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.ค. 2560 12:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/992678

แตงโมเป็นผลไม้ช่วยให้ความชุ่มชื่นได้ดี ไม่ได้เป็นผลไม้โปรดของมนุษย์เท่านั้น แต่เจ้าเมียร์แคทก็ชื่นชอบเช่นกัน แม้ว่าจริงๆ แล้วสัตว์ชนิดนี้จะนิยมกินแมลงปีกแข็ง และสัตว์มีกระดูกสันหลังตัวเล็กๆ เมียร์แคทเป็นสัตว์ป่าที่มีถิ่นอาศัยในทวีปแอฟริกา แต่เจ้าเมียร์แคทหัวสั้นๆ 3 ตัวนี้กำลังล้อมวงกันสวาปามเนื้อแตงโมแดงฉ่ำ ที่เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ไบโอพาร์โค ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี นำมาให้ดับร้อน.

 

อุกอาจ! มือปืนบุกเดี่ยวขโมย ฮ.จากสนามบินโอเรกอน ก่อนโดน ตร.ยิงดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 11:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993588

คนร้ายติดอาวุธบุกเดี่ยวหวังขโมยเฮลิคอปเตอร์ในสนามบินเมืองฮิลส์โบโร เมื่อวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม คนร้ายถูกตำรวจยิงเสียชีวิต และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 3 ก.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ เกิดเหตุชายติดอาวุธบุกเดี่ยวพยายามขโมยเฮลิคอปเตอร์จากสนามบินแห่งหนึ่งในเมืองฮิลส์โบโร รัฐโอเรกอน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระงับเที่ยวบินขาเข้าและขาออกจากสนามบินแห่งนี้ ก่อนที่คนร้ายจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเสียชีวิต

โฆษกสำนักงานตำรวจฮิลส์โบโร ยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า เกิดเหตุยิงกันขึ้นที่สนามบินดังกล่าว แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียด อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวโอเรกอเนียน รายงานว่า ผู้ต้องสงสัยเผชิญหน้ากับครูฝึกบินและนักเรียนคนหนึ่ง หน้าสถาบันการบินฮิลส์โบโร ในเวลาประมาณ 11.40 น. วันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่น

โอเรกอเนียน ระบุด้วยว่า มีการยิงปืนอย่างน้อย 1 นัดแต่ไม่ทราบว่าฝ่ายใดยิง ก่อนที่คนร้ายจะสามารถขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ได้ และอยู่ในนั้นชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเผชิญหน้ากับตำรวจฮิลส์โบโร และถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้

 

ทดแทนพลังงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.ค. 2560 11:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/992668

นวัตกรรมยานยนต์เพื่อการขนส่งที่เรียกว่า “คริสตัล” ซึ่งเป็นรถโดยสารขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ 100% ใช้รับส่งด้วยการให้บริการตนเองของแต่ละบุคคล หรือเป็นหมู่คณะเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน รถประจำทาง รถรางไฟฟ้า ซึ่งนำมาใช้บริการการเดินทางขนส่งระหว่างงานการประชุมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีการสื่อสารในการบริหารจัดการระบบคมนาคม การขนส่งและจราจรแห่งรัฐสภายุโรป ที่เมืองสตราสบูร์ก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส.

 

ดีที่เจอก่อน! ตร.ฝรั่งเศสจับชายต้องสงสัยวางแผนลอบฆ่าปธน.มาครงในวันชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 10:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993473

ตำรวจในฝรั่งเศสจับกุมชายผู้ต้องสงสัยวางแผนลอบสังหารประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ในวันชาติฝรั่งเศส ซึ่งจะมาถึงในสัปดาห์หน้า โดยเจ้าตัวสารภาพ จะก่อการเพื่อส่งข้อความทางการเมือง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อาเนส ธีโบ-เลอควีฟ โฆษกหญิงแห่งสำนักงานอัยการกรุงปารีส เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 3 ก.ค. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมชายวัย 23 ปีคนหนึ่งในฐานะผู้ต้องสงสัยวางแผนลอบสังหารประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ในวันบัสตีย์ หรือวันชาติของฝรั่งเศส ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะได้รับเชิญมาเป็นแขกผู้มีเกียรติด้วย

ด้านเจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่า ผู้ต้องสงสัยถูกหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายจับกุมตัวเมื่อวันพุธที่ 28 มิ.ย. ในเขตทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปารีส ก่อนจะถูกตั้งข้อหา วางแผนก่อการร้ายลักษณะตัวคนเดียว หรือที่เรียกกันว่า การโจมตีแบบหมาป่าเดียวดาย ในวันเสาร์ที่ 1 ก.ค.

เจ้าหน้าที่เผยด้วยว่า ชายคนนี้อ้างตัวว่า มีแนวคิดชาตินิยมขวาจัด วางแผนจะโจมตีนายมาครงในวันที่ 14 ก.ค. ระหว่างการเดินขบวนพาเหรดบนถนน ฌ็องเซลิเซ่ ในกรุงปารีส เพื่อส่งข้อความทางการเมืองด้วยการสังหารนายมาครง เขาสารภาพอีกว่า ต้องการโจมตีคนผิวสี, ชาวอาหรับ, ยิว และคนรักเพศเดียวกัน ด้วย

กองกำลังความมั่นคงจับตาชายคนนี้หลังได้รับแจ้งจากผู้ใช้งานเว็บไซต์เกมเว็บหนึ่ง ว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้โพสต์ข้อความแสดงความต้องการซื้อปืนไรเฟิลประเภท คาลาชนิคอฟ เพื่อนำไปใช้ก่อเหตุโจมตี อนึ่ง ตำรวจยังไม่ฟันธงว่าชายคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายก่อการร้ายที่ใหญ่กว่านี้หรือไม่ แต่เขาเคยถูกตัดสินความผิดในคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายมาแล้วในปี 2016

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสเคยเผชิญเหตุก่อการร้ายระหว่างการฉลองวันชาติมาแล้วในปี 2016 โดยชายคนหนึ่งขับรถบรรทุกพุ่งชนผู้คนที่ออกมาร่วมเฉลิมฉลองในเมืองนีซ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 86 คน

 

‘แมร์เคิล’ แสดงความเสียใจ บัสชนรถบรรทุก ไฟลุกท่วมคลอกคนชราดับ 18 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 09:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993400

เกิดอุบัติเหตุรถบัสชนรถบรรทุกจนเกิดไฟลุกท่วมในพื้นที่ทางใต้ของประเทศเยอรมนี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดไฟลุกท่วมรถทั้ง 2 คัน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 18 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถบัสชนกับรถบรรทุกอย่างรุนแรงบนถนนหลวงหมายเลข เอ9 ในแคว้น บาวาเรีย ทางใต้ของประเทศเยอรมนี เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 3 ก.ค. ก่อนเกิดไฟลุกท่วมรถทั้ง 2 คัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 30 คน โดย 2 คนในจำนวนนี้อาการสาหัส

ข่าวระบุว่า รถบัสที่ประสบเหตุมีผู้โดยสาร 46 คน และคนขับอีก 2 คน โดยเป็นกลุ่มผู้รับเงินบำนาญอายุระหว่าง 66-81 ปี ซึ่งกำลังเดินทางไปยังทะเลสาบ การ์ดา ในประเทศอิตาลี เพื่อพักผ่อนในวันหยุด ส่วนรถบรรทุกมีเพียงคนขับและผู้โดยสารอีก 1 คน ซึ่งทั้งคู่รอดชีวิต และบอกกับตำรวจว่า รถบัสชนรถของพวกเขาจากด้านหลัง ก่อนเกิดไฟลุกท่วม

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบหาว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ โดยนาย ฮานส์-อัลริช แซนเดอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนท้องถนน เชื่อว่าสายน้ำมันใต้รถบัสอาจฉีกขาดทำให้ไฟลุกลาม ขณะที่นายโยอาคิม เฮอร์มันน์ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยแคว้นบาวาเรีย ระบุว่า ความช่วยเหลือไปถึงที่เกิดเหตุล่าช้าเพราะคนขับรถบนท้องถนนลดความเร็วลงเพื่อดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนการจราจรติดขัด

ด้านนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของประเทศเยอรมนี ออกมาแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียและได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ และขอบคุณหน่วยกู้ภัยที่ช่วยดูแลผู้คนในสถานการณ์ยากลำบาก

 

โสมเหนือท้าโลก! ทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่ ลงทะเลเขตศก.จำเพาะญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ค. 2560 09:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993348

เกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่เมื่อช่วงเช้ามืดวันอังคาร โดยจรวดไปตกในเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น ไม่กี่ชั่วโมงหลังจีนเตือนว่าความตึงเครียดกับเกาหลีเหนืออาจเหนือความควบคุม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันอังคารที่ 4 ก.ค. คณะเสนาธิการร่วมแห่งเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบยิงขีปนาวุธไม่ทราบชนิดจากเมือง พย็องอันเหนือ ไปตกในน่านน้ำทางตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลีเหนือ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเหนือที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น

นายทาคาโฮโระ ฮิราโนะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการสาธารณะของกระทรวงกลาโหมแห่งประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า ขีปนาวุธลูกนี้อาจตกภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของแดนอาทิตย์อุทัย ซึ่งครอบคลุมระยะ 200 ไมล์ทะเลจากชายฝั่งของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากผู้นำสหรัฐฯ, จีน และญี่ปุ่น หารือ โดยทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้พูดคุยเรื่องปัญหาที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีร่วมกันหลายอย่าง รวมทั้งประเด็นเกาหลีเหนือด้วย

ขณะที่นายหลิว เจี่ยอี้ เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ กล่าวเตือนในที่ประชุมสหประชาชาติเมื่อวันจันทร์ว่า จะเกิดผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง หากชาติมหาอำนาจในโลกล้มเหลวในการหาทางผ่อนคลายความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจจะลุกลามจนเหนือความควบคุมได้

 

ทรัมป์เช็กเสียงผู้นำสี หลังมาตรการกดดันจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/993098

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อสายโทรศัพท์สนทนากับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เมื่อวันที่ 3 ก.ค. หารือประเด็นความมั่นคงเกาหลีเหนือ พร้อมทั้งเรื่องความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน ซึ่งเป็นการสนทนาก่อนที่จะพบปะกันในการประชุมสุดยอดผู้นำจี 20 ที่เยอรมนี ในช่วงสุดสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ นายทรัมป์และนายสีได้ยืนยันร่วมกันที่จะลดความตึงเครียดในประเด็นนิวเคลียร์คาบสมุทรเกาหลี พร้อมแสดงเจตจำนงที่จะสร้างสมดุลความสัมพันธ์ทางการค้า พร้อมตอบรับจีนว่าจะดำเนินรอยตามนโยบายจีนหนึ่งเดียว หรือจุดยืนที่จีนมีต่อไต้หวัน ขณะที่สื่อจีนระบุว่านายสีได้แสดงความหวังว่าสหรัฐฯจะดำเนินความสัมพันธ์กับไต้หวันตามนโยบายจีนหนึ่งเดียว และจะจับตาต่อไปอย่างใกล้ชิด กระนั้นความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ณ เพลานี้ ได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านลบหลายประการ แต่มิได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม

การสนทนาระหว่างผู้นำชาติมหาอำนาจครั้งนี้ ยังมีขึ้นหลังวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา สหรัฐฯได้ออกมาตรการคว่ำบาตรธนาคารจีนบางแห่งและบุคคลที่สหรัฐฯอ้างว่าพัวพันกับเกาหลีเหนือ ซึ่งสหรัฐฯยังอนุมัติการขายอาวุธให้กับไต้หวันมูลค่า 49,000 ล้านบาท และต่อมาในวันที่ 2 ก.ค. เรือพิฆาตยูเอสเอส สเตเธม ยังออกปฏิบัติการลาดตระเวนในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ไม่ไกลจากเกาะพาราเซล พื้นที่พิพาทระหว่างจีน เวียดนาม ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์ในการครอบครอง สร้างความขุ่นเคืองแก่รัฐบาลจีนที่ส่งเรือรบและเครื่องรบเข้าพื้นที่ พร้อมประกาศเตือนให้รัฐบาลสหรัฐฯยุติปฏิบัติการดังกล่าวทันที

วันเดียวกัน นายทรัมป์ได้โทรศัพท์หารือกับนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งผู้นำทั้งสองได้ประกาศว่าจะยึดมั่นต่อความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ซึ่งนายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยังเปิดเผยด้วยว่า สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะหารือแบบไตรภาคีนอกรอบการประชุมจี 20 ที่จะมีขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดว่าจะหารือเรื่องใด อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว ต่างประเทศรายงานว่า ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้หารือกันมาตลอดถึงความร่วมมือในการปรามรัฐบาลเกาหลีเหนือ และการเรียกร้องให้รัฐบาลจีนดำเนินมาตรการต่อเกาหลีเหนือมากกว่านี้ นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังโทรศัพท์หารือกับรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ถึงสถานการณ์ชาติอาหรับรุมคว่ำบาตรกาตาร์ด้วย.

 

อิรักใหม่ อนาคตใหม่ โอกาสใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย 4 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/991935

“Congratulations for your final victory over IS. I hope from now on the situation in Iraq will get better and better. I have been a regular visitor to your country since 2001 and I intend to return to Iraq many times in the future.” “ขอแสดงความยินดีกับชัยชนะต่อไอเอส ผมหวังว่า สถานการณ์ในอิรักจะดีขึ้นเรื่อยๆนะครับ ตั้งแต่ พ.ศ.2544 ผมไปเยือนอิรักเป็นระยะ และตั้งใจว่าในอนาคตจะกลับไปอิรักอีกหลายครั้ง”

นั่นคือข้อความที่อาจารย์นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ส่งไปในไลน์กลุ่มของเพื่อนๆ ชาวอิรัก และยังส่งอีเมลฉบับยาวไปแสดงความยินดีกับที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ใหญ่ชาวอิรักอีกหลายท่านต่อชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่กองทัพอิรักมีต่อกองกำลังรัฐอิสลามในครั้งนี้

ผู้อ่านท่านที่เป็นแฟนคอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลกมายาวนานก็คงทราบนะครับว่า ผู้เขียนคอลัมน์นี้ในอดีตไปอิรักบ่อย ไปเป็นแขกในงานวันเกิดซัดดัม ฮุสเซ็น ไปให้กำลังใจและอาศัยอยู่กับชาวอิรักในขณะที่กองทัพอเมริกันและพันธมิตรโจมตีกรุงแบกแดด กระทั่งเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2559 ก็ไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยในกรุงแบกแดด

ต้นเดือนมิถุนายน 2560 เมื่อได้รับข้อความว่า กองทัพอิรักจะชนะไอเอสแน่ ขอให้ท่านเดินทางมาดูความหายนะของไอเอสด้วยตาของท่านเองเถิด อาจารย์นิติภูมิธณัฐก็จึงเดินทางไปอิรักเมื่อ 7-14 มิถุนายน 2560 ในห้วงที่อยู่ในอิรักครั้งล่าสุด ทหารอิรักบุกเข้าไปในเมืองโมซุลได้เยอะแล้ว แต่ยังไม่สามารถยึดมัสยิดแกรนด์ อัล-นูรี และหอเอนอัล-ฮัดบาได้ เพื่อนทั้งหลายขอให้อยู่ต่อจนกว่าจะชนะ แต่อาจารย์ต้องกลับมาทำงานต่อที่เมืองไทย

เพื่อนๆ ที่บุกเข้าไปต่อสู้กับพวกไอเอสจนตายกลายเป็นผีในปลายเดือนมิถุนายน 2560 ส่งคลิปการต่อสู้มาให้ดูเป็นระยะ เป็นคลิปที่ถ่ายจากมือถือ (ท่านใดอยากดูเชิญแอดไลน์ไอดี @ntp5) มีเสียงไชโยโห่ร้องในขณะที่บุกยึดสถานที่แต่ละแห่งได้ หลังจากคำประกาศของท่านผู้นำฯ ไฮเดอร์ อัล-อาบาดี ที่บอกว่า “รัฐอิสลามจอมปลอมสิ้นสุดลงแล้ว” ในไลน์กลุ่มเพื่อนอิรักก็หยุดเรื่องการสู้รบ ส่งข้อความแต่เรื่องการพัฒนา อาจารย์นิติภูมิธณัฐส่งต่อมาให้ผมดู อ่านแล้วรู้เลยว่า คนอิรักปรารถนาจะพัฒนาบ้านเมืองของตัวเองในทุกด้านอย่างมาก “Our demand for electricity exceeds its supply and, as the country is ideally situated within the high solar belt, we urgently need solar power projects in a school, an apartment building, a university, a hotel and a small town.” เราผลิตไฟฟ้าได้ไม่พอ เราต้องการโครงการพลังแสงอาทิตย์ในโรงเรียน อพาร์ตเมนต์ มหาวิทยาลัย โรงแรม และตามเมืองเล็กๆ อย่างเร่งด่วน

อีกสิ่งหนึ่งซึ่งอิรักต้องการมากที่สุดหลังจากสงครามสงบจบลงก็คือ Small and Medium-sized Construction Projects: These projects include private houses, schools, government buildings. การก่อสร้างขนาดเล็กและขนาดกลาง โครงการเหล่านี้มีทั้งการก่อสร้างบ้านเรือนผู้คน โรงเรียน อาคารสำนักงานของรัฐบาล
สามสิบปีที่แล้ว แรงงานไทยไปทำงานที่อิรักเป็นจำนวนหลายหมื่นคน ช่างแต่ละท่านได้ฝากฝีไม้ลายมือขั้นเทพจนคนอิรักประทับใจ ข้อความในไลน์มีตอนหนึ่งเขียนว่า Thai workers are knowledgeable and experienced. คนงานไทยมีความรู้และประสบการณ์ นักก่อสร้างจากประเทศไทยนี่แหละครับ ที่อิรักอยากให้เข้าไปสร้างประเทศ
นอกจากไลน์กลุ่มแล้ว ก็ยังมีอีเมลของผู้ใหญ่ชาวอิรักท่านหนึ่งซึ่งตอบอีเมลของอาจารย์นิติภูมิธณัฐว่า Thailand produces a variety of medicines in world class laboratories. ไทยผลิตยารักษาโรคในระดับโลก อิรักอยากได้ยาไทยเข้ามาในประเทศ แต่ต้องผ่าน the licensing requirements for new medicines in Iraq อย.สำหรับยาใหม่ที่จะเข้าไปขายในอิรัก Please come to explore business opportunities in the pharmaceuticals sector in our country. ช่วยมาหาโอกาสด้านยาในประเทศของเราด้วย

ตอนนี้เป็นโอกาสดีของคลินิกหรือโรงพยาบาลขนาดเล็กที่จะไปตั้งในอิรัก Thailand is also famous for its medical facilities and there is great potential for hospital administration and management projects in our country. ไทยดังด้านการแพทย์ และมีโอกาสที่เป็นไปได้สำหรับงานการบริหารจัดการโรงพยาบาลในประเทศของเรา.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

 

เรื่องของ “ก้น” ล้วนๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย มายุเหลียน 4 ก.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/991943

ใครว่าจะมีแต่งานประกวด “ตูดงาม” เอ๊ย… “ก้นงาม” ที่ บราซิล อย่างเดวจ้ะ

ที่โน่นถึงเค้าจัดมา 5-6 ปีแล้ว ไม่แพ้ประกวดนางงาม เพราะให้ตัวแทนแต่ละรัฐมาขึ้นเวที “มิสบั๊ม บั๊ม” ไม่ใช่เล่นๆนะคุณ มีคนทะลักไปร่วมบาน… ประมาณ 10 กว่าล้าน คน จ้าาาา…

“จีน” ขุนพล “ก๊อบ” แห่งเจ้ายุทธจักร จัดเวอร์ชั่นไชน่ามั่ง ตั้งชื่อขึ้นเองว่า “แม่นางบั้นท้ายงาม”

กลางห้าง ในเมืองเสิ่นหยาง มณฑลเลี่ยวหนิง มีสาวๆ อวดก้นกลมๆ ให้คณะกรรมการและคนในห้างดู

เรียกความสนใจได้แค่ไหนม่ายรุ๊

เห็นแต่ อากง อาซิ้ม อาซ้อ จูงลูกหลานไปเที่ยวห้าง วิ่ง…เดินกันเฉ้ยยย…

อาหมวยผู้เข้าประกวดก็ไม่หวั่น นั่งยองๆ ย่อเข่า เกร็งขา เกร็งก้นให้ตึงๆ ก่อนขึ้นเวทีประกวดต่อไป

ส่วนอาตี๋ที่ยืนถ่าย “ตูด” นางในระยะติด ขอบสนามซะขนาดนั้นน่ะ

ลื้อเป็นคน “แร้ววไง ใครแคร์” เอามากกกก… มั่ก!!!

มายุเหลียน