มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย จัดงานวิ่งการกุศล ‘G RUN ยั่งยืน’ ระดมทุนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งจิสต์ โรคหายากที่คนไทยไม่รู้จัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281176

มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย จัดงานวิ่งการกุศล ‘G RUN ยั่งยืน’ ระดมทุนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งจิสต์ โรคหายากที่คนไทยไม่รู้จัก

มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย จัดงานวิ่งการกุศล ‘G RUN ยั่งยืน’ ระดมทุนเพื่อผู้ป่วยมะเร็งจิสต์ โรคหายากที่คนไทยไม่รู้จัก

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เนื่องในวันที่ 13 กรกฎาคม ของทุกปีนับเป็นวันแห่งการรณรงค์มะเร็งจิสต์ (GIST Awareness Day) ทางมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย จึงจัดกิจกรรมวิ่งการกุศล “G Run ยั่งยืน” ขึ้นเพื่อระดมทุนโดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้แก่โรงพยาบาลรัฐบาลที่มีผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์สูงสุด 5 แห่ง พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคมะเร็งจิสต์ให้แก่ประชาชนทั่วไป การรักษาและโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ในปัจจุบัน โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 1,462 คน และสามารถระดมทุนเพื่อผู้ป่วยช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ได้กว่า 701,500 บาท

รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ นายกมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย มีพันธกิจสำคัญในการดูแลและให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งที่ถูกต้อง จึงได้ริเริ่มจัดงานวิ่งการกุศล “G Run ยั่งยืน” ครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความตระหนักให้แก่สังคมไทยเกี่ยวกับโรคมะเร็งหายากชนิดหนึ่งที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก คือ “โรคมะเร็งจิสต์ (GIST)” มะเร็งชนิดหนึ่งภายในระบบทางเดินอาหาร ที่สามารถพบผู้ป่วยได้เพียง 10-15 รายต่อประชากรโลกหนึ่งล้านคนเท่านั้น พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการเฝ้าระวังตัวเอง แนวทางการรักษาและโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ที่มีในปัจจุบันด้วย

ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ

“ภายในงานวิ่งการกุศล “G Run ยั่งยืน” ได้แบ่งระยะการวิ่งออกเป็น 2 ประเภท คือระยะ Fun Run 2.5 กิโลเมตร และระยะ Mini-Marathon 10 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,462 คน โดยสามารถระดมทุนโดยที่ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ จำนวนกว่า 701,500 บาท เพื่อมอบให้โรงพยาบาลรัฐบาลที่ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ในโครงการจีแพปมากที่สุด 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “Right Choice for One Chance” เกี่ยวกับการเข้าถึงการรักษาและการอยู่กับโรคมะเร็งจิสต์ รวมถึงบูธกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งจิสต์ พร้อมเล่นเกมส์และลุ้นรางวัล”

ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ

ด้าน ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่าโรคมะเร็งจิสต์ (GIST) เป็นมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนชนิดหนึ่งที่เกิดบริเวณระบบทางเดินอาหาร ที่แตกต่างจากมะเร็งระบบทางเดินอาหารชนิดอื่นๆ เนื่องจากเกิดจากเซลล์ที่ควบคุมการบีบตัวของลำไส้ โดยตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุด คือกระเพาะอาหาร มะเร็งจิสต์ถือได้ว่าเป็นมะเร็งที่พบได้น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับมะเร็งของระบบทางเดินอาหารชนิดอื่น โดยผู้ป่วยมักมีอาการที่ความคล้ายคลึงกับมะเร็งทางเดินอาหารชนิดอื่นๆ เช่น อาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ซีด บางรายอาจคลำพบก้อนในท้อง เลือดออกในกระเพาะอาหารจนปนออกมากับอุจจาระทำให้อุจจาระมีสีดำ ทั้งนี้อาการของมะเร็งทางเดินอาหารชนิดจิสต์จะไม่มีข้อเจาะจง แต่ถ้าหากมีอาการที่ดังที่กล่าวข้างต้นในแบบเรื้อรัง และเมื่อรับการรักษาโรคทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์

คำแนะนำในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ว่า คือการเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายนับเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังกายและกำลังใจในการต่อสู้กับอาการต่างๆ ซึ่งสามารถเริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวผู้ป่วยเอง อาทิ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่ การออกกำลังกาย การนั่งสมาธิ การทำจิตใจให้ผ่องใส ลดความเครียดและความกังวล เป็นต้น

สำหรับการรักษา ผศ.นพ.เอกภพ สิระชัยนันท์ อุปนายกมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในระยะเริ่มแรกของโรคมะเร็งทางเดินอาหารชนิดจิสต์ จะมีลักษณะเป็นก้อนอยู่บริเวณเดียว ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดและมีโอกาสที่จะหายขาด แต่อย่างไรก็ตามหลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยมักมีความเสี่ยงต่อการกำเริบของโรคมะเร็งจิสต์ได้เช่นกัน และหากตัวโรคได้แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นแล้ว ก็จะมีโอกาสน้อยในการรักษาให้หายขาด โดยเฉพาะบริเวณตับ ที่เดิมแพทย์จะใช้วิธีการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดแต่เนื่องจากมะเร็งจิสต์เป็นโรคที่ตอบสนองต่อเคมีบำบัดน้อยมาก ในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาการรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์มีทางเลือกในการรักษามากขึ้น โดยการรักษารูปแบบมุ่งเป้า ตัวยาจะออกฤทธิ์ที่จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถควบคุมโรคได้ดียิ่งขึ้น จนทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์มีอาการที่ดียิ่งขึ้น สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติและมีอายุยืนยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“เพื่อให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์สามารถเข้าถึงการรักษาได้มากยิ่งขึ้น จึงเกิดโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยนานาชาติจีแพป (GIPAP) ที่ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน กับ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการจัดหายาที่มีคุณภาพ โดยมีทางสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และมูลนิธิ เป็นผู้ลงทะเบียนและจัดสรรยาให้แก่ผู้ป่วย ซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี จนสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งจิสต์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้มากกว่า 1,800 ราย โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยที่กำลังเข้าการรักษาอยู่ในโครงการฯ ประมาณ 800 ราย”

รวมใจถวายภักดี 60 ปีพระชันษา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281187

รวมใจถวายภักดี 60 ปีพระชันษา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

รวมใจถวายภักดี 60 ปีพระชันษา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาให้ ม.ร.ว.สมลาภ กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในงาน “รวมใจถวายภักดี 60 ปี พระชันษา” จัดโดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ ร่วมกับโรงแรมอมารี วอเตอร์เกท

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาให้ ม.ร.ว.สมลาภ กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในงาน “รวมใจถวายภักดี 60 ปีพระชันษา” เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชันษาครบ 60 ปี อีกทั้งเพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีพระเมตตาต่อประชาชนชาวไทยตลอดมา อาทิ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก สภากาชาดไทย ตั้งแต่ปี 2537 โดยได้ประทานเงินตั้งเป็นกองทุนให้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HIV ได้รับยา AZT เพื่อให้ลูกที่เกิดมาปลอดเอดส์ ต่อมาประทานเงินตั้งกองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุ และกองทุนนมสำหรับลูกผู้ติดเชื้อเอดส์ที่ไม่สามารถทานนมมารดาได้ ตลอดจนทรงอุปถัมภ์โครงการคืนชีวิตให้พ่อ-แม่ เพื่อลูกน้อยที่ปลอดเอดส์ โดยการให้ยาแก่พ่อ-แม่ เพื่อที่จะมีชีวิตยืนยาวอยู่เลี้ยงดูลูกได้ต่อไป นอกจากนั้นยังทรงรับอุปการะบุตรผู้ติดเชื้อให้ได้ศึกษาเล่าเรียน และหางานอาชีพให้แก่ผู้ติดเชื้อเอดส์ที่ตกงานและโปรดให้ผู้ติดเชื้อเข้าเฝ้าเพื่อกราบทูลถึงปัญหา และความทุกข์ยากเป็นประจำทุกปี ในด้านการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พระองค์ท่านทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย โดยทรงริเริ่มการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตั้งแต่ปี 2538 และได้เสด็จทรงเยี่ยมราษฎรที่เดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วม โดยทรงจัดถุงยังชีพและประทานถุงยังชีพให้แก่ราษฎรในพื้นที่ประสบอุทกภัยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศต่อเนื่องมากว่า 20 ปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงประกอบอาหารแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแทบทุกครั้งที่เสด็จทรงเยี่ยม และได้ประทานความช่วยเหลือฟื้นฟูทั้งที่อยู่อาศัยและอาชีพหลังจากน้ำลดด้วยจนทำให้ราษฎรมีชีวิตที่ดีขึ้นและมีขวัญกำลังใจในการดำรงชีพต่อไป นอกจากนี้พระองค์ยังทรงพระกรุณารับอุปถัมภ์มูลนิธิต่างๆ เช่น มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิมะเร็งในเด็ก มูลนิธิสงเคราะห์และพัฒนาเด็กเป็นต้น งานนี้ จัดโดย สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้ายภัยเอดส์ และโรงแรมอมารี วอเตอร์เกทกรุงเทพฯ ณ ห้องวอเตอร์เกทบอลรูม ของโรงแรมเมื่อเร็วๆ นี้

ภายในงานได้รับเกียรติจากนักแสดงอาวุโสทางไทยทีวีสีช่อง 3 อาทิ พิศมัย วิไลศักดิ์, มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิ์เวช, ทาริกา ธิดาทิพย์, ดวงใจ หทัยกาญจน์, โฉมฉาย ฉัตรวิไล, อรสา พรหมประทาน,กอบสุข จารุจินดา, จินตหรา สุขพัฒน์, วรายุฑ มิลินทจินดา,อรุโณชา ภาณุพันธ์,เศรษฐา ศิระฉายา, ทิพวรรณปิ่นภิบาล, จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว ร่วมแสดงโชว์ พร้อมรำถวายพระพรโดย น้ำฝน พัชรินทร์ ดารานักแสดง รวมทั้งนางสาวไทย นายแบบ-นางแบบ ร่วมแสดงแบบจาก 10 ห้องเสื้อชั้นนำ 60 ชุด อาทิ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, จุ๊บจิ๊บ-ธนพร ศรีวิราช นางสาวไทยปีล่าสุดปรภัสสร ดิศย์ดำรง รองอันหนึ่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2014 วรภพ คล้ายสังข์ มิสเตอร์อินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ 2013 อภิวิชญ์ คุณาดิเรก มิสเตอร์โกลเบิ้ลอันดับที่ 3 ประจำปี 2515 นอกจากนี้ ยังมี โดม ปกรณ์ ลัม,ปัทม สุจริตกุล และ จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชคมาร่วมขับร้องเพลงในงานอีกด้วย รายได้จากการจัดงานทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆสมทบทุนเป็นค่าอาหารค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์กีฬาและการเรียนการสอน แก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ‘สมเด็จย่า’ 22 ปีที่จากไกล พสกนิกรชาวไทยมิรู้ลืม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281183

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ‘สมเด็จย่า’ 22 ปีที่จากไกล พสกนิกรชาวไทยมิรู้ลืม

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ‘สมเด็จย่า’ 22 ปีที่จากไกล พสกนิกรชาวไทยมิรู้ลืม

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี “สมเด็จย่า” เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 ถึงวันนี้ แม้จะเป็นระยะเวลา 22 ปีที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่พสกนิกรชาวไทยยังคงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเสมอมา

และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้จัดงาน “วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ในวันอังคารที่ 18 กรกฎาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 3 (ซอยวัดอนงคาราม) เขตคลองสาน

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยพิธีทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์จำนวน 5 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี การแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี “อ้อมกอดด้วยรักสู่กษัตริย์ผู้ทรงธรรม” กิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์“ดอกไม้จันทน์ล้านดวงใจถวายอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยใจภักดี” สอนโดยวิทยาลัยสารพัดช่างธนบุรีเพื่อมอบให้กับสำนักพระราชวัง สำหรับใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯจากนักร้องวงดุริยางค์สากลกรมศิลปากรโดยวง RBSO Light Orchestra พบกับศิลปินรับเชิญคุณวินัย พันธุรักษ์ และนักร้องคุณภาพจากกรมศิลปากร อิสรพงศ์ ดอกยอ,ถิรวัฒน์ ศรีสุรางค์, ดวงดาว เถาว์หิรัญ, ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ สนับสนุนโดยบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ยังคงตราตรึงอยู่ในใจพสกนิกรชาวไทยผ่านพระราชกรณียกิจนานัปการจนถึงช่วงวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ ประชาชนท่านใดสนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตามวันและเวลาดังกล่าว

คุณแหน : 18 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281179

คุณแหน : 18 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 18 กรกฎาคม 2560

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” ด้วยการให้ออมเงินในกระปุกส่วนตัว แล้วนำมาแลกกระปุกที่ระลึกสัญลักษณ์อุปกรณ์ทรงงาน ในหลวง ร.9 ทั้งหมด 3 แบบได้แก่ วิทยุสื่อสาร กล้องถ่ายรูป และพระราชพาหนะทรงงาน เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา สนใจสอบถามได้ที่โรงพยาบาล…

 

ll งานสังสรรค์ประจำปี 2017 ของสมาคมเพื่อนแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันก่อนผ่านพ้นไปแล้ว ด้วยความสำเร็จ ท่ามกลางผู้ร่วมงานกว่า 400 คน ที่ชื่นชมกันคือโชว์ดนตรีเป็นชุด ขนาดชมกันว่าร็อกสุดๆ เด็ดกว่าคอนเสิร์ตที่จัดขายบัตรแพงๆ วีไอพีจากโซนต่างๆ มากันอย่างคึกคัก ที่เด่นมากและอยู่ดึกจนต้องชมว่ามีสปิริตสูงคือ วีไอพีหญิงแถวหน้าอาทิ คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, คุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์, สริยา สิวายุ และ อุษา รัตนไตรภพ…และต้องยอมรับว่าผู้เป็นโฟกัสของงานคือ เพอร์ซันนัลลิตี้อันโดดเด่นของ อัมพาพันธ์ธเนศเดชสุนทร ภรรยาของท่านอดีตประธาน รสช.กับ กัญญา ปุณณะหิตานนท์ คนรู้ใจของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของประเทศ…

ll วิไลวรรณ ประกอบสันติสุข แจ้งงานพระราชทานเพลิงศพ เป็นกรณีพิเศษ อาทร บิดา อนงค์ นครวิชัยกุล มารดา ในวันที่ 23 ก.ค.เวลา 14.00 น. ณ เมรุวัดโสมนัสวรวิหาร…

ll ยินดีกับ ชาครีย์ นรทิพย์ เสวิกุล ไปรับตำแหน่ง อัครราชทูตที่ปรึกษาประจำที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกีออกเดินทางเร็วๆ นี้…

ll ลานทิพย์ ทวาทศิน สุดแสนดีใจที่จะได้เป็นคุณยาย เพราะ นันธิกา ลูกสาวคนสวยและเก่ง ตั้งครรภ์มาได้ 3 เดือนแล้ว…

ll ทุกครั้งที่ เนาวรัตน์ สมบูรณ์สุข ติดตามสามีไปซ้อมดนตรีจะไปนั่งประดิษฐ์ดอกกุหลาบดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพ่อหลวง ร.9โดยตั้งเป้าเอาไว้ 2,000 ดอก…

ll ไอเดียเก๋กู๊ดช่วยลดโลกร้อน ดร.จิรพล สินธุนาวา ขอจักรยานสองล้อมอบอาลัยแทนพวงหรีดในงานศพมารดาที่วัดมกุฏฯ…

ll วันก่อนมีโอกาสคุยกับกูรู ณัชพล สุพัฒนะ ฉายา “มาร์ค พิตบูล” เพราะความเชี่ยวชาญในเรื่องการเลี้ยงหมาอย่างถูกวิธี และคอกหมา Pitbull เพดดีกรีแชมป์ที่โด่งดัง ถึงได้รู้ว่าพวกเรายังเข้าใจในพฤติกรรมของหมาน้อยมาก และความรู้ที่ได้รับไว้มากเกินกว่าจะบรรยายในวันนี้ จึงขอสรุปหนึ่งแง่มุมที่น่าพิศวง…หมาที่อยู่ในบ้านหรือในฝูงมีการจัดลำดับตำแหน่ง (Echelon)ในฝูงค่อนข้างชัดเจน เช่น ฝูงในบ้านจะมีจ่าฝูงที่ลูกทีมต้องให้ความสำคัญ (Priority) ก่อนในการกินอาหารและการสืบพันธ์ุ ยิ่งกว่านั้นถ้าเจ้าของบ้านปล่อยให้คนรับใช้เลี้ยงหมาเอง หมาก็จะยกให้คนรับใช้เป็นจ่าฝูงที่มันต้องให้ความเคารพ โดยไม่สนเจ้าของบ้าน แต่หากเจ้าของบ้านรู้เทคนิค หาโอกาสสร้างความคุ้นเคยและเลี้ยงดูมันบ้าง และบางโอกาสแสดงมาดออกมา “เบรก” คนใช้ต่อหน้าฝูงหมา พวกมันจะจำไว้ว่าท่านนี้คือ“นายตัวจริง” !!…ll

บารอนเนส

แบรนด์เครื่องประดับหรู‘กะรัต ลอนดอน’ อวดโฉมผลงานการดีไซน์ล่าสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281181

แบรนด์เครื่องประดับหรู‘กะรัต ลอนดอน’ อวดโฉมผลงานการดีไซน์ล่าสุด

แบรนด์เครื่องประดับหรู‘กะรัต ลอนดอน’ อวดโฉมผลงานการดีไซน์ล่าสุด

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การแต่งตัวที่ดีย่อมสร้างบุคลิกให้น่าเชื่อถือได้เสมอ โดยล่าสุดแบรนด์อัญมณีชื่อดังจากเกาะอังกฤษ “กะรัต ลอนดอน” (Carat* London) ภายใต้การนำเข้าของนักธุรกิจสาวคนเก่งแพรพรรณ ธรรมวัฒนะ กรรมการบริหารบริษัท รีเทล มี จำกัด ได้อวดโฉมเครื่องประดับดีไซน์โก้หรูคอลเลคชั่นใหม่ที่มีชื่อว่า “มิลเลนเนียม” (Millenium) ตอบโจทย์เหล่า จิวเวลรี่เลิฟเวอร์ที่รักในการสวมใส่อัญมณีน้ำงามในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

แบรนด์อัญมณี“กะรัต ลอนดอน” (Carat* London) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2003 โดย สก๊อต ทอมป์สัน (Scott Thompson) โดยยึดหลักการดีไซน์ตามรูปแบบของความสวยงามที่สามารถสวมใส่ได้จริงเหมาะกับผู้หญิงทุกวัย ผ่านขั้นตอนการเจียระไนที่มีความประณีตและพิถีพิถันจากฝีมือของทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ส่งผลให้“กะรัต ลอนดอน” ได้ถูกรับเลือกให้เป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องประดับที่ดีที่สุดจากประเทศอังกฤษ และก้าวขึ้นเป็นแบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำระดับโลก และมีสาขาทั่วโลกในเมืองดังที่เด่นด้านแฟชั่น อาทิ ลอนดอน, สหรัฐอเมริกา, ฮ่องกง, เซี่ยงไฮ้, สิงคโปร์, ดูไบ และประเทศไทย

แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ

แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ กล่าวถึงจุดเด่นของคอลเลคชั่น “มิลเลนเนียม” (Millenium) “ว่าอยู่ที่การดีไซน์ที่คำนึงถึงความสวยงามอันหรูหราแต่คลาสสิก เพราะเราต้องการให้เป็นคอลเลคชั่นที่สามารถสวมใส่ได้จริงในทุกวัน เหมาะกับผู้หญิงทุกสไตล์ด้วยการดีไซน์ที่หลากหลายรูปแบบ รวมถึงการเลือกใช้โทนสี ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยว ไปทำงาน หรือไปปาร์ตี้ คอลเลคชั่นนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่โดยเฉพาะ”

คอลเลคชั่น “มิลเลนเนียม” (Millenium) ได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจากการผสมผสานระหว่างความหรูหราของแฟชั่นและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องประดับชั้นสูง โดยนำลูกเล่นของเส้นตรงมาผสานเข้ากับรูปทรงเรขาคณิต ถ่ายทอดเป็นเครื่องประดับดีไซน์โมเดิร์น ที่แฝงความทันสมัยด้วยเส้นสายความเป็นกราฟิกอีกทั้งยังสวมใส่ได้ง่ายด้วยเทคนิคข้อปรับระดับเหมาะต่อการสวมใส่ของผู้หญิงทุกวัย และเหมาะกับการสวมใส่ได้ในทุกวัน ตั้งแต่การทำงานในเวลากลางวันจวบจนกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

โดยในคอลเลคชั่นนี้มีชิ้นเด่นอยู่ที่แหวนรูปทรงกากบาทที่ประดับอัญมณีเรียงสวยบริเวณด้านบนของตัวแหวน เหมาะสำหรับหญิงสาวที่ชื่นชอบในความเรียบง่ายอันหรูหรา สวมใส่ได้ในทุกวัน หรือหากใครที่ชื่นชอบงานดีไซน์ที่แปลกตา

แหวนเพชรเม็ดเล็กเรียงยาวสองแถวคู่ที่เพิ่มลูกเล่นด้วยการติดประดับอัญมณีรูปทรงสามเหลี่ยมบริเวณตรงกลาง รวมถึงสร้อยข้อมือที่ถูกประดับด้วยอัญมณีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเรียงสวย แต่เพิ่มจุดเด่นด้วยการแทรกอัญมณีเม็ดใหญ่เข้าไประหว่างเส้น ก็สามารถดึงความสนใจให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี เพิ่มความโก้ด้วยสร้อยคอยาวที่สามารถปรับระดับได้ และตุ้มหูมุขที่เพิ่มความเก๋ด้วยแป้นทรงสามเหลี่ยมติดประดับอัญมณีเม็ดเล็ก ส่วนโทนสีได้แก่เงินเกลี้ยงเกลา สีโรสโกลด์ รวมถึงสีเงินรมดำ

นอกจากนี้ เธอยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกใส่เครื่องประดับน้อยให้ดูดี “ในยุคที่สไตล์การแต่งตัวแบบมินิมอลกำลังเป็นที่นิยม หลายคนอาจมองว่าการใส่เครื่องประดับอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่จริงๆ แล้วการเลือกใส่เครื่องประดับให้ถูกวิธีจะสามารถช่วยเติมเต็มลุคและดึงดูดความน่าสนใจให้ผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น สำหรับวันทำงานการสวมแหวนสีเงินสะอาดตาที่มีอัญมณีเม็ดใหญ่ประดับตรงกลางตัวเรือนไว้บนนิ้วชี้และสวมนาฬิกาดีๆ สักหนึ่งเรือน จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้คุณได้ แต่หากต้องไปออกงานในเวลากลางคืนการเลือกเซตเครื่องประดับเข้าชุดดีไซน์เรียบโก้ในโทนสีโรสโกลด์ ใส่กับชุดเดรสสายเดี่ยวเข้ารูปที่เผยช่วงลำคอและหัวไหล่เพื่อให้เห็นสร้อยคอได้ชัดเจน หรือถ้าเป็นงานปาร์ตี้กับเพื่อนๆ การเลือกเครื่องประดับที่มีลูกเล่นแปลกตา ผสมผสานดีไซน์ที่หลากหลาย จะทำให้การแต่งตัวของคุณดูสนุก โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใส่เครื่องประดับครบทุกชิ้น”

สนใจกะรัต ลอนดอน ชมได้ที่แฟล็กชิพสโตร์ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 และศูนย์การค้าสินเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้นจี

เปิดตัวนวัตกรรมแผ่นซับสิวจากธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280976

เปิดตัวนวัตกรรมแผ่นซับสิวจากธรรมชาติ

เปิดตัวนวัตกรรมแผ่นซับสิวจากธรรมชาติ

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท ไบโอบอร์น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนา เกิดจากการรวมกลุ่มของนักวิจัยที่มีชื่อเสียงด้านเภสัชศาสตร์ ได้ฤกษ์เปิดตัวนวัตกรรมจากธรรมชาติ แผ่นซับสิว AcneQ การันตีด้วยรางวัลเหรียญทองจากการประกวด “Economic and Scientific Innovation” ในงาน INTARG 2016 ณ ประเทศโปแลนด์ ตอบโจทย์คนรักความงามในการดูแลปัญหาสิวด้วยนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีที่อิงกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไบโอบอร์น จำกัด กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นสหัสวรรษใหม่ ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิถีการเรียนรู้ การทำงาน สังคม การค้า การสื่อสาร และการรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ นำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้า การพัฒนาประเทศจากการค้นพบวิทยาการสมัยใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมนาโนด้านเภสัชศาสตร์ ที่เข้ามามีบทบาทในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมดั้งเดิมของคนไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ยังเกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้ต้องเลือกว่าเราจะเป็นเพียงแค่ผู้บริโภค หรือจะเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม ซึ่งเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนไป ทำให้บริษัท ไบโอบอร์น จำกัด เกิดขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ และความงามรองรับการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (MEDICAL HUB) กลไกหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ความมุ่งมั่นของไบโอบอร์น ในการค้นคว้าวิจัย โดยร่วมมือกับนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้วัสดุที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรชีวภาพที่หาได้ง่ายในประเทศไทย และหากนำมาแปรรูปอย่างถูกต้องด้วยฝีมือและสมองของนักวิจัยไทย จะทำให้เกิดนวัตกรรมและนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติ นับว่าส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

จากการคิดค้นนวัตกรรมแผ่นซับสิว AcneQ ทำจากยางธรรมชาติโปรตีนต่ำ ที่สามารถดูดซับหนอง หรือของเหลวจากสิวได้ดี มีส่วนผสมของสารสกัดเปลือกมังคุดที่ทำให้อยู่ในรูปของอนุภาคนาโน (Nano-encapsulation) ช่วยเพิ่มความคงตัว และทำให้ซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้น และสารสกัดจากเปลือกมังคุด Nano-encapsulation จะออกฤทธิ์แบบ sustained release ที่ค่อยๆ ปลดปล่อยสารสำคัญออกมา จึงทำให้ออกฤทธิ์อย่างสม่ำเสมอและยาวนานถึง 8 ชั่วโมงมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P. acnes) ซึ่งก่อให้เกิดสิว จึงแตกต่างจากผลิตภัณฑ์แผ่นซับสิวตัวอื่นที่เป็นเพียงแผ่นปิดป้องกันสิ่งสกปรกเท่านั้น โดยส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมาจากธรรมชาติ ทั้งยางและสารสกัดจากเปลือกมังคุด จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย

แผ่นซับสิว AcneQ ผ่านการรับรองการวิจัยทางคลินิก โดยทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแผ่นซับสิวทั่วไปที่ทำจากสารไฮโดรคอลลอยด์ พบว่า สิวอักเสบที่ได้รับการรักษาด้วยแผ่นซับสิว AcneQ ช่วยให้ขนาดของสิวลดลงมากกว่าการใช้แผ่นซับสิวที่ทำจากสารไฮโดรคอลลอยด์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังพบว่าช่วยลดรอยแดงที่เกิดจากสิว และการอักเสบได้ดีกว่าด้วยคุณสมบัติ 4 ประการ คือ ปกป้อง ดูดซับ ฟื้นฟู และลดการอักเสบ โดยตลอดการศึกษาและทดสอบจากอาสาสมัครมีความพึงพอใจไม่พบผลข้างเคียงใดๆ

‘ผ้าขาวม้า ผ้าสารพัน’แฟชั่นผ้าขาวม้าทอมือสู่รันเวย์ระดับโลก ต่อยอดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขาวม้า สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนผู้ผลิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280954

‘ผ้าขาวม้า ผ้าสารพัน’แฟชั่นผ้าขาวม้าทอมือสู่รันเวย์ระดับโลก ต่อยอดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขาวม้า สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนผู้ผลิต

‘ผ้าขาวม้า ผ้าสารพัน’แฟชั่นผ้าขาวม้าทอมือสู่รันเวย์ระดับโลก ต่อยอดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขาวม้า สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนผู้ผลิต

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นกิจกรรมดีๆ อีกหนึ่งกิจกรรมสำหรับ “โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย” ที่ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “ผ้าขาวม้า ผ้าสารพัน”เพื่อสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของผ้าขาวม้าในเชิงศิลปวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ส่งเสริมให้แต่ละชุมชนสร้างผ้าขาวม้าที่มีอัตลักษณ์อันโดดเด่นชัดเจนและผลักดันให้เกิดการแปรรูปผ้าขาวม้าเป็นสินค้าที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง

ภายในงานจัดพิธีมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายอินสตาแกรมผ้าขาวม้า 3 ประเภทได้แก่ ประเภทผ้าขาวม้าขบขัน, ประเภทผ้าขาวม้าสร้างสรรค์, ประเภทผ้าขาวม้าทั่วไทย แฟชั่นโชว์คอลเลคชั่น Play ออกแบบโดย ลินดา เจริญลาภ ดีไซเนอร์จากแบรนด์ LALALOVE ที่โกอินเตอร์ไปเฉิดฉายบนรันเวย์ระดับโลกอย่างงาน Amazon Fashion Week TOKYO 2017 มาแล้ว ซึ่งแฟชั่นโชว์ชุดนี้โดดเด่นทันสมัย โดยดีไซเนอร์คนเก่งจับเอาเอกลักษณ์ลายตารางของผ้าขาวม้า จับคู่สีตัดกันสวยงามมาดีไซน์ให้มีความทันสมัยและเพิ่มลูกเล่นที่ดูน่ารัก เก๋ไก๋ด้วยฝีมือการเพ้นท์ผ้ารูปสัตว์ และการละเล่นไทย ของ Artist แถวหน้าของเมืองไทยอย่าง หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ (โอ๋ ฟูตอง) โดยมีนางแบบคนสวย ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุข และ น้องนิริน-ปณิริน ธรรมวัฒนะ ลูกสาว หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ มาร่วมสร้างสีนสันบนเวทีแฟชั่นโชว์ พร้อมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าทอมือคุณภาพดีจากชุมชนผู้ผลิตให้ผู้มาร่วมงานได้อุดหนุนสินค้าไทยอีกด้วย

อภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะเลขานุการร่วมภาครัฐ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เผยว่า“โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย เป็นหนึ่งในหลายโครงการของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้าทีมภาครัฐ และ ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชน ส่วนผมรับหน้าที่เลขาธิการภาครัฐ ซึ่งในส่วนราชการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐในโครงการนี้ ในประเทศไทยผ้าขาวม้าเปรียบดังผ้าอัศจรรย์ สารพันประโยชน์ ตอนเด็กใช้เป็นเปลนอนโตขึ้นมาเป็นเสื้อผ้านุ่งห่ม โพกศีรษะ บังแดดยามออกไปทำงาน ซึ่งอยู่ในวิถีชีวิตคนไทยมาตลอดทุกช่วงอายุ ชาวบ้านใช้ผ้าขาวม้ามาตั้งแต่สมัยเชียงแสน ปรากฏหลักฐานภาพวาดอยู่ในวัดที่จังหวัดน่าน เป็นภาพคนเชียงแสนไม่ใส่เสื้อ แต่นุ่งผ้าขาวม้า ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สื่อถึงวิถีชีวิตของชุมชนมานานกว่า 700 ปี ดังนั้น ทางกรมการพัฒนาชุมชนกับบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด จึงมีความเห็นร่วมกันว่าควรทำโครงการนี้เพื่อให้ผ้าขาวม้ากลับมาได้รับความสนใจในวงกว้าง เพราะเป็นผ้าที่ชุมชนผลิตได้ง่าย และมีชุมชนผลิตทั่วประเทศ เป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับประชาชนระดับฐานราก”

ด้าน ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เผยว่า“โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย เป็นความตั้งใจของทีมงานทุกคนในส่วนของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ทีมงานมีโอกาสลงพื้นที่ไปศึกษาชุมชน ได้รู้จักคนท้องถิ่นของแต่ละชุมชน และพูดคุยกันว่าอยากทำแผนพัฒนาผ้าขาวม้า เพราะเป็นสิ่งใกล้ตัวและใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน อยากสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น เลยมานั่งคิดว่าเดิมในการทอผ้าขาวม้าไม่มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนในแต่ละชุมชน เราจึงอยากให้แต่ละชุมชนมีผ้าขาวม้าที่เป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เพราะทุกจังหวัดมีสีประจำจังหวัด รวมทั้งช่วยหาช่องทางในการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งจะมีการเชื่อมโยงคนในชุมชนกับภาคเอกชน เชื่อมโยงกับลูกค้าได้ซึ่งจะทำให้มีโอกาสในการอุดหนุนผ้าพื้นที่เขามากยิ่งขึ้น”

ประกวดวงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ โครงการ ‘บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน’ ปีที่7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281015

ประกวดวงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ โครงการ ‘บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน’ ปีที่7

ประกวดวงดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ โครงการ ‘บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน’ ปีที่7

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กองทัพบก ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวโครงการ “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” ปีที่7 ภายใต้แนวคิด “สืบสานพระราชปณิธาน บทเพลงพระราชนิพนธ์ น้อมถวายแด่องค์ราชัน” โดยเปิดเวทีให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาที่มีใจรักในด้านดนตรีทั่วประเทศ ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และได้แสดงความสามารถผ่านการประกวดวงดนตรีร่วมสมัย ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดยมี พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ให้รายละเอียดในการจัดงาน ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก

พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เผยว่า กองทัพบกนอกจากหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศแล้ว ยังเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการธำรงไว้ซึ่งความสงบสุขและความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ตลอดมา ซึ่งโครงการ “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 แล้ว เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน บทเพลงพระราชนิพนธ์ น้อมถวายแด่องค์ราชัน ด้วยการเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านการประกวดวงดนตรีสากลร่วมสมัยในระดับมัธยมศึกษา ภายใต้แนวคิด “สืบสานพระราชปณิธาน บทเพลงพระราชนิพนธ์ น้อมถวายแด่องค์ราชัน”

“ประโยชน์ที่เยาวชนผู้ร่วมโครงการจะได้รับ คือองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านดนตรีที่จะมีเพิ่มขึ้นจากคณะกรรมการที่เป็นทั้งผู้ตัดสิน และวิทยากร รวมถึงเคล็ดลับด้านดนตรีใหม่ๆ ที่จะนำไปพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคตได้อย่างดี และแนวคิดของโครงการ เป็นเรื่องของการแสดงความจงรักภักดี ซึ่งจะทำให้เยาวชนมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อปวงชนชาวไทยและประเทศชาติ ก่อให้เกิดเป็นความจงรักภักดีที่จะแผ่ขยายไปในกลุ่มเยาวชนในที่สุด นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือทุกคนจะได้ฝึกความอดทน การแบ่งเวลาสำหรับฝึกซ้อม ได้ฝึกสมาธิ ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อห่างไกลจากยาเสพติด และสิ่งยั่วยุต่างๆ ตลอดจนสามารถจะนำประสบการณ์ไปพัฒนาตนเองให้ก้าวสู่เวทีระดับสากลต่อไปได้ เพราะตระหนักว่าเยาวชนเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ จึงพร้อมที่จะให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อปลูกฝังสิ่งดีๆ เหล่านี้ลงไปในจิตใจของเด็กเพื่อมุ่งหวังให้พวกเขาเติบโตเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคตต่อไป”

หลักเกณฑ์การแข่งขันในปีนี้ จะไม่จำกัดประเภทเครื่องดนตรีที่เล่น และเปิดโอกาสให้วงดนตรีเยาวชนระดับมัธยมศึกษาที่มีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 20 คน ได้เข้าร่วมประกวด โดยจะใช้เพลงในการประกวดทั้งหมด 3 เพลง เพื่อแสดงความหลากหลายในความสามารถด้านดนตรี ได้แก่ เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 1 เพลง, เพลงช้าตามความถนัด 1 เพลง และเพลงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 1 เพลง โดยจะมีกิจกรรมรอบคัดเลือกเพื่อไปคัดเลือกวงดนตรีจากทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี้ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดวงตัวแทนของ 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ, ภาคอีสาน, ภาคใต้, ภาคกลาง และกรุงเทพฯ โดยจะคัดภูมิภาคละ 1 วง เท่านั้น เพื่อเข้ารับการอบรมจากเทรนเนอร์ผู้มีคุณวุฒิของแต่ละภาค อาทิ โอ๋-เจษฎา สุขทรามร, เล็ก-อริญชย์ ปานพุ่ม, ปั๋ง-ประกาศิต โบสุวรรณ เป็นต้น เพื่อมาแข่งขันหาแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศ ที่จะมีคณะกรรมการ อย่าง อ้อม-ชุมพล สุปัญโญ, เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน, หนึ่ง-จักรวาร เสาธงยุติธรรม, ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน และ แมว-จิรศักดิ์ ปานพุ่ม เป็นผู้ตัดสินในช่วงเดือนสิงหาคมนี้”

ด้าน เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ด้วยเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ได้มีโอกาสแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงปลูกฝังให้เยาวชนได้รับรู้ สร้างความเข้าใจและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์
ที่มีต่อปวงชนชาวไทย ผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ ที่ทรงคิดค้น ทดลองขึ้นเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้อยู่ดีกินดี”

ทั้งนี้ เยาวชนผู้สนใจที่จะเข้าร่วมโครงการ “บทเพลงรักแห่งแผ่นดิน” ปีที่ 7 สามารถเข้าไปดาวน์โหลดใบสมัครและติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ ได้ที่ http://www.thetreeofloves.com โดยผู้ชนะจะได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ ซึ่งออกแบบโดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ พร้อมรางวัลสูงสุด รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

คุณแหน : 17 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281013

คุณแหน : 17 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 17 กรกฎาคม 2560

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● ปราศรัย รัชไชยบุญ จะเข้ารับเข็มและโล่เกียรติยศ จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ปี 2560 ณ ศูนย์วัฒนธรรมฯ 29 ก.ค. หลังจากได้รับรางวัลนักแปลดีเด่นจาก 2 สถาบัน คือ สุรินทราชา และ นราธิป เมื่อหลายปีก่อน…และทุกครั้งที่ได้รับรางวัลระดับชาติ “คุณปราศรัย” จะได้รับเพชรน้ำงามเป็นของขวัญจากสามี สุวัตถิ์ อย่างรู้ใจ ส่วนลูกๆ ปารเมศร์ และ บุรณี จะตอบแทนพระคุณแม่ด้วยรถยนต์ยี่ห้อ เฟอรารี่ หรือโรลส์-รอยซ์..ทั้งรุ่นพี่ เพื่อน น้อง ราชินี รอลุ้นฟังข่าวด้วยใจระทึกจะเก็งผิดหรือเก็งถูก คงได้รู้ในเร็ววัน..

 

● ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข ประธานดำเนินงาน “การประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษา เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร”เป็น ประธาน เปิดการเสวนา “เคล็ดลับ & การเตรียมตัว” ชิงถ้วยพระราชทานในหลวงรัชกาลที่ 9  ณ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ 22 ก.ค. 09.00 น. …

●● ขอแสดงความยินดีแด่  “10 ครูคุณธรรม ดร.เทียม โชควัฒนา” อาทิ ทิชา ณ นคร,รศ.ดร.สมใจ วิชัยดิษฐ,อุมา บุญประกอบ,ศิริวรรณ ศรีเสริมโภค,ผศ.อุบล สมทรง ฯลฯขึ้นรับโล่ประกาศเกียรติคุณ จัดโดย ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา ประธานโครงการคุณธรรมฯ มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา เพื่อเชิดชูคุณครูที่มีคุณธรรมให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นต้นแบบของคุณครู ปลูกฝังความดีแก่เยาวชนของชาติ..

●● ชนินทร์ วรรณดิษฐ์ จูงมือศรีภรรยา จณา พร้อมลูกหลานรวม 5 ชีวิต เตรียมไปท่องเที่ยวกรุงลอนดอน3 อาทิตย์  30 ก.ค.-20 ส.ค…

●● เดือนหน้า คุณหญิงจิตตระการ  ทองใหญ่ ชักชวนภรรยาเพื่อนๆ สามีAC2494 ไปพักผ่อนที่กองบิน จ.ประจวบฯ แล้วรับอาสาเป็นไกด์พาเพื่อนเที่ยวหว้ากอ ด่านสิงขร และพานมัสการหลวงปู่ทวด วัดห้วยมงคล เดือนหน้า  25-27 ส.ค. …

●● ปานพิมพ์ คุณะเกษม แบรนด์เมเนเจอร์ Salvatore Ferragamo เอาใจสาวกรองเท้าหรูสัญชาติอิตาเลียนจัดงานเปิดตัวคอลเลคชั่นรองเท้าสำหรับฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2017 ภายใต้การออกแบบของ มร.พอล แอนดรูว์ ในงาน “HIGH TECH | HIGH CRAFT”18 ก.ค.  6 โมงเย็น ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน  นิทรรศการจะจัดถึงวันที่ 22 ก.ค….

●● ข่าวฉาวคาวโลกีย์เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มหลังจากดูข่าวที่ “สาวสวยคนดัง” ประกาศผ่านจอแก้วช่องน้อยสีว่าเธอได้หย่าขาดจากสามีหนุ่มรูปหล่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  หลังจากไปเกาะแกะต่อยอดธุรกิจโซลาร์เซล แล้วแสดงตัวแย่งมหาเศรษฐีหนุ่มที่มีลูกมีเมียโดยไม่เกรงกลัวบาปกรรมที่ทำครอบครัวอื่นแตกแยก แต่เธอเป็นลูกครึ่ง จึงไม่กลัวผิดศีลข้อ 3  ต้นงิ้วก็ไม่กลัว เพราะไปริดหนามมาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนความเคลื่อนไหวของฝ่ายชายที่เป็นที่รู้กันว่ามีเสน่ห์มากมายท่ามกลางทรัพย์สินล้นเหลือนั้น  บอกว่าจะไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้ครอบครัวแตกแยกแน่ ดอกไม้ริมทางจะถอยหรือจะสู้  คงต้องคอยดูต่อไปว่าสถาบันครอบครัวของหนุ่มเจ้าสำราญ จะสั่นคลอนแค่ไหน..●●

คุณแหน

9 เยาวชนมิตรภาพ-วัฒนธรรมไทย ร่วมงานกิโมโน เฟสติวัล ที่เมืองโกเบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280983

9 เยาวชนมิตรภาพ-วัฒนธรรมไทย ร่วมงานกิโมโน เฟสติวัล ที่เมืองโกเบ

9 เยาวชนมิตรภาพ-วัฒนธรรมไทย ร่วมงานกิโมโน เฟสติวัล ที่เมืองโกเบ

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

9 เยาวชนมิตรภาพ-วัฒนธรรมไทย จะไปโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทยในงาน “กิโมโนเฟสติวัล ครั้งที่ 45 ณ เมืองโกเบ” ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2560 นี้ พร้อมนำการแสดงประยุกต์ เรื่องราวศาสตร์พระราชารำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในรัชกาลที่ 9 ไปแสดง ตามคำเชิญของสถาบันนิฮอนวาโสกากุเอน และร่วมงาน 150 ปีครบรอบท่าเรือเมืองโกเบของญี่ปุ่น โดยจะนำเทปบันทึกโทรทัศน์การอบรมเยาวชนก่อนการเดินทาง มาออกอากาศในรายการทราเวิล&เฮลท์วาไรตี้ พร้อมงานแถลงข่าวการประกวดแกะสลักผักผลไม้ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเปิดตัวหนังสือรักษ์ด้วยใจ มีชีวิต เล่มแรกของโลก

นายสมชาย พหุลรัตน์ ประธาน TCN ในฐานะเลขาธิการสมาคมมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น (กิโมโน) เมมเบอร์ของสถาบัน
นิฮอนวาโสกากุเอน และเป็นประธานโครงการแลกเปลี่ยนมิตรภาพ-วัฒนธรรม เผยว่า ปีนี้จะมีเยาวชนที่ได้รับเชิญจากทางประเทศญี่ปุ่นให้เดินทางไปร่วมงานการประกวดกิโมโน เฟสติวัล ครั้งที่ 45 ที่เมืองโกเบ (Kimono Festival 45th Kobe) โดยจะมีเยาวชนทั้งหมด 9 คน และ อาจารย์ผุสดี นาวาวิจิต ผู้เชี่ยวชาญวัฒนธรรม-ภาษาญี่ปุ่นและกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นฯ ในฐานะประธานฝ่ายประสานงานต่างประเทศ ได้อบรมให้ความรู้ในเบื้องต้นของงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมครั้งนี้ โดยมี
วีเจโด่ง-ธีรศักดิ์ พหุลรัตน์ ประธานเยาวชนมิตรภาพ-วัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น เป็นผู้สัมภาษณ์ครูและ 9 เยาวชนที่ร่วมเดินทางออกอากาศในรายการทราเวิล&เฮลท์วาไรตี้ ทางช่องบางกอกแชนแนล-ไอเอ็นเอ็น (Bangkok channel) และมี อ.มณทิรา เดชจินดา จากบ้านนาฏศิลป์เป็นผู้ควบคุมฝึกฝนการแสดง ซึ่งการแสดงจะมีหลายชุดด้วยกัน และหนึ่งในชุดนี้ที่ไปโชว์คือ การแสดงศิลปวัฒนธรรมที่น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งงานครั้งนี้นอกจากมีเยาวชนจากประเทศไทยแล้ว ยังมีผู้แทนจากสหรัฐอเมริกาและจีนมาร่วมงาน พร้อมกงสุลไทยในนครโอซากา คือ ชนิดา กมลนาวิน รองกงสุลไทยและรักษาการกงสุลฯ

นอกจากนี้ มาดามฮิโรโกะ มัสชึชีม่า (Mrs.Hiroko Matsushima) ประธาน Niho Waso Gakuen Nihon Reibi Association ยังได้นำเยาวชนไปร่วมแสดงในงานครบรอบ 150 ปีของท่าเรือเมืองโกเบอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแล้ว ยังช่วยเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยไปในตัว ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าประธานฯ ของญี่ปุ่นผู้นี้ เคยได้รับรางวัลเฟรนด์ ออฟ ไทยแลนด์ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มาแล้ว

สำหรับ 9 เยาวชนไทยที่จะเดินทางไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ประกอบด้วย น.ส.ธัญชนก ผลปรีชากุล, นายวัชรินทร์ ศิริเบญจวรรณ (ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี), ด.ญ.กัญญ์พรภัสร์ ตวงสิทธิสมบัติ (รร.ไตรมิตร), ด.ญ.ณิชชรีย์ ฉัตร์พิริยคุณ
(วิทยาลัยช่างศิลป์), ด.ญ.พนิตนันท์ ตวงสิทธิสมบัติ (รร.สาธิตกรุงเทพธนบุรี), ด.ญ.วรินทร์ทิรา สุขุมเจริญจิต, ด.ช.ภัทรพลสุขุมเจริญจิต (รร.สารสาสน์วิเทศสุวรรณภูมิ), ด.ญ.กวิณตรา วรสุทธิไพบูลย์ (รร.สารสาสน์เอกตร้าธนบุรี), ด.ญ.วชิราภรณ์ กิตติวรคุณ (รร.เซนต์โยเซฟคอนแวนต์) ซึ่งเป็นเยาวชนที่ อ.มณทิรา และอ.ปลา เป็นผู้คัดเลือกฝึกฝนการแสดง

นอกจากนี้ ในรายการทราเวิล&เฮลท์วาไรตี้ ยังนำเสนองานเปิดตัวหนังสือรักษ์ด้วยใจ มีชีวิตเล่มแรกของโลก และงานแถลงข่าวการจัดประกวดแกะสลักผักผลไม้ งานใบตองดอกไม้สด ครั้งที่ 19 หัวข้อ “เฉลิมทศวรรษพระราชปณิธานสานฝันศิลป์นวมินทรามหาราชินีจักรีพิภพ” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม 2560 ผู้ชนะการประกวดจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ประธานจัดงานคือ อารยา อรุณานนท์ชัย พร้อมคณะกรรมการผู้ร่วมสนับสนุน อาทิ อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.กองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ผศ.พิศศรี กมลเวชช จาก ม.ธุรกิจบัณฑิตย์, มร.โบโด คลินเก้นเบิร์ก ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียวแบงกอกฟอร์จูน, ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ในฐานะผู้ร่วมสนับสนุน, ศ.ดร.มณีรัตน์ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการตัดสิน ที่กำลังจะผลักดันให้งานแกะสลักเป็นมรดกโลกจาก Unessco, นายคฑา ชินบัญชร และ ดร.บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นต้น โดยสามารถรับชมผ่าน Youtube หรือ Google พิมพ์คำว่า “17 กิจกรรมททท.-ประกวดแกะสลักผลไม้-150 ปีเมืองโกเบ(ท่าเรือ)” และติดตามฟังรายละเอียดทางรายการสนทนาสารพัน/รายการยิ้มกับข่างทาง FM 89.5

ดร.มนวิภา ประชัญคดี หนึ่งผู้ให้การสนับสนุนการประกวดแกะสลักผักผลไม้ฯ กล่าวว่า การประกวดแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ เป็นสิ่งสวยงาม บ่งบอกถึงความประณีตความละเอียดอ่อนและความคิดสร้างสรรค์ของบรรพบุรุษของชาติไทย และเป็นการนำศิลปวัฒนธรรมเผยแพร่สู่สายตาประชาชน และยังเป็นการรักษาศิลปวัฒนธรรมอันสวยงามเหล่านี้ให้เป็นที่รู้จักและอยู่ในงานสายตาของประชาชนสืบทอดไปจนถึงรุ่นลูกหลาน

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ กล่าวว่า ทางททท.โดยกองส่งเสริมกิจกรรม และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผอ.ฝ่ายกิจกรรม ได้เห็นความสำคัญของการประกวดแกะสลักผัก-ผลไม้ ผสานงานใบตอง ดอกไม้สด ที่ถือว่าเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่ถือว่าเป็นมรดกที่มีค่าที่สืบทอดมาช้านาน ต้องใช้ฝีมือความสามารถเฉพาะตัวและยังเป็นการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ประจำของชาติไทย ซึ่งไม่มีชาติใดเสมอเหมือน ททท.จึงได้ให้การสนับสนุนและร่วมจัดงานมาตลอด เพราะงานนี้ยังถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไปด้วยในตัวและทำให้เยาวชนและนักศึกษาได้มีการฝึกฝนเพื่อเตรียมพร้อมแข่งขันทุกปี