เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับจักรพรรดิองค์ใหม่ของญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587869

  • วันที่ 01 พ.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับจักรพรรดิองค์ใหม่ของญี่ปุ่น

เผยประวัติและภาพส่วนตัวของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ

ในวันนี้ญี่ปุ่นได้ผลัดเปลี่ยนจากยุคเฮเซเข้าสู่รัชศกเรวะภายใต้สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะอย่างเป็นทางการแล้ว โพสต์ทูเดย์จึงนำประวัติของสมเด็จพระจักรพรรดิและครอบครัวมาให้เราชาวไทยได้ทราบคร่าวๆ ดังนี้

ชีวิตส่วนพระองค์

สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะขณะพระชนมายุ 2 เดือน ภาพ : สำนักพระราชวังญี่ปุ่น

สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะพระราชสมภพเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 1960 ที่กรุงโตเกียว ทรงเป็นพระราชโอรสองค์โตของสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ และถือเป็นเจ้าชายญี่ปุ่นองค์แรกที่ได้อาศัยอยู่กับพระบิดาและพระมารดา รวมทั้งพี่น้ององค์อื่น เนื่องจากพระบิดาและพระมารดาประสงค์จะเลี้ยงดูเจ้าชายด้วยตัวเอง (ก่อนหน้านี้บรรดาเจ้าชายและเจ้าหญิงจะถูกเลี้ยงดูโดยพระพี่เลี้ยงและพระอาจารย์) ทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นเจ้าชายฮิโระนับตั้งแต่พระราชสมภพจนกระทั่งวันที่ 23 ก.พ.1991 จึงได้รับการสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมาร

สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะทรงเข้าพิธีฉลองพระชนมายุครบ 5 พรรษาตามธรรมเนียมของญี่ปุ่นที่พระราชวังโทงูในกรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 1964 ภาพ : สำนักพระราชวังญี่ปุ่น

เมื่อพระชนมายุ 4 พรรษาทรงเข้ารับการศึกษาในระบบโรงเรียนงะกุชูอิน ซึ่งเป็นสถานศึกษาสำหรับชนชั้นสูงของญี่ปุ่นในสมัยนั้น และทรงเข้าร่วมชมรมภูมิศาสตร์ในชั้นมัธยมปลาย เมื่อพระชนมายุ 14 พรรษาทรงถูกส่งตัวไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ (host family) ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยทรงไวโอลิน ทรงเทนนิส และทรงปีนโขดหินอูลูรูร่วมกับสมาชิกในครอบครัวอุปถัมภ์อย่างสนิทสนม โดยครั้งหนึ่งยังทรงไวโอลินต่อหน้าแขกคนสำคัญของรัฐบาลในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ทำเนียบรัฐบาลออสเตรเลียด้วย

สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะขณะทรงศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 1975 ภาพ : สำนักพระราชวังญี่ปุ่น

หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยงะกุชูอินของญี่ปุ่นในปี 1982 ก็ทรงเสด็จไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยเมอร์ตัน มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดตั้งแต่ปี 1983-1986 โดยทรงเขียนวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการเดินเรือและการจราจรในแม่น้ำเทมส์ในช่วงศตวรรษที่ 18 ตลอดเวลาที่ประทับที่ประเทศอังกฤษทรงใช้ชีวิตเช่นสามัญชนร่วมกับพระสหายและพระราชวงศ์จากอังกฤษ  นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า พระองค์ทรงตกแต่งห้องประทับด้วยโปสเตอร์ของ บรูค ชิลด์ส นักแสดงชื่อดังชาวอเมริกันที่ทรงโปรด

เจ้าชายนารูฮิโตะทรงโปรดช่วงเวลาดังกล่าวมากจนภายหลังทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ THE THAMES AND I : A MEMOIR OF TWO YEARS AT OXFORD (แม่น้ำเทมส์และข้าพเจ้า : ความทรงจำสองปีที่ออกซ์ฟอร์ด) และจากนั้นทรงเสด็จกลับญี่ปุ่นและเข้าศึกษาระดับปริญญาโทด้านมนุษยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยงะกุชูอินอีกครั้ง โดยทรงสำเร็จการศึกษาในปี 1988

สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ทรงเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาของเจ้าหญิงไอโกะที่โรงเรียนมัธยมหญิงงะกุชูอินในกรุงโตเกียวเมื่อปี 2017 ภาพ : ISSEI KATO/AFP

ชีวิตสมรสและครอบครัว

สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะทรงพบกับ มาซาโกะ โอวาดะ หรือสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะอดีตนักการทูตที่มีดีกรีจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและออกซ์ฟอร์ด ซึ่งศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโตเกียวในขณะนั้น ระหว่างที่ทรงจัดงานเลี้ยงน้ำชาต้อนรับ อินฟันตา เอเลนา ดัชเชสแห่งลูโก พระราชธิดาในสมเด็จพระราชาธิบดีฮวน กาโลสที่ 1 แห่งสเปนกับสมเด็จพระราชินีโซเฟีย จากนั้นสมเด็จพระจักรพรรดิทรงนัดพบกับโอวาดะ หญิงสาวที่มาจากครอบครอบครัวนักการทูตอีกหลายครั้ง สมเด็จพระจักรพรรดิทรงขอโอวาดะแต่งงานถึง 3 ครั้งตลอดระยะเวลาที่ทรงศึกษาดูใจกัน 8 ปี ก่อนที่สำนักพระราชวังจะประกาศการหมั้นหมายของทั้งสองพระองค์ในวันที่ 19 ม.ค. 1993 และจัดพิธีเสกสมรสในวันที่ 9 มิ.ย.ปีเดียวกัน

สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีทรงเข้าพิธีเสกสมรสเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 1993 ภาพ : สำนักพระราชวังญี่ปุ่น

8 ปีหลังจากเสกสมรส สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะทรงมีพระประสูติการเจ้าหญิงไอโกะเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2001 ท่ามกลางแรงกดดันจากโบราณราชประเพณีว่าจะต้องมีพระประสูติการเจ้าชายเพื่อสืบทอดบัลลังก์ เพราะญี่ปุ่นกำหนดให้เฉพาะเจ้าชายเท่านั้นที่จะสืบราชวงศ์ได้ ด้วยเหตุนี้เจ้าหญิงมาซาโกะจึงทรงห่างหายไปจากงานสังคม เนื่องจากมีปัญหาด้านการปรับตัวอันเนื่องมาจากความกดดันรอบตัว

อย่างไรก็ดี ในปี 2005 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาเพื่อแก้กฎหมายให้เจ้าหญิงไอโกะสืบทอดบัลลังก์ได้ตามลำดับ และนายกรัฐมนตรี จุนอิชิโร โคอิสุมิ ก็เห็นด้วย แต่คณะนี้ก็ต้องยุติไปหลังการประสูติของเจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระโอรสของเจ้าชายฟุมิฮิโตะ พระอนุชาของมกุฎราชกุมารนารูฮิโตะ กับเจ้าหญิงคิโกะ พระราชนัดดาที่เป็นผู้ชายองค์แรกของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะเมื่อปี 2006

วันภูเขาฟูจิ

จ.ชิซูโอกะและยามานาชิกำหนดให้วันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะเป็น “วันภูเขาฟูจิ” เนื่องจากสมเด็จพระจักรพรรดิทรงรักภูเขามาก

สมเด็จพระจักรพรรดินักสิ่งแวดล้อม

สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะทรงสนพระทัยเกี่ยวกับนโยบายและการอนุรักษ์น้ำ ทรงเข้าร่วมการประชุมเกี่ยวกับน้ำมากมาย อาทิ กล่าวเปิดประชุมน้ำโลกครั้งที่ 3 เมื่อปี 2003 ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ และการประชุมน้ำโลกครั้งที่ 4 ในปี 2006 รวมทั้งเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของคณะกรรมการน้ำโลกแห่งศตวรรษที่ 21 และทรงอุปถัมภ์องค์กรหุ้นส่วนน้ำโลก

สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ (ซ้าย) ทรงเทนนิสกับสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะพระราชบิดาเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 1973 ภาพ : เอเอฟพี

งานอดิเรก

ปัจจุบันพระองค์หันมาทรงวิโอลาแทนไลโอลินที่ทรงโปรดในสมัยก่อน  เนื่องจากทรงมองว่าไวโอลินแสดงออกถึงการเป็นผู้นำและโดดเด่นมากเกินไป และวิโอลายังเข้ากับรสนิยมทางดนตรีของพระองค์มากกว่า นอกจากนี้ยังโปรดการจ็อกกิ้ง ปีนเขา และเทนนิส

เจ้าชายฟูมิฮิโตะ (ซ้าย) และเจ้าหญิงคิโก และเจ้าชายฮิซาฮิโตะทรงยืนให้สื่อมวลชนฉายพระรูป หลังพิธีจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยโอฉะโนะมิสึในกรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2019 ภาพ : เอเอฟพี

ผู้สืบทอดบัลลังก์

รัชทายาทลำดับรองจากสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะคือ เจ้าชายฟูมิฮิโตะ พระอนุชาพระชันษา 53 ปี ตามด้วยเจ้าชายฮิซาฮิโตะพระชันษา 12 ปี พระโอรสของเจ้าชายฟูมิฮิโตะ

จักรพรรดิญี่ปุ่นพระองค์ใหม่เข้าพิธีราชาภิเษก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587884

  • วันที่ 01 พ.ค. 2562 เวลา 08:35 น.

จักรพรรดิญี่ปุ่นพระองค์ใหม่เข้าพิธีราชาภิเษก

สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ เสด็จไปในการพระราชพิธีราชาภิเษกครั้งแรก ณ พระราชวังหลวงกรุงโตเกียว ในการนี้มีการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ซึ่งเป็นสัญลัษณ์ของพระราชอำนาจแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิ 3 สิ่ง คือพระแสงดาบคุซานางิ คันฉ่องสำริดยาตะ และหยกรูปหยดน้ำยาซากะนิ พิธีดังกล่าวเรียกว่า “เคนจิ โทะ โฌเค โนะ งิ”

พิธีจัดขึ้นที่ท้องพระโรงในพระราชวังหลวง โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นผู้ชายอาวุโสเท่านั้นที่เข้าร่วม เมื่อเสด็จถึงท้องพระโรง ประทับยืนบนพระแท่นยกพื้น

เจ้ากรมวังทูลเกล้าถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ 2 องค์ ที่เก็บรักษาไว้ในพระราชวังหลวงคือ พระแสงดาบคุซานางิและหยกรูปหยดน้ำยาซากะนิ ส่วนคันฉ่องสำริดยาตะประดิษฐานที่ศาลเจ้าอิเสะ ไม่ได้นำมาถวายด้วย เพราะถือว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวพันกับสุริยะเทพีผู้เป็นบรรพบุรุษของจักรพรรดิญี่ปุ่น

จากนั้นเจ้าพนักงานทูลเกล้าถวายพระราชลัญจกรแห่งองค์สมเด็จพระจักรพรรรดิ (เทนโนเงียวจิ) และพระราชลัญจกรประจำแผ่นดิน (ไดนิฮงโกกุจิ) รวม 2 องค์ ซึ่งเป็นตราที่จะทรงใช้ประทับเอกสารราชการในฐานะองค์พระประมุขของชาติ

ผู้เข้าร่วมพิธีประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี ประธานสภาสูงและสภาล่าง ประธานศาลฎีกา และรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี หนึ่งในนั้นคือผู้หญิง และถือเป็นผู้หญิงคนแรกที่เข้าร่วมพิธี

งานพระราชพิธีนี้กินเวลา 5 นาทีเท่านั้นจึงแล้วเสร็จ

ขอบคุณภาพประกอบจาก NHK

อำลา “เฮเซ” ยุคสมัยที่คนญี่ปุ่นเลิกทำงานถวายหัวให้องค์กร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587853

  • วันที่ 30 เม.ย. 2562 เวลา 19:15 น.

อำลา "เฮเซ" ยุคสมัยที่คนญี่ปุ่นเลิกทำงานถวายหัวให้องค์กร

โดย กรกิจ ดิษฐาน

ชื่อรัชศกเฮเซของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ มีความหมายว่า บรรลุสันติภาพ เพื่อสะท้อนสังคมญี่ปุ่นที่สงบสุขหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่ในทางเศรษฐกิจ เฮเซไม่ใช่ยุคที่สงบสุขเลย เป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ จากภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตก ระหว่างปี 1986 – 1991 และภาวะเงินฝืดยืดเยื้อยาวนานถึง 2 ทศวรรษ คือ 1991 – 2010 ยังไม่นับวิกฤตด้านทรัพยากรมนุษย์อันเกิดจากอัตราการเกิดของประชากรต่ำที่สุดในโลก และญี่ปุ่นกลายเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว

ในรัชสมัยโชวะ หรือรัชกาลสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ แม้ว่าจะเป็นยุคสงครามและการขยายดินแดน แต่หลังจากสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับที่ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ คนญี่ปุ่นจับจ่ายใช้สอยแบบไม่เสียดายเงินโดยเฉพาะทศวรรษที่ 70 – 80 ในช่วงเวลานั้นผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นถือเป็นลูกค้าชั้นดีของสินค้าแบรนด์เนม และบริษัทญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนรายใหญ่ทั่วโลก

ในช่วงเวลาดังกล่าว พนักงานบริษัทญี่ปุ่นทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ มีจิตใจทุ่มเทให้กับองค์กรอย่างถึงที่สุด ขณะที่องค์กรจะให้สวัสดิการอย่างเต็มที่กับพนักงานเช่นกัน โดยจะดูแลอย่างดีหลังเกษียณ และดูแลไปถึงครอบครัวของพนักงานด้วย และมักจะไม่ไล่พนักงานออก เป็นความสัมพันธ์ที่คล้ายกับซามูไรในสังกัดขุนศึกสมัยโบราณ ที่นักรบ (พนักงาน) จะยอมสู้ตายถวายหัวให้กับแคว้น (บริษัท)

Photo by Toshifumi KITAMURA / AFP

รัชสมัยโชวะคือยุคเฟื่องฟูของมนุษย์เงินเดือนชาวญี่ปุ่น (ซะระรีมัง/Salaryman) ซึ่งเชื่อมั่นในองค์กรและยอมทำงานจนตายเพื่อองค์กร หรือที่เรียกว่า โมเรตสึ ฌะอิน (Mouretsu shain) แปลว่าพนักงานที่ทำงานอจย่างเป็นล้าเป็นหลัง ทำให้เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า คะโรชิ (Karōshi) คืออาการไหลตายที่เกิดจากการทำงานแบบนันสต็อป หรือการฆ่าตัวตายจากความเครียดที่ต้องทุ่มเทให้องค์กร สาเหตุก็เพราะที่ญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่า การใช้เวลาอยู่ที่ออฟฟิศนานๆ มีส่วนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น

ด้วยความที่มนุษย์เงินเดือนยุคโชวะยอมอุทิศกายใจให้องค์กรแบบไม่เสียดายชีวิต จึงถูกล้อเลียนว่าเป็น “ทหารขององค์กร” บางครั้งเรียกว่าเป็น “ปศุสัตว์ขององค์กร” และถึงขั้นเรียกอย่างดูหมิ่นว่า “สุนัขรับใช้บริษัท” แต่ถึงกระนั้นองค์กรเลี้ยงดูพวกเขาอย่างดี อีกทั้งสังคมยังคาดหวังเอาไว้สูงกับการทำงานในสังกัด ครอบครัวส่วนใหญ่ต้องการให้ลูกๆ เป็นพนักงานบริษัทดีๆ ถ้าพลาดไปถือเป็นความอับอายของวงตระกูลเลยทีเดียว

ความล่มสลายของระบบซะระรีมังมาถึงหลังจากเปลี่ยนรัชสมัยจากโชวะมาเป็นเฮเซได้ไม่กี่เดือน ตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกปั่นจนมีราคาสูงกว่าความเป็นจริงก็แตกโพล๊ะในปี 1989 เงินเยนอ่อนค่าลงเป็นเป็นประวัติการณ์ในเดือนกันยายน ตามราคาที่ดินในโตเกียวที่จู่ๆ ก็ตกลงพรวดพราด พอเข้าเดือนมกราคม 1990 ก็ถึงคิวตลาดหุ้นนิกเคอิที่ตกลงถึง 35% และในปี 1991 วิกฤตอสังหาฯ ก็ลามจากโตเกียวไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศจนราคาติดลบกันถ้วนหน้า

ผลที่ตามมาก็คือ ภาคธุรกิจที่เคยฟุ้งเฟื่องของญี่ปุ่นล้มระเนระนาดเหมือนโดมิโน บริษัทที่ไม่เคยมีนโยบายไล่คนออกก็ต้องหันมาไล่พนักงานออก พนักงานภักดีและเคยคาดหวังว่าจะต้องทำงานที่เดิมไปตลอดชีวิตจู่ๆ ก็ไม่มีที่พึ่ง หลังจากนั้นจนถึงวันนี้ ภาคธุรกิจญี่ปุ่นเปลี่ยนโมเดลจากการจ้างงานซะระรีมัง มาเป็นการจ้างงานแบบชั่วคราวที่มีความมั่นคงน้อยและมีสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของพนักงานประจำ ขณะที่อัตราค่าจ้างมุนษย์เงินเดือนลดลงถึง 13% หรือต่ำที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว

Photo by CHARLY TRIBALLEAU / AFP

เท่านั้นยังไม่พอ ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นที่เคยใช้เงินแบบเป็นบ้าเป็นหลัง เริ่มเก็บเงินกันอย่างเดียว เพราะความไม่มั่นใจในอนาคต ทำให้ญี่ปุ่นมีอัตราเงินออมสูงที่สุดในโลก แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ญี่ปุ่นขาดเงินไหลเวียนในระบบ เพราะผู้คนไม่กล้าใช้จ่าย ภาคธุรกิจก็ไม่เฟื่องฟูอีก ทั้งประเทศต้องจมอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะงักงันนานถึง 20 ปี หรือ 2 ใน 3 ของยุคเฮเซเลยทีเดียว

นี่คือปรากฎการณ์ที่เรียกว่า “ศตวรรษที่สาบสูญ” หรือ Lost Decadeหมายความว่าพลังทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นหายสาบสูญไปโดยสิ้นเชิงในช่วงนี้ ซึ่งตอนแรกกินเวลานาน 10 ปี ระหว่างปี 1991 – 2000 แต่แล้วก็ยังแก้ไม่หาย จนต้องยืดช่วงเวลามาอีก 10 ปี มาสิ้นสุดเอาในปี 2010 ในระยะหลังจึงเรียกเป็น “สองทศวรรษที่สาบสูญ” และช่วงนี้เองที่เราเริ่มจะไม่เห็นสินค้า “เมด อิน เจแปน” แต่จะเริ่มเห็นสินค้าจากเกาหลี และหลังจากนั้นคือคลื่นสินค้าจากจีน

ยังไม่ต้องพูดถึงช่วงปลายสมัยเฮเซที่เกิดวิกฤตอัตราการเกิดต่ำ อันเป็นผลกระทบจากการล่มสลายของระบอบซะระรีมัง ทำให้พนักงานรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะมีงานถาวร บวกกับความรู้สึกไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจของคนยุคหลังฟองสบู่แตก ทำให้ไม่กล้าที่จะมีลูกเป็นภาระ และส่งผลให้อัตราการเกิดต่ำในที่สุด

ยุคนี้เองที่เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า “ชายกินพืช” หรือ Herbivore men คือผู้ชายที่ไม่มีความอยากจะแต่งงานมีครอบครัวและมีลูก สาเหตุมาจากความล่มสลายของระบบภักดีองค์กรหลังฟองสบู่แตก ทำให้ผู้ชายญี่ปุ่นไม่อยากจะแบกรับภาพความเป็นชายแกร่ง หรือสถานะผู้นำครอบครัวอีกต่อไป เพราะชีวิตของพวกเขามีความมั่นคงน้อยลง

จะเห็นได้ว่า ยุคเฮเซ คือยุคที่ญี่ปุ่นพบกับความตกต่ำอย่างถึงที่สุดในด้านเศรษฐกิจ เป็นยุคที่คนญี่ปุ่นเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับความภักดีต่อองค์กร ซึ่งสืบทอดมาจากยุคซามูไร ต่อมาถึงยุคสงครามโลครั้งที่ 2 และยุคเศรษฐกิจบูมรัชสมัยโชวะ

แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของรัชสมัยและไม่มีความเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระจักรรรดิ ถ้าจะถามหาคนผิด ก็คงเป็นความผิดพลาดของภาคธุรกิจ และการกำหนดนโยบายที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล

 

อ้างอิง
Wingate, Kristin (2011). “Japanese Salarymen: On the Way to Extinction?” (PDF). Undergraduate Journal of Global Citizenship 1.1. Archived from the original (PDF) on 2015-04-16.

“1 in 4 men, 1 in 7 women in Japan still unmarried at age 50: Report”. The Japan Times Online. 2017-04-05.

Yamada, Masahiro (3 August 2012). “Japan’s Deepening Social Divides: Last Days for the “Parasite Singles””. Nippon.com. Retrieved 14 January 2016.

“Why the Japanese are having so few babies”. The Economist. 23 July 2014. Retrieved 14 January 2016.

Ishimura, Sawako (October 24, 2017). “お疲れ女子の6割は恋愛したくない!?「疲労の原因」2位は仕事内容、1位は?(60% of tired women do not want to love!? “Cause of fatigue” second place work content, first place?)”. Cocoloni Inc. Archived from the original on January 7, 2018. Retrieved April 21, 2019.

ฆวน กุยโด จับมือทหารเดินหน้ายึดอำนาจมาดูโร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587859

  • วันที่ 30 เม.ย. 2562 เวลา 18:46 น.

ฆวน กุยโด จับมือทหารเดินหน้ายึดอำนาจมาดูโร

ผู้นำฝ่านค้านเวเนซุเอลา ประกาศแผนล้มมาดูโร’ขั้นตอนสุดท้าย’เรียกร้องทหารยึดอำนาจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายฆวน กุยโด ผู้นำฝ่ายค้ายเวเนซุเอลา ได้ประกาศผ่านวิดิโอคอลในช่วงเช้าของวันนี้ (30 เมษายน) ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงการากัส ถึงแผนแผนปฏิบัติการเพื่อเสรีภาพใน”ขั้นตอนสุดท้าย” ในการโค้นล้มประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาตามนิตินัย

รายงานระบุว่านายกุยโดได้ไลฟ์สดผ่านวิดิโอใกล้กับฐานทัพอากาศชานกรุงการากัส พร้อมด้วยกลุ่มทหารติดอาวุธราว 70 นายที่ใช้ผ้าริบบิ้นสีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ล้อมตัวเขา และมีการเคลื่อนกำลังรถหุ้มเกาะตามติดอีกจำนวนหนึ่ง

https://twitter.com/jguaido/status/1123161692219686912

นอกจากนายกุยโดแล้วยังรวมถึงนายลีโอโปลโด โลเปซ นักการเมืองและเคลื่อนไหวคนสำคัญที่ต่อต้านนายมาดูโรมาโดยตลอด และถูกนายมาดูโรสั่งกักขังตัวที่บ้านพัก ซึ่งการปรากฎตัวของนายโลเปซที่ร่วมเดินขบวนกับนายกุยโดนี้ไม่ชัดเจนว่าเขาถูกปล่อยตัวมาได้อย่างไร

https://twitter.com/leopoldolopez/status/1123169379661819904

นายกุยโดได้เรียกร้องให้มีการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ พร้อมทั้งประกาศว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนสุดท้ายในการยึดอำนาจประธานาธิบดีมาดูโร

https://twitter.com/EfectoCocuyo/status/1123178879022190593

มีรายงานด้วยว่าเกิดการยิงแก๊สน้ำตาขึ้นแล้วในระหว่างที่นายกุยโดกำลังเดินขบวนเรียกร้องการประท้วงเต็มรูปแบบ โฆษกของ Maduro ยืนยันว่ามีการรัฐประหารในเวเนซุเอลาในขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมของประเทศกล่าวว่า “เราปฏิเสธขบวนการรัฐประหารครั้งนี้ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเติมความรุนแรงให้กับประเทศ”

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ: ชีวิตและรัชสมัยเฮเซผ่านภาพถ่ายประวัติศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587840

  • วันที่ 30 เม.ย. 2562 เวลา 18:03 น.

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ: ชีวิตและรัชสมัยเฮเซผ่านภาพถ่ายประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์ผ่านพระฉายาลักษณ์จากเจ้าชายสึงุ สู่ พระจักรพรรดิเฮเซ

วันนี้ 30 เมษายน 2019 นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นที่สมเด็จพระจักพรรดิอากิฮิโตะสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการ นับเป็นพระจักรพรรดิญี่ปุ่นพระองค์แรกในรอบ 200 ปีที่สละราชสมบัติ รวมถึงยังเป็นวันที่จะสิ้นสุดรัชศกเฮเซปีที่ 31 อย่างเป็นทางการ จากนั้นรัชสมัยเรวะจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม

โพสต์ทูเดย์ได้รวบรวมภาพถ่ายสำคัญที่หาชมได้ยากยิ่งตลอดรัชสมัยเฮเซของสมเด็จพระจักรอากิฮิโตะ หรือหลังจากนี้อาจขนานพระนามพระองค์ว่า จักรพรรดิเฮเซ ให้ท่านผู้อ่านได้ชม

 

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะขณะยังทรงพระเยาว์ถ่ายที่กรุงโตเกียว เดือนมีนาคม 1934 โดยเมื่อแรกประสูติทรงดำรงพระยศเป็น เจ้าชายสึงุ

 

พระจักรพรรดิโชวะ พระจักรพรรดินีโคจุง และพระบรมวงศานุวงศ์

 

ภาพนี้ถ่ายช่วงยุค 50 ขณะที่ทรงดำรงอิสริยศเป็นมกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ กับจักรพรรดิโชวะและสมเด็จพระจักรพรรดินีโคจุง

 

มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะช่วงปี 1960

 

มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะช่วงปี 1960

 

พระฉายาลักษณ์มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะขณะเสด็จเยือนพระราชวังแวร์ซายส์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 1953

 

พระฉายาลักษณ์มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ ทรงโปรดปรานกีฬาเทนนิสและทรงพบรักกับนางสาว มิชิโกะ โชดะ พระคู่หมั้น ซึ่งต่อมาคือพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

 

พระฉายาลักษณ์มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ ทรงโปรดปรานกีฬาเทนนิสและทรงพบรักกับนางสาว มิชิโกะ โชดะ พระคู่หมั้น ซึ่งต่อมาคือพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

 

มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะทรงประกอบพิธีอภิเสกสมรสกับนางสาวมิชิโกะ

 

นางสาวมิชิโกะ โชดะ ขณะเข้าพิธีเสกสมรสมกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ

 

พิธีเสกสมรสระหว่างมกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ และนางสาวมิชิโกะ โชดะ

 

พิธีเสกสมรสระหว่างมกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ และนางสาวมิชิโกะ โชดะ ซึ่งนับเป็นการแต่งงานระหว่างเชื้อพระวงศ์ระดับสูง กับสามัญชนครั้งแรก

มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมารีมิชิโกะ และเจ้าชายนารูฮิโตะ

 

มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมารีมิชิโกะ และเจ้าชายนารูฮิโตะ

 

พระจักรพรรดิโชวะ พระจักรพรรดินีโคจุง และพระบรมวงศานุวงศ์

 

มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ ขณะทรงพักผ่อนอิริยาบถ

 

มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ ขณะทรงพักผ่อนอิริยาบถ

 

มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ ขณะทรงเทนนิสกับเจ้าชายนารูฮิโตะ

 

พระฉายาลักลักษณ์พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ฉลองพระองค์ ‘โซกุไต’ ตามธรรมเนียมในราชสำนัก

 

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ขณะประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

 

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ขณะประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

 

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ขณะประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

 

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงโปรดปรานกีฬาเทนนิส

 

มกุฎราชกุมารนารูฮิโตะในพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และพระคู่หมั้น

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

 

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

 

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

 

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

 

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

 

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

 

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระจักรพรรดินีมิชิโกะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และพระจักรพรรดินีมิชิโกะ

 

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะ หลังมีพระราชโองการสละราชสมบัติ ณ พระราชวังหลวงโตเกียว 30 เมษายน 2019

 

ภาพเซตประกอบด้วยพระจักรพรรดิโชวะ พระจักรพรรดิเฮเซ และเจ้าชายนารูฮิโตะมกุฎราชกุมาร

ภาพ : AFP

ภาพทุกภาพมีลิขสิทธิ์

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ สละราชสมบัติอย่างเป็นทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587812

  • วันที่ 30 เม.ย. 2562 เวลา 15:34 น.

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ สละราชสมบัติอย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงมีพระราชดำรัสสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการแล้ว

เมื่อเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่น สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนมายุ 85 พรรษา พร้อมด้วยสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ และพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น เสด็จออกยังท้องพระโรงมัตสึโนมะภายในพระราชวังอิมพีเรียล พร้อมทั้งมีการอันเชิญเครื่องไตรราชกกุธภัณฑ์ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งพระจักพรรดิญี่ปุ่นบางส่วนประกอบด้วย พระแสงดาบคุซานางิ ลูกปัดหยกยาซากานิโนะมางะตามะ และพระราชลัญจกร  ส่วนคันฉ่องยาตะโนะคะงะมินั้นถูกเก็บที่ศาลเจ้าใหญ่อิเซะ

 

 

ในการนี้ทรงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และบุคคลสำคัญหลายภาคส่วนเข้าเฝ้า จากนั้นนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ ได้กล่าวคำถวายราชสดุดีแด่สมเด็จพระจักรพรรดิในฐานะตัวแทนประชาชนญี่ปุ่น

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีพระราชดำรัสสุดท้ายในฐานะสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ที่ 125 แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่นถึงการสละราชสมบัติว่า..

“วันนี้ข้าพเจ้าในฐานะพระจักรพรรดิญี่ปุ่นได้สิ้นสุดแล้ว ข้าพเจ้าขอขอบคุณคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะในฐานะตัวแทนของชาวญี่ปุ่น ตั้งแต่ที่ข้าพเจ้าขึ้นเป็นพระจักรพรรดิเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้ทำหน้าที่ในฐานะพระจักรพรรดิ ด้วยความรู้สึกไว้วางใจ เคารพต่อผู้คนอย่างลึกซึ้ง และข้าพเจ้าถือว่าตนเองโชคดีที่สุดที่ได้ทำเช่นนั้น

ข้าพเจ้าขอขอบคุณคนที่ยอมรับ และให้การสนับสนุนข้าพเจ้าในฐานะสัญลักษณ์ของรัฐ ข้าพเจ้าและสมเด็จพระจักรพรรดินีปรารถนาอย่างจริงใจว่ายุคเรวะที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้จะเป็นยุคมั่นคงและสมบูรณ์ ข้าพเจ้าขออธิษฐานด้วยหัวใจของข้าพเจ้าเพื่อความสงบและความสุขจงมีแด่ทุกคนในญี่ปุ่นและแด่ทุกคนทั่วโลก”

 

จากนั้นสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จออกจากท้องพระโรง โดยก่อนพ้นท้องพระโรงทรงหันพระองค์กลับมาโค้งขอบคุณแก่คณะรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญของรัฐบาลที่มาเข้าเฝ้า

สำหรับรัชศกเฮเซจะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 2019 ซึ่งตรงกับศักราชเฮเซปีที่ 31 ช่วงเวลาเที่ยงคืน จากนั้นรัชสมัยเรวะของเจ้าชายนารูฮิโตะจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป

 

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะจะทรงดำรงพระราชสถานะหลังสละราชสมบัติอย่างไร?

พระจักรพรรดิอากิฮิโตะจะทรงดำรงพระอิสริยยศใหม่คือ ไดโจเทนโน แปลตรงตัวหมายความว่า สมเด็จพระจักรพรรดิใหญ่ (ภาษาอังกฤษคือ Emperor Emeritus ภาษาไทยเรียกว่า พระเจ้าหลวง)

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: ไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการสละราชย์ครั้งประวัติศาสตร์

แต่จะมิได้ดำรงตำแหน่งองค์พระประมุขอย่างเป็นทางการ และจะไม่มีพระราชอำนาจในการลงพระปรมาภิไธยในเอกสารราชการ หรือรับรองพระราชอาคันตุกะจากต่างประเทศอีกต่อไป รวมถึงจะไม่ทรงเข้าร่วมกิจกรรมของรัฐบาล หรือประกอบพิธีกรรมในวัง พระองค์จะไม่เข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระราชโอรส และจะทรงปลีกพระองค์จากงานสาธารณะโดยสิ้นเชิง

 

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เริ่มประกอบพิธีสละราชสมบัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587793

  • วันที่ 30 เม.ย. 2562 เวลา 13:12 น.

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เริ่มประกอบพิธีสละราชสมบัติ

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะเสด็จสักการะสุริยเทวีและบูรพกษัตริย์ภายในพระราชวังอิมพีเรียล อันเป็นหนึ่งในพิธีสละราชสมบัติ

วันนี้เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงโตเกียว สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่นทรงประกอบพิธีสละราชสมบัติในช่วงเช้าที่พระราชวังหลวงอิมพีเรียลโดยการถวายราชสักการะศาลเจ้าสุริยเทวี ณ วิหารใหญ่คาชิโกะ-โดโกโระ ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานเครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งญี่ปุ่น

 

จากนั้นจะทรงเสด็จไปสักการะดวงพระวิญญาณของบูรพกษัตริย์ยังวิหารวิหารโคเรเด็นตามความเชื่อในศาสนาชินโต ในการนี้ทรงอ่านคำจารึกโบราณที่เกี่ยวข้องกับการประกาศสละราชสมบัติแด่สุริยเทวีและบูรพกษัตริย์

 

ก่อนที่ในช่วงบ่ายเวลา 17.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 15.00 น. ตามเวลาในไทย สมเด็จพระจักรพรรดิจะเสด็จออกยังท้องพระโรงมัตสึโนมะ เพื่อพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และบุคคลสำคัญเข้าเฝ้า จากนั้นจะทรงมีพระราชดำรัสสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการ

รัชศกเฮเซจะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 2019 ซึ่งตรงกับศักราชเฮเซปีที่ 31 ในช่วงเที่ยงคืนของคืนนี้ จากนั้นรัชสมัยเรวะของเจ้าชายนารูฮิโตะจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป

 

 

นอร์เวย์เจอวาฬต้องสงสัย คาดกองทัพรัสเซียส่งสอดแนม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587779

  • วันที่ 30 เม.ย. 2562 เวลา 12:24 น.

นอร์เวย์เจอวาฬต้องสงสัย คาดกองทัพรัสเซียส่งสอดแนม

วาฬเบลูกาต้องสงสัยโผล่นอกชายฝั่งนอร์เวย์ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อถูกรัสเซียฝึกเพื่อเป็นสายลับ

เจ้าหน้าที่ชีวทางทะเลของนอร์เวย์พบวาฬเบลูกา ต้องสงสัยที่มีสายรัดสำหรับติดกล้อง GoPro ที่ลำตัวของมันแต่ไม่พบกล้องดังกล่าว ขณะที่มันกำลังว่ายอยู่ใกล้ชายฝั่งของเกาะอิงโกย่า ทางตอนเหนือของประเทศ

รายงานระบุว่า ชาวประมงนอร์เวย์สังเกตเห็นความผิดปกติของเจ้าวาฬตัวนี้ที่ว่ายวนเวียนใกล้ชายฝั่ง และมันมีลักษณะเชื่องกับมนุษย์มาก จึงรุดเข้าตรวจสอบจึงพบว่าที่ตัวมันมีสายรัดสำหรับติดกล้องโกโปร และพบว่าป้ายของสายรัดเขียนว่าผลิตในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

 

Audun Rikardsen อาจารย์ด้านชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยอาร์กติกแห่งนอร์เวย์ ได้เปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์ NRK สื่อท้องถิ่นว่าจากการที่เขาสอบถามไปยังเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นด้านผู้เชี่ยวชาญทางทะเลในรัสเซียได้ให้คำตอบว่า

 

จากการสังเกตภาพในคลิปเขาเชื่อว่าอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลอย่างแน่นอน แต่มันอาจเป็นของทางกองทัพรัสเซีย ซึ่งที่ผ่านมามีมูลที่เชื่อได้ว่ากองทัพรัสเซียได้ฝึกให้วาฬเหล่านี้เป็นสายลับในภารกิจสอดแนมทางทะเล

 

 

อีกทั้งบริเวณนอกชายฝั่งอิงโกย่าที่พบวาฬตัวนี้นั้นก็อยู่ไม่ไกลจากเมืองเมอร์มานสค์ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือรัสเซียในทะเลแบเรนต์ด้วย จึงเป็นไปได้ว่ามันอาจหลุดออกมา

อย่างไรก็ดีมีรายงานด้วยว่า ทางการนอร์เวย์ได้แจ้งไปยังเรือประมงทุกลำให้ช่วยสังเกตความผิดปกติใดๆที่อาจเกิดขึ้นให้ทางกองทัพทราบด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานว่ากองทัพเรือสหรัฐก็การฝึกสัตว์น้ำเพื่อภารกิจสอดแนมเช่นกัน

 

งบกองทัพทั่วโลกทะยานสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเย็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587771

  • วันที่ 30 เม.ย. 2562 เวลา 11:28 น.

งบกองทัพทั่วโลกทะยานสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเย็น

หลายประเทศทั่วโลกทุ่มงบประมาณในกองทัพสูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น สหรัฐครองแชมป์งบทหารมากสุด

สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) ได้เปิดเผยรายงานจัดอับดับการใช้งบประมาณทางทหารของกองทัพทั่วโลก 40 อันดับ ประจำปี 2018 โดยพบว่าในปีนี้มีการลงทุนด้านงบประมาณทางทหารเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ

จากผลวิจัยเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมาพบว่าการใช้จ่ายด้านงบประมาณการป้องกันประเทศทั่วโลกมีมูลค่ารวมที่ 1.82 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นราว 2.6% จากปีก่อน และนับเป็นตัวเลขด้านงบประมาณการป้องกันประเทศสูงสุดนับตั้งแต่ที่มีการจัดเก็บข้อมูลในปี 1988 ซึ่งเป็นช่วงปลายยุคสงครามเย็น

 

 

สหรัฐอเมริกายังคงครองแชมป์ประเทศที่ใช้งบประมาณทางทหารมากที่สุดในโลก และมีการใช้งบประมาณสูงที่สุดในรอบ 7 ปี เป็นจำนวน 649,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 36% ของมูลค่างบทางทหารทั่วโลกรวมกัน

ส่วนจีนรั้งเป็นอันดับสองโดยมีการเพิ่มขึ้นของงบทางทหารราว 5% อยู่ที่ 250,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื้องเป็นปีที่ 24 ติดต่อกัน ขณะที่รัสเซียหลุด 5 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 6ในปีนี้ จากปีก่อนที่เคยอยู่ในอันดับ 4 โดยใช้งบทางทหารอยู่ที่ 61,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

 

เหตุที่งบประมาณทางทหารของสหรัฐเพิ่มขึ้นเนื่องนั้นแม้ว่าที่ผ่านมาสหรัฐปรับเปลี่ยนนโยบายด้านความมั่นคงภายในชาติแทน และลดจำนวนทหารที่ประจำการในต่างประเทศ แต่มาเพิ่มโครงการวิจัยและจัดซื้ออาวุธใหม่ในกองทัพภายใต้คณะบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์มากขึ้น

ส่วนประเทศไทยนั้น ปี 2018 มีการใช้งบประมานทางทหารอยู่ที่อันดับที่ 29 ของโลก ราว 6,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากการสำรวจของปี 2017 ในอันดับที่ 31 จากทั้งหมด 40 อันดับ

อย่างไรก็ดีที่น่าจับตาคือระดับความสัมพันธ์ของชาติมหาอำนาจในเอเชียที่มีพบว่ามีการใช้งบประมาณทางทหารเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ

รายงานการวิจัย : https://www.sipri.org/

ผู้นำไอเอสยังไม่ตาย ประกาศลั่นล้างแค้นหลังเสียดินแดนกาหลิบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/587760

  • วันที่ 30 เม.ย. 2562 เวลา 10:35 น.

ผู้นำไอเอสยังไม่ตาย ประกาศลั่นล้างแค้นหลังเสียดินแดนกาหลิบ

ไอเอสปล่อยคลิป “อาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี” ผู้นำกลุ่มครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังกองทัพพันธมิตรยึดฐานที่มั่นสุดท้ายในซีเรียสำเร็จ

สื่อทางการของกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส ได้ออกมาเปิดเผยคลิปวิดิโอความยาว 18 นาที ของนาย อาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี หัวหน้าของทางกลุ่มไอเอส ซึ่งการออกมาเปิดเผยครั้งนี้เป็นการปรากฎตัวครั้งแรกของนายบักห์ดาดี ในรอบ 5ปี และเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางกองทัพพันธมิตรอิรักซึ่งมีสหรัฐเป็นตัวหนุนได้ปราบปรามและยึดฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มไอเอสในเมืองโมซูล และเมืองบากูซในซีเรีย ได้สำเร็จตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

คลิปวิดิโอดังกล่าวนายบักห์ดาดี ได้กล่าวถึงเหตุระเบิดโจมตีวันอีสเตอร์ในศรีลังกาด้วย โดยระบุว่าเป็นการตอบโตของกลุ่มไอเอสเนื่องจากการเสียดินแดนรัฐกาหลิบในประเทศซีเรียซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของไอเอส รวมถึงเพื่อแก้แค้นให้กับบรรดานักรบไอเอสที่ถูกสังหาร และบางส่วนที่ถูกคุมขัง

 

นอกจากนี้นายบักห์ดาดี ยังเรียกร้องให้นักรบไอเอสที่ยังคงหลบซ่อนตัว ทาทางโจมตีชาติตะวันตกหลายจุดเพื่อเป็นการแก้แค้นและตอบโต้กลับ

อย่างไรก็ดีคลิปดังกล่าวแม้จะไม่สามารถระบุวันเวลาที่ชัดเจนในการบันทึกได้ แต่จากเนื้อหาที่นายบักห์ดาดีกล่าวถึงนั้นคาดว่าจะถูกบันทึกได้ไม่นาน เพราะนอกจากจะกล่าวถึงเหตุระเบิดศรีลังกาแล้ว นายบักห์ดาดียังกล่าวถึงการประท้วงที่ซูดานด้วย

ด้านรัฐบาลสหรัฐได้แถลงการณ์ระบุว่าจะติดตามล่าตัวนายบักห์ดาดี โดยสหรัฐจะเป็นแกนนำในการตามล่าครั้งนี้พร้อมให้คำมั่นว่าก่อการร้ายบนโลกนี้จะต้องพ่ายแพ้