พท. ขู่ กกต. แจก ส.ส. พรรคเล็ก ต้องรับผิดชอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369827

พท. ขู่ กกต. แจก ส.ส. พรรคเล็ก ต้องรับผิดชอบ

การเมือง,พรรคเพื่อไทย,กกต,พรรคเล็ก,รัฐธรรมนูญ,สส,สูตร

โฆษก พท. จี้ กกต.​ ใช้สูตรหา ส.ส. บัญชีรายชื่อ ยึดตามรัฐธรรมนูญเคร่งครัด ชี้ สูตรแจก ส.ส. พรรคเล็ก ทำไม่ได้ ดึงดันต้องรับผิดชอบ

25 เมษายน 2562  นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ​(กกต.) ยึดสูตรคำนวณเพื่อให้ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้การคำนวณดังกล่าวได้จำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค ไม่เกินจำนวนที่พึงมี และยึดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้สังคมครหาหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่รับคำร้องของ กกต.​ ที่ยื่นเรื่องให้วินิจฉัยว่าด้วยการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองหลังการเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อสูตรคำนวณแม้ไม่รับคำร้อง เพราะมองว่าเป็นหน้าที่ของ กกต.​ ดังนั้น จึงเป็นสิทธิ์ที่ชอบธรรมที่ กกต. จะใช้สูตรที่มีเดินหน้า นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า ไม่ว่าสูตรใด กกต.​ ต้องยึดข้อกฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ซึ่งตนยืนยันว่าการคำนวณจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อเพื่อเติมเต็มให้พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์พึงมีได้ ส.ส. 1 ที่นั่ง เป็นการคำนวณที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้

“หาก กกต. ยืนยันใช้สูตรที่แจก ส.ส. ให้พรรคเล็ก ถือเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ และ กกต.​ ต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง เพราะการกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องนี้หาก กกต. ยืนยันทำผิด พรรคจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ต้องรอให้ กกต. ประกาศผลก่อน ทั้งนี้ การทำงานของ กกต.​ ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะเป็นประโยชน์ของประเทศ” นางลดาวัลลิ์ กล่าว

พท. ขู่ กกต. แจก ส.ส. พรรคเล็ก ต้องรับผิดชอบ

พท. ขู่ กกต. แจก ส.ส. พรรคเล็ก ต้องรับผิดชอบ

พท. ขู่ กกต. แจก ส.ส. พรรคเล็ก ต้องรับผิดชอบ

“อุตตม” นำทีม พปชร. รวมพลังเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369824

“อุตตม” นำทีม พปชร. รวมพลังเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ

การเมือง,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก,จิตอาสาเฉพาะกิจ,อุตตม สาวนายน

“อุตตม” รวมพลัง พปชร. ลงทะเบียนสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เมื่อเวลา 15.54 น. วันที่ 25 เม.ย. 62  นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ดร.อุตตม สาวนายน เผย พลังประชารัฐ รวมพลัง พร้อมเป็นจิตอาสางานพระราชพิธีฯ

บ่ายวันนี้ ผมและกรรมการบริหารพรรค พร้อมด้วยสมาชิกพรรค ได้เดินทางไปลงทะเบียนสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่สำนักงานเขตพระนคร โดยผมสมัครจิตอาสาในกลุ่มงานนิทรรศการและงานพิธีการ

พวกเราในนามพรรคพลังประชารัฐ มาสมัครเป็นจิตอาสางานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่สำคัญของประเทศและคนไทย โดยกระจายกันสมัครหลายกลุ่มงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบริการสาธารณสุข การแพทย์ และนิทรรศการ

"อุตตม" นำทีม พปชร. รวมพลังเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ

"อุตตม" นำทีม พปชร. รวมพลังเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ

"อุตตม" นำทีม พปชร. รวมพลังเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ

"อุตตม" นำทีม พปชร. รวมพลังเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ

"อุตตม" นำทีม พปชร. รวมพลังเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ

"อุตตม" นำทีม พปชร. รวมพลังเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ

“ใบส้ม” เพื่อไทยกระทบตั้งรัฐบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369816

“ใบส้ม” เพื่อไทยกระทบตั้งรัฐบาล

การเมือง,ชุมสาย ศรียาภัย,พรรคเพื่อไทย,พท,ใบส้ม,กกต,สุรพล เกียรติไชยากร,สส,เชียงใหม่

“ชุมสาย” เชื่อ กกต. ฟัน ว่าที่ ส.ส. เชียงใหม่ หลังพบทุจริตเลือกตั้ง โยงไม่ถึงยุบพรรค เหตุ “หัวหน้า – กก.บห.” ไม่รู้เห็นเป็นใจ

25 เมษายน 2562  นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค กล่าวถึงกรณีที่ กกต. มีมติให้ใบส้ม นายสุรพล เกียรติไชยากร ว่าที่ ส.ส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย เพราะพบการกระทำทุจริตการเลือกตั้ง ว่า

ในวันที่ 26 เมษายน นายสุรพลจะเดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย และหารือกับฝ่ายกฎหมายถึงกระบวนการที่อาจใช้สิทธิ์โต้แย้ง กกต. ที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวได้ ผ่านกระบวนการทางศาลปกครอง แม้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะระบุว่าคำตัดสินของ กกต. ​ถือเป็นที่สุดก็ตาม

“ฝ่ายกฎหมายจะพิจารณารายละเอียด โดยเฉพาะกระบวนการตัดสินที่เร่งรัดเกินไป โดย กกต. แจ้งข้อกล่าวหาให้นายสุรพล วันที่ 18 เมษายน ซึ่งนายสุรพลได้ชี้แจงรายละเอียด วันที่ 19 เมษายน แต่ภายใน 5 วัน คือ 23 เมษายน กกต. ชี้มูลเรื่องดังกล่าว ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นฝ่ายกฎหมายจะพิจารณาว่าพอจะมีทางที่รักษาสิทธิ์อย่างไรได้หรือไม่” นายชุมสาย กล่าว

นายชุมสาย กล่าวด้วยว่า เมื่อพิจารณารายละเอียดของคำตัดสินของ กกต. พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าจะไม่ถึงขั้นยุบพรรค เพราะตามกฎหมายระบุว่า หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคต้องรู้เห็น และรับรู้กับการกระทำดังกล่าว แต่ทางแกนนำพรรคทราบเรื่องหลังจากที่ กกต.​ มีมติให้ใบส้มไปแล้ว อีกทั้งจากที่ฟังนายสุรพลชี้แจงเบื้องต้น ที่นำเงินใส่ซองทำบุญให้กับพระภิกษุนั้นไม่ได้เจตนาซื้อเสียงหรือจูงใจให้ผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ เนื่องจากพระถือเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะใช้สิทธิ์เลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่า 1 เสียง ส.ส. ของพรรคที่หายไป อาจมีผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาล

"ใบส้ม" เพื่อไทยกระทบตั้งรัฐบาล

"ใบส้ม" เพื่อไทยกระทบตั้งรัฐบาล

เช็กชัวร์ “รวยผิดปกติ” ฟ้องแน่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369812

เช็กชัวร์ “รวยผิดปกติ” ฟ้องแน่

การเมือง,พรรคเสรีรวมไทย,เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

“เสรีพิศุทธ์” ชี้ กำลังประมวลข้อมูลก่อนฟ้อง “บิ๊กป้อม” รวยผิดปกติ ขู่ มือปืนรับจ้างเล่นงานระวังจะติดคุก

25 เม.ย. 62 ช่วงเช้า ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำงานเขตบางกอกน้อย กทม. ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำคณะกรรมการบริหารพรรค และผู้สมัคร ส.ส. พรรคเสรีรวมไทย เดินทางลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครเฉพาะกิจ ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ที่ สำนักงานเขตบางกอกน้อย โดยหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่า เป็นโอกาสดีที่คนไทยได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงองค์ปัจจุบัน

สำหรับงานจิตอาสาเฉพาะกิจในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แบ่งเป็น 7 กลุ่มงาน ประกอบด้วย กลุ่มงานรักษาความปลอดภัยและการจราจร กลุ่มงานแพทย์และสาธารณสุข กลุ่มงานขนส่ง กลุ่มงานบริการและส่งกำลังบำรุง กลุ่มงานนิทรรศการและพิธีการ กลุ่มงานโยธา และกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ โดยกลุ่มงานต่างๆ จะมีทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการจัดกิจกรรมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงการเป็นอาสาเฉพาะกิจครั้งนี้ว่า “วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีของพรรคเสรีรวมไทย และปวงชนชาวไทย ที่ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่รวบรวมมาได้ ยังมีผู้สมัครของพรรคที่ไปสมัครตามเขตพื้นที่ของตัวเอง โดยแต่ละคนก็จะสมัครตามสาขาอาชีพที่ตนถนัด โดยส่วนตัวเป็นตำรวจ ก็สมัครในส่วนของดูแลรักษาความปลอดภัย”

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าจะเดินทางไปสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อฟ้องร้อง พลเอก ประวิตร วงษ์วุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรื่องของการมีชื่อติดอันดับร่ำรวยระดับเศรษฐีของเอเชียว่า “ขณะนี้ ให้ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษา ตรวจสอบความถูกต้องของแหล่งข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากการที่จะฟ้องร้องใคร เรื่องใด เรื่องหนึ่ง ข้อมูล หลักฐาน ต้องถูกต้อง ชัดเจน”

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ กกต. ต้องทำความชัดเจนในเรื่องของ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตีกลับคำร้องมาแล้ว ตนบอกแล้วว่ารัฐบาลนี้จ้องที่จะทำลายฝ่ายตรงข้าม ดังนั้น จึงต้องดูกันให้ดีๆ

“ส่วนเรื่องที่ผมถูกยื่นฟ้องว่าถูกให้ออกจากราชการนั้น มือปืนรับจ้างที่รับงานนี้ ระวังจะติดคุก”

เช็กชัวร์ "รวยผิดปกติ" ฟ้องแน่

เช็กชัวร์ "รวยผิดปกติ" ฟ้องแน่

 

“อุตตม” คุย “ผู้แทนอียู” คืบหน้าผลเลือกตั้ง – จัดตั้งรัฐบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369720

“อุตตม” คุย “ผู้แทนอียู” คืบหน้าผลเลือกตั้ง – จัดตั้งรัฐบาล

การเมือง,อุตตม สาวนายน,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,อียู,เพจ,เฟซบุ๊ก

“อุตตม” คุย ผู้แทนอียู หารือความคืบหน้าผลการเลือกตั้ง – จัดตั้งรัฐบาล เห็นตรงกัน หากทุกฝ่ายเดินหน้าตามกติกา ตามกฎหมาย ประเทศไทยจะสามารถก้าวผ่านทุกอุปสรรคได้

เมื่อเวลา 20.08 น. วันที่ 24 เม.ย. 62  นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ดร.อุตตม สาวนายน เผย อียู พร้อมหนุนไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอเชีย

วันนี้ผมได้มีโอกาสต้อนรับ Mr. Jean-Christopher Belliard, Secretary General Adjoint of European External Action Service และ Dr. Colin Steinbach หัวหน้าฝ่ายการเมืองของสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เพื่อหารือถึงความคืบหน้าของผลการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาล

สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง และยืนยันที่จะเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลไทยในการสร้างให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ด้วยการสนับสนุนความต่อเนื่องของการขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จะสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทยและเอเชีย

ผู้แทนสหภาพยุโรปและผมเอง มีความเห็นที่ตรงกันว่า หากทุกฝ่ายเดินหน้าตามกติกา ตามกฎหมาย ประเทศไทยจะสามารถก้าวผ่านทุกอุปสรรคได้ และด้วยศักยภาพที่สูงของไทย จากขนาดของ GDP เป็นอันดับที่ 26 ของโลก ทางสหภาพยุโรปหวังว่าจะได้สร้างความร่วมมือด้านต่างๆ กับประเทศไทย และจะได้เห็นประเทศไทยในกลุ่มประเทศ G20 ในอีกไม่นานต่อจากนี้

"อุตตม" คุย "ผู้แทนอียู" คืบหน้าผลเลือกตั้ง - จัดตั้งรัฐบาล

"อุตตม" คุย "ผู้แทนอียู" คืบหน้าผลเลือกตั้ง - จัดตั้งรัฐบาล

"อุตตม" คุย "ผู้แทนอียู" คืบหน้าผลเลือกตั้ง - จัดตั้งรัฐบาล

"อุตตม" คุย "ผู้แทนอียู" คืบหน้าผลเลือกตั้ง - จัดตั้งรัฐบาล

"อุตตม" คุย "ผู้แทนอียู" คืบหน้าผลเลือกตั้ง - จัดตั้งรัฐบาล

 

“ธนาธร” หนีไม่พ้น “คุก” รับรองผู้สมัคร ส.ส. ขาดคุณสมบัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369676

“ธนาธร” หนีไม่พ้น “คุก” รับรองผู้สมัคร ส.ส. ขาดคุณสมบัติ

การเมือง,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,กกต,พรรคอนาคตใหม่,ภูเบศวร์ เห็นหลอด,สกลนคร,อาญา

“ธนาธร” จ่อซวยอีกในคดีอาญา ปมรับรองผู้สมัคร ส.ส. สกลนคร เขต 6 ขาดคุณสมบัติลงสมัคร หลังศาลฎีกาชี้ชัดไม่มีสิทธิ์สมัครเหตุถือหุ้นสื่อ

24 เม.ย. 62  ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า นอกจากคำร้องกรณีให้เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีการถือครองหุ้นสื่อแล้ว ยังพบว่านายธนาธรอาจถูกตรวจสอบกรณีลงนามเอกสารรับรองส่งผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ที่ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง

โดยมีผู้สมัครบางคน เช่น นายภูเบศวร์ เห็นหลอด อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 จังหวัดสกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. เนื่องจากนายภูเบศวร์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ จึงถือว่าผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่คนดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 และกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งนายภูเบศวร์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มาตรา 49 วรรค 2 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดว่าในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ให้พรรคการเมืองมีหน้าที่ในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและผู้สมัครบัญชีรายชื่อ จึงถือว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค จะต้องมีความรับผิดชอบในการส่งผู้สมัครที่คุณสมบัติไม่ครบด้วย ซึ่งตามกระบวนการ กกต.จะดำเนินคดีกับตัวผู้สมัครก่อน ตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ระบุว่า ผู้สมัครใดรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติมีสิทธิ์รับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 2 แสนบาท และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปี จากนั้นจะต้องมีกระบวนการเอาผิดทางอาญากับหัวหน้าพรรคต่อ ฐานเป็นผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 และมาตรา 86

"ธนาธร" หนีไม่พ้น "คุก" รับรองผู้สมัคร ส.ส. ขาดคุณสมบัติ

"ธนาธร" หนีไม่พ้น "คุก" รับรองผู้สมัคร ส.ส. ขาดคุณสมบัติ

"ธนาธร" หนีไม่พ้น "คุก" รับรองผู้สมัคร ส.ส. ขาดคุณสมบัติ

"ธนาธร" หนีไม่พ้น "คุก" รับรองผู้สมัคร ส.ส. ขาดคุณสมบัติ

"ธนาธร" หนีไม่พ้น "คุก" รับรองผู้สมัคร ส.ส. ขาดคุณสมบัติ

“ทักษิณ” อ่วมเจอพิพากษาอีกคดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369586

“ทักษิณ” อ่วมเจอพิพากษาอีกคดี

การเมือง,ทักษิณ,เอ็กซิมแบงก์

“ทักษิณ” อ่วม ผิดอีกคดี ศาลฎีกาฯ พิพากษาไม่รอลงอาญา พร้อมให้ออกหมายจับ

ที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง วันที่ 23 เม.ย. 62 เมื่อช่วงบ่าย ที่ผ่านมา  องค์คณะคดีการปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM BANK) ได้อ่านคำพิพากษา ในคดีนี้

ที่ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “นายทักษิณ ชินวัตร” อายุ 70 ปี อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตัวเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมาอาญา มาตรา 157 ที่เห็นชอบให้ เอ็กซิมแบงก์ อนุมัติปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำอัตรา 3% ต่อปี ให้กับรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า (เมียนมา) วงเงิน 4,000 ล้านบาท ในโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ซึ่งดอกเบี้ยนั้นต่ำกว่าราคาต้นทุนของเอ็กซิมแบงก์ และเพื่อหวังประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียม ที่มีการสั่งซื้ออุปกรณ์จาก บริษัท ชินแซทเทลไลท์ ที่เป็นบริษัทในเครือ ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของตระกูลชินวัตร ซึ่งโจทก์ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่กระทรวงการคลังด้วย จำนวน 189,125,644.55 บาท

โดยคดีนี้ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 51 องค์คณะฯ มีคำสั่งประทับรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อม.3/2551 แล้วนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อจะสอบคำให้การ “นายทักษิณ” ในวันที่ 16 ก.ย. 51 แต่ปรากฏว่าขณะนั้น “นายทักษิณ” ไม่มาศาลเนื่องจากหลบหนีไปต่างประเทศในคดีอื่นแล้ว องค์คณะฯ จึงออกมายจับให้ตามตัวมาดำเนินคดีนับตั้งแต่นั้น กระทั่งปี 2561 ป.ป.ช. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ให้นำคดีดังกล่าว ที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวเนื่องจาก “นายทักษิณ” จำเลย หลบหนีไปพำนักต่างประเทศ ให้นำขึ้นมาพิจารณาใหม่โดยไม่มีตัวจำเลย หลังจาก พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) พ.ศ. 2560 ออกมาบังคับใช้ ซึ่งในมาตรา 28 บัญญัติสาระสำคัญว่า “ในกรณีที่ศาลประทับรับฟ้องไว้ตาม มาตรา 27 และศาลได้ส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วแต่จำเลยไม่มาศาล และมีการออกหมายจับจำเลยแล้วยังไม่สามารถจับจำเลยได้ภายใน 3 เดือน นับแต่ออกหมายจับ ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย แต่ไม่ตัดสิทธิ์จำเลยที่จะตั้งทนายความมาดำเนินการแทนตนได้ และไม่ตัดสิทธิ์จำเลยที่จะมาต่อสู้คดีเมื่อใดก็ได้ ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา”

วันที่ 4 ก.ค. 61 องค์คณะได้พิจารณาคดีครั้งแรกนี้ใหม่ โดย “นายทักษิณ” จำเลย ไม่แต่งตั้งผู้ใดรับมอบอำนาจ มาศาลแทน เมื่อนัดพิจารณาครั้งแรก “นายทักษิณ” จำเลย ไม่มาศาล ศาลถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ ตาม วิ อม. มาตรา 33 (บัญญัติว่าในวันพิจารณาครั้งแรก ในกรณีที่จําเลยมิได้มาศาล ในวันพิจารณาครั้งแรกไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ถือว่าจําเลยให้การปฏิเสธ) โดย “องค์คณะฯ” ได้ดำเนินการไต่สวนพยานของ ป.ป.ช. โจทก์ โดยไม่มีตัวจำเลยมาตลอดกระทั่งนัดฟังคำพิพากษาวันนี้

“องค์คณะ” วินิจฉัยในประเด็นสำคัญ 1. ปัญหาตามคำร้องของจำเลยว่า ประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ประกาศ คปค. ฉบับที่ 31 ขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 หรือไม่ “องค์คณะ” เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เคยมีคำวินิจฉัย ที่ 5/2561 ว่า ไม่ว่าบทมาตราใดประกาศ คปค. และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมฉบับดังกล่าวไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550  ดังนั้น จึงไม่จำต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก และ คตส. มีอำนาจตรวจสอบ ไต่สวน และฟ้องจำเลยคดีนี้ 2. ปัญหาว่า “นายทักษิณ” จำเลยกระทำผิดหรือไม่ “องค์คณะ” เห็นว่า ขณะจำเลยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จำเลยและคู่สมรสยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยการอำพรางให้บุคคลในครอบครัวเป็นผู้ถือแทน และ บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เกินครึ่งหนึ่งในบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจโทรคมนาคมในสหภาพพม่า

โดยระหว่างที่จำเลย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลกิจการ Exim Bank ดำเนินนโยบายต่างประเทศ ควบคู่กับธุรกิจ โดยอาศัยโอกาสที่พบปะผู้นำของสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าดำเนินเรื่องจนคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมแก่สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ประมาณ 1,000 ล้านบาท ผ่าน Exim Bank ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าทุน นอกเหนือจากกรอบเจรจาปฏิญญาพุกาม เพื่อประโยชน์แก่ บมจ.ชินแซทเทลไลท์ ที่ตนเองและครอบครัวถือหุ้น จนกระทรวงการคลัง ต้องจัดสรรเงินงบประมาณแผ่นดินประจำปีชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้แก่ Exim Bank จึงเป็นการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 152

“องค์คณะ” เสียงข้างมาก จึงพิพากษาให้จำคุก “นายทักษิณ” เป็นเวลา 3 ปี และให้ออกหมายจับจำเลยมาบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ต่อไป ส่วนที่ “ป.ป.ช.” โจทก์ ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายนั้น “องค์คณะ” เห็นว่ากฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ คตส. โจทก์ ในขณะนั้น (ปี 2551) ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแทนกระทรวงการคลัง ดังนั้น จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ “อดีตนายกฯ ทักษิณ” นั้น ปัจจุบันคงเหลือคดีที่กำลังคดีพิจารณา ไต่สวนโดยไม่มีตัวจำเลยตามกฎหมายใหม่ รวม 3 สำนวน ประกอบด้วย 1. คดีหมายเลขดำ อม.9/2551 กล่าวหา เห็นชอบออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรสามิตเอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท 2. คดีหมายเลขดำ อม.3/2555 กล่าวหา ร่วมผู้บริหารธนาคาร – เอกชนทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยฯ ให้กับกลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร กว่า 9.9 พันล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 คดีอัยการสูงสุดยื่นฟ้องเมื่อปี 2551 และ 2555

3. คดีหมายเลขดำ อม.1/2551 ที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องตั้งแต่ 2551 กล่าวหา ร่วมกลุ่มรัฐมนตรีในรัฐบาลออกนโยบายออกสลากเลขท้าย 3 และ 2 ตัว (หวยบนดิน) โดยมิชอบ ก่อนหน้านี้มีคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ยกฟ้อง “นายทักษิณ” เพียงคดีเดียว คือ คดีที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีเมื่อปี 2546 นายทักษิณ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอให้กระทรวงการคลัง สมัยที่ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ เป็น รมว.คลัง เข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทีพีไอ และจำเลยร่วมกับ ร.อ.สุชาติ ยินยอมให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผน และเป็นผู้เสนอชื่อ พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ เป็นประธานคณะผู้บริหารแผน และนายทนง พิทยะ เป็นผู้บริหารแผน โดยเมื่อจำเลยได้รับทราบจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนแล้วก็ไม่สั่งการยับยั้งแก้ไขให้กระทรวงการคลังปฏิเสธการทำหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของ ป.ป.ช. โจทก์ ยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่า “นายทักษิณ” จำเลย มีเจตนาพิเศษตามที่กล่าวหา “องค์คณะ” จึงมีมติเสียงข้างมากให้ยกฟ้อง

โดนเบี้ยวเงิน ร้อง กกต. ยุบ “พลังไทยรักไทย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369567

โดนเบี้ยวเงิน ร้อง กกต. ยุบ “พลังไทยรักไทย”

การเมือง,กกต,ยุบพรรค,เบี้ยวเงิน,ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา,แคนดิเดต,นายกรัฐมนตรี,พรรคพลังไทยรักไทย

ผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังไทยรักไทย โดนเบี้ยวค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง ร้อง กกต. ยุบพรรค ระบุ สำรองจ่ายเพราะเชื่อถือชื่อ “ธรรมรักษ์” ทำติดหนี้รายละ 3 – 6 แสนบาท

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 23 เม.ย. 62 เวลา 15.30 น.  ร.ต.อ.พิภพ แก้วมณีโปรด ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 สตูล พร้อมผู้สมัคร ส.ส. เขตต่างๆ พรรคพลังไทยรักไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ตรวจสอบการจัดตั้งพรรคการเมือง การดำเนินกิจกรรมพรรค และพิจารณายุบพรรค

ภายหลังผู้สมัครของพรรคได้รับความเดือดร้องจากการบริหารของพรรคที่ให้คำสัญญากับผู้สมัครว่าจะสนับสนุนงบประมาณในการใช้จ่ายเลือกตั้ง โดยให้ผู้สมัครสำรองจ่ายไปก่อน กระทั่งการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ปรากฏว่า ผู้สมัครทุกคนต่างไม่ได้รับเงินสนับสนุนแม้แต่รายเดียว

ร.ต.อ.พิภพ กล่าวว่า ผู้สมัครทุกคนต่างพยายามติดต่อสอบถามไปยังกรรมการบริหารพรรคที่รับผิดชอบดูแลผู้สมัครในพื้นที่ รวมถึงหัวหน้าพรรค แต่ไม่สามารถติดต่อได้ หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ ทำให้ผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตกว่า 250 คน ต่างได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากได้สำรองเงินค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเฉลี่ยคนละ 300,000 – 700,000 บาท ทั้งค่าป้ายไวนิล ค่าเช่ารถหาเสียง ซึ่งบางรายต้องไปกู้ยืม นำบ้านหรือที่ดินไปจำนอง ส่วนสาเหตุที่ไว้ใจผู้บริหารพรรค เพราะเชื่อถือในชื่อของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค

ร.ต.อ.พิภพ ยังได้ชี้ให้เห็นพฤติกรรมของกรรมการบริหารพรรคพลังไทยรักไทย ว่า ดำเนินการด้านธุรการและการเงินไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ตามมาตรา 64 , 65 , 67 เช่น ให้ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของหัวหน้าพรรคโดยไม่ได้ออกใบเสร็จรับเงิน

โดนเบี้ยวเงิน ร้อง กกต. ยุบ "พลังไทยรักไทย"

โดนเบี้ยวเงิน ร้อง กกต. ยุบ "พลังไทยรักไทย"

“บิ๊กตู่” เผย “ฮุน เซน” ชมรัฐบาลนี้ทำดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369472

“บิ๊กตู่” เผย “ฮุน เซน” ชมรัฐบาลนี้ทำดี

บิ๊กตู่,ฮุน เซน,ชมรัฐบาล,โฮปเวลล์

“บิ๊กตู่” เผย “ฮุน เซน” ชมรัฐบาลนี้ทำดี-ก้าวหน้าที่สุด ลั่น ไม่ยอมให้ใครใช้ “กัมพูชา” เคลื่อนไหว ต้าน รัฐบาลไทย” ระบุ ขอดูคำพิพากษาค่าโง่ “โฮปเวลล์” ก่อน

22 เม.ย.62-“บิ๊กตู่” เผย “ฮุน เซน” อวย รัฐบาลนี้ทำดี-ก้าวหน้าที่สุด ลั่น ไม่ยอมให้ใครใช้ “กัมพูชา” เคลื่อนไหว ต้าน รัฐบาลไทย” ระบุ ขอดูคำพิพากษาค่าโง่ “โฮปเวลล์” ก่อน ถาม ใครทำ แล้วรัฐบาลนี้มาแก้

เวลา 13.30 น. ที่ โรงแรมอินโดจีน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  (คสช. ) กล่าวภายหลังเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า วันนี้ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ โครงการรถไฟไทย-กัมพูชา ซึ่งไทยมีการเดินรถไฟมา 45 ปีแล้ว ไทยกัมพูชามีความสัมพันธ์มายาวนาน จะครบรอบ 70 ปีในปีหน้านี้แล้ว ถือเป็นการฉลองการเริ่มต้นในปีหน้า วันนี้ได้มีการมอบตู้รถไฟดีเซลรางไป 4 ตู้ และมีการดำเนินการสร้างสะพานใหม่ และเส้นทางใหม่ที่หนองเอียน พร้อมกับการเปิดสถานีรถไฟบ้านคลองลึก วันข้างหน้าจะอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้นในการโดยสารรถไฟ และวันนี้ทราบว่ามีเส้นทางสามารถเดินทางไปถึงกรุงพนมเปญ โดยเราจะไปช่วยดูแลในเรื่องความปลอดภัย ต่างๆต่อไปในอนาคต

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า  จากการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา บอกว่าวันนี้ถือเป็นยุคที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด ในการร่วมมือทำงานกับรัฐบาลชุดนี้ 5 ปีที่ผ่านมาเพราะ สมเด็จฮุนเซน ทำงานกับรัฐบาลไทยมา 12 รัฐบาล 12 นายกรัฐมนตรีแล้ว เขาบอกว่ารัฐบาลนี้ทำดีที่สุด ซึ่งถือว่าเขาเข้าใจ สถานการณ์ ภายใน ของเรา

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชาขอความร่วมมืออะไรกับรัฐบาลไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มีเรื่องการสัญจรไปมาข้ามแดนต่างๆ และการกำหนดจำนวนรถผ่านแดนอะไรต่างๆ เหล่านี้ซึ่งเราก็ดำเนินการอยู่แล้ว ที่สำคัญได้มีการประชุมร่วม 3 ฝ่ายตนได้บอกทางกัมพูชาไปว่าถ้าเราทำเรื่องกฎกติการะเบียบข้ามแดนเฉพาะเรากับกัมพูชา มันก็ไปไหนไม่ได้อีก จึงเสนอให้เขาประสานประชุมร่วมกับทางเวียดนามด้วยที่มีการประชุมไปแล้วในเรื่องการขนส่งทางทะเล เช่นเดียวกับเส้นทางใหม่ที่จะเกิดขึ้นที่หนองเอียน ระหว่างนี้ยังเปิดไม่ได้เพราะฝั่งโน้น ยังสร้างไม่เสร็จ เส้นทางยังมาไม่ถึงนี้ก็จะมีการเจรจาแก้ปัญหา ให้ครบเรียบร้อยโดยมีกฎระเบียบออกมา เมื่อพร้อมก็สามารถที่จะเปิดเส้นทางได้เลย นอกจากนี้เขาขอหารือในเรื่อง การเปิดจุดผ่านแดนถาวรทางอีสาน จุดอานม้า ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงจะต้องคุยกัน

“ประการสุดท้าย เขาย้ำเมื่อกี๊ คือ เขาจะไม่ยอมให้ใครมาใช้ดินแดนของเขาในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลไทย ซึ่งตอนนี้เขาได้มีการส่งข่าวให้ฝ่ายไทยหลายทีแล้ว เราต้องไว้ใจ ซึ่งกันและกัน เพราะผลประโยชน์ของชาติ ถือเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมของเรา ต่างคนต่างฝ่ายต้องเคารพซึ่งกันและกัน หลักการต้องไว้เนื้อเชื่อใจลดความหวาดระแวง และ ผลประโยชน์เท่าเทียม เราต้องดูแล เขาให้ความช่วยเหลือ บ้างในฐานะที่เป็นมิตรกันเพราะเรา เป็นเพื่อนบ้าน ใกล้ชิดกันยาวนาน ทางการทูต กว่า 70 ปี ซึ่งจริงแล้ว เรามีประวัติศาสตร์กันมายาวนาน 800 -1,000 ปี แล้ว อุปสรรคก็มีทั้งฝั่งเขา และเรา” นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาให้กำลังใจเรา โดยขอให้ได้เป็นนายกรัฐนตรี เพื่อบริหารประเทศชาติต่อ ตนก็บอกไปว่าแล้วแต่ เป็นเรื่องกลไกลทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่เขาเชื่อมั่นว่าหลายๆ อย่างดีขึ้นในสมัยรัฐบาลนี้ และอยากให้ดำรงสิ่งเหล่านี้ต่อไปในอนาคตด้วย ตนบอกว่าเราได้ทำยุทธศาสตร์เอาไว้แล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นอะไรก็ตาม ต้องสามารถที่จะทำต่อได้ เขาก็อยากที่จะสานต่อ

เมื่อถามว่า นายกฯเจอกับ สมเด็จ ฮุนเซน จะกอดกันทุกครั้งมีความรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นธรรมเนียมของเขา เราเป็นคนไทย เมื่อเขาแสดงมิตรไมตรีมาก็ต้องรับอยู่แล้ว เพราะเราไม่ได้มีอะไรกัน มันคือประเพณีของเขา

เมื่อถามว่า สมเด็จฮุนเซนมองบรรยากาศบ้านเมืองของเราอย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มอง เขาเห็นว่าบ้านเมืองของเราสงบเรียบร้อยดี เป็นสิ่งที่เขาชอบ และเขาก็เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีปัญหา ไม่มีความขัดแย้ง รุนแรงเกิดขึ้นอย่างช่วงที่ผ่านมา เขามองในภาพนั้น เขามองว่า ความสงบสุขร่มเย็นของประชาชนที่ไม่มีความรุนแรงหรือใช้อาวุธอะไรต่างๆ จะเป็นบ่อเกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ ระหว่างกัน ส่งผลให้เศรษฐกิจต่างๆ เดินไปได้ ถ้าเอาการเมืองมาขับเคลื่อนทุกอย่างจะไปไม่ได้หมด คนที่เสียโอกาสคือประชาชน ไม่ใช่ตนเอง เข้าใจหรือไม่ ประชาชนจะเสียโอกาสในการพัฒนาตนเอง ซึ่งวันนี้ตนได้พูดกับชาว จ.สระแก้วไปแล้ว

เมื่อถามว่า อากาศร้อนๆจะพูดอะไรกับประชาชนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อากาศร้อนต้องทำให้ใจเย็นลง จะไปร้อนตามอากาศไม่ได้ ต้องใจเย็นๆ อย่าไปปลุกความขัดแย้งขึ้นมาอีก ตนเห็นว่าวันนี้ความเกลียดชังยังมีอีกเยอะพวกวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง ในโซเซียลมีเดีย มันทำให้สังคมปั่นป่วน คนเราถ้ามีความรู้ มีข้อมูลอะไรต่างๆ คงไม่เขียนแบบนั้นหรอก แต่นี้ไม่มีความรู้และคิดเอง แล้วเขียนว่ากันไปมา มันไม่เกิดอะไรเลย มีแต่สร้างความขัดแย้งมากขึ้น แลัวตนจะไปหยุดความขัดแย้งเหล่านี้ได้หรือไม่ เพราะมันไม่ได้ผ่านมาที่ตน

เมื่อถามว่า วันนี้นายกฯห่วงอะไรมากที่สุดหลังการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ความสงบเรียบร้อย ความมีเสถียรภาพของบ้านเมือง

เมื่อถามถึง กรณีศาลปกครองสูงสุด พิพากษาให้รัฐจ่ายเงินชดเชยให้กับบริษัท โฮปเวลล์ จากการบอกเลิกสัญญา จำนวน 11,888 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี  รวมถึงค่าธรรมเนียมศาล  ภายใน 180 วัน  ว่า เดี๋ยวรอฟังคำพิพากษาก่อน ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง และเขายังเจรจากันอยู่ โครงการนี้ใครทำ และรัฐบาลไหนแก้ รัฐบาลนี้ต้องมาแก้ไง หลายเรื่องแล้วที่รัฐบาลแก้ไป ทั้งใช้มาตรา 44 เป็นการแก้ปัญที่เกิดขึ้นมาแล้ว และแก้ไม่ได้ เข้าใจหรือยัง ถ้าบอกว่าไม่ต้องแก้ ให้ปล่อยอย่างนี้ ก็จะโดนเขาฟ้องมากขึ้นไปเรื่อยๆ เอาหรือไม่ รัฐบาลนี้แก้ยังโดนด่าเลย ไม่ใช่รัฐบาลนี้ไม่แก้ ต้องไปด่าคนไม่แก้สิ

จี้ “ดีเอสไอ” ขยายผล “เหมืองทองอัครา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369252

จี้ “ดีเอสไอ” ขยายผล “เหมืองทองอัครา”

เหมืองทองอัครา,ขยายผล,ชาวพิจิตร

กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรฯนำชาวพิจิตร จี้ “ดีเอสไอ” เร่งขยายผลสอบเหมืองทองอัครา “เลี่ยงภาษี-ฟอกเงิน” ด้านรองโฆษกฯแจงส่งสำนวนให้ “ป.ป.ช.-อัยการ” แล้ว 4 สำนวน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 19 เม.ย. 2562 นางวันเพ็ญ พรมรังสรรค์ รองประธานกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ พร้อมชาวบ้านจากจังหวัดพิจิตรกว่า 40 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับบริษัทอัครารีซอร์สเซส จำกัด มหาชน ต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เป็นผู้รับหนังสือ

จี้ "ดีเอสไอ" ขยายผล "เหมืองทองอัครา"

นางวันเพ็ญ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยมายื่นหนังสือกับดีเอสไอ เพื่อสอบถามความคืบหน้าในคดีดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ จึงมายื่นหนังสืออีกครั้ง เนื่องจากมีข้อกังวลเกี่ยวกับข้อหาที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอยังสอบสวนไม่เสร็จอีก 8 ข้อหาสำคัญ คือ การทำเหมืองในพื้นที่สาธารณะ การย้ายบ่อกากแร่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงผังโครงการทำแร่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การใช้นอมินีต่างชาติถือครองที่ดิน การหลีกเลี่ยงภาษี และฟอกเงินทำธุรกิจเหมืองทอง นอกจากนี้ยังมีคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอีก 1 สำนวน ที่ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว โดยเรื่องดังกล่าวกลุ่มประชาสังคมฯได้มาร้องเรียนไว้ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว แม้ว่าดีเอสไอแจ้งว่า ได้สรุปสำนวนส่งอัยการไปแล้ว 4 ข้อหาเมื่อเดือนสิงหาคมปี 61 แต่ยังมีอีกหลายข้อหาสำคัญที่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของดีเอสไอ โดยเฉพาะประเด็นเจ้าของกิจการดังกล่าวมีการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งบริษัทฯน่าจะไม่ได้มีการรายงานปริมาณทองคำที่ขุดได้อย่างแท้จริง ซึ่งหายไปเกือบ 200 ตัน

จี้ "ดีเอสไอ" ขยายผล "เหมืองทองอัครา"

ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า สำหรับคดีที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับบริษัทอัคราฯ ซึ่งดีเอสไอได้รับไว้เป็นคดีพิเศษตั้งแต่ปี 2559 มีทั้งสิ้น 4 สำนวน และพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการเสร็จแล้ว 4 สำนวน ประกอบด้วย คดีบุกรุกที่ดินสาธารณะ ขณะนี้ได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการคดีพิเศษแล้ว คดีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับการทุจริต ได้ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) แล้ว ส่วนคดีสิ่งแวดล้อม กฎหมายแรงงาน และการประกอบกิจการเหมืองแร่ ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน ซึ่งตามระเบียบจะมีการกำหนดกรอบระยะเวลาสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี เว้นแต่หากคดีมีข้อเท็จจริงและหลักฐานซับซ้อนก็สามารถขอขยายเวลาได้ตามความจำเป็น