ออสซี่ออกรายงานสุดท้าย MH370 หายลึกลับ ชี้แทบไม่น่าเชื่อ-ไม่เจอซาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ต.ค. 2560 15:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1088472

คณะสืบสวนออสเตรเลีย ติดตามหาซากเครื่องบินโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน MH370 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส หายปริศนา เสนอรายงานฉบับสุดท้าย ระบุ เป็นเรื่องแทบไม่น่าเชื่อที่การค้นหากว่า 1,000 วัน กลับไม่เจอซากเครื่องบินแม้แต่ชิ้นเดียว

เมื่อ 3 ต.ค. 60 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน สำนักงานความปลอดภัยด้านขนส่งของออสเตรเลีย ได้ออกรายงานฉบับสุดท้ายในการติดตามค้นหา เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ของ สายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 (เอ็มเอช 370) หายไปอย่างลึกลับ ตั้งแต่ มี.ค. 2557 โดยระบุว่า ‘แทบไม่น่าเชื่อ’ ที่การค้นหาเอ็มเอช 370 ในมหาสมุทรอินเดีย กลับไม่พบซากของเครื่องบินเลย

‘พวกเราขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง ที่ไม่พบเครื่องบิน’ สำนักงานความปลอดภัยด้านขนส่งออสเตรเลีย กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 3 ต.ค. พร้อมกับชี้ว่า มันเป็นเรื่องที่แทบไม่น่าเชื่อ และเป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจยอมรับได้ว่า ในยุคการบินของปัจจุบันนี้ ซึ่งแต่ละวันมีผู้คนเดินทางโดยเครื่องบินมากถึงวันละ 10 ล้านคน แต่ปรากฏว่า เครื่องบินโดยสารลำใหญ่โตได้หายไปอย่างปริศนา และโลกไม่รู้อย่างแท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นบนเครื่องบินลำนี้ ทั้งที่มีคนหลายร้อยคนจากทั่วโลกมาร่วมค้นหา เที่ยวบินเอ็มเอช 370 แต่กลับไม่พบซากเครื่องบินระหว่างการค้นหาแม้แต่ชิ้นเดียว

ขณะที่ รายงานฉบับสุดท้าย ยังย้ำถึงตำแหน่งสุดท้ายของเครื่องบินโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ว่า ดูเหมือนมีความเป็นได้ที่จะอยู่ในตำแหน่งขึ้นไปทางเหนือเป็นพื้นที่ประมาณ 25,000 ตารางกิโลเมตร จากบริเวณเขตค้นหาทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย

ทั้งนี้ ปฏิบัติการค้นหา เอ็มเอช 370 ที่หายไปอย่างปริศนา พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิต หลังทะยานขึ้นจากกรุงกัวลัมเปอร์ มุ่งหน้าไปยังกรุงปักกิ่ง ถือเป็นปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินทั้งทางผิวน้ำและใต้น้ำ ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเบื้องต้น การค้นหาซากเครื่องบินบริเวณผิวน้ำ เป็นเวลา 52 วัน ต้องพบกับความล้มเหลว จากนั้นทีมค้นหาจึงได้ดำเนินการค้นหาใต้ท้องทะเล แต่กลับไม่พบซากช้ินส่วนเครื่องบินเลยระหว่างการค้นหาเป็นอาณาบริเวณ 120,000 ตารางกิโลเมตร

สำหรับการค้นหาเอ็มเอช 370 ซึ่งนำโดยออสเตรเลีย อีกทั้งยังทางการมาเลเซียและจีนร่วมด้วย ได้ดำเนินการเป็นเวลาถึง 1,046 วัน ก่อนจะระงับการค้นหาชั่วคราวตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 โดยรัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า พร้อมจะกลับมาค้นหาใหม่อีก หากมีหลักฐานใหม่ที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับตำแหน่งเครื่องบินตก ขณะที่ด้าน รัฐบาลมาเลเซียยังคงกำลังดำเนินการสืบสวนสภานการณ์แวดล้อมขณะเครื่องบินหายไปอย่างปริศนา.

ที่มา : bbc.co.uk

 

นักวิทย์ ม.ดังมะกัน พัฒนา ‘รอยสักอัจฉริยะ’ ชี้ปัญหาสุขภาพได้ (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ต.ค. 2560 14:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1088389

(ภาพจาก Youtube / Harvard University)

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเอ็มไอที พัฒนา รอยสักอัจฉริยะ ซึ่งจะเปลี่ยนสีตามการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในร่างกาย สามารถช่วยในการสังเกตความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น น้ำตาลในกระแสเลือดได้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซสต์ หรือ เอ็มไอที ในสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนา ‘รอยสักอัจฉริยะ’ ซึ่งสามารถบอกความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในร่างกายและน้ำตาลในกระแสเลือดได้ด้วยการเปลี่ยนสี ขึ้นมาแล้ว ทำให้ในอนาคตการสังเกตอาการของโรคบางประเภทจะง่ายดายขึ้นมาก

รอยสักดังกล่าวใช้หมึกพิเศษที่เรียกว่า ‘เดอร์มาล อบีส’ (Dermal Abyss) ซึ่งได้รับการเสริมด้วยไบโอเซนเซอร์ ที่เปลี่ยนสีตามปฏิกิริยาเคมีของค่า พีเอช (กรด/เบส), โซเดียม, กลูโคส และไอออนของไฮโดรเจน ที่อยู่ในของเหลวที่แทรกอยู่ภายในร่างกายมนุษย์

นักวิจัยได้ทำการทดลองกับตัวอย่างหนังหมู โดยสักสีพิเศษนี้เข้าไป ก่อนจะฉีดสารละลายซึ่งเลียนแบบสภาพการเพิ่มขึ้นของค่า พีเอช หรือ กลูโคส ซึ่งสีของรอยสักจะเปลี่ยนไปโดยขึ้นอยู่กับหมึกที่ใช้ทดสอบ เช่น หมึกตรวจจับค่าพีเอช จะเปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีชมพู ขณะที่หมึกสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หากระดับกลูโคสเพิ่มขึ้น ส่วนหมึกสีเขียวสำหรับวัดโซเดียม จะเข้มขึ้นเมื่อโดยแสงยูวี

รอยสักจากสีพิเศษนี้จะช่วยบ่งชี้อาการของโรคบางอย่างได้ แทนที่จะต้องเจาะนิ้วตรวจทุกวัน ผู้เป็นโรคเบาหวานสามารถใช้รอยสักดูระดับน้ำตาลในเลือดอย่างคร่าวๆ ติดตามระดับโซเดียม, ระดับน้ำในร่างกาย รวมทั้งการทำงานของไตได้ด้วย

ในเอกสารการวิจัยซึ่งออกเมื่อเดือนกันยายน ยังระบุด้วยว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพด้านการสัก ทำให้ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือการชาร์จพลังงาน และความเปลี่ยนแปลงของผิวหนังก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของรอยสัก นอกจากนี้ รอยสักด้วยเดอร์มาล อบีส ยังสามารถล่องหนได้ และจะปรากฏออกมาเมื่อสัมผัสกับแสงที่มีสีเฉพาะ ซึ่งสามารถสร้างได้ด้วยโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

ที่มา: nydailynews

 

หนังสือเก่าแก่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ต.ค. 2560 14:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1087287

หนังสือโบราณเกี่ยวกับศาสนาที่เขียนด้วยลายมือ เป็นของพระชั้นผู้ใหญ่ชื่อ Rabbula ในสมัยเมโสโปเตเมีย ซึ่งมีชีวิตเมื่อราวๆ 350 ปีที่แล้วในเมืองแห่งหนึ่งใกล้เมืองอเลปโป ประเทศซีเรีย เอกสารโบราณนี้จัดแสดงในงาน “Oriental Christians : 2000 Years of History” เป็นงานที่แสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ 2000 ปีของชาวคริสเตียนในเอเชียตะวันออก จัดที่สถาบันอาหรับโลกในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส.

 

จักรกลสองล้อวิ่งส่งของ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ต.ค. 2560 13:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1087282

วินเซนต์ ทาลอง ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์ส่งของกับเบนจามิน พี่ชายของเขา ตั้งอยู่ในเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส กำลังสาธิตการทำงานของหุ่นยนต์ทวินส์วีล (TwinswHeel) ที่บริเวณศูนย์การบำรุงรักษาอุปกรณ์ของการรถไฟแห่งประเทศฝรั่งเศส โดยหุ่นยนต์ดังกล่าวได้ถูกสร้างเป็นต้นแบบให้กับการรถไฟแห่งประเทศฝรั่งเศส รวมถึงบริษัทยานยนต์พันธมิตร เรโนลต์-นิสสัน และกลุ่มบริษัทซีเมนส์ในเยอรมนี ซึ่งหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถจัดส่งพัสดุ อาหาร ได้ถึงบ้านและอาคารของลูกค้า.

 

ฆ่าหมู่ทำไม?มะกันเร่งหาแรงจูงใจ กราดยิงโหดลาสเวกัส ยังไม่พบเอี่ยวไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ต.ค. 2560 11:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1088129

สหรัฐฯ เร่งสืบหามูลเหตุแรงจูงใจ ‘สตีเฟน แพดด็อค’ มือปืนวัยเกษียณ ก่อเหตุสังหารหมู่ช็อกโลก จนถือเป็นครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา น้องชายเผย มีเงินหลายล้านดอลลาร์จากการลงทุนในตลาดหุ้น และยังเป็นนักเสี่ยงโชคดวงเฮง

เมื่อ 3 ต.ค.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุกราดยิงที่ลาสเวกัส ใส่ฝูงชนที่กำลังดูคอนเสิร์ตที่งานเทศกาลดนตรีกลางแจ้ง ใกล้กับโรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ ในเมืองลาสเวกัส มลรัฐเนวาดา เมื่อเวลาประมาณ 22.08 น. ของวันที่ 1 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น จนถือเป็นการสังหารหมู่ครั้งเลวร้ายสุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตจากคมกระสุนแล้ว 59 ราย บาดเจ็บระนาวอีกอย่างน้อย 527 ราย ขณะนี้ ตำรวจและสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (สหรัฐฯ) กำลังเร่งสืบหามูลเหตุจูงใจที่ทำให้ นายสตีเฟน แพดด็อค ชายวัยเกษียณ วัย 64 ปี ไม่เคยมีประวัติก่ออาชญากรรมมาก่อน จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุกราดยิงสุดเหี้ยมโหดในครั้งนี้ เนื่องจากเขาได้ฆ่าตัวตายขณะกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยสวาทบุกไปที่ห้องพักของเขาในโรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ บนชั้นที่ 23

เบื้องต้น เอฟบีไอ ไม่พบว่าเหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ ถึงแม้กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิส ออกมาอ้างความรับผิดชอบอยู่เบื้องหลังเหตุกราดยิงที่ลาสเวกัสก็ตาม ขณะที่มีเจ้าหน้าที่สืบสวนบางคนตั้งข้อสันนิษฐานว่า นายแพดด็อคอาจป่วยทางจิต แต่ยังไม่มีหลักฐานมายืนยันเรื่องนี้

ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และรองปธน.ไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐฯ ยืนสงบนิ่งที่ทำเนียขาว ไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุกราดยิง ลาสเวกัสด้านเว็บไซต์ มิร์เรอร์ รายงานว่า จากการเปิดเผยของ นายอีริค แพดด็อค น้องชายของมือปืน ซึ่งต้องตื่นตระหนกตกใจหลังรู้พี่ชายก่อเหตุกราดยิงระทึก ระบุว่า นายแพดด็อค พี่ชายของเขา มีฐานะร่ำรวย จากการเป็นนักค้าอสังหาริมทรัยพ์ และยังชอบเสี่ยงโชค เป็นนักพนันที่มือขึ้น ดวงดีบ่อยๆ โดยพี่ชายของเขาเคยส่งข้อความมาบอกเขาครั้งหนึ่งว่าเล่นพนันที่สถานกาสิโน ได้เงินถึง 250,000 ดอลลาร์ (8.3 ล้านบาท)

ร้านขายปืน Guns& Guitars ในเมืองเมสคีตทั้งนี้ นายแพดด็อค พำนักอยู่ที่เมืองเมสคีต เมืองเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองลาสเวกัส โดยจากการตรวจค้นห้องพักของเขาบนชั้นที่ 23 ของโรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธปืนถึง 23 กระบอกในห้องพัก และพบปืนอีก 19 กระบอก รวมถึงระเบิดที่บ้านของเขาในเนวาดา โดยเอเอฟพียังรายงานด้วยว่า นายแพดด็อค ได้ไปซื้อหาอาวุธปืนหลายกระบอกที่ร้านขายปืน Guns& Guitars ในเมืองเมสคีต รัฐเนวดา.

 

แฉ! UN สืบพบอียิปต์แอบซื้ออาวุธจากโสมแดง ค้นเรือเจอ RPG 30,000 กระบอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ต.ค. 2560 11:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1088160

สื่อสหรัฐฯ แฉ อียิปต์ฝืนมติสหประชาชาติด้วยการซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ โดยผลการตรวจค้นเรือสินค้าต้องสงสัยเมื่อเดือนสิงหาคม พบเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ด้วย…

สำนักข่าว วอชิงตัน โพสต์ สื่อชั้นนำของสหรัฐฯ รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติ (UN) และทูตประเทศตะวันตกหลายคนว่า การสืบสวนของ UN พบการทำข้อตกลงระหว่างอียิปต์และเกาหลีเหนือ ซึ่งผู้บริหารฝ่ายธุรกิจของฝ่ายแรกสั่งซื้อเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี มูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากรัฐบาลเปียงยาง เพื่อนำมาใช้ในกองทัพของประเทศ

ตามรายงานของ วอชิงตัน โพสต์ ผู้บริหารฝ่ายธุรกิจอียิปต์วางแผนปิดบังการซื้อขายที่เกิดขึ้นเป็นความลับ แต่สหประชาชาติเริ่มการสืบสวนในเรื่องดังกล่าวเมื่อเดือนสิงหาคม หลังจากมีข้อความลับถูกส่งจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ ไปยังกรุงไคโร ของอียิปต์ เพื่อเตือนเรื่องเรือสินค้าลำหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าไปยังคลองสุเอซ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงนำกำลังบุกเข้าตรวจค้นเรือดังกล่าว ซึ่งมีชื่อว่า ‘เจี๋ย ชุน’ ติดธงประเทศกัมพูชา แต่เดินทางออกมาจากเกาหลีเหนือ และมีลูกเรือเป็นชาวเกาหลีเหนือ ทันทีที่เดินทางมาถึงเข้าน่านน้ำอียิปต์

ผลการตรวจค้นพบ เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี มากกว่า 30,000 กระบอก มูลค่ากว่า 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 770.9 ล้านบาท) ซุกซ่อนอยู่ในลังขนแร่เหล็ก ทำให้สหประชาชาติระบุว่า นี่เป็นการยึดเครื่องกระสุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ

เหตุการณ์นี้นับเป็นครั้งล่าสุดที่อียิปต์ไม่ปฏิบัติตามมติสหประชาชาติ และเป็นแหล่งเงินฉุกเฉินให้เกาหลีเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่อเมริกันผู้ไม่ขอเปิดเผยนามบอกกับ วอชิงตัน โพสต์ ว่า นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจตัดลดและชะลอการให้เงินช่วยเหลือจำนวน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่ทหารอียิปต์เมื่อเดือนสิงหาคม

ทั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่า เกาหลีเหนือได้รับเงินค่าอาวุธชุดนี้ไปแล้วหรือไม่ ขณะที่สถานทูตอียิปต์ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ออกแถลงการณ์ระบุว่า อียิปต์จะปฏิบัติตามมติทุกอย่างของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต่อไป ในขณะพี่พวกเขางดเว้นการซื้อขายทางทหารกับเกาหลีเหนือ.

ที่มา: usnews

 

3 มะกันซิวโนเบลการแพทย์ พบโมเลกุลควบคุมนาฬิกาชีวภาพในสิ่งมีชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ต.ค. 2560 10:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1087825

จากซ้าย แจฟฟรีย์ ซี. ฮอลล์, ไมเคิล รอสแบช และ ไมเคิล ดับเบิลยู. ยัง

เมื่อ 2 ต.ค. สมัชชาโนเบลแห่งสถาบันคาโรลินสกาที่กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ประจำปี 2560 ให้นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน 3 คน คือนายเจฟฟรีย์ ฮอลล์, นายไมเคิล รอสบาช และนายไมเคิล ยัง ในฐานะผู้ค้นพบกลไกโมเลกุลที่ควบคุมนาฬิกาชีวภาพในสิ่งมีชีวิต ที่เรียกกันว่า “เซอร์คาเดียนริธึม” ซึ่งการค้นพบนี้ช่วยอธิบายว่าพืช สัตว์ และมนุษย์ ปรับจังหวะเวลาชีวภาพของตนอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิวัติของโลก

นักวิทยาศาสตร์ทั้ง 3 คนนี้ใช้แมลงวันผลไม้แยกตัวยีนที่ควบคุมจังหวะเวลาชีวภาพปกติประจำวัน และแสดงให้เห็นว่ายีนดังกล่าวเข้ารหัสโปรตีนที่สะสมขึ้นในเซลล์ในช่วงเวลากลางคืนและเสื่อมตัวลงในช่วงเวลากลางวันอย่างไร

ทั้งนี้ รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์เป็นรางวัลโนเบลสาขาแรกที่ประกาศในแต่ละปี โดยผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 9 ล้านโครเนอร์สวีเดน (ราว 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 36.3 ล้านบาท) ส่วนรางวัลสาขาอื่นๆรวมทั้งเคมี ฟิสิกส์ วรรณกรรม และสันติภาพ จะทยอยประกาศในลำดับต่อไป.

 

3 นาทีคดีดัง : 9-11 วินาศกรรมลวงโลก (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ต.ค. 2560 10:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1087169

3 นาทีคดีดัง ขอนำเสนอ 9-11 วินาศกรรมลวงโลก ซึ่งเป็น EP.2 ต่อจาก ตอนแรก 9-11 วินาศกรรมเขย่าโลก เมื่อตำรวจโลกโดนลูบคม

โดยเป็นการรวบรวม ทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุวินาศกรรม ในวันที่ 11 กันยายน ซึ่งมันได้เชื่อมโยงเหตุต่างๆ ไปสู่ …

ข้อกล่าวหาที่ว่า… บางที รัฐบาลสหรัฐฯ อาจจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เหตุวินาศกรรมในครั้งนี้

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร พวกคุณจะได้รับรู้ ภายใน 3 นาที

 

2 จำเลยสาวขึ้นศาล ปฏิเสธฆ่าพี่ชายคิม จอง-อึน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ต.ค. 2560 09:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1087820

เมื่อ 2 ต.ค. น.ส.สิติ ไอสิอะห์ ผู้ต้องหาสาวชาวอินโดนีเซีย กับ น.ส.ดว่าน ถิ เฮือง ผู้ต้องหาสาวชาวเวียดนาม ซึ่งถูกตั้งข้อหาลอบสังหารนายคิม จอง-นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ด้วยการป้ายสารพิษ “วีเอ็กซ์” ที่ใบหน้าของนายจอง-นัม ในสนามบินนานาชาติกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ภายหลังปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อหน้าศาลชาห์ อาลัม ในกรุงกัวลา ลัมเปอร์ ซึ่งเริ่มพิจารณาคดีเป็นวันแรก ซึ่งหากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง อาจมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต ท่ามกลางการเฝ้าจับมองอย่างใกล้ชิดจากรัฐบาลอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งจ้างทนายให้ช่วยพลเมืองของตน

จำเลยทั้ง 2 คนยืนยันว่า ไม่รู้ว่าสารที่ป้ายหน้าผู้ตายเป็นยาพิษ คิดว่าเป็นเพียงรายการแกล้งคนที่ตัวเองถูกว่าจ้างจากชาวเกาหลีเหนือ ขณะที่อัยการเตรียมเรียกพยานฝ่ายโจทก์ โดยชุดแรกจะเป็นเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ คาดว่าศาลจะใช้เวลาไต่สวนคดีราว 2 เดือน ขณะที่รัฐบาลเกาหลีเหนือยังปฏิเสธว่ามีไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่ยอมรับว่าผู้ตายเป็นนายจอง-นัม แต่เชื่อว่าเขาเสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลว พร้อมกล่าวโทษรัฐบาลมาเลเซียที่ร่วมมือกับเกาหลีใต้และประเทศคู่ปรปักษ์ พยายามป้ายความผิดให้รัฐบาลเกาหลีเหนือ.

 

‘เดอะ เกรท บุดดา+’ ชิงรางวัลม้าทองคำ เวทีใหญ่ไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ต.ค. 2560 09:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1087815

เมื่อ 1 ต.ค. ภาพยนตร์เรื่อง “เดอะ เกรท บุดดา+” โดยนายฮวง ซิน-เย้า ผู้กำกับภาพยนตร์ ที่ถ่ายด้วยสมาร์ทโฟน ไอโฟน 6 เป็นภาพขาว-ดำ ทั้งเรื่อง และมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนถึงสังคมไต้หวัน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลม้าทองคำแห่งไต้หวัน ซึ่งเปรียบเสมือนรางวัลออสการ์ของสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นใน 25 พ.ย.นี้ ที่กรุงไทเป

ภาพยนตร์เรื่อง เดอะ เกรท บุดดา ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลทั้งหมดถึง 10 สาขา รวมสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมผู้กำกับหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของงานมอบรางวัลม้าทองคำ ที่มีการเสนอชื่อผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเป็นผู้หญิงถึง 3 คน.