ไทยจะไปต่อหรือจะหยุด สหรัฐขู่พันธมิตรในอาเซียนเลิกใช้หัวเว่ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588057

  • วันที่ 02 พ.ค. 2562 เวลา 17:52 น.

ไทยจะไปต่อหรือจะหยุด สหรัฐขู่พันธมิตรในอาเซียนเลิกใช้หัวเว่ย

โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ มีข่าวสำคัญข่าวหนึ่งที่สื่อในไทยมองข้าม คือความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงทางไซเบอร์ของสหรัฐ ที่ขู่ว่าสหรัฐจะประเมินความเสี่ยงในการแบ่งปันข้อมูลกับประเทศพันธมิตรที่ใชอุปกรณ์ที่ผลิตโดยหัวเว่ยของจีน

โรเบิร์ต สเตรเยอร์ รองผู้ช่วยรัฐมนตรีฝ่ายไซเบอร์, การสื่อสารระหว่างประเทศ และนโยบายข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของสหรัฐที่จะต้องเข้ามาจัดการกับหัวเว่ย หรือบริษัทไม่น่าเชื่อถือรายอื่นๆ ที่เป็นความเสี่ยงต่อเครือข่าย 5G

สเตรเยอร์ กล่าวว่า “หากประเทศอื่นแทรกแซง (สหรัฐ) และปล่อยให้บริษัทที่ไม่น่าไว้วางใจมาเป็นผู้วางรากฐานและให้บริการเครือข่าย 5G เราก็จะต้องประเมินความสามารถในการแบ่งปันข้อมูล และการเชื่อมต่อเครือข่ายกับพวกเขาอย่างที่ทำกันอยู่ทุกนี้”

เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายนี้ยังอ้างว่า สหรัฐไม่เห็นความแตกต่างใดๆ ระหว่างอุปกรณ์หลักและอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ส่วนหลักของเครือข่าย 5G ของหัวเว่ย ซึ่งกำลังเป็นประเด็นเรื่องความมั่นคงอยู่ในขณะนี้ หมายความว่าไม่ว่ามหามิตรของสหรัฐจะใช้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือธรรมดาๆ ของหัวเว่ย หรือจะใช้บริการ 5G ก็ตาม สหรัฐก็จะมองว่าเป็นพวกที่คบไม่ได้ทั้งสิ้น

แม้ว่า สเตรเยอร์จะไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศไหนออกมาตรงๆ แต่ South China Morning Post ชี้ว่า มหามิตรของสหรัฐที่น่าจะเข้าข่ายก็คือ ไทยกับฟิลิปปินส์ เพราะก่อนที่จะได้คำตอบนี้ออกมา ผู้สื่อข่าว South China Morning Post ตั้งคำถามเกี่ยวกับการแชร์ข้อมูลกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คำตอบของสเตรเยอร์จึงหมายถึง 2 ประเทศนี้เท่านั้นจะเป็นอื่นไปไม่ได้

ที่ผ่านมา สหรัฐกับพันธมิตรข่าวกรองทั้ง 5 หรือ Five Eyes อันประกอบไปด้วย สหรัฐ, แคนาดา, นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย และอังกฤษ พยายามที่จะขัดขวางหัวเว่ยมาโดยตลอด โดยชี้ว่าเทคโนโลยี 5G ของหัวเว่ยเป็นอันตรายต่อความมั่นคง เพราะสามารถเปิดช่องให้รัฐบาลจีนสอดแนมข้อมูลผู้ใช้ได้

ส่วนพันธมิตรในเอเชียของสหรัฐ คือ เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์ และไทยมีปฏิกิริยาต่างๆ กัน ในเวลานี้ญี่ปุ่นไม่ยอมให้หัวเว่ยเข้ามายุ่มย่ามแล้ว ส่วนเกาหลีใต้อาจจะสั่งแบน เหลือแต่ไทยกับฟิลิปปินส์เท่านั้นที่ยังคลุมเครือ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจากการเปิดเผยโดยแหล่งข่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์  ทำให้ทราบว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติของอังกฤษได้ตัดสินใจที่จะขัดขวางไม่ให้มีการใช้งานเทคโนโลยีหลักในเครือข่าย 5G จากหัวเว่ย แต่ยังอนุญาตให้ใช้งานอุปกรณ์อื่นๆ ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจากข้อมูลลับจะเห็นว่า แม้แต่พันธมิตรใกล้ชิด คือกลุ่ม Five Eyes ก็ยังยอมให้ใช้อุปกรณ์อื่นๆ ของหัวเว่ยได้ แต่ทำไมสหรัฐจึงขู่ที่จะไม่ให้พันธมิตรระดับลูกไล่ เช่น ไทยกับฟิลิปปินส์อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยทั้งหมด?

แต่ปรากฎว่าหลังจากแหล่งข่าวแย้มพรายเรื่องนี้กับสื่อ นายกรัฐมนตรีอังกฤษสั่งเด้งรัฐมนตรีกลาโหมแทบจะในทันที ฐานปล่อยให้ข้อมูลดังกล่าวหลุดออกมา ซึ่งโอกาสเป็นไปได้คืออังกฤษถูกสหรัฐกดดันให้เลิกใช้หัวเว่ยทั้งหมด ไม่อย่างนั้นจะถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติสองมาตรฐานกับพัธมิตรรายอื่น

คราวนี้แรงกดดันมาตกอยู่กับประเทศที่ยังไม่แสดงท่าทีใดๆ อย่างไทย ไม่ว่าจะเป็นท่าทีเกี่ยวกับการใช้หัวเว่ยทั้งอุปกรณ์พื้นๆ ไปจนถึงอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีระดับหัวใจหลัก อย่าง 5G

ทำไมจึงเหลือแค่ไทย? เพราะในการประชุม Belt and Road ที่ปักกิ่ง รามอน โลเปซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของฟิลิปปินส์แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่สนใจกับการที่สหรัฐตีปี๊บกล่าวหาหัวเว่ยเรื่องความมั่นคง ท่าทีของฟิลิปปินส์ทำให้สหรัฐต้องเต้นแน่นอน เพราะประเทศนี้เป็นมหามิตรสำคัญที่เคยเป็นทั้งอดีตอาณานิคม และอดีตที่ตั้งฐานทัพ แต่ในระยะหลังผู้นำฟิลิปปินส์เลิกเผชิญหน้ากับจีน หันมาจูบปากกันจนลืมไปว่าเคยทะเลาะกันเรื่องน่านน้ำทะเลจีนใต้

สหรัฐรู้ตัวว่ากำลังสูญเสียที่มั่นสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากปล่อยให้ประเทศเหล่านี้ใช้หัวเว่ย ก็เท่ากับถูกถอนหมุดด้านความมั่นคงออกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – ถ้าเชื่อตามที่สหรัฐประโคมว่า 5G ของจีนเปิดช่องให้ล้วงข้อมูลได้จริง

คำถามก็คือหัวเว่ยล้วงข้อมูลได้จริงหรือไม่? หัวเว่ยบอกว่าไม่ แต่มีข่าวออกมาเป็นระยะเรื่องตรวจพบการล้วงข้อมูล

หนึ่งวันหลังจากการสัมภาษณ์โรเบิร์ต สเตรเยอร์โดย South China Morning Post สำนัก Bloomberg ได้รับข้อมูลจาก Vodafone บริษัทโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดอันดับที่ 9 ของโลกและใหญ่ที่สุดในยุโรป เผยว่า พบช่องโหว่ในอุปกรณ์ที่ผลิตโดยหัวเว่ยในธุรกิจของ Vodafone ในประเทศอิตาลี และเป็นช่องโหว่ที่อยู่ในระบบมานานหลายปีแล้ว แต่ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อย

ปัญหาที่ว่านี้คือ มีช่องทางเข้าระบบหลังบ้านของซอฟต์แวร์ที่อนุญาตให้หัวเว่ยสามารถเข้าถึงเครือข่ายในอิตาลี ที่มีผู้ใช้งานทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจหลายล้านราย เมื่อพบปัญหาแล้ว Vodafone จึงสั่งให้หัวเว่ยทำการแก้ไขด้วยการปิดช่องทางเข้าถึงในเราเตอร์ เมื่อปี 2011 และให้หัวเว่ยรับประกันว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก แต่จากการตรวจสอบต่อมาก็ยังพบว่าระบบหลังบ้านยังเป็นปัญหาอีก

แม้จะมีข้อมูลลับสุดยอดหลุดออกมา แต่กลับกลายเป็นว่า Vodafone ปกป้องหัวเว่ยจากการถูกกวาดล้างโดยสหรัฐแม้ว่าบริษัทนี้จะเป็นกิจการของอังกฤษ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Five Eyes และหลังจากนั้นเพียงวันเดียว Vodafone ยังปฏิเสธว่าหัวเว่ยเป็นภัยคุกคามต่อการให้บริการในอิตาลีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ช่องโหว่ในระบบหลังบ้านเท่านั้น แม้หัวเว่ยจะแก้ไขให้แล้ว และ Vodafone อาจจะยินดีเป็นคู่ค้าทางธุรกิจต่อไป (ถึงขั้นปกป้องให้ด้วยซ้ำ) แต่ปัญหาทางเทคนิคก็เรื่องหนึ่ง ยังมีอีกประเด็นที่ต้องระวังกันด้วย คือตัวบทกฎหมายของจีน อย่างที่ สเตรเยอร์ ชี้ว่าความเสี่ยงมาจากกฎหมายข่าวกรองแห่งชาติของจีน ซึ่งอาจบังคับให้บริษัทต่างๆ มอบข้อมูลทางธุรกิจให้กับรัฐบาลจีน

แต่รัฐบาลจีนปฏิเสธมาหลายครั้งแล้วว่า จะไม่บังคับให้หัวเว่ยส่งมอบข้อมูลให้

กลับมาที่ไทย ในเวลานี้ประเทศเรายังไม่มีจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย แต่จากข้อมูลของ Bloomberg ได้ระบุไปแล้วว่า ไทยจุดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ “อาจจะแบน” หัวเว่ย เช่นเดียวกับอาร์เจนตินา, ออสเตรีย, บราซิล, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ฟิลิปปินส์, รัสเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, สเปน และสวิตเซอร์แลนด์ แต่ Bloomberg ไม่ได้ระบุว่า นำข้อมูลมาจากไหน ส่วนนิตยสาร Fortune กลับรายงานว่าไทยกับมาเลเซียจะใช้เทคโนโลยี 5G ของหัวเหว่ย

ทั้งๆ ที่ยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด

Photo by WANG ZHAO / AFP

สหรัฐประกาศยาฆ่าหญ้า “ราวด์อัพ” ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

  • วันที่ 02 พ.ค. 2562 เวลา 16:33 น.

สหรัฐประกาศยาฆ่าหญ้า "ราวด์อัพ" ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

สหรัฐประกาศให้ยาฆ่าหญ้า “ราวด์อัพ” ซึ่งมีสารไกลโฟเสตเป็นส่วนประกอบหลัก ไม่ใช่สารก่อมะเร็ง แม้มีคดีความฟ้องร้อง

สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (EPA) ได้ประกาศให้ยากำจัดศัตรูพืช “ราวด์อัพ” ของบริษัทมอนซานโต้ซึ่งมีบริษัทไบเออร์เป็นบริษัทแม่ และเป็นยาฆ่าหญ้าที่มีสารไกลโฟเซตเป็นส่วนประกอบหลักนั้นไม่มีอันตรายต่อผู้ใช้งาน รวมถึงยังระบุว่าไกลโคเซตนั้นไม่ใช่สารก่อมะเร็ง

คำประกาศดังกล่าวของEPA มีขึ้นหลังจากที่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาศาลของเมืองซานฟรานซิสโก มีคำตัดสินว่ายาฆ่าหญ้าแบรนด์ดังกล่าวเป็นสาเหตุที่ทำให้ เอ็ดวิน ฮาร์เดอร์แมน ชายวัย 70 ปี เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หลังจากใช้ยาฆ่าหญ้าดังกล่าวเป็นประจำระหว่างปี 1980-2012 ถือเป็นคำตัดสินว่าราวด์อัพก่อมะเร็งเป็นครั้งที่ 2 ของสหรัฐ รวมถึงบริษัทมอนซานโต้ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาฆ่าหญ้าแบรนด์ดังกล่าวจ่ายเงินชดเชยให้นายฮาร์เดอร์แมน เป็นจำนวนเงิน289 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 9,500 ล้านบาทด้วยก็ตาม

 

 

ทั้งนี้ การออกมาประกาศรับรองดังกล่าวของทางการสหรัฐได้สร้างข้อถกเถึยงในแง่ความปลอดภัยของผู้ใช้งานอย่างมาก เนื่องจากเกิดคดีความฟ้องร้องในลักษณะคล้ายกันนี้มากกว่า 11,200 กรณีทั่วสหรัฐฯ แต่ทางมอนซานโต้ ซึ่งเป็นบริษัทผูุ้ผลิตได้อ้างผลการวิจัยกว่า 800 ชิ้นเกี่ยวกับการใช้งานสารไกลโฟเซตว่าไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน ต่างกับผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยวอชิงตันที่แย้งว่าไกลโฟเสตเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อผู้ที่สัมผัสประมาณ 41%

อินเดียอพยพใหญ่กว่า 8 แสน หนีไซโคลนฟานิขึ้นฝั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588028

  • วันที่ 02 พ.ค. 2562 เวลา 15:53 น.

อินเดียอพยพใหญ่กว่า 8 แสน หนีไซโคลนฟานิขึ้นฝั่ง

หลายพื้นที่ทางตะวันออกของอินเดีย เตรียมพร้อมรับมือไซโคลนฟานิขึ้นฝั่ง คาดบังกลาเทศ ภูฏาน เนปาล และบางส่วนของพม่ากระทบหนัก

ทางการอินเดียเร่งอพยพประเทศชนได้สั่งอพยพประชาชนทางฝั่งตะวันออกของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ของรัฐโอริสสา ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่ไซโคลนลูกนี้ขึ้นฝั่งด้วยความเร็วลมกว่า 200 กม./ชม. ภายในวันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคมนี้

รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้สั่งปิดท่าเรือสำคัญสองแห่งของรัฐที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออก รวมถึงมีการระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายพันคน เข้าช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม เช่นเดียวกับทางการของรัฐอานธรประเทศและรัฐทมิฬนาฑูก็ประกาศรับมือไซโคลนลูกนี้อย่างเต็มที่

 

 

รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่าทางการได้สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่กว่า 800,000 คน จำนวนนี้มากกว่า 100,000 คนถูกอพยพออกจากเมืองปูริซึ่งเป็นเมืองสำคัญของรัฐโอริสสาที่คาดว่าจะเป็นจุดที่ไซโคลนจะขึ้นฝั่งโดยตรง พร้อมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์ลี้ภัยพายุอีกราว 850 ศูนย์เพื่อรับมือประชาชนที่อพยพ

ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาของรัฐโอริสสา คาดการณ์ว่าหลังขึ้นฝั่งแล้ว พายุลูกนี้จะเคลื่อนที่ไปทางอ่าวเบงกอล ทางตะวันออกของรัฐอานธรประเทศซึ่งจะส่งผลให้มีผลตกหนักหลายพื้นที่ทั่วทั้งบังกลาเทศ ภูฏาน เนปาล และบางส่วนของพม่า ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันตามมา

วังอังกฤษเผยพระฉายาลักษณ์ เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ครบ 4 ชันษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/588017

  • วันที่ 02 พ.ค. 2562 เวลา 13:50 น.

วังอังกฤษเผยพระฉายาลักษณ์ เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ครบ 4 ชันษา

สำนักพระราชวังอังกฤษเผยแพร่พระฉายาลักษณ์ชุดใหม่ของเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ เนื่องในคล้ายวันประสูติครบ 4 ชันษา

สำนักพระราชวังเคนซิงตันได้เปิดเผยภาพพระฉายาลักษณ์ชุดใหม่ของเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์แห่งเคมบริดจ์ พระธิดาในเจ้าชายวิลเลียม และแคทเธอรีน ดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 2 พฤษภาคม 2019

เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ทรงเป็นรัชทายาทลำดับที่ 4 ของราชวงศ์อังกฤษ และทรงเป็นพระธิดาพระองค์กลางระหว่างเจ้าชายจอร์จ พระเชษฐา และเจ้าชายลูอีส์ พระอนุชา โดยสำนักพระราชวังระบุว่าพระฉายาลักษณ์นี้ดัชเชสแคทเธอรีนทรงฉายด้วยพระองค์เองเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

 

 

ยอดขายหัวเว่ยพุ่ง 50% จ่อขึ้นเบอร์หนึ่งเจ้าตลาดมือถือโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587982

  • วันที่ 02 พ.ค. 2562 เวลา 11:20 น.

ยอดขายหัวเว่ยพุ่ง 50% จ่อขึ้นเบอร์หนึ่งเจ้าตลาดมือถือโลก

หัวเว่ยครองส่วนแบ่งตลาดมือถือโลก 19% จ่อครองเจ้าตลาดมือถือโลก ด้านแอปเปิ้ล-ซัมซุงยอดขายร่วงระนาว

สำนักวิจัยการตลาด International Data Corporation (IDC) ได้เปิดเผยรายงานวิจัยตลาดมือถือโลกในไตรมาตรแรกของปี 2019 โดยพบว่าหัวเว่ย แบรนด์มือถือและเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคมของจีนมียอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือในไตรมาตรแรกของปีนี้ทะยานถึง 50.3% หากเทียบกับไตรมาตรเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 6.6% โดยพบว่าเฉพาะหัวเว่ยเพียงเจ้าเดียวมียอดขายมือถือในช่วงไตรมาตรแรกของปีไปแล้วรวมกว่า 59.1 ล้านเครื่องขณะที่พบว่ายอดหน่ายสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาตรแรกอยู่ที่กว่า 310.8 ล้านเครื่อง

 

 

ด้านซัมซุงแบรนด์มือถือยักษ์ฝั่งเกาหลีใต้พบว่ามียอดขายโทรศัพท์มือถือไตรมาตรแรกของปีนี้ลดลงที่ 8.1 อยู่ที่ 71.9 ล้านเครื่อง ซัมซุงยังคงครองแชมป์เป็นบริษัทที่มียอดจำหน่ายมือถือมากที่สุดในโลก แต่กลับพบว่ายอดขายของซัมซุงนั้นตกลงอย่างมีนัยยะสำหรับ ขณะที่ยอดขายของหัวเว่ยกำลังพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ยอดขายของแอปเปิ้ลในไตรมาตรแรกยังคงต้องพบความท้าทายอย่างหนัก โดยมียอดขายลดลงที่ 30.2% อยู่ที่ 36.4 ล้านเครื่อง

 

Ryan Reith รองผู้อำนวยการของ IDC ระบุว่า “ค่อนข้างชัดเจนมากกว่าหัวเว่ยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในตลาดสมาร์ทโฟน จนเป็นที่น่าจับตามอง” อีกปัจจัยหนึ่งคือด้วยความที่หัวเว่ยได้เปรียบกว่าแบรนด์อื่นเนื่องจากการเติบโตของตลาดภายในประเทศด้วย

โดยสำนักวิจัยการตลาดอีกแห่งอย่าง Canalys ก็ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนแบ่งตลาดมือถือโลก โดยระบุเช่นเดียวกันว่าหัวเว่ยครอง 34% ของตลาดสมาร์ทโฟนในจีน และมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 41% จากปีก่อน โดยเฉพาะกลยุทธ์ของหัวเว่ยที่่สามารถเจาะตลาดผู้บริโภคของจีนในพื้นที่ห่างไกลได้ จนน่าจับตาว่าหัวเว่ยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดโทรศัพท์มือถือโลกในไม่ช้า

เทเรซา เมย์ ปลดรัฐมนตรีกลาโหม เซ่นปมความลับหัวเว่ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587976

  • วันที่ 02 พ.ค. 2562 เวลา 10:27 น.

เทเรซา เมย์ ปลดรัฐมนตรีกลาโหม เซ่นปมความลับหัวเว่ย

อังกฤษสั่งปลดรัฐมนตรีกลาโหม หลังความลับสภาความมั่นคงกรณี 5G หัวเว่ยรั่วไหลออกสื่อ

สื่ออังกฤษรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ได้สั่งปลดนายกาวิน วิลเลียมสัน ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมแล้ว จากกรณีที่สำนักข่าวเดลี่ เทเลกราฟ ได้รายงานเกี่ยวกับประเด็นเทคโนโลยี 5G ของหัวเว่ยที่รัฐบาลอังกฤษอาจพิจารณาเปิดโอกาสบางส่วนให้หัวเว่ยเข้ามาวางระบบเครือข่าย 5G ท่ามกลางกระแสการต่อต้านหัวเว่ยในหลายประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐ

โดยในรายงานของเทเลกราฟได้อ้างข้อมูลจากสภาความมั่นคงแห่งชาติที่มีนายวิลเลียมสันเป็นผู้รับผิดชอบ แม้ว่านายวิลเลียมสันจะปฎิเสธเรื่องดังกล่าวก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่กระทบต่อรัฐบาลของนางเมย์ นอกจากประเด็นความล้มเหลวในการเจรจาหาทางออกเบร็กซิตในรูปแบบมีเงื่อนไข

นอกจากนี้รายงานยังระบุว่า การที่ข้อมูลของสภาความมั่นคงแห่งชาติรั่วไหลนั้นยังสะท้อนความร้ายแรงด้านข้อมูลข่าวกรองและยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมควรเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง

ผู้นำศาสนามาเลย์ประณามวง BTS เป็นพวกปีศาจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587958

  • วันที่ 02 พ.ค. 2562 เวลา 09:00 น.

ผู้นำศาสนามาเลย์ประณามวง BTS เป็นพวกปีศาจ

ปู ไซเอ็ด บาครี (PU Syed Bakri) ครูสอนศาสนาอิสลามที่มีชื่อเสียงโด่งดังในมาเลเซีย โพสต์ข้อความในอินสตาแกรม ประณามวง BTS ไอดอลชื่อดังระดับโลกจากประเทศเกาหลีว่าเป็นปีศาจ

Malay Mail รายงานว่าสาเหตุมาจากการที่รัฐมนตรีกระทรวงเยาวชนและกีฬาของมาเลเซีย ไซเอ็ด ซัดดิก ไซเอ็ด อับดุลเราะห์มาน ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ มีแผนการที่จะเชิญวง BTS มาเปิดการแสดงที่มาเลเซีย

แต่ครูสอนศาสนาที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของมาเลเซียกลับไม่ยินดีด้วย โดยบอกว่า “เราเป็นประเทศอิสลาม แล้วเราจะเชื้อเชิญพวกปีศาจมาที่นี่ได้อย่างไร?”

ไม่เพียงเท่านั้น บาครี ยังแคปหน้าจอรายงานข่าวเกี่ยวกับเมืองต่างๆ ในรัสเซียที่ระงับการฉายภาพยนต์บันทึกการแสดงคอนเสิร์ต BTS World Tour: Love Yourself in Seoul โดยอ้างว่ามีลักษณะเป็นเกย์ (ทั้งนี้ การเผยแพร่พฤติกรรมรักร่วมเพศเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายของรัสเซีย) โดยครูสอนศาสนาชาวมาเลเซียเขียนแคปชั่นใต้ภาพข่าวจากรัสเซียเอาไว้ว่า “แม้แต่รัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศนอกศาสนา (อิสลาม) ก็ยังรู้ว่าจะดูแลประชาชนอย่างไร”

บาครี ยังแสดงความเกรี้ยวกราดต่อไปอีกว่า BTS ไม่มีคุณค่าอะไรที่จะมอบให้กับชาวมาเลเซีย รังแต่จะใช้เพลงของพวกเขาทำให้ผู้คนหลงระเริงจากวิถีทางที่ถูกต้องเสียมากกว่า และควรที่จะให้ความรู้คนรุ่นใหม่ด้วยศาสนาจะดีกว่า

ปรากฎว่า ชาวมาเลเซียเข้าไปแสดงความเห็นวิจารณ์บาครีกันอย่างมากมาย เช่นชาวเน็ตที่ชื่อ scenerylisha ตอบโต้ว่า “ฉันไม่แคร์ว่าคุณจะเรียกเขาเป็นพวกนอกศาสนาหรืออะไรก็ตาม แต่อย่ามาเรียกพวกเขาว่าเป็นปีศาจ”

รวยซะอย่าง โรนัลโดซื้อรถที่แพงที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587951

  • วันที่ 01 พ.ค. 2562 เวลา 18:32 น.

รวยซะอย่าง โรนัลโดซื้อรถที่แพงที่สุดในโลก

มีรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์กีฬา Marca ของสเปนว่า คริสเตียโน โรนัลโด นักเตะแข้งทองแห่งทีมยูเวนตุส ซื้อรถ Bugatti La Voiture Noire ซึ่งมีราคาแพงที่สุดในโลกมาครอบครอง คันละ 11 ล้านยูโร หรือประมาณ 393,761,500 บาท

โดยรถรุ่นนี้เพิ่งจะเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนมีนาคมนี้ และยังเป็นรถรุ่นต้นแบบที่มีเพียงคันเดียวในโลก ผลิตขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกครบรอบ 110 ของการก่อตั้งค่าย Bugatti

และต่อมาสำนักข่าวต่างประเทศได้รับการยืนยันจากค่ายรถ Bugatti แห่งฝรั่งเศสว่ามีผู้ซื้อรถโคตรแพงคันนี้ไปจริง แต่ไม่ยอมปริปากบอกว่าเป็นใคร

Bugatti La Voiture Noire เป็นสุดยอดรถรุ่นต้นแบบที่มีดีไซน์สุดล้ำ แต่ออกแบบโดยอิงกับดีไซน์ของรถ Bugatti Type 57 SC Atlantic ที่สร้างขึ้นระหว่างปี 1936 – 1938 แม้ดีไซน์จะกึ่งเก่ากึ่งใหม่ แต่ความไวไม่ต้องพูดถึง เพราะทำความเร็วได้เกือบ 420 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม โรนัลโด จะยังไม่มีโอกาสได้ควบมันบนท้องถนน เพราะบริษัทยังคงต้องปรับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ด้วยความที่ยังเป็นรถรุ่นต้นแบบ กว่าจะได้นั่งหลังพวงมาลัยก็คือปี 2021

ภาพจาก http://www.bugatti.com

ภาพจาก http://www.bugatti.com

ภาพจาก http://www.bugatti.com

ทหารอินเดียพบรอยเท้า “เยติ” มนุษย์หิมะผู้ลึกลับแห่งเทือกเขาหิมาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587922

  • วันที่ 01 พ.ค. 2562 เวลา 15:15 น.

ทหารอินเดียพบรอยเท้า "เยติ" มนุษย์หิมะผู้ลึกลับแห่งเทือกเขาหิมาลัย

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ทหารของกองทัพอินเดียที่เดินทางไปสำรวจภูเขาหิมาลัยในเขตประเทศเนปาลพบรอยเท้าขนาดใหญ่ของสิ่งมีชีวิตลึกลับ ประทับลงบนผืนหิมะ คาดว่าเป็นรอยเท้าของเยติหรือมนุษย์หิมะที่ปรากฎอยู่ในตำนานของชาวเนปาลและชาวทิเบตมานานหลายร้อยปี และมีนักสำรวจค้นพบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตลึกลับนี้เป็นระยะๆ แต่ยังไม่พบตัวเป็นๆ

ทีมปีนเขาของกองทัพอินเดีย หรือ Indian Army Mountaineering Expedition Team เผยภาพและข้อมูลการค้นพบรอยเท้าปริศนาโดยโพสต์ทางทวิตเตอร์ ระบุว่า การค้นพบครั้งนี้มีขึ้นที่ภูเขามากาลู ในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของโลก และตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของอินเดีย จีน และเนปาล โดยลักษณะของรอยเท้ามีขนาดใหญ่กว่ารอยของมนุษย์ และมีระยะการก้าวเท้าที่ถ่างกว่าอย่างมาก

ภูเขามากาลูยังตั้งอยู่ในเขตหุบเขามากาลู-บารุน ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดาร แต่เป็นพื้นที่ที่นักสำรวจเดินทางมาค้นหาร่องรอยของเยติกันอยู่เนืองๆ โดยร่องรอยที่พบล่าสุดก่อนทีมปีนเขาของกองทัพอินเดีย คือรายงานของนักปีนเขาชาวญี่ปุ่นที่เดินทางกลับจากภูเขาทางตะวันตกของเนปาล เมื่อปี 2008 ซึ่งเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่าพวกเขาพบเห็นรอยเท้าซึ่งคาดว่าเป็นของเยติ

ชาวตะวันตกเริ่มสนใจเรื่องของเยติ เมื่อ เอ.ที. ฮอดจ์สัน ชาวอังกฤษรายงานถึงสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่ มีขนดก ยืนด้วยสองขาในปี 1832 ต่อมานักสำรวจชาวอังกฤษซึ่งเป็นนายทหารระดับนายพัน ถ่ายรูปถ่ายของรอยเท้าเยติไว้ได้ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 5,029 เมตรเมื่อปี 1921 ซึ่งถือเป็นภาพถ่ายรอยเท้าของมันภาพแรก แม้แต่เซอร์เอดมันด์ ฮิลลารี และเทนซิง นอร์เก ผู้พิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์ก็อ้างว่าเคยพบร่องรอยและได้ยินเสียงร้องของเยติในปี ค.ศ. 1953

ทั้งนี้ มีผู้ตั้งข้อสันนิษฐานว่ เยติอาจเป็นสัตว์บางชนิดที่อาศัยอยู่แถบเทือกหิมาลัย เช่น หมีสีน้ำเงินธิเบต และหมีสีน้ำตาลหิมาลัย ซึ่งเป็นหมีสีน้ำตาลชนิดที่หาได้ยากมาก สามารถยืนด้วยสองขาหลังเหมือนมนุษย์ และอาจทำให้เกิดรอยเท้าที่ดูเหมือนของเยติได้ นอกจากนี้เสือดาวหิมะ, อีกาปากแดง มักจะทิ้งรอยเท้าไว้บนพื้นหิมะด้วยการกระโดด หรือแม้แต่เป็นชะนีขนาดใหญ่ก็สามารถทำให้เกิดรอยเท้าบนหิมะได้เช่นกัน

แต่มีนักสัตววิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับรอยเท้าของเยติกล่าวว่า รอยเท้าของเยติไม่เหมือนกับหมีหรือสัตว์ชนิดอื่นใดเลย นอกจากสัตว์ในอันดับไพรเมท (Primate) อันเป็นอันดับเดียวกับ มนุษย์ และลิงไม่มีหาง ที่แปลกออกไปคือ นิ้วเท้านิ้วที่ 2 มีขนาดใหญ่ และมีกระดูกอุ้งเท้าที่สั้นผิดปกติ คล้ายกับเท้าของลิงยุคก่อนประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gigantopithecus จึงทำให้เชื่อได้ว่า เยติอาจเป็นลิงชนิดนี้ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้วก็เป็นได้

Photo by Handout / INDIAN ARMY / AFP

ใครจะเป็นผู้ชนะในรัฐประหารเวเนซุเอลา จับตาอาจกลายเป็นสงครามตัวแทน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587903

  • วันที่ 01 พ.ค. 2562 เวลา 13:10 น.

ใครจะเป็นผู้ชนะในรัฐประหารเวเนซุเอลา จับตาอาจกลายเป็นสงครามตัวแทน

ต่อไปนี้เป็นลำดับเหตุการณ์การยึดอำนาจในเวเนซุเอลาที่ยังคงยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 2 โดยผู้นำฝ่ายค้านได้รับการสนับสนุนอย่างออกนอกหน้าจากจากสหรัฐ และสหรัฐพยายามขยี้ให้พันธมิตรต่างชาติของมาดูโรยอมวางมือเสีย นั่นคือคิวบากับรัสเซีย

วันที่ 29 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 30 เมษายนตามเวลาประเทศไทย 

• ฮวน กวยโดผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา และผู้อ้างสิทธิเหนือตำแหน่งประธานาธิบดี ปรากฎกายพร้อมกับทหาร ประกาศการสิ้นสุดของระบอบประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งพรรคสังคมนิยม และเรียกร้องให้ทหารร่วมมือกับเขาโค่นอำนาจมาดูโร พร้อมประกาศว่าการยึดอำนาจครั้งนี้ คือปฏิบัติการเสรีภาพ (Operation Liberty)

• ฮวน กวยโดได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาในทันที โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในทวิตเตอร์ ว่าสหรัฐยืนอยู่ข้างหลังชาวเวเนซุเอลาและฝ่ายเสรีภาพ คือฝ่ายของกวยโด

• ไมค์ พอมพีโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยว่า ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรเตรียมจะบินไปลี้ภัยที่คิวบา แต่รัสเซียโน้มน้าวไม่ให้เขาหนีจากประเทศ

• เอเลียต อับาห์มส์ ทูตสหรัฐ กล่าวว่ารัสเซียควรแนะให้ประธานาธิบดีมาดูโร ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัสเซีย หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนที่ไม่มีอาวุธ

ฮวย กวยโด กับกองทัพสื่อหลังระดมพลสู้มาดูโร AFP

• จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ได้เรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเวเนซุเอลาและเจ้าหน้าระดับสูงในประเทศ ร่วมกันขับไล่ มาดูโร โดยเตือนพวกเขาว่า “เวลาของพวกคุณหมดสิ้นลงแล้ว”

• แม้สหรัฐจะออกตัวชัดเจนว่าสนับสนุนกวยโด และมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าข้างเขา แต่การรัฐประการสายฟ้าแลบก็ยังไม่มีข้อสรุป อีกทั้งช่วงเย็นวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น หรือเช้าวันที่ 1 พฤษภาคมตามเวลาประเทศไทย มาดูโร ยังประกาศชัยชนะเหนือฝ่ายกบฎ และแสดงความยินดีที่กองทัพเอาชนะฝ่ายที่ประกาศยึดอำนาจจากเขา และประกาศจะเอาผิดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

• อย่างไรก็ตาม ความโกลาหลวุ่นวายขึ้นตามมาในเวเนซุเอลา เนื่องจากประชาชนเห็นว่า ระบอบมาดูโรเริ่มสั่นคลอน เพราะกองทัพที่เคยภักดีต่อเขาอย่างเหนียวแน่น เริ่มที่จะผละจากเขาและบางคนหันไปภักดีต่อกวยโด

ทหารที่ภักดีกับกวยโดและมาดูโรเปิดฉากปะทะกัน AFP

วันที่ 30 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 1 พฤษภาคมตามเวลาประเทศไทย 

• ฮวน กวยโดปรากฎกายครั้งแรกผ่านคลิปวิดิโอหลังประกาศระดมพลแต่ยังยึดอำนาจไม่ได้ ที่ฐานทัพอากาศ La Carlota คราวนี้เขาประกาศที่จะระดมพล อีกครั้ง และจัดการการเดินขบวนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ หลังจากที่เขาเรียกร้องให้ทหารขับไล่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แต่ยังไม่สามารถยึดอำนาจได้ตามที่ประกาศ กวยโดอ้างว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็น “จุดเริ่มต้นของจุดจบ” และจะเป็นการตอกฝาโลงระบอบมาดูโรแบบเด็ดขาด

• เกิดความพลิกผันขึ้นเล็กน้อย เพราะผู้ที่ปรากฎกายพร้อมกวยโด คือ เลโอโปลโด โลเปซ นักการเมืองฝ่ายค้าน ซึ่งถูกคุมขังไว้ในบ้านนานหลายปี โลเปซ บอกว่าทหารเป็นผู้ปล่อยเขาออกมา และในเวลานี้กองทัพไม่สนับสุนมาดูโรอีกต่อไปแล้ว อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา โลเปซ เดินสายไปยังสถานทูตชิลีและต่อมาเดินทางไปยังสถานทูตสเปน

• มานูเอล ริการ์โด คริสโตเฟร์ ฟิเกรา หัวหน้าหน่วยตำรวจลับของเวเนซูเอลา หรือ SEBIN ประกาศยุติการสนับสนุนประธานาธิบดีมาดูโร นับเป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสที่สุดของกองกำลังคงวามมั่นคงที่แยกตัวมาเข้าร่วมกับฝ่ายยึดอำนาจ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาฟิเกราเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ภักดีต่อมาดูโรที่สุด

ทหารในกองทัพที่แยกตัวมาภักดีกับกวยโด AFP

• ประธานาธิบดีมาดูโร ปฏิเสธคำกล่าวของ ไมค์ พอมพีโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่อ้างว่าเขาตั้งใจจะหนีไปคิวบา

• ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ทวิตเตอร์ขู่ที่จะคว่ำบาตรคิวบาอย่างเต็มที่ หากกองกำลังของคิวบาไม่หยุดปฏิบัติการในเวเนซุเอลา

• มิเกล ดิอาซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา โพสต์ทวิตเตอร์ กล่าวว่าคิวบาไม่มีทางยอมรับการคุกคามของทรัมป์ และปฏิเสธว่ามีการปฏิบัติการทางทหารหรือกองกำลังคิวบาในเวเนซุเอลา และตอบโต้ว่าข้ออ้างของทรัมป์เป็นการโกหกที่มากเกินไปแล้ว

• สำนักงานการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA) ออกคำสั่งห้ามอากาศยานของสหรัฐ บินต่ำกว่า 26,000 ฟุตในน่านฟ้าของเวเนซุเอลาจนกว่ามีการแจ้งเตือนอีกครั้งโดยอ้างว่ามีความไร้เสถียรภาพและความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น