“ผู้กองปูเค็ม” ร้อง กกต. สกัด 6 พรรคร่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369249

“ผู้กองปูเค็ม” ร้อง กกต. สกัด 6 พรรคร่วม

ผู้กองปูเค็ม,ยื่นถอดถอน,สกัด 6 พรรคร่วม,กกต

“ผู้กองปูเค็ม” สกัดปฏิญญา 6 พรรคร่วม ร้อง กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติ 32 ส.ส. หลังพบถือครองหุ้นสื่อ ขัดรัฐธรรมนูญ เชื่อทำคะแนนวูบ อดเป็นเสียงข้างมาก

ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 19 เม.ย. 2562 ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่ ส.ส. และผู้สมัครจาก 6 พรรคการเมือง เนื่องจากยังถือครองหุ้น บริษัทที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน แม้บางแห่งปัจจุบันเป็นบริษัทร้าง แต่ก็ยังเป็นความผิดเพราะยังไม่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ม.98 (3) ที่ระบุ ห้ามไม่ให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือกิจการใดๆ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเหมือนการหลอกลวงประชาชน แสดงถึงความเจตนาไม่บริสุทธิ์ จึงขอให้ กกต.ใช้อำนาจตรวจสอบกับกระทรวงพาณิชย์

ร.อ.ทรงกลด กล่าวว่า สำหรับผู้สมัครที่ตนยื่นให้ตรวจสอบเป็นผู้สมัครของ 6 พรรคการเมือง รวม 32 คน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 10 คน นางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยาของนายขวัญชัย สาราคำ แกนนำคนเสื้อแดง ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 4 ถือหุ้น หจ.ซี.เอ็ม.แอ็ดเวอร์ไทซิ่ง และหจ.อุดร เคเบิ้ล บอร์ดคาสติ้ง แอนด์ เทเลวิชั่น, นายนพดล ปัทมะ ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ บริษัท ยูนิเวอร์แซล เทเลวิชั่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 5 ถือหุ้น บริษัท ซินดิเคท แอ็คเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เป็นต้น

ส่วนที่เหลือเป็นพรรคอนาคตใหม่ 7 คน พรรคเสรีรวมไทย 6 คน พรรคเพื่อชาติ 5 คน พรรคพลังปวงชนไทย 2 คน และพรรคประชาชาติ 2 คน

“จากการตรวจสอบหลักฐานการถือครองหุ้นธุรกิจสื่อของผู้สมัครทั้ง 6 พรรคที่ร่วมกันลงปฏิญญาจัดตั้งรัฐบาล จะมีผลให้คะแนนของทั้ง 6 พรรคหายไป 286,805 คะแนน ซึ่งจะทำให้จำนวน ส.ส.พึงมีหายไป 9 คน และส่งผลให้คะแนนของทั้ง 6 พรรค ไม่ใช่เสียงข้างมากที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้” ร.อ.ทรงกลด กล่าว

"ผู้กองปูเค็ม" ร้อง กกต. สกัด 6 พรรคร่วม

 

“วิษณุ” ชี้ ยุบพรรคต้องมีหลักฐานให้ศาลเชื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369242

“วิษณุ” ชี้ ยุบพรรคต้องมีหลักฐานให้ศาลเชื่อ

การเมือง,ยุบพรรค,พรรคไทยรักษาชาติ,ทษช,กกต,พรรคเศรษฐกิจใหม่,ไม่ง่าย,บงการ,คนนอก,นายทุน,ครอบงำ

“วิษณุ” ชี้ กระบวนการยุบพรรคการเมือง ไม่ใช่ง่าย เผย เตรียมจำหน่าย “เข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ที่ “บิ๊กซี” 10 สาขา ทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 62 เวลา 12.30 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยุบพรรคการเมืองจำนวนมาก ว่า การร้องต่อ กกต. ให้ยุบพรรคอาจมีจำนวนมาก แต่การจะยุบพรรคจริงๆ ไม่ได้ง่าย และกระบวนการยาวด้วย

แม้แต่กรณีของ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ก็ไม่ใช่ว่าง่าย เราอาจรู้สึกว่ากระบวนการมันเร็ว แต่การเข้าไปสู่ข้อหานั้นไม่ได้เข้าไปง่ายๆ ส่วนกรณีมีการยื่นยุบ พรรคเศรษฐกิจใหม่ เนื่องจากมีบุคคลภายนอก หรือนายทุนครอบงำพรรคนั้น ข้อหานี้ไม่ง่าย แต่ไม่ต้องถึงขนาดมีใบเสร็จ เพียงแค่มีพยานบุคคล แต่ขอให้มีความชัดเจนจนศาลเชื่อว่ามีการบงการจริง ได้แก่ 1. ต้องเป็นคนนอก 2. ต้องบงการ และ 3. บงการเรื่องของกิจกรรมของพรรค ส่วนเรื่องอื่นที่ไม่ใช่กิจกรรมของพรรคไม่เป็นไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค ถือเป็นการบงการหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างนี้ไม่ได้ ถือว่าบงการในเรื่องกิจกรรมของพรรค คำว่ากิจกรรมของพรรคเป็นกิจกรรมที่กรรมการบริหารหรือสมาชิกพรรคต้องตัดสินใจกัน แต่คนนอกเข้ามาเป็นมือที่สามไม่ได้ เมื่อถามว่า การสั่งให้ประชุมพรรคหรือไม่ประชุมพรรค ถือว่าบงการหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างนี้เรียกบงการ แต่ต้องมีพยานที่มากพอจนศาลเชื่อว่ามาบงการจริง

"วิษณุ" ชี้ ยุบพรรคต้องมีหลักฐานให้ศาลเชื่อ

นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ดำเนินการจัดทำเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชนได้อัญเชิญไปประดับในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยรายได้จากการจำหน่ายเข็มที่ระลึกฯ ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย รัฐบาลจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

สำหรับเข็มที่ระลึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จัดทำด้วยวัสดุดีบุกผสมทองแดง แข็งแรงทนทาน ขึ้นรูปตามแบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีขนาดความสูง 3.8 เซนติเมตร ชุบทองด้านหน้าและหลัง พื้นสีน้ำเงิน ลงยาขอบสีทอง พระปรมาภิไธย วปร ลงยาสีขาว มหาเศวตฉัตร 9 ชั้น และฉัตร 7 ชั้น ลงยาสีขาว แพรแถบสีทอง ราชสีห์ลงยาสีขาว และคชสีห์ลงยาสีม่วงอมชมพู ข้อความพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ลงยาสีเขียวสนิม ตัวหนังสือสีทอง ด้านหลังเข็มที่ระลึกจารึกตัวอักษรพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 เข็มกลัดด้านหลังพร้อมหัวล็อกใช้วัสดุทองเหลืองชุบทอง เข็มที่ระลึกฯ บรรจุในกล่องจัดทำด้วยกระดาษอาร์ตอัดลาย ความหนา 120 แกรม เคลือบสีเหลืองทอง หุ้มพลาสติก ขึ้นรูปทรงกล่องขนาด 6.4 x 6.8 x 2.8 เซนติเมตร ฝากล่องด้านบนประดับด้วยตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พิมพ์ด้วยสีทอง ด้านข้างในกล่องเป็นสีขาวงาช้าง จำหน่ายในราคาชุดละ 300 บาท

นายวิษณุ กล่าวว่า สปน. เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้จัดทำเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ฯ แต่เพียงผู้เดียว และมีรูปแบบเดียวโดยไม่อนุญาตให้หน่วยราชการอื่นหรือภาคเอกชนรายจัดทำ หากพบจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ได้เปิดให้ประชาชนสั่งจองเข็มที่ระลึกฯ ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งจองผ่านระบบร้านค้าออนไลน์ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เว็บไซต์ thailandpostmart.com ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นมา โดยสามารถสั่งจองได้ไม่จำกัดจำนวน และไม่มีค่าใช้จ่ายในการสั่งจอง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้ที่มีความประสงค์จะให้จัดส่งเข็มที่ระลึกฯ ถึงที่อยู่ผู้รับผ่านบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ EMS ในประเทศ ก็จะมีค่าธรรมเนียมการจัดส่งตั้งแต่ 40 บาท ขึ้นไป โดยขึ้นอยู่กับจำนวนของเข็มที่ระลึกฯ ที่สั่งจอง นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ในการนำเข็มที่ระลึกฯ ไปจำหน่ายยังห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำนวน 150,000 เข็ม โดยในครั้งแรกจะจำหน่ายใน 10 สาขา ทั่วประเทศ ในวันที่ 25 เมษายน จากนั้นจะเปิดจำหน่ายอีกครั้งในวันที่ 30 เมษายน และ 2 พฤษภาคม นี้ หรือจนกว่าเข็มที่ระลึกฯ จะหมด ระหว่างเวลา 09.00 – 22.00 น. โดยจำหน่ายสาขาละ 5,000 เข็ม รวมวันละ 50,000 เข็ม

นายวิษณุ กล่าวว่า ภาคเหนือ จำหน่ายที่จังหวัดเชียงใหม่ และพิษณุโลก ภาคใต้ จำหน่ายที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และสงขลา (หาดใหญ่) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำหน่ายที่จังหวัดนครราชสีมา และอุบลราชธานี ภาคกลาง จำหน่ายที่จังหวัดนครสวรรค์ ภาคตะวันออก จำหน่ายที่จังหวัดระยอง กรุงเทพมหานคร จำหน่ายที่สาขาราชดำริ และสาขาดาวคะนอง ทั้งนี้ จำกัดจำนวนคนละ 2 เข็ม ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองคลัง สปน. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2283-4344 และ 09-2249-2671

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนข้าราชการทุกหมู่เหล่า ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมประดับเข็มที่ระลึกฯ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และร่วมเฉลิมฉลองงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างเดือนเมษายน – กรกฎาคม รวมทั้งเก็บรักษาไว้เป็นที่ระลึกแห่งความทรงจำเนื่องจากเข็มที่ระลึกจะจัดทำในโอกาสพิเศษของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้น

สำหรับการประดับเข็มฯ เครื่องแบบข้าราชการ สีกากี ประดับที่อกเสื้อด้านขวา เหนือป้ายชื่อ ทั้งบุรุษ สตรี เครื่องแบบข้าราชการปกติขาว บุรุษ ให้ประดับที่อกเสื้อเบื้องขวา เหนือปากกระเป๋าเสื้อ สตรีให้ประดับที่อกเสื้อเบื้องขวา ชุดสุภาพ ชุดผ้าไทย ชุดสากลนิยม ให้ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย ทั้งบุรุษ และสตรี ชุดสูทสากลให้ประดับที่รังดุมคอพับ ของเสื้อชั้นนอกเบื้องซ้าย ทั้งบุรุษ และสตรี

"วิษณุ" ชี้ ยุบพรรคต้องมีหลักฐานให้ศาลเชื่อ

"วิษณุ" ชี้ ยุบพรรคต้องมีหลักฐานให้ศาลเชื่อ

 

หาก “ธนาธร – ปิยบุตร” ได้เป็น ส.ส. “สภาฯ” คุ้มครองคดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369241

หาก “ธนาธร – ปิยบุตร” ได้เป็น ส.ส. “สภาฯ” คุ้มครองคดี

การเมือง,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,อนค,วิษณุ เครืองาม,ปิยบุตร แสงกนกกุล,สส

“วิษณุ” เผย คดี “ธนาธร – ปิยบุตร” ไม่กระทบประกาศรับรอง “ส.ส.” ชี้ เมื่อเปิดสภาฯ ได้รับความคุ้มครอง จะเอาตัวไปดำเนินคดี สภาฯ ต้องไฟเขียว และต้องปล่อยกลับมาประชุม

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 62 เวลา 12.30 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในหลายคดี จะมีผลกระทบต่อการประกาศรับรองการเป็น ส.ส. หรือไม่ ว่า

ไม่เกี่ยวกัน แต่ผลกระทบนั้นมีแน่ แต่ไม่ได้ทำให้ไม่ประกาศผลแต่อย่างใด หากมีการประกาศรับรองการเป็น ส.ส. แล้วเกิดมีปัญหาขึ้นมา พบว่ามีความผิดและดำเนินคดี ก็ต้องถือว่าเป็นตำแหน่งว่าง แต่เมื่อยังไม่ถึงขั้นตอนการพิพากษา และอีกไม่นานก็จะมีการเปิดสภาฯ ก็ยังไม่ถือว่ามีปัญหา ไม่มีผลกระทบอะไร อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปิดประชุมสภาฯ ก็จะได้รับความคุ้มกัน แปลว่าหยุดดำเนินคดี ซึ่งจะทำได้เฉพาะ 1. อยู่ในระหว่างสมัยประชุมสภาฯ และ 2. สภาฯ คุ้มครอง เว้นแต่เจ้าหน้าที่จะขอตัวและสภาฯ มีมติโหวตอนุญาต จึงจะสามารถดำเนินการได้ เหมือนกับขั้นตอนการขอตัวไปดำเนินคดีทั้งหลาย อย่างไรก็ตาม หากถึงวันประชุมสภาฯ ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องปล่อยตัวกลับมาประชุมสภาฯ อยู่ดี เนื่องจากสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ยังคงอยู่ ยังไม่ถึงขั้นหลุดจากตำแหน่ง และการจะขาดจากตำแหน่งได้นั้นต้องรอให้คดีถึงที่สุด หรือขาดคุณสมบัติขึ้นมาก่อน

เมื่อถามว่า สถานการณ์ทางการเมืองวันนี้ ถึงขั้นต้องพูดถึงรัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลปรองดองแล้วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น ต้องไปถามคนที่เขาพูด ตนไม่ค่อยจะเข้าใจว่าคืออะไรหรือทำอย่างไร และไม่ทราบว่าสถานการณ์วันนี้จะทำให้สิ่งที่เขาพูดเกิดขึ้นได้หรือไม่ โดยกลไกตามกฎหมายไม่ได้ระบุในเรื่องนี้ แต่มีกลไกที่จะทำให้การเมืองเดินไปได้ โดยให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีกันในสภาฯ ไม่ว่าจะกี่รอบแล้วยังไม่สามารถได้ข้อสรุป จึงจะอาศัยเสียงของ ส.ว. เพื่อโหวตเปิดทางให้เลือกคนนอกมาเป็น นายกฯ ได้

ป.ป.ช. แจงตีตกกล่าวหา “ยิ่งลักษณ์” กู้เงินจัดการน้ำมิชอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369228

ป.ป.ช. แจงตีตกกล่าวหา “ยิ่งลักษณ์” กู้เงินจัดการน้ำมิชอบ

การเมือง,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร,พระราชกำหนด,กระทรวงการคลัง,กู้เงิน,บริหารจัดการน้ำ,ปปช,ตีตก,ไม่มีมูล

ป.ป.ช. ตีตกกรณีกล่าวหา “ยิ่งลักษณ์” – คณะรัฐมนตรี กับพวก ลงมติเห็นชอบพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำโดยมิชอบ

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาพร้อมคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ กรณีลงมติเห็นชอบ พระราชกำหนด “กู้เงิน” เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท โดยมิชอบ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเรียนว่า เรื่องกล่าวหาดังกล่าวเป็นกรณีกล่าวหา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา ร่วมกันลงมติและเห็นชอบในการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 169 ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 50/2559 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559  ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยอาศัยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ 5 – 7/2555 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า

การตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 เป็นกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรคหนึ่ง และการตราพระราชกำหนดดังกล่าวเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรคสอง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าการตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า

ไม่ปรากฏว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กับพวก ได้ร่วมกันตราและเห็นชอบพระราชกำหนดดังกล่าวโดยไม่สุจริต หรือใช้ดุลพินิจบิดเบือนหลักการของรัฐธรรมนูญ เรื่องกล่าวหาดังกล่าวไม่ปรากฏข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กับพวก ผู้ถูกกล่าวหา ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

สำหรับประเด็นเรื่องกล่าวหาการกู้เงินเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ประเด็นการดำเนินโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 57 วรรคสอง มาตรา 67 วรรคสอง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 103/7 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และประเด็นการกำหนดรายละเอียดขอบเขตของงาน (TOR) ในโครงการดังกล่าว มีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางราย คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง

“จาตุรนต์” ข้องใจ คสช. เล่นงาน “ปิยบุตร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369198

“จาตุรนต์” ข้องใจ คสช. เล่นงาน “ปิยบุตร”

การเมือง,คสช,จาตุรนต์ ฉายแสง,ปิยบุตร แสงกนกกุล,เลือกตั้ง,ไม่เป็นธรรม

“จาตุรนต์” ชี้ การดำเนินคดี “ปิยบุตร” เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 เม.ย. 62  เพจ Chaturon Chaisang โพสต์ความเห็น การดำเนินคดี อ.ปิยบุตร เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม ระบุ การดำเนินคดีกับอาจารย์ปิยบุตรในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่เห็นต่างจาก คสช. และรัฐบาล ที่เกิดขึ้นแล้วเป็นจำนวนมากเท่านั้น

แต่การดำเนินคดีครั้งนี้ยังมีความหมายมากว่านั้นอีกมาก นั่นก็คืออาจารย์ปิยบุตรเป็นผู้ที่กำลังได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเป็นเลขาธิการพรรคการเมืองที่กำลังร่วมกับพรรคการเมืองอีกที่มีแนวโน้มจะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และกำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล การดำเนินคดีครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเป็นการกลั่นแกล้งบุคคลไม่ให้ได้รับความเป็นธรรมจากการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังเป็นการพยายามใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีแนวโน้มจะได้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล เท่ากับเป็นการพยายามบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนที่รว่มกันแสดงออกในการเลือกตั้งเมือวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมาด้วย

การที่บุคคลมีความเห็นต่างจากคำพิพากษาของศาล หากวิจารณ์อย่างเหมาะสมย่อมกระทำได้ หากอ่านแถลงการณ์ฉบับนี้ด้วยใจเป็นธรรมแล้วก็จะพบว่าแถลงการณ์ฉบับนี้มีเนื้อหาเป็นการวิเคราะห์วิจารณ์กระบวนการทางการใช้กฎหมายกับการเมืองในภาพรวมในหลายปีที่ผ่านมา เป็นการแสดงความเห็นในทางอุดมการณ์และหลักการ ด้วยความรู้ความเข้าใจทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ทั้งยังได้มีข้อเสนอที่เป็นทางออกแก่สังคมได้แก่การแก้รัฐธรรมนูญและการออกเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นวิธีการหรือกระบวนการที่สอดคล้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยทุกประการ หาได้เป็นการวิจารณ์การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีการยุบพรรคไทยรักษาชาติโดยตรงหรือโดยเฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด

ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องฝ่าฝืน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งหมายถึงการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นการปลุกปั่นยุยงให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงหรือเกิดความตื่นตระหนกนั้น ก็คล้ายกับการตั้งข้อกล่าวหาแบบเดียวกันนี้กับผู้เห็นต่างจำนวนมาก คือ ไม่มีมูลอะไรเลย เรื่องนี้มาจากแถลงการณ์ฉบับเดียว ใครๆ ก็หาอ่านได้ ในแถลงการณ์นี้ในเรื่องข้อเท็จจริงไม่มีอะไรเท็จ เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการแสดงความเห็นซึ่งจะว่าเท็จหรือจริงไม่ได้ มีแต่ว่าใครจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเท็จ ที่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่คือแถลงการณ์ฉบับนี้เสนอให้คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อไปสู่ทางออกในการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย จึงไม่มีอะไรเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนกหวาดกลัวอะไรได้เลย

               ยังมีข้อน่าสงสัยว่าในการตั้งข้อหาทั้งสองโดยเฉพาะข้อหาหมิ่นศาลนั้น เป็นการเหมาะสมแล้วหรือไม่ที่เจ้าหน้าที่ คสช. มาผู้แจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดี เพราะเป็นที่ปรากฏอยู่เสมอว่าเจ้าหน้าที่ คสช. มักนำเรื่องที่ไม่มีมูลไม่มีพยานหลักฐานหรือไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมใดๆ มากล่าวโทษผู้เห็นต่างกับ คสช. หรือนายกรัฐมนตรีอยู่เนืองๆ และก็มักปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มักไม่ได้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อนหรือบางครั้งสอบสวนแล้วไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอแต่ก็ต้องฟ้องไปก่อนเนื่องจากผู้ที่มาแจ้งความได้รับคำสั่งมาจาก คสช. ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าขณะนี้หัวหน้า คสช. เองก็เป็นผู้ที่กำลังแข่งขันที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย

 

 

นครปฐม เขต 1 กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ยกเขต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369167

นครปฐม เขต 1 กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ยกเขต

นครปฐม,นครปฐมเขต 1,นับคะแนนใหม่,กกต

อนค.นครปฐม เขต 1 มีลุ้น กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ทั้งเขต พร้อมเลือกตั้งใหม่ หน่วยลต.ที่ 9 เขต 2 ชุมพร เชิญชวนปชช. 6 หน่วย 5 จว. ลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ 21 เม.ย.นี้

ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 18 เม.ย.62 นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ กกต. ว่า ที่ประชุมกกต. มีมติให้มีการนับคะแนนใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม ทั้ง 236 หน่วยเลือกตั้ง และอีก 9 หน่วยเลือกตั้งนอกเขตรวมถึงนอกราชอาณาจักร หลังจากปรากฎหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการนับคะแนนเลือกตั้ง และการรวมคะแนน อาจไม่ถูกต้องตามมาตรา 124 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยอาจมีผลทำให้เปลี่ยนแปลงลำดับของผู้ได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งหลังจากนี้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดจะกำหนดวันนับคะแนนใหม่และสถานที่นับคะแนนขึ้น โดยจะนำหีบบัตรของทุกหน่วยมานับในสถานที่ดังกล่าว พร้อมกับตั้งคณะกรรมการนับคะแนนชุดใหม่รวม 80 หน่วย ให้รับผิดชอบนับชุดละ 3 หน่วย

นอกจากนี้ที่ประชุม กกต.ยังมีมติสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 (หมู่ที่ 7 บ้านดวงดี ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ) ของเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดชุมพร ในวันที่ 28 เม.ย.62 เนื่องจากปรากฎหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผลการนับคะแนนมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน

นครปฐม เขต 1 กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ยกเขต

นายแสวง กล่าวอีกว่า เหตุผลที่ กกต.สั่งนับคะแนนใหม่หลักฐานส่วนหนึ่งมาจากการที่น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้คะแนนมาเป็นลำดับที่ 2 โดยห่างจากผู้ได้รับคะแนนมาลำดับที่ 1 จำนวน 147 คะแนน ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานต่อกกต.ก่อนหน้านี้ ซึ่งในส่วนของกกต.เองได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่าอาจจะมีความไม่ถูกต้องจริง แต่ไม่ตรงกับข้อมูลของผู้ร้อง จึงสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเขต 1 นครปฐม ผู้ที่ได้รับคะแนนมาลำดับที่ 1 คือ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนน 35,762 คะแนน ขณะที่น.ส.สาวิกา ได้คะแนน 35,615 คะแนน

รองเลขาธิการ กกต.กล่าวด้วยว่า ส่วนในวันที่ 21 เม.ย.นี้ ที่กกต.มีมติสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ใน 6 หน่วยเลือกตั้งของ 5 จังหวัด คือ 1. จ.ลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 4 จำนวน 2 หน่วย ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 5 ต.ปางหลวง อ.เกาะคา และหน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ที่ 2 ต.ศาลา อ.เกาะคา 2. จ.ยโสธร เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 6 ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย 3. จ.เพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 12 หมู่ที่ 12 ต.เข็กน้อย ต.เขาค้อ 4. จ.พิษณุโลก เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 6 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม และ 5. กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 13 หน่วยเลือกตั้งที่ 32 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงขอเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 6 หน่วยออกไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้งที่ 24 มี.ค. สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 21 เม.ย.ได้ซึ่งก็จะทำให้ได้สิทธิกลับคืนมา ส่วนผู้ที่ไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งที่ 24 มี.ค.แล้ว หากวันที่ 21 เมย.ไม่ไปใช้สิทธิก็จะเป็นผู้เสียสิทธิ ยกเว้นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าไว้และได้ไปใช้สิทธิแล้วซึ่งจะไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 21 เม.ย.ก็ไม่ถือว่าเสียสิทธิ

นครปฐม เขต 1 กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ยกเขต

นายแสวง กล่าวถึงข้อเรียกร้องของพรรคการเมืองให้กกต.เร่งพิจารณาใบเหลืองใบแดง ก่อนประกาศรับรองผลวันที่ 9 พ.ค. ว่า กกต.ก็เร่งพิจารณาคำร้องคัดค้านอยู่ทุกวัน วันนี้ก็มีพิจารณา 20 สำนวน แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าจะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต โดยการพิจารณาของกกต.จะเป็นไปตามลำดับที่มีการร้องเข้ามา แต่บางเรื่องก็มีความยากเนื่องจากต้องแสวงหาหลักฐานมาประกอบการพิจารณา ซึ่งก็จะพยายามทำให้ทันก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง

สำหรับกรณีการหาผู้รับผิดชอบกับความล่าช้าในการส่งบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์นั้น กกต.ได้วินิจฉัยเรื่องสถานะของบัตรไปแล้วว่าไม่สามารถนำมานับได้ ส่วนเรื่องที่บัตรเดินทางมาไม่ทันการนับคะแนน เป็นเรื่องของการบริหารและแผนจัดการเลือกตั้ง ซึ่งต้องดูว่าเพราะอะไร ทางกกต.ได้ให้ทางสำนักงานไปดำเนินการ. คาดว่าเร็วๆ นี้คงได้คำตอบว่าใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

“เรืองไกร” ตามจับผิดกกต. ยื่นผู้ตรวจฯซ้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369155

“เรืองไกร” ตามจับผิดกกต. ยื่นผู้ตรวจฯซ้ำ

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ,กกต,จับผิด,ต่างด้าว,แบ่งเขตเลือกตั้ง

“เรืองไกร” ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ปม กกต. นับจำนวนคนต่างด้าวรวมกับคนไทย ใช้ประกอบการคำนวณ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง อาจไม่สอดคล้องกับกฎหมายเลือกตั้ง

ที่ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน วันที่ 18 เม.ย.62 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เข้ายื่นหนังสือถึง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตีความมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 128 วรรคหนึ่ง (5) ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ขัดมาตรา 83 วรรค1 (2) หรือไม่ และหาก กกต.จัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อให้ครบ 150 คน จะถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (4) หรือไม่ และเป็นการกระทำที่ใช้บังคับมิได้ตามมาตรา 5 หรือไม่

ขณะเดียวกันการประกาศของ กกต.เรื่องจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดพึงมี เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 62 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 86 ประกอบมาตรา 95 หรือไม่ เนื่องจากตามประกาศ กกต.เรื่องจำนวนส.ส.แบบแบ่งเขต ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี กกต.ใช้ตัวเลขประกาศจากสำนักทะเบียนกลางของวันที่ 31 ธ.ค. 60 จำนวน 66,188,543 คน ได้รวมราษฎรที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยจำนวน 875,814 คน ไว้ด้วย ซึ่งราษฎรที่มีสัญชาติไทยมีจำนวน 65,312,698 คน ซึ่งการกระทำดังกล่าวของ กกต.อาจไม่สอดคล้องกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 77 ซึ่งบัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใด ซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยเข้ามีส่วนช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้งหรือกระทำการใดๆเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง โดยประการที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใด ทั้งนี้เว้นแต่การกระทำนั้นเป็นการช่วยเหลือทางราชการ หรือการประกอบอาชีพตามปกติ โดยสุจริตของผู้นั้น”

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า การที่ กกต.นำบุคคลที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย จำนวน 875,814 คน มารวมคำนวณเพื่อหาจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยว จึงมีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าการกระทำของ กกต.เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 86 ประกอบมาตรา 85 หรือไม่

“บิ๊กตู่” จ่อบิน “ปักกิ่ง” คุย “สี จิ้นผิง – หลี่ เค่อเฉียง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369114

“บิ๊กตู่” จ่อบิน “ปักกิ่ง” คุย “สี จิ้นผิง – หลี่ เค่อเฉียง”

วีรชน สุคนธปฏิภาค,การเมือง,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,บิ๊กตู่,สี จิ้นผิง,สมคิด จาตุศรีพิทักษ์,ดอน ปรมัตถ์วินัย,อาคม เติมพิทยาไพสิฐ,หลี่ เค่อเฉียง

“ประยุทธ์” เตรียมหอบคณะบิน “ปักกิ่ง” 26 – 27 เม.ย. นี้ ถกร่วมผู้นำ 38 ประเทศบน “เส้นทางสายไหม” พร้อมรับรองแถลงการณ์ร่วมส่งเสริมความเชื่อมโยงทุกมิติ

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 62  พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมการประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation – BRF) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 26 – 27 เมษายน 2562 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยหัวข้อหลักของการประชุม BRF ครั้งที่ 2 คือ Belt and Road Cooperation: Shaping a Brighter Shared Future ซึ่งจะมีผู้นำจาก 38 ประเทศเข้าร่วม โดยจะมีการรับรองแถลงการณ์ร่วมของการประชุมผู้นำซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นของประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงทุกมิติ รวมทั้งการเชื่อมโยงนโยบายการพัฒนาร่วมกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ประเด็นที่นายกรัฐมนตรีจะผลักดันในที่ประชุม มีดังนี้ 1. เน้นย้ำบทบาทไทยในฐานะประธานอาเซียนในการส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติ และแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับจีนเพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคและภูมิภาค ผ่าน MPAC 2025 และ ACMECS Master Plan ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกันกับ BRI บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ความโปร่งใส การเปิดกว้างและครอบคลุมทุกภาคส่วนและการเคารพกฏหมายระหว่างประเทศ 2. ขยายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมนโยบายประเทศไทย 4.0 นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเชื่อมต่อกับระเบียงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค และการยกระดับสถานะไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางโลจิสติกส์ คมนาคม และการขนส่งของอาเซียน และเป็นประตูสู่อาเซียนของจีน 3. ผลักดันให้จีนใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ ACMECS ในการเป็นตัวเชื่อมจีนและอาเซียน และส่งเสริมความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อระหว่างกรอบความร่วมมือระหว่างมณฑลกวางตุ้ง – ฮ่องกง – มาเก๊า (Greater Bay Area – GBA) และกรอบความร่วมมือพื้นทีสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำจูเจียง (Pan – Pearl River Delta – PPRD) กับ EEC

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะได้พบปะหารือกับผู้นำระดับสูงของจีน ได้แก่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง และรองนายกรัฐมนตรีหาน เจิ้ง ด้วย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะหารือถึงแนวทางการกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ การสานต่อและผลักดันความร่วมมือทวิภาคี โดยเฉพาะความเชื่อมโยง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและดิจิทัล การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงความร่วมมือจีน – ญี่ปุ่น ใน EEC การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนในอนุภูมิภาคและภูมิภาค ย้ำถึงความสำคัญของบทบาทที่สร้างสรรค์ของจีนในภูมิภาค และการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของประเทศไทยด้วย

“มิ่งขวัญ” ส่องานเข้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369112

“มิ่งขวัญ” ส่องานเข้า

การเมือง,มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ,พรรคเศรษฐกิจใหม่,งานเข้า,กกต,ยุบพรรค,ครอบงำ

ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเศรษฐกิจใหม่ ยื่น กกต. ยุบพรรคตัวเอง ชี้ ถูกครอบงำจากบุคคลภายนอก

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ 18 เม.ย. 62 ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเศรษฐกิจใหม่ นำโดย น.ส.อุลัยพร ไตรวงค์ย้อย นายประยงค์ สร้างศรีหา และนายคมกฤษ สุภักดี ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ขอให้ยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ และระงับการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ เนื่องจากถูกครอบงำจากบุคคลภายนอกที่สั่งการชี้นำไม่ให้พรรคสามารถดำเนินกิจกรรมได้โดยอิสระ

คำร้องขอให้ยุบพรรค ระบุว่า การส่งผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต ทั้ง 350 เขต นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้ให้เงินค่าสมัคร ส.ส. จำนวนคนละ 15,000 บาท โดยนัดกับว่าที่ผู้สมัครว่าหลังการประกาศรับรองผู้สมัคร นายมิ่งขวัญจะนัดประชุมผู้สมัครเพื่อแนะแนวทางกับผู้สมัครอีกครั้ง แต่ปราฏว่า นายมิ่งขวัญไม่ได้นัดประชุมผู้สมัครแต่อย่างใดจนถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครได้สืบทราบมาว่าการที่นายมิ่งขวัญไม่ได้นัดประชุมผู้สมัคร เนื่องจากมีนายทุนซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ได้บงการควบคุม ครอบงำ ชี้นำพรรค ไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ เช่น การสนับสนุนงบหาเสียงของผู้สมัคร การจัดทำป้ายหาเสียง รวมถึงจัดตั้งแกนนำต่างๆ เกิดจากการกระทำของนายทุนทั้งสิ้น

นอกจากนี้ คำร้องยังระบุด้วยว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จึงขอให้ กกต. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง พร้อมสั่งระงับการประกาศคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต และการประกาศผลการจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ไว้จนกว่าจะมีการวินิจฉัยแล้วเสร็จ และขอให้มีคำสั่งยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ด้วย

"มิ่งขวัญ" ส่องานเข้า

"มิ่งขวัญ" ส่องานเข้า

การข่าวจับตา “บิ๊กป้อม” สั่งสแกน 3 มิติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/369106

การข่าวจับตา “บิ๊กป้อม” สั่งสแกน 3 มิติ

การเมือง,บิ๊กป้อม,ประวิตร วงษ์สุวรรณ,ถวายความปลอดภัยสูงสุด,สมพระเกียรติ,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

“บิ๊กป้อม” เปิด กอร.พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทำงาน 24 ชม. เชื่อมโยงข้อมูลทุกจุด สแกน 3 มิติ ทุกตารางนิ้ว ติดตามทุกการข่าว ถวายความปลอดภัยสูงสุดสมพระเกียรติ

ที่ กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 62  พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายวิทยา ยาม่วง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ รักษาการในตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ร่วมกันแถลงข่าวหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยและอำนวยการการจราจรพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานการประชุม และเป็นประธานในพิธีเปิดกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่ห้องยุทธนาธิการกระทรวงกลาโหม นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 7 เมษายน 2562 โดยกองอำนวยการร่วมฯ แห่งนี้จะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวข้องกับการถวายความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกด้านการจราจรทุกอย่าง ทั้งนี้ พลเอก ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมในพิธีตักน้ำอภิเษก ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการข่าว ปรากฏว่า พี่น้องประชาชนคนไทยต่างมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมในทุกจังหวัดเป็นอย่างดี ยังไม่ปรากฏข้อมูลข่าวสารใดที่ส่งผลกระทบต่อพระราชพิธีต่างๆ อย่างไรก็ตาม พลเอก ประวิตร ยังกล่าวแสดงความห่วงใยและได้สั่งการไว้ทั้งหมด 7 ประเด็น ได้แก่ 1. จะมีการประชุมทุกวันในเวลา 09.00 น. โดยจะมีประธานทั้งในส่วนของหน่วยงานกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ ตำรวจ หมุนเวียนกันเป็นประธานในแต่ละระดับ รวมถึง 40 หน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันในการถวายความปลอดภัย จะดูแลจราจร โดยก่อนเวลา 12.00 น. ของทุกวัน จะมีการสรุปผลการประชุมรายงานให้รองนายกรัฐมนตรีได้รับทราบ เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

2. ให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องติดตามข่าวสาร ข่าวกรอง รวมถึงข้อมูลต่างๆ อย่างใกล้ชิด เกาะติดการข่าวทุกๆ สถานการณ์ เพื่อจะได้ปรับแผนปฏิบัติ และวางแนวทางต่างๆ ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง 3. ได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซน ในการดูแลความปลอดภัยและการจราจร โดยมอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภาค 6 คน พร้อมตัวแทนของฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วยกัน ทั้ง 6 โซน ซึ่งต้องไปพิสูจน์ทราบ ข้อมูลส่วนบุคคล ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ ทั้งบนฟ้าในน้ำในอากาศบนดิน สแกนทุกอย่าง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนสิ้นสุดพระราชพิธีอย่างครบถ้วน ให้รู้ข้อมูลในพื้นที่อย่างละเอียด และวางแผนปรับแผนให้ทันกับสถานการณ์

4. ต้องมีการซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานในระดับผู้ปฏิบัติและผู้บังคับบัญชา รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมปฏิบัติ ผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องเข้าใจตรงกันในขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อมีสถานการณ์ใดขึ้นมาทุกคนต้องรู้หน้าที่ตัวเองว่าจะต้องทำอะไร 5. ในการปฏิบัติหน้าที่ทั้ง 6 โซน และจุดคัดกรองทั้ง 21 จุด ที่มีอยู่ เราได้นำเทคโนโลยีทั้งของตำรวจและทหาร ฝ่ายข่าวกรอง กสทช. รวมถึงโทรคมนาคมต่างๆ ทั้งระบบสแกนใบหน้า การพิสูจน์ทราบบุคคล ระบบฐานข้อมูล CCTV ต่างๆ ทั้งหมด ให้ดำรงการติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาในการเชื่อมโยงข้อมูลทุกจุดมายังกองอำนวยการร่วมฯ ตลอด 24 ชั่วโมง 6. ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยเฉพาะผู้บัญชาในระดับโซน และจราจรต้องลงลึก เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติทุกหน่วย โดยเป็นการทำงานลงในรายละเอียดจริงๆ ในทุกพื้นที่ การจราจรก็ต้องตรวจดูทั้งในแยก ในซอย บุคคล รถยนต์เข้า – ออกที่เป็นประจำ มีการวางระบบอย่างชัดเจน 7. ข้าราชการทุกนายถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงสุดที่ได้ปฏิบัติหน้าที่นี้ ขอให้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ที่สุด ให้สมพระเกียรติและเป็นไปตามพระราชประสงค์

ที่ประชุมได้พูดถึงจิตอาสาต่างๆ ทั้งจิตอาสาประชาชน จิตอาสาจากส่วนราชการ รวมถึงจิตอาสาเฉพาะกิจ จะมีการฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. นี้ เป็นต้นไป อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชน ทั้งในส่วนของพิธีการเย็นนี้ จนถึงวันที่ 2 – 6 พ.ค. นี้ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพิธีอันยิ่งใหญ่ของคนไทย กองอำนวยการร่วมฯ จะทำหน้าที่ ดูแลรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ เพราะเราถือว่าพี่น้องประชาชนทุกคนเป็นแขกของพระองค์ท่าน โดยจะมีการจัดไฟส่องสว่างเพื่ออำนวยความสะดวกของประชาชนที่จะต้องอยู่ในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงการจัดที่รองนั่งเช่นเดียวกับช่วงที่ประชาชนมาร่วมงาน ร.9

พลตํารวจตรี จิรสันต์ กล่าวถึงการปิดการจราจรในช่วงการเติมน้ำอภิเษก ในช่วงเช้าของริ้วขบวนจากกระทรวงมหาดไทยถึงวัดสุทัศน์ จำนวน 7 เส้นทาง ในวันนี้ มีความเรียบร้อยดี และในช่วงเย็นจะมีพิธีเสกน้ำอภิเษกที่วัดสุทัศน์ โดยจะไม่มีการปิดการจราจร แต่จะอำนวยความสะดวก ส่วนในวันที่ 19 เมษายน จะมีพิธีเชิญน้ำอภิเษกจากวัดสุทัศน์ไปพระบรมมหาราชวัง จะปิดช่องทางจราจร 16 เส้นทาง ตั้งแต่ 06.00 ถึง 11.00 น. เป็นระยะทาง 1,890 กิโลเมตร ที่ริ้วขบวนจะเดินผ่าน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าจะทำให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ในวันที่ 21 เมษายน จะเป็นการซักซ้อมริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารค จะมีการเตรียมความพร้อมให้มากยิ่งขึ้น โดยจะไปเส้นทาง 40 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 16.00 ถึง 22.00 น. อย่างไรก็ตาม ถ้าประชาชนสงสัยสามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 1197 และ www.police.go.th

นายวิทยา ระบุว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ได้เตรียมรถโดยสารทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 960 คัน ใน 27 จุด จาก 16 เส้นทาง เพื่อนำประชาชนเข้าร่วมพระราชพิธี ขณะที่พื้นที่ภายในกรุงเทพฯ จะจัดรถชัทเทิลบัสรับส่งประชาชนใน 16 เส้นทาง ในระหว่างวันที่ 2 – 6 พฤษภาคม รวมทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย นอกจากจะมีการจัดรถบริการประชาชนจากขบวนรถปกติจะเพิ่มขบวนรถพิเศษจากนครปฐม มหาชัย อยุธยา และฉะเชิงเทรา รวมทั้งจัดเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทาง ขณะที่เดียวกันได้เตรียมรถยกไว้ช่วยเหลือประชาชนประสบปัญหารถเสีย ซึ่งการดำเนินการจะใช้โมเดลในงานพระราชพิธีสำคัญอื่น