“แก้ม-วิชญาณี”สะบัดบ๊อบ แจกความสดใส!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/382465

“แก้ม-วิชญาณี”สะบัดบ๊อบ แจกความสดใส!!

“แก้ม-วิชญาณี”สะบัดบ๊อบ แจกความสดใส!!

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 14.46 น.

รับหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดเพลงทางเดินแห่งรักเป็นเพลงจากละคร นางสาวไม่จำกัดนามสกุล ละครแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ ดีว่าสาวเสียงดี แก้ม-วิชญาณี เลยขอปรับลุคใหม่เป็นสาวผมสั้นมาในชุดสีชมพูสุดหวานพร้อมแจกความสดใสให้เข้ากับเพลงจังหวะสนุกๆสไตล์ป๊อบ2018 เอาใจคนโสดและคนไม่โสดชวนให้โยกตามกัน

ซึ่ง แก้ม-วิชญาณี ได้เผยถึงความรู้สึกในการทำงานเพลงนี้ว่า มีโอกาสได้ฟังเพลงนี้ตั้งแต่เวอร์ชั่นพี่แอม-เสาวลักษณ์ ซึ่งเป็นเพลงที่มีความหมายดี ให้กำลังใจกับคนที่กำลังมองหาความรักหรือคนที่เชื่อในความรักที่อยากจะตามหารักแท้ ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ของแก้ม จะเป็นเวอร์ชั่นที่สดใสขึ้น ด้วยดนตรีที่มีความสนุกสนานสามารถโยกตามได้ แล้วเนื้อหาของเพลงก็ตรงกับชีวิตของแก้ม โดยเฉพาะท่อนร้อง (ร้องเพลง) “ยังเต็มใจที่จะตามค้นหาและปฏิเสธที่จะท้อใจ”มันก็เลยค่อนข้างที่จะอินค่ะ และเพลงนี้ก็ตรงกับเนื้อเรื่องในละคร นางสาวไม่จำกัดนามสกุล ที่นางเอกคือ น้องใหม่-ดาวิกาหญิงสาวที่ตามหารักแท้ เป็นละครโรแมนติก-คอมเมดี้เพลงก็เลยต้องสนุกสนาน รวมไปถึงตัวแก้มเองก็ต้องปรับลุคทั้งเสื้อผ้า-หน้าผมให้มันสดใสสนุกสนานเข้ากับธีมของละครแก้มขอฝากเพลง ทางเดินแห่งรักด้วยนะคะ ใครที่ชอบก็ฝากดาวน์โหลดและติดตามกันเยอะๆนะคะ”

ติดตามฟัง&ดาวน์โหลดเพลง“ทางเดินแห่งรัก”เวอร์ชั่น แก้ม-วิชญาณี ได้พร้อมกันวันนี้ตามคลื่นวิทยุทั่วประเทศและทางDigital Download *1230028/*1230055, iTunes, JOOX และ Spotifyรวมถึงชม Music video ได้ทาง http://www.youtube.com/gmmgrammyofficialพร้อมติดตามความเคลื่อนไหวผ่านทาง Social Media ได้ที่ facebook : exactmusic / Instagram : exactmusic / twitter : exactmusic

“คาราบาว เฟสติวัล” จัดเต็ม ! รวมตัวของศิลปินเพื่อชีวิต“ปาน ธนพร-เสือ ธนพร-ฮิวโก้” ร่วมจารึกประวัติศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/382452

“คาราบาว เฟสติวัล” จัดเต็ม ! รวมตัวของศิลปินเพื่อชีวิต“ปาน ธนพร-เสือ ธนพร-ฮิวโก้” ร่วมจารึกประวัติศาสตร์

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 14.13 น.

เตรียมจารึกประวัติศาสตร์ใหม่แห่งเทศกาลดนตรีได้เลย เพราะปีนี้จะเป็นปีแรกที่จะเกิดเทศกาลดนตรีเพื่อชีวิตครั้งแรกของไทย และจะเป็นครั้งแรกของโลกด้วย โดย “นายพาที สารสิน” และ “ดร.จักรพัน ประจวบเหมาะ” สองผู้บริหารอินเตอร์ไพร์ม ผู้คิดริเริ่มเทศกาลดนตรีเพื่อชีวิต เผยถึงงานที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ว่า

“ก่อนหน้านี้เราจะเห็นเทศกาลดนตรีแต่ประเภทป็อบ ร็อค หรือ EDM ทางอินเตอร์ไพร์มจึงได้หารือกันว่า อยากให้มีเทศกาลดนตรีของคนเพื่อชีวิตงานแรกของโลกที่ยิ่งใหญ่เทียบเท่าเทศกาลดนตรีระดับสากลบ้าง โดยงานนี้จะเป็นงานประจำปี ใช้ชื่องานว่า คาราบาว History Festival โดยจะมีศิลปินและนักดนตรีหลายสิบชีวิต สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นเล่นเป็นเวลายาวกว่า 8 ชั่วโมง โดยมีเวทีขนาดใหญ่ถึง 25 เมตรเทียบเท่า Festival ใหญ่ของต่างประเทศ รวมถึงระบบแสง สี เสียง และเอฟเฟคก็ไม่แพ้ Festival งานใหญ่ๆ เลยเช่นกัน งานนี้จึงถือเป็นงานแรกของโลกที่มีเทศกาลดนตรีเพื่อชีวิตของคนไทยเต็มรูปแบบ เช่น โซนเล่นเกมส์ต่างๆ , โซนแกลอรี่ประวัติศิลปิน , โซนอาหาร 5 ภาค , โซนพักผ่อนทั้งโซนแอร์และเอ้าท์ดอว์ เป็นต้น สำหรับศิลปินที่เข้าร่วม ประกอบด้วย หลักๆ คือวงคาราบาว , วงคาราวาน , พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ , ปาน ธนพร , เสือ ธนพล , วงมาลีฮวนน่า , ฮิวโก้ , บ่าววี เป็นต้น โดยงานนี้จะจัดขึ้นที่ ลานโอเอซิส อารีน่า ห้างโชว์ดีซี พระราม9 บัตรนั่งทุกที่นั่ง (แต่ยืนเต้นได้เต็มที่) บัตรราคา 1,000-1,500 บาท ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ แสดงวันที่ 23 ธันวาคม นี้ ประตูเปิดให้เข้าชมงานตั้งแต่เที่ยงวันเป็นต้นไป ไม่อยากให้พลาดครับ”

ด่วน!! เปิดขายบัตรอีก 10 วันสุดท้าย อย่าพลาดกับเวที Rooftop ขนาดยักษ์ที่ยาวกว่า 25 เมตร มาพร้อมกับระบบแสง สี เสียงเอฟเฟคระดับโลก คอนเสิร์ต  History Festival คือ สุดยอดคอนเสิร์ตที่เหล่าแฟนคาราบาวนับหมื่น พร้อมกับศิลปินมากมายที่เคยร่วมสร้างบทเพลงและสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับวงคาราบาวมาอย่างยาวนาน จะมาร่วมกันขับขานตำนานมนต์เพลงคาราบาวกันตั้งแต่บทที่1 จนถึงบทล่าสุด ตั้งแต่เที่ยงวัน-เที่ยงคืน

โดยภายในงานท่านจะได้พบกับกิจกรรมต่างๆมากมาย เช่น กำแพงคาราบาวที่ยาวที่สุดในโลก , เกมส์ต่างๆของคาราบาว , สินค้าคาราบาว , การแสดงต่างๆ และบูธขายสินค้าต่างๆ มากมายทั้งในร่มและกลางแจ้ง ที่เปิดให้บริการตั้งแต่เที่ยงวัน ระเบิดความันส์วันที่ 23 ธันวาคมนี้ ที่ลานโอเอซิส อารีน่า ห้างโชว์ดีซี พระราม9 เปิดจองบัตรแล้ววันนี้ที่ http://www.thaiticketmajor.com/concert/carabao-festival-2018-th.html

‘คารีสา’เปิดใจ! สถานะ ‘เป้ อารักษ์’ คืออะไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/382450

'คารีสา'เปิดใจ! สถานะ 'เป้ อารักษ์' คืออะไร

‘คารีสา’เปิดใจ! สถานะ ‘เป้ อารักษ์’ คืออะไร

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 14.03 น.

อยู่ในวงการไม่เท่าไหร่ แต่นักแสดงสาว คารีสา สปริงเก็ตต์ ก็มีข่าวให้ติดตามตลอดๆ ทั้งสถานะความสัมพันธ์กับพระเอกหนุ่มเป้ อารักษ์ แถมยังถูกเม้าท์เป็นเด็กใจแตก จนผู้ใหญ่ในวงการส่ายหน้า ไม่ดันเหมือนกับเพื่อนๆ เดอะเฟซีนอื่นๆ

ล่าสุด เจ้าตัว มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และธัญญ่า ธัญเรศ เป็นพิธีกร

ข่าวพระเอกติสท์ทำสาวท้อง โดนคนสงสัยเรากับ “เป้ อารักษ์” คิดยังไงกับข่าวนี้?

คารีสา : ไม่ใช่นะคะ เพิ่งเคยได้ยินข่าวนี้จากที่นี่ที่แรกเลย ความจริงหนูแค่อ้วนเฉยๆค่ะ ไม่ได้ท้อง ไม่ใช่หนู ข่าวนี้ก็อาจจะไม่ใช่เขาก็ได้ แล้วข่าวนี้มีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะว่าตอนนี้ยังไม่มีคนมาถามหนูเลย

รู้จักกับ “เป้ อารักษ์” มานานหรือยัง?

คารีสา : นานแล้วค่ะ ประมาณ 5 ปีกว่าค่ะ ตอนนั้นที่เจอกันพี่เป้เล่นหนังเรื่องกาลครั้งหนึ่งค่ะ แล้วหนูก็ได้รับเชิญแบบนิดหน่อย ก็เลยมีโอกาสได้เจอกัน ตอนนั้นเจอกันในงานเลี้ยงปิดกล้องค่ะ ไม่ได้เจอในกอง แล้วตอนนั้นหนูก็ยังไม่มีเพื่อนในกองเพราะเราเล่นรับเชิญด้วย เขาก็เลยเข้ามาคุยอะไรประมาณนี้ เราก็แบบว่าเออพี่เขาใจดีจังเลย เราก็ความคิดแบบเด็กๆนะ

ตอนนั้นคิดว่า “เป้ อารักษ์” เป็นผู้ชายในสเปคเราไหม?

คารีสา : ตอนนั้นไม่ค่ะ ความรู้สึกแบบตอนประถมแล้วเราดูละครของเขาตลอดเลยอะไรแบบนี้ ก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เจอตัวจริง ก็เหมือนเด็กคนหนึ่งที่ได้เจอดารา เพราะเมื่อก่อนหนูอยู่พัทยาการจะเจอดารามันก็ยากกว่าเด็กกรุงเทพนิดหน่อย

เบื้องหลังกล้องตัวจริง “เป้ อารักษ์” เป็นคนยังไง?

คารีสา : ก็น่ารักนะ หนูว่าเขาก็เป็นคนแบบปกติแหละ แต่ว่าเวลาที่อยู่ข้างนอก เขาอาจจะมีดีกรีความเก๊ขึ้นมาหน่อยๆ แต่พอหลังกล้องเขาก็เป็นคนตลกปกตินะคะ เป็นคนแบบบ้านๆเลย หมายถึงว่าเขาก็เป็นคนมีมุก เล่นตลก พูดคุยเก่ง แต่เวลาในกล้องเขาก็จะมีความดุหรือพูดน้อย ตัวจริงเขาก็พูดเยอะอยู่นะคะ

เริ่มต้นจากพี่ชาย แล้วตอนนี้มีการพัฒนาขึ้นบ้างไหม?

คารีสา : จริงๆพี่เขาก็เป็นพี่ที่ดีเลยค่ะ ณ วันนี้จากที่เขาโตแล้วแล้วโตขึ้นอีกระดับนึง แล้วหนูก็โตขึ้นในวัยของหนู มันเหมือนมีความคิดหรือความต้องการที่ต่างกัน เลยเหมือนมันคงที่กับคำว่าพี่กับน้องมากกว่าอะไรแบบนี้

ถ้าวันนึง “เป้ อารักษ์” มาจีบเราจะโอเคไหม?

คารีสา : ก็เป็นเชิงที่แบบจีบในเวอร์ชั่นการปฏิบัติตัวที่แบบ เป็นแฟนที่เราชอบ แต่ถ้าใน relationship การเป็นพี่ เขาผ่านหมดแล้ว เขาเป็นพี่ที่ดีมาก แต่ว่าถ้าเรื่องของการเป็นแฟน มันมีความเยอะของหนูที่มันยากไปกว่านั้นอีก คือหนูทำงานเองตั้งแต่เด็กมาก แล้วหนูก็ค่อนข้างดูแลตัวเองแบบครบทุกอย่างแล้ว แล้วคนที่จะมาแบบเท่ากับเรา มันก็ควรมากกว่านิดนึง คือหนูจะชอบผู้ชายที่อายุเยอะกว่า หนูไม่ต้องการผู้ชายที่มาเป็นลูกเรานึกออกไหม หนูทำงานเอง หาเงินเอง ส่งตัวเองเรียน ไม่ได้ขอเงินพ่อแม่ คือทำทุกอย่างเองหมดแล้ว แล้วคนที่จะมาอยู่ข้างเรา เท่ากันก็ดี แต่ถ้ามาเป็นน้อง เป็นลูกเราก็ต้องมานั่งดูแลอีก คนที่จะมาอยู่ข้างเราเขาก็ควรที่จะมีภาวะความเป็นผู้นำ

แล้วตอนนี้มีคนมาจีบเราไหม?

คารีสา : ก็คงมีคนมาชอบบ้างค่ะ ผู้ชายบางคนเขาก็จีบไม่เป็น ไม่มีทิศทางในการจีบ เพราะฉะนั้นก็ยังไม่ได้ไปต่ออะไรประมาณนี้ เพราะรู้สึกว่าถ้าเกิดเขาชอบเราจริงเขาจะต้องหาทางมาให้ได้แหละค่ะ

เคลียร์ข่าวมือที่สามระหว่าง “ขุน ชานนท์” กับ “แก้มบุ๋ม” หน่อย?

คารีสา : จริงๆไม่ใช่มือที่สาม แล้วหนูก็เชื่อว่า หนูไม่เคยเป็นมือที่สามใคร หนูคิดว่าหนูค่อนข้างสวยแล้วการไปแทรกระหว่างกลางคู่อื่น มันเป็นเรื่องที่ไกลตัวหนูมาก(หัวเราะ) นอกจากแฟนคนอื่นอาจจะมากดไลค์ IG หนูแล้วหึง อันนี้อาจจะเป็นไปได้ แต่ว่าถ้าเกิดให้หนูไปอยู่ตรงนั้นหนูว่าไม่จำเป็นค่ะ คือหนูเล่นละครกับพี่ขุนเราก็เลยสนิทกัน แล้วเจอกันทุกเรื่อง ไม่ว่าจะอยู่ช่องไหนก็ตาม จนมาเล่นซีรีย์อันนึงแล้วก็มีพี่แก้มบุ๋มมาเล่นด้วย แต่ว่าอันที่เป็นข่าวก็เหมือนกับเขาโพสเรื่องที่แบบว่า นางเอกหน้าร้ายอะไรสักอย่าง แล้วหนูก็ดูหน้าร้ายอีก ก็เลยเป็นอักษรย่อหนูไปอะไรแบบนี้

ย้อนกลับไปตอนเข้าวงการแรกๆ เคยแคสงาน 40 กว่างานจริงหรือเปล่า?

คารีสา : ใช่ค่ะ แคสไปเรื่อยๆเลยค่ะ ปีแรกที่หนูเข้ากรุงเทพฯมา ที่แคสแถวทาวอินทาว จะเป็นที่เด็กปกติเขาไปแคสกัน แล้วก็ตามสตูฯต่างๆ หนูไม่ได้งานเลย หนูเป็นเด็กที่ไม่ได้งานจริงๆ ตอนนั้นหนูไม่รู้อาจจะเด็กไปหรือเปล่าเพราะอายุ 14 อะไรแบบนี้ แล้วหนูก็ทำอะไรไม่เป็น แต่ว่ามันตลกมาก ทุกคนถามว่าเราท้อไหม เราก็ไม่ท้อนะ ตอนนั้นความเป็นเด็กมันไม่รู้เลย คิดแค่ว่าการได้มากรุงเทพฯมันสนุกนะแค่นั้น

หลังจากแจ้งเกิดจาก The Face ก็มีข่าวว่าเรานิสัยไม่ดี ใจแตก เป็นเด็กแรง จริงไหม?

คารีสา : หนูว่าส่วนตัวแล้วบางอย่าง หนูอาจจะไม่รู้กาละเทศะจริงๆ หนูยอมรับนะค่ะ ด้วยความที่เราเด็ก เราโลกแคบ เราเจอคนน้อย เราเหมือนทำงานตั้งแต่เด็ก แล้วยิ่งเป็นรายการเรียลลิตี้ที่มันเป็นแข่งขัน ก็จะถูกบิ้วอารมณ์มานู่นนี่นั่น แต่รูปต่างๆที่ทำให้คนรู้สึกกับเราจริงๆ มันคือการตัดออกมา ซึ่งมันเป็นหน้าพักผ่อนของหนู แล้วตั้งใจฟัง เหมือนเด็กหน้าห้อง ซึ่งถ้าหนูเหวี่ยงจริงๆ หนูจะเงียบแล้วเดินออกไปเลย ผู้ช่วยในรายการหลายๆคนก็จะรู้ ซึ่งคนก็จะรู้สึกว่าหนูทำหน้าแบบไม่มีสัมมาคารวะ

พอมีคำวิจารณ์ออกมาแบบนี้เรารู้สึกยังไงบ้าง?

คารีสา : ตอนแรกหนูเสียใจมาก หนูขังตัวเองอยู่ในห้องแล้วก็ร้องไห้ แล้วก็แบบว่าไม่อยากทำแล้วงานนี้ แต่พ่อกับแม่กลับบอกว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย พ่อกับแม่ไม่เคยด่าลูกขนาดนี้ นี่เป็นแค่คนอื่น ทำไมเราต้องไปรู้สึกกับความรู้สึกของคนอื่นด้วยขนาดนั้น กลายเป็นว่า อยู่ๆความรู้สึกเสียใจมันก็หายไปเองเลย หลังจากนั้นก็กลายเป็นว่า แค่ใช้ชีวิตปกติแล้วก็อดทนกับการตอบคำถามจากนักข่าวในทุกๆวันแค่นั้นเอง

เห็นว่าเบื้องหลังมีการเอาพวงมาลัยไปขอโทษพี่ลูกเกดด้วย?

คารีสา : ใช่ค่ะ เพราะว่าตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่าเราผิดจริง หรือไม่ผิดจริง แต่ว่าเราแค่รู้สึกว่าตอนนั้น มันก็คงผิด เพราะว่าเราก็คงคิดน้อยไป หนูก็ได้ซื้อพวงมาลัยเอาไปไหว้พี่ลูกเกด แล้วก็ทีมงานทุกๆคน แค่รู้สึกว่าถ้าหนูผิดหนูขอโทษนะ สอนหนูได้เลยอะไรแบบนี้ แต่ว่าอันนี้จะไม่ได้เป็นภาพที่อยู่ในรายการ

เคยคิดน้อยใจไหมเล่นละครกี่เรื่องก็ไม่ดังสักที?

คารีสา : บางทีหนูก็เห็นคอมเม้นนะคะว่า มีบางคนที่รักหนู แล้วก็เชียร์ บอกว่าหนูเล่นดี ทำไมยังไม่ได้เป็นนางเอกอะไรแบบนี้ แต่มันก็ยังมีมุมนึงที่คนทำงานเท่านั้นจะรู้ว่า การรับตัว 2 หรือตัว 3อ่ะ วันหนึ่งๆมันรับได้หลายเรื่องนะ การเป็นนางเอกมันสามารถรับได้เรื่องเดียว มันก็คือเงินก้อนเดียวอะไรแบบนี้ มันก็คือสิ่งที่บางคนยังไม่รู้ แล้วพอช่วงที่เราแบบ ยังมีภาระ ค่าเทอมนู่นนี่นั่น เราก็เลยแบบว่าต้องเอาตรงนี้ก่อน แล้วถ้าวันหนึ่ง อายุหนูมันพอที่จะเป็นนางเอก แล้วเรามีภูมิต้านทาน มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ที่จะไปเป็นตัวเมน เราก็แค่รับโอกาสจากผู้ใหญ่ที่เขาใจดีกับเราแค่นั้นเองค่ะ ซึ่งตอนนี้บทที่เล่นอยู่หนูก็ไม่ได้น้อยใจอะไร ทุกครั้งที่หนูเล่นไปก็รู้สึกสนุก แล้วมันก็ยังมี feedback ที่ดีอยู่

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ คารีสา สปริงเก็ตต์

https://youtu.be/S96l-1BuXxU

“โมโนฟิล์ม” จัดงาน “เซคเคิน แอ็ค เกิรล์ส ไนท์ เอ๊าท์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/382445

“โมโนฟิล์ม” จัดงาน “เซคเคิน แอ็ค เกิรล์ส ไนท์ เอ๊าท์”

“โมโนฟิล์ม” จัดงาน “เซคเคิน แอ็ค เกิรล์ส ไนท์ เอ๊าท์”

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 13.47 น.

“โมโนฟิล์ม” ร่วมกับ เอสเอฟซีนีม่า จัดงานปาร์ตี้สุดพิเศษ “Second Act Girls Night Out” (เซคเคิน แอ็ค เกิรล์ส ไนท์ เอ๊าท์) เปิดโปรไฟล์สุดแสบของคุณแม่ “เจโล” (เจนนิเฟอร์ โลเปซ) จากภาพยนตร์เรื่อง “สาวแซ่บโปรไฟล์แสบ” (Second Act) ในวันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2561 เวลา 18.30 น. ณ โรงภาพยนตร์ เอ็มพรีเว่ ซีเนคลับ ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม

นำทีมโดย คุณกฤตวิทย์ หริมเทพาทิป รองผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่ายภาพยนตร์ บริษัท โมโนฟิล์ม คุณอินทเดช พิทักษ์สรยุทธ Marketing Director เอสเอฟ ซีนีม่า คุณสุธาวดี ศิริธนชัย รองกรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และคุณยลอร วัชรเพชร์ Coporate Reginal Sale Manager จาก Belvedere Vodka (เบลเวเดียร์ วอดก้า) ร่วมด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษในคืนนี้ “คุณมารีญา พูลเลิศลาภ” มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ ปี 2017

ในงานเป็นการพูดคุยกับมิสยูนิเวอร์ส ไทยแลนด์ 2017 “มารีญา พูลเลิศลาภ” กับโปรไฟล์สุดแสบของคุณแม่ “เจโล” (เจนนิเฟอร์ โลเปซ) จากภาพยนตร์เรื่อง  “สาวแซ่บโปรไฟล์แสบ” (Second Act) ที่เป็นไอดอลให้กับสาวๆ ที่ต้องการลุกขึ้นปฏิวัติสร้างโปรไฟล์ใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

ภาพยนตร์เรื่อง “สาวแซ่บโปรไฟล์แสบ” (Second Act) เรื่องราวของสาวมั่นสุดสตรองอย่าง มายา (เจ โล) ที่มีประสบการณ์การทำงานมาเป็นเวลานาน แต่เธอขาดแค่การศึกษาในสถาบันชั้นสูง ทำให้เธอเสียโอกาสในการปรับตำแหน่งงาน แต่ครั้งนี้จะเปลี่ยนไปเมื่อ เพื่อนสาวสุดจี๊ดของเธอ อุปโลกน์อัพโปรไฟล์ขึ้นมาใหม่ให้แซ่บและแสบทุกเม็ด งานนี้ มายา จะต้องพิสูจน์ว่าเธอเองก็มีดี บนดีกรีที่หลอกลวง

เตรียมพบกับวีรกรรมสุดแสบ ฮาสุดเหวี่ยง และมั่นสุดขั้ว พร้อมเพื่อนซี้สุดซ่า ในภาพยนตร์เรื่อง “สาวแซ่บโปรไฟล์แสบ” (Second Act) กำหนดฉาย 13 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

“แอ็ป –สตาช่า” ร้อนฉ่า..พาเที่ยวแอฟริกาใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/382444

“แอ็ป –สตาช่า” ร้อนฉ่า..พาเที่ยวแอฟริกาใต้

“แอ็ป –สตาช่า” ร้อนฉ่า..พาเที่ยวแอฟริกาใต้

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 13.44 น.

ถึงเวลาท่องโลกกว้าง ออกทริปส่งท้ายปี ..ไกล ถึงแอฟริกาตอนใต้ทั้งที มิรึ..จะธรรมดาได้ สำหรับเจ้าแม่ pool party อย่างสาว “แอ็ป- สตาช่าด่านสิทธิเตโชดม” CEO: MAD STASH CO., LTD@madstashmanagemenหลังฟูมฟักหุ่นสุดเฟิร์มมานานนับเดือนกับเจ้า MADFIT เครื่องออกกำลังกาย ไฮเทคโนโลยี่ที่สาวเจ้าสั่งตรงจากเยอรมัน..และแล้วก็ถึงเวลา อวดหุ่นสุดสวยโชว์ส่วนเว้า,ส่วนโค้ง กันเสียที

ถึงทริปนี้สถานที่ดูเหมือนจะกันดาร แต่งดงามใช่น้อย กับสาธารณรัฐนามิเบีย ชื่อฟังดูอาจจะไม่คุ้น มันอยู่ส่วนไหนของโลก กันหว่า..สาธารณรัฐนามิเบียเป็นประเทศในทวีปแอฟริกาตอนใต้ ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก นามิเบียได้รับเอกราชคืนจากประเทศแอฟริกาใต้เมื่อ พ.ศ. 2533 มีเมืองหลวงชื่อวินด์ฮุก แต่ที่เห็นอยู่นี คือนาเกลือเป็นสีชมพู เธอเล่าว่า  “ที่นี่อาจจะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศนี้ เผลอๆ ถ้าถามทางชาวบ้านหลายคนอาจจะไม่รู้จักด้วยซ้ำ เพราะตัวแอ็ปเองก็ยังขับรถหลงมาโดยบังเอิญเลย นามิเบียเป็นประเทศที่คุณจะขับรถบนความว่างเปล่าแบบร้อยกิโลเมตรไม่เห็นมนุษย์​เลย​ทุกอย่างขาวอย่างกะดาวอังคารไปหมด​แต่สำหรัความบังเอิญครั้งนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ด้วยความแปลก สวยงาม และน่าประทับใจ ที่นี่คือบ่อนาเกลือริมทะเลนับ 10 บ่อไล่เฉดสีไปตามความเข้มข้นของแร่ธาตุที่เมือง Walvis Bay ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งภาคตะวันตกของประเทศนามิเบีย ติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ ออกมากจากเมืองแค่ไม่เกิน 10 นาที มุ่งหน้าไปทางเดียวกับ Long Beachเหตุผลที่นาเกลือเป็นสีชมพูแทนที่จะเป็นสีขาวนั้นเกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างสัตว์ทะเลจำพวกแพลงตอนกุ้งหอยปูสีแดงที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ฟ้าใสและแดดจัดๆส่องลงมากระทบยังพื้นน้ำ ก็จะเห็นเป็นสีชมพูได้อย่างชัดเจน เรียกได้ว่าอาจจเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ก็ว่าได้” ซึ่งแน่นอนเธอก็ไม่พลาดที่จะ ถ่ายภาพสวยๆ เอามาฝาก แต่จะเห็นแค่สถานที่ก็ดูจะธรรมดาไป นางจัดใหญ่ให้เห็นกันชัดๆ ไปเลยกับความอุตสาหะ ปั่นหุ่นมาจนได้ ขนาดนี้

เธอเล่าต่อว่า “นี เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทริปนี้เท่านั้น ยังมีความมหัศจรรย์ของประเทศนี้อีกมากมาย ที่อยากจะบอกเล่าถึงความน่าตื่นตาตื่นใจ..นามิเบีย เป็นประเทศที่แห้งแล้ง​มีชาวป่าอาศัยตามโขดหิน​อากาศมีทั้งหนาวมาก​และร้อนมาก​แต่ละจุดที่ขับรถไป เหมือนต่างกันคนละโลก ..ซึ่งธรรมชาติและภูมิประเทศส่วนใหญ่​เค้าน่าทึ่งมาก​และสัตว์ป่าอยู่กันตามธรรมชาติ​สามารถเห็นม้าลาย​,ยีราฟ​,กวางป่า​,ละมั่ง​,ช้างป่า​,นกกระจอกเทศ​ได้ตามทั่วไป​รวมถึงสิงโต​และเสือ​นามิเบียคือประเทศซาฟารีที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา​และมีทั้งสัตว์น้ำและสัตว์ป่าสมบูรณ์​ที่สุดในแอฟริกา”​

Walvis Bay เป็นเมืองขนส่งสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดอันดับ​3 ของโลกKalahari พื้นที่ทะเลทรายฝั่งตะวันออกของประเทศSossuvlei (Namib Sand Sea, UNESCO World Heritage Site) ส่วนหนึ่งของทะเลทรายนามิบ และ Namib-Naukluft National Park ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเฉพาะ และเป็นทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก​ซึ่งมีอายุราว​85ล้านปีSwakopmundเมืองตากอากาศริมมหาสมุทรแอตแลนติก ที่ได้นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งDamaraland (Twyfelfontein, UNESCO World Heritage Site) พื้นที่ภาคกลางตอนบน เป็นแหล่งอารยธรรม และประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ
Etosha National Park เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทางตอนเหนือ เป็นจุดหมายของนักท่องซาฟารี

ถนนหลวงที่นีจะมี 2 แบบค่ะคือถนนที่เชื่อมต่อเมืองหลวง Windhoek กับภูมิภาคต่างๆ จะเป็นถนนลาดยาง (Tarred Road) ส่วนถนนๆระหว่างเมืองจะเป็นถนนลูกรังค่ะ (Gravel/Unpaved Road) ซึ่งถนนทั้ง 2 แบบนี้ จะมี Speed Limit ต่างกันค่ะTarred Road จะอยู่ที่ 120 km/hr (นอกเมือง) ส่วน Gravel Road จะอยู่ระหว่าง 60-100 km/hr (นอกเมือง) นี่คือเหตุผลหลักที่ใช้เวลานาน ในแต่ละที่

กว่า20วัน ในทริปนี้ กับที่นีสาธารณรัฐนามิเบียประเทศใหญ่ แต่ประชากรน้อยอาหารอร่อย​ชอบมากที่สุด​..ยิ่งอยู่ยิ่งผอม อ่อ ลืมบอกไป ที่นี มีนก​ฟลามิงโก​เป็นแสนๆตัวด้วย ล่ะ มีแมวน้ำ ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอันนี้แหละคือ ไฮไลที่สาวๆ เค้าชอบกัน ..ที่นี มีมนต์เสน่ห์ ที่น่าหลงไหล อย่างบอกไม่ถูก ค่ะ

ภาพจาก Facebook.com/StashaDansithiteshodom

 

ยังคงเป็นเธอผู้เดียวคำอ้อนวอนผ่านดนตรีอินเตอร์ร็อกจาก’มิดเดิลเลนส์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/382443

ยังคงเป็นเธอผู้เดียวคำอ้อนวอนผ่านดนตรีอินเตอร์ร็อกจาก'มิดเดิลเลนส์'

ยังคงเป็นเธอผู้เดียวคำอ้อนวอนผ่านดนตรีอินเตอร์ร็อกจาก’มิดเดิลเลนส์’

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 13.41 น.

สมกับเป็นวงร็อกรุ่นใหม่ที่ไม่มีคำว่าหยุดนิ่งจริงๆ สำหรับศิลปิน  Middle lane(มิดเดิลเลนส์)” จากค่าย ME Records(มี เรคคอร์ด) ภายใต้สังกัด Muzik Move (มิวซิกมูฟ จำกัด) เพราะทุกซิงเกิลนอกจากผ่านคัดเฟ้นมาเป็นอย่างดีแล้ว ยังครีเอทตีมใส่เข้าไปในทุกซิงเกิลเพื่อเพิ่มซิกเนเจอร์ให้วงและสื่อสารกับผู้ฟังมากขึ้น

และซิงเกิล “ยังคงเป็นเธอผู้เดียวก็มาในตีมอินเตอร์ร็อก ที่เน้นความเรียบง่ายแต่มีเมโลดี้จำ ซึ่งเบื้องหลังการทำงานไม่ได้เรียบง่ายเหมือนซิงเกิลกระแทกหูเลย จะเป็นยังไง “มิดเดิลเลนส์พร้อมลงดีเทล…

“เพลงยังคงเป็นเธอผู้เดียว เป็นซิงเกิลที่2ที่พวกเราได้ร่วมงานกับค่าย มี เรคคอร์ด ครับ เพลงนี้ถือเป็นคำอ้อนวอนคนรักในแบบฉบับของพวกเรา

ซึ่งเราดีไซน์ออกมาเป็นตีมอินเตอร์ร็อก มีการใส่ไซโลโฟน(ระนาดฝรั่ง)เข้าไปในเพลงแล้วก็บิดมันให้ดูโมเดิร์นขึ้น ซึ่งจริงๆดีเทลดนตรีในเพลงมันเยอะมาก แต่เราตั้งใจทำให้มันสมูท ฟังง่าย เป็นก้อนเดียวไปหมด ถ้าฟังจริงๆต้นเพลงมันแทบจะกระซิบไปในหูคนฟังอยู่แล้ว และวิธีการทำดนตรีก็สอดคล้องกับความคิดของพี่ฟองเบียร์(ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม)ในตอนแต่งเพลงนี้เช่นกันครับพวกเราหวังว่าคำอ้อนวอนที่พวกเราตั้งใจจะส่งไปถึงคนฟังนะครับ” มิดเดิลเลนส์ กล่าว…

อัพเดทข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ “Middle Lane” ได้ที่Facebook : https://www.facebook.com/middlelaneofficials, https://www.facebook.com/MeRecordslabelIG : @middlelaneofficials, @merecordslabe lTwitter : Merecordslabel   Youtube Channel : MERECORDS

พร้อมหรือยัง?กับรอบตัดสิน’มิสยูนิเวิร์ส2018’รวมคนดังระดับฮอลลีวูด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/382442

พร้อมหรือยัง?กับรอบตัดสิน'มิสยูนิเวิร์ส2018'รวมคนดังระดับฮอลลีวูด

พร้อมหรือยัง?กับรอบตัดสิน’มิสยูนิเวิร์ส2018’รวมคนดังระดับฮอลลีวูด

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 13.36 น.

งวดเข้ามาทุกทีแล้วกับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 รอบตัดสินที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 17 ธันวาคมนี้ ซึ่งในฐานะที่ปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประกวด  ความยิ่งใหญ่รับรองได้ว่าอลังการไม่แพ้ใครแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโปรดักชั่นกับเวทีรันเวย์ซูเปอร์เอ็กซ์ (x) ที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมา แถมยังเป็นรูปแบบเวทีใหม่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการจัดประกวดนางงามจักรวาลด้วย นอกจากนี้ไฮไลท์พิเศษคือการได้เหล่าคนดังระดับฮอลลีวูดตบเท้ามาร่วมสร้างสีสันในงานมากมาย

เริ่มต้นด้วยหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการหลัก  ยังคงเป็นของ “สตีฟ ฮาร์วี่ย์” (Steve Harvey)เจ้าเดิม โดยสตีฟ ฮาร์วี่ย์ได้รับหน้าที่พิธีกรในรอบติดสินเวทีมิสยูนิเวิร์ส มาตั้งแต่ปี 2015 และโด่งดังเป็นพลุแตก จนทำให้ทั่วโลกจดจำ เมื่อเขาประกาศผลผู้ชนะผิดคนอย่างไม่ตั้งใจในปีนั้นเอง แต่อย่างไรเสียเขาก็ยังกลับมารับหน้าที่พิธีกรในปีถัดมา รวมถึงในปีนี้ด้วย

ส่วนหน้าที่พิธีกรภาคสนามได้ นางแบบสาว  “แอชลีย์ เกรแฮม”(Ashley Graham) คอยรายงานบรรยายกาศจากเบื้องหลังเวที  เสริมทัพด้วย “ลู เซียร์ร่า” (Lu Sierra)ซูเปอร์โมเดลและผู้เชี่ยวชาญด้านนางงาม และ “คาร์สัน เครสลีย์”(Carson Kressley)พิธีกรรายการทีวีและกูรูด้านสไตล์ มาร่วมวิเคราะห์และวิจารณ์ตลอดการถ่ายทอดสดในรอบตัดสิน

ปิดท้ายด้วยไฮไลท์การแสดงบนเวทีด้วยโชว์พิเศษจากนักร้องอาร์แอนด์บีชาวอเมริกันแถวหน้า อย่าง “นี-โย”(Ne-Yo) หรือ แชฟเฟอร์ ชิเมียร์ สมิธ(Shaffer Chimere Smith)มาร่วมสร้างโชว์สุดประทับใจ  โดยนี- โย เป็นเจ้าของเพลงฮิต“So Sick” และยังมีความสามารถในด้านการแต่งเพลง เคยแต่งเพลงให้กับนักร้องชื่อดังมากมาย อาทิ บียอนเซ่ และริฮานน่า เป็นต้น ส่งผลให้เขามีชื่อเข้าชิงรางวัลต่างๆ จากหลากหลายเวที และชนะรางวัลทั้งจาก Grammy Awards, BET Awards และ MOBO Awards

ร่วมจารึกประวัติศาสตร์โลกและอัพเดทข้อมูลข่าวสารการประกวด Miss Universe 2018 ได้ทาง 2018missuniverse.in.th พร้อมนับถอยหลังร่วมลุ้นว่าสาวงามจากประเทศใดจะได้สวมมงกุฎอันทรงเกียรติในรอบการตัดสิน Final Round วันที่ 17 ธันวาคม 2561 เวลา 7.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ ห้อง Phoenix 1 อาคาร IMPACT Exhibition เมืองทองธานี หรือชมการถ่ายทอดสดผ่านทางพีพีทีวี เอชดีช่อง 36 เว็บไซต์ http://www.pptvhd36.com และแอพลิเคชั่น PPTVHD36

“เข้ม”เผย7ข้อเด็ดชวนดู“จ้าวสมิง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/382441

“เข้ม”เผย7ข้อเด็ดชวนดู“จ้าวสมิง”

“เข้ม”เผย7ข้อเด็ดชวนดู“จ้าวสมิง”

วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 13.34 น.

กลายเป็นละครกระแสแรงส่งท้ายปี ที่เปิดตัวจัดเต็มความมันสนั่นจอกันไปเป็นที่เรียบร้อยกับละคร
“จ้าวสมิง” นำแสดงโดยนักแสดงหนุ่มหล่อคมเข้มฝีมือดีน้องใหม่ “เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล” กับบทบาทการเป็นพระเอกละครหลังข่าวเรื่องแรกในบทของ ตะวัน และ อองที ชายหนุ่มที่ถูกอาถรรพ์ครอบงำร่างกาย แต่มิอาจครอบครองจิตใจ งานนี้เข้มสุดปลื้มกับกระแสตอบรับจากแฟนๆ  พร้อมฝาก 7 ข้อเด็ด ชวนดู ละคร “จ้าวสมิง” และฝากบทบาทครั้งใหม่ไว้ในอ้อมใจแฟนๆ กันด้วย

เข้ม เผยว่า “ขอบคุณกระแสตอบรับจากแฟนๆ ที่ติดตามละคร จ้าวสมิง นะครับ ดีใจที่แฟนๆ ชื่นชอบทั้งบทบาทการแสดงของผมและพี่ๆ ทุกคน รวมถึงชื่นชมCGของแต่ละฉากแต่ละตอนในเรื่อง บอกเลยว่าผมประทับใจละครเรื่องนี้มากครับ  โดยเฉพาะบทบาทที่ได้รับ กับบทของ ตะวัน หรือ อองที ที่มี 2 ชื่อ เพราะเรื่องนี้มี 2 ภพด้วยกัน ภพแรกเป็นชาวมอญ ซึ่งจะมีความเชื่อเรื่องของเสือสมิง ส่วนอีกภพจะเป็น ตะวัน เด็กในป่า เกิดในป่า ด้วยกรรมที่มีต่อกัน ทำให้ต้องมาเจอกับพี่ทับทิมในภพใหม่ ตื่นเต้น และดีใจมากที่ได้รับโอกาสดีๆ จากทางช่อง 7 ครับ ละครเรื่องนี้สนุกจริงๆ งานนี้ผมขอคัดไฮไลท์เด็ดๆ 7 ข้อมาฝากแฟนๆ เลยครับ ข้อแรกแฟนๆ จะได้ฟินไปกับ CG สมจริง เติมเต็มจินตนาการ มีทั้งเสือ โหงพราย งูยักษ์ นอกจากนั้นยังตื่นตากับแลนด์มาร์ครวมสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็นไร่จิมทอมสัน ที่จ.นครราชสีมา ทุ่งดอกกระเจียว ที่ จ.ชัยภูมิ หรือที่สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และยังได้อิ่มเอมกับวัฒนธรรมสวยงามของชนชาวเชื้อสายมอญ  รวมถึงอลังการเรื่องเล่าอันยาวนานจากตำนานดังเสือสมิง  พร้อมทั้งมันสะใจไปกับฉากบู๊แอ็กชั่นที่เล่นจริงไม่ใช้ตัวแสดงแทนเลยครับ อีกทั้งยังคับคั่งด้วยเหล่านักแสดงทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่มากฝีมือแน่นจอ  ปิดท้ายด้วยความคึกคักเร้าใจไปกับเพลงประกอบละครโดนๆ โดย โดยพี่เอก รังสิโรจน์ ที่รับบทเป็นคุณพ่อของผมเองครับ ติดตามฟังได้ทาง YouTube :  CH7HD (https://www.youtube.com /watch?v=HRRxqNQhi_s)  ความสนุกล้นจอขนาดนี้  พลาดไม่ได้จริงๆ ครับ รับประกันความมันทะลุจอแน่นอน”

ติดตามชมละคร “จ้าวสมิง” ได้ทุกคืน วันศุกร์ เวลา 20.45 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook LIVE ทาง Fanpage Ch7HD หรือสามารถรับชมละครย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

ร.ร.พิศาลปุณณวิทยาโมเดลต้นแบบพีแอลซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/371833

ร.ร.พิศาลปุณณวิทยาโมเดลต้นแบบพีแอลซี

รรพิศาลปุณณวิทยา,โมเดลต้นแบบพีแอลซี,ต้นแบบพีแอลซี,กระทรวงศึกษาธิการ,ครู,นักเรียน

โดย…  ปาริชาติ บุญเอก qualitylife4444@gmail.com

          “ปรับวิธีให้นักเรียนเป็นผู้นำให้ชั้นเรียนเป็นห้องเรียนของเขา จะกล้าที่จะพูด กล้าแสดงออกมากขึ้น-ชมพูนุท โนนทนวงษ์

หลังจากที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้บรรจุพีแอลซี เข้ามาเป็นนโยบายกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาครู แบ่งปันองค์ความรู้ ติดตาม ประเมินผลระหว่างครูด้วยกันผ่านโครงการ “Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” จนเกิดเครือข่ายกว่า 108 เครือข่าย 504 โรงเรียนทั่วประเทศ และมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงในพื้นที่ทั้งหมด 15 แห่งทั่วประเทศ

ร.ร.พิศาลปุณณวิทยาโมเดลต้นแบบพีแอลซี 

ล่าสุดมีการถอดบทเรียนโรงเรียนพิศาลปุณณวิทยา พื้นที่ต้นแบบใน จ.ขอนแก่น หรือ “ขอนแก่นโมเดล” ที่ได้สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community) หรือ PLC ในปี 2560 และได้รับทุนสนับสนุนจากคุรุสภาในปี 2561 โดยใช้รูปแบบใหม่อย่าง “School Improvement Network” การทำงานร่วมกันระหว่างสำนักการศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และพี่เลี้ยงในเครือข่าย

ร.ร.พิศาลปุณณวิทยาโมเดลต้นแบบพีแอลซี 

ทั้งนี้โรงเรียนพิศาลปุณณวิทยา เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียน 350 คน ครู 29 คน ครูผู้ช่วยอีก 5 คน ได้นำร่องพีแอลซี ในห้องเรียนทดลองรายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 ห้อง จากทั้งหมด 3 ห้อง โดยมี ครูชมพูนุท โนนทนวงษ์ เป็นโมเดลทีชเชอร์ และ ครูปวีณา โพธิ์ศรี ครูผู้ช่วยเป็น บัดดี้ทีชเชอร์ ร่วมสังเกตการณ์และวางแผน พร้อมด้วยครูจากสาระภาษาไทยและวิทยาศาสตร์ ร่วมสังเกตการณ์เพื่อดูพัฒนาการทางด้านการอ่าน คิด วิเคราะห์ของเด็ก ผ่านการผลักดันจากฝ่ายบริหารและศึกษานิเทศก์ที่ทำหน้าที่ในการเชื่อมนโยบายภาครัฐ สถานศึกษา และครูเข้าด้วยกัน

ร.ร.พิศาลปุณณวิทยาโมเดลต้นแบบพีแอลซี 

วินัย รุมฉิมพลี ผู้อำนวยการโรงเรียนพิศาลปุณณวิทยา ในฐานะหัวเรือขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง มองว่าพีแอลซี คือชุมชน ต้องให้ครูร่วมกันคิด วางแผน รับผิดชอบ และพัฒนาต่อยอดไปยังนักเรียนได้ ในบทบาทของผู้บริหาร บอกครูเสมอว่าเป้าหมาย คือผู้เรียนเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้นจึงจัดเวลาให้ครูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ร่วมสังเกตห้องเรียน วิเคราะห์ปัญหา วิพากษ์ และปรับปรุงแผนด้วย 3 ขั้นตอน คือ PLAN (วางแผน) DO (ปฏิบัติ) SEE (สะท้อนผล) โดยในชั่วโมงพีแอลซี จะแบ่งนักเรียนเป็น 6 กลุ่ม และมีครูผู้สังเกตชั้นเรียน 6 คน สังเกตเด็กเป็นรายคน จดบันทึก เพราะฉะนั้นครูจะรู้จักเด็กทุกคนเป็นอย่างดี

ร.ร.พิศาลปุณณวิทยาโมเดลต้นแบบพีแอลซี 

“ครูทุกคนต้องกล้าเปิดใจ สร้างและร่วมกันเป็นทีมเพื่อไปในทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน เช่น กรณีครูชมพูนุท สอนในห้องและยืนบังเด็กนักเรียน หรือในบางครั้งตัว ผอ.เองพูดยาวเกินไป จะปรับแก้ไขเป็นผู้บริหารก็ต้องรับฟัง เชื่อว่าในห้องถ้ามีการสอนและได้ใจเด็ก เด็กจะเชื่อใจ และเกิดการพัฒนา” ผอ.กล่าว

สำหรับโมเดลทีชเชอร์  ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินกิจกรรม ต้องรู้บทบาทของความเป็นครู บทบาทของนักเรียน และสามารถดึงศักยภาพของเด็กออกมาให้ได้เท่าเทียมกันมากที่สุด   ชมพูนุท โนนทนวงษ์ ครูวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพิศาลปุณณวิทยา ในฐานะโมเดลทีชเชอร์ เล่าว่า จากการคลุกคลีกับเด็กชั่วโมงพีแอลซี คาบเสริมทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ พบว่านักเรียนไม่กล้าแสดงออก และกลัวการเขียนผิด ปรับวิธีให้นักเรียนเป็นผู้นำ ให้ชั้นเรียนเป็นห้องเรียนของเขา จะกล้าที่จะพูด กล้าแสดงออกมากขึ้น ห้องเรียนพีแอลซี จะสลับเด็กอ่อนสุดและปานกลางเป็นผู้นำด้วยสลับกับเด็กเก่งเพื่อให้เขาเกิดการเรียนรู้  มีกระบวนการหลอมนักเรียนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก จากการเขียน การพูด นำไปสู่การเรียนรู้มากขึ้น ช่วยให้นักเรียนมีตัวตนในชั้นเรียน ส่งเสริมให้มีบทบาทในชั้นเรียน และครูไม่ได้เน้นการสอนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเน้นว่าจะดูแลเด็กอย่างไรให้เท่าเทียมกัน

ร.ร.พิศาลปุณณวิทยาโมเดลต้นแบบพีแอลซี 

ด้าน ปวีณา โพธิ์ศรี ครูผู้ช่วยวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพิศาลปุณณวิทยา ครูผู้สังเกตการณ์ กล่าวว่าเทคนิคในการคุมชั้นเรียน การใช้กระดาน การเสริมแรงให้เด็ก ได้รู้สภาพพื้นฐานของเด็กที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถวางแผนการรับช่วงต่อในชั้นม.2 ได้ โดยในบันทึกจากการเป็นผู้สังเกตการณ์สามารถวิเคราะห์ได้เป็นรายบุคคล ครูทุกคนที่อยู่ในกลุ่ม พีแอลซี จะรู้จักเด็กทุกคนแม้ครูจะสอนชั้นม.6 ก็ตาม ทำให้ได้เรียนรู้นักเรียนและนักเรียนก็ได้เรียนรู้ครู  เด็กรู้วิธีการเข้าหาคครู ครูก็ดูนักเรียนได้ว่าแต่ละคนแนวคิดแตกต่างกัน วิธีการแก้โจทย์คณิต แต่ละคนก็จะแตกต่างกัน การที่ให้เด็กแต่ละคนออกไปนำเสนอวิธีคิดของตัวเองเพื่อให้เพื่อนได้นำไปปรับใช้และพัฒนาได้ด้วย

ร.ร.พิศาลปุณณวิทยาโมเดลต้นแบบพีแอลซี 

ทั้งนี้ ครูโรงเรียนพิศาลปุณณวิทยา จะเข้าไปช่วยในส่วนของโรงเรียนเครือข่ายที่อยู่ในสังกัด อบจ. ทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ถึงแม้ว่าโรงเรียนพิศาลปุณณวิทยา จะมีห้องเรียนต้นแบบชั้นม.1 เพียงห้องเดียว แต่ในห้องอื่นๆ ก็มีการใช้กระบวนการเดียวกันในการสอน เพราะวิธีการนี้ดีต่อเด็ก ทั้งนี้ตั้งเป้าขยายห้องพีแอลซี จากโมเดลทีชเชอร์ ที่มีครูชมพูนุทเพียง 1 คน เพิ่มเป็น 3 คน โดยมีครูปวีณาเป็นหนึ่งในโมเดลทีชเชอร์ พร้อมเพิ่มบัดดี้ทีชเชอร์ เข้ามาสังเกตการณ์อีกในปี 2563

ร.ร.พิศาลปุณณวิทยาโมเดลต้นแบบพีแอลซี 

นอกจากนี้ยังพัฒนาครูภาษาไทยเข้าไปช่วยดูในกระบวนการ พีแอลซี เพื่อหาจุดบกพร่องของเด็กและนำไปพัฒนาเข้าโครงการอื่น เช่น โครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยใช้ 2 ชั่วโมงสุดท้ายของวันจันทร์ พัฒนาเด็กที่อ่อนภาษาไทยและเด็กคนอื่นๆ ให้เลือกกิจกรรมตามความสนใจ ซึ่งปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ถือเป็นปัญหาสำคัญกว่า 70% ของโรงเรียนในสังกัด อบจ.ขอนแก่น ทั้งหมด 20 แห่ง แบ่งเป็นระดับประถมศึกษา 2 แห่ง โรงเรียนขยายโอกาสอีก 1 แห่ง และโรงเรียนมัธยมศึกษา 17 แห่ง

ร.ร.พิศาลปุณณวิทยาโมเดลต้นแบบพีแอลซี 

สำหรับพีแอลซี เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการพัฒนาซึ่งโครงการเชฟรอนฯ ได้แนะนำเทคนิคที่เรียกว่า High impact practice การสังเกตห้องเรียนเพื่อพัฒนาดึงศักยภาพเด็กออกมา ร่วมกับกระบวนการจัดการที่ช่วยให้ครูสามารถหยิบชิ้นงานของนักเรียนและติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถพัฒนาผู้เรียนในห้องเรียนได้เป็นอย่างดี

   ต้นแบบพีแอลซี โรงเรียนพิศาลปุณณวิทยา
– นำร่องวิชาคณิตศาสตร์ ม.1 จำนวน 1 ห้อง
– ใช้คาบเสริมทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์
– มีโมเดลทีชเชอร์ 1 คน และบัดดี้ทีชเชอร์ 1 คน
– แบ่งนักเรียนเป็น 6 กลุ่ม ให้ทำงานร่วมกัน
– สลับเด็กอ่อน ปานกลาง เป็นผู้นำ เพื่อดึงศักยภาพ
– ให้ครูสาระวิทย์ ภาษาไทย ร่วมสังเกตการณ์
– ครูสังเกตการณ์จดบันทึก วิเคราะห์ และร่วมวิพากษ์
– ครูรับฟังและนำไปปรับแก้ในการสอนครั้งต่อไป
– ครูห้องอื่นนำกระบวนการพีแอลซี ไปปรับใช้
– พัฒนาครูภาษาไทยช่วยดูในกระบวนการพีแอลซี
-จัดโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ พัฒนาเด็กที่อ่อนภาษาไทย
-ส่วนเด็กอื่นๆ ให้ทำกิจกรรมที่สนใจ 2 ชั่วโมงสุดท้ายของวันจันทร์

เฮลตี้เกมเมอร์วัยแสบสาแหรกจะไม่ขาดพ่อแม่จัดสรรป้องกันติดเกม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/371692

เฮลตี้เกมเมอร์วัยแสบสาแหรกจะไม่ขาดพ่อแม่จัดสรรป้องกันติดเกม

องค์การอนามัยโลก,WHO,เด็กติดเกม,วัยเสบสาแหรกขาด,โรคติดเกม

โดย…  -ชุลีพร อร่ามเนตร -qualitylife4444@gmail.com-

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้บรรจุการติดเกมลงในคู่มืออ้างอิงโรคฉบับใหม่ “International Classification of Diseases” (ICD) ในหมวดหมู่ความผิดปกติทางจิต โรคติดเกม อีกหนึ่งโรคที่กำลังเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างมาก เพราะเมื่อได้ลองเล่นแล้วอาการติดเกมมีโอกาสสูง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงจัดเสวนาเรื่อง Healthy Gamer วัยแสบสาแหรกจะไม่ขาด “สังเกต เรียนรู้ เราควบคุมได้” เพื่อรับทราบถึงปัญหา และวิธีจัดการที่สร้างสรรค์ หากลูกหลานติดเกม แม้ว่า “โรคติดเกม” ไม่ใช่โรคที่รักษาแล้วไม่หาย แต่หากไม่รักษา เกมก็อาจจะกลืนกินชีวิตได้

นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล หัวหน้าสาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า เด็กที่เล่นเกม มีเหตุผลเริ่มจากความสนุกและคลายเครียด แต่เมื่อเล่นไปแล้ว หลายคนกลับติด ซึ่งถ้าเป็นเด็กติดเกม เขาจะสร้างโลกของตนเองในเกม โดยจะตัดตัวเองออกจากสังคมและไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น มีความหมกมุ่นสนใจแต่เรื่องเกม หน้าที่กิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำจะไม่ทำและเล่นเกม สูญเสียความสามารถในการควบคุมตนเอง ฝืนเล่นต่อไปทั้งที่รู้ว่าชีวิตจะพัง

เฮลตี้เกมเมอร์วัยแสบสาแหรกจะไม่ขาดพ่อแม่จัดสรรป้องกันติดเกม

นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล

“พฤติกรรมของเด็กติดเกมนั้น ในกลุ่มของเด็กและผู้ปกครองจะต้องช่วยกันสังเกต เรียนรู้ โดยเด็ก ต้องสังเกตตัวเอง ถ้ารู้สึกว่าเล่นเกมมากเกินไป คุมตนเองไม่ได้ กิจกรรมที่เคยทำ เลิกทำ เช่น ซ้อมกีฬา ซ้อมดนตรี ร่วมกิจกรรมอื่นๆ และการเรียนเริ่มตก มีคนเริ่มทัก เริ่มมีปัญหากับพ่อแม่กับแฟน เหล่านี้ล้วนเป็นอาการเบื้องต้นที่น้องๆ สามารถสังเกตตนเอง และฉุกคิดว่าเล่นเกมมากเกินไปหรือไม่ ขณะที่พ่อแม่ต้องสังเกตลูกว่าลูกใช้เวลานานเกินไป มีอารมณ์เปลี่ยนแปลง จากเด็กอารมณ์ดีกลายเป็นพ่อแม่พูดอะไรนิดอะไรหน่อย หัวร้อน เริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำลายข้าวของ เริ่มแยกตัวมากขึ้น พูดกับพ่อแม่น้อยลง ไม่ไปใช้เวลาร่วมกับกลุ่มเพื่อนในชีวิตจริงแต่ไปอยู่กับเพื่อนออนไลน์ ถ้าลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้แสดงว่าเขามีอาการติดเกม” นพ.ชาญวิทย์ กล่าว

ชั่วโมงในการเล่นเกมนั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าเขาติดเกมหรือไม่ เพราะหากเด็กเล่น 4 ชั่วโมงเกินเวลาที่ควรจะเล่น คือ ในวันปกติ เล่นประมาณ 1 ชั่วโมง และวันหยุดเล่นไม่เกิน 2 ชั่วโมง แต่เขาสามารถจัดสรรเวลาได้ดี การเรียนไม่ตก ทำกิจกรรมอื่นๆ เล่นกีฬา ดนตรี ก็ไม่ถือว่าเขาติดเกม

เฮลตี้เกมเมอร์วัยแสบสาแหรกจะไม่ขาดพ่อแม่จัดสรรป้องกันติดเกม

“เราเล่นเกมได้ แต่ต้องเป็นผู้คุมเกม เกมควรเป็นเศษเสี้ยวหนึ่งของชีวิต อย่าให้เกมกลืนกินชีวิต และเกมสมดุล ชีวิตสมดุล เวลาในการเล่นเกมที่เหมาะสม จริงๆ แล้ว จำนวนชั่วโมงอย่างเดียวไม่พอ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในบ้าน มีการสื่อสารกันแบบเปิด พ่อแม่รู้ทุกความเป็นไปของลูก ลูกเข้าถึงพ่อแม่ได้ตลอดเวลา และถ้าลูกเล่นเกมพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเล่นเกมเป็น แต่ต้องรู้ลักษณะของเกมที่ลูกเล่นว่าเป็นอย่างไร พ่อแม่ต้องทำการบ้านในเรื่องเหล่านี้ และถ้าลูกติดเกมหนักๆ สื่อสารกับลูกไม่ได้ พ่อแม่จะต้องทำตัวโง่ ให้ลูกสอนเล่นเกม เพื่อเป็นสะพานทำให้เข้าไปหาลูกได้ เมื่อดีขึ้นค่อยๆ ดึงลูกออกมาทำกิจกรรมอย่างอื่น แต่มีข้อแม้คือ พ่อแม่อย่าเผลอไปติดเอง” นพ.ชาญวิทย์ กล่าว

นพ.ชาญวิทย์ กล่าวต่อว่า พ่อแม่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกติดเกม โดยพฤติกรรมที่พ่อแม่ไม่ควรทำหากไม่อยากให้ลูกติดเกม คือ พ่อแม่ที่ทำตัวยุ่งเกินไปจนไม่รู้จักลูก ไม่รู้ว่าลูกเครียด ปัญหาที่ลูกเจอมีอะไรบ้าง ถ้าพ่อแม่ยุ่งเกินไป เขาจะไปหาคนอื่น รวมถึงพ่อแม่ที่รู้ไม่เท่าทัน มองแต่ด้านบวกของเกมกลัวลูกจะตกเทรนด์ คุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่องแล้วยื่นอุปกรณ์ มือถือ แท็บเล็ตให้แก่ลูก โดยไม่ได้สร้างวินัยในการเล่นเกม และพ่อแม่ขี้ใจอ่อน กลัวลูกงอน โกรธ กลัวลูกไม่รัก

พ่อแม่ที่ขัดแย้งกัน คือ พ่ออาจตามใจ แม่อาจมีระเบียบวินัย พ่อแม่ที่ดูโซเชียลอย่างเดียว พ่อที่เล่นเกมให้ลูกเห็นแต่ไม่เล่นกับลูก พ่อแม่ที่ละเลยไม่ได้สอนให้ลูกทำกิจกรรมอย่างอื่น พ่อแม่สื่อสารกับลูกไม่เป็น จับผิด ดุไว้ก่อน บ่นแต่ไม่เอาจริง และพ่อแม่ที่โลกไปไกลแล้ว แต่ตัวเองไม่ติดตาม ลักษณะพ่อแม่แบบนี้ล้วนทำให้เด็กติดเกมได้มากขึ้น

จึงอยากฝากพ่อแม่ทุกคนการแก้ปัญหาติดเกม ไม่ใช่เรื่องของเด็ก เกม หรือเป็นความรับผิดชอบของแพทย์ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เด็กฝ่ายเดียว พ่อแม่ต้องเปลี่ยนด้วย เพราะการจะมารักษาเด็กที่ติดเกมหนักๆ นั้นเหนื่อยมากและโอกาสสำเร็จมีไม่ถึงครึ่ง ต่อให้รักษาตามหลักวิชาการ แต่ถ้าพ่อแม่ไม่พร้อมเปลี่ยนตัวเอง ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเด็กติดเกมได้

นายณิธิภัทร เอื้อวัฒนสกุล ผู้จัดละคร เรื่อง “วัยแสบสาแหรกขาดโครงการ 2″ กล่าวว่า ปัญหาเด็กติดเกม เป็นปัญหาที่สำคัญ และขณะนี้ยังไม่มีการจัดการครอบคลุม ถ้าปล่อยให้เป็นไปจะเป็นปัญหาที่มากขึ้น ในฐานะผู้จัดละคร อยากทำละครที่สะท้อนปัญหาสังคมและผู้ชมได้รับประโยชน์ จึงได้คัดเลือกปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตของเด็ก เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ถ้าไม่มีใครสังเกตก็ไม่รับรู้ถึงปัญหา ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเด็กกรี๊ด เด็กออทิสติก เด็กติดเกม เด็กยอมรับความผิดหวังไม่ได้ และเด็กที่มีความหลากหลายในเพศของตัวเอง Gender Creative

เฮลตี้เกมเมอร์วัยแสบสาแหรกจะไม่ขาดพ่อแม่จัดสรรป้องกันติดเกม

โดยทุกตอนต้องการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปตามหลักทางการแพทย์ พ่อแม่ ครู สถานศึกษาจะช่วยเด็กได้อย่างไร อย่าง ปัญหาเด็กติดเกม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กที่ผู้ปกครองควรใส่ใจและป้องกันแก้ไข ทั้งบทละคร นักแสดงทุกตัวละคร ล้วนได้รับคำแนะนำจากแพทย์ นักจิตวิทยา เป็นความรู้และวิธีการที่พ่อแม่ ครอบครัวนำไปใช้ได้จริง

“สถานศึกษาต้องมีการปรับตัว เพราะถ้าจำกัดมากเกินไป ก็จะทำให้เด็กออกจากโรงเรียนไปสู่โลกข้างนอก ในโรงเรียนเองควรมีการจัดตั้งชมรมต่างๆ ที่ตอบรับความต้องการของเด็ก อย่างเด็กเล่นเกม สถานศึกษาควรเปิดให้เด็กจัดตั้งชมรมเกม ที่จะทำให้เด็กได้รู้จักเกี่ยวกับเกม ได้ทำในสิ่งที่สนใจ เป็นต้น การแก้ปัญหาเด็ก จริงๆ จะโทษเพียงเด็กไม่ได้ เพราะครอบครัว สภาพแวดล้อม สังคม ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง

ทุกฝ่ายจึงต้องตระหนักถึงปัญหา และเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะครอบครัว เพราะทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ เช่น โรคติดเกม ป้องกันได้ และหายได้ อยากให้สังคม ครอบครัวตระหนักถึงปัญหาเด็ก โดยเฉพาะครอบครัว พ่อแม่ดูแลเด็ก และรู้ช่องทางในการจะแก้ปัญหา อย่างเว็บไซต์ http://www1.si.mahidol.ac.th/Healtygamer/ ที่มีทั้งแบบสอบถามให้เด็ก พ่อแม่ได้สำรวจตัวเอง มีบทความให้ความรู้ ทางออก ที่พร้อมให้คำปรึกษามีมากมาย” นายณิธิภัทร กล่าว

          เมื่อเด็กติดเกม..ต้องทำอย่างไร?
– พ่อแม่ไม่ควรดุด่าว่ากล่าวรุนแรง ควรพูดคุยด้วยความเข้าใจ
– อย่าใช้วิธีบังคับ เช่น ห้ามลูกเล่น หรือห้ามเล่นเกินวันละ 1-2 ชั่วโมง เป็นต้น
– ครอบครัวหัดฟังเด็กให้มากขึ้นไม่ใช่เอาแต่ สวด สั่ง กับสอน
– พ่อแม่ให้เวลาคุณภาพกับลูกให้มากขึ้น
– พ่อแม่อยู่ใกล้ชิดกับลูกทุกครั้งที่มีเวลาว่าง
– หากิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัว
– ช่วยลูกบริหารจัดการเวลาชีวิต
– ทบทวนการเลี้ยงดูของตนเอง
– โรงเรียนเปิดโอกาสให้เด็กได้จัดกิจกรรมที่ต้องการ
– รับฟังเด็กอย่างเข้าใจ ครูควรใส่ใจเด็ก
ที่มา:คมชัดลึก