แจงสี่เบีย : หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/289842

x

แจงสี่เบีย : หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การอนุรักษ์ดินและน้ำเป็นการระวังรักษา ป้องกันดินมิให้ถูกชะล้างและพัดพาไป ตลอดจนการปรับปรุงบำรุงดินให้คงความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งการรักษาน้ำในดินและบนผิวดินให้คงอยู่ เพื่อรักษาดุลธรรมชาติให้เหมาะสมในการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน การใช้หญ้าแฝกเป็นอีกหนึ่งวิธีในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ใช้ต้นทุนต่ำ สามารถดำเนินการเองได้ ปัจจุบันมีการปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำตามแนวบ่อดักตะกอน ทางระบายน้ำ ขอบทางเดินในไร่นา ตามคูรับน้ำรอบภูเขา ทำเป็นแนวชะลอความเร็วของน้ำและดักตะกอนขวางความลาดเอียงของพื้นที่ ปลูกระหว่างแถวไม้ผล และแนวเขตถือครองที่ดิน ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9)ในเรื่องหญ้าแฝกนี้ นอกจากจะพัฒนาให้เกษตรกรสำนึกและมั่นใจในระบบอนุรักษ์ดินและน้ำแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูทรัพยากรดินที่เสื่อมลงใกล้ถึงจุดวิกฤติให้ได้กลับคืนสู่สภาพที่ดีอีกครั้งหนึ่ง

พื้นที่ทำการเกษตรตำบลกำแพง จังหวัดสตูล เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ตัวอย่างที่สภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่ม แอ่งท้อง และทางระบายน้ำ เมื่อถึงเข้าสู่ฤดูฝน น้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีการชะล้างพังทลายของดิน พื้นที่ทำนาในหลายพื้นที่มีการปล่อยทิ้งจนกลายเป็นพื้นที่นาร้าง เมื่อทำนาไม่ได้ผลผลิตเท่าที่ควร

เกษตรกรได้เข้าร่วมโครงการขุดคู-ยกร่อง เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาที่ดินสตูล กรมพัฒนาที่ดิน ใช้พื้นที่นาร้างทำการปลูกปาล์มน้ำมันควบคู่ไปกับการปลูกหญ้าแฝก การใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกในด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ เนื่องจากสามารถแก้ไขปัญหาการพังทลายของดินและการชะลอของน้ำได้ดี ช่วงฤดูฝนเกิดน้ำท่วมขังระยะเวลานาน แต่เมื่อน้ำแห้งแล้วหญ้าแฝกก็รักษาความชื้นในดินได้ดีอีกด้วย รวมทั้งใบหญ้าแฝกก็สามารถนำมาคลุมโคนต้นปาล์มน้ำมัน เพื่อเก็บความชื้นและเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน

สวนปาล์มน้ำมันของนายบุญศักดิ์ ลิบประภากร จำนวน 7 ไร่ ณ บ้านปากปิง ม.10 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล เป็นหนึ่งพื้นที่ตัวอย่างที่ปลูกหญ้าแฝกในสวนปาล์มน้ำมัน ตามโครงการฟื้นฟูป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน (หญ้าแฝก) สายพันธุ์ที่นำมาปลูก คือ พันธุ์สงขลา 3 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตได้ดี แตกกอเร็ว เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ลุ่ม มีรากยาวและปริมาณมากสามารถยึดดินได้เป็นอย่างดี ดอกเป็นหมันไม่แพร่พันธุ์กระจายในพื้นที่ใกล้เคียง ใบมากเมื่อแตกหน่อใหม่แล้วต้นเก่าจะตาย ซึ่งในพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของนายบุญศักดิ์มีลักษณะวิธีการปลูก โดยปลูกริมขอบคู-ยกร่อง 2 แถว ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 5-10 ซม. ตลอดแปลง 7 ไร่ นอกจากนี้ การตัดแต่งกอหญ้าแฝกแต่ละครั้ง ก็นำใบมาคลุมโคนปาล์มน้ำมัน เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยหมัก ดินที่ปลูกหญ้าแฝกนั้นพัฒนาเป็นดินดีมีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีได้เป็นอย่างดี

ชูสหกรณ์ร้านค้า‘รพ.เมืองคอน’ จำหน่ายสินค้าคุณภาพมาตรฐาน รับรางวัลการันตีผลงาน3ปีซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/289843

x

ชูสหกรณ์ร้านค้า‘รพ.เมืองคอน’ จำหน่ายสินค้าคุณภาพมาตรฐาน รับรางวัลการันตีผลงาน3ปีซ้อน

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ร้านสหกรณ์โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช จำกัด เป็นสหกรณ์ร้านค้าที่ประสบความสำเร็จ จนได้รับรางวัลสหกรณ์ดีเด่น ระดับภาคใต้ 3 ปีซ้อน ในปี พ.ศ. 2557, 2558 และ 2559 เนื่องจากบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ใส่ใจสมาชิกและชุมชน รวมทั้งให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าที่นำมาจำหน่าย แก่ผู้บริโภค ตลอดจนมีการเชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์ โดยนำสินค้าจาก สกต. ธ.ก.ส. กลุ่มเกษตรกร มาจำหน่าย และการนำเงินไปฝากเสริมสภาพคล่องให้แก่ชุมนุมสหกรณ์และสหกรณ์อื่นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสมาชิกอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้มีส่วนร่วม มีกำลังใจ สร้างแรงผลักดันที่ดีต่อสมาชิก ทำให้สมาชิกเกิดความเชื่อมั่นในองค์กร ในสหกรณ์ของตน เมื่อภายในองค์กรเข้มแข็งก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กรด้วยเช่นกัน

นายนิวัช ศรีวิไลวัชร์ ประธานกรรมการร้านสหกรณ์โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช จำกัด กล่าวว่า ร้านสหกรณ์ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีบุคลากรกว่า 2,000 คน และบริเวณใกล้เคียงยังมีหน่วยงานด้านสาธารณสุขต่างๆมากมาย โดยจะขายสินค้าที่มีมาตรฐานการผลิต (อย.) สินค้าฝากขาย (อาหารพร้อมทาน) มีการตรวจสอบเก็บตัวอย่าง เพาะเชื้อ ตรวจสุขภาพประจำปีของผู้ประกอบการ โดยฝ่ายโภชนาการและห้องแล็บ (ฝ่ายปฏิบัติการพยาธิวิทยา)
มีโครงการตรวจสถานที่ผลิตตามมาตรฐานการผลิตและประกอบอาหาร เพื่อให้ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องความรับผิดชอบต่อสุขภาพ และใส่ใจในสมาชิกและครอบครัว รวมถึงผู้ป่วย ญาติผู้ป่วยและผู้ใช้บริการอื่นๆ ที่แม้ไม่เป็นสมาชิกแต่เป็นผู้บริโภคสินค้าจากร้านสหกรณ์ ให้ได้รับสินค้าคุณภาพ ปลอดภัย และได้รับคุณค่า และคุ้มค่าแก่ผู้บริโภค

รักษ์เกษตร : แมลงศัตรูมะพร้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/289841

x

รักษ์เกษตร : แมลงศัตรูมะพร้าว

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คำถาม ในช่วงนี้ ต้นมะพร้าวที่สวนถูกทำลายอย่างมาก ขอทราบชนิดของแมลงศัตรูมะพร้าว และวิธีปราบด้วยครับ

สุรินทร์ รัตนศิริ

อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

คำตอบ แมลงศัตรูมะพร้าวที่สำคัญ มีดังนี้

ด้วงแรด เป็นศัตรูที่สำคัญ และร้ายแรงที่สุดสำหรับมะพร้าว ด้วงแรด มี 2 ชนิด คือ ชนิดเล็กและชนิดใหญ่ มีวิธีการป้องกันและกำจัด คือ

1.ให้ทำความสะอาดบริเวณสวนมะพร้าว เพื่อกำจัดแหล่งขยายพันธุ์ เช่น กองปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก กองขยะ กองขี้เลื่อย แกลบ ควรกำจัดออกจากบริเวณสวน หรือต้องคอยหมั่นกลับกอง เพื่อตรวจดูหนอนที่ด้วงวางไข่ไว้ ถ้าตรวจพบให้จับทำลาย หรือเผากองขยะนั้นเสีย

2.ให้ใช้เชื้อราเขียว ใส่ไว้ตามกองขยะ กองปุ๋ยคอก หรือใช้ท่อนมะพร้าวที่หนอนด้วงแรดอาศัยอยู่ เชื้อราจะแพร่กระจาย และสามารถทำลายด้วงแรดได้

3.ให้ใช้ลูกเหม็น ใส่บริเวณคอมะพร้าวรอบๆ ยอดอ่อน ต้นละ 6-8 ลูก กลิ่นลูกเหม็นจะไล่ไม่ให้ด้วงแรดเข้าทำลายมะพร้าว ส่วนใหญ่ทำในมะพร้าวอายุ 3-5 ปี

ด้วงงวงมะพร้าว  มี 2 ชนิดคือ ชนิดเล็ก และชนิดใหญ่ ด้วงงวงมะพร้าวชนิดเล็ก พบแพร่ระบาดอยู่ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ส่วนชนิดใหญ่พบในแหล่งปลูกมะพร้าวทางภาคใต้ วงจรชีวิตจากไข่จนเป็นตัวเต็มวัย ใช้เวลา 2-4 เดือน มีวิธีการป้องกันและกำจัด คือ

1.หมั่นตรวจดูในแปลงมะพร้าว หากเริ่มมีการเข้าทำลายของตัวด้วงงวงมะพร้าวเป็นจุดแรก ให้รีบทำลายให้หมดสิ้นไปจากสวนมะพร้าว ก่อนที่จะมีการแพร่ลูกหลานต่อไป

2.หมั่นตรวจดูรอยที่เกิดบาดแผลกับต้นมะพร้าว อาจเกิดจากการเข้าทำลายของด้วงแรด หรือเกิดจากรอยแผลที่ทำขึ้นโดยไม่ตั้งใจ จะเป็นจุดสิ่งชักจูงให้ด้วงงวงมะพร้าวเข้ามาทำลายต้นมะพร้าว จะต้องรีบปกปิดรอยแผลนั้นๆ และทำความสะอาดให้เรียบร้อย

3.เมื่อพบว่ามีการระบาด และต้นมะพร้าวถูกทำลายมาก ควรใช้สารฆ่าแมลงประเภทดูดซึม เช่น คลอร์ไพรีฟอส ฉีดเข้าลำต้นมะพร้าว โดยใช้สว่านเจาะเป็นรูบริเวณโคนต้น ให้ลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร แล้วจึงใช้เข็มฉีดยาที่มีสารฆ่าแมลงเข้มข้น ปริมาณ 10-20 ซีซี ฉีดสารฆ่าแมลงเข้าไปในลำต้น หลังจากนั้น ใช้ไม้อุดรูที่เจาะนั้น เพื่อป้องกันการเข้าทำลายของด้วงงวงมะพร้าว และแมลงชนิดอื่นๆ หลังจากที่ยาหมดฤทธิ์แล้ว ให้ปรับปริมาณการใช้สารฆ่าแมลง จะมากหรือน้อยแตกต่างกันตามขนาดของต้นมะพร้าว แต่ไม่ควรเกิน 30 ซีซี

ด้วงปีกแข็ง เป็นแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่งที่เจาะยอดมะพร้าว มีขนาดและสีใกล้เคียงกับแมลงกว่าง แต่จะมีเปลือกลำตัวและปีกหยาบกว่าแมลงกว่าง และไม่มีเขา ลักษณะพิเศษของด้วงชนิดนี้คือ มีส่วนของลำคอและปากแข็งมาก ใช้เจาะไชเข้าไปที่ยอดอ่อนมะพร้าว ดูดน้ำเลี้ยงกินเป็นอาหาร ต้นมะพร้าวที่ถูกด้วงเจาะเข้าใจกลางยอดอ่อนที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้ต้นมะพร้าวตายในที่สุด วิธีป้องกันและกำจัด โดยหมั่นทำความสะอาดในแปลงปลูกมะพร้าว และบริเวณใกล้เคียง ด้วยวิธีเผาหรือฝังขยะมูลฝอยทิ้งไป ไม่เป็นแหล่งอาศัยของตัวอ่อน พร้อมกับนำทรายหยาบหยอดที่บริเวณยอดมะพร้าวให้ทั่วคอ เมื่อตัวด้วงมุดเข้าเจาะส่วนยอด เม็ดทรายจะเข้าไปอุดบริเวณซอกคอ เกิดการขัดสีจนตัวด้วงบาดเจ็บทนไม่ไหว และจะบินหนีไปในที่สุด วิธีนี้ คุ้มค่าและปลอดภัยมาก

ในช่วงฤดูกาลที่เปลี่ยนผ่าน ที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ให้ชาวสวนมะพร้าวระวัง เพราะในช่วงนี้ จะทำให้เกิดโรคผลร่วงด้วย นะครับ

นาย รัตวิ

รายงานพิเศษ : พด.เตรียมนำ ‘LDD Soil Guide’ จัดแสดงในงาน Thailand Innovation and Design Expo 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/289847

รายงานพิเศษ : พด.เตรียมนำ ‘LDD Soil Guide’  จัดแสดงในงาน Thailand Innovation and Design Expo 2017

รายงานพิเศษ : พด.เตรียมนำ ‘LDD Soil Guide’ จัดแสดงในงาน Thailand Innovation and Design Expo 2017

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แอพพลิเคชั่น “LDD Soil Guide” เป็นนวัตกรรมด้านดินและปุ๋ยที่กรมพัฒนาที่ดินจัดทำขึ้น ซึ่งเป็นผลงานด้านนวัตกรรมและการออกแบบร่วมกับกลุ่ม Startup Thailand ทั้ง 10 กลุ่มสินค้า โดยแอพพลิเคชั่นนี้ เป็น 1 ใน 100 ผลงานนวัตกรรมที่ได้รับการคัดเลือกให้จัดแสดงในส่วนของนิทรรศการ Startup Showcase ในงาน Thailand Innovation and Design Expo 2017 (T.I.D.E.2017) ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กรม จะร่วมจัดแสดงนิทรรศการ พร้อมนักวิชาการประจำบูธ เพื่อให้ความรู้ด้านดิน และวิธีการนำดินมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เผยแพร่ความรู้เรื่องดินผ่านแอพพลิเคชั่นให้แก่ผู้เข้าร่วมงานนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ซึ่ง “LDD Soil Guide” นอกจากใช้บนโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังสามารถใช้บนคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้อีกด้วย โดยเข้าไปในเว็บไซต์กรมพัฒนาที่ดิน http://www.ldd.go.th

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงานการประดิษฐ์คิดค้น ด้านนวัตกรรมและงานออกแบบและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เป็นเวทีให้กับนักออกแบบ นักคิด นักประดิษฐ์ และผู้ประกอบการของไทยเผยแพร่ผลงาน สร้างปฏิสัมพันธ์ เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต

“LDD Soil Guide เป็นแอพพลิเคชั่นที่นำเสนอแผนที่ดิน ข้อมูลและสมบัติของดิน พร้อมคำแนะนำในการจัดการดิน ปุ๋ย ตามความเหมาะสมสำหรับพืชรวมทั้งข้อจำกัดต่างๆ ในเบื้องต้น ควบคู่กับแอพพลิเคชั่น “ปุ๋ยรายแปลง” ซึ่งเป็นการให้คำแนะนำจัดการดินและปุ๋ย เมื่อมีการเก็บตัวอย่างดินและมีผลวิเคราะห์ดินเป็นรายแปลง โดยใช้แอพพลิเคชั่น LDD Soil Guide ในการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของพื้นที่ก่อน เพื่อให้ทราบสมบัติ ลักษณะของดิน ข้อจำกัด แนวทางจัดการดินและปุ๋ยของดินนั้นๆ หากหาแนวทางการจัดการดินและปุ๋ยได้ตามต้องการ สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริงในพื้นที่ และสามารถนำคำแนะนำนั้นไปปรับใช้ไนพื้นที่ทำการเกษตรได้ทันที แต่หากมีข้อสงสัยในคำแนะนำที่อาจไม่ตรงกับสภาพพื้นที่ปัจจุบัน เนื่องจากมีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเข้มข้นและขาดการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี ทำให้ต้นทุนการผลิตพืชเพิ่มขึ้น ผลผลิตลดน้อยลง หรือคาดการณ์ว่าอาจจะมีปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีตกค้างมากเกินไป สามารถเก็บตัวอย่างดินส่งตรวจวิเคราะห์ได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินหรือหมออาสาประจำหมู่บ้าน เมื่อได้รับผลการวิเคราะห์แล้ว ก็จะมีคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพประกอบมาด้วย ซึ่งเกษตรกรสามารถนำคำแนะนำมาใช้ในการปรับปรุงพื้นที่ทางการเกษตรร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพกรมพัฒนาที่ดิน อาทิ สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 เพื่อผลิตปุ๋ยหมัก สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 เพื่อผลิตน้ำหมักชีวภาพ สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ป้องกันโรคโคนเน่าหรือรากเน่า สารเร่งซุปเปอร์ พด.6 บำบัดน้ำเสีย ขจัดกลิ่นเหม็นและกำจัดลูกน้ำยุงรำคาญ และสารเร่ง พด.7 ป้องกันแมลงและศัตรูพืช รวมถึงการปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน” อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน/ชุมชน หรือ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมพัฒนาที่ดิน โทร. 0-2579-8515

เกษตรบูรณาการ : เทศกาลเลือกม้างาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/289690

251598

เกษตรบูรณาการ : เทศกาลเลือกม้างาน

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลังจากที่มีการเสนอการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงเกษตรฯกันยกใหญ่ ตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงเกษตรฯ ไล่เลียงมาถึงระดับอธิบดี อย่างน้อย 3 กรม ที่เป็นการแต่งตั้งที่ไม่ธรรมดา เพราะไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่มีการเกษียณอายุราชการ ซึ่งก็มีทั้ง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรแห่งชาติ และล่าสุดมีการเด้งฟ้าผ่าอธิบดี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข จากอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ มานั่งเป็นเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร งานนี้ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา หากมองเผินๆ คงไม่มีอะไร แต่หากมองในเชิงลึกก็ต้องบอกว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา เพราะนั่นเป็นเหมือนการเตือนกลายๆ ในส่วนอธิบดีที่เหลือว่าหากผลงานยังไม่เข้าตา อาจมีเด้งดึ๋งกันอาจเป็นได้

มาถึงวันนี้ ต้องบอกว่ามีหลายเรื่องที่ต้องจับตามอง เพราะหลังจากที่มีการโยกย้ายอธิบดีบางกรมออกไปอย่างไม่ปกติ ตามหลักปกติจะมีการแต่งตั้งคนใหม่จากเข่งของผู้ตรวจราชการ ที่แต่งตัวรอเอาไว้แล้ว  รอไปนั่งในตำแหน่งอธิบดีได้ทันที แต่ปีนี้ ตำแหน่งผู้ตรวจราชการมีการเกษียณค่อนข้างเยอะและมีการสลับสับเปลี่ยนหาตำแหน่งลงไปแล้วบางส่วน  ซึ่งยังมีเหลือตำแหน่งผู้ตรวจราชการอีก 4 ตำแหน่งที่มีอยู่ และตำแหน่งที่ยังว่างจากการเกษียณและถูกแต่งตั้งไปเป็นอธิบดีกรมที่ว่างลงบางส่วน สรุปว่า  ณ เวลานี้ มีตำแหน่งผู้ตรวจราชการว่างลงที่ต้องสรรหาใหม่วันนี้ มี 8 ตำแหน่ง และมีตำแหน่งอธิบดีที่ยังว่างกันอยู่ อีก 3 คือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรแห่งชาติ และกรมชลประทาน ที่คนปัจจุบันต้องเกษียณอายุราชการไป

แต่ที่สำคัญ คือ วันนี้รัฐมนตรีเกษตรฯ ที่ชื่อ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ เลือกที่จะไม่แต่งตั้งคนใน 3 กรมที่ยังว่างมาจากในส่วนผู้ตรวจราชการที่แต่งตัวรอ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ากันว่า กระทรวงเกษตรฯ มีการประกาศรับสมัครทั้งตำแหน่งท่านอธิบดีใหม่ 3 ตำแหน่ง และผู้ตรวจราชการที่ยังว่างลงอีก 8 ตำแหน่ง งานนี้ ในส่วนกรมชลประทาน ว่ากันว่า ปิดประตูตายได้เลยยังไง
เสียก็คนกรมชลประทานมาจากระดับรองอธิบดี แม่นแท้แน่นอน ส่วนใครจะเท้าบวมเพราะบุญหล่นทับต้องรอดู
อีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนที่เหลือคือ  กรมส่งเสริมสหกรณ์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรแห่งชาติ ก็น่าจะมาจากระดับรองๆ ที่ชอบเลื่อยขาเก้าอี้คนเดิมๆ

แต่ยังไงเสียใครจะดีเด่น เท้าบวมเพราะบุญหล่นทับ หรือเด่นเพราะผลงานก็ตามสุดท้ายคือการวัดกึ๋นคนเลือกม้างานว่าจะเลือกใครทำงานเพราะ “ปลัดเกษตรฯ คนใหม่อย่างท่าน  “เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ” ที่เพิ่งตั้งมา ก็ทำงานได้เพียง 1 ปี ก็ต้องเกษียณอายุราชการไป สุดท้ายก็อยู่ได้แค่วางระบบ แต่คนที่ต้องทำงานต่อไป คือทีมที่ถูกเลือกขึ้นมาใหม่ ที่รับช่วงสางต่องาน ให้สำเร็จในอนาคตเพราะงานจะสำเร็จได้ต้องอยู่ที่คนที่วัดจากผลสัมฤทธิ์ ของงานด้านการพัฒนา ขับเคลื่อนภาคเกษตรให้เกษตรกรไทยกินดีอยู่ดี ไม่ใช่อยู่ที่ดูจากการสร้างภาพ ให้ดูดีแต่เกษตรกรไทยแย่ลงเหมือนปัจจุบัน วันนี้ถึงเทศกาลเลือกม้างาน ต้องวัดใจท่านผู้นำว่า จะนำพาภาคเกษตรอย่างไร เพราะว่ากันว่า งานนี้มีนักวิ่งค่อนข้างเยอะ….สวัสดี

ราชดำเนิน

แจงสี่เบี้ย : พด.เร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/289689

227832

แจงสี่เบี้ย : พด.เร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กรมพัฒนาที่ดินได้วางแนวทางแผนการพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรที่ประสบอุทกภัย โดยให้สถานีพัฒนาที่ดินในจังหวัดที่ประสบภัย ร่วมกับหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน ประเมินสภาพพื้นที่และเร่งให้ความช่วยเหลือโดยด่วน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินได้ลงพื้นที่ให้คำแนะนำ การบำบัดน้ำเน่าเสียและขจัดกลิ่นเหม็น โดยใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด. 6 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน หากเป็นพื้นที่น้ำท่วมขังนิ่งและเกิดลูกน้ำยุงรำคาญ แนะนำให้ใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด. 6
(ชนิดผง) โรยลงไปจะช่วยกำจัดและลดปัญหาลูกน้ำยุงรำคาญได้ผลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังได้ให้คำแนะนำวิธีการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรหลังน้ำลด ดังนี้

1.พื้นที่ปลูกข้าว มีวิธีจัดการดินหลังน้ำลด คือ 1) ระบายน้ำออกจากนา 2) ไถกลบตอซังข้าว หมักให้ย่อยสลาย โดยใช้น้ำหมักชีวภาพรดฟางข้าวช่วงไถกลบ 3) หลังจากตอซังย่อยสลายแล้ว ปรับปรุงดินโดยใช้พืชปุ๋ยสด กรณีน้ำท่วมขังในนาเป็นระยะเวลานาน แนะนำให้ใช้สารบำบัดน้ำเน่าเสียและช่วยขจัดกลิ่นเหม็น (สารเร่งซุปเปอร์ พด.6) เพื่อบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น โดยใช้อัตรา 1 ลิตรต่อปริมาณน้ำในนา 1 ลูกบาศก์เมตรทุก 10 วัน หรือถ้ามีกลิ่นเหม็นมากให้ใส่ทุก 3 วัน จนหมดกลิ่น

2.พื้นที่สวนผลไม้ มีวิธีจัดการดินหลังน้ำลด ดังนี้ 1)ไม่เข้าไปเหยียบย่ำใต้ต้นไม้ผลเพราะจะทำให้รากขาดและรากเน่าได้ง่าย 2) ถ้าต้นไม้ล้มควรหาไม้ยาวค้ำยันไว้ก่อน 3)ระบายน้ำออกจากโคนต้นให้หมดเป็นการด่วน ทำร่องน้ำระหว่างแถวไม้ผลให้ลึกอย่างน้อยประมาณ 50 ซม. ถ้าเป็นดินเลนให้ใช้ไหผูกเชือกแล้วลากให้เป็นร่องลึกระหว่างแถวสามารถใช้เป็นทางระบายน้ำได้ เอาไม้แหวกดินให้เป็นร่องเล็กๆ ที่บริเวณโคนต้นไม้ให้น้ำไหลลงสู่ทางระบายน้ำ 4) ใช้พลั่วดึงเศษพืชและสัตว์ต่างๆ 5) ใช้ไม้ไผ่หรือท่อพลาสติกเจาะรูปักไว้โคนต้น เพื่อระบายความร้อนและก๊าซพิษออกจาก
โคนต้น 6) เมื่อดินเริ่มแห้งให้ทำการตัดแต่งกิ่งเอาใบแก่และกิ่งที่อยู่ภายในทรงพุ่มที่ไม่ได้รับแสงออก 6)ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 โดยใส่ในร่องที่ขุดดินขึ้นรอบๆ ทรงพุ่ม ซึ่งความกว้างของร่องประมาณ 15 เซนติเมตร หรือใส่ที่โคนต้นไม้ในกรณีที่ต้นไม้ยังมีขนาดเล็ก

เกษตรกรที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด หมอดินอาสาประจำหมู่บ้านในชุมชน หรือ โทร. 0-2579-8515

มั่นใจยางแตะ60บาท กยท.ชี้ปัจจัยใน-นอกประเทศหนุนแนวโน้มดีขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/289686

x

มั่นใจยางแตะ60บาท กยท.ชี้ปัจจัยใน-นอกประเทศหนุนแนวโน้มดีขึ้น

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคายางมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาเกือบ 60 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว เนื่องจากราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวสูงขึ้น และปัจจัยภายในจากมาตรการของภาครัฐที่ได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ช่วยผลักดันให้ราคายางสูงขึ้น ประกอบกับภาคการส่งออกของไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12 สูงกว่าที่คาดหวังไว้ ขณะที่ตลาดรถยนต์ยังมีการขยายตัวถึงร้อยละ 8 ทำให้ความต้องการยางเพื่อผลิตยางล้อรถยนต์เพิ่มขึ้นมากด้วย นอกจากนี้ ฤดูฝนปีนี้มาเร็วกว่าปกติและยาวนาน สวนยางในบางพื้นที่ของภาคอีสานยังประสบปัญหาน้ำท่วมซึ่งจะมีผลต่อการกรีดยางได้น้อยลง

ส่วนแรงกดดันจากบริษัทรับซื้อยางจากประเทศยุโรป และญี่ปุ่น ที่จะรับซื้อเฉพาะไม้หรือผลิตภัณฑ์จากไม้ที่ได้รับเครื่องหมาย FSC ซึ่งเป็นไม้จากการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน อย่างถูกต้องตามหลักการ ที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาตินั้น ยังไม่ได้มีผลบังคับใช้ในขณะนี้ จะเริ่มใช้ในปี ค.ศ.2020 หรือ ปี พ.ศ.2563 ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เพราะเรามีมาตรการรองรับ ในเรื่องการออกมาตรฐานการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล FSC แล้ว โดยขณะนี้ได้นำร่องดำเนินการในพื้นที่สวนยาง 50,000 ไร่ และกำลังจะขยายผลไปดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ทั้งในสวนยางภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ
ภาคใต้ คาดว่าภายในระยะเวลาที่เหลือ 3 ปี จะสามารถดำเนินการครอบคลุมพื้นที่สวนยางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท.ได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน

นายธีธัชกล่าวต่อว่า การที่ประเทศยุโรป และญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศอื่นๆ ที่จะนำมาตรฐาน FSC มาใช้นั้น ประเทศไทยน่าจะได้รับอานิสงส์มากกว่า เพราะการใช้มาตรฐานดังกล่าว ไม่ได้บังคับใช้กับประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ด้วย ถ้าประเทศเหล่านี้ไม่ทำการจัดการสวนยางตามมาตรฐานสากล FSC แล้ว คำสั่งซื้อยางจะยิ่งไหลเข้ามาในประเทศไทยที่มีการจัดการสวนยางตามมาตรฐานสากล FSC มากขึ้น

ชาวบ้านซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ ยินดีคืนที่ดินบุกรุกอ่างน้ำห้วยทราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/289687

x

ชาวบ้านซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ ยินดีคืนที่ดินบุกรุกอ่างน้ำห้วยทราย

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นางน้ำฝน หอมเมือง ทายาท นายสอน หอมเมือง เกษตรกรที่เข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาตบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยทราย-หุบกะพง เปิดเผยว่า จากการที่บิดาได้เข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยทราย-หุบกะพง เมื่อมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำก็ได้รับเงินชดเชย จึงได้ย้ายพื้นที่ออกมาอยู่บริเวณขอบอ่างฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ปลูกบ้านถาวรไว้

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ศูนย์สาธิตโครงการหุบกะพง ได้ชี้แจงทำความเข้าใจหลักการใช้ประโยชน์ที่ดินโครงการตาม
พระราชประสงค์หุบกะพง ตนและญาติพี่น้องจึงยินดีออกจากพื้นที่บริเวณอ่างฯ โดยได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์สาธิตโครงการหุบกะพง ในการหาพื้นที่แปลงทดแทนให้ ได้แก่ แปลง 488 และได้วางแผนสร้างบ้าน 13 หลัง อีกทั้งศูนย์ยังได้อำนวยความสะดวกในการรื้อถอน ขนย้ายบ้าน นอกจากนี้ ตนและญาติพี่น้องยังได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรหุบกะพง
จำกัด เพื่อให้สหกรณ์ดำเนินการตามระเบียบ ข้อบังคับสหกรณ์ และระเบียบกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่าด้วยการจัดสรรที่ดินหมู่บ้านสหกรณ์หุบกะพง พ.ศ.2524

“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานที่ดินแห่งนี้แก่พวกเรา ทำให้พวกเรามีที่ดินเป็นของตัวเอง มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ตนจึงให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลรักษาที่ดินแห่งนี้ที่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้ไว้ตราบชั่วลูกหลาน จะไม่ขายเด็ดขาด” นางน้ำฝน กล่าวด้วยความปลื้มใจ

พด.ร่วมพัฒนาที่ดิน‘สปก.สระแก้ว’ l มุ่งพัฒนาประสิทธิภาพดินช่วยเกษตรกรผู้ยากไร้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/289688

x

พด.ร่วมพัฒนาที่ดิน‘สปก.สระแก้ว’ l มุ่งพัฒนาประสิทธิภาพดินช่วยเกษตรกรผู้ยากไร้

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า จังหวัดสระแก้ว เป็นหนึ่งจังหวัดที่ได้รับการจัดสรรที่ดินในพื้นที่ ส.ป.ก. ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 36/2559 โดยเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีมอบเอกสารที่ดิน ส.ป.ก. ที่ยึดคืนตามคำสั่งดังกล่าว มาจัดสรรให้เกษตรกรที่ยากไร้ในพื้นที่ จังหวัดสระแก้ว 303 ราย 3,342 ไร่ 10 แปลง โดยมอบให้แก่ประธานสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภอโคกสูง อรัญประเทศ วัฒนานคร และวังน้ำเย็น รวม 4 สหกรณ์

ทั้งนี้ในส่วนของกรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินสระแก้วได้ร่วมวางแผนดำเนินการใช้ข้อมูลแผนที่ Agri-Map ตรวจสอบความเหมาะสมของดินและให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิต คือ เมล็ดพันธุ์ปอเทือง มอบให้แก่กลุ่มสมาชิกสหกรณ์นำไปปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ณ พื้นที่หมู่ที่ 14 ตำบลหนองม่วง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินกล่าวอีกว่า จากมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในพื้นที่ ส.ป.ก. โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรมพัฒนาที่ดินได้มีส่วนร่วมวางแผนดำเนินการ โดยใช้ข้อมูลแผนที่ทรัพยากรดิน แผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน แผนที่กลุ่ม
ชุดดินและข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์สภาพดินปัญหาต่างๆ และวางแนวทางการจัดการพื้นที่เพื่อการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยใช้แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) เป็นเครื่องมือบริหารจัดการจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่สำหรับการวางแผนและประเมินผลการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) โดยนำข้อมูลขอบเขตแปลงที่ยึดคืนจาก ส.ป.ก. ใช้ในการวางแผนข้อมูลดินและแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน อีกทั้งส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ ส.ป.ก. ให้มีความรู้และทำการเก็บตัวอย่างดินเพื่อการตรวจวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด รวมทั้งผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์ สารเร่งซุปเปอร์ พด. การจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมทั้งการแจกจ่ายพันธุ์กล้าหญ้าแฝกสำหรับปลูกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อช่วยยึดหน้าดิน ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดินและรักษาสภาพแวดล้อมต่อไป

สศก.แจง1.9หมื่นล้านถึงมือชุมชน โครงการ9101ฯผลดีเกินคาด-เกิดกองทุนกว่า8พันแห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/289691

สศก.แจง1.9หมื่นล้านถึงมือชุมชน โครงการ9101ฯผลดีเกินคาด-เกิดกองทุนกว่า8พันแห่ง

สศก.แจง1.9หมื่นล้านถึงมือชุมชน โครงการ9101ฯผลดีเกินคาด-เกิดกองทุนกว่า8พันแห่ง

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน วงเงินงบประมาณ 22,752.50 ล้านบาท ในพื้นที่ 9,101 ชุมชนทั่วประเทศ หรือเฉลี่ยชุมชนละ 2.5 ล้านบาท ขณะนี้ชุมชนทั้ง 9,101 ชุมชน ได้เสนอโครงการจำนวน 24,760 โครงการ วงเงิน 20,054.62 ล้านบาท ทางคณะกรรมการฯ ระดับอำเภอ พิจารณาและอนุมัติโครงการแล้ว จำนวน 24,168 โครงการ คิดเป็นวงเงิน 19,867.20 ล้านบาท หรือ 99.07% จากวงเงินที่ชุมชนเสนอ ซึ่งสำนักงบประมาณโอนเงินงบประมาณลงถึงชุมชนแล้วทุกโครงการ

โดยชุมชนได้เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว จำนวน 18,924.98 ล้านบาท คิดเป็น 95.26% ของวงเงินที่ได้รับการอนุมัติ แบ่งเป็นค่าวัสดุและอุปกรณ์ 9,793.93 ล้านบาท และค่าจ้างแรงงาน 9,131.05 ล้านบาท เฉลี่ยค่าจ้างที่ได้รับ 2,650 บาท/คน ทั้งนี้ ชุมชนต่างๆ ได้ดำเนินกิจกรรมคืบหน้าแล้วกว่า 75% ของแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งแบ่งเป็นกิจกรรมหลักที่ชุมชนเสนอตามความต้องการด้านต่างๆ ดังนี้ 1) ด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ คิดเป็นสัดส่วนมากที่สุด 35.19% จำนวน 8,505 โครงการ งบประมาณ 10,572.39 ล้านบาท เช่น การทำปุ๋ยหมัก จากมูลสัตว์ วัชพืช หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร คาดว่าชุมชนที่ทำปุ๋ยจะมีเงินจากการจำหน่ายปุ๋ยประมาณ 3-5 แสนบาท/ชุมชน 2) ด้านการผลิตพืชและพันธุ์พืช 20.87% จำนวน 5,043 โครงการ งบ 3,157.92 ล้านบาท เช่น การปลูกพืชตระกูลถั่ว พืชผัก
ไม้ดอกไม้ประดับ เพาะเห็ด หรือทำเกษตรผสมผสาน

3) ด้านปศุสัตว์ 14.37% จำนวน 3,474 โครงการ 2,044.07 ล้านบาท กิจกรรมการไก่พื้นเมือง หมูหลุม และเลี้ยงไก่ไข่
ซึ่งคาดว่าชุมชนที่จำหน่ายไข่ไก่จะมีเงินจากการจำหน่ายประมาณ 6-8 แสนบาท/ชุมชน 4) ด้านการผลิตอาหาร การแปรรูปผลผลิต และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 12% จำนวน 2,900 โครงการ 1,221.43 ล้านบาท เช่นแปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารกล้อง กล้วยตาก ผลิตพริกแกง 5) ด้านประมง 10.74% จำนวน 2,596 โครงการ 1,387.27 ล้านบาท
เช่น การเลี้ยงปลาดุก การลี้ยงปลานิล การเลี้ยงกบ ในบ่อดิน/ในกระชัง 6) ด้านฟาร์มชุมชน 3.95% จำนวน 954 โครงการ 1,007.15 ล้านบาท 7) ด้านการจัดการศัตรูพืช 1.83% จำนวน 442 โครงการ 231.51 ล้านบาท เช่น การทำเชื้อราไตรโคเดอร์มา
บิวเวอเรีย 8) ด้านการปรับปรุงบำรุงดิน 0.88% จำนวน 212 โครงการ 225.98 ล้านบาท เช่น การปลูกปอเทือง 9) ด้านการเกษตรอื่นๆ 0.17% จำนวน 42 โครงการ 16.40 ล้านบาท เช่น การทำตลาดสินค้าเกษตรชุมชน

นางสาวจริยากล่าวเพิ่มเติมว่า คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในชุมชนทั่วประเทศ ประมาณ 17,000 ล้านบาท และต่อยอดในกิจกรรมอื่นๆ ต่อไป ซึ่งขณะนี้มีกองทุนที่เกิดขึ้นอย่างน้อยใน 8,828 ชุมชน ที่จะบริหารโครงการให้เกิดรายได้หมุนเวียนเกิดขึ้น
ในชุมชน อย่างไรก็ตาม สศก.ได้สำรวจความคิดเห็นเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพบว่า เกษตรกร 96.12% พึงพอใจใน
ระดับมากถึงมากที่สุดต่อโครงการในภาพรวม แต่มีความเห็นว่าช่วงเวลาในการให้ชุมชนเสนอโครงการนั้นสั้นเกินไป ทำให้ยังขาดรายละเอียดหรือความครบถ้วนของโครงการ และช่วงเวลาปฏิบัติงานโครงการอยู่ในฤดูฝนกระทบการทำกิจกรรมบางอย่างไม่สามารถทำได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้ สศก.มีแผนลงพื้นที่เพื่อติดตามและประเมินผลโครงการอย่างต่อเนื่อง