เต้ย-พงศกร ร่วมทีมวิ่งผลัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/291743

เต้ย-พงศกร ร่วมทีมวิ่งผลัด

เต้ย-พงศกร ร่วมทีมวิ่งผลัด

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เรื่องสร้างสุขด้วยสุขภาพที่ดี พระเอกหนุ่ม เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์ เห็นดีเห็นงามด้วยเสมอ วานก่อนเลยร่วมทีมกับนักวิ่งสาวขวัญใจชาวเนต บุคกี้-ศุภานุช มณีเนตรและ คริสเตียน โอลอฟสัน กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเมกาบางนา จัดทีมวิ่งผลัด โชว์ความพร้อมในงานแถลงข่าวมหกรรมวิ่งผลัดครั้งยิ่งใหญ่ “เมกา รีเลย์ 2017” (Mega Relay 2017) โดยจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่12 พฤศจิกายน 2560 เวลา 04.00 น.ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา เพื่อกระตุ้นให้นักวิ่งหน้าใหม่หรือนักวิ่งมือสมัครเล่นได้มีประสบการณ์ในการวิ่งแบบทีมผลัด ซึ่งรายได้จากค่าสมัครทางออนไลน์ที่ http://www.runlah.com หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบทุนบริจาคสถานสงเคราะห์บ้านตะวันใหม่ มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงต่อการใช้ยาเสพติด

ปักหมุดเทศกาลละครกรุงเทพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/291529

ปักหมุดเทศกาลละครกรุงเทพ

ปักหมุดเทศกาลละครกรุงเทพ

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เครือข่ายละครกรุงเทพ ปักหมุดจัดเทศกาลละครกรุงเทพ 2-19 พฤศจิกายนนี้ ยกทัพศิลปินไทยและต่างประเทศแสดงผลงานกว่า 60 เรื่อง จับมือองค์กรด้านศิลปวัฒนธรรม เปิดบ้านต้อนรับศิลปินนานาชาติเข้าร่วมประชุมศิลปะการแสดงระดับนานาชาติ ( Bangkok International Performing Arts Meeting) หรือ BIPAM2017 มุ่งสร้างเครือข่ายนานาชาติ ดันกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมในอาเซียน

ประดิษฐ ปราสาททอง ศิลปินศิลปาธรและประธานเครือข่ายละครกรุงเทพในฐานะผู้จัดงาน กล่าวถึงแนวทางการจัดงานว่า เทศกาลละครกรุงเทพ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2544 งานครั้งนี้จัดขึ้นในแนวคิด Sharing Moments ช่วงเวลาแห่งการแบ่งปัน ชวนคนไทยแบ่งปันทุกความรู้สึกร่วมกันผ่านศิลปะการแสดง เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้ศิลปิน สร้างสรรค์การแสดงหลากประเภทให้กับผู้ชม อาทิ ละครพูด ละครร้อง ละครเพลงการแสดงศิลปวัฒนธรรม การเต้นร่วมสมัย ละครใบ้ ละครชาตรี ละครรำ และการแสดงสดรูปแบบใหม่ๆ อีกมากมายกว่า 60 เรื่อง ตลอด 19 วันของเทศกาล โดยการแสดงจะจำหน่ายบัตร ราคา 200-800 บาท รายการแสดงกว่าครึ่งหนึ่งเปิดให้ชมได้ฟรี สอบถามรายละเอียดและจองบัตร ได้ที่ http://www.bangkoktheatrefestival.com หรือโทร.092-9196924

ลักขณา คุณาวิชยานนท์ ผู้อำนวยการ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเปิดพื้นที่หอศิลป์กรุงเทพฯ จัดเทศกาลละครกรุงเทพ 2560 ว่า งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของ เทศกาลศิลปะการแสดง ครั้งที่ 5 เป็นอีกพื้นที่ในการเผยแพร่งานศิลปะการแสดงและเป็นสื่อกลางระหว่างศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานกับประชาชน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิด เพื่อให้สังคมเกิดพลวัตอย่างสร้างสรรค์

การสนับสนุนเทศกาลละครกรุงเทพในครั้งนี้ เชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการพัฒนายกระดับงานเฟสติวัลของเมืองไทยสู่การเป็นเฟสติวัลนานาชาติได้ในอนาคต

‘ต่อ-โทนี่-วุ้นเส้น-คริส’ เสิร์ฟความชิคสไตล์ NYX

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/291740

‘ต่อ-โทนี่-วุ้นเส้น-คริส’ เสิร์ฟความชิคสไตล์ NYX

‘ต่อ-โทนี่-วุ้นเส้น-คริส’ เสิร์ฟความชิคสไตล์ NYX

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แค่เห็นพิธีกรของงาน ต้นหอม-ศกุนตลา, โอปอล์-ปาณิสรา และ พีเค-ปิยะวัฒน์ พาทัวร์พื้นที่งาน “NYX PROFESSIONAL MAKEUP 1st FLAGSHIP STORE IN ASIA AT SIAM SQUARE ONE” ในร้าน NYX PROFESSIONAL MAKEUP สาขาสยามสแควร์วันที่จัดให้เป็นแฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกและแห่งเดียวของเอเชีย ก็ทำเอาหลายคนตื่นตะลึง และแน่นอนเหล่าดาราและเซเลบริตี้ไม่มีพลาด
นำทีมกันมาสัมผัสความชิคแบบคูลๆ อาทิ คริส หอวัง, ดิว-อริสรา, โทนี่ รากแก่น, มาร์ช-จุฑาวุฒิ, ต่อ-ธนภพ, วุ้นเส้น-วิริฒิพา ฯลฯ โดยมี
เมคอัพอาร์ติสท์ระดับโลก บินตรงมาเสริมความเป็นตัวแม่แชร์แฟชั่นกันเพลิน

เตรียมพักไมค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/291526

เตรียมพักไมค์

เตรียมพักไมค์

วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ทำแฟนๆ อึ้งกิมกี่! เมื่อนักร้องสาวเปรี้ยวตัวแม่ เลดี้ กาก้า เผยกลางงานเปิดตัวหนังสารคดีเรื่อง Gaga: Five Foot Two ที่เทศกาลหนังโตรอนโต้ ประเทศแคนาดา ว่าเธอมีแผนจะพักการร้องเพลงระยะหนึ่งเพื่อใช้เวลาเยียวยาตัวเอง กาก้ามีปัญหาความไม่มั่นคงทางด้านจิตใจที่ต้องเผชิญ ซึ่งจะเผยให้เห็นในสารคดีเรื่องนี้ เธอจึงอยากถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้คนที่มีปัญหาในชีวิตเหมือนเธอได้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว แต่สาวตัวแม่อย่างกาก้า แม้ว่าจะหยุดพักร้องเพลง แต่เธอก็ให้สัญญาว่าจะไม่หยุดสร้างสรรค์และหาไอเดียเพื่อเตรียมเพลงใหม่
ในระหว่างพักนี้ด้วย แต่กว่าจะได้พักคงอีกยาวไกล เพราะคิวเดินสายคอนเสิร์ตแน่นถึงสิ้นปีเลยจ้า

คุณแหน : 6 สิงหาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284595

คุณแหน : 6 สิงหาคม 2560

คุณแหน : 6 สิงหาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพท่านผู้หญิงประสานสุวรรณสุวรรณรัฐ ท.จ.ว.,ต.ช.,ต.ม.,ภ.ป.ร.๔ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส อังคาร ๘ ส.ค. เวลา ๑๖.๐๐ น….

 

ll “ก่อนจะเชื่ออะไรขอให้ใช้สติปัญญาใคร่ครวญให้ดี ผมก็โดนเยอะเหมือนกันแต่ไม่เป็นไร ผมสู้ได้ ผมคิดว่าผมยังไม่ได้ทำอะไรผิดผิดอยู่วันเดียว คือวันที่ ๒๒ เท่านั้น” คำคมของท่านนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา…

ll ชื่นชมในความสามารถของ ทีมฟุตซอล พีทีทีบลูเวฟชลบุรี สามารถคว้าแชมป์สโมสรเอเชีย เอเอฟซีฟุตซอลคลับแชมเปี้ยนชิพ ๒๐๑๗ ณ เวียดนาม เมื่อปลายเดือนที่แล้ว นับเป็นสโมสรคว้าแชมป์เป็นครั้งที่ ๒ได้สำเร็จ (๒๐๑๓) แถม จีรวัตน์ คว้ารางวัลดาวน์ซันโว ประจำทัวร์นาเม้นต์ ๒ สมัยติดต่อกัน…

ll คนเก่งด้านวิทยาศาสตร์ ศ.พิเศษ ดร.เดวิด รูฟโฟโล อาจารย์ภาคฟิสิก คณะวิทยาศาสตร์ม.มหิดล ได้รับรางวัล นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี ๒๕๖๐ ได้รับโล่พระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล
สี่แสนบาท…

ll เลขาฯ สมช.คนใหม่นาม พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ นายทหารปืนใหญ่ (วปอ. ๕๔) จะทำหน้าที่คุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตั้งแต่ ๑ ตุลาคมนี้…

ll กว่าจะหลุดพ้นในความผิดให้ออกจากราชการเมื่อ ๑๒ พ.ค. ๒๕๕๑ บัดนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้เพิกถอนคำสั่งความผิดในการลงโทษปลด อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ น่าเห็นใจและใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ…

ll อังคารที่ ๘ ส.ค. เวลา ๑๑.๓๐ น. น้อง-พี่ วปรอ.๓๕๕ พร้อมครอบครัวสังสรรค์ และร่วมรับประทานอาหารเที่ยง ณ ห้องอาหาร รร.แกรนด์เซ็นทารา ชั้น ๒๔สี่แยกราชประสงค์ ขอให้ไปกันมากๆ เพราะสมาชิกร่อยหรอกันไปเรื่อยๆ…ll

น้องโน๊ต

Health News : ทดลองตัดต่อพันธุกรรมตัวอ่อนยับยั้งโรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284578

Health News : ทดลองตัดต่อพันธุกรรมตัวอ่อนยับยั้งโรค

Health News : ทดลองตัดต่อพันธุกรรมตัวอ่อนยับยั้งโรค

วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
วารสารวิชาการเนเจอร์ (Nature) ตีพิมพ์ความสำเร็จของนักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐและเกาหลีใต้ ซึ่งสามารถตัดต่อดีเอ็นเอของตัวอ่อนให้ปราศจากลักษณะทางพันธุกรรมที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจได้ ด้วยการปล่อยให้ตัวอ่อน (Embryo) มีชีวิตอยู่ได้ 5 วัน ระหว่างดำเนินการทดลอง โดยเน้นการวิจัยไปที่โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้นเนื่องจากพันธุกรรม หรือ hypertrophic cardiomyopathy ซึ่งเป็นภาวะผิดปกติที่มีอัตราการเกิดประมาณ 1 ใน 500 คน และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ ถือยุคทองของการตัดต่อดีเอ็นเอ จากเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า คริสเปอร์ (Crispr) ซึ่งถูกค้นพบในปี 2015 สามารถนำไปปรับใช้ได้กว้างขวาง
ในทางการแพทย์ รวมถึงการกำจัดความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดซีสต์ ไปจนถึงมะเร็งเต้านม และเป็นการเปิดทางให้กับวงการแพทย์ ที่จะหาวิธีป้องกันความผิดปกติทางพันธุกรรมได้อีกถึง 10,000 ชนิด

หนังสือเด่น : โลกหน้ามีจริงหรือเปล่า? แล้วคุณล่ะ! จะว่ายังไง?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284576

หนังสือเด่น : โลกหน้ามีจริงหรือเปล่า? แล้วคุณล่ะ! จะว่ายังไง?

หนังสือเด่น : โลกหน้ามีจริงหรือเปล่า? แล้วคุณล่ะ! จะว่ายังไง?

วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ชาติหน้า” หรือที่คนปัจจุบันนี้มักจะใช้คำว่า “โลกหน้า” ดูเป็นความสงสัยกันมาตั้งแต่พุทธกาล ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ว่า “มันมีจริงหรือ” แต่คำตอบที่ฟันธง ลงไปว่า จริงหรือ ไม่จริง ยังไม่มีบทพิสูจน์ แต่ที่มีแน่ๆ คือ คำว่า โลกหน้า ถูกเขียนไว้เป็นตัวอักษรในคัมภีร์พระไตรปิฎก

“การพิสูจน์โลกหน้าในพระไตรปิฎก” เป็นหนังสือที่เขียนโดย “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สยาม ราชวัตร” เป็นการนำเสนอหลักฐานการโต้แย้งทางความคิดในสมัยพระพุทธกาลทั้งการปฏิเสธและการยืนยันโลกหน้า ระหว่าง “พระเจ้าปายาสิ” กับ “พระกุมารกัสสปะ” พร้อมทั้งวิเคราะห์ว่าทั้งสองบุคคลมีแนวความคิดอย่างไร มีเหตุผลสนับสนุนความคิดของตนอย่างไร ใช้วิธีการพิสูจน์อย่างไร โดยเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ สามารถนำไปประยุกต์ประกอบการเรียนการสอนโลกหน้าตามแนวพระพุทธศาสนาเพื่อสร้างความเข้าใจโลกหน้าอย่างเป็นสัมมาทิฏฐิ

ว่ากันไปแล้ว “โลกหน้า” เป็นคำสอนทางพระพุทธศาสนาในคัมภีร์พระไตรปิฎก เชื่อมโยงกับหลักธรรม กล่าวว่าเป็นสถานที่ให้ผลกรรมระยะยาว หมายถึงการเกิดในภพภูมิใหม่นั่นเอง การไม่เชื่อโลกหน้าก็เท่ากับว่าปฏิเสธเรื่องกรรม แม้คำสอนโลกหน้าจะมีหลักฐานตามตัวอักษรจริงในพระไตรปิฎก แต่ผู้คนในยุคปัจจุบันท่ามกลางกระแสเหตุผลแบบวิทยาศาสตร์ที่ทุกอย่างต้องประจักษ์ด้วยประสาทสัมผัส ก็เคลือบแคลงสงสัยว่ามีอยู่จริงหรือไม่ จากหนังสือเล่มนี้ ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่เฉพาะปัจจุบันเท่านั้นที่ผู้คนสงสัย แม้ในสมัยพุทธกาลก็มีคนสงสัยเช่นเดียวกันถึงกับมีการพิสูจน์โลกหน้าหลากหลายวิธีการเพื่อแสดงข้อประจักษ์ต่อสังคม

หากวันนี้ เกิดว่า คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่า โลกหน้ามีจริง ที่ทุกชีวิตที่ได้สิ้นอายุขัยไปแล้วในโลกนี้ ก็จะต้องเวียนว่ายมาเกิดอีกในโลกหน้า เราจะสรุปได้เลยหรือว่า “มันจะทำให้คนวันนี้ กลายเป็นคนดี หรือ มีแต่คนทำแต่กรรมดี” และโลกจะสงบ ราบรื่นปราศจากทุกข์ กระนั้นหรือ? มันอาจทำให้เกิดข้อกังขาขึ้นมาอีกว่า ถ้างั้น การที่มนุษย์ต้องเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่รู้จักจบสิ้น เพื่อมาชดใช้กรรมก็ไม่อาจจะกล่าวเช่นนั้นได้ เพราะเมื่อทุกคน ทุกชาติ ทำแต่ความดีกันตลอดแล้ว ทำไม เราจะต้องมาชดใช้กรรมอีก

ความเชื่อในสิ่งที่ยังไม่สามารถสรุปให้ลงตัวได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ย่อมเป็นที่กังขาตลอดไป อ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้ทุกอย่างจะคลายความกระจ่างลงไปได้ แต่ก็ยังมีความไม่กระจ่างที่มีมิได้ถูกลบเลือน

แต่ถึงกระนั้น หลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นข้อมูลในหนังสือเล่มนี้ก็ทำให้เราเกิดประกายไฟบางอย่างที่ชวนให้ต้องเก็บมาคิด ลองไปหามาอ่านกันดูนะครับ

เปิดตัวผู้หญิงดังจากหลายวงการไฮโซ

จากดารา/นางแบบ/นักธุรกิจ และคุณหนู

นิตยสารแพรว ดึงนางเอกสุดฮอต แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ ขึ้นปกลุคสวยหรูดูแพงกับแฟชั่นเซตพร้อมเผยเรื่องราวของการก้าวสู่ความสำเร็จในวันนี้ และแนะนำ 5 เทคนิค สู่ความสำเร็จในแบบของสาวแต้ว นอกจากนี้ ยังมีการสัมภาษณ์ 3 พี่น้องบอสหญิงใหญ่แห่งกลุ่มเซ็นทรัล เผยเรื่องราวของการทำงานและวันสบายๆ ที่หลายคนยังไม่เคยรู้ และยังมีเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ที่จะช่วยสร้างพลังในการทำความฝันให้สำเร็จ จากหญิงเก่งหลายคนในหลากหลายแง่มุม อาทิ กุ้ง-กุสุมา ชาวดอน นางแบบไทยชื่อดังที่ได้โกอินเตอร์, Pum Lefebure (คุณปุ้ม) เจ้าของบริษัทออกแบบระดับโลก, รรินทร์ ทองมา เจ้าของธุรกิจรองเท้า 100 ล้าน เป็นต้น ราคาเล่มละ 100 บาท

ปรีชาวิทรรศน์เปิดสามมุมมองที่สำคัญ

สังคม/การศึกษา และมนุษยศาสตร์

“ปรีชาวิทรรศน์ : มุมมองมนุษยศาสตร์ สังคม และการศึกษา” เขียนโดย “ศ.กิตติคุณปรีชา ช้างขวัญยืน” ราชบัณฑิต” จำหน่าย
เล่มละ 160 บาท เป็นหนังสือที่รวบรวมข้อเขียนแสดงทรรศนะในมุมมองต่างๆ ของผู้เขียน โดยแต่ละเรื่องเป็นมุมมองซึ่งประกอบด้วย “วิทรรศน์” ความกระจ่างชัดความรอบรู้ที่น่าศึกษาและน่าสนใจใน 3 มุมมอง คือ มุมมองมนุษยศาสตร์ เป็นวิชาเกี่ยวกับคุณค่า ที่อาจช่วยพัฒนาประเทศได้ มุมมองสังคม ที่มีความรู้ เพื่อจะให้เกิดปัญญาในการแก้ปัญหาและพัฒนา
ความรู้จะทำให้ใช้เหตุผลลดอคติ ลดการตัดสินตามความเชื่อหรือความอยากลง และมุมมองการศึกษา สำหรับคนเป็นครูบาอาจารย์ ให้เชื่อมั่นในความรู้ ในวิธีการหาความรู้ และในตน อันเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยที่สร้างองค์ความรู้

รักแท้ไม่ยอมแพ้ทุกอุปสรรค

ซีรี่ส์รักสี่เหล่าทัพจากละครทีวี.

“ราชนาวี ที่รัก” เป็นนวนิยายที่ถูกสร้างขึ้นเป็นละครทีวี. ภายใต้ชื่อ ชุดว่า ภารกิจรัก อันประกอบด้วย ความรักของทหารสี่เหล่าทัพ ราชนาวีที่รัก เขียนโดย “เฟื่องนคร” เป็นเรื่องราวของ คุณหนูไฮโซ ซึ่งเป็นนักเขียนที่โด่งดัง ที่เป็นของหมายปองของหนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่ แต่เธอกลับไปปรารถนา ชายอื่นใดด้วย หัวใจรัก ผูกติดกับอดีต กับเด็กเพื่อนบ้านที่ผูกพันกันมาตั้งแต่เล็ก เธอจึงออกจากความหรูหรา ค้นหา ภาพรักจากอดีต และเธอก็ได้เจอกับเขา ในเครื่องแบบนายทหารเรือที่แตกต่างกับเธออย่างสุดขั้ว แต่ด้วยความรัก เขาและเธอต้องฝ่าอุปสรรคทุกอย่างให้ได้ จำหน่ายเล่มละ 365 บาท

นิยายจีนโบราณในยุคสังคมรุ่นใหม่

ให้ทั้งความสนุกพิสดาร และคิดไม่ถึง

“จอมโจรกู้แผ่นดิน” เขียนโดย “หลิงเป้าจือ”แปลเป็นไทยโดย “เป่าเป้ย” เป็นนิยายพงศาวดารจีนยุคใหม่ที่นำเรื่องราวในอดีตกาลมาจินตนาการให้เข้าสู่ร่วมยุคสมัย เนื้อหาจะจบภายในเล่ม สำหรับในเรื่องนี้ เป็นการกล่าวถึงแผ่นดินจีนในยุคที่ขาดฮ่องเต้ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนไปทั่ว จนกระทั่งเกิดโจรพิสดารที่ มุ่งแต่เรื่อง ซกมก ทั้งด้านความคิดและกามารมณ์ ได้ไปปลุกชีพของ คนโบราณในยุคพันปีขึ้นมา ซึ่งเขาคือผู้ที่จะนำพาเอาองค์ฮ่องเต้มาด้วย สุดท้ายแผ่นดินก็สมปรารถนา แต่ผู้ค้นพบกลับไม่สมหวังเมื่อพบว่า คนซึ่งเขาคิดว่าจะเป็นหญิงเพื่อการเสพย์สมกลายเป็นผู้ชายทั้งแท่งที่วุ่นวายโกลาหลไปหมด จำหน่ายเล่มละ 195 บาท

หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน นำเสนอนิทรรศการ Soil and Stones, Souls and Songs

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284597

หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน นำเสนอนิทรรศการ Soil and Stones, Souls and Songs

หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน นำเสนอนิทรรศการ Soil and Stones, Souls and Songs

วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ร่วมกับ มูลนิธิคาดิสต์ (KADIST) และพารา ไซต์ (Para Site)โดยการสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย นำเสนอนิทรรศการสัญจรชุดใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย “ซอยล์ แอนด์ สโตนส์,โซลส์ แอนด์ ซองส์” (Soil and Stones, Souls and Songs) นิทรรศการระดับโลกจากฝีมือสร้างสรรค์ของศิลปินทั่วโลก จัดแสดงผลงานศิลปะในหลากหลายรูปแบบทั้งผลงานภาพถ่าย วีดีโออาร์ต ประติมากรรม ภาพวาด ดนตรี ฯลฯ เพื่อบอกเล่าเรื่องความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างผืนดินและธรรมชาติที่เปรียบได้กับที่อยู่และทรัพยากรอันมีค่าของมนุษย์อันเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างอารยธรรม สังคม ความเป็นชาติและจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ในหลากหลายมิติ

กฤติยา กาวีวงศ์ ผู้อำนวยการหอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ได้จัดแสดงผลงานระดับโลก ภายใต้การดูแลของมูลนิธิคาดิสต์ (KADIST) ที่เก็บรวบรวมผลงานศิลปินร่วมสมัยทั่วโลกเอาไว้มากมาย ผลงานในนิทรรศการสร้างสรรค์จากศิลปินหลากหลายเชื้อชาติกว่า 35 ท่าน อาทิ ศิลปินชาวจีน ธิเบต ฮ่องกง มองโกเลีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินเดีย โรมาเนีย ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และศิลปินชาวไทย อาทิ จุฬญาณนนท์ศิริผล, สุทธิรัตน์ ศุภปริญญา, ปรัชญา พิณทอง โดยผลงานทั้งหมด 50 ชิ้น ได้รับการคัดสรรโดย คอสมิน คอสตินาส และ อินทิ เกเรโร่ภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการ”

คอสมิน คอสตินาส ภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการ เผยว่า “นิทรรศการได้แฝงอยู่ในชื่อของนิทรรศการ กล่าวคือ “Soil” หมายถึงพื้นดิน ที่สื่อความหมายได้ผืนดินที่เราอาศัยอยู่รวมถึงทรัพยากรภายในพื้นดินที่มนุษย์ต้องใช้ในการดำรงชีวิตทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ และยังสื่อถึงพื้นที่หรือขอบเขตความเป็นประเทศชาติที่แบ่งมนุษย์เราออกเป็นกลุ่มเป็นชาติต่างๆ “Stones” หมายถึง ภูมิประเทศ และเครื่องมือต่างๆ ที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อสร้างอารยธรรม (Civilization) และความเจริญต่างๆ ทั้งด้านอุตสาหกรรมและความเจริญทางจิตใจ ศาสนา ความเชื่อ และวัฒนธรรม ส่วนสุดท้ายได้แก่ “Souls and Songs” ที่สื่อความหมายถึงจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของความเป็นมนุษย์ ที่เชื่อมต่อกับพื้นดินและเครื่องมือต่างๆ รวมถึงสังคมที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น การสร้างชาติและการแบ่งกลุ่มทางสังคม รวมถึงชนกลุ่มน้อยต่างๆ”

อินทิ เกเรโร่ ภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการกล่าวเสริมว่า “ศิลปินแต่ละท่านนำเรื่องราวในประเทศบ้านเกิดหรือสิ่งที่ได้พบเห็นและสนใจมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน อาทิ ผลงานของ โตกุลดูร์ ยอนโคนัมทส์ศิลปินชาวมองโกเลียสร้างสรรค์ผลงาน “Fin Soup & Black Lemon” เป็นภาพเขียนรูปฉลามที่มีรูปร่างคล้ายภูมิประเทศของมองโกเลีย ฉลามตัวใหญ่นี้ ศิลปินตั้งใจสื่อถึงชาวจีนที่เข้ามากัดกินทรัพยากรทางธรรมชาติของชาวมองโกเลีย เพื่อนำไปพัฒนาอุตสาหกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศจีนในปัจจุบัน ศิลปินยังตั้งใจวาดฉลามตัวนี้ให้ไม่มีครีบ เพื่อสื่อถึงค่านิยมของชาวจีนที่นิยมทานหูฉลามอีกด้วย หรืออย่างผลงานของ ซิมริน กิล ศิลปินชาวฟิลิปปินส์ที่ถ่ายทอดผลงานชุด “Vegetation” ผลงานภาพถ่ายขาวดำรูปสวนปาล์มน้ำมันในประเทศฟิลิปปินส์ที่แม้ว่าจะนำความเจริญมาให้ประเทศอย่างมากมายแต่ก็ทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างมากมายเช่นกัน”

จุฬญาณนนท์ ศิริผล หนึ่งในศิลปินชาวไทย กล่าวถึงผลงานของตนเองว่า “สร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบของวีดีโออาร์ต (VDO Art) ภายใต้ชื่อ “มิธ ออฟ โมเดิร์นนิตี้ – Myth of Modernity” หยิบยกเรื่องราวของการชุมนุมทางการเมืองในประเทศไทยปี
พ.ศ. 2557 มาเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์ พยายามเชื่อมโยงเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองเข้ากับพระพุทธศาสนา ซึ่งทำให้เห็นความขัดแย้งระหว่างความเชื่อและตำนานโบราณของไทยกับการก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของประเทศ”

นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่น่าสนใจอีกมากมาย เข้าชมนิทรรศการ “ซอยล์ แอนด์ สโตนส์, โซลส์ แอนด์ ซองส์”ได้ที่ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 เวลา 09.00 น. ถึง 20.00 น. ไม่เสียค่าใช้จ่ายสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่โทร.02-612-6741อี-เมล์: artcenter@jimthompsonhouse.com เพจเฟซบุ๊ค The Jim Thompson Art Center และเว็บไซต์ http://www.jimthompsonartcenter.org

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือน Queen of Cave ที่ Postojna

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284632

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือน Queen of Cave ที่ Postojna

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือน Queen of Cave ที่ Postojna

วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ถ้ำ Postojna ที่มีความยาว 24,340 เมตร ใกล้เมือง Postojna เมืองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสโลเวเนีย ซึ่งได้ชื่อว่า Queen of Cave แห่งนี้เป็นถ้ำที่มีความยาวเป็นอันดับสองของประเทศ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ การเดินทางจากลูเบียน่าไปที่ถ้ำไม่ยากมากหากไปโดยรถบัส แต่หากไปโดยรถไฟก็อาจต้องเดินไกลสักหน่อย แต่ก็อยู่ในระยะที่เดินได้ เพราะถ้ำห่างจากสถานีกิโลเมตรเศษ ระหว่างทางไม่ค่อยมีทิวทัศน์น่าสนใจ และค่อนข้างร้อน ถ้ำที่เปิดใน
ฤดูร้อนนี้ด้านหน้าจะมีส่วนขายตั๋วและร้านขายของจัดไว้อย่างสวยงาม ค่าตั๋วขายเป็น combo set คู่กับปราสาท Predjama ที่อยู่ห่างจากถ้ำไป 9 ไมล์ พร้อมค่ารถบัสไปกลับรวม 30 ยูโร

ก่อนเข้าถ้ำ

การเที่ยวถ้ำที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนถึงปีละกว่า 36 ล้านคนแห่งนี้ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวมาให้พร้อมสรรพเพราะภายในถ้ำจะหนาวมาก อุณหภูมิตั้งแต่ 8-12 องศาแล้วแต่ช่วงเวลา อย่างไรก็ดี ทางถ้ำมีเสื้อให้เช่าใส่อยู่ แต่ทางที่ดีนักท่องเที่ยวควรเตรียมไปเองจะง่ายกว่า รองเท้าที่สวมใส่ก็ควรสบายๆ ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้าส้นสูงแหลม การเที่ยวถ้ำนั้นจะจัดเป็นรอบๆ ตามที่พิมพ์บนตั๋ว นักท่องเที่ยวต้องเผื่อเวลาเดินจากที่ขายตั๋วไปยังปากถ้ำพอสมควร เพราะมีร้านรวงมากมายคอยดักไว้ การเข้าแถวเพื่อเข้าเยี่ยมเยือนจะมีหลายภาษาให้เลือกเอาที่ชอบใจ

คนเดินในถ้ำ

ถ้ำที่ถูกกล่าวถึงครั้งแรกโดย Johann Weikhard von Valvasor นักผจญภัยนั้นเดิมเชื่อว่าน่าจะมีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 แล้ว เพราะภาพวาดบนฝาผนังถ้ำย้อนไปถึงปี 1213 ที่นี่เริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวคนแรกที่เยี่ยมเยือนคือ Archduke Ferdinand ต่อมาในปี 1814 รัฐบาลได้เพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวมากขึ้นด้วยการติดไฟภายใน และถ้ำแห่งนี้เลยเป็นสถานที่แรกของประเทศที่มีไฟฟ้าใช้ ถ้ำแห่งนี้ได้ถูกจัดเตรียมให้พระเจ้าแผ่นดินเสด็จครั้งแรกในปี 1818 เมื่อพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 แห่งจักรวรรดิออตโตฮังกาเรียนมีพระประสงค์จะเสด็จมาเยือน การเสด็จในครั้งนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ได้ค้นพบส่วนของถ้ำเพิ่มขึ้นอีก

ทางเดินในถ้ำ

เนื่องจากถ้ำแห่งนี้มีความยาวมากถึง 5 กิโลเมตร ไกด์ทัวร์สมัยนั้นจึงกดดันให้รัฐบาลทำการวางระบบรางเพื่ออำนวยความสะดวกมากขึ้น นักโทษชาวรัสเซียจึงเป็นแรงงานสำคัญในการสร้างสิ่งก่อสร้างภายในถ้ำในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้น ถ้ำแห่งนี้กลายเป็นที่เก็บน้ำมันมากถึงกว่าพันบาร์เรลของกองทัพนาซีส่งผลในเดือนเมษายน 1944 ถ้ำแห่งนี้ตกเป็นเป้าของการจู่โจมจนไฟไหม้ไปหมด รัฐบาลจึงได้เปลี่ยนมาใช้รถไฟที่ใช้ไฟฟ้าในปี 1945 และเปิดให้บริการกับประชาชนเป็นระยะทาง 5.3 กิโลเมตร เดือนมิถุนายน 2015 เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลถ้ำได้ค้นพบทางน้ำที่เชื่อมถ้ำแห่งนี้ไปกับถ้ำ Planina ทำให้ระบบถ้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 24 กิโลเมตร

บรรยากาศในถ้ำ

การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจะเริ่มต้นด้วยการขึ้นรถไฟที่มีคิวยาวมาก และต้องลุ้นว่าตกลงเราจะได้ไปรอบนี้มั้ยโดยเฉพาะในช่วงกลางฤดูร้อนที่คนมาร่วมเข้าคิวจำนวนมหาศาล ทางรถไฟที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ไม่ได้เป็นของธรรมชาตินี้จะไปจรดกับเส้นทางของถ้ำที่เป็นธรรมชาติภายในซึ่งจะมืดกว่า และดูมีความเสียหายอยู่อันเป็นผลจากการโดนระเบิดในสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวจะได้ไปเยือนห้องโถงใหญ่ห้องแรกเรียกว่า Gothic Hall และฟังคำบรรยาย ก่อนเดินตามไกด์ไปตามทางแคบๆ ที่ไม่ได้น่ากลัวมากและเดินไม่ลำบากมากนักจนไปจรดอีกห้องโถงที่เรียกว่า Congress Hall ซึ่งแต่เดิมเป็นห้องเต้นรำ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะเดินผ่านทางเดินที่ตกแต่งด้วยประติมากรรม และสะพานรัสเซียเข้าสู่ห้องโถงสีแดงและสีขาว ก่อนจบทัวร์นักท่องเที่ยวจะผ่านตู้ปลาขนาดใหญ่ที่มีปลาหน้าตาแปลกที่เรียกว่า human fish ใน Concert Hall ก่อนจบทัวร์ด้วยการนั่งรถไฟย้อนกลับไปที่ปากทาง เป็นอันสิ้นสุดทัวร์ที่แสนประทับใจในเวลาชั่วโมงครึ่ง

รถไฟในถ้ำ

‘หออภิบาลสัตว์ป่วยใน’ โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284623

‘หออภิบาลสัตว์ป่วยใน’ โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

‘หออภิบาลสัตว์ป่วยใน’ โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อน้องหมาน้องแมวที่เราเลี้ยงมีอาการป่วย เจ้าของสัตว์ส่วนใหญ่ก็จะพาไปพบคุณหมอที่คลินิกรักษาสัตว์ใกล้บ้าน  หลายคนจะนึกถึง “โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ” ด้วยเหตุผลที่ว่า มีสัตวแพทย์เฉพาะทาง และมีอาจารย์หมอคอยให้การรักษาและให้คำแนะนำจำนวนมาก

กรณีที่ป่วยเล็กน้อย คงไม่น่าห่วงอะไร เพราะตรวจรักษาแล้วก็รับยากินไปป้อนต่อที่บ้าน แต่ในกรณีที่เป็นมากๆ ต้องรับการรักษาต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน เจ้าของสัตว์ก็ต้องพาสัตว์เลี้ยงกับบ้านในตอนเย็น แล้วพามารักษาต่อในวันรุ่งขึ้น ถ้าการรักษาใช้เวลาเพียง 2 วัน คงพอไหว แต่ถ้าต้องทำต่อเนื่องกันหลายวันคงลำบากในการฝ่าฟันการจราจรในกรุงเทพฯ วันนี้ถือว่ามีข่าวดีครับ เนื่องจากเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โรงพยาบาลสัตว์เล็กคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีพิธีเปิดหน่วย “หออภิบาลสัตว์ป่วยใน” ประจำโรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ อย่างเป็นทางการแล้ว วันนี้ผมมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ จาก สพ.ญ.พูนทรัพย์  มณีศิริ คุณหมอประจำหน่วยหออภิบาลสัตว์ป่วยใน โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มาฝากกันครับ

“หออภิบาลสัตว์ป่วยใน” หรือ “IPD ward”  ถือเป็นการเติบโตก้าวสำคัญของทั้งโรงพยาบาลสัตว์เล็กและคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ เนื่องจากเป็นหน่วยที่สร้างขึ้น เพื่อรองรับการพักรักษาตัวในสถานะสัตว์ป่วยใน (หรือที่เรียกในคนว่า “ผู้ป่วยใน”)โดยก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลได้มีการให้บริการเฉพาะในส่วนของหน่วย “หออภิบาลสัตว์ป่วยวิกฤติ” เท่านั้น

ซึ่งหออภิบาลสัตว์ป่วยวิกฤติจะรับสัตว์ป่วยเฉพาะกรณีฉุกเฉิน เช่น “อุบัติเหตุ” หรือ “ภาวะเพื่อพยุงอาการให้พ้นภาวะวิกฤติเพื่อที่จะส่งต่อไปรักษาให้ส่วนโรงพยาบาลปกติต่อไป” เท่านั้น ซึ่งยังไม่ครอบคลุมถึงสัตว์ป่วยทั่วไป

ทางโรงพยาบาลได้เล็งเห็นถึงความต้องการในส่วนนี้  จึงได้มีการทำการก่อตั้งหออภิบาลสัตว์ป่วยนี้ขึ้น เพื่อที่จะรองรับการให้บริการให้ครอบคลุมมากที่สุดครับ

และที่สำคัญ “หออภิบาลสัตว์ป่วยใน” นั้น ยังมีไว้เพื่อรองรับการเรียนการสอนสำหรับนิสิตคณะสัตวแพทย์ ซึ่งถือเป็นโรงเรียนสัตวแพทย์ที่ควบคุมโดยคณาจารย์ ดังนั้นสัตว์ป่วยทุกตัวจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ให้ความรู้แก่ว่าที่คุนหมออีกด้วย

ในช่วงแรกนี้ หออภิบาลสัตว์ป่วยใน สามารถรองรับสัตว์ป่วยได้เต็มที่ 45 ราย  โดยสัตว์ป่วยดังกล่าวเป็นสัตว์ที่มีอาการป่วยแต่“ไม่เป็นสัตว์ป่วยวิกฤติ” (เช่น สัตว์ที่รักษาตัวรอการผ่าตัด สัตว์ที่ต้องการดูแลหลังผ่าตัด สัตว์ป่วยอื่นๆ ที่เห็นว่าสมควรที่จะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด หรือสัตว์ป่วยที่ต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

หออภิบาลสัตว์ป่วยในนี้จะมีทีมสัตวแพทย์ และผู้ช่วยสัตวแพทย์ คอยดูแลและรักษาสัตว์ป่วยอย่างใกล้ชิดในตลอด24 ชั่วโมง  มีการตามผลการตรวจรักษา และการวินิจฉัยอย่างมีแบบแผนขั้นตอน เป็นระบบโดยสัตวแพทย์เจ้าของไข้ และทีมงานสัตวแพทย์ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการดูแลและรักษาเพิ่มสูงขึ้น  แต่สัตว์ที่จะสามารถเข้ารักษาตัวในหออภิบาลสัตว์ป่วยนั้นจะต้องเป็นสัตว์ที่ “ไม่มีเป็นโรคติดต่อ” ที่สามารถติดไปสู่สัตว์ตัวอื่นๆ ได้  ซึ่งในส่วนของการรับเป็น “สัตว์ป่วยในในส่วนของสัตว์ติดเชื้อ” นั้น จะเป็นแผนดำเนินการในอนาคตต่อไปครับ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย