‘ควอเทียร์ ทุเรียน เฟสติวัล และของดี 10 จังหวัดภาคใต้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280124

‘ควอเทียร์ ทุเรียน เฟสติวัล  และของดี 10 จังหวัดภาคใต้’

‘ควอเทียร์ ทุเรียน เฟสติวัล และของดี 10 จังหวัดภาคใต้’

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดิ เอ็มควอเทียร์ ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงเทพฯ จัดงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียนสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายเทศกาลทุเรียนแห่งปี ให้อิ่ม อร่อย จุใจ 11 วันเต็ม ในงาน “ควอเทียร์ ทุเรียน  เฟสติวัล และของดี 10 จังหวัดภาคใต้” ระหว่างวันที่ 13-23 กรกฎาคมนี้ ที่ ควอเทียร์ อเวนิว, ดิ เอ็มควอเทียร์

เพื่อเป็นการส่งท้ายเทศกาลราชาแห่งผลไม้อย่างยิ่งใหญ่ ดิ เอ็มควอเทียร์ จึงได้จัดงาน “ควอเทียร์ ทุเรียน เฟสติวัล และของดี 10 จังหวัดภาคใต้”ส่งตรงทุเรียนหมอนทองสายพันธุ์ ป่าละอู จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องมีรสหวาน เนื้อแห้ง หนา เนียนละเอียด มีความมันมากกว่าความหวาน กลิ่นไม่แรง อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะสายพันธุ์ที่คนรักทุเรียนยกให้เป็นที่หนึ่ง พร้อมยกขบวนของดี ของเด็ด 10 จังหวัดภาคใต้ อาทิ ส้มโอทับทิมสยาม, สับปะรดสวี, มะม่วงเบา, กาแฟทุเรียน, ป๊อปคอร์นทุเรียน, คุกกี้ไส้สับปะรด, เงาะนาสารอบแห้ง, กล้วยเล็บมือนางทอดและอื่นๆ อีกมากมาย มาให้ได้เลือกชิม ช็อปอย่างจุใจ

และพลาดไม่ได้ พบไฮไลท์ บุฟเฟ่ต์ทุเรียนหมอนทองภาคใต้คัดเกรดระดับพรีเมียมให้อิ่ม อร่อย แบบจัดเต็ม พร้อมผลไม้ขึ้นชื่อจากภาคใต้อีกมากมาย อาทิ มังคุด จากนครศรีธรรมราช, สละพันธุ์สุมาลี และเงาะโรงเรียน จากนาสาร สุราษฎร์ธานี, มะม่วงน้ำดอกไม้สุกและมะพร้าวน้ำหอม จากประจวบคีรีขันธ์, ลองกองจากชุมพร, แตงโมกินรี จากนครศรีธรรมราช ฯลฯ และสามารถเลือกอร่อยกับขนมหวานและไอศกรีมสมุทรสาครหลากหลายรสชาติ ในราคาบุฟเฟ่ต์เพียง ท่านละ 559 บาท พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ผู้ถือบัตร M Card รับส่วนลดเหลือเพียง 459 บาท

โดยงาน “ควอเทียร์ ทุเรียน เฟสติวัล และของดี 10 จังหวัดภาคใต้” แบ่งรอบการรับประทานบุฟเฟ่ต์เป็ น 7 รอบ/วัน สามารถอร่อยได้รอบละ 1 ชั่วโมงเต็ม (รอบแรกเริ่มเวลา 10.30 น. และรอบสุดท้ายเวลา 19.30 น. ซื้อบัตรได้ที่เคาน์เตอร์ จำหน่ายบัตรหน้างาน ระหว่างวันที่ 13-23 กรกฎาคมนี้ ที่ ควอเทียร์ อเวนิว, ดิ เอ็มควอเทียร์

ทึ่งเยาวชนไทย นักเรียนนอกหัวใจรักษ์โลก เนรมิตโครงการ ‘Keep To Share กล่องวิเศษ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280122

ทึ่งเยาวชนไทย นักเรียนนอกหัวใจรักษ์โลก  เนรมิตโครงการ ‘Keep To Share กล่องวิเศษ’

ทึ่งเยาวชนไทย นักเรียนนอกหัวใจรักษ์โลก เนรมิตโครงการ ‘Keep To Share กล่องวิเศษ’

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เยาวชนโครงการ Keep To Share ร่วมแสดงพลังพร้อมพันธมิตรผู้ใหญ่ใจดี

นับเป็นเยาวชนไทยรุ่นใหม่ที่ตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในสังคมไทย และมีความมุ่งมั่นในการรณรงค์ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะ ศุภพัฒน์ อึงศรีสวัสดิ์ หรือ บูม นักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ Grade 11 (มัธยมศึกษาปีที่ 5) ที่โรงเรียนเคนท์ รัฐคอนเนตทิคัต ประเทศสหรัฐอเมริกาขอใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในช่วงปิดเทอมเดินทางกลับประเทศไทย สานต่อโครงการ “Keep To Share กล่องวิเศษ” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน รวมถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ตระหนักในเรื่องปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปัญหาขยะ โดยเฉพาะขยะกล่องเครื่องดื่มยูเอชที ที่ถูกทิ้งเป็นขยะสูงถึง 80,000 ตันต่อปี และต้องใช้เวลาหลายร้อยปีในการย่อยสลายโดยมุ่งเน้นให้ความรู้ที่ถูกต้องในการแกะ ล้าง เก็บ กล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้ว และนำมาบริจาค เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นแผ่นชิปบอร์ด ผลิตเป็นโต๊ะและเก้าอี้นักเรียน เพื่อมอบให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศต่อไป

ศุภพัฒน์ อึงศรีสวัสดิ์ ในฐานะผู้ก่อตั้งและประธานโครงการ Keep To Share ได้กล่าวถึงที่มาของโครงการ “Keep To Share กล่องวิเศษ” ว่า ริเริ่มโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2559 จากประสบการณ์ในชีวิตประจำวันนั้นเห็นว่าภายหลังจากการใช้สินค้าอุปโภคบริโภคหมดแล้ว คนส่วนใหญ่จะเก็บแต่ขวดน้ำพลาสติก, ขวดสบู่, ขวดยาสระผม, กระป๋องเครื่องดื่ม, ขวดแก้ว, หรือแม้แต่กระดาษหนังสือพิมพ์ เพราะสามารถขายได้ราคาในการรับซื้อเพื่อนำไปรีไซเคิล แต่ไม่มีคนใส่ใจที่จะเก็บกล่องเครื่องดื่ม ยูเอชที เพราะไม่มีมูลค่า จึงทำให้กล่องเครื่องดื่มยูเอชทีกลายเป็นขยะในที่สุด ซึ่งในประเทศไทยมีการใช้กล่องเครื่องดื่มมากถึง 80,000 ตันต่อปี แต่มีการนำกล่องเครื่องดื่มมารีไซเคิลเพียงแค่ประมาณ 0.07% เท่านั้น ปริมาณกล่องเครื่องดื่มมากกว่า 99% จึงกลายเป็นขยะสร้างปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อมอีกทั้งกล่องเครื่องดื่มนั้นมีส่วนประกอบหลัก3 ส่วน คือ กระดาษ, พลาสติก PE และอะลูมิเนียม ซึ่งจะต้องใช้เวลาหลายร้อยปีในการย่อยสลาย


ศุภพัฒน์ อึงศรีสวัสดิ์ ในฐานะผู้ก่อตั้งและประธาน

ในปีนี้ โครงการ “Keep To Shareกล่องวิเศษ” ขยายพันธมิตรโดยร่วมกับ บริษัท อำพลฟู๊ดส์ จำกัด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด บริษัท เอ็น เอ็ม แอล จำกัดและบริษัท เอสไอจี คอมบิบล็อก จำกัด สานต่อกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในการมุ่งลดปริมาณขยะของกล่องเครื่องดื่มยูเอชที ด้วยการให้ความรู้อย่างถูกต้อง ในการแกะ ล้าง เก็บ กล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้ว ส่งเข้ามายังศูนย์รีไซเคิลอำพลฟู๊ดส์ หรือสามารถบริจาคได้ที่จุดรับกล่องเครื่องดื่ม ยูเอชที ณ ศูนย์การค้าใจกลางเมืองกรุงเทพฯ 6 จุด ภายในอาคารศูนย์การค้าสยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และอาคารจอดรถ Siam Car park เพื่อนำมารีไซเคิลเป็นแผ่นชิป บอร์ด ผลิตเป็นโต๊ะ-เก้าอี้นักเรียน เพื่อมอบให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศ

โดยล่าสุด ศุภพัฒน์ได้เข้าไปทำกิจกรรมรณรงค์และให้ความรู้ด้านการลดปัญหาขยะให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดโพธิ์เอนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยกลุ่ม Keep To Share ได้ทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ร่วมกับน้องๆ และวางเป้าหมายร่วมกันในการจัดเก็บกล่องนมโดยแบ่งเป็นกิจกรรมหลักๆ 3 กลุ่มคือ

กลุ่มที่ 1 : ได้ให้ความรู้เบื้องต้นแก่น้องๆ ถึงวัสดุที่ใช้ในการทำกล่องกระดาษ แต่ละวัสดุสามารถนำมาใช้ในการรีไซเคิลเป็น โต๊ะ, เก้าอี้, หลังคาบ้าน, เรือ, หรือวัสดุที่ใช้ตกแต่งบ้านได้ น้องๆ ทุกคนได้เล่มเกมส์การวางเรียงชั้นวัสดุของกล่องให้ถูกต้อง

กลุ่มที่ 2 ได้ทำกิจกรรม แกะ และ พับกล่องนม โดยให้น้องๆได้ดื่มนมและเรียนรู้วิธีพับกล่องนม เพื่อให้น้องๆ เห็นถึงความสำคัญของการพับกล่องให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อที่จะสามารถบรรจุลงในจุดรับกล่อง ให้ได้จำนวนมากชิ้นขึ้นและลดจำนวนครั้งในการมาเก็บกล่องเหล่านั้น ซึ่งการลดจำนวนครั้งที่ใช้ในการมารับกล่อง จะช่วยลดพลังงานในการใช้น้ำมัน และลดปัญหาด้านมลพิษของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย


กิจกรรมสันทนาการกับนักเรียนรร.วัดธาตุทอง

กลุ่มที่ 3 ได้ทำกิจกรรมตกแต่งการ์ดที่ได้จากกระดาษรีไซเคิล ทั้งนี้น้องๆได้รับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการนำกระดาษที่ใช้แล้วมารีไซเคิลเป็นกระดาษสา

ในฐานะที่เป็นเยาวชนไทยรุ่นใหม่ ศุภพัฒน์ บอกภูมิใจ ที่ได้มีบทบาทในการรณรงค์ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและการแบ่งปันกลับคืนสู่สังคมไทย หวังว่าโครงการ “Keep 2 Share กล่องวิเศษ” จะเป็นอีกฟันเฟืองในการปลูกจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ให้มีหัวใจสีเขียวและร่วมใจรวมกันรักษ์โลก เพื่อต่อยอดไปสู่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับชาติได้

ร่วมติดตามและสนับสนุนกิจกรรมทำดีจากเยาวชนไทยได้ที่ Website : http://www.keeptoshare.org/k2s พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการด้วยการรวบรวมกล่องเครื่องดื่มส่งจุดรับบริจาคที่ สยามพารากอนสยามเซ็นเตอร์ และอาคารจอดรถ Siam Car Park ได้ตั้งแต่เดือนนี้-กันยายน 2560 นี้

คุณแหน : 12 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280128

คุณแหน : 12 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 12 กรกฎาคม 2560

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll เนื่องจากจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเดือนตุลาคมปีนี้ และกิจกรรมหนึ่งที่จะทำได้ก็คือ การปลูกดอกดาวเรืองเพื่อส่งเสด็จ ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ จึงเชิญชวนชาวไทยรวมใจกันปลูกดอก“ดาวเรือง”เพื่อส่งเสด็จ  ดอกดาวเรืองจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ก็จะบาน ดังนั้นจึงมีคำแนะนำให้ปลูกดอกดาวเรืองกันในเดือน“สิงหาคม”หากพอมีพื้นที่กัน…

ll ขำๆ จากคุณหมอต้น นพ.กฤษฎา ศิรามพุช…คุณหมอเพิ่งไปพูดให้สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯฟังเมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา พูดสนุกด้วยจนคนฟังลืมไปเลยว่ากำลังฟังใครพูด มีคนยกมือถามในตอนท้ายว่า“คุณหมอพูดเก่งจัง เรียนจบคณะอะไรคะ?”หมอต้นขำกลิ้งอยู่บนเวที ตอบว่า“ขอบคุณครับที่ฟังผมเพลินจนลืมไปเลยว่าผมเป็นหมอ”คนฟังเลยพากันขำกลิ้งไปด้วย…

 

ll นั่งอยู่บ้านนานๆ ไม่ได้ เป็นมีอาการปวดหลังต้องหาอะไรทำโน่นนี่ ท่านทูต อัจฉรา เสริบุตร เลยไปทำดอกไม้จันทน์กับเพื่อนจุฬาฯ 2510 ที่รวมตัวกันตั้งแต่จัดเทศน์มหาชาติ เพื่อนๆ ปรึกษากันว่าจะจัดส่งดอกไม้จันทน์ที่ทำเสร็จแล้วไปช่องทางไหนดี ไอเดียผุดขึ้นมาทันทีว่าต้องส่งไปต่างประเทศจึงจะเก๋จริง ว่าแล้วก็ยกโทรศัพท์ขึ้นโทร.หา พรรณนภา จันทรารมย์ ผู้ซึ่งกำลังจะเดินทางไปรับตำแหน่งกงสุลใหญ่ฯประจำนครแฟรงเฟิร์ส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ดอกไม้จันทน์ของสว.กลุ่มนี้จึงจะ Go Inter แล้ว ทางสถานทูตอื่นๆ ถ้าจะให้ไปสอนก็ยินดีไป ขอแค่ตั๋วเครื่องบินก็พอ ข่าวล่ามาเร็วว่ามีออเดอร์มาจากสถานทูตหลายแห่งแล้ว ขออนุโมทนาค่ะ แต่ตั๋วเครื่องบิน คอยหายๆ…

ll พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ไปทริปเกาะเต่า-นางยวนกับเพื่อนและรุ่นน้องวัฒนาวิทยาลัย ในช่วง Full Moon มีแต่คนถามว่ามาทำงานหรือเที่ยว…

ll กฤตบุญ(ปิยะ) รณรื่น ได้รับเชิญไปที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 7 ก.ค. เพื่อร่วมกิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องด้วยเพลง“จามจุรีประดับใจ”มีการมอบลิขสิทธิ์เพลงให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ โดยศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีเป็นผู้รับมอบ…

ll จุฬาฯรุ่น2510 เริ่มคิดการงานฉลองของรุ่นในเดือนพฤศจิกายน ด้วยการประเดิมการประชุมคณะกรรมการจัดงานเมื่อวันหยุดยาวที่ผ่านมา ประธานจัดงาน อารุณี พิศาลบุตร กลับบ้านด้วยเสียงแหบแห้ง เพราะสู้เสียงคุยของเพื่อนๆ ไม่ไหว สว.ก็เหมือนเด็กอนุบาลนั่นแหละ…

ll อัมพรพิมพ์ วัชราภัย พักเหนื่อยจากงาน ชวนลูกๆ ไปปฏิบัติการไทยเที่ยวไทย หยุดยาวนี้ไปอีสาน ตระเวนเที่ยวสุรินทร์  ศรีสะเกษ…

ll ยุคลพร สินรัชตานันท์ ชวนลูกสาว ดีเจเหมียว-อัจฉริยา และเพื่อนๆ ลูก ไปทำบุญถวายพรมในอุโบสถและทำความสะอาดพื้นอุโบสถวัดราชโอรส เนื่องในวันพระใหญ่ ขออนุโมทนาต่อกุศลครั้งนี้ด้วยค่ะ…ll

หนูภาฯ

สมเด็จพระเทพรัตนฯ เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘อนุสรณ์ 40 ปี วิภาวดีรังสิต’ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280131

สมเด็จพระเทพรัตนฯ เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘อนุสรณ์ 40 ปี วิภาวดีรังสิต’ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

สมเด็จพระเทพรัตนฯ เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘อนุสรณ์ 40 ปี วิภาวดีรังสิต’ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงเสกสมรส กับ หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2489
ทรงเป็นคู่สมรสคู่เดียวที่ได้รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

เนื่องในโอกาสที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต สิ้นพระชนม์ครบ 40 ปี มูลนิธิวิภาวดีรังสิต จัดนิทรรศการ “อนุสรณ์ 40 ปี วิภาวดีรังสิต” เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระประวัติและผลงานของพระองค์หญิงทั้งในด้านวรรณกรรมและการรับราชการสนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการ โดยมี ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ประธานกรรมการมูลนิธิวิภาวดีรังสิต,ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ, ท่านผู้หญิงทัศนีย์บุณยคุปต์ และ ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รวมถึงคณะกรรมการมูลนิธิฯ แขกผู้มีเกียรติเฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม 2560

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต พระนามเดิม หม่อมเจ้าวิภาวดี (รัชนี)รังสิต ทรงเป็นธิดาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ (พระองค์เจ้ารัชนี แจ่มจรัสต้นราชสกุล รัชนี) และหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ (วรวรรณ) รัชนี ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2463 เสกสมรสกับหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 โดยทรงเป็นคู่สมรสคู่เดียว ที่ได้รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงมีธิดาด้วยกัน 2 คน คือ ม.ร.ว.วิภานันท์- ม.ร.ว.ปรียนันทนารังสิต ทรงเข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรภาคต่างๆ พระองค์หญิงทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นแม้ในเขตที่มีผู้ก่อการร้ายปฏิบัติการอย่างรุนแรง แต่ก็ยังทรงพระอุตสาหะเสด็จไปให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ถึงแนวหน้า จนกระทั่งวันที่16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 ระหว่างทางเสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อปฏิบัติภารกิจแทนพระองค์ ในการเยี่ยมบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ และประชาชนใน จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงเฮลิคอปเตอร์จนกระสุนทะลุเข้ามาถูกพระองค์หญิง ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นพระชนม์ ณ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้สถาปนาหม่อมเจ้าวิภาวดีรังสิต เป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2520และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์และประถมาภรณ์ช้างเผือกเพื่อเป็นพระเกียรติคุณสืบต่อไป


ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณในการตามเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทุกภาคทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2498

มูลนิธิวิภาวดีรังสิต ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2520 มี ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต เป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อเป็นอนุสรณ์และสืบทอดงานของพระองค์หญิงต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือบุคคลที่ประสบภัยส่งเสริมการศึกษาและให้ความรู้แก่เยาวชนส่งเสริมพระพุทธศาสนาและช่วยเหลือกิจการสงฆ์ ให้การช่วยเหลือในด้านการพัฒนาชุมชน และวางแผนครอบครัว ส่งเสริมและฟื้นฟูหัตถกรรมพื้นบ้าน สนับสนุนกิจการพิพิธภัณฑ์และเผยแพร่ความรู้ในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานของมูลนิธิ จำกัดอยู่ในเขตภาคใต้เท่านั้น เนื่องจากเป็นท้องถิ่นที่พระองค์หญิงทรงปฏิบัติภารกิจเมื่อยังทรงมีพระชนม์อยู่ มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญต่อการศึกษาของเยาวชนจึงได้สร้างห้องสมุดโรงเรียนและมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนเรียนดีแต่ครอบครัวมีฐานะขาดแคลน 5,000 กว่าทุน และมีความประสงค์ที่จะเพิ่มจำนวนทุนการศึกษาให้กว้างขวางมากขึ้นทุกปี

นิทรรศการในครั้งนี้ นอกจากจะได้ร่วมชื่นชมพระประวัติของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต แล้ว ยังได้พบกับต้นฉบับลายพระหัตถ์ของผลงานประพันธ์ เอกสาร และภาพถ่ายหายากที่ทรงสะสมจากเมื่อครั้งโดยเสด็จฯ ทรงเยือนต่างประเทศ รวมทั้งของใช้ส่วนพระองค์ต่างๆ ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน รวมทั้งในด้านวรรณกรรม อาทิ ปริศนา รัตนาวดี เจ้าสาวของอานนท์ ซึ่งทรงนิพนธ์ โดยใช้นามปากกาว่า ว.ณ ประมวญมารค และที่มาของชื่อ “ถนนวิภาวดีรังสิต” ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 (ดินแดง-ดอนเมือง) เป็นทางหลวงพิเศษหรือซูเปอร์ไฮเวย์ เชื่อมต่อในถนนกรุงเทพฯ กับถนนพหลโยธินสู่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย รัฐบาล ธานินทร์กรัยวิเชียร ได้นำพระนามมาตั้งชื่อถนน เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดีของพระองค์หญิง


เมื่อครั้งโดยเสด็จฯ ทรงเยือนนครรัฐวาติกัน พ.ศ.2503


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “อนุสรณ์ 40 ปี วิภาวดีรังสิต”


พระราชทานฉายพระรูปกับ คณะ กก. มูลนิธิวิภาวดีรังสิต ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ประธาน กก.มูลนิธิฯ, ปานศักดิ์ รังสิพราหมกุล,ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ, ดร.ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุญยคุปต์, ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล รัชนี, วัลลิยา ปังศรีวงศ์, ลลิตยา รังสิต, ม.ร.ว.อดิศรเดช สุขสวัสดิ์, ม.ร.ว.ภัทรชัย รัชนี และ ชูมาน ถิระกิจ


พระราชทานฉายพระรูปกับ “ครอบครัวรังสิต” ม.ร.ว.วิภานันท์ รังสิต, ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล-ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต, ด.ญ.ดารยา-ลลิตยา รังสิต จาติกวณิช-ปณัยกร จาติกวณิช, เทพราช รังสิต, นิตินันท์- ปิณิดา-อานนท์-จฏา คงสิริ


ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล-หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา, องคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์-พ.อ.หญิง ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์, ศ. (พิเศษ) ธานินทร์ กรัยวิเชียร และ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ


สองธิดา ม.ร.ว.วิภานันท์ รังสิต, ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต-ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล ต้อนรับ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล-หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา, ม.ร.ว.เบญจวรรณ(วรวรรณ) จักรพันธุ์, ม.ร.ว.ภัทรชัย รัชนี, ม.ร.ว.ธีรเดช รัชนี


สามท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา, ดร.ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์, ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์, ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล รัชนีและ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี


ดร.ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร


พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร และ น้องสาว กรรณิการ์ บุญตานนท์


คุณหญิงขวัญตา เทวกุลฯ และ ม.ร.ว.วิภานันท์ รังสิต


ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ และ สรวิช ภิรมย์ภักดี


สันติพันธ์-ดารกา จาติกวณิช


ม.ล.รดีเทพ เทวกุล, ทิพวรรณ เตชะวิจิตร์


ท่านผู้หญิงสุมาลีจาติกวณิช กับบุตรสาวและเขย ดร. คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา-รศ.ม.ร.ว.ชาญวุฒิ วรวรรณ


สวนิต คงสิริ, วิทยา-อรสา เวชชาชีวะ


ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์, ละออทิพย์ ณ บางช้าง และ ณัฐวรรณทีปสุวรรณ


ลลิตยา-ด.ญ.ดารยา รังสิต จาติกวณิช-ปณัยกร จาติกวณิช


ส่วนหนึ่งในนิทรรศการ “อนุสรณ์ 40 ปี วิภาวดีรังสิต”

เลือกถูก ใช้เป็น อุปกรณ์แต่งหน้าแบบมืออาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280112

เลือกถูก ใช้เป็น อุปกรณ์แต่งหน้าแบบมืออาชีพ

เลือกถูก ใช้เป็น อุปกรณ์แต่งหน้าแบบมืออาชีพ

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ป๊อด-อรนุช ว่องปรีชา

หากพูดถึงเรื่องการแต่งหน้า สาวๆ ส่วนมากจะนึกถึง เครื่องสำอางดีๆ ติดทน หรือวิธีการแต่งหน้าให้แลดูสวย แต่มีอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม นั่นคือ แปรงแต่งหน้าถือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในแต่งหน้าที่สำคัญมากเพราะช่วยให้การแต่งหน้าง่ายและช่วยให้ของการแต่งหน้าง่ายขึ้นและสะดวกขึ้น โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นจุดเล็กๆยิ่งต้องใช้แปรงแต่งหน้าในการช่วยแต่ง บิวตี้กูรูอย่าง ป๊อด-อรนุช ว่องปรีชาแห่งแบรนด์ Make Up Factory จึงอยากแนะนำชนิดแปรงแต่งหน้าชนิดต่างๆ เพื่อช่วยในการแต่งหน้าฝากสำหรับสาวๆ มือใหม่

ก่อนอื่นสาวๆ ควรรู้ว่าแปรงแต่งหน้าประกอบด้วย 5 กลุ่มแปรง ได้แก่ สำหรับเมคอัพเบสและรองพื้น แปรงสำหรับแป้งฝุ่น แปรงปัดสีบลัชออน แปรงเขียนคิ้ว อายแชโดว์และขอบตา และแปรงทาลิปสติก ซึ่งในแต่ละกลุ่มแปรงก็มีข้อควรรู้ในการใช้งานที่แตกต่างกันอีกด้วย

ตั้งต้นการแต่งหน้าโดยใช้ แปรงทาเมคอัพเบสและรองพื้น มีให้เลือกทั้งแปรง “ทรงพุ่ม” และ “ทรงแบนหัวตัดโค้ง” แปรงทาเมคอัพเบสและรองพื้นที่ทรงแบนหัวตัดโค้งใช้ Foundation Brush สำหรับ เมคอัพเบส รองพื้น คอนซิลเลอร์เนื้อชนิดน้ำ ลักษณะของแปรงเป็นหัวตัดโค้งจึงเหมาะกับการเก็บรายละเอียดของการแต่งหน้า เช่น บริเวณปีกจมูก มุมปาก หรือบริเวณที่ต้องการเน้นย้ำ


แปรงทาเมคอัพเบสและรองพื้น
ในขณะที่แปรงทรงพุ่มกลม Multitalent Powder and Foundation Brush ชนิด 2 in 1 ใช้ได้กับเครื่องสำอางชนิดเนื้อน้ำ และชนิดฝุ่น ขนแน่นและเบา จึงเหมาะกับการใช้ทาในพื้นที่กว้างและใช้ความรวดเร็วในการทา เมคอัพเบส รองพื้น คอนซิลเลอร์
แป้งชนิดอัดแข็ง โดยหากต้องการเพิ่มเน้นย้ำให้ใช้แปรงทาแล้ววนลงน้ำหนักเล็กน้อย และยังประหยัดเวลากว่าแปรงชนิดแบน

ส่วน แปรงปัดแป้งฝุ่นและแป้งฝุ่นอัดแข็ง Powder Brush เหมาะกับใช้ปัดหน้าในพื้นที่กว้าง และยังสามารถสร้างแนว contour โดยวางแปรงกึ่งกลางหน้าแล้วปัดไปแนวเส้นผม สำหรับ คาบูกิ บรัช Kabuki Brush เป็นแปรงใช้คู่กับแป้งฝุ่นทรงกลมขนพุ่มขนาดใหญ่ ชนิดขนแปรงแน่น ที่เหมาะกับการใช้กับแป้งฝุ่นชนิดMineral Powder Foundation แป้งฝุ่น และแป้งชนิดอัดแข็ง

แปรงปัดสีบรัชออน หากเลือกแปรงหัวตัดบรัชออน Blush Brush ขนแปรงแน่นเมื่อปัดสีของบรัชออน ให้แตะสีเพียงบางเบาแล้วจึงนำมาไล้ เนื่องจากเป็นขนแปรงชนิดตัดมุมจึงเหมาะแก่การสร้างแนว contour บนใบหน้า คือ เฉดดิ้ง ไฮไลท์ ปัดแก้มแบบเฉียงเพื่อทำให้ใบหน้าแลดูได้รูปขึ้น

แปรงที่ใช้สำหรับดวงตา ประกอบด้วย แปรงเขียนคิ้วและเขียนตาชนิดหัวตัด Eye Contour Brush มีคุณสมบัติทั้งใช้เป็น contour บริเวณขนคิ้วและเน้นเส้นไลน์บริเวณใกล้ไลน์ตา แปรงเป็นทรงแบนชนิดหัวตัดเฉียงจึงเหมาะกับการเขียนคิ้วชนิดเจล ชนิดฝุ่น หรือสามารถกรีดเป็นอายไลเนอร์ได้อีกด้วย


แปรงปัดแป้งฝุ่นและแป้งฝุ่นอัดแข็ง

ส่วน แปรงอายแชโดว์ (แบนใหญ่) Eye Shadow Brush (Large) ใช้ทาเปลือกตาไซส์ใหญ่ สามารถใช้ได้ทั้งแบบเปียก และแบบแห้ง เป็นแปรงทรงแบนที่มีขนาดกว้าง เพราะฉะนั้นจึงเหมาะกับใช้ในพื้นบริเวณ เช่น ใต้โหนกคิ้ว โหนกหน้าผาก สันจมูก ปลายคาง ข้างแนวร่องแก้ม

ในขณะที่ แปรงอายแชโดว์ (แบนเล็ก) Eye Shadow Brush (Small) ใช้ทาเปลือกตาบริเวณแคบ เน้นให้สีที่ชัดเจน และสามารถใช้ไล่สีหัวคิ้วให้ฟุ้ง ใช้กับคอนซิลเลอร์ เป็นไฮไลท์บริเวณ หัวตา และหน้าแก้ม

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งตาแบบ Smoky Eyes ต้องไม่พลาด แปรง เบลนดิ้ง (สีขาว) Soft Blending Brush แปรงอายแชโดว์ ที่ใช้ทาเปลืองตาชนิดหัวแปรงกลม เป็นแปรงขนนุ่มมาก เหมาะสำหรับการเกลี่ยไล้สีและการใช้ contour เพื่อสร้างแนวเส้นไลน์แนวกระบอกตา

ส่วน แปรงเบลนดิ้งหัวเล็ก Blending Brush ขนแปรงถี่ น้ำหนักเยอะ จึงเหมาะกับการวางสี แต่ยังสามารถเกลี่ยไล้สีได้ในบริเวณพื้นที่แคบๆ ของเปลือกตา


แปรงที่ใช้สำหรับดวงตา

อีกหนึ่งแปรงที่ขาดไม่ได้ แปรงอายไลเนอร์ Eye Liner Brush ใช้เพื่อเขียนไลเนอร์บริเณเส้นไลน์เปลือกตา ด้วยขนแปรงชนิดทรงพุ่มที่มีขนาดเล็กจึงช่วยให้ง่ายเมื่อเขียนไลเนอร์โดยเขียนตั้งแต่หัวตาไปจนถึงปลายตา และตวัดหางตา

เสริมการแต่งหน้าในขั้นตอนสุดท้ายด้วยการทาลิปสติกโดยใช้ แปรงทาลิปสติก Lip Brush เป็นแปรงทรงแบนที่มีขนาดเล็ก พอดีรูปปาก เพื่อความคมสวย เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า

“สาวๆ อย่ามองข้ามแปรงแต่งหน้านะคะ เพราะแปรงแต่งหน้าเป็นตัวช่วยที่ดี ให้สาวๆ แต่งหน้าได้แลดูดีและง่ายและถูกวิธีของการแต่งหน้า”ป๊อด-อรนุช กล่าวทิ้งท้าย


แปรงทาลิปสติก

 

แปรงปัดสีบรัชออน

ไนกี้ชวนวิ่งบนเส้นทางสายสตรีทอาร์ท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280113

ไนกี้ชวนวิ่งบนเส้นทางสายสตรีทอาร์ท

ไนกี้ชวนวิ่งบนเส้นทางสายสตรีทอาร์ท

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไนกี้ ชวนนักวิ่งทุกสายทุกระดับร่วมปฏิวัติวงการวิ่งไปพร้อมกัน กับกิจกรรม NRC BKK ชุมชนของผู้มีใจรักในการวิ่ง ครั้งแรกที่อะดรีนาลีนหลั่งไปบนเส้นทางวิ่งที่ล้อมรอบไปด้วยสตรีทอาร์ท ตั้งแต่ สยามสแควร์-สามย่าน-เจริญกรุง จวบจนถนนทรงวาด รวมระยะทางกว่า5 กิโลเมตร นำโดยเหล่าขบถนอกลู่ ปิ๊น-อนุพงศ์ คุติกุลสนีกเกอร์เฮดจากคาร์นิวัล และโค้ชผู้เชี่ยวชาญการวิ่งที่ผ่านการอบรมหลักสูตรตามมาตรฐานสากลจากไนกี้ รวมถึงบรรดาเพเซอร์ที่จะคอยกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้พิชิตเป้าหมายตลอดเส้นทางแห่งความประทับใจนี้ และยังเป็นครั้งแรกที่นักวิ่งทุกคนจะได้ทดลองนวัตกรรมเพื่อการวิ่งใหม่ล่าสุดจากไนกี้ ที่เน้นความเร็วโดยเฉพาะ คือ รองเท้าวิ่ง Nike Air Zoom Pegasus 34 ที่จะมอบความเบาสบาย ช่วยเสริมความเร็วขณะวิ่ง และช่วยปกป้องเท้าตลอดเส้นทาง

หลังจากที่เปิดตัว NRC BKK ไปเมื่อปลายเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมา คลับวิ่งนี้ได้รับการตอบรับและเป็นที่สนใจจากผู้ที่ชื่นชอบการวิ่งเป็นอย่างมาก ด้วยประโยชน์ที่นักวิ่งทุกระดับได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ คือการได้รับคำแนะนำและได้พัฒนาศักยภาพของนักวิ่งทุกประเภทเพื่อการวิ่งที่ดีขึ้นไปอีกขั้นและเพื่อให้พิชิตเป้าหมายของตัวเองให้สำเร็จไปด้วยดี ผ่านการดูแลจาก 2 โค้ช ได้แก่ โค้ชเป้ง-สาธิก ธนะทักษ์ และโค้ชเพ้นท์-เกยูร เลาหสุขไพศาล ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตรตามมาตรฐานสากลจากไนกี้ รวมถึงบรรดาเพเซอร์อีก 19 คนที่จะช่วยให้นักวิ่งทุกคนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเป็นกิจกรรม live session ที่จัดขึ้นทุกๆ วันพุธ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การวิ่งต่างๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการวิ่งต่อไป โดยเปิดให้ลงทะเบียนผ่านทั้ง http://www.nike.com/bangkok แอพฯ Nike+ Run Club รวมถึงร้านไนกี้ทั้ง 2 สาขา ได้แก่ สยามสแควร์วัน และสาขาสยามดิสคัฟเวอรี่

กิจกรรม NRC BKK ครั้งล่าสุดมีความพิเศษตรงที่ไนกี้และเหล่าขบถนอกลู่ นำโดย ปิ๊น-อนุพงศ์ คุติกุล สนีกเกอร์เฮดจากคาร์นิวัล นำนักวิ่งทุกประเภทร่วมวิ่งบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยสีสันและเปี่ยมด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ โดยได้เลือกสรรเส้นทางที่ล้อมรอบไปด้วยศิลปะในรูปแบบสตรีทอาร์ท รวมระยะทางแล้วกว่า 5 กม. ซึ่งออกสตาร์ทจากสยามสแควร์วัน มุ่งหน้าสู่สามย่าน เข้าถนนเจริญกรุง โดยมีถนนทรงวาดเป็นจุดหมายปลายทางให้เหล่าขบถนอกลู่ได้พิชิต

สำหรับ ปิ๊น-อนุพงศ์ คุติกุล สนีกเกอร์เฮดตัวยงของเมืองไทย ผู้ก่อตั้งแบรนด์คาร์นิวัล (CARNIVAL) คืออีกคนที่ชื่นชอบการวิ่ง สืบเนื่องมาจากการที่ต้องทดสอบรองเท้าใหม่ๆที่จะนำมาจำหน่ายที่ร้าน บอกว่า “หลังจากที่ผมต้องทดสอบรองเท้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมตกหลุมรักการวิ่งอย่างไม่รู้ตัว และกลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตผม ทุกครั้งที่วิ่ง ผมจะรู้สึกเป็นอิสระจากทุกสิ่ง และประสบการณ์ระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นผู้คน สถานที่ หรือรายละเอียดในทุกสิ่งทุกอย่างนั้นช่วยเปิดโอกาสให้ทำความรู้จักสิ่งรอบตัวเวลาวิ่งอีกด้วย เช่น ผมชอบที่จะวิ่งไปตามท้องถนนและดูว่าคนในเมืองเขาแต่งตัวกันอย่างไร นิยมใส่อะไร ซึ่งผมได้ไอเดียจากการสังเกตสิ่งเหล่านี้เยอะมากเมื่อผมออกไปวิ่ง”

ภายในงาน NRC BKK ครั้งนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่นักวิ่งทุกคนได้สัมผัสและทดลองใส่นวัตกรรมเพื่อการวิ่งล่าสุดจากไนกี้ คือ Nike Air Zoom Pegasus 34 ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมความเร็วขณะวิ่ง ด้วยน้ำหนักเบา และช่วยปกป้องเท้า อีกทั้งยังระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ซึ่งโครงสร้างของรองเท้าด้านข้างรุ่นนี้มีทรงโค้งเพื่อสอดรับกับการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของเท้าขณะวิ่งอีกด้วย ให้ทุกจังหวะของการวิ่งบนถนนในเมืองรู้สึกเร็วกว่า และแตกต่างยิ่งขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการวิ่งที่ดียิ่งขึ้น ผสานกับรูปลักษณ์ของรองเท้าที่ผ่านการออกแบบมาอย่างสวยงาม วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ทั้งบน nike.com และร้านไนกี้สาขาสยามสแควร์วัน, สยามดิสคัฟเวอรี่,เซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงร้านซูเปอร์สปอร์ตสาขาเซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลลาดพร้าว และเมกาบางนา

ผู้ที่สนใจกิจกรรม NRC BKK ซึ่งเป็นการอบรมการวิ่งโดยโค้ชและเพเซอร์จากไนกี้ทุกๆ วันพุธ สามารถเข้าไปลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ http://www.nike.com/bangkok หรือผ่านแอพ Nike+ Run Club หรือที่ร้านไนกี้ ทั้ง2 สาขา ได้แก่ สาขาสยามสแควร์วัน และสาขาสยามดิสคัฟเวอรี่

ชนะภูมิแพ้แบบตรงจุด สร้างคุณภาพชีวิตที่สดใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280115

ชนะภูมิแพ้แบบตรงจุด สร้างคุณภาพชีวิตที่สดใส

ชนะภูมิแพ้แบบตรงจุด สร้างคุณภาพชีวิตที่สดใส

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พญ.จุฬามณี วงศ์ธีระญาณี, สิรีรัตน์ คอวนิช และ นพ.นิวัฒน์ จี้กังวาฬ

ท่ามกลางความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี การเติบโตของสังคมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิทยาการความก้าวหน้าทางการแพทย์ก้าวไกลส่งผลให้มีผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามอุบัติการณ์ของโรคและความเจ็บป่วยของมนุษย์ก็ไม่ได้น้อยตามไปด้วย ในทางกลับกันจากโรคบางโรคที่ดูแล้วแสนจะธรรมดาในอดีตกลายเป็นว่าไม่สามารถมองข้ามได้ในปัจจุบัน ดั่งเช่น “โรคภูมิเพ้” ดังที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ พบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้น โดยเฉพาะการแพ้อาหารบางชนิดที่ในอดีตไม่เคยพบในคนไทยมาก่อน ก็พบได้ในเด็กรุ่นใหม่ๆ มากขึ้น

พญ.จุฬามณี วงศ์ธีระญาณี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา สถาบันโรคภูมิแพ้สมิติเวช (SAMITIVEJ ALLERGY INSTITUTE :SAI) โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี กล่าวว่า โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้นที่ในภาวะปกติแล้วจะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรพืช แต่ในโรคภูมิแพ้ร่างกายจะเกิดการตอบสนองผิดปกติต่อสารเหล่านั้น จึงทำให้เกิดการอักเสบในอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) ส่วนสาเหตุของโรคภูมิแพ้มาจาก 2 สาเหตุหลักๆ ได้แก่ พันธุกรรม หากบิดาหรือมารดาเป็นโรคภูมิแพ้จะทำให้บุตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ประมาณ 30-50% แต่ถ้าทั้งบิดาและมารดาเป็นโรคภูมิแพ้จะมีผลให้บุตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นถึงประมาณ 50 -70% ในขณะที่เด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้เลยมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้เพียงประมาณ 10% อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้นั่นคือสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นอากาศ สถานที่อยู่อาศัย เป็นต้น


แช่นํ้าเกลือรักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนัง

“โรคภูมิแพ้ที่พบได้ในคนไทยแบ่งได้แก่ โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหืด (Asthma) โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ (Allergic rhinitis) โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Allergic skin disease) โรคภูมิแพ้ทางตา (Eye allergy) โรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรงที่มีอาการหลายระบบ (Anaphylaxis) หากสงสัยว่าตนเองจะเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดใดนั้นควรไปพบแพทย์เพื่อทำวินิจฉัย และตรวจภูมิแพ้ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง การเจาะเลือดเพื่อหาสาเหตุของอาการแพ้ และการทดสอบสมรรถนภาพปอดในกรณีที่เป็นโรคหืด”

เมื่อทราบสาเหตุหรือชนิดของภูมิแพ้ที่เป็นแล้ว วิธีการดูแลรักษามีหลายวิธี เริ่มตั้งแต่หลีกเลี่ยงหรือไม่สัมผัสสิ่งที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้นั้นๆ เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ อาหาร การรับประทานยา การฉีดวัคซีนเพื่อปรับภูมิคุ้มกัน

“ในผู้ป่วยที่มีอาการผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ สถาบันโรคภูมิแพ้สมิติเวช มีการดูแลรักษาด้วยวิธีการแช่น้ำเกลือ (Salt Bath) และพันแผลด้วยน้ำเกลือ (Wet Wrap) ภายในห้อง Wet Wrap Therapy Room แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ร่วมกับการใช้ยาและการทำทรีทเม้นท์ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนัง กลับมามีผิวหนังที่มีสุขภาพดีได้”


พันแผลด้วยนํ้าเกลือเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง

พญ.จุฬามณี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันคนไทยโดยเฉพาะเด็กๆ จะพบว่าเป็นโรคภูมิแพ้อาหารกันมากขึ้น เช่น แพ้กลูเต็นในแป้งสาลี แพ้ไข่ แพ้ถั่ว ซึ่งในอดีตจะพบว่าการแพ้กลูเต็น หรือแพ้ถั่ว มักจะพบได้ในชาวตะวันตกเท่านั้น สาเหตุอาจมาจากการที่คนไทยรับวัฒนธรรมการกินมาจากชาวตะวันตกมากขึ้น รวมถึงแหล่งที่มาของอาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญ ทั้งนี้ อาการแพ้ของแต่ละคนก็มีความรุนแรงไม่เท่ากัน บางคนอาจจะแค่มีอาการคันปากบวม แต่ในรายที่รุนแรงมากถึงขึ้นไม่สามารถรับอาหารชนิดนั้นๆ ได้เลย หากเผลอกินเข้าไปอาจเกิดอาการบวม คัน ปวดท้อง อาเจียน หายใจไม่ออก รุนแรงที่สุดคือ หมดสติ และอาจถึงแก่ชีวิต ซึ่งในกรณีนี้ถือ โรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรงที่มีอาการหลายระบบ (Anaphylaxis) ทำให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยย่ำแย่ไปด้วย สร้างความทุกข์ทรมานทั้งตัวผู้ป่วยและครอบครัว ที่จะต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

“ในเคสของผู้ป่วยแพ้อาหารและเป็นภูมิแพ้ชนิดรุนแรง สถาบันโรคภูมิแพ้สมิติเวช มีโปรแกรมการรักษาเฉพาะที่เรียกว่า Immunotherapy โดยให้ผู้ป่วยได้รับอาหารนั้นในปริมาณครั้งละน้อยๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยให้สามารถรับอาหารชนิดนั้นๆ ได้ ซึ่งการรักษาด้วยวิธีการนี้จะทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ โดยในระยะแรกจะทำการรักษาภายในห้อง ICU ที่มีทีมแพทย์สหสาขาสแตนด์บายตลอดเวลา และเมื่อผู้ป่วยรับอาหารที่แพ้ได้เพิ่มขึ้นก็จะเปลี่ยนเป็นห้อง CCU ไปจนถึงห้องปกติจนแพทย์วินิฉัยแล้วว่าสามารถรับอาหารที่แพ้ได้ในปริมาณที่กำหนดไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกินอาหารได้หลากหลายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้”


สถาบันโรคภูมิแพ้สมิติเวช

สิรีรัตน์ คอวนิช ผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจบัตรเครดิต กล่าวว่า “เคทีซี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพในทุกๆ ด้าน โดยโรคภูมิแพ้เป็นหนึ่งในโรคที่พบมากในปัจจุบัน และความรุนแรงของโรคภูมิแพ้มีตั้งแต่ขั้นเล็กน้อย ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้ยา ไปจนถึงขั้นร้ายแรงและทำให้เสียชีวิตได้ เคทีซีจึงได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี โดย นพ.นิวัฒน์ จี้กังวาฬ ผู้อำนวยการ มอบโปรแกรมการรักษาโรคภูมิแพ้ด้วยการวินิจฉัยและค้นหาสาเหตุแบบตรงจุด โดยอยู่ในความดูแล
ของทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้อย่างใกล้ชิดสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี รับส่วนลด 10% สำหรับโปรแกรมตรวจหาสารภูมิแพ้ รายการตรวจเพิ่มเติม ค่ายา และค่าเอกซเรย์ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-30 กันยายน 2560 ที่สถาบันโรคภูมิแพ้สมิติเวช โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี”

สำหรับสมาชิกบัตรที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02-123-5000 กด 6 หรือที่ http://www.ktc.co.th

มุมนี้มีนัด : 12 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280121

587585

มุมนี้มีนัด : 12 กรกฎาคม 2560

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดนตรีแห่งชีวิตฯ

สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาขอเชิญชมการแสดงเดี่ยว “เปียโนฟอร์เต” โดย ดร.ชัญพงศ์ ทองสว่าง ในโครงการ “ดนตรีแห่งชีวิตดนตรีแห่งแผ่นดิน” โปรแกรมการแสดงประกอบไปด้วยบทเพลงของ โลโดวิโก จุซทินี โยเซฟไฮเดิล โวล์ฟกังอมาเดอุซ โมสาร์ท และ ฟรานซ์ชูเบิร์ต โดยจะบรรเลงบนเปียโนฟอร์เตตามแบบเปียโนโมสาร์ทที่สร้างขึ้นใหม่โดยนักสร้างเปียโนชาวเยอรมัน ซูซานน์เมซดอร์ฟ และนำเข้าประเทศไทยโดยบริษัท 101 เปียโนแอนด์ สตริง จำกัด ไม่เสียค่าเข้าชม วันพุธที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 เวลา 19.00 น. ห้องสังคีตวัฒนา สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา 2010 อรุณอัมรินทร์ 36  บางยี่ขันบางพลัดกรุงเทพฯ 10700 โทร.02-4478597 http://www.pgvim.ac.th

l เคล็ดไม่ลับสู่ความสำเร็จ

โรเชล ชฮายา บอสใหญ่แห่งเอเจนซี่โฆษณาแถวหน้าอย่าง โอเอ็มจี ดิจิตอล บริษัท ออพติมัม มีเดีย ไดเรคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ควงจอห์น แวกเนอร์ MD เฟซบุ๊คประเทศไทย เตรียมนำทัพนักการตลาดออนไลน์ชั้นปรมาจารย์ อาทิ สีหนาท ล่ำซำ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด Payments and Disruptive Technology Office ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน),ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด มาเผยเคล็ดการสร้างตลาดและธุรกิจให้สำเร็จในโลกดิจิตัลออนไลน์ โดยยึดโมเดลไทยแลนด์ 4.0 ในงาน The Roundtable ครั้งที่ 9 หรือ “เคล็ดไม่ลับสู่ความสำเร็จ Digital Marketing Trend-Thailand 4.0” ในวันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ที่ศูนย์การเรียนรู้ M academy สนใจสอบถามได้ที่ โทร.02-2504681-4, 081-8156549

l ประกวดภาพถ่ายวันแม่

ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2560 “ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ร่วมกับหออัครศิลปิน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดประกวดภาพถ่าย “แม่คือแม่” สื่อถึงแนวคิดการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูก รวมถึงภาพถ่ายที่ส่งเสริมความรักความผูกพันของสถาบันครอบครัว ชิงเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท สำหรับภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดจะเป็นภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือหรือกล้องถ่ายภาพก็ได้ โดยภาพที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด จะถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการภาพถ่าย “แม่คือแม่” ในงานวันแม่แห่งชาติประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 4-13 สิงหาคม 2560 ที่ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค สนใจส่งภาพถ่ายมายังอีเมล์ supreme.artist.hall@gmail.com หรือสอบถามเพิ่มเติมที่โทรศัพท์ 085-8975454 หรือ ทางเฟซบุ๊คหออัครศิลปิน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-24 กรกฎาคม 2560

l ลอรีอัล สร้างอาชีพ

บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนโอกาสในการสร้างอาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เปิดโครงการหลักสูตรฝึกทักษะอาชีพเสริมสวยสำหรับสตรีผู้ขาดโอกาสอายุระหว่าง 18-35 ปี เพื่อฝึกอาชีพช่างผมฟรีในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ที่สถาบันนักออกแบบทรงผมเรืองฤทธิ์ สยามสแควร์ ซ.11 ผู้สมัครต้องเป็นสตรีผู้ขาดโอกาสหรือเป็นผู้ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจากภาครัฐ และต้องสามารถเข้าฝึกอบรม 6 วัน ต่อสัปดาห์ ระหว่างเวลา 10.00-17.00 น. รวมระยะเวลา 4 เดือน เปิดรับสมัครทั้งหมด 4 รุ่นโดยรุ่นที่ 1 เริ่มเรียน 24 ก.ค.นี้ สนใจสมัครและสัมภาษณ์ได้ที่ 064-4249291 ไลน์ ไอดี: BTBL2017

เผยโฉมแว่นตารุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อคนรักการเดินทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280119

เผยโฉมแว่นตารุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อคนรักการเดินทาง

เผยโฉมแว่นตารุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อคนรักการเดินทาง

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไตรนุภาพ จิระไตรธาร และ มารีสคราทซ์

ANOTHER STORY(อนาเธอร์ สตอรี่) ผู้นำอาณาจักรสุดฮิปของคนมีสไตล์ เปิดตัวแว่นตาแฟชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รุ่น IZIPIZI x ANOTHER STORY LIMITED EDITION จากการร่วมมือกันของแบรนด์ดังแห่งกรุงปารีส IZIPIZI (อีซี่พีซี่) กับ ANOTHER STORY ไลฟ์สไตล์คอนเซ็ปต์สโตร์สุดชิคของเมืองไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ EARTH TRAVELLER ที่อยากให้ทุกคนออกเดินทางไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ทุกวันบนโลกใบนี้ โดยมีผู้บริหารคนเก่งแห่งเครือเดอะมอลล์กรุ๊ป มารีส คราทซ์ และ ไตรนุภาพ จิระไตรธาร นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่ง Cobalt Internationalผู้นำเข้าแบรนด์ IZIPIZI และเหล่าศิลปิน เซเลบริตี้ และดีไซเนอร์ อาทิ ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล, นันทินี อัมระนันทน์, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ณ อยุธยา, ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ,จารุเดช บุญญสิทธิ์, พีชนา เอกชัย, คณิตกุล เนตรบุตร และ วงศธรวรชาติกุล มาร่วมงานที่ร้าน Another Story ชั้น 4 ตึกเฮลิกส์ควอเทียร์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อเร็วๆ นี้

แว่นตาสุดเอ็กซ์คลูซีฟรุ่น IZIPIZI x ANOTHER STORY LIMITED EDITION เป็นการจับมือกันครั้งแรกของแบรนด์แว่นตาระดับไอคอนของโลกกับไลฟ์สไตล์คอนเซ็ปต์สโตร์ชั้นนำของเมืองไทยเพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับแว่นตาแฟชั่นจากแรงบันดาลใจในคอนเซ็ปต์ EARTH TRAVELLER ซึ่งมีวางจำหน่ายที่ร้าน Another Story เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยเท่านั้นโดยความพิเศษของแว่นตารุ่นนี้นอกจากจะมีเพียง 1,000 ชิ้น ในโลกแล้ว ยังออกแบบด้วยดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในแฟชั่นระดับไอคอนและเป็นไอเท็มสำคัญที่แฟชั่นนิสต้าขาดไม่ได้ภายใต้แนวคิด“Discovering the world through IZIPIZI” หรือคอนเซ็ปต์ไอเดียที่ว่า “อยู่กับใคร ไปที่ไหน และทำอะไร IZIPIZI ก็สามารถอยู่กับคุณได้ทุกที่” โดยตัวแว่นมีการเลือกใช้สีเขียวเอิร์ธโทนมาเป็นสีหลักเพื่อสื่อถึงการออกเดินทางไปท่องเที่ยวผจญภัยในขณะที่ขาแว่นลายกระสื่อให้เห็นถึงความสนุกสนานและความมีสไตล์ที่แอบซ่อนอยู่รวมถึงการเลือกใช้วัสดุคุณภาพอย่างโพลีคาร์บอเนตที่ทนทานและมีความยืดหยุ่นสูงกว่าแว่นตาทั่วไป จึงทำให้สามารถสวมใส่และพร้อมลุยได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่ต้องกังวลนอกจากนี้ส่วนของทรงแว่นตาและแป้นจมูกยังมีการปรับให้เข้ากับรูปหน้าของคนเอเชียได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล และ ต่อสวัสดิ์ สวัสดิ์-ชูโต
ภายในงานเหล่าเซเลบริตี้และนายแบบ ที่มาร่วมงาน ยังได้ร่วมเผยถึงไลฟ์สไตล์การสวมใส่แว่นตาของตัวเอง เริ่มจาก

ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล กล่าวว่า “แว่นตาเป็นไอเท็มสำคัญที่นอกจากปกป้องสายตาแล้ว ยังสามารถนำมาเติมเต็มลุคการแต่งตัวของเราได้ เพราะเป็นคนไม่ชอบใส่เครื่องประดับหรือแต่งตัวจัดๆ บางทีพอเลือกชุดแล้วรู้สึกว่ายังน้อยเกินไปและดูเหมือนขาดอะไรไปสักอย่างแต่ถ้ามีแว่นเท่ๆสักอันมาใส่หรือคาดไว้บนผมมันก็ทำให้เราดูน่าสนใจมากขึ้นค่ะ”

ส่วน นันทินี อัมระนันทน์ บอกว่า “ปกติเป็นคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งเลยไปเที่ยวทะเลค่อนข้างบ่อยแว่นกันแดดคือสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยเพราะเมืองไทยแดดแรงมาก แต่ถ้าทำงานอยู่ที่ออฟฟิศและรู้สึกว่าใช้สายตาทำงานกับคอมพิวเตอร์มากเกินไปก็จะใส่แว่นที่มีเลนส์ตัดแสงสีฟ้ามาช่วยถนอมสายตา สำหรับแว่นตาคอลเลคชั่นนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ครบ เป็นสไตล์ที่สามารถสวมใส่ได้ง่ายและใครๆ ก็ใส่ได้”


วงศธร วรชาติกุล

วงศธร วรชาติกุล กล่าวว่า “แว่นตาถือว่าเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับการแต่งตัวของเราได้ ทำให้เราดูเก๋และเท่ขึ้นโดยที่ไม่ต้องแต่งตัวมากและเป็นไอเท็มหลักที่ไปกับเราได้ทุกที่ทุกโอกาสไม่ว่าจะไปเที่ยว เล่นกีฬาหรือใส่ทำงานบางครั้งไม่มีเวลาแต่งตัว หรือต้องการสวมใส่เสื้อผ้าสบายๆ แค่มีแว่นตาอันเดียวก็ไปได้ทุกที่แล้ว”

พลังขับเคลื่อนธุรกิจของคนรุ่นใหม่ ‘Startup Thailand 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280123

พลังขับเคลื่อนธุรกิจของคนรุ่นใหม่ ‘Startup Thailand 2017’

พลังขับเคลื่อนธุรกิจของคนรุ่นใหม่ ‘Startup Thailand 2017’

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผ่านไปแล้วสำหรับงาน “Startup Thailand 2017”ภายใต้แนวคิด “SCALE UP ASIA” ที่กระทรวงวิทย์ จัดอย่างยิ่งใหญ่สุดยอดอลังการ ระดมธุรกิจของคนรุ่นใหม่ “สตาร์ทอัพ” ระดับชั้นหัวกระทิจากทั่วโลกและของไทย กว่า 300 ราย เข้าร่วมแสดงพลัง
ขับเคลื่อนและความยิ่งใหญ่ของธุรกิจ “วิสาหกิจเริ่มต้น” พร้อม ดึงวิทยากรชั้นนำของโลกผู้เชี่ยวชาญธุรกิจสตาร์ทอัพ มาร่วมอัพเดทเทรนด์โลก

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แถลงว่าในปี 2016 ที่ผ่านมา ทางกระทรวงได้จัดงาน Startup Thailand 2016 ขึ้น และประสบความสำเร็จ เกิดการรวมพลังสตาร์ทอัพ เกิดกระแสตื่นตัวของสตาร์ทอัพอย่างมาก และปี 2017 ปีนี้ก็จัดงาน Startup Thailand 2017 ภายใต้แนวคิด “SCALE UP ASIA” โดยกำหนดจัดรวม 5 ครั้ง โดย 4 ครั้งแรก จัดใน 4 ภูมิภาค ที่จังหวัดสงขลา ชลบุรี  ขอนแก่นและเชียงใหม่ ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา และกลับมาปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 6-9 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กล่าวว่า โดยงานในปี 2017 นี้ มีกลุ่มประเภทสาขาธุรกิจถึง 9 กลุ่มสาขาธุรกิจเข้าร่วมงาน ได้แก่ กลุ่มธุรกิจภาครัฐและการศึกษา, กลุ่มการเกษตรและอาหาร, กลุ่มนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ, กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตแห่งอนาคต, กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีบริการ, กลุ่มเทคโนโลยีการเงิน, กลุ่มไลฟ์สไตล์ และความบันเทิง, กลุ่มเทคโนโลยีท่องเที่ยว และกลุ่มเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งยังได้มีการตอบรับจาก STARTUP ทั้งไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมมากถึง 300 รายใน 9 กลุ่มสาขาธุรกิจโดยเราคัดเลือกจากผู้สมัครเข้ามามากกว่า 1,000 ราย

สำหรับความยิ่งใหญ่ของงานในปีนี้ นั่นคือความหลากหลายของ 300 บูธ 9 สาขาธุรกิจที่จะมาโชว์ผลงานที่เกิดขึ้นจริง จากพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ และพิเศษสำหรับปีนี้ คือการมอบรางวัล Prime Minister Award : National Startup 2017 แก่สตาร์ทอัพของไทยที่มีผลงานโดดเด่นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา