ตำรวจเมียนมาออกหมายจับ “พระวีระธุ” ฐานปลุกปั่นความเกลียดชัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590562

  • วันที่ 29 พ.ค. 2562 เวลา 10:36 น.

ตำรวจเมียนมาออกหมายจับ "พระวีระธุ" ฐานปลุกปั่นความเกลียดชัง

ตำรวจเมียนมาออกหมายจับพระวีระธุ นักบวชคนดัง ฐานยุยงปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังทางศาสนาและเชื้อชาติ โดยเฉพาะกับมุสลิมและชาวโรฮีนจา

เอเอฟพีรายงานว่า ทางการตำรวจเมียนมาได้ออกมาจับเมื่อวันอังคารที่่ผ่านมาเพื่อจับกุมตัวพระวีระธุ พระสงฆ์ชื่อดังช่าวเมียนมาซึ่่งเคยได้ฉายาว่า “บินลาเดนแห่งเมียนมา” ในข้อหายุยงปลุกปั่นความเกลียดชังทางเชื่อชาติและต่อศาสนาอิสลาม รวมถึงชาวโรฮีนจาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมด้วย

พระวีระธุได้ชื่อว่าเป็นพระสงฆ์ที่เป็นแกนนำของขบวนการชาตินิยมของเมียนมาเป็นระยะเวลานาน และมันเป็นการแกนนำในการชุมนุมต่อต้านชนกลุ่มน้อยโรฮีนจามาโดยตลอด

รายงานระบุว่า หมายจับตัวได้สั่งให้พระวีระธุไปรายงานตัวกับศาลแขวงตะวันตกของเมืองย่างกุ้ง ฐานกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 124 (เอ)

ตามบทลงโทษของมาตรา 124 (เอ) ระบุว่า ผู้ใดก็ตามที่พยายามนำความเกลียดชังหรือดูถูกเหยียดหยาม ใช้ถ้อยคำรุนแรงโจมตีกลุ่มบุคคลหนึ่งอย่างจำเพาะเจาะจง เพื่อปลุกระดมและกระตุ้นให้เกิดความเกลียดชังทางเชื้อชาติและศาสนารวมถึงรัฐบาล จะมีบทลงโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี

อย่างไรก็ดี ยังไม่ทราบว่าพระวีระธุขณะนี้พำนักอยู่ที่ใด ก่อนหน้านี้ทางมหาเถรสมาคมของเมียนมาได้สั่งให้พระวีระธุ หยุดการเทศนาเป็นเวลา 1 ปี แต่การลงโทษดังกล่าวได้สิ้นสุดลงเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว

เมียเก่าบอสอเมซอนสุดป้ำ ยกค่าหย่าครึ่งหนึ่งให้การกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590532

  • วันที่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 20:30 น.

เมียเก่าบอสอเมซอนสุดป้ำ ยกค่าหย่าครึ่งหนึ่งให้การกุศล

คาดว่าเงินที่จะยกให้การกุศลประมาณ17,500ล้านเหรียญสหรัฐ ตามรอยวอร์เรน บัฟเฟตต์ บิลและเมลินดา เกตส์

แม็คเคนซี่ เบโซส์ อดีตภรรยาของเจฟฟ์ เบโซส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Amazon ประกาศให้คำมั่นสัญญาว่าจะมอบเงินชดเชยจากการหย่าครึ่งหนึ่งให้การกุศลหรือประมาณ 17,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากที่เธอได้เงินชดเชยจากอดีตสามีเป็นเงินถึง 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่รวยที่สุดในโลกไปในทันที

โดย แม็คเคนซี่ เบโซส์กับเจฟฟ์ เบโซส์ประกาศจะหย่าขาดจากกันในเดือนมกราคม โดยแม็คเคนซี่จะได้รับสัดส่วน 4% ของหุ้นใน Amazon ส่วนเจฟฟ์จะยังคงสัดส่วนการถือหุ้น 12% และสินทรัพย์อื่นๆ รวมถึง Washington Post และ Blue Origin บริษัทสำรวจอวกาศ

แม็คเคนซี่ เบโซส์ เป็นหนึ่งในบุคคล 19 คนที่ลงนามร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Giving Pledge ที่ริเริ่มโดยวอร์เรน บัฟเฟตต์ บิล และเมลินดา เกตส์ ซึ่งเรียกร้องให้ผู้ที่ร่ำรวยมอบทรัพย์สมบัติมากกว่าครึ่งหนึ่งให้กับการกุศล ล่าสุดมีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 204 คนใน 23 ประเทศ

ไทยเอาบ้างมั้ย ขึ้นภาษีท่องเที่ยวเมืองยอดฮิตหยุดทัวริสต์ล้นประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590530

  • วันที่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 20:00 น.

ไทยเอาบ้างมั้ย ขึ้นภาษีท่องเที่ยวเมืองยอดฮิตหยุดทัวริสต์ล้นประเทศ

เปิดแผนการจัดการนักท่องเที่ยวล้นเมืองของสถานที่ท่องเที่ยวดัง

ถ้าเอ่ยถึงเมืองท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก คงจะขาดกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ไม่ได้ ด้วยความที่มีสถานที่ให้เที่ยวชมหลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์แวน โก๊ะ พิพิธภัณฑ์ไรจ์คส์ บ้านแอนน์ แฟรงค์ ทำให้แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกหลั่งไหลเข้าเมืองหลวงแห่งนี้นับสิบล้านคน และคาดว่าจะพุ่งไปถึง 42 ล้านคนภายในปี 2030 จาก 18 ล้านคนในปีที่แล้ว ซึ่งมากกว่าประชากรของกรุงอัมสเตอร์ดัมถึง 50 เท่า

แม้นักท่องเที่ยวเหล่านี้จะสร้างเงินเข้าประเทศมหาศาล แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เจ้าบ้านเริ่มจะทนเสียงและจำนวนของแขกผู้มาเยือนไม่ไหวจนต้องขอให้ไปเยือนที่อื่นกันบ้าง ถึงกับมีการขึ้นป้ายว่า “Tourists go away! You are destroying this city” (นักท่องเที่ยวไปให้พ้น พวกคุณกำลังทำลายเมืองนี้) หรือบางครอบครัวก็จำใจย้ายออกไปอยู่ในเมืองที่เงียบสงบกว่าอัมสเตอร์ดัมเพื่อตัดปัญหา

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางการเนเธอร์แลนด์ออกมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการหยุดโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศ ตามแผน Perspective 2030 (มุมอง 2030) ที่จะหันกลับมาให้ความสำคัญกับ “การจัดการสถานที่ท่องเที่ยว” มากกว่า “การโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยว” และยอมรับว่าความมีชีวิตชีวาของกรุงอัมสเตอร์ดัมจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการต้อนรับนักท่องเที่ยวเกินพิกัดหากทางการยังไม่ลงมือแก้ไข

นอกจากนี้ ยังออกมาตรการลดจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมด้วยการจำกัดหรือสั่งปิดที่พักและบริการต่างๆ ที่เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ รวมทั้งการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังจุดท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น เมื่อปีที่แล้วทางการกรุงอัมสเตอร์ดัมตัดสินใจย้ายป้ายตัวอักษร “I amsterdam” ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปเช็คอินยอดฮิตออกจากหน้าพิพิธภัณฑ์ไรจ์คส์ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวไปรวมตัวกันที่ป้ายความสูง 2 เมตรนี้มากเกินไปจนล้นสถานที่ แล้วนำไปติดตั้งในย่านที่นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้จัก เพื่อดึงนักท่องเที่ยวไปยังจุดใหม่ๆ แทน คล้ายๆ กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของบ้านเรา

อีกเมืองหนึ่งที่ประสบปัญหาคล้ายกันคือ เมืองเวนิสของอิตาลี เมืองเล็กๆ พื้นที่เพียง 8 ตารางกิโลเมตรต้องรองรับนักท่องเที่ยวปีละเกือบ 30 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะประชากรท้องถิ่นมีแต่จะย้ายหนีมากขึ้นอันเนื่องมาจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นและไม่สามารถแบกรับค่าเช่าที่อยู่อาศัยที่แพงหูฉี่  มารีอานนา ปูริซิออล ชาวเมืองเวนิส เผยว่า “ร้านค้าในท้องถิ่นส่วนใหญ่ เช่น ร้านเบเกอรี่ ร้านตัดเสื้อผ้า ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึก  ร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวไปทีละร้านๆ จนดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเป็นของคนท้องถิ่นอีกแล้ว”

เวนิสยังเผชิญกับปัญหาเรือสำราญขนาดใหญ่เข้ามาทอดสมอบริเวณท่าเทียบเรือจัตุรัสเซนต์มาร์ก บดบังวิวทิวทัศน์จนคนในท้องถิ่นรวมตัวเรียกร้องให้ทางการสั่งห้ามเรือขนาดใหญ่เทียบท่า อีกทั้งนักท่องเที่ยวจากบนเรือสำราญมักจะสร้างขยะทิ้งไว้จำนวนมาก ในช่วงไฮซีซั่นต้องจัดเจ้าหน้าที่คอยเปลี่ยนถังขยะกันทุกๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อรองรับสิ่งปฏิกูลจากนักท่องเที่ยวล้วนๆ  ส่งผลให้ทางการต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะเพิ่มขึ้นถึง 40%

อิตาลีแก้ปัญหานี้ด้วยการขึ้นภาษีท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบวันเดย์ทริปที่ใช้เวลาอยู่ในเมืองไม่ถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งอยู่ระหว่าง 2.5-10 ยูโร หรือราว 89-3,560 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาล รวมไปถึงการติดตั้งประตูในจุดท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ จัตุรัสเซนต์มาร์ก สะพานรีอัลโต เพื่อลดความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่านักท่องเที่ยวเริ่มหนาแน่นก็จะปิดประตู และอนุญาตเฉพาะคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่จองโรงแรมที่พักเท่านั้น แม้จะช่วยลดความแออัดได้บ้างในช่วงไฮซีซั่น ทว่าก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองได้

แหล่งอารยธรรมอินคา มาชูปิกชูของเปรูเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว แต่นักท่องเที่ยวปริมาณมหาศาลและกลุ่มผู้นำเที่ยวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับทางการกำลังทำให้เส้นทางไปชมมาชูปิกชูเสียหาย มีขยะทับถม และเกิดจุดกางเต็นท์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ในปี 2005 รัฐบาลเปรูจึงประกาศจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปตามเส้นทางต่อฤดูกาล และปิดเส้นทางทุกๆ เดือนกุมภาพันธ์เพื่อทำความสะอาดและบำรุงรักษามรดกโลกแห่งนี้

แม้นักท่องเที่ยวจะปรับตัวด้วยการจองตั๋วล่วงหน้า ส่วนบริษัทนำเที่ยวก็ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของทางการอย่างเคร่งครัด แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเลือกเดินทางไปยังมาชูปิกชูด้วยตัวเองโดยทางรถยนต์ เมื่อปีที่แล้วทางการเปรูจึงออกมาตรการใหม่ ด้วยการแบ่งการซื้อตั๋วเข้าชมเป็นช่วงเช้าและเย็นเพื่อจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว

ทว่า นักสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นรายหนึ่งให้เผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า เกรงว่ามาตรการนี้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาชมความงามของมาชูปิกชูยังเกินโควตาที่องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) กำหนดไว้ที่สูงสุด 2,500 คนต่อวัน

ภาพ : wikipedia

ส่วนแม่น้ำคาโย คริสเตลเลส หรือแม่น้ำสีรุ้งของประเทศโคลอมเบีย แม้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ที่ยังไม่เผชิญปัญหานักท่องเที่ยวแออัดเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวอื่น (ปี 2016 มีนักท่องเที่ยวราว 16,000 คน) แต่ทางการออกกฎเข้มงวดเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศที่สวยงามแห่งนี้ไว้ตั้งแต่แรกเริ่มเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ว่าจะเป็นการห้ามใช้ขวดน้ำพลาสติก ครีมกันแดดหรือแมลงในน้ำ ห้ามว่ายน้ำในจุดที่กำหนด ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามให้อาหารปลา

ทางการยังให้ความรู้และแนะนำกฎข้อห้ามเกี่ยวกับสถานที่สั้นๆ แก่นักท่องเที่ยวทุกคน รวมทั้งเริ่มจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อให้แม่น้ำได้ฟื้นฟูตัวเอง เช่นเดียวกับที่ทางการไทยสั่งปิดอ่าวมาหยา เพื่อให้ปะการังฟื้นตัว

ทั้งนี้ทั้งนั้น ต่อให้มาตรการเข้มงวดเพียงใด แต่หากไม่ได้รับความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวก็ไร้ประโยชน์

สเปนพบผู้อพยพซ่อนในคอนโซลหน้ารถ หวังข้ามทะเลไปยุโรป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590496

  • วันที่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 17:54 น.

สเปนพบผู้อพยพซ่อนในคอนโซลหน้ารถ หวังข้ามทะเลไปยุโรป

ตม.สเปนพบผู้อพยพสี่ราย ซ่อนตัวในคอนโซลหน้า-เครื่องยนต์รถ หวังหนีเข้ายุโรป

หน่วยป้องกันพลเรือนแห่งชาติสเปน (Guardia Civil) พบผู้อพยพชายรายหนึ่ง ซ่อนตัวอยู่ภายในคอนโซลหน้าของรถยนต์เก่าที่เตรียมนำเข้าไปยังยุโรปผ่านทางเมืองท่าเมลียา (Melilla) เขตปกครองของสเปนที่ติดกับประเทศโมร็อกโกในแอฟริกา

รายงานระบุว่าเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา หน่วยพลเรือนสเปนผู้อพยพทั้ง 3 ราย ซึ่งเป็นสัญชาติโมร็อกโก ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงหนึ่งรายอายุ 15ปี และชายสองรายอายุ 20-21 ปี ถูกพบในว่าซ่อนตัวอยู่ในรถยนต์คนละคัน

หนึ่งในจำนวนสามรายนี้ พบว่ามีสองหนึ่งถูกพบในสภาพยัดเยียดซ่อนตัวอยู่ภายในคอนโซลหน้าของรถยนต์เก่า ขณะที่อีกรายหนึ่งถูกแอบอยู่ในเบาะหลังของรถยนต์เก่าที่กำลังผ่านทางชายแดนเมือง Beni Ansar ของโมร็อกโก เพื่อรอเข้าไปยังเมืองเมลียาของสเปน ก่อนจะเดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปยังแผ่นดินใหญ่ของยุโรปต่อไป

ส่วนผู้อพยพรายที่สี่เป็นชายเป็นชาวแอฟริกันอายุ 20 ปี ถูกพบในวันเดียวกันกับสามรายก่อนหน้า แต่รายนี้ใช้วิธีซ่อนตัวในซ่อนตัวอยู่ในฐานรถบรรทุก ในส่วนที่ใกล้กับเพลาล้อและเครื่องยนต์ซึ่งอันตรายอย่างมากที่ชายผู้อพยพคนดังกล่าวจะเสียชีวิต

ทั้งนี้สำหรับ เมลียา เป็นเมืองของสเปนที่ตั้งอยู่ในทางตอนหนึ่งของแอฟริกาที่ติดอยู่กับประเทศโมร็อกโก นับเป็นเมืองท่าเส้นทางสำคัญอีกแห่งหนึ่งในทวีปแอฟริกาที่จะมีเรือผ่านเข้าออกไปยังหลายประเทศในยุโรป และมักถูกใช้เป็นเส้นทางของบรรดาผู้อพยพที่หวังเดินทางเข้ายุโรป

อนามัยโลกรับรอง “ภาวะหมดไฟ” เป็นอาการป่วยชนิดหนึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590486

  • วันที่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 17:06 น.

อนามัยโลกรับรอง "ภาวะหมดไฟ" เป็นอาการป่วยชนิดหนึ่ง

องค์การอนามัยโลกรับรอง “ภาวะหมดไฟในการทำงาน” เป็นกลุ่มอาการโรคจากความเครียดที่คุกคามชีวิตคนทั่วโลก

เอเอฟพีรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ขึ้นทะเบียนโรคภัยไข้เจ็บใหม่ๆในบัญชี International Classification of Diseases หรือ ICD-11 ซึ่งจะกลายมาเป็นมาตรฐานในการวิฉิจฉัยโรคและการประกันสุขภาพใหม่ทั่วโลก โดยหนึ่งในบรรดาโรคที่ WHO เพิ่มเข้าไปใหม่นั้นมี”ภาวะหมดไฟในการทำงาน” หรือ Burn-out เป็นหนึ่งในรายชื่อของโรคใหม่ในบัญชี ICD

WHO นิยมของภาวะ Burnout ว่าเป็นโรคที่เป็นผลจากการความเครียดเรื้อรังในสถานที่ทำงาน ซึ่งยังไม่ถูกจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งลักษณะอาการในสามกลุ่มคือ 1.รู้สึกหมดพลังหรือเหนื่อยล้า 2. รู้สึกว่าจิตใจห่างเหินจากงานและมีทัศนคติด้านลบต่องาน 3. ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

การขึ้นทะเบียนภาวะ Burnout ครั้งนี้ทำให้การถกเถียงในวงวิชาการของบรรดาผู้เชี่ยวชาญเป็นเวลานับสิบๆปีสิ้นสุดลง

WHO ระบุว่าสิ่งนี้เป็นภาวะที่น่ากังวล และควรได้รับการดูแลทางการแพทย์ก่อนจะขยายความรุนแรงไปยังส่วนอื่นๆของชีวิตนอกเหนือจากการทำงาน

ICD-11 ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2022 ได้เพิ่มเติมรายละเอียดอื่น ๆ รวมถึงการจัดประเภทของ “พฤติกรรมทางเพศที่ถูกบีบบังคับ” เป็นอาการผิดปกติทางจิต แม้จะหยุดในระยะสั้นแต่เป็นพฤติกรรมเรื้อรัง

นอกจากนี้บัญชีอัพเดตของ ICD-11 ยังลบ Transgender ออกจากรายการความผิดปกติทางจิต และไปไว้ในบทที่ระบุว่า”เงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเพศ”แทน

เปิดตัววิสกี้แบรนด์โสมเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590455

  • วันที่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 14:07 น.

เปิดตัววิสกี้แบรนด์โสมเหนือ

เกาหลีเหนือเตรียมเปิดตัววิสกี้ผลิตเองเป็นครั้ง แถมอวดอ้างสรรพคุณบำรุงร่างกาย

หนังสือพิมพ์ฮันกุก อิลโบ ของเกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีเหนืออาจเตรียมเปิดตัววิสกี้ที่ผลิตเองภายในประเทศเป็นครั้งแรกในช่วงปลายปีนี้

รายงานข่าวได้อ้างถึงบริษัททัวร์เกาหลีเหนือในประเทศจีน Young Pioneer Tours tourism company ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำทัวร์ที่ได้รับอนุญาตจากทางการเปียงยางให้เข้าชมโรงกลั่นวิสกี้เป็นรายแรกๆ ภายใต้แบรนด์ Samilpo whiskey

Young Pioneer Tours เผยว่าชื่อแบรนด์ Samilpo นี้นำมาจากชื่อทะเลสาปที่อยู่ใกล้เทือกเขาคุมกังอันมีชื่อเสียง อีกทั้งดีไซน์การออกแบบโลโก้บนขวดก็ดูคล้ายกับเหล้าสกอตต์วิสกี้แบรนด์ดัง จอหนี่ วอล์กเกอร์ แถมยังแบ่งซีรีย์ของเหล้าในลักษณะเดียวกันด้วยที่ แบล็กเลเบิลมีปริมาณแอลกอฮอลล์ 40% ส่วน เรนเลเบิล 42% ขณะที่อีกรุ่นที่เป็น 45% ยังไม่เปิดตัว

 

รายงานยังเผยต่อว่า ทางผู้อำนวยการของโรงกลั่นเหล้าได้อวดอ้างสรรพคุณเกี่ยวกับเหล้าชนิดนี้ว่า ประกอบได้ด้วยกรดอะมิโน 15 ชนิด รวมถึงกรดอะมิโนจำเป็นอีก 8 ชนิด ที่จะช่วยปกป้องความเสียหายของตับจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ แต่ไม่ได้ระบุุถึงประเภทของพืชที่ใช้ผลิตรวมถึงอายุของวิสกี้ว่าอายุกี่ปี

อย่างไรก็ดี สำหรับชาวเกาหลีเหนือมีความคุ้นเคยกับเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เป็นอย่างดี เนื่องจากนิยมดื่มแอลกอฮอลล์ในหลายรูปแบบทั้งเบียร์และเหล้าที่ผลิตเองในประเทศและนำเข้าจากจีน

เบื้องต้นเตรียมวางขายตามร้านค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตในกรุงเปียงยางในช่วงสิ้นปีนี้ สนนราคาเริ่มต้นขวดละ 15 ดอลลาร์

กลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนคือใคร ทำไมต้องอุ้มธนาธร?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590450

  • วันที่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 13:51 น.

กลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนคือใคร ทำไมต้องอุ้มธนาธร?

เปิดหน้าสมาชิก APHR ผู้ออกแถลงการณ์ประณามการคุกคามนัการเมืองฝ่ายตรงข้ามในไทย

กลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (ASEAN Parliamentarians for Human Rights: APHR) มีแถลงการให้ทางการไทยต้องยุติการคุกคามนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ทำให้หลายคนเกิดความสนใจเกี่ยวกับกลุ่มนี้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

ในแถลงการณ์ APHR ได้เรียกร้องและหยุดทําลายพรรคการเมืองที่ต่อต้านทหาร และชี้ว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กําลังเผชิญกับคดีอาญาที่มีแรงจูงใจทางการเมืองอย่างน้อยสองคดีในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การที่ APHR ให้ความสนใจกับนายธนาธรเป็นพิเศษ ทำให้ฝ่ายการเมืองที่ไม่สนับสนุนนายธนาธรเกิดความกังขาต่อกลุ่มนี้ และพยายามชี้ว่า APHR เป็นกลถุ่มที่ไม่มีเครดิตทางการเมือง

ในรายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มในเว็บไซต์ aseanmp.org ระบุไว้ว่า “สมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) เป็นพลังในแทรกแซงด้านสิทธิมนุษยชนของสมาชิกรัฐสภาปัจจุบันและอดีต ที่ใช้สถานะและนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติรักษาเสรีภาพทางการเมือง และส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนทั่วทั้งภูมิภาค APHR สนับสนุนการทำงานของภาคประชาสังคม และผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน และสนับสนุนการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนในการเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลและหน่วยงานพหุภาคี เพื่อให้เกิดความมั่นใจงว่า (หน่วยงานเหล่านี้) จะมีภาระรับผิดชอบและบังคับใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ”

พร้อมกับทิ้งท้ายว่า APHR เป็นองค์การไม่แสวงหาผลกำไร” หรือ NPO (ไม่ใช่ NGO)

สมาชิกกรรมการบริหารของ APHR เป็นสมาชิกสภาการปกครองท้องถิ่นและสภานิติบัญญัติระดับชาติ จากประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น ประธานขององค์กร คือ ชาร์ลส์ ซานติเอโก (Charles Santiago) สมาชิกจากเขตกลัง รัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย

ส่วนกรรมการบริหาร คือ เอวา กุสุมา สุนดารี (Eva Kusuma Sundari) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเทศอินโดนีเซีย, อู ชเว มอง (U Shwe Maung) สมาชิกสภาประชาชนของเมียนมา จากรัฐยะไข่, ชาร์ล จง (Charles Chong) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาของสิงคโปร์, มู โซจัว (Mu Sochua) สมาชิกสภาแห่งชาติของกัมพูชา จากจังหวัดพระตะบอง, เท็ดดี้ บะกยลัต (Teddy Baguilat) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขคตอิฟัวเกา ประเทศฟิลิปปินส์

นอกขจากนี้ ยังมีสมาชิกที่มิใช่คนในวงการเมือง แต่มีอิทธิพลด้านการเมือง สังคมและด้านวิชาการ เช่น วอลเดน เบลโล (Walden Bello) นักวิชาการทีมีชื่อเสียงชาวฟิลิปปินส์ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “โศกนาฏกรรมสยาม” หรือ A Siamese Tragedy: Development and Disintegration in Modern Thailand (1999) ซึ่งว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำด้านสังคมในประเทศไทย

ส่วนสมาชิกคนไทยเพียงหนึ่งเดียวในกรรมการบริหาร คือนายกษิต ภิรมย์ อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ในข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายของกลุ่ม ระบุว่า “ทุกวันผู้คนนับไม่ถ้วนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นเหยื่อของการละเมิดสิทธิมนุษยชน สำหรับหลายๆ คนความยุติธรรมและภาระความรับผิดชอบ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม และรัฐบาลแต่ละรัฐของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งสิบประเทศ ก็มักจะล้มเหลวในการเข้าถึงผู้ด้อยโอกาสในสังคม ขณะเดียวกัน แม้ว่าภาคประชาสังคมในหลายๆ แห่งมีความเข้มแข็งและมีความปรารถนาอย่างแท้จริง ที่จะผลักดันการปกครองที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในหลายๆ ประเทศ แต่ก็มีการต่อต้านอย่างรุนแรงต่อการเปลี่ยนแปลงจากกลุ่มอำนาจเดิม” และย้ำว่า APHR เกิดขึ้นมาจากความคิดของสมาชิกรัฐสภาที่มีหัวก้าวหน้า เพื่อหวังที่จะแก้ปัญหาที่เกริ่นไว้ข้างต้น และสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมกันและยุติธรรม

ทั้งนี้แถลงการณ์ของ APHR ระบุว่า “ทางการไทยกําลังพยายามกุข้อหาทางอาญาต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรองกิจ และผู้ต่อต้านกองทัพอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าข้อหาเหล่านี้มีจุดประสงค์ทําลายกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร ข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อ ส.ส. นักข่าว นักกิจกรรมและประชาชนอื่นๆ ที่ไม่ได้ทําอะไรนอกจากแสดงออกอย่างสงบควรจะต้องถูกยกเลิกในทันที”

“ในบริบทของคดีทางการเมืองหลายต่อหลายครังต่อธนาธร มันเป็นเรื่องยากที่จะไม่มองว่าการกระทํา ล่าสุดของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะปราบปรามผู้วิจารณ์รัฐบาลทหาร เพื่อให้คนไทยมีความเชื่อมัน ในกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศ ทางการไทยต้องแสดงว่าตัวเองนั้น เคารพในผลการเลือกตั้ง ซึ่งหมายถึงการอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าความเห็นของพวกเขาจะก่อให้เกิด “ความไม่สะดวก” ใดๆ ก็ตาม” นายเท็ดดี บะกยลัต (Teddy Baguilat) กรรมการสมาชิก APHR และ ส.ส. ฟลิปปนส์กล่าว

มือมีดไล่แทงนักเรียนญี่ปุ่น เจ็บอย่างน้อย 15 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590426

  • วันที่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 12:15 น.

มือมีดไล่แทงนักเรียนญี่ปุ่น เจ็บอย่างน้อย 15 ราย

มือมีดไล่แทงนักเรียนประถมในญี่ปุ่น พบบาดเจ็บอย่างน้อย 15 ราย เสียชีวิตแล้วสองราย

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุุคนร้ายใช้มีดไล่แทงคนในเมืองคาวาซากิ ชานกรุงโตเกียวช่วงเช้าของวันนี้ รายงานระบุว่ามีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายได้รับบาดเจ็บแล้วอย่างน้อย 16 ราย จำนวนนี้ 13 รายเป็นนักเรียนโรงเรียนประถมในพื้นที่ใกล้เคียง ที่ยืนรอรถเมย์ระหว่างไปโรงเรียนในตอนเช้า

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ผู้พบเห็นเหตุการณ์เล่าว่าคนร้ายได้ใช้มีดวิ่งเข้ามาทำร้ายผู้คนที่ยืนรอรถเมล์ พร้อมกับตะโกนว่า “ฉันจะฆ่าแก” ก่อนจะลงมืออย่างเหี้ยมโหด จนมีผู้เสียชีวิต 2 คนจำนวนเป็นเด็ก 1 คน และผู้ใหญ่อีก 1 คน

ขณะที่ผู้ก่อเหตุใช้มีแทงตัวเองที่บริเวณคอ จนเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ดีทางตำรวจยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุดังกล่าว

ไต้หวันซ้อมรบประจำปี คนแห่ชมเจ็ตขับไล่ขึ้นลงบนทางหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590417

  • วันที่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 11:10 น.

ไต้หวันซ้อมรบประจำปี คนแห่ชมเจ็ตขับไล่ขึ้นลงบนทางหลวง

ทางการไต้หวันจัดซ้อมรบประจำปี ทัพอากาศโชว์ศักยภาพนำเจ็ตขับไล่ขึ้นลงบนทางหลวง ประชาชนแห่ชมเพียบ

ทางการไต้หวันได้จัดภารกิจซ้อมรบประจำปี 2019 ซึ่งในปีนี้การซ้อมรบมีขึ้นภายใต้รหัสฮั่นกวง35 โดยกองทัพสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ได้เรื่มภารกิจซ้อมรบขึ้นเมื่อเวลา 07.00 น.

 

ไฮไลท์ในการซ้อมรบของแต่ละปีจะอยู่ที่การนำเครื่องบินเจ็ตขับไล่ลงจอดบนทางทางหลวง หากเกิดกรณีฉุกเฉินถูกกองทัพของจีนแผนดินใหญ่คุกคามสนามบินหลัก หรือฐานทัพอากาศจนเสียหาย

 

ในปีนี้กองทัพอากาศสาธารณรัฐจีนได้ส่งครื่องบินรบรุ่น Mirage 2000 เครื่องบินรบแบบ AIDC F-CK-1 Ching-kuo เครื่องบินขับไล่แบบ F-16 และเครื่องบินลาดตระเวนล่วงหน้าแบบ E2-K บินขึ้นจากฐานทัพอากาศเมืองซินจู่ เพื่อร่วมการฝึกซ้อมในภารกิจดังกล่าว รวมถึงการซ้อมบินขึ้นลงบนทางด่วนสายที่ 1 ช่วงตำบลหยวนหลิน เมืองจางฮั่ว ทางตอนกลางของประเทศ

 

ขณะที่รายงานจากสื่อท้องถิ่นของไตหวันระบุว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมากองทัพไต้หวันได้ดำเนินการซ้อมรบอยู่เป็นประจำ ซึ่งส่วนสำคัญอย่างหนึ่งคือระบบทางหลวงทั่วประเทศที่ถูกออกแบบมาให้เครื่องบินขับไล่สามารถขึ้นลงได้ ในทั่วประเทศแบ่งเป็น 4 ส่วน และส่วนของ Huatan section ในเขตเมืองจางฮั่วแห่งนี้ ถูกใช้ซ้อมครั้งล่าสุดเมื่อ 12 ปีที่แล้ว

การซ้อมขึ้นลงของเครื่องบินขับไล่ดังกล่าว มีชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง และประชาชนที่สนใจร่วมชมการซ้อมเป็นจำนวนมาก

 

 

 

นายกหนุ่มออสเตรีย ถูกสภาโหวตไม่ไว้วางใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/590406

  • วันที่ 28 พ.ค. 2562 เวลา 10:05 น.

นายกหนุ่มออสเตรีย ถูกสภาโหวตไม่ไว้วางใจ

เซบาสเตียน เคอรซ์ นายกออสเตรียฯโดนปลด หลังถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เซ่นคลิปฉาวพรรคร่วมรัฐบาล

เซบาสเตียน เคอรซ์ นายกรัฐมนตรีหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในโลก ผู้นำรัฐบาลออสเตรีย วัย 32 ปี ต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังจากที่ถูกรัฐสภาออสเตรียอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเขาและรัฐบาลของเขา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

เหตุที่รัฐสภาออสเตรียอภิปรายไม่ไว้วางใจนายเคอรซ์และรัฐบาลของเขาเนื่องจาก ได้มีสื่อของเยอรมนีเปิดโปงคลิปฉาวของซึ่งถูกถ่ายขึ้นเมื่อปี 2017 จากการที่นายไฮน์ซ-คริสเตียน ชตราเคอ (Heinz-Christian Strache) หัวหน้าพรรคเสรี (FPO) ซึ่งต่อมาได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี และนาย โยฮันน์ กูเดนัส รองหัวหน้าพรรคเสรี ร่วมวงดื่มฉลองกันที่วิลล่าแห่งหนึ่งบนเกาะอิบิซ่า ของสเปน พร้อมหญิงสาวที่ถูกระบุว่าเป็นหลานสาวของผู้มีอำนาจคนหนึ่งในรัฐเซีย

จากคลิปแสดงให้เห็นนายชตราเคอ เสนอว่าจะมอบสัญญาจ้างของรัฐให้กับผู้หญิงรายนี้ หากเธอซื้อหุ้นของหนังสือพิมพ์ โครเนน เซตุง สื่อท้องถิ่นของออสเตรียในจำนวน250 ล้านยูโร และใช้การรายงานข่าวของสื่อเจ้านี้เชียร์พรรค FPO รวมถึงตัวของนายชตราเคอเองต้องการสร้างอาณาจักรสื่อในอนาคตด้วย

Der Spiegel

หลังจากที่คลิปวิดิโอดังกล่าวเพียงไม่นาน นายชตราเคอ ได้ลากออกจากรองนายรัฐมนตรีออสเตรียทันที แต่ไม่เพียงแค่นั้น เรื่องดังกล่าวได้ส่งผลไปถึงนายเซบาสเตียน เคอรซ์ นายกออสเตรียซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค ÖVP และเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับ FPO ถูกพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SPO) ซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลัก ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยเฉพาะประเด็นข้อหาเกี่ยวกับการแทรกแซงทางการเมืองจากรัสเซีย

แม้ว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายเคอรซ์พยายามยกความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจขึ้นตอบโต้การไม่ไว้วางใจแล้วก็ตาม รวมถึงระบุเจตนารมย์ต้องการสานต่อมรดกของรัฐบาลต่อไปโดยปราศจากเรื่องอื้อและฉาวการทุจริตแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่อาจมีน้ำหนักพอ และส่งผลให้เขาต้องออกจากตำแหน่ง

ด้านนายอเล็คซันเดอร์ ฟัน แดร์ เบ็ลเลิน ประธานาธิบดีแห่งออสเตรีย จะต้องเลือกนายรัฐมนตรีรักษาการ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งรอบใหม่เดือนกันยายนนี้