“บิ๊กตู่” แจง รวบ “เอกชัย-โชคชัย” หวั่นละเมิด “บิ๊กป้อม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/321710

“บิ๊กตู่” แจง รวบ “เอกชัย-โชคชัย” หวั่นละเมิด “บิ๊กป้อม”

บิ๊กตู่,บิีกป้อม,เอกชัย หงส์กังวาน,รวบเอกชัย

อัดสื่อ รู้เขาเป็นนักกิจกรรมการเมือง อยากให้มองสองด้านบ้าง ทำคอมพ์ฯ ตร.พัง ก็ไม่เอาเรื่อง หากทำอีกต้องลงโทษ “บิ๊กตู่” ออกตัว หลังสงกรานต์ ช่วยกันพาประเทศพ้นบ่วง

         17 เม.ย.61 – เวลา 13.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ก่อนเดินทางไปทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ที่หน้าบ้านพัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ซึ่งเปิดบ้านให้รดน้ำดำหัว เมื่อวานที่ผ่านมา (16 เม.ย)

โดย “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สื่อรู้อยู่แล้ว เขาเป็นนักกิจกรรมทางการเมือง ฉะนั้น ต้องมองว่า การจะไปรบกวนคนนู้นคนนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนคนอื่นหรือไม่ อยากให้มองสองด้านบ้าง อย่ามองแค่ด้านใดด้านหนึ่ง มันเหมือนเป็นการสนับสนุนให้ทำกิจกรรมสร้างผลกระทบกับคนอื่น รวมถึงการจราจร และการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งไม่สมควรในเวลานี้

"บิ๊กตู่" แจง รวบ "เอกชัย-โชคชัย" หวั่นละเมิด "บิ๊กป้อม"

แฟ้มภาพ “บิ๊กตู่” รดน้ำสงกรานต์ “บิ๊กป้อม”

“ก็เห็นอยู่แล้วว่าเขาต้องการให้เกิดเหตุ และเกิดภาพความรุนแรงขึ้นเพื่อให้สื่อถ่ายภาพลงหนังสือพิมพ์ แล้วสื่อก็มาถามผมแบบนี้ ก็เตือนกันง่ายๆ กลับบ้านไปก็จบ แต่ก็ดิ้นรนไปเรื่อยเปื่อย สุดท้ายคือต้องการให้เกิดภาพ พอไปโรงพักก็ไปพักคอมพิวเตอร์อุปกรณ์สำนักงานสถานีตำรวจ ตรงนี้ทำไมไม่ไปถามเขาดูบ้าง ทำแบบนี้ได้หรือไม่ และเขาก็ไม่ได้เอาเรื่องเอาราวลงโทษทางกฏหมายอะไร จริงๆ แล้วต้องลงโทษ หากทำอีกคงต้องลงโทษ เพราะมันไม่ไหว เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่น ส่วนที่มองว่าเจ้าหน้าที่กระทำรุนแรงเกินไปนั้น เป็นไปอย่างที่บอก มีการดิ้นไปดิ้นมา เจ้าหน้าที่จับแขนจับขาก็กลายเป็นรัดคอ เพราะเขาไม่หยุด แล้วจะให้ทำอย่างไร วันหลังให้สื่อไปช่วยกันทำให้เขาหยุด จะได้หรือไม่ก็ไม่รู้ ให้เจ้าหน้าที่ลองถ่ายภาพดูบ้าง ไปหาวิธีการที่เหมาะสมก็แล้วกัน ถ้ามันแรงไปก็ขอโทษ” นายกฯ กล่าว
"บิ๊กตู่" แจง รวบ "เอกชัย-โชคชัย" หวั่นละเมิด "บิ๊กป้อม"

แฟ้มภาพ ตำรวจเชิญตัว “นายเอกชัย หงส์กังวาน”  

“พล.อ.ประยุทธ์” กล่าวอีกว่า เรื่องใดก็ตามที่เป็นความขัดแย้งหลังสงกรานต์นี้รัฐบาลขอให้เรานำพาประเทศให้ผ่านพ้นช่วงเวลาสำคัญช่วงนี้ไปให้ได้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้ง หากไม่สงบเรียบร้อยเราจะทำอะไรกันต่อไปได้ วันหน้าก็จะเกิดความวุ่นวายสับสน อลหม่านเหมือนเดิม ฉะนั้นขอว่าจะเสนอข่าวอะไรขอให้เสนอสองทาง อย่าไปลองตัดสินว่าโน้นนี่ผิดถูก เพราะบางทีมันไม่ใช่ เนื่องจากข้อมูลไม่ตรงกัน ข้อมูลของภาครัฐเยอะกว่าอยู่แล้วถึงได้ทำงานนู้นนี่ค่อนข้างตรงความต้องการของประชาชน ไม่อยากให้ไปฟังคำพูดคำกล่าวอะไรจากภายนอกมากนัก

"บิ๊กตู่" แจง รวบ "เอกชัย-โชคชัย" หวั่นละเมิด "บิ๊กป้อม"

แฟ้มภาพ “บิ๊กตู่” รดน้ำสงกรานต์ “บิ๊กป้อม”

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายคนมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงที่ผ่านมาทั้งสิ้น รัฐบาลนี้ทำสนองตอบทุกคนทั้งประชาชน การเมือง นักการเมืองที่เคยทำไม่ได้ เราก็ทำให้มันได้ ส่วนที่ดีเราทำขนาดนี้ แล้วจะมาติติงอะไร” นายกฯ กล่าว

โยก ‘ทศพร’ เป็นเลขาฯสภาพัฒน์ ตั้ง ‘ปกรณ์’ เป็นนั่งก.พ.ร.แทน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/321697

โยก ‘ทศพร’ เป็นเลขาฯสภาพัฒน์ ตั้ง ‘ปกรณ์’ เป็นนั่งก.พ.ร.แทน

ทศพล,เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ,ครม,ศดรทศพร ศิริสัมพันธ์,เลขาธิการ กพร

มติครม.โยก “ทศพร ศิริสัมพันธ์” เป็นเลขาธิการสภาพัฒน์ ตั้ง “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เป็นนั่งเลขาธิการก.พ.ร.แทน

 

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง ศ.ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร) เป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และมีมติแต่งตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นเลขาธิการ ก.พ.ร.

 

สำหรับประวัตินายทศพร ศิริสัมพันธ์

คุณวุฒิการศึกษา

รัฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยM.A.P.A. สาขาบริหารการพัฒนา Pi Alpha Alpha (National Honor Society for Public Affairs and Administration), Northem Illinois University, U.S.A.Ph.D. สาขาการวิเคราะห์นโยบาย การบริหารรัฐกิจ และการเมืองเปรียบเทียบ, Northern Illionis University, U.S.A.

 

 

โยก 'ทศพร' เป็นเลขาฯสภาพัฒน์ ตั้ง 'ปกรณ์' เป็นนั่งก.พ.ร.แทนศ.ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์

การอบรมส่งสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) หลักสูตร DCP 80/2006 , FND 30/2006“Local Authorities and the State”, Ecolc Nationale d’ Administration (ENA) ประเทศฝรั่งเศสสถาบันวิทยาการตลาดทุน หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 10 (วตท.10)วิทยาลัยการยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรมหลักสูตรนักบริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บยส.) รุ่นที่ 15

 

ประสบการณ์การทำงาน

2536 – 2539

หัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2539 – 2543

ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2543 – 2546

รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

 

2546 – 2549

กรรมการ และ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

2547 – 2549

กรรมการ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ

2549 – 2551

สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

2548 – 2552

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.)

2549 – 2552

กรรมการธรรมาภิบาล บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

 

2546 – 30 กันยายน 2556

เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

‘ชาติไทยพัฒนา’ ตอบรับคสช.เพื่อเลือกตั้ง ติงปัญหายืนยันสมาชิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/321497

‘ชาติไทยพัฒนา’ ตอบรับคสช.เพื่อเลือกตั้ง ติงปัญหายืนยันสมาชิก

นิกร จำนง,พรรคชาติไทยพัฒนา,คสช,เลือกตั้ง

“นิกร จำนง” เผย “ชาติไทยพัฒนา” ตอบรับหารือ “คสช.” เรื่องเลือกตั้งแล้ว ติงปัญหายืนยันสมาชิกพรรคเก่า เนื่องจากหยุดยาวติดต่อกันนานหลายวัน

 

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวตอบรับคำเชิญของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อการหารือร่วมกันถึงการเลือกตั้ง ที่คาดว่ารัฐบาลจะเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วมหารือช่วงเดือนมิถุนายน 2561นี้ หรือเร็วกว่าระยะเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ดีพรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมให้ความร่วมมือ และที่ผ่านมาทุกครั้งที่รัฐบาลเชิญให้ความเห็น อาทิ การปฏิรูป ทางพรรคเข้าร่วมทุกครั้ง แต่การเข้าร่วมครั้งที่จะถึงนี้ตนคงไม่นำความคาดหวังเข้าร่วมหารือด้วย เพราะกลัวผิดหวัง

 

'ชาติไทยพัฒนา' ตอบรับคสช.เพื่อเลือกตั้ง ติงปัญหายืนยันสมาชิก

 

'ชาติไทยพัฒนา' ตอบรับคสช.เพื่อเลือกตั้ง ติงปัญหายืนยันสมาชิก           นายนิกร  จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา

นายนิกร กล่าวถึงการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา ตามที่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ระบุให้ดำเนินการ ช่วงวันที่ 1-30 เมษายน ว่า ทางพรรคใช้ระบบการยืนยันของสมาชิกที่มีภูมิลำเนาที่ต่างจังหวัดผ่านระบบส่งจดหมายลงทะเบียน และชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองผ่านระบบโอนเงินของธนาคาร จนถึง

 

นายนิกร กล่าวอีกว่า ขณะนี้พบว่ามีปัญหาคือช่วงเดือนเมษายนที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวันทำให้ที่ทำการไปรษณีย์ และธนาคาร ปิดให้บริการ ดังนั้นการกำหนดให้ยืนยันถึงวันที่ 30 เมษายน แต่ระบบส่งจดหมายตอบกลับไม่สามารถทำได้ ในบางพื้นที่อาจมีจดหมายสะสมเป็นจำนวนมาก ส่วนตัวมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอาจมีผลกระทบต่อทุกพรรค และส่งผลให้กลายเป็นเงื่อนตายไปในที่สุด ดังนั้น คสช. ควรพิจารณาและหาแนวทางคลี่คลายผลกระทบดังกล่าว

“คสช.เคยขอความเห็นจากพรรคการเมือง เราก็แนะไปหลายหนว่าระบบมีปัญหา และปัญหาจะเกิดกับพรรคเก่าทุกพรรคการเมือง แต่เมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้ เชื่อว่า คสช. จะถูกข้อครหาว่ากลั่นแกล้งพรรคการเมืองในระบบได้ เพราะตัวเลขของจำนวนบุคคลที่ยืนยันเป็นสมาชิกพรรคอยู่เดิมแสดงให้เห็น ซึ่งผมไม่รู้ว่าจะพาลไปโกรธหรือทำให้ใครเสียรังวัดหรือไม่” นายนิกร กล่าว

—***—

ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ

ขอบคุณภาพ:เฟซบุ๊ก พรรคชาติไทยพัฒนา

 

'ชาติไทยพัฒนา' ตอบรับคสช.เพื่อเลือกตั้ง ติงปัญหายืนยันสมาชิก

 

'ชาติไทยพัฒนา' ตอบรับคสช.เพื่อเลือกตั้ง ติงปัญหายืนยันสมาชิก

 

 

'ชาติไทยพัฒนา' ตอบรับคสช.เพื่อเลือกตั้ง ติงปัญหายืนยันสมาชิก

 

ตั้ง “สกลธี” นั่งแท่น “รองผู้ว่าฯกทม.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/320669

ตั้ง “สกลธี” นั่งแท่น “รองผู้ว่าฯกทม.”

ตั้ง,สกลธี,นั่ง,รองผู้ว่าฯกทม

“อัศวิน” ตวัดปากกา ตั้ง “สกลธี” ขึ้นชั้น “รองผู้ว่าฯกทม. คาดส่งลงดูแลสนามเลือกตั้งเมืองกรุง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกทม. ลงนามในคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 1215/2561 เรื่องให้รองผู้ว่าฯกทม.พ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งรองผู้ว่าฯกทม. มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่มีได้มีคำสั่งกรุงเทพมหานครที่ 2650/2560 ลงวันที่ 24 ส.ค.2560 แต่งตั้งพล.ต.อ.ชินทัต มีศุข เป็ฯรองผู้ว่าฯกทม. อาศัยอำนาจตามความใฝนมาตรา 49(3) และมาตรา 55 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ประกอบกับข้อ 2 ของคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 64/2559 ลงวันที่ 18 ต.ค. 2559 จึงให้พล.ต.อ.ชินทัต มีศุข พ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. และแต่งตั้งนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าฯกทม. ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่งวันที่ 10 เม.ย.2561

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา นายสกลธีได้เข้าไปพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล และคาดหมายว่าจะมาร่วมกับนายสมคิดเพื่อตั้งพรรคการเมืองใหม่และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง   ทั้งนี้การเข้าพบวันดังกล่าวมี นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณอดีต ส.ส. ประชาธิปัตย์ที่เคลื่อนไหวร่วมกับ กลุ่ม กปปส. ร่วมด้วย และยังมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตส.ส.สิงห์บุรี พรรคชาติไทยพัฒนาอีกด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า การแต่งตั้งนายสกลธี เป็นรองผู้ว่าฯกทม.นั้น เพื่อเตรียมการในการเลือกตั้งในพื้นที่กทม. เนื่องจากนายสกลธี เป็นอดีตกปปส. มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการกปปส.    ทั้งนี้นายสกลธี เป็นบุตรชายของ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ

นายกฯ ลั่นศาลหมดสิทธิ์ใช้บ้านพักดอยสุเทพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/320558

นายกฯ ลั่นศาลหมดสิทธิ์ใช้บ้านพักดอยสุเทพ

พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,นายกฯ,บ้านพักศาล

“บิ๊กตู่” เผยปมบ้านพักตุลาการดอยสุเทพ ลั่นศาลคงไม่ได้ใช้แล้ว แต่เสียดายงบถ้าต้องทุบ สั่งเอาไปใช้ประโยชน์เรื่องอื่น

          เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 10 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความชัดเจนโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีประชาชนคัดค้าน และจะมีการเคลื่อนไหวกดดันหากไม่มีความชัดเจน ว่าสอบถามข้อมูลจากรายละเอียดมีพื้นที่ที่ได้รับการอนุมัติมาก่อนหน้าที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา โดยมีพื้นที่ 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการจัดตั้งสำนักงานศาลยุติธรรม ส่วนที่สองเป็นการก่อสร้างสถานที่พักซึ่งมีปัญหาอยู่เนื่องจากประชาชนไม่เห็นด้วย และพื้นที่ส่วนที่สาม ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ถึงจะมีการขออนุญาตมาแล้วก็ตาม ทั้งนี้โครงการนี้เกิดก่อนมาก่อนหน้าที่รัฐบาลจะเข้ามา แต่รัฐบาลก็ต้องแก้ไขให้เกิดความชัดเจนให้เป็นไปตามกฎหมายและตามที่ประชาชนต้องการ ก็เสียดายเพราะที่ผ่านมา มีการก่อสร้างเป็นไปตามลำดับ เป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง มีสัญญาจะไปรื้อทั้งหมดคงลำบาก ซึ่งรัฐบาลได้ให้คสช.และกองทัพภาคที่ 3 กระทรวงมหาดไทยไปทำความเข้าใจต่อกลุ่มที่คัดค้านว่าจะทำอย่างไร

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานศาลยุติธรรมจากการหารือขั้นต้นคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ในส่วนปัญหาของที่พักก็ต้องมาดูเพราะมีการอนุมัติงบประมาณของรัฐไปแล้วจนใกล้จะเสร็จแล้ว ซึ่งมีสัญญาระหว่างรัฐและผู้รับเหมา ก็มีโอกาสที่จะฟ้องร้องกันตรงนี้ ก็ต้องไปดูว่าจะแก้ไขกันอย่างไร แต่มีหลายคนเสนอให้ทุบทิ้ง แล้วงบประมาณที่ใช้ไปตรงนี้จะทำอย่างไร งบประมาณภาครัฐไม่ใช่ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ จะต้องมีคนรับผิดชอบ

          “เรื่องนี้นานแล้วต้องไปดูว่าจะนำไปใช้ในด้านอื่นได้หรือไม่ หรือให้ประชาชนนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ เพราะศาลคงใช้ไม่ได้แล้ว เนื่องจากประชาชนออกมาประท้วง เรื่องนี้ขออย่าเอาไปเกี่ยวพันกันแล้วขออย่าไปพันเกี่ยวกับการรื้อรีสอร์ทของภาคเอกชน เป็นคนละเรื่อง เรื่องนั้นทำผิดกฎหมายโดยชัดเจนก็ต้องดำเนินคดี ส่วนการก่อสร้างบ้านพักตุลาการเป็นงบของราชการที่อนุมัติงบประมาณโดยรัฐบาลที่ผ่านมา เรื่องจะผิดจะถูกไปว่ากันอีกครั้ง ต้องมีกระบวนการสอบสวนกันต่อไป ใครเกี่ยวข้องบ้าง” นายกฯ กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอให้ใจเย็น อย่ามาเดินขบวนกันอีกเลย คุยกันให้รู้เรื่องว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรดีกว่า ถ้าทุบทิ้งทำง่าย แต่ต้องมีคนรับผิดชอบงบประมาณตรงนี้ รัฐบาลก็ไม่ใช่คู่กรณีกับใคร ถูกผู้รับเหมาเรียกค่าเสียหาย แล้วใครเป็นคนทำสัญญากับเขาก็คือข้าราชการ ซึ่งต้องไปดูและหาวิธีแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด ขอร้องอย่ามาเดินขนวนกันอีกเลย จากเวทีพูดคุย อีกคนพูดอย่างอีกคนจะให้ทุบอย่างเดียว อย่างอื่นไม่สนใจก็ไม่ได้ รัฐบาลนี้เข้ามาต้องแก้ปัญหา” นายกฯ กล่าว

          ด้านนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ที่ทางกองบัญชาการควบคุมกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.เชียงใหม่ ได้มีหนังสือเชิญประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือผู้แทนเข้าร่วมประชุมในเวทีสาธารณะเพื่อร่วมกันหาทางออกโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลและบ้านพักข้าราชการศาลภาค 5 ซึ่งในวันดังกล่าวไม่ได้มีตัวแทนจากทางศาลยุติธรรมเข้าร่วมประชุมหารือว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ก.บ.ศ.จะมีการประชุมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

          “ผมจึงแจ้งไปยังนายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า หลังจากการประชุมเสร็จก็จะมีการนำความเห็นจากมติการประชุมก.บ.ศ.เสนอต่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ซึ่งนายสวัสดิ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้พิจารณาเห็นแล้วว่าทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 นั้นไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ ในเรื่องดังกล่าวนี้ได้ จึงไม่อาจส่งบุคคลใดเข้าร่วมตามคำเชิญได้ นายสวัสดิ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ก็มีหนังสือแจ้งไปยังผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 เมษายน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว” นายสราวุธ กล่าว

          วันเดียวกัน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการสร้างบ้านพักศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่าหากมีผู้ร้องมาที่ผู้ตรวจก็พร้อมที่จะพิจารณา แต่ในเบื้องต้นผู้ตรวจก็ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว และเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พยายามแก้ไขปัญหาอยู่ ทั้งศาลยุติธรรม นายกรัฐมนตรีเองก็แสดงเจตนาที่จะแก้ไข อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าปัญหาของผู้เป็นเจ้าของพื้นที่เขาก็ห่วงเรื่องป่า แต่ศาลยุติธรรมก็ได้ที่ดินมาโดยชอบ และโครงการก็เดินหน้ามาค่อนข้างไกล จะยกเลิกเลยศาลก็ไม่มีอำนาจ เพราะถ้ายกเลิกก็ต้องมีเรื่องความรับผิดชอบของงบประมาณที่เสียไป เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วจึงคิดว่าป่ากับคนต้องอยู่กันให้ได้

          อย่างไรก็ตามหากจะมีผู้ร้องมาที่ผู้ตรวจซึ่งก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่ใช้พื้นที่ป่านั้น แต่อาจจะเป็นผู้ที่พบเห็นปัญหาความเดือดร้อนก็สามารถร้องเรียนได้ ซึ่งผู้ตรวจก็มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ ครม.อยู่แล้ว ซึ่งการให้คำแนะนำก็ครอบคลุมไปถึงเรื่องของการรักษาป่าไม่อยู่แล้ว

          พล.อ.วิทวัส กล่าวถึงการลงพื้นที่แก้ปัญหาที่ทำกินทับซ้อนกับพื้นที่ป่าในเขตอุทยานทับลาน พบว่ามีปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ซับซ้อนพอสมควร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ตรวจได้ลงพื้นที่และกรมอุทยานก็มีความเห็นว่า การกำหนดแนวเขตใหม่ให้ถูกต้อง ซึ่งประชาชนจะได้รู้ว่าสิทธิในที่ดินของตัวเองอยู่ที่ไหน โดยเมื่อตรวจเรื่องแนวเขตเรียบร้อยแล้วจะมีหนังสือเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาประชุมเพื่อหาข้อสรุปก่อนมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในเรื่องที่จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายอุทยาน กฎหมายป่าไม้ กฎหมายที่ดิน เพื่อให้ประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนมากขึ้น

เปิดตัวเต็ง”ปลัดคลัง” ไขเบื้องหลังสมชัยไขก๊อก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/320556

เปิดตัวเต็ง”ปลัดคลัง” ไขเบื้องหลังสมชัยไขก๊อก

สมชัย สัจจพงศ์

   เปิดตัวเต็ง”ปลัดคลัง”  หลังสมชัย สัจจพงศ์ ลาออก ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร  กุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร และจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองปลัดก.คลัง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ประชุมครม. มีมติแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงหลายตำเเหน่ง โดยให้นายสมชัย สัจจพงศ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) และมอบหมายให้ นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สศช. ไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หลังจากมีปัญหาการทุจริตเรื่องเงินช่วยเหลือคนพิการ

           ล่าสุดนายสมชัยยื่นใบลาออกจากตำเเหน่งปลัดกระทรวงการคลัง หลังมติครม.เผยเเพร่ไม่นานนัก เเละว่าที่ตัวเต็งที่จะเป็นปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่คือนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากรและนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวงการคลัง

           นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า สาเหตุที่ ครม. มีมติโยกย้ายในครั้งนี้ เนื่องจาก นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ทำเรื่องขอตัวไปช่วยงาน เนื่องจากนายสมชัยมีคุณสมบัติที่เหมาะสม

           “สศช.เป็นหน่วยงานรับผิดชอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการปฏิรูปเศรษฐกิจคณะใหญ่ มี สศช. เป็นเลขาธิการซึ่งสศช. ในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากกว่าในอดีตที่มีหน้าที่กลั่นกรองเรื่องเพื่อป้องกันการทุจริตเลยคิดว่า นายสมชัยเหมาะสมจะเข้าไปขับเคลื่อน เพราะเป็นคนที่เก่งพร้อมสร้างระบบให้เดินต่อไปได้ เขาก็มาขอตัวไปช่วย”รมว.คลังระบุ

            เมื่อถามว่า กระทรวงการคลังถือเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลภาพใหญ่ของเศรษฐกิจ นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า สศช.เป็นหน่วยงานที่ดูกรอบใหญ่ของเศรษฐกิจมากกว่า กระทรวงการคลังเป็นผู้ทำตามในบางเรื่อง แต่สศช. ดูเรื่องการปฏิรูปในทุกเรื่อง เช่น การศึกษา ความมั่นคง และเศรษฐกิจ

            “สศช.ดูเเลเศรษฐกิจเป็นกรอบใหญ่ เราเป็นตัวที่ทำตามบางเรื่อง แต่สศช.ทำทุกเรื่องที่ปฏิรูปไม่ว่า เศรษฐกิจ การศึกษา ความมั่นคง ซึ่งเราดูเฉพาะเศรษฐกิจ งานกระทรวงการคลังเองก็แน่นอนว่า จะอ่อนลงหน่อย เพราะไม่มีใครจะเก่งเท่าปลัดคลัง”เขากล่าว

              เมื่อถามว่า ถ้าเก่งแล้ว ทำไมไม่ให้นั่งในตำแหน่งเดิม รมว.คลังกล่าวว่า ดึงได้อย่างไร เพราะเราต้องคำนึงถึงภาพรวมของประเทศ และยืนยันว่า นายสมชัย ไม่มีปัญหาเรื่องการทำงานร่วมกัน แม้แต่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรียังชื่นชมการทำงานของนายสมชัย ไม่ได้ไม่พอใจอะไร เพียงแค่มองว่า นายสมชัยเป็นคนที่มีศักยภาพ

                นายอภิศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ได้พูดคุยกับนายสมชัยเรื่องที่จะมีการโยกย้ายก่อนที่จะมีการเสนอชื่อโยกย้ายเข้าสู่การพิจารณาของครม. ซึ่งนายสมชัยไม่ได้ตอบอะไร ส่วนบุคคลที่จะมานั่งในตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่นั้น ยังไม่ทราบจะเป็นใคร แต่จะพยายามเสนอคนในกระทรวงการคลังเข้ารับตำแหน่งแทน เพื่อมาขับเคลื่อนงานที่ปลัดคลังคนเดิมทำไว้ เช่น เรื่องของคนจน อีเพย์เมนท์เพราะเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานของประเทศ จะต้องสานต่อให้จบ

                ส่วนกระแสข่าวว่า จะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารกระทรวงการคลังครั้งใหญ่ในการประชุมครม.ครั้งหน้า รมว.คลังกล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เพราะเรื่องการโยกย้าย นายสมชัย ก็เพิ่งรู้แค่หนึ่งวันก่อนเข้าครม.

               แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นายสมชัยตัดสินใจจะยื่นหนังสือลาออกจากราชการ โดยการปฏิบัติหน้าที่ล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสมชัยได้เข้าร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการคลังและธนาคารกลางอาเซียนที่ประเทศสิงคโปร์ จากนั้นได้ลาพักผ่อนไปต่างประเทศกับครอบครัวจนถึงวันที่ 17 เม.ย.นี้

               นายสมชัย นั่งในตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังมาตั้งแต่ต.ค.2558 เป็นระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน สำหรับอายุเวลาราชการของนายสมชัยนั้น ยังเหลือเวลาอีกประมาณ 2 ปี ก่อนที่จะเกษียณ

                แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า เหตุผลที่นายสมชัยถูกโยกย้ายตำแหน่ง เพราะเป็นช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง รัฐบาล จึงต้องการเลือกบุคคลที่จะสามารถสนองงานนโยบายได้ทุกด้าน อย่างไรก็ดี มีกระแสข่าวว่า นายสมชัย จะถูกโยกย้ายตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และส่วนหนึ่ง เนื่องจาก นายสมชัยได้ไปพูดในเวทีสัมมนาแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆเปรียบเสมือนเห็บสยาม ที่พร้อมจะเกาะกินประเทศอื่นที่มีการเติบโตที่ดี ทำให้รัฐบาลไม่พอใจ

                 แต่เนื่องจาก นายสมชัยเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเรียนวปอ.กับนายกรัฐมนตรี จึงยังเกรงใจที่จะโยกย้ายในช่วงนั้น ขณะเดียวกัน นายสมชัยถือว่า เป็นบุคคลที่มีความสามารถในการสานงานนโยบายรัฐได้ดีด้วยเช่นกัน

อย่าปล่อย! ให้ฮั้วค่าโง่สร้างรัฐสภา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/320359

อย่าปล่อย! ให้ฮั้วค่าโง่สร้างรัฐสภา

ลมใต้ปีก

คอลัมน์ ‘กวาดบ้านกวาดเมือง’ โดย ลมใต้ปีก

 

อย่าปล่อย! ให้ฮั้วค่าโง่สร้างรัฐสภา
วันนี้เรื่องร้อนทางการเมืองคงไม่พ้น”โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่” หรือ “สัปปายะสภาสถาน” มูลค่ากว่า 12,280 ล้านบาท ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บนที่ดินราชพัสดุ ย่านเกียกกาย ขนาดเนื้อที่กว่า 123 ไร่ที่ยังไม่แล้วเสร็จ

นอกจากจะเป็นโครงการที่ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานมากที่สุดแล้วคือกว่า 20 ปีเ เต่วันนี้มันกลับมีกระเเสว่า”เป็นโครงการที่อื้อฉาวมากที่สุดโครงการหนึ่ง”

โครงการนี้เดินเครื่องเเบบเต็มสูบเมื่อเดือนมีนาคม 2556 สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เลือก”บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)” ชนะการประมูลที่เสนอราคาต่ำสุด มีระยะดำเนินการ 900 วัน หรือตั้งแต่ 8 มิถุนายน 2556 – 24 พฤศจิกายน 2558 ระหว่างดำเนินโครงการเกิดปัญหาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง มีการขยายสัญญา 3 ครั้ง รวม 1,497 วัน หรือกว่า 4 ปี ซึ่งในสัญญาเดิมนั้นระบุว่า หากการก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่กำหนด “ผู้รับเหมาต้องเสียค่าปรับวันละ12 ล้านบาท”

 

อย่าปล่อย! ให้ฮั้วค่าโง่สร้างรัฐสภา

น่าสนใจว่า”รัฐสภา”ในฐานะเจ้าของโครงการได้เห็นชอบขยายเวลาให้ 3 ครั้ง เกือบ 1,500 วัน คิดเป็นค่าปรับเกือบ 18,000 ล้านบาทนี้ จึงเกิดคำถามว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนหรือไม่ เพราะตอนนี้ “ซิโน-ไทยฯ”จ่อฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ วงเงินราว 1,400 -1,673 ล้านบาท

หนึ่งในยักษ์ใหญ่วงการก่อสร้างที่รับงานนี้จากรัฐสภานั้น  อย่าปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง หนึ่งในหุ้นส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของบริษัทนี้ไม่ใช่คนอื่นคนไกลจากวงการการเมือง ที่ใคร ๆ ก็รู้กันไปทั่วว่า “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  คือหนึ่งในเงาผู้บริหารธุรกิจก่อสร้างเเห่งนี้ของครอบครัวชาญวีรกูล

ขอตั้งถามว่าหาก”ซิโน-ไทย”จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในวงเงินดังกล่าวนั้นจริง    ขอถามตรงๆไปยังเสี่ยหนูว่า  “ในฐานะคนการเมืองที่อาสารับใช้สังคม การเเสดงความรับผิดชอบกับเรื่องนี้ที่ควรมีมากกว่าจะร้องเรียกความเสียหายจากรัฐสภาหรือไม่”

วันนี้เสี่ยหนูเเละพรรคภูมิใจไทยขอเสนอตัวกับสังคม ในการลงสนามเลือกตั้งเป็นตัวเเทนประชาชน   สิ่งที่เสี่ยหนูน่าจะพึงสังวรณ์คือ  “การเป็นคนการเมืองควรเสียสละเพื่อสังคม” เเต่วันนี้บริษัทในครอบครัวของเสี่ยหนูกำลังจะฟ้องร้องกับรัฐ ทั้งๆที่”ซิโน-ไทย”ได้รับเกียรติในการเป็นผู้ก่อสร้างอาคารซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของตัวเเทนประชาชน

“หากจะเอาเเต่ได้เช่นนี้   ก็ไม่ควรเสนอตัวรับใช้สังคม”เพราะการเป็นตัวเเทนประชาชนที่มาจากการเลือตั้งควรท่องไว้ในใจว่า “ต้องเสียสละเพื่อสังคม”

หากบริษัทของครอบครัวเสี่ยหนูยังจะฟ้องร้อง… ก็ไม่เเน่ใจว่าคนไทยจะให้โอกาสเสี่ยหนูเเละลูกพรรคภูมิใจไทยว่า “สมควรที่จะเป็นส.ส.หรือไม่”

 

อย่าปล่อย! ให้ฮั้วค่าโง่สร้างรัฐสภา

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องติดตามคือ รัฐสภาในฐานะนายจ้างของสัญญาการก่อสร้างฉบับนี้  “ต้องทำความจริงให้ประจักษ์​ต่อสังคม”ว่า วงเงินที่บริษัทเอกชนรายนี้จ่อฟ้องร้องนั้น “ความผิดนั้นมาจากฝ่ายใดกันเเน่”  ไม่อย่างนั้นสังคมจะมองว่า “เรื่องนี้อาจมีนอกมีในเเละมีการสมยอมหรือไม่ระหว่างฝ่ายราชการ ฝ่ายการเมืองกับฝ่ายเอกชน”

วันนี้สังคมบางฝ่ายมองว่า รัฐสภาภายใต้ท็อปบูทกำลังอ่อนโอนให้เอกชน เพราะคนใหญ่คนโตบางคนกำลังใช้พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนเเม่ทัพนายกองให้มีบทบาทต่อไปหลังการเลือกตั้งหรือไม่

หากไม่อยากให้เรื่องนี้มีข้อกังหา ขอฝากไปยัง“พรเพชร   วิชิตชลชัย”ประธานสนช.ในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติเเละผู้ดูเเลสัญญาก่อสร้างฉบับนี้โดยตรงนั้น “ต้องดูเเลรักษาผลประโยชน์ของรัฐ”ไม่ให้เกิดความเสียเปรียบ

รวมทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าคสช. ต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้คลายข้อข้องใจ   เราเชื่อมั่นว่า”บิ๊กตู่”คงไม่สมยอมกับเรื่องนี้ เพราะภาพการล้างทุจริตที่”บิ๊กตู่”สร้างขึ้นมานั้น ต้องเคลียร์เรื่องครหานี้ให้สังคมคลายข้อกังวล

เรื่องนี้จะไม่จบหาก”บิ๊กตู่เเละพรเพชร”ไม่จัดการให้โปร่งใส   ไม่อย่างนั้นขั้วการเมืองตรงข้าม”บิ๊กตู่”ที่จับตาอยู่จะงัดเรื่องนี้ออกมาจุดกระเเสว่า”รัฐบาลทหารเห็นเเก่พรรคพวกเพื่อให้เอกชนรับประโยชน์เพื่อเอื้ออำนวยกับบางสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นบนสนามการเมือง”ก็เป็นได้

“สุริยะใส” ชี้ โหยพรรคใหม่ คนหน้าใหม่ สร้างโมเมนตัมการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/320167

“สุริยะใส” ชี้ โหยพรรคใหม่ คนหน้าใหม่ สร้างโมเมนตัมการเมือง

สุริยะใส,โมเมนตัมการเมือง,พรรคใหม่,เลือกตั้ง

เชื่อทุกพรรค เตรียมแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ชี้ ขายความใหม่ ไม่ใช่แค่สีสัน รุ่นใหม่อายุน้อย ต้องปฏิบัติการณ์ได้จริง

           8 เม.ย.61 – “นายสุริยะใส กตะศิลา” รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) แสดงทัศนะการตั้งพรรคการเมืองใหม่ในขณะนี้ว่า กระแสคนรุ่นใหม่ ดูเป็นกระแสค่อนข้างสูงกว่า การเลือกตั้งที่ผ่านๆมา และเชื่อว่าจะกลายเป็นโมเมนตัม หรือแรงผลักดันในการการเลือกตั้งครั้งหน้านี้

“โมเมนตัมนี้ จะเป็นตลาดการเมืองที่ทุกพรรคการเมืองแย่งชิง เหตุเพราะส่วนหนึ่งนั้น การเมืองไทยผูกขาดโดยคนรุ่นเก่า ตระกูลเก่าไม่กี่กลุ่มมานานเกิน จนทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าหลังเลือกตั้งจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าได้คนหน้าเดิมๆ กลุ่มเดิมๆเข้ามาบริหารประเทศ การโหยหาพรรคการเมืองใหม่ๆ คนหน้าใหม่จึงดูเหมือนถูกเรียกร้องจากตลาดการเมืองมากขึ้นกว่าครั้งที่ผ่านๆมา ที่สำคัญในการเลือกตั้งครั้งหน้าในปี 2562 จะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 6 ปี ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งสุดท้ายในเดือน ก.ค.54 ไม่นับการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.57 ที่ศาลชี้ว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ”

“นายสุริยะใส” กล่าวอีกว่า ในรอบ 6 ปี ที่ไม่มีการเลือกตั้ง จะมีจำนวนคนอายุ 18 ปี ที่มีสิทธิเลือกตั้งและจะใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในปี 2562 จำนวนหลายล้านคนมากกว่าที่ผ่านมา และอย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ก็มีเจตนารมณ์เพิ่มจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยกำหนดให้ปรับอายุของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง จากเดิมที่กำหนดให้เป็นอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 ม.ค.

อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังของสังคมกับกลุ่มคนหน้าใหม่ทางการเมืองนั้น ไม่ใช่แค่เป็นคนรุ่นใหม่ อายุน้อย เท่านั้น แต่ความคิดต้องใหม่และใช้การได้จริง อยู่บนโลกความเป็นจริง หมายความว่าต้องแก้ปัญหาวิกฤติการเมืองที่เรื้อรังมาตลอด 10 ปีด้วย กล้าสรุปบทเรียนและเข้าใจคนรุ่นเก่าด้วยเช่นกันเพราะการเมืองเป็นเรื่องของคนทุกกลุ่มทุกรุ่น ทุกภาคส่วนไม่เช่นนั้นก็จะเป็นแค่สีสันชั่วคราวทางการเมืองเท่านั้น

Staying Zen: the coolest place for guys to shop

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/fashion/30343404

Staying Zen: the coolest place for guys to shop

fashion April 18, 2018 14:31

By The Nation

Zen Department Store recently completed a revamp of its 11,000-square-metre fourth and fifth floors, spending more than Bt200 million on renovations designed to meet all the requirements of the new generation lifestyle experience.

The transformed “Men & Unisex” zones on the were unveiled this month with a showcase of the latest collections from more than 300 leading fashion brands.

Celebrities Sukollawat “Weir” Kanarot, Darvid “Tae” Kreepolreuk, Tanapol “Tee” Jarujittranon and Itthipat “Got” Thanit joined models on the catwalk for the stylish fashion show “Men on the Move”, which ended with a mini concert by Apiwat “Stamp” Eurthavornsuk. Spotted in the crowd were Jarudech Boonyasit, Suriyon Sriorathaikul, Nutthapong Piboonthanakiat, Niti Ekpathomsak, Kunakom Polpanich, Ratt Maneeratana, and Norraphat Vilaiphan.

The celebrity-packed event got off to a great start with live music by indie singer Twopee. DJ Tob manned the decks for the funky soundtrack to the fashion show, which mixed and matches separates from well-known fashion brands.

Store president Natira “Oad” Boonsiri said: “To meet all the demands of new generation lifestyles, Zen Department Store spent more than Bt200 million on emphasising our leadership by revamping the zones on fifth and fourth floors. Our latest project creates vivacious and colourful feelings for every customer and is the perfect destination for shopping and daily activities of cool urbanites.”

Celebrity Jarudech “Ford” Boonyasit was enthusiastic about the revamp, telling the press that he occasionally goes shopping with his mother. “Zen’s new zones really respond to my needs because I shop more comfortably with my mother. I prefer unfussy clothes and accessorise with cool items to jazz up my look and Zen has everything I need.”

The Unisex zone on the fourth floor boasts a Sports Fashion Zone, a Unisex Fashion Zone divided into Cutting-Edge Street, Sneaker and Activewear and Designer Denims, while the Men’s Zone on the fifth floor is home to Topman, a Smart & Contemporary Business Zone, Bags & Men’s Accessories Zone, Watch Zone, Men’s Furnishings Zone, Alto Coffee Roasters, and Barbersmith, a barbershop by Baberford.

Kids (and their mums) know all about jeans

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/fashion/30343055

Kids (and their mums) know all about jeans

fashion April 12, 2018 13:05

By The Nation

2,282 Viewed

Since children’s skin is particularly sensitive, parents are careful when it comes to choosing their clothes, considering all the factors – coolness and comfort as well as smart, suitable and trendy in appearance.

BJ Jeans (Thailand) recently invited famous mums to view its wide selection of BJ Junior jeans for youngsters and shared tips and tricks on choosing the perfect outfits for different activities.

Kallayanee Kamolvisit, the boss at BJ Jeans and creator of the BJ Junior Collection, was on hand at the event at the Funarium on Sukhumvit Soi 26 with her husband, Pornthep Kamolvisit, and their son Valentine and two daughters.

“At BJ Jeans we have experts in quality jeans fabrics with skills matching international standards,” Kallayanee said. “Four years ago, when we saw that parents were starting to pay more and more attention to children’s styles, we saw an opportunity to create our children’s line, BJ Junior.

“Apart from our expertise in jeans designs, we also focus on the fabric quality, which affects the texture of clothes. The fabric goes directly on our children’s sensitive skin, so our tops are mainly made from 100 per cent cotton, while spandex blends are used in the bottom parts for extra flexibility and safety.”

Nisakorn Sihanatkathakul, there with her four-year-old son Marvin, said she has “more freedom” in choosing because she has a son rather than a daughter.

“Although boys are very active, so the clothes have to be durable, and jeans are always the go-to item for both mums and kids. They have the much-needed flexibility and it’s really cute when we wear matching jeans.

“Now that Marvin is four, he has his own opinions about clothes, but I’m always there to help with the styling. The straight cut is his favourite style because he says it’s cool.”

Pornthip Collins said her son Harper isn’t particularly active, preferring to read and do art, especially painting.

“His style is cool, and I think jeans are very cute and suitable for his age. But us mothers worry about the texture, so we try to select ones with spandex stretch that won’t irritate the skin.”

Panchalita Chantrakul said she and her daughter Pitaa have a lot of fun dressing up because they have similar styles.

“She always picks shoes to match the colour of my clothes! I also want the best for her. She’s a girlie girl, but likes smarter, cooler styles and she always wants to wear jeans when I do. I have to pick ones with good quality and texture that’s smooth to her skin. There are so many to choose from today with lovely designs suitable for her age too.”

Keep up to date on trends at leading department stores and the “BJ.JEANS.THAILAND” page on Facebook.