รมว.สิ่งแวดล้อมเม็กซิโกลาออก ฐานเป็นต้นเหตุทำเที่ยวบินดีเลย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590713

  • วันที่ 30 พ.ค. 2562 เวลา 15:39 น.

รมว.สิ่งแวดล้อมเม็กซิโกลาออก ฐานเป็นต้นเหตุทำเที่ยวบินดีเลย์

รัฐมนตรีหญิงเม็กซิโกลาออก หลังอ้างคำสั่งปธน.ให้เครื่องบินรอเธอคนเดียว ทำทั้งไฟลท์ล่าช้าเกือบ 40 นาที

นางโจเซฟา กอนซาเลซ-บลังโก รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของเม็กซิโกประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังเธอได้อ้างคำสั่งฝ่ายบริหารภายใต้อำนาจของนายอันเดรส มานูเอล โลเปซ ประธานาธิบดีเม็กซิโก ให้เครื่องบินโดยสารของสายการบินแอร์โรเม็กซิโกเที่ยวบินที่ 198 ซึ่งมีกำหนดการบินจากกรุงเม็กซิโกซิตี้ เมืองหลวง ไปยังเมืองเม็กซิกาลี ชายแดนระหว่างเม็กซิโกกับสหรัฐ โดยให้เครื่องลำดังกล่าวจอดรอเธอที่กำลังเดินทางมาขึ้นเครื่อง

รายงานระบุว่า เครื่องบินได้เริ่มออกเดินทางตามกำหนด แต่ทว่าเกิดปัญหาขึ้นเมื่อกัปตันแจ้งว่าเครื่องจะลาช้ากว่ากำหนด และนำเครื่องบินกลับเข้าไปยังหลุมจอด จนส่งผลให้ไฟลท์นั้นล่าช้าออกไปถึง 38 นาที

 

นางโจเซฟา กอนซาเลซ-บลังโก ภาพ : Agencia Notimex

รายงานระบุว่านางบลังโก ได้ติดต่อไปยังผู้บริหารสายการบินเพื่อสั่งให้เครื่องลำดังกล่าวรอเธอ จากนั้นมีรายงานจากผู้โดยสารบนเครื่องว่ากัปตันได้แจ้งว่าการเดินทางจะล่าช้ากว่ากำหนดเพราะเป็นคำสั่งประธานาธิบดี

นายอันเดรส มานูเอล โลเปซ ประธานาธิบดีเม็กซิโก ได้ออกมายอมรับภายหลังว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงที่เธออ้างคำสั่งของเขา และนับเป็นสถานการณ์ที่น่าเสียใจมาก ซึ่งขณะนี้นางบลังโกได้ยื่นจดหมายลาออกแล้ว

นายอันเดรส มานูเอล โลเปซ ประธานาธิบดีเม็กซิโก

ผู้โดยสารบนเที่ยวบินดังกล่าวหลายคนต่างโพสต์ข้อความแสดงความไม่พอใจพร้อมโพสต์ภาพชื่อและนางบลังโกว่าเธอเป็นต้นเหตุของความล่าช้าดังกล่าว

ด้านนางบลังโกได้โพสต์ขอความผ่านทวิตเตอรืแสดงถึงจดหมายลาออกและแถลงการณ์ขอโทษต่อเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่าทั้งหมดเป็นความผิดของเธอผู้เดียวและประธานาธิบ ดีโลเปซไม่เคยใช้อำนาจสั่งให้เครื่องบินหยุดรอแต่อย่างใด

สำหรับประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ เป็นผู้นำเม็กซิโกหัวซ้ายจัด ที่เพิ่งได้รับเลือกเข้ามาด้วยนโยบายอันชัดเจนของเขาในการต้องการกำจัดปัญหาคอรัปชั่นและการใช้อำนาจไม่เป็นธรรมของบรรดาข้าราชการและนักการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ได้ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลของเขาพอสมควร

เรือนำเที่ยวทัวร์เกาหลีล่มกลางแม่น้ำในฮังการี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590697

  • วันที่ 30 พ.ค. 2562 เวลา 14:26 น.

เรือนำเที่ยวทัวร์เกาหลีล่มกลางแม่น้ำในฮังการี

เรือนักท่องเที่ยวเกาหลีล่มกลางแม่น้ำดานูบ เสียชีวิตแล้ว 7 ราย สูญหาย 20 คน

เกิดเหตุเรือนำเที่ยวล่มกลางแม่น้ำดานูบในกรุงบูดาเปสต์ของฮังการีช่วงเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเรือลำดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลีใต้

รายงานระบุว่าพบผู้เสียชีวีตเป็นชาวเกาหลีใต้อย่างน้อย 7 ราย สูญหายราว 20 คน โดยเรือดังกล่าวเป็นเรือนำเที่ยวทีพานักท่องเที่ยวล่องชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำดานูบที่ไหลผ่านใจกลางกรุงบูดาเปสต์ และชนเข้ากับเรือลำที่ใหญ่กว่าจนล่มใกล้กับบริเวณอาคารรัฐสภาของฮังการี ประกอบกับระหว่างเกิดเหตุมีฝนตกหนักจนมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนเกิดกระแสน้ำเชี่ยวกราก

กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากยังเป็นปัญหาของบรรดาเจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยที่ต้องเร่งค้นหาเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่อาจถูกกระแสน้ำพัดพาไปไกลนอกเมือง ขณะที่ทางการตำรวจฮังการีระบุว่าบนเรือดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีจำนวน 33 คน และลูกเรืออีก 2 คน

ด้านทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้แถลงว่า ประธานาธิบดีมุน แจอินได้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทุกด้านเท่าที่ทำได้

ฟิลิปปินส์ออกกม. ให้นักศึกษาปลูกต้นไม้10ต้นก่อนเรียนจบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590683

  • วันที่ 30 พ.ค. 2562 เวลา 12:16 น.

ฟิลิปปินส์ออกกม. ให้นักศึกษาปลูกต้นไม้10ต้นก่อนเรียนจบ

ปินส์เตรียมผ่านกฎหมายให้นักศึกษาปลูกต้นไม้ก่อนเรียนจบ ตั้งเป้ามีต้นไม้เพิ่ม 175 ล้านต้นต่อปี

สื่อต่างประเทศรายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรของฟิลิปปินส์ทำการผ่านกฎหมายที่เรียกว่า “Graduation Legacy For the Environment Act” กำหนดให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาไปจนถึงระดับวิทยาลัย ต้องปลูกต้นไม้อย่างน้อย 10 ต้นก่อน จึงมีสิทธิขอจบการศึกษาได้

กฎหมายฉบับนี้กำลังถูกส่งไปยังวุฒิสภาเพื่อให้ดำเนินการลงมติก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป

สำหรับกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นจากประเพณีการปลูกต้นไม้เมื่อจบการศึกษาที่มีอยู่แต่เดิมแล้วตามวิทยาลัยต่างๆของฟิลปปินส์ แต่กฎหมายฉบับจะช่วยให้มีต้นไม้ใหม่เพิ่มขึ้นราว 175 ล้านต้นต่อปี โดยคำนวนจากจำนวนนักเรียนที่จบการศึกษาในแต่ละปีกว่า 12 ล้านคนในระดับประถมศึกษา และในระดับมัธยมศึกษาอีกปีละ 5 แสนคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก

 

ภาพการลักลอบตัดต้นไม้ในป่าบนเกาะปาลาวัน

ในกฎหมายระบุว่าต้นไม้จะต้องถูกปลูกขึ้นในพื้นที่ป่า, ป่าชายเลนและพื้นที่คุ้มครอง, ที่ดินสมบัติบรรพบุรุษ (Ancestral domains), พื้นที่ของหน่วยราชการและทหาร, พื้นที่เขตเมือง พื้นที่เหมืองที่ไม่ได้ใช้งานและถูกทิ้งร้าง, และพื้นที่อื่นๆตามความเหมาะสม ส่วนพันธุ์ต้นไม้ที่จะปลูกจะต้องเหมาะสมกับทำเล ภูมิอากาศ ภูมิประเทศแต่ละพื้นที่ และจะเลือกปลูกต้นไม้พื้นเมืองด้วย

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะจำนวนมากถึง 7,641 เกาะ หลายแห่งถูกรุกล้ำพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตร โดยตลอดศตวรรษที่ 20 พื้นที่ป่าของฟิลิปปินส์ลดลงจากที่เคยมีป่าปกคลุมทั่วประเทศราว 70% เหลือเเพียง 20% ซึ่งประเมินว่าระหว่างปี 1934-1988 มีการตัดต้นไปมากกว่า 24.2 ล้านเอเคอร์

กฎหมายดังกล่าวนอกจากจะสร้างความคิดรักษาระบบนิเวศแล้ว ยังช่วยสร้างความยั่งยืนทางธรรมชาติให้กับคนฟิลิปปินส์รุ่นต่อไปเนื่องจากแต่ละปีฟิลิปปินส์ต้องเผชิญภัยธรรมชาติหลายรูปแบบทั้งพายุ น้ำท่วมและดินถล่ม ซึ่งการปลูกต้นไม้จะยังช่วยรักษาความเสียภายเหล่านี้ไว้ได้อีกด้วย

อิสราเอลตั้งรัฐบาลผสมล่ม จัดเลือกตั้งใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590675

  • วันที่ 30 พ.ค. 2562 เวลา 10:34 น.

อิสราเอลตั้งรัฐบาลผสมล่ม จัดเลือกตั้งใหม่

ดีลไม่ลงตัว! อิสราเอลจัดเลือกตั้งใหม่ ตั้งรัฐบาลผสมไม่ได้ ยุบสภาทั้งที่เพิ่งเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

รัฐสภา Knesset ของอิสราเอลลงมติด้วยคะแนนเสียง 74 ต่อ 45 เห็นชอบยุบสภาพร้อมจัดการเลือกตั้งรอบใหม่ในวันที่ 17 กันยายนนี้ เนื่องจากพรรคลิคุดซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เป็นหัวหน้าพรรคเพิ่งชนะเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถดีลกับพรรคร่วมเพื่อตั้งรัฐบาลผสมได้ทันตามกำหนด

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอิสราเอลที่นายกจากการเลือกตั้งล่มเหลวในประสานงานพรรคอื่นๆเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม

เบนจามิน เนทันยาฮู

เหตุที่พรรคลิคุดของนายกเนทันยาฮูไม่สามารถดีลกับพรรคร่วมได้ลงตัวเนื่องจากผู้นำพรรคยิสราเอล นายเอวิกดอร์ ลีเบอร์แมน ผู้เคยร่วมรัฐบาลกับเนทันยาฮูในตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีกลาโหม หันไปจับมือกับฝ่ายค้านเนื่องจากไม่เห็นชอบกับกฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับไม่ที่กำหนดให้พลเมืองที่เคร่งศาสนากลุ่ม”อัลตร้าออโธด็อกซ์”ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารเช่นเดียวกับพลเมืองอิสราเอลทั่วไป

นอกจากนี้ยังรวมถึงความเชื่อมั่นในตัวของนายกเนทันยาฮูที่อัยการสูงสุดประกาศสอบสวนนายเนทันยาฮูข้อหาคอรัปชั่น แม้ว่าจะยังไม่มีการตั้งข้อหาใด ๆในขณะนี้ก็ตาม

สำหรับสภา Knesset เป็นระบบสภาเดียวของอิสราเอล ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 120 คน ซึ่งการเลือกตั้งเดือนเมษายนที่ผ่านมาพรรคลิคุดและพรรคพันธมิตรของนายเนทันยาฮูได้คะแนนเสียง 65 เสียง ในจำนวนนี้รวมถึงเสียงจำนวน 5 เสียงของพรรคยิสราเอล ซึ่งเกิดเกณฑ์เสียงข้างมากในสภาอยู่แล้ว แต่ทว่าเกิดประเด็นคัดค้านกฎหมายดังกล่าว พรรคยิสราเอลจึงประกาศตัวไม่ร่วมกับพรรคของนายเนทันยาฮู ส่วนพันธมิตรพรรคฝ่ายค้านได้คะแนนเสียงที่ 55 เสียง และไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อยู่แล้วเพราะคะแนนเสียงไม่ถึงเกณฑ์

รัฐสภา Knesset

ส่วนนายเนทันยาฮูซึ่งชวดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีสมัยที่5จากการเลือกตั้งคราวนี้ กล่าวโทษพรรคของนายลีเบอร์แมนที่ต้องการทำลายเสถียรภาพของรัฐบาลเขา และว่าตนเองพร้อมเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่พร้อมเชื่อว่าพรรคของตนจะได้รับชัยชนะอีกครั้ง

พรรคคอมมิวนิสต์จีนสั่งสองสมาชิกวิจารณ์ตนเอง ฐานปล่อยรูปปั้นเหมาล้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590631

  • วันที่ 29 พ.ค. 2562 เวลา 18:06 น.

พรรคคอมมิวนิสต์จีนสั่งสองสมาชิกวิจารณ์ตนเอง ฐานปล่อยรูปปั้นเหมาล้ม

สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนถูกสั่งให้ทำกิจกรรมวิจารณ์ตนเอง เพราะไม่ดูแลอนุสาวรีย์ประธานฯเหมาให้ดี

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า สมาชิกระดับล่างสองรายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในแถบภาคเหนือถูกสั่งลงโทษทางวินัย หลังพบว่าไม่ทำการปกป้องอนุสาวรีย์ของประธานเหมาเจ๋อตุง จนอนุสาวรีย์ดังกล่าวเสียหาย

รายงานระบุว่า การสั่งลงโทษด้วยการวิจารณ์ตนเองนี้มีขึ้นหลังปรากฎภาพของรูปสลักประธานเหมาเจ๋อตุง ล้มหน้าคว่ำอยู่ท่ามกลางดงพุ่มไม้ถูกเผยแพร่ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของจีน จนเกิดการวิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่ผู้นิยมชมชอบประธานเหมา

ทางการท้องถิ่นของเขต Fuping ในมณฑลเหอเป่ยได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่าได้สั่งลงโทษทางวินัยไปยังหัวหน้าหมู่บ้าน Huashan ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของอนุสาวรีย์เหมาล้มเสียหายตามที่ปรากฎในโซเชียลของจีน

หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตามรอยประธานเหมาในช่วงการการปฏิวัติ เนื่องจากประธานเหมาเคยใช้ชีวิตในหมู่บ้านแห่งนี้ช่วงปี 1948 โดยอนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2017

ทางการท้องถิ่นระบุว่า อนุสาวรีย์นี้มีร่องรอยการแตกจากแท่นตั้งแต่ต้นเดือนที่แล้ว จนตัวรูปปั้นพิงอยู่กับกำแพงด้านหลังพร้อมกับสีของตัวรูปปั้นก็เริ่มจางและดูทรุดโทรม จนต่อมาถูกลมกระโชกแรงพัดจนล้มหน้าคว้าในพงหญ้า ตอนนี้รูปสลักดังกล่าวถูกส่งไปซ่อมยังโรงงานแล้ว

ทางการท้องถิ่นกล่าว เจ้าหน้าที่ในหมู่บ้านซึ่งเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ถูกลงโทษเพราะขาดความเข้าใจในอุดมการณ์ของพรรค และไม่ใส่ใจดูแลรูปสลักซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานประจำวันของพวกเขา

หุ้นเหมืองแร่แรร์เอิร์ธของจีนพุ่ง หลังกรณีพิพาทสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590610

  • วันที่ 29 พ.ค. 2562 เวลา 16:26 น.

หุ้นเหมืองแร่แรร์เอิร์ธของจีนพุ่ง หลังกรณีพิพาทสหรัฐ

หุ้นบริษัทเหมือง”แรร์เอิร์ธ”ของจีนหลายแห่งทะยาน หลังจากกรณีข้อพิพาทการค้ากับสหรัฐ

หุ้นของบริษัทขุดเหมืองแร่ของจีนหลายแห่งทะยานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันนี้ (29 พ.ค.) หลังจากที่เกิดกระแสข่าวว่าทางการจีนอาจใช้”แร่แรร์เอิร์ธ” เป็นตัวต่อรองในประเด็นสงครามการค้ากับสหรัฐที่ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นตลอดในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา

หุ้นของบริษัท China Rare Earth Holdings Ltd ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงพุ่งขึ้นประมาณร้อยละ 40% ในวันนี้นับตั้งแต่เปิดตลาดก่อนจะร่วงลงเล็กน้อย

ขณะที่การซื้อขายหุ้นของกลุมบริษัท China Northern Rare Earth Group High-Tech Co Ltd ในดัชนีCSI 300 วันนี้เพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 8% และหุ้นของบริษัท China Minmetals Rare Earth เพิ่มร้อยละขึ้น 9%

การพุ่งขึ้นของหุ้นเหล่านี้มีขึ้นหลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานข่าวว่าประธานาธิบดีสีจิ้งผิงเดือนทางเยือนโรงงานเหมืองแร่ของบริษัท JL Mag Rare-Earth Co ที่มณฑลเจียงซี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแร่ดังกล่าวที่สำคัญของประเทศ โดยในหลังการเยือนของประธานาธิบดีสีหุ้นของบริษัทแห่งนี้ก็พุ่งขึ้นราว 10% เช่นกัน

การเยือนดังกล่าวเสมือนการส่งสัญญาณไปยังสหรัฐว่าจีนอาจใช้แรร์เอิร์ธเป็นตัวต่อรองกับสหรัฐ แม้ว่ายังไม่ชัดเจนว่าจีนจะนำแร่ดังกล่าวขึ้นโต๊ะเจรจาก็ตาม

ปัจจุบันจีนเป็นผู้ผลิตแร่หายากหรือ “แรร์เอิร์ธ” รายใหญ่ของโลกซึ่งแร่ชนิดนี้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ไฮเทคต่างๆที่ใช้ในสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด โดยเฉพาะชิปคอมพิวเตอร์ ซึ่งลูกค้าหลักก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือสหรัฐ ซึ่งต้องนำเข้าแร่ชนิดดังกล่าวถึง 80% จากปริมาณนำเข้าทั้งหมด

จีนเป็นผู้ผลิตแร่แรร์เอิร์ธป้อนตลาดโลกมากถึง 70% ซึ่งมีบรรดาบริษัททำเหมืองเพียงไม่กี่แห่งที่ผูกขาดในอุตสาหกรรมนี้ เช่น China Northern Rare Earth, China Minmetals Rare Earth Co., Xiamen Tungsten Co., Ltd และ Chinalco Rare Earth & Metals Co. ทั้งหมดล้วนมีจำนวนหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างตามที่รายงานในข้างต้นนับตั้งแต่เกิดกรณีพิพาทกับสหรัฐ

FILE PHOTO: Soil containing rare earth minerals, Lianyungang, east China’s Jiangsu province © AFP

ซีอีโอค่ายแบล็กพิงก์เจอข้อหาจัดสาวบริการเอนเตอร์เทนนักธุรกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590609

  • วันที่ 29 พ.ค. 2562 เวลา 16:20 น.

ซีอีโอค่ายแบล็กพิงก์เจอข้อหาจัดสาวบริการเอนเตอร์เทนนักธุรกิจ

วงการบันเทิงแดนกิมจิยังฉาวต่อเนื่อง ล่าสุดถึงคิวของ ยางฮยอนซอก ซีอีโอค่าย YG Entertainment ที่ดูแลศิลปินดังอย่างแบล็กพิงก์ บิ๊กแบง และไซ กังนัมสไตล์

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รายการแนวสืบสวนสอบสวน Straight ของช่อง MBC ของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่ามีหญิงให้บริการยอมออกมาเปิดโปงพฤติกรรมฉาวจัดหาหญิงสาวให้นักธุรกิจของยางฮยอนซอก โดยระบุว่า ยางฮยอนซอกและนักร้องในสังกัด YG อีกหนึ่งคนนัดพบกับนักธุรกิจจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านคังนัมของกรุงโซลเมื่อปี 2014 นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้ชายอีก 8 คน และผู้หญิงอีก 25  คนไปร่วมกับกลุ่มของยางฮยอนซอกด้วย โดยในจำนวนนี้มีหญิงสาว 10 คน เป็นพนักงานของสถานบันเทิงที่เกี่ยวข้องกับ YG

จากนั้นกลุ่มของซีอีโอ YG ได้เดินทางต่อไปยัง Club NB ในย่านมาโปทางตะวันตกของกรุงโซล โดยสถานบันเทิงแห่งนี้ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับยางฮยอนซอกเช่นกัน รายงานของรายการ Straight ระบุว่ายางฮยอนซอกได้จัดหาหญิงบริการไว้ต้อนรับนักธุรกิจที่เขาพบที่สถานบันเทิงแห่งนี้

ด้านตำรวจเกาหลีใต้ระบุว่าจะตรวจสอบข้อกล่าวหาของรายการ Straight  ว่าเพียงพอต่อการเปิดการสอบสวนหรือไม่

แม้ภายหลังตัวแทนจาก YG ชี้แจงข่าวว่ายางฮยอนซอกได้รับคำเชิญให้ไปที่ Club NB แต่ไม่ได้เป็นผู้จัดหาหญิงบริการ แต่ข่าวนี้ส่งผลให้หุ้นของ YG ร่วงถึง 12.5% ขณะที่ความเห็นจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเชื่อไปในทางเดียวกันว่าตำรวจมีส่วนรู้เห็นและได้รับสินบนจากเรื่องฉาวดังกล่าว และอีกส่วนหนึ่งที่เรียกร้องให้จับกุมตัวซึงรี

ระยะหลังมานี้วงการบันเทิงเกาหลีใต้เผชิญมรสุมข่าวฉาวจากกรณีของนักร้องหนุ่ม ซึงรี แห่งวงบิ๊กแบง ถูกกล่าวหาว่าจัดหาหญิงบริการให้บรรดานักธุรกิจ โดยมีหญิงสาวบางคนถูกมอมยาและข่มขืนที่คลับที่เกี่ยวข้องกับซึงรี รวมทั้งมีการแอบถ่ายคลิปและภาพนิ่งขณะมีเพศสัมพันธ์แชร์ไปยังกลุ่มแชทของคนดัง อาทิ ซึงรีและจองจุนยองซึ่งเป็นไอดอลคนเดียวที่ถูกจับกุมและตั้งข้อหา ส่วนซึงรีศาลไม่อนุมัติหมายจับ เนื่องจากเห็นว่าข้อกล่าวหายังคลุมเครือและซึงรีไม่มีพฤติกรรมจะทำลายหลักฐาน

ภาพไฮไลท์ http://www.allkpop.com

นักบินทัพเรือออสซี่ เจอเลเซอร์ลึกลับ ระหว่างฝึกในทะเลจีนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590591

  • วันที่ 29 พ.ค. 2562 เวลา 14:18 น.

นักบินทัพเรือออสซี่ เจอเลเซอร์ลึกลับ ระหว่างฝึกในทะเลจีนใต้

นักบินกองทัพเรือออสเตรเลีย ถูกเลเซอร์ลึกลับรบกวนในระหว่างฝึกเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นดินแดนพิพาทของหลายประเทศ

สำนักข่าวเอบีซีของออสเตรเลียรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมว่า นักบินเฮลิคอปเตอร์หลายลำของกองทัพเรือถูกเลเซอร์เล็งรบกวนช่วงเวลากลางคืน ซึ่งส่งผลให้นักบินหลายคนต้องน้ำเครื่องกลับไปลงจอดยังเรือบรรทุกเครื่องบิน HMAS Canberra ของกองทัพออสเตรเลียที่อยู่ในระหว่างปฎิบัตภารกิจในเอเชียเพื่อความปลอดภัยในชีวิต

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่ประจำการอยู่บนเรือ HMAS Canberra ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางจากเวียดนามไปยังสิงคโปร์ เผยว่าเลเซอร์เหล่านี้น่าจะถูกยิงออกมาจากกองเรือประมง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นกองเรือประมงจีนหรือไม่

 

แต่เคยมีนักวิเคราะห์ระบุว่า จีนมีกองหนุนทางทหารที่แฝงตัวในทะเลจีนใต้เป็นบรรดาเรือประมง เรือลากอวน ในพื้นที่พิพาทดังกล่าว

เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่บริเวณนอกชายฝั่งประเทศจีบูติ ในแถบจะงอยแอฟริกา ซึ่งนักบินของกองทัพอเมริกันถูกเลเซอร์รบกวนในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือจีนในที่อยู่ใกล้เคียงกันแต่ภายหลังทางการจีนออกมาปฎิเสธเรื่องดังกล่าว

ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นในทะเลจีนใต้รายงานของสื่่อออสเตรเลียนี้ยังไม่มีคำยืนยันจากกระทรวงกลาโหมของทั้งจีนและออสเตรเลีย

ไทยว่าไง? คาดเวียดนามจะแซงสิงคโปร์ในปี2029

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590574

  • วันที่ 29 พ.ค. 2562 เวลา 12:29 น.

ไทยว่าไง? คาดเวียดนามจะแซงสิงคโปร์ในปี2029

จะเป็นไปได้ไหมที่อีก20ปีเวียดนามจะแซงไทย ถ้ายังโตร้อนแรงในอัตรา6%ต่อปี? อ่านบทวิเคราะห์ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟ

ธนาคาร DBS Bank วิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจเวียดนามจะมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจของสิงคโปร์ภายในปี 2029 เนื่องจาการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ เวียดนามได้รับอานิสงส์จากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ทำให้สหรัฐหันมานำเข้าสินค้าของเวียดนามแทนที่จีน ส่วนการลงทุนจากแหล่งต่างๆ ก็หลั่งไหลเข้าสู่เวียดนามเพื่อหาที่พักที่ปลอดภัย จากสมรภูมิการโจมตีระหว่างจีนกับสหรัฐ

จากการรายงานของ Bloomberg พบว่า สหรัฐนำเข้าสินค้าจากเวียดนามเพิ่มขึ้นถึง 40.2% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2019 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และทำให้เวียดนามแซงหน้าอังกฤษ มาอยู่ในอันดับที่ 7 ของประเทศที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐมากที่สุด (ขณะเดียวกันสหรัฐนำเข้าจากจีนลดลง 13.9%)

ปัจจัยอื่นๆ ที่จะทำให้เวียดนามก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค คือ ค่าแรงต่ำ โดยในเวลานี้ค่าแรงของเวียดนามมีมูลค่าเพียง 1 ใน 3 ของค่าแรงในจีน และเป็นตัวดึงดูดให้ภาคการผลิตย้ายฐานมายังเวียดนาม

ที่สำคัญก็คือ ในการจัดอันดับดัชนีทุนมนุษย์ หรือ Human Capital Index โดยธนาคารโลก พบว่าเวียดนามมีต้นทุนมนุษย์สูงที่สุดอันดับ 2 ของอาเซียน และยังมีประชากรคนหนุ่มสาวที่มีอายุเฉลี่ย 30 เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ อินโดนีเซีย (มูลค่า 963,648 ล้านเหรียญสหรัฐ) ตามด้วยไทย (มูลค่า 409,824 ล้านเหรียญสหรัฐ) และฟิลิปปินส์ (มูลค่า 369,108 ล้านเหรียญสหรัฐ) จากตัวเลขของ IMF เมื่อปี 2016 ขณะที่มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 4 สิงคโปร์อันดับที่ 5 เวียดนามอันดับที่ 6

หากพิจารณาที่ขนาดของ GDP จะเห็นว่าขนาดเศรษฐกิจของไทยกับเวียดนามห่างกันถึงครึ่งต่อครึ่ง (207,927 ล้านเหรียญสหรัฐ) แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เวียดนามจะแซงไทยภายในเวลา 20 ปี แม้ว่าเวียดนามจะรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ได้ในอัตราล่าสุด คือ 6.8% ต่อปี จากตัวเลขของธนาคารโลก ส่วน คาดว่าเวียดนามจะต้องโตประมาณ 6 – 6.5% ถึงจะแซงสิงคโปร์ได้ใน 10 ปี

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟเชื่อว่าโอกาสที่เวียดนามจะแซงไทยในอีก 20 ปี เป็นไปได้ยาก เพราะตามหลักวัฏจักรทางเศรษฐกิจ ไม่มีประเทศไหนที่จะรักษาอัตราการเติบโตไว้ในระดับเดิมหรือสูงกว่าเดิมได้อย่างถาวร นอกจากนี้ เมื่อขนาดเศรษฐกิจใหญ่ขึ้น อัตราการขยายตัวจะยิ่งลดลง เนื่องจากฐานมีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น สิงคโปร์ที่โตเฉลี่ย 2.58% ต่อปี

นอกจากนี้ เมื่อเศรษฐกิจเติบโต การพัฒนาประเทศขยายตัว เวียดนามจะไม่สามารถรักษาศักยภาพด้านการแข่งขันเรื่องค่าแรงต่ำได้อีก และจะถูกบีบให้พัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง หากทำไม่สำเร็จ จะต้องติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางเป็นระยะเวลานาน อันเป็นปัญหาที่ไทยกำลังประสบอยู่ในขณะนี้

บทวิเคราะห์โดย World Economic Forum ระบุว่า เวียดนามมีช่องโหว่ตรงที่พึ่งพาการส่งออกถึง 99.2% ของ GDP ซึ่งเป็นอันตรายมากในช่วงที่การค้าเสรีกำลังถูกคุกคาม อีกทั้งเวียดนามยังพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศและการค้าอย่างสูง ในฐานะที่เป็นตลาดเกิดใหม่ เวียดนามอาจหมดความนิยมเอาง่ายๆ หากเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นมา ดังนั้นที่พึ่งของเวียดนามนอกเหนือจากนี้ คือชนชั้นกลางที่กำลังขยายตัว และอาจเป็นพลังการบริโภคใหม่ของประเทศ

แต่ทั้งนี้ คนเวียดนามจะเป็นผู้บริโภคที่มีความชาตินิยมสูงและซื้อสินค้าในประเทศอย่างบ้าคลั่ง หรือมีอำนาจการซื้อมหาศาลเหมือนจีนหรือไม่นั้น ยังเป็นที่น่ากังขา

มาเลเซียส่งขยะ 3,000 ตัน คืนประเทศต้นทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590569

  • วันที่ 29 พ.ค. 2562 เวลา 11:37 น.

มาเลเซียส่งขยะ 3,000 ตัน คืนประเทศต้นทาง

มาเลเซียเตรียมส่งขยะราว 3,000 ตัน ที่รีไซเคิลไม่ได้กลับไปยังต้นทางซึ่งเป็นชาติพัฒนาแล้วทั้งสิ้น

นาง เหยา บี หยิน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและสิ่งแวดล้อมของมาเลเซียกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ทางการมาเลเซียจะดำเนินการส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุขยะจำนวน 69 ตู้ คิดเป็นนำหนักราว 3,000 ตัน กลับไปยังประเทศต้นทางซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและมีความเจริญทางเศรษฐกิจ

นางหยินเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ขยะเหล่านี้ล้วนมาจากต้นทางหลายประเทศทั้ง สหรัฐ แคนาดา จีน ญี่ปุ่น และอังกฤษ

“ตู้คอนเทนเนอร์เหล่านี้ถูกนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งละเมิดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมของเราอย่างชัดเจน ขยะส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติกคุณภาพต่ำที่ยากต่อการรีไซเคิล และยังมีขยะพิษบางส่วนปะปนด้วย”

 

นางเหยายังระบุอีกว่า มาเลเซียต้องการยืนยันว่าเราไม่ใช่บ่อทิ้งขยะของโลก รวมถึงประเทศเหล่านั้นควรทบทวนตัวเองในการจัดการขยะพลาสติก และหยุดการส่งขยะพลาสติกไปยังประเทศกำลังพัฒนาเสียที

“หากเรือขนขยะเข้ามาในมาเลเซีย เราจะส่งกลับไปโดยไม่มีความเกรงใจเช่นกัน” เธอกล่าวในระหว่างการแถลงข่าวที่ท่าเรือเกลัง ชานกรุงกัวลาลัมเปอร์

 

ก่อนหน้านี้มาเลเซียได้ส่งขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ส่วนแรกกลับไปยังประเทศต้นทางอย่างสเปนแล้ว และขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์มากกว่า 50 ตู้ ที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมายต่อไป

สำหรับมาเลเซียนับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา มีโรงงานรีไซเคิลขยะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดอย่างผิดกฎหมาย หลายแห่งนำเข้าขยะคุณภาพต่ำที่รีไซเคิลไม่ได้และมีสารพิษมาจากต่างประเทศซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ปีที่แล้วมาเลเซียได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางขยะของโลกแห่งหนึ่ง หลังจากที่ทางการจีนสั่งห้ามนำเข้าขยะจากต่างประเทศมาทิ้งยังจีน มาเลเซียเองก็เป็นประเทศหนึ่งที่ต้องรับขยะเหล่านี้ถึงปีละกว่า 7 ล้านตัน