แพทย์หญิงคนแรก รับรางวัลวิจัยเส้นผมเวทีโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/404682?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

 แพทย์หญิงคนแรก รับรางวัลวิจัยเส้นผมเวทีโลก

15 ธันวาคม 2562 – 16:55 น.
แพทย์หญิงคนแรก,อายุน้อยที่สุด,วิจัยเส้นผม,รศดรพญรัชต์ธร ปัญจประทีป
เปิดอ่าน 3,083 ครั้ง

แพทย์หญิงไทยคนแรก คว้ารางวัล ผู้ที่มีความสามารถและมีผลงานวิจัยด้านการดูแลสุขภาพเส้นผมนานาชาติ

มีข่าวที่น่ายินดีสำหรับวงการแพทย์ผิวหนังไทย ที่ “รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป” อาจารย์ประจำ สาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นแพทย์หญิงไทยคนแรก

อ่านข่าว : NIA ประกาศสุดยอดนวัตกรรมของประเทศไทย ประจำปี 2562

ที่ได้รับรางวัลสูงสุดสำหรับผู้ที่มีความสามารถและมีผลงานงานวิจัยด้านเส้นผม และยังเป็นผู้ที่มีอายุน้อยสุดของผู้ที่เคยได้รับรางวัลจากสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติหรือสถาบันInternational Society of Hair Restoration Surgery(ISHRS) ในการประกาศรางวัลPlatinum Follicle Award2019 ของสมาคมISHRSในการประชุมWorld Congress Meetingครั้งที่ 27 ที่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่13 -16 พฤศจิกายน2562 ที่ผ่านมา

สำหรับรางวัลPlatinum Follicle Award2019 นั้นเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับผู้ที่มีความสามารถและมีผลงานวิจัยด้านการดูแลสุขภาพ ที่มีความสำเร็จที่โดดเด่นในการวิจัยพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์หรือทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับพยาธิสรีรวิทยาของเส้นผมหรือกายวิภาคศาสตร์เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเส้นผม

  รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป กล่าวว่า รางวัลเป็นเพียงสิ่งตอบแทนอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งสำคัญในการทำงานวิจัยแต่ความรู้ที่ได้ต่างหาก คือ สิ่งสำคัญที่ได้ทำสำหรับโรคผิวหนังแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะมองดูแต่เพียงผิวเผิน คิดว่ามีแต่ความสวยงาม แต่แท้จริงแล้วยังมีโรคผิวหนังอื่น ๆ อีกมากมาย

        “และโดยส่วนตัวก็ชอบเรียนเรื่องผมมาตั้งนานแล้ว หลังจากเรียนศัลยศาสตร์เลเซอร์ผิวหนังจบ จึงสนใจมาเรียนทางด้านปลูกผมต่อ และปัจจุบันก็ทำงานด้านนี้ประมาณ40เปอร์เซ็นต์ ของเวลาทำงานทั้งหมด” รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร กล่าวด้วยรอยยิ้ม

ไม่เพียงเท่านั้น  ก่อนหน้านี้ รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป ได้สร้างชื่อเสียงให้กับวงการแพทย์ไทยจากผลงานวิจัยในงานISHRS Poster Awards 2017ที่จัดโดยสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (International Society of Hair Restoration Surgery)

เหนืออื่นใด เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป ได้ส่งบทความพิเศษเพื่อการนำเสนองานวิจัย (ประเภทโปสเตอร์) ในหัวข้อวิจัย “Proteomic Analysis in Dermal Papilla from Male Androgenetic Alopecia After Treatment with Low Level Laser Therapy”และสามารถคว้ารางวัลที่1ในประเภทงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในรูปแบบของโปสเตอร์ ซึ่งเป็นงานวิจัยชิ้นแรกในเอเชีย ในการยืนยันประสิทธิภาพของกระบวนการรักษาด้วยเลเซอร์ความเข้มต่ำ เพื่อขจัดปัญหาโรคผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรม

 

        “จากผลการศึกษาพบว่าการใช้เลเซอร์ที่มีความเข้มต่ำในการกระตุ้นให้หนังศีรษะสร้างเส้นผมนั้น ให้ผลดีที่24สัปดาห์ โดยความสำเร็จครั้งนั้นถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของการศึกษาในประเทศไทย” รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร กล่าว

สำหรับสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติหรือ (ISHRS) ก่อตั้งขึ้นในปี1993โดยเป็นสมาคมศัลยกรรมปลูกผมที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยสมาชิกกว่า1,000 คนจากกว่า70ประเทศในโลกกลมๆใบนี้

ปรบมือรัวๆ ให้กับ รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร  ปัญจประทีป แแพทย์หญิงไทยคนแรก ที่คว้ารางวัล ผู้ที่มีความสามารถและมีผลงานวิจัยด้านการดูแลสุขภาพเส้นผมนานาชาติ

สลัดปลาดิบ “หยือเชิง” ขนมมงคล “เหนียนเกา” ที่พาโกด้า ไชนีสฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411675?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

สลัดปลาดิบ “หยือเชิง” ขนมมงคล “เหนียนเกา” ที่พาโกด้า ไชนีสฯ

20 มกราคม 2563 – 17:09 น.
พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์,โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค,ตรุษจีน,มัสยาพาโชค,หยือเชิง,เหนียนเกา,ปลาเก๋านิ่งซีอิ๋วฮ่องกง,อาหาร,เป็ดปักกิ่ง
เปิดอ่าน 41 ครั้ง

ชุดอาหารมงคลต้อนรับตรุษจีนเสริมโชคลาภและความมั่งมีศรีสุข

เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีชวดอย่างเปี่ยมสุข ห้องอาหารจีน “พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์” โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค รังสรรค์เมนูสิริมงคลไว้ให้ทุกคนในครอบครัว  มีทั้งสลัดปลาดิบ “หยือเชิง” และเมนูขนมมงคล “เหนียนเกา” และชุดอาหารมงคลต้อนรับตรุษจีนเสริมโชคลาภและความมั่งมีศรีสุขรับปีหนูทอง 2563

พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ (Pagoda Chinese Restaurant) ห้องอาหารจีนกวางตุ้งร่วมสมัย โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เตรียมเมนูพิเศษสุดเพื่อเสริมสิริมงคลในเทศกาลตรุษจีน และต้อนรับปีชวด 2563 ที่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า  เริ่มต้นด้วย มัสยาพาโชค หรือ “หยือเชิง” (Yusheng) สลัดปลาดิบเพื่อนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิต มีให้เลือก 2 แบบ คือ หยือเชิงแซลมอน (Salmon Yusheng) ชุดเล็กสำหรับ 2 – 4 ท่าน ราคา 1,288++ บาท ชุดใหญ่สำหรับ 5-10 ท่าน ราคา 2,388++ บาท  และ หยือเชิงเป๋าฮื้อ (Abalone Yusheng) ชุดเล็กสำหรับ 2 – 4 ท่าน ราคา 1,688++ บาท ชุดใหญ่สำหรับ 5-10 ท่าน ราคา 2,888++ บาท มีบริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ตั้งแต่วันนี้ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2563

ในวันตรุษจีนเปิดศักราชใหม่ตามวัฒนธรรมแดนมังกร พร้อมเฉลิมฉลองปีชวด 2563 ด้วยความรุ่งโรจน์ และมั่งคั่งกับ เมนูอาหารมงคลต้อนรับตรุษจีน  ซึ่งประกอบด้วย หยือเชิงแซลมอน และหยือเชิงเป๋าฮื้อ ตามด้วยกุ้งแชบ๊วยผัดเปรี้ยวหวาน นำความยินดีและความสดใสให้กับชีวิต ก่อนจะเติมความร่ำรวยมั่งคั่งด้วยปูทะเลทอดพริกเกลือสูตรฮ่องกง แล้วบันดาลโชคดีด้วยมะเขือเทศกับบ๊วยดอง  พร้อมเสริมดวงชะตาให้อายุยืนยาวด้วยเป๋าฮื้อตุ๋นกระเพาะปลาสด

ปิดท้ายด้วย มัสยาพาเพลิน หรือ เหนียนเกา เพื่อนำความเจริญก้าวหน้ามาสู่ทุกท่าน ราคาเริ่มต้น 220++ บาท หรือจะเลือกอิ่มอร่อยชุดอาหารมงคลกันทั้งครอบครัวที่รวมเอาสุดยอดเมนูมาเสิร์ฟ ได้แก่ หยือเชิงชุดใหญ่ เป็ดปักกิ่ง ซุปไก่ตุ๋นกระเพาะปลาโสมเกาหลี  กุ้งแชบ๊วยผัดเปรี้ยวหวาน ผัดผักห้าเซียน ปลาเก๋านิ่งซีอิ๋วฮ่องกง ข้าวเหนียวนึ่งกุ้งมังกรบอสตัน ปิดท้ายด้วยขนมหวานมงคลแบบจีนต้นตำรับอย่างเหนียนเกา ในราคา 2,888++ บาทต่อท่าน (สำหรับการรับประทาน 8 ท่านขึ้นไป) โดยมีบริการทั้งมื้อกลางวัน (11:30 น. – 14:30 น.) และมื้อค่ำ (18:00 น. – 22:00 น.) ระหว่างวันที่ 23 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563

และตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 25 มกราคม 2563 ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ พาโกด้าเตรียมเมนูขนมเสริมความเจริญก้าวหน้า มัสยาพาเพลิน หรือ เหนียน เกา (Nian Gao) ขนมเข่งรูปปลารสคลาสสิค รสฟักทอง และรสเฉาก๊วย บริการสองชิ้นในราคา 288++ บาท และบริการพร้อมกล่องบรรจุภัณฑ์อันสวยงามให้ทุกท่านได้นำไปฝากผู้ใหญ่ที่เคารพรักในราคา 588++ บาท (เฉพาะรสคลาสสิคเท่านั้น)

   เติมความสดใส เสริมความรุ่งเรืองรุ่งโรจน์ ให้กับปีชวด 2563 พร้อมฉลองปีใหม่แบบจีน ด้วยเมนูสิริมงคล ณ  “พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์” โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาโทร.0-2059-5999 หรือทางอีเมล์ restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com 

เจาะเครื่อง 1.0 ลิตร เทอร์โบ อัลเมร่า ใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411514?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

เจาะเครื่อง 1.0 ลิตร เทอร์โบ อัลเมร่า ใหม่

20 มกราคม 2563 – 12:45 น.
นิสสัน อัลเมร่า,เครื่องยนต์ขนาดความจุ 10 ลิตร
เปิดอ่าน 130 ครั้ง

เจาะเครื่อง 1.0 ลิตร เทอร์โบ อัลเมร่า ใหม่ คอลัมน์… ยานยนต์

จากที่นิสสันได้เปิดตัว นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ กับขนาดเครื่องยนต์ที่มีความจุลดลงจากรุ่นนิสสัน อัลเมร่า เดิม และนิสสัน มาร์ช ที่มีขนาด 1.2 ลิตร

มาเป็นเครื่องยนต์ขนาดความจุ 1.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศ เทอร์โบ รหัสเครื่องยนต์ HRA0 ของนิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ที่ออกแบบให้สมรรถนะและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูง รวมถึงลดการปล่อยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ตอบสนองต่อการขับขี่และการใช้งานในเมืองได้เป็นอย่างดี ตามเทรนด์ของโลกในการลดขนาดความจุเครื่องยนต์ แต่ออกแบบให้เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ให้สูงขึ้นและประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ สามารถตอบสนองการขับขี่ได้อย่างที่ต้องการ มีอัตราเร่งต่อเนื่องราบรื่น เปรียบเทียบสมรรถนะกำลังเครื่องยนต์เท่ากับขนาด 1,500 ซีซี จากการปรับสมรรถนะและแรงบิดที่เพิ่มขึ้นในแต่ละรอบเครื่องยนต์

การเร่งความเร็วให้การตอบสองที่เร็วด้วยวาวล์ควบคุมไอเสียระบบไฟฟ้า หรือ electronically controlled waste gauge ในการควบคุมแรงดันไอเสียที่เข้าออกเครื่องยนต์เทอร์โบ ช่วยลดอาการรอรอบของเทอร์โบหรือ Turbo Lag ที่ดีขึ้น และช่วยเพิ่มความทนทานของเครื่องยนต์ โดยเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ รุ่น HRA0 ของนิสสัน อัลเมร่า ใหม่นี้ มีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิม ให้พละกำลังสูงสุดถึง 100 แรงม้า ให้แรงบิด 152 นิวตันเมตร และอัตราการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

เครื่องยนต์เทอร์โบใหม่นี้ยังมาพร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติเอ็กซ์ทรอนิกซีวีที Xtronic CVT โดยระบบเกียร์อัจฉริยะนี้จะช่วยเพิ่มอัตราการเร่งพร้อมทั้งลดอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาพร้อมดี-สเตป ลอจิก   D-Step Logic) ที่ปรับปรุงใหม่เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล โดยทางนิสสันเคลมว่าสามารถให้อัตราเร่งทันใจต่อเนื่อง และให้ความรู้สึกถึงการขับขี่ที่สนุกสนานขึ้น

นอกเหนือจากสมรรถนะของเครื่องยนต์แล้ว เครื่องยนต์รุ่น HRA0 ใหม่นี้ ยังประกอบไปด้วยนวัตกรรมใหม่ๆทางเทคโนโลยีมากมาย โดยนอกจากเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่มีวาวล์ควบคุมไอเสียระบบไฟฟ้า (electronically controlled waste gauge) แล้วยังมีเทคโนยีการเคลือบกระบอกลูกสูบแบบ Mirror Bore Coating เทคโนโลยีจากนิสสันจีที-อาร์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ โดยการเคลือบกระบอกสูบแบบ Mirror Bore Coating จะช่วยลดแรงเสียดทานและการสึกหรอของกระบอกสูบและยังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนจากการเผาไหม้ จึงทำให้เครื่องยนต์ลดการใช้เชื้อเพลิงและมีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกการขับขี่

เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ HRA0 ใช้อินเตอร์คูลเลอร์แบบระบายความร้อนด้วยอากาศเพื่อลดอุณหภูมิของอากาศที่ถูกบีบอัดโดยเทอร์โบชาร์จเจอร์ แผงระบายความร้อนอินเตอร์คูลเลอร์ถูกติดตั้งอยู่ในตำแหน่งส่วนหน้าของรถ ซึ่งเป็นจุดที่รับลมได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะในขณะที่รถวิ่ง ซึ่งในด้านการบำรุงรักษาแผงระบายความร้อนอินเตอร์คูลเลอร์แบบอากาศนั้นทำได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าแผงระบายความร้อนอินเตอร์คูลเลอร์แบบของเหลวเพราะมีชิ้นส่วนน้อยกว่า

ในขณะที่สมรรถนะและนวัตกรรมถือเป็นจุดขายที่โดดเด่นแล้วยังมีเรื่องเสียงรบกวน (Noise) การสั่นสะเทือน (Vibration) และความกระด้าง (HarshNess) ที่ลดลง พร้อมด้วยระบบส่งกำลังและการลดเสียงที่ดังรบกวนจากบนถนนที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นเพื่อให้ห้องโดยสารมีความเงียบยิ่งขึ้น

สุดท้ายเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเทอร์โบ ของนิสสันเองได้รับความนิยมและการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในทวีปยุโรปเนื่องจากมีความสมดุลที่เยี่ยมยอดของสมรรถนะสำหรับการขับขี่ในเมือง และยังมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำขุมพลังใหม่ของนิสสัน อัลเมร่าใหม่นี้ ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดที่จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าชาวไทย แต่จะจริงเท็จแค่ไหน ท่านผู้อ่านที่สนใจก็ควรไปทดลองขับด้วยตัวเอง และพิจารณาว่าตอบสนองการขับในชีวิตประจำวันว่าเครื่องยนต์เล็กแบบนี้เพียงพอความต้องการเราไหม

นิสสัน อัลเมร่าใหม่ ยังมีการออกแบบที่พลิกโฉมจากรถรุ่นต่างๆ ที่นิสสันเองเคยเปิดตัวมา โฉมหน้านิสสัน อัลเมร่าใหม่ ออกแบบมาได้สวยมาก สะดวกสบายและกว้างขวางยิ่งขึ้น ยังมากับเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก Nissan Intelligent Mobility ที่สำคัญความปลอดภัยให้มาทั้งในส่วนด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังของตัวรถ ครั้งหน้าเราได้ทดลองขับแบบจริงจัง แล้วจะกลับมาเขียนเล่าให้ท่านผู้อ่านกันอีกทีครับ

โลกยิ่งเร็วภัยไซเบอร์ยิ่งแรง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411088?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

โลกยิ่งเร็วภัยไซเบอร์ยิ่งแรง

20 มกราคม 2563 – 00:00 น.
ภัยไซเบอร์,อินโนสเปซ,อาชญากรไซเบอร์,ออนไลน์
เปิดอ่าน 110 ครั้ง

โลกยิ่งเร็วภัยไซเบอร์ยิ่งแรง คอลัมน์…  อินโนสเปซ  โดย…  บัซซี่บล็อก 

โลกยิ่งเคลื่อนไปข้างหน้าเร็วขึ้นตามความก้าวหน้าของยุคดิจิทัลและเครือข่ายออนไลน์ที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของการใช้ชีวิตผ่านอุปกรณ์ที่สามารถพูดคุยกันได้อัตโนมัติผ่านอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือที่อยู่ติดกาย ในอีกด้านเหล่าอาชญากรไซเบอร์ก็ยิ่งจู่โจมเหยื่อได้รวดเร็วและรุนแรงขึ้นกัน มีข้อมูลจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ เปิดเผยว่า แต่ละวันจะมีการจู่โจมทางไซเบอร์เกิดขึ้น 2,244 ครั้ง หรือเฉลี่ยทุกๆ 39 วินาที จะมีการจู่โจม 1 ครั้ง

ขณะที่ตัวเลขอื่นๆ ที่บ่งชี้ความรุนแรงต่อเนื่องของภัยไซเบอร์ ได้แก่ เฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 มีข้อมูลรั่วไหลสู่มือวายร้ายไซเบอร์ถึง 4.1 พันล้านไฟล์ข้อมูล (ที่มา : ริสก์เบส) โดยเวอไรซอน ได้เจาะลึกลงไปพบว่า 71% ของเป้าหมายโจมตีเพื่อมุ่งหวังเงิน และ 21% เป็นการจารกรรมข้อมูล ซี่งการรั่วไหลของขัอมูลเหล่านี้ 52% เกิดจากการแฮ็กข้อมูล อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ แม้จะมีความพยายามปกป้องตัวเองจากการถูกแฮ็ก/เจาะข้อมูลด้วยการตั้งรหัสผ่าน แต่ก็ดูเหมือนว่าน่าจะไม่เพียงพออีกต่อไป โดยรายงานจากบริษัท ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ มีเดีย ระบุว่าภายในสิ้นปี 2563 จะมีจำนวนรหัสผ่านที่ใช้กันอยู่ทั้งโดยมนุษย์และเครื่องจักร/คอมพิวเตอร์ต่างๆ มากถึง 3 แสนล้านรหัส

ล่าสุด นายเท็ด เฮอเบิร์ต รองประธานฝ่ายการตลาดของโกลบอลไซน์ (GlobalSign) ก็ออกมาส่งสัญญาณเตือนว่ายุคของการแฮ็กผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะ (smart devices) กำลังคืบคลานเข้ามาแล้ว ปัจจุบันมีจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ หรือไอโอที (IoT) เกือบ 3 หมื่นล้านชิ้นทั่วโลก และทุกๆ 1 วินาที จะมีอุปกรณ์ใหม่ๆ โดยเฉลี่ย 127 ชิ้นที่ถูกนำไปเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต อีกทั้งคาดว่าภายในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนอุปกรณ์ไอโอทีทั่วโลกมากกว่า 7 หมื่นล้านชิ้น

เมื่อไม่นานนี้ นายเดอริค มันคี นักกลยุทธ์ความปลอดภัยเครือข่ายระดับโลก บริษัท ฟอร์ติเน็ต ได้นำเสนอมุมมองคาดการณ์แนวโน้มภัยไซเบอร์ในปี 2563 ไว้ส่วนหนึ่งว่า “จะเห็นการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ โจมตีทุกรูปแบบ ในปริมาณมาก สามารถหลบหลีกการตรวจพบ ชุมชนอาชญากรไซเบอร์ประสบความสำเร็จในการคุกคาม โดยอาศัยทำนายการตัดสินใจของเหยื่อที่แม่นยำมากขึ้นและใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงเครือข่ายมากขึ้น จึงพบภัยคุกคามมากขึ้น”

จากรายงานภัยคุกคามภูมิทัศน์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ล่าสุดจากฟอร์ติเน็ต พบว่า อีกกลยุทธ์ที่ใช้คือการกำหนดเป้าหมายการโจมตีในปริมาณมากที่สุด เช่น อาชญากรกำลังกำหนดเป้าหมายไปยังบริการที่ส่วนที่มีการเชื่อมต่อกับสาธารณชนมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นการฉวยโอกาสที่องค์กรกำลังมุ่งมั่นกับการอัพเกรดอุปกรณ์เกตเวย์รักษาความปลอดภัยให้ระบบอีเมลของตนและฝึกอบรมบุคลากรเพื่อต่อสู้กับภัยฟิชชิ่งที่มีมากมายในขณะนี้อยู่ อาชญากรจึงใช้กลยุทธ์โจมตีที่แตกต่างกันในปริมาณมาก และคุกคามเข้ามาในเครือข่ายได้สำเร็จ

และที่น่าสนใจมากที่สุดในขณะนี้คือการพัฒนากลยุทธ์การโจมตีที่ใช้การทำงานร่วมของภัยประเภทหนอน (Swarm-based attacks) ทั้งนี้ ภัยหนอนอัจฉริยะกลุ่มใหม่ที่เกิดจากบ็อต (Bot) ที่ปรับแต่งได้ และถูกจัดกลุ่มรวมกันตามฟังก์ชั่นการโจมตีที่เฉพาะเจาะจง หนอนอัจฉริยะกลุ่มใหม่นี้จะสามารถแบ่งปันและเรียนรู้จากกันและกันได้แบบเรียลไทม์ สามารถกำหนดเครือข่ายเป้าหมาย และโจมตีเหยื่อ ในทุกด้านได้พร้อมๆ กันอย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงเป็นความท้าทายในศักยภาพของเครือข่ายที่จะต้องป้องกันตนเองให้ได้อย่างแข็งแกร่ง

ดังนั้นถึงเวลาแล้วสำหรับการคิดใหม่ ทำใหม่ องค์กรจำเป็นต้องเริ่มใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์ประเภทเดียวกันเพื่อปกป้องเครือข่ายที่อาชญากรใช้ในการคุกคามเข้ามา นั่นคือการใช้วิธีการป้องกันภัยแบบบูรณาการอย่างชาญฉลาดซึ่งใช้ประโยชน์จากพลังงานและทรัพยากรที่องค์กรมีอยู่ในปัจจุบัน

เทคโนโลยีเอไอ (Artificial Intelligence : AI) เป็นหนึ่งในความหวังที่ดีที่สุดในการช่วยองค์กรเผชิญกับปัญหาภัยคุกคามใหม่ๆ นี้ได้ โดยมีเป้าหมายคือการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันแบบปรับตัวได้เองสำหรับเครือข่าย คล้ายกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์ ซึ่งในร่างกายของเรา จะมีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่จะเข้ามาช่วยเหลือเมื่อตรวจพบปัญหาโดยอัตโนมัติ เพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อ ในขณะที่ยังจะส่งข้อมูลกลับไปที่สมองเพื่อการประมวลผลที่มากขึ้น เช่น การจัดสรรทรัพยากรเพิ่มเติมหรือจดจำการใช้ยาปฏิชีวนะ”

ด้าน นายอีแวน ดูมาส ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เช็ค พอยท์ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีส์ จำกัด กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า จากสถานการณ์ในปี 2562 แสดงให้เห็นภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนอย่างมาก องค์กรต้องนำแผนเชิงรุกมาใช้เพื่อป้องกันและอยู่นำหน้าการโจมตีของอาชญากรไซเบอร์ให้ได้ ความสามารถในการตรวจจับและการบล็อกการโจมตีโดยอัตโนมัติตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นได้

ทั้งนี้รายงานสรุปความปลอดภัยทางไซเบอร์ปี 2563 ของเช็คพอยท์ เปิดเผยข้อมูลและเทคนิคการโจมตีที่สำคัญๆ ที่นักวิจัยของเช็กพอยท์ตรวจพบได้ในช่วงปีที่ผ่านมาหลักๆ ได้แก่ 1.มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ (Cryptominer) ยังคงยึดหัวหาดการโจมตีของมัลแวร์ เนื่องจากการใช้ซอฟต์แวร์ขุดเงินดิจิทัลยังคงเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนสูงสำหรับอาชญากร 2.กองทัพบ็อตเน็ตมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยพบว่ามีองค์กรทั่วโลกได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นกว่า 50% จากปีก่อนหน้า

3.แรนซัมแวร์แบบมีเป้าหมายโจมตีหนักมาก อาชญากรเลือกเป้าหมายในการใช้แรนซัมแวร์อย่างระมัดระวัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้จากการเรียกค่าไถ่ให้ได้สูงสุด 4.การโจมตีอุปกรณ์เคลื่อนที่ลดลง เป็นผลจากการที่เกิดความตระหนักที่สูงขึ้นเกี่ยวกับภัยคุกคามของอุปกรณ์เคลื่อนที่ 5.ปีแห่งการโจมตีของ Magecart ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยเป็นการนำรหัสที่เป็นอันตรายเข้าไปใส่ไว้ในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเพื่อขโมยข้อมูลการชำระเงินของลูกค้าจากหลายร้อยเว็บไซต์ ตั้งแต่เครือโรงแรมขนาดใหญ่ ยักษ์ใหญ่ด้านการค้า ไปจนถึงธุรกิจเอสเอ็มอีในทุกแพลตฟอร์ม และ 6.การโจมตีระบบคลาวด์เพิ่มจำนวนขึ้น ขนาดของการโจมตีและการรั่วไหลของข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังพบโจมตีซึ่งพุ่งเป้าไปที่ผู้ให้บริการคลาวด์โดยตรงมากขึ้น

กมลนันท์ เจียรวนนท์ พร้อมปันโอกาส สร้างสังคมไม่ทิ้งกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411644?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

กมลนันท์ เจียรวนนท์ พร้อมปันโอกาส สร้างสังคมไม่ทิ้งกัน

20 มกราคม 2563 – 16:00 น.
ฟ่ง กมลนันท์ เจียรวนนท์,ศุภชัย เจียรวนนท์,เครือเจริญโภคภัณฑ์,วัน ยังก์ เวิลด์ 2014,ศมูฮัมหมัด ยูนูส,เด็กไร้สัญชาติ,ความฝัน,สวรินทร์ ภุมรินทร์,มูลนิธิเด็กและสตรี,คมคิดคนดัง
เปิดอ่าน 64 ครั้ง

“ฟ่งและเพื่อนๆ มีความฝันว่าอยากช่วยเหลือ ให้โอกาสคนไร้สัญชาติให้ได้สัญชาติ และอยากให้เด็กกำพร้าได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง”

     เป็นเป้าหมายของการทำงานเพื่อสังคมเมื่อ 9 ปีที่แล้วของ “ฟ่ง” กมลนันท์ เจียรวนนท์ ลูกคนรองของ ศุภชัย เจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่แม้ว่าความฝันในวันนั้นจะเป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าที่เธอและเพื่อนๆ ในวัย 14 ปีจะทำได้ แต่การได้ลงมือทำอะไรหลายอย่างเท่าที่พอจะช่วยได้ในขณะนั้น ก็ทำให้ได้ค้นพบ “Passion” และ “เป้าหมาย” ชีวิตของตัวเอง

     “ในปี 2557 ที่ได้ไปร่วมเวที วัน ยังก์ เวิลด์ 2014 ที่ไอร์แลนด์เป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจมาก ได้ไปเรียนรู้อะไรมากมาย ระหว่างการพูดคุยกันในประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ฟ่งก็ได้รับข่าวว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่ฟ่งพยายามช่วยเหลือมาหลายปีซึ่งเป็นคนไร้สัญชาติถูกจำคุก เพียงเพราะว่าเขาพยายามกลับไปหาแม่ที่พม่า ตอนนั้นเหมือนโลกสลาย ก็รู้สึกว่าเราอาจจะต้องพูดอะไรสักอย่าง หลังจากบนเวทีพูดเสร็จเขาจะให้โอกาสตั้งคำถาม เราก็ขึ้นไปถามเสียงสั่นๆ ถามหัวหน้าแต่ละองค์กรระดับโลกว่าเคสแบบนี้ เราจะทำอะไรเพื่อคนไร้สัญชาติได้บ้างไหม ซึ่งก็ไม่มีใครตอบได้เลย” สาวผู้มีความฝันในการช่วยเหลือผู้อื่นเล่าแรงบันดาลใจ

     

      ณ จุดนั้นเองที่ทำให้เธอรู้ว่าต้องผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะเห็นว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้เลยว่าคนที่ไร้สัญชาตินั้นแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างไร ขาดโอกาสและสิทธิ์อะไร และเป็นที่มาของการใช้เวที “วัน ยังก์ เวิลด์ ซัมมิต 2015” ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทยเมื่อราว 4 ปีก่อนพูดถึงงานของเธอที่มูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี VOICES และพูดเพื่อให้ปัญหาของคนไร้สัญชาติได้รับความสนใจจากผู้ที่เกี่ยวข้องในสังคมไทยและสังคมโลกได้หันมาสนใจดูแลปัญหาของคนกลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น

    “ตอนนั้นกลัวมากเพราะการทำงานเรื่องแบบนี้มันอาจไม่ถูdกฎหมายเต็มร้อย อีกอย่างเราก็พยายามที่จะทำแบบเงียบๆ กลัวว่าจะมีคนมาโจมตีครอบครัวเรา แต่ก็กลับมาคิดต่อว่า ตั้งแต่แรกเราทำเรื่องนี้ทำไม แล้วเราไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง ถ้าเราไม่พูดก็ไม่มีใครพูดเรื่องของคนไร้สัญชาติ ฟ่งเชื่อว่าเด็กที่เขาเกิดขึ้นมาเขาไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย เขาแค่เกิดมาแบบผิดกฎหมาย ไม่ควรผลักไสเขาออกไป เราต้องช่วยให้เด็กได้มีสัญชาติหรืออะไรสักอย่าง อย่างน้อยให้เขามีโอกาสได้รับบริการสาธารณสุขหรือการศึกษา เพียงแค่นั้นก็อาจจะทำให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศเราก็ได้” ฟ่ง อธิบายแนวคิด

     ล่าสุดในการประชุม “วัน ยังก์ เวิลด์ ซัมมิต 2018” ที่เนเธอร์แลนด์ ก็ได้เกิดการรวมตัวของกลุ่มผู้นำเยาวชนในการดำเนินงาน “โครงการต่อต้านความรุนแรงทางเพศ” ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งกมลนันท์ก็ได้ทำหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ในการเป็นกระบอกเสียงให้แก่เด็กไร้สัญชาติในเวทีโลกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมมือกับผู้นำเยาวชนจากประเทศต่างๆ ในการเข้าไปจัดการกับปัญหาความรุนแรงเกี่ยวกับเพศทั้งในระดับพื้นที่และในระดับโลก

     “ก่อนนั้นฟ่งเคยแอบคิดว่าทำไมเราต้องทำธุรกิจเยอะจัง ทำไมต้องทำธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นด้วย แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่ ศ.มูฮัมหมัด ยูนูส พูด ทำให้ฟ่งเปลี่ยนความคิดเรื่องครอบครัวของตัวเอง ท่านพูดว่า ในยุคของคนรุ่นใหม่เราควรเปลี่ยนความคิดจากการที่เราต้องหางานให้ตัวเอง เปลี่ยนเป็นการที่เราควรช่วยสร้างงานให้คนอื่นๆ คำพูดนี้ทำให้เรามองว่าที่ครอบครัวของเราทำธุรกิจให้มันใหญ่ขึ้นก็แปลได้ว่าเราจ้างคนให้ได้ทำงานมากขึ้น มันก็เป็นผลสะท้อนอีกแบบหนึ่ง ก็เลยทำให้หันมามองว่าการทำธุรกิจก็สามารถช่วยขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงได้ และอาจจะทำได้ยั่งยืนกว่าในสิ่งที่เราทำอยู่ด้วยซ้ำ” ประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆ ในเวทีระดับโลกนี้เองทำให้ “สาวฟ่ง” เติบโตขึ้นทางความคิดและปรับเปลี่ยนเป้าหมายการทำงานไปสู่ความเท่าเทียมกันในสังคมมากขึ้น

 

    เจ้าตัวบอกว่า หลังจากโครงการวอยซ์สหรืองานอื่นๆ ก็อยากเห็นว่าคนไร้สัญชาติหรือเด็กกำพร้าที่ช่วยเหลือเหล่านั้นมีงานทำ เพราะเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้อยากหรือรอให้คนมาบริจาคช่วยเหลือไปตลอดชีวิต ทุกคนอยากมีงานทำ มีรายได้ของตัวเอง แล้วก็รู้ว่าตัวเองสามารถใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้

   ตลอดระยะเวลาในการทำงานเพื่อเด็กด้อยโอกาสของสาวคนนี้ แม้ว่าจะมีอุปสรรคต่างๆ มากมาย จนเหมือนกับว่า “ความฝัน” ของเธอและเพื่อนๆ ซึ่งเป็นฝันเดียวกันกับบรรดา “เด็กไร้สัญชาติ” ตามแนวตะเข็บชายแดนนั้นดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อม แต่เจ้าตัวกลับไม่ท้อและพร้อมเดินหน้าต่อไปพร้อมกับว่าคำ “ไม่สำเร็จ”

     “ฟ่งคิดว่างานแบบนี้มันอาจจะไม่มีวันสำเร็จได้จริงๆ เพราะเมื่อเราช่วยคนได้ ก็อาจจะมีคนอีกสิบร้อยพันหมื่นคนที่รอให้เราช่วย แล้วโลกของเราก็มีเด็กเกิดขึ้นใหม่ทุกนาที มีช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกแย่มากที่ทำไม่สำเร็จก็เริ่มท้อ สังคมก็ไม่เชื่อมั่น ในสังคมด้านกฎหมายก็ไม่สนับสนุนก็รู้สึกว่าเราอาจจะทำต่อไม่ได้ ตอนกลับมาเมืองไทยฟ่งก็ไปเลี้ยงเด็กที่บ้านพักฉุกเฉิน มีเด็กคนหนึ่งอายุขวบกว่าๆ เตาะแตะมากอดขา เหมือนเขารู้ว่าเราเป็นอะไรสักอย่าง ก็เลยรู้สึกว่าเราต้องสู้ต่อไป ไม่อย่างนั้นอนาคตของเด็กๆ กลุ่มนี้จะหายไปทันที วันนั้นเรากลับมาคิดได้ว่าเรายอมแพ้ไม่ได้ เราอาจจะไม่สำเร็จวันนี้ เราอาจจะไม่สำเร็จพรุ่งนี้ หรือว่าอีก 10 ปี แต่ว่าทุกก้าวที่เราทำ มันก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นไปทีละนิดๆ” สาวไซส์เล็กแต่ “หัวใจ” ไม่เล็ก เผย

      ในที่สุด เธอก็ได้จับมือกับเพื่อนชื่อ สวรินทร์ ภุมรินทร์ ก่อตั้ง มูลนิธิเด็กและสตรี VOICES (Voices Foundation for Vulnerable Children)  นอกจากนี้ยังได้รับความเชื่อมั่นให้นั่งตำแหน่ง “ประธานมูลนิธิ ธนินท์ เทวี เจียรวนนท์” อีกด้วย

       “ฟ่งอยากเห็นสังคมของเรามีส่วนร่วมมากกว่านี้ อย่างตอนนี้เรารับรู้และเข้าใจเรื่องความเท่าเทียม เรื่องเพศทางเลือก แต่กฎหมายยังไม่ยอมรับ และอยากให้คนรุ่นใหม่ช่วยกันขับเคลื่อนสังคมและกฎหมายต่างๆ ไปให้ทันกับการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้จะไปทำงานเป็นที่ปรึกษาด้าน social sector สัก 3-4 ปี เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้หลายๆ อย่างทั้งเรื่องธุรกิจ ด้านสังคม หรือการทำงานกับภาครัฐ แล้วเมื่อเรากลับมาทำงานที่มูลนิธิ ธนินทร์ เทวี เจียรวนนท์ จะได้ทำงานเพื่อสังคมได้เต็มที่ เพราะถ้าเราจะทำให้ยั่งยืนจริงๆ เราต้องทำงานกับทุกภาคส่วน ก็เลยอยากเรียนรู้ให้มากที่สุด เพื่อที่จะกลับมาทำงานในระยะยาว เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้เกิดความยั่งยืนมากที่สุด” เรี่ยวแรงสำคัญในการผลักดันมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี กล่าว

       ทั้งนี้ หน่อเนื้อแห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงเป้าหมายการทำงานและความฝันในอนาคตของตัวเองว่า อยากช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ได้มีพื้นที่ชีวิตและจุดยืนในสังคมในฐานะของความเป็น “มนุษย์” คนหนึ่งเช่นเดียวกันคนอื่นๆ บนโลกใบนี้…

โกลเด้น เพลซ เปิดสาขาฉะเชิงเทรา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411613?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

โกลเด้น เพลซ เปิดสาขาฉะเชิงเทรา

20 มกราคม 2563 – 15:30 น.
โกลเด้น เพลซ,บริษัท สุวรรณชาด จำกัด,ตู้เย็นของประชาชน,สินค้าเพื่อสุขภาพ ผัก-ผลไม้สด,ราคาย่อมเยา,โครงการหลวงแม่สลอง,เชียงใหม่
เปิดอ่าน 95 ครั้ง

“โกลเด้น เพลซ” เปิดสาขาฉะเชิงเทรา เพื่อความสะดวกของประชาชนให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ และสินค้าราคาย่อมเยา

 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ เป็นประธานในการเปิดร้านโกลเด้น เพลซ สาขาฉะเชิงเทรา โดยมี นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหารให้การต้อนรับ ที่ร้านโกลเด้น เพลซ สาขาฉะเชิงเทรา เมื่อวันก่อน

นวลพรรณ ล่ำซำ เชิญชวนใช้ถุงผ้าช็อปสินค้า

พลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล ชมภายในร้าน

         บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการเปิดร้านโกลเด้น เพลซ สาขาฉะเชิงเทรา อันเป็นสาขาลำดับที่ 19 ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของอาคารโครงการพัฒนาพื้นที่อาคาร 5 ชั้น ในพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อต้องการให้พื้นที่ดังกล่าว สร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ ตัวอาคารออกแบบเรียบง่าย คงความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมในสมัยก่อน ภายในเน้นพื้นที่เพื่อประโยชน์ใช้สอย ชั้น 1 เป็นที่ตั้งของร้านโกลเด้น เพลซ ชั้นที่ 2-5 เป็นที่ตั้งของคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ฉะเชิงเทรา ที่ให้บริการในด้านทันตกรรมและจักษุ ซึ่งข้าราชการที่มาใช้บริการที่คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ยังสามารถใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เช่นเดียวกับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐทั่วไป

     สำหรับผลิตภัณฑ์ภายในร้านประกอบด้วย สินค้าเพื่อสุขภาพ ผัก-ผลไม้สด สินค้าพร้อมรับประทาน สินค้าแปรรูปทางการเกษตร สินค้าโอท็อปจากชุมชนต่างๆ รวมทั้งยังมีมุมกาแฟ โกลเด้น คอฟฟี่ แห่งที่ 6 ซึ่งใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์ดี จากโครงการหลวงแม่สลอง จังหวัดเชียงราย เป็นกาแฟคุณภาพสูง รสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอมชวนดื่ม อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของ โกลเด้น คอฟฟี่

       ทั้งนี้ การเปิดร้านโกลเด้น เพลซ สาขาฉะเชิงเทรา นับเป็นการขยายสาขาไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด สาขาที่ 4 จากเดิมมีสาขาหัวหิน 1 สาขาหัวหิน 2 และสาขาชั่งหัวมัน ซึ่งเปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว นับเป็นสิ่งดีๆ ที่ผู้บริโภค จะได้รับประทานอาหารและสินค้าที่สด สะอาด มีคุณภาพ ที่สำคัญเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้มาใช้บริการที่คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ทั้งแพทย์-พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งที่จังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่ใกล้เคียง ในการเป็นร้านสินค้าเพื่อสุขภาพ และสร้างสุขอนามัยที่ดีแก่ผู้บริโภคอีกด้วย

          ร้านโกลเด้น เพลซ ภายใต้ บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์นี้  พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสานต่อพระราชปณิธานของพระราชบิดา และทรงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาร้านค้า “โกลเด้น เพลซ” อันเปรียบเสมือน “ตู้เย็นของประชาชน” ให้คงอยู่อย่างเข้มแข็ง เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ โดยมีพระราชปณิธานให้เป็นช่องทางที่ผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา ขณะเดียวกัน กลุ่มเกษตรกรหรือสินค้าจากชุมชนต่างๆ ก็ได้มีช่องทางในการจำหน่ายเพิ่มเติมอีกด้วย

     อนึ่ง ร้านโกลเด้น เพลซ สาขาฉะเชิงเทรา เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.suvarnachad.co.th

งานนี้เซอร์ไพรส์!! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/411601?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

งานนี้เซอร์ไพรส์!!

20 มกราคม 2563 – 14:35 น.
วิลาสินี ภาณุรัตน์,อีฟ โรเช,ปรีติ ฮาลัย,เนสเพรสโซ,สราวุธ ทรงศิวิไล,ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์,เดอะ แพลทินัม แฟชั่ม มอลล์,ไชนิส เซเลเบรชั่น,เซฟ ออสเตรเลีย,จังซีลอน,ไฟป่า,เกษรวิลเลจ,จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์​,ไชนีส นิวเยียร์,ตรุษจีน,สามย่านมิตรทาวน์,มูลนิธิพระดาบส,กันตพร หาญพาณิชย์,ไทยพาณิชย์,นิธิวัฒน
เปิดอ่าน 104 ครั้ง

สาวสายบิวตี้ต้องร้องว้าวแน่นอน

          ** เหล่าจิตอาสาจากหลายภาคส่วนกว่า 2,000 คน ร่วมกันประดับตกแต่งหมวก 10,000 ใบ ในกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม “หมวกสวย ใจสวย” ภายใต้โครงการวาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม ของบริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ที่จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนพลังแห่งการให้เพื่อสร้างกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยากไร้ที่อยู่ในความดูแลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และโรงพยาบาลมะเร็งภูมิภาคทั่วประเทศ

วิลาสินี ภาณุรัตน์

          ** สร้างเซอร์ไพรส์กับวงการบิวตี้ได้ตลอด สำหรับเจ้าแม่เครื่องสำอาง “ลาล่า” วิลาสินี ภาณุรัตน์ บอสสาวฝ่ายการตลาดคนล่าสุดของอีฟ โรเช ล่าสุดเตรียมเปิดตัวโปรดักส์ใหม่แคมเปญ “Act Beautiful สวยโลกไม่เสีย” แว่วว่ามีเซอร์ไพรส์เด็ดที่สาวสายสกินได้ยินแล้วต้องร้องว้าวแน่นอน สาวคนไหนไม่อยากพลาด 30 มกราคมนี้ เวลา 4 โมงเจอกันที่ชั้น จี สยามเซ็นเตอร์

ปรีติ ฮาลัย

          ** สนุกสนานคึกคักกันตั้งแต่ต้นปีหนู ปรีติ ฮาลัย แห่งเนสเพรสโซประเทศไทย เตรียมจัดงานเอาใจคอกาแฟ ชวนมาดื่มกาแฟรสชาติใหม่ท่ามกลางบรรยากาศที่เนรมิตขึ้นมาเป็นอิตาเลียนบาร์ 360 องศาครั้งแรกที่ควอเทีย แกลเลอรี่ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ตั้งแต่ 31 มกราคมถึง 4 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น

สราวุธ ทรงศิวิไล

          ** เห็นเงียบๆ เตรียมงานไว้เพียบนะจ๊ะ สำหรับงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 ที่กำลังจะจัดขึ้นในธีม “Make a CHANGE เปลี่ยน ปรับ ขยับสังคม”   งานนี้ “เดอะจ้อ” สราวุธ ทรงศิวิไล ประธานจัดงานฝั่งจุฬาฯ ซุ่มเตรียมทีเด็ดอื้อ…เห็นว่าจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่วันอังคารที่ 28 มกราคมนี้ ที่สยามสแควร์วัน บอกเลยตื่นตาตื่นใจจนกระพริบตาไม่ได้แม้นาทีเดียว…

          ** ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่ม มอลล์ เชิญร่วมงาน “ไชนิส เซเลเบรชั่น 2020” ต้อนรับเทศกาลมหามงคลตรุษจีนปีหนู ช็อปสินค้ามงคล อาทิ ปี่เซียะ ผลไม้มงคล พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารจีน กว่า 50 ร้านค้า เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศตกแต่งงานในธีมตรุษจีน พร้อมชมการแสดงพิเศษ ชุดขบวนเชิดสิงโต การแสดงจีนร่วมสมัย ฯลฯ วันนี้ถึง 2 กุมภาพันธ์ ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์ฯ

          ** ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย จัดโครงการรณรงค์ Thailand HPV Cervical Cancer Free #เอชพีวีไม่รู้ไม่ได้แล้ว เนื่องในเดือนรณรงค์ต้านภัยมะเร็งปากมดลูก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ปลอดจากโรคมะเร็งปากมดลูก วันจันทร์ที่ 27 มกราคม เวลา 13.30-15.00 น. ที่ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

          ** ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เชิญชวนร่วมส่งน้ำใจดับไฟป่าในประเทศออสเตรเลีย พร้อมจัดตั้งจุดรับบริจาคเงิน “เซฟ ออสเตรเลีย” เพื่อนำไปช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยไฟป่าในประเทศออสเตรเลีย โดยสามารถร่วมบริจาคได้ตั้งแต่วันนี้ ที่จุดรับบริจาค บริเวณลานเดอะพอร์ท อารีน่า ตั้งแต่ 11.00-21.00น. สอบถามโทร.0-7660-0111

          ** เกษรวิลเลจ นำโดย จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์​ รองกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่จีน “เกษร ไชนีส นิวเยียร์ เฟส 2020” ในคอนเซ็ปต์ อาร์ต ๏ คัลเจอร์ ๏ ช็อปปิ้ง ๏ อั่งเปา ตั้งแต่วันนี้ถึง 29 กุมภาพันธ์นี้ ที่เกษรวิลเลจ

          ** ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จัดแคมเปญตรุษจีน “สามย่านมิตรทาวน์ ไชนีส นิวเยียร์ 2020” แนวคิด ‘คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้’ โดยสอดแทรกสาระของการแสดง ตลอดจนสะท้อนวิถีชีวิตของชาวจีนโบราณไว้ตลอดงาน ระหว่างวันที่ 23-31 มกราคมนี้

          ** พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี และเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส มอบรางวัล “บุคคลตัวอย่าง” แห่งปี 2563 สาขาการแพทย์และสาธารณสุข แด่ กันตพร หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) โดยได้รับการประกาศให้เป็นบุคคลที่มีคุณธรรมจริยธรรมบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล รับผิดชอบต่อองค์กร สังคม ประเทศชาติและได้รับการยอมรับทุกภาคส่วน ที่ห้องชัยพฤกษ์ 2 หอประชุมกองทัพอากาศ ถนนพหลโยธิน เมื่อเร็วๆ นี้

** ธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือ บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดตัว “SCB Multi Care Multi Claims เคลมคุ้มกลุ่มโรคร้าย” ชูจุดเด่นประกันรูปแบบใหม่ “ประกันคิดเผื่อ เพื่อคนคิดเยอะ” โดย “คิดเผื่อ” ให้ลูกค้าได้รับมือและเตรียมตัวสำหรับการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่ “คิดเยอะ” หากลูกค้าไม่ได้เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงจนครบสัญญา ลูกค้าจะได้รับเบี้ยฯ ที่จ่ายมาทั้งหมด คว้าดาราลุงลิงสุดฮอต “ใหม่-เต๋อ” เป็น   พรีเซนเตอร์คู่ครั้งแรก พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาที่สร้างสรรค์ผลงานโดยผู้กำกับมากฝีมืออย่าง นิธิวัฒน์ ธราธร ส่งกลยุทธ์การเล่าเรื่อง storytelling ถ่ายทอดผลิตภัณฑ์ประกันอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจง่าย

** ชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการจิตรกรรมและภาพถ่าย “The New Horizon มุมมองใหม่สมุทรปราการ” ภายในงานมีการจัดแสดงภาพจิตรกรรมจากฝีมือจิตรกรสุวรรณภูมิทั้ง 9 ท่าน และภาพถ่ายจากการประกวดภาพถ่าย “The New Horizon มุมมองใหม่สมุทรปราการ” บริเวณล็อบบี้ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ทั้งนี้ รายได้จากการจำหน่ายภาพส่วนหนึ่งนำไปมอบให้กับโครงการลูกพระดาบส สมุทรปราการ

** อรพิน สุภาควัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทแปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา จำกัด ผู้จัดงาน “แปซิฟิค มอเตอร์ โชว์” ครั้งที่ 22 สุดยอดมหกรรมยานยนต์แห่งภาคตะวันออก มอบรางวัล ให้กับผู้โชคดีที่เข้าร่วมเป็นเจ้าของรถในกิจกรรม “แปซิฟิค พาร์ค ช่วยจ่าย” กิจกรรมพิเศษที่ศูนย์การค้าแปซิฟิคฯ จัดขึ้น เพื่อให้ผู้จับจองรถได้ร่วมลุ้นรางวัลภายในงาน รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท ที่ศูนย์การค้าแปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา จ.ชลบุรี

          ** บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างคนไทยหัวใจคือลูกค้า นำโดย อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดโครงการ “บิ๊กซีร่วมใส่ใจ รักษ์สิ่งแวดล้อม”  เพื่องดบริการถุงพลาสติก และรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงผ้ามาช็อปปิ้ง โดยมี จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นประธานในพิธี ที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์  สาขาราชดำริ เมื่อเร็วๆ นี้

คมเลนส์ส่องพระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/411063?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

คมเลนส์ส่องพระ

19 มกราคม 2563 – 00:00 น.
คมเลนส์ส่องพระ,พระเครื่อง,พระพุทธรูป สิงห์สาม,พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง มือตกเข่า
เปิดอ่าน 1,842 ครั้ง

คอลัมน์… คมเลนส์ส่องพระ โดย… แล่ม จันท์พิศาโล

 ***  คมเลนส์ส่องพระ  วันนี้ขอเริ่มด้วย  พระพุทธรูป สิงห์สาม หน้าตัก ๒.๕ นิ้ว สูง ๔ นิ้ว องค์พระขนาดย่อม แต่โดดเด่นที่พระพักตร์ และพระโอษฐ์ อมยิ้ม แบบศิลปะล้านนายุครุ่งเรืองของเมืองเชียงใหม่ อายุกว่า ๖๐๐ ปี องค์นี้ใต้ฐานมีดินแกลบให้พิจารณาดูความเก่าได้เป็นอย่างดี สนนราคาหลักหมื่นต้น ตามสภาพความสวยงาม ถ้าเล็กกว่านี้ขนาดห้อยคอได้ ราคาจะสูงขึ้น  องค์นี้เป็นพระเก่าเก็บของ   สมชาย ลาสุทธิ   ร้านถ่ายภาพพระเครื่อง ส.สกุณา จ.เชียงใหม่

** **  พระครูประศาสน์สิกขกิจ (พริ้ง อินทโชติ) วัดบางปะกอก ธนบุรี  เป็นพระเกจิอาจารย์อีกท่านหนึ่งที่  เสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ  ทรงให้ความเคารพนับถือในฐานะพระอาจารย์  ชื่อเสียงของ  หลวงพ่อพริ้ง  โด่งดังมากในสมัยสงครามอินโดจีน และสงครามโลกครั้งที่ ๒ วัตถุมงคลของท่านมีหลายอย่าง ที่หายากอย่างหนึ่ง คือ  พระคงจิ๋ว  เนื้อผงคลุกรัก ขนาดองค์พระสูงประมาณ ๑.๒ ซม. กว้าง ๐.๗ ซม. หนาประมาณ ๐.๕ ซม. ใต้ฐานมียันต์ นับเป็นองค์พิเศษมาก เป็นพระของ  ศ.นพ.พรพรหม เมืองแมน  โรงพยาบาลศิริราช เช่ามาเฉียด ๑ แสนบาท…หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก  นามเดิม “พริ้ง เอี่ยมทศ”  เกิดเมื่อวันอาทิตย์ พ.ศ.๒๔๑๒ บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) อุปสมบทเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๕  เป็นเจ้าอาวาสวัดบางปะกอก เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๘ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นพระครูสัญญาบัตร ที่ “พระครูประศาสน์สิกขกิจ” เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๙  มรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐ สิริรวมอายุ ๗๙ ปี พรรษา ๕๖

**  พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน รุ่นพินัยกรรม พิมพ์พระรอด ปี ๒๕๐๕  องค์นี้สภาพสวยสมบูรณ์องค์หนึ่ง เป็นพระเก็บเก่าในกรอบเลี่ยมโบราณ องค์พระกดพิมพ์ได้ลึกและคมชัด โดยเฉพาะโครงหน้าหลวงพ่อทวดที่ดูเสมือนมีชีวิตจริง พระพิมพ์พระรอดรุ่นนี้หาชมได้ยากยิ่งกว่าพระพิมพ์พระรอดรุ่นแรก ๒๔๙๗ เสียอีก สนนราคาจึงสูงถึงหลักแสนต้น องค์นี้เป็นพระของ   ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช   รังใหญ่พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้

**  รูปเหมือนหลวงพ่อเงิน  รุ่น “ช้างคู่” ขนาดบูชาหน้าตัก ๑๖ นิ้ว สูง ๒๔ นิ้ว ” สร้างปี ๒๕๒๖ จำนวน ๙ องค์ ปัจจุบันหายากมาก เท่าที่ทราบ ๕ องค์  อีก ๔ องค์ไม่ทราบผู้ครอบครอง  ๕ องค์ที่ทราบ คือ อยู่หน้าวิหารวัดท้ายน้ำ ๒ องค์,  ที่วัดบึงนาราง  ๑ องค์, ที่ว่าการอำเภอบึงนาราง ๑ องค์ และที่  หมู บึงนาราง  ๑ องค์  ก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าใครสร้าง เพิ่งทราบข้อมูลหลังจากบูชาท่านมาถึง ๔ ปี ค่านิยมปัจจุบันราคาหลักแสนกลางถึงปลาย

**  หนุมาน  ทหารเอกของ  พระราม  ในวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์” จุดเด่นของ  หนุมาน  คือ มีชีวิตเป็นอมตะ ไม่มีวันตาย แม้จะถูกอาวุธของศัตรู  หากลมพัดถูกกายก็จะพลิกฟื้นคืนชีพทันที  เพราะ  หนุมาน  เป็นลูกของ พระพาย (ลม) นั่นเอง  พระเกจิอาจารย์หลายท่านทุกสมัย จึงนิยมสร้าง เครื่องรางในรูปของ  หนุมาน  ตลอดมา รวมทั้ง  หลวงปู่บุญ  วัดกลางบางแก้ว ท่านได้สร้าง  หนุมานอาสา  (พนมมือร่ายพระเวท ขอพรก่อนออกศึก)  โดยฝีมือช่างชาวบ้านแกะจากไม้พุด ขนาด ๑ องคุลีข้อนิ้วก้อย ลงรักน้ำเกลี้ยง สนนราคาหลักแสน  ภาพด้วยความเอื้อเฟื้อจาก  กมล วิริยะตลอดกาล  (มล เชือกคาด)  ผู้ชำนาญเครื่องรางยอดนิยม

**  “นะไม่ตรึก” เป็นยันต์เก่าที่โบราณาจารย์รจนาขึ้นมาเพื่อให้บังเกิดลาภผลสักการะ ผู้ที่มีใจนึกและรำลึกถึงยันต์นี้ จะมีแต่ความเจริญ มีกินมีใช้ไม่รู้อด   พ่อแก่เจ้าแสง  วัดประเวศน์ภูผา (บ้านตรัง) อ.มายอ จ.ปัตตานี  เมื่อปี ๒๕๕๗ ท่านได้สร้างวัตถุมงคลชุด “นะไม่ตรึก” ประกอบด้วย  ๑.เหรียญหล่อรุ่นแรก  ๒.เหรียญปั๊มรูปเหมือน  ๓.พระปิดตา และ ๔.พระบูชาพิมพ์ยืนถือไม้เท้า วัตถุมงคลรุ่นนี้มีประสบการณ์มากมาย โดยเฉพาะด้านแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม โชคลาภ  ต่อมาพ่อแก่เจ้าแสงได้มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๐ สิริรวมอายุ ๙๘ ปี พรรรษา ๗๗ ที่นำมาให้ชมนี้ คือ  เหรียญปั๊มรูปเหมือน รุ่นแรก  ของ  บอล บ้านโตระ  ร้าน “เวทาสากุ” ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน

**   เหรียญหลวงปู่ทอง  วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร  จ.เชียงใหม่  รุ่น “พัฒนาชาติไทย” ปี ๒๕๖๒ จัดสร้างโดย  พลตรี ดำรงค์ คงเดช  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค ๓ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการ กองทัพไทย พิธีพุทธาภิเษกสมโภช วันเสาร์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๒ ณ มณฑลพิธีรอบวิหาร “พระพุทธสิริมงคลเสนานาถ” (พระพุทธสิหิงค์) เป็นเหรียญที่ระลึกในโอกาสอายุวัฒนมงคล ๘ รอบ ๙๖ ปี พรรษา ๗๖ พระเดชพระคุณ  พระพรหมมงคล วิ.(หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล)  สร้างด้วยเนื้อทองคำ, เนื้อเงินลงยา, เนื้อเงินหน้ากากทองคำ, เนื้อสามกษัตริย์, เนื้อนวโลหะ, เนื้ออัลปาก้า, เนื้อสัตตะโลหะ, เนื้อทองทิพย์, เนื้อทองชมพู ฯลฯ  หลังจากเหรียญรุ่นนี้ออกมาได้ ๓ เดือน หลวงปู่ก็ได้มรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ สิริรวมอายุ ๙๖ ปี พรรษา ๗๖

**  พบกับ  คมเลนส์ส่องพระ  ได้ใหม่ในวันเสาร์ต่อไป ตรงกับ  วันตรุษจีน  ขอให้ทุกท่านที่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้  โชคดีมีพระแท้มาโปรดบ่อยๆ… ขอขอบพระคุณอย่างสูง  ***

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ (ตอนจบ) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/411051?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ (ตอนจบ)

19 มกราคม 2563 – 00:00 น.
หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗,ตามรอยตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 1,388 ครั้ง

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี ที่เรียกว่า ไหล่จุด ราคาเช่าหามาหยุดอยู่ที่ ๑.๗ ล้านบาท (ตอนจบ)  โดย…  ตามรอย…ตำนานแผ่นดิน โดย… เอก อัคคี

ต่อจากฉบับที่แล้ว หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี ที่เรียกว่า ไหล่จุด พระเครื่องชุดนี้ ในช่วงต่อมามีคุณค่ามหาศาลและหายาก นี่คือคำบอกเล่าจากปากชาวบ้าน พระอาจารย์ทิม พูดย้ำอยู่ตลอด เวลาญาติโยมนำว่านมาให้ ท่านจะเสกว่าน แล้วให้ชาวบ้านนำไปตากไว้บริเวณลานวัด

ชาวบ้านอีกท่านได้เล่าให้คุณกู้ฟังว่า ตนเองได้เข้าไปในป่าลึกเพื่อเสาะหาว่านต่างๆ ที่หายากสมัยนั้นก็มี ว่านสบู่เลือดตัวผู้-ตัวเมีย, ว่านกลิ้งกลางดง, ว่านสาวหลง, ว่านพญาว่าน, ว่านหนุมานนั่งแท่น, ว่านคางคก, ว่านนางกวัก, ว่านนกคุ้ม และว่านอื่นๆ อีกมากมาย

ท่านอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้

แต่ที่ตื่นเต้นที่สุดคือ ไปเจอว่านชนิดหนึ่ง ลักษณะคล้ายกับหม้อข้าวหม้อแกงลิง(มีฝาเปิดปิดดักจับแมลง) แต่นี่เป็นรูปลักษณะคล้ายกันแต่ใหญ่กว่ามาก ความกว้างเกือบเท่าศีรษะคน พอเข้าใกล้มันจะหุบ จะถอนก็ถอนไม่ได้มันจะหุบเข้าหุบออก ด้วยความกลัวจึงไม่เอาต้นว่านต้นนี้ เลยเดินทางกลับ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนเดินป่าหาของป่า ความนี้ทราบไปถึงพ่อเฒ่าท่านหนึ่งได้บอกว่า ถ้าอยากจะได้ว่านต้นนี้ต้องนำไก่เป็นๆ ไปหนึ่งตัวเพื่อไปล่อให้มันกิน จะได้ถอนต้นมันได้ เพราะว่าพอมันกินไก่แล้วลำต้นมันจะอ่อนคล้ายคนนอนหลับ แต่ต้องไปเอายามเช้าอย่าให้สาย ว่าแล้วชาวบ้านคนนั้นก็ทำตามที่ท่านผู้เฒ่าบอก ตกลงว่าได้ต้นว่านนั้นมาสำเร็จแต่ ต้องแลกด้วยชีวิตไก่หนึ่งตัว ทุกวันนี้ยังเป็นปริศนาว่า ว่านต้นนั้นเป็นว่านอะไรกันแน่ นับว่าเป็นเรื่องแปลกแต่จริง

ส่วนพระอาจารย์ทิม จะเก็บข้าวก้นบาตรไว้ทุกวัน เพื่อที่จะนำไปทำส่วนผสมในการทำพระเครื่องหลวงปู่ทวด โดยการนำข้าวก้นบาตรไปตากแดดบนหลังคากุฏิ เพื่อไม่ให้ไก่เข้าไปกิน

รูปปั้นหลวงพ่อทวด ขนาดเท่าตัวจริงที่วิหารวัดช้างให้ ปัตตานี

นอกจากนี้ยังมีการนำข้าวเหนียวในพิธีขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 คือวันไหว้ครู ที่จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี การที่นำข้าวเหนียวที่ปั้นแล้วมาปลุกเสกนั้นเป็นพิธีกรรมโบราณซึ่งมีมานานแล้ว ผู้ที่เข้าพิธีกรรมนั้น ต้องกินข้าวเหนียว เพื่อเป็นสิริมงคล และในแง่ของคนเรียนไสยศาสตร์ หากได้กินข้าวเหนียวในพิธีแล้วจะอยู่ยงคงกระพัน ซึ่งข้าวเหนียวนั้นจะเป็นส่วนผสมในการสร้างหลวงปู่ทวดว่าน 2497 ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะนำไปตากแดดให้แห้งแล้วนำไปบดผสมกับว่าน 108 ชนิด

ชาวบ้านในละแวกวัดช้างให้ ทั้งชาวบ้านป่าไร่ เขามีความศรัทธาในวัตรปฏิบัติของพระอาจารย์ทิมเป็นอย่างมาก ซึ่งความเมตตาของพระอาจารย์ทิมนั้นมากมาย หากว่าพระอาจารย์ทิมบอกกล่าวไหว้วานอะไรแล้วละก็ ชาวบ้านเขาจะรีบดำเนินการให้ทันที เหมือนกับส่วนผสมพระอาจารย์ทิมได้กล่าวว่า ต้องการกล้วยป่าเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะนำมาเป็นตัวประสาน อีกทั้ง น้ำมันตังอิ้ว และปูนขาว เพื่อให้เนื้อรวมตัวกันและจับตัวเป็นก้อนแข็งเหมือนกับหินครกนั่นเอง

ส่วนเนื้อพระบางองค์ที่ร่วนซุย เป็นเพราะว่า ส่วนผสมในแต่ละครกอาจจะแก่ว่าน ปูนน้อย จึงทำให้พระหลวงพ่อทวดว่านรุ่นแรก เนื้อหาสาระไม่แข็งแกร่ง ในเรื่องมวลสารของพระเครื่องหลวงพ่อทวดแต่ละองค์ไม่มีสูตรสำเร็จที่ชัดเจน ฉะนั้นพระแต่ละองค์ ความแข็ง ความแกร่งนั้นไม่เท่ากัน บางองค์แก่ดิน บางองค์แก่ว่าน บางองค์แก่ปูน

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี

สำหรับมวลสารของเนื้อจะใกล้เคียงกันไม่หนีกันมาก หากเนื้อกะเทาะ หรือหักออกมาดู ตัวผมเอง หากดูทุกเนื้อ และทราบดีว่า แต่ละองค์มวลสารจะไม่หนีกันเลย ในเรื่องของมวลสารนั้นสามารถชี้ชัด นั่นต้องบวกกับพิมพ์ และแร่ศักดิ์สิทธิ์นั้นด้วย ทุกอย่างต้องกลมกลืนกัน ไม่มีรายการกระด้าง และไม่มีคำว่า เนื้อถูกแร่ผิด เนื้อผิด แร่ถูก แต่ให้ยึดถึงความชัดเจน และความเป็นธรรมชาติ

ซึ่งหากแยกคำว่า ธรรมชาติไม่ได้ ไม่สามารถแยกแยะความเก่าความใหม่ได้ เนื้อแห้งธรรมชาติ กับเนื้อที่ผ่านการอบแห้ง(ไมโครเวฟ)มันต่างกันมากให้สังเกตให้ดี แต่นั่นต้องเข้าใจคำว่า แห้งธรรมชาติ ให้ได้ หากว่าดูแล้วก้ำกึ่ง ก็สามารถตี “เก๊” ได้เลยทันที ไม่ต้องกังวล

พระแท้นั้นจริงๆ เพียงยกขึ้นมาดูรู้ว่าแท้ นั่นคือพระที่ดูง่าย หากว่าพระบางองค์ถึงขนาดส่องดูนานเป็นครึ่งชั่วโมงโอกาส “เก๊” นั้นสูงมาเลยทีเดียว มวลสารเม็ดแดงของกล้วยป่า และความแห้งเป็นเกล็ดของน้ำมันตังอิ้ว บวกกับข้าวสุกและข้าวเหนียว ผงว่านต่างๆ สองร้อยกว่าชนิด แร่ กายสิทธิ์ ยางว่านต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการ “แช่” เพื่อให้ยางว่านเกาะเพื่อให้เกิดความแข็งตัวขึ้นกว่าเก่า จะมีไม่มาก เพราะว่าเวลามันกระชั้นชิด

สำหรับระยะเวลาการกดพิมพ์พระใช้เวลามากน่าดู มีทั้งพระและฆราวาสร่วมกันกดพิมพ์พระ ส่วนฆราวาสที่ร่วมกันกดพิมพ์พระก็จะต้องนุ่งขาวห่มขาว ถือศีลด้วย ท่านอาจารย์แย้ม พุฒยอด ศิษย์เอกพระอาจารย์ทิม ได้เล่าต่อไปว่า การจัดสร้างทั้งมวลสาร และพิมพ์พระไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์อะไร

การผสมเนื้อก็เช่นกัน จะใช้ “ครกตำข้าว” แบบสมัยก่อนถือว่าทันสมัยที่สุดแล้ว ชาวบ้านก็มีความชำนาญ บวกกับความศรัทธาในองค์หลวงพ่อทวด และวัตรปฏิบัติของพระอาจารย์ทิม การร่วมแรงกายและแรงใจจึงเป็นส่วนผลักดันทำให้พระเครื่องชุดหลวงพ่อทวดว่านรุ่นแรก พ.ศ.2497 นั้นมีความเข้มขลังสุดกำลัง เพราะว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์อะไรแต่อย่างใด เป็นความศรัทธา ใสสะอาดบริสุทธิ์มากๆ เลยทีเดียว

เรื่องเงินทองไม่ต้องพูดถึงเพราะว่าชาวบ้านทุ่มทั้งแรงกาย แรงใจ และแรงเงิน ร่วมสมทบในทุกๆ เรื่องจึงไม่แปลกใจว่าทำไมพระเครื่องหลวงพ่อทวดว่านรุ่นแรกวัดช้างให้ ถึงมีความขลังแบบสุดๆ ประสบการณ์มากมายเหลือคณานับ

ส่วนการกดพิมพ์พระ พอใกล้วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ การกดพิมพ์พระได้เพียง “หกหมื่นกว่าองค์” ซึ่งพระอาจารย์ทิม ได้มองดูแล้วคงไม่ถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ พระอาจารย์ทิมได้บอกกับ อ.แย้ม ว่า “เจ้าแย้มให้ทุกคนช่วยกันกดพิมพ์พระให้ได้ถึง ๖๔,๐๐๐องค์ ก็แล้วกัน และให้ไปตระเตรียมข้าวของต่างที่จะจัดพิธีปลุกเสกหลวงพ่อทวด ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ พ.ศ. ๒๔๙๗”

ซึ่งหน้าที่ตรงนี้เป็นหน้าที่ที่ท่าน อ.แย้ม ดำเนินการในเรื่องการตระเตรียมข้าวของที่จะทำพิธีปลุกเสกหลวงปู่ทวดว่านรุ่นแรก พ.ศ. ๒๔๙๗

อ.แย้ม กล่าวอีกต่อไปว่า อาจารย์ทิมมักจะพูดเปรยๆ ว่า พระเครื่องหลวงพ่อทวดชุดว่านรุ่นแรกนี้ ต่อไปจะมี “คุณค่ายิ่งกว่าทองคำ” นี่คือคำบอกกล่าวของ อ.แย้ม ที่เชื่อว่าวันนี้ก้ไม่มีใครกล้าเถียงท่าน

ครั้งพอถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ พิธีปลุกเสกหลวงพ่อทวดว่านรุ่นแรก วัดช้างให้ ได้จัดขึ้นภายในพระอุโบสถ วัดช้างให้ ในขณะที่กำลังทำพิธีปลุกเสกอยู่นั้น ได้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น “ร่างกายพระอาจารย์ทิมเกิดอาการสั่นสะท้าน แรงขึ้น และแรงขึ้น จนกระทั่งร่างกายพระอาจารย์ทิมหลังค่อมแบบคนแก่มากมาก หน้าแทบจะจรดพื้น”

ท่านอาจารย์แย้มได้เล่าให้ฟังต่อไปว่า เสียงของพระอาจารย์เปลี่ยนเป็นเสียงคนแก่มาก ในขณะที่กำลังสวดมนต์อยู่ไม่ขาดสาย เสียงสวดมนต์ไม่มีการขาดช่วงแต่อย่างใด ที่ชัดเจนเสียงสวดมนต์ของคนแก่ ซึ่งไม่ใช่เป็นเสียงของพระอาจารย์ทิมอย่างแน่นอน อ.แย้ม ท่านยืนยันกับคุณกู้ หาดใหญ่ เช่นนั้น

สำหรับพระเกจิอาจารย์ที่ร่วมในพิธีปลุกเสกพระเครื่องหลวงปู่ทวดรุ่นแรก ๒๔๙๗ ที่บันทึกไว้ มีดังนี้
๑.หลวงพ่อศรีสุข สัจจะวาโร แห่งวัดน้ำน้อยใน จ.สงขลา
๒.หลวงพ่อพรหม วัดน้ำขาวใน จ.สงขลา
๓.หลวงพ่อทอง สำนักสงฆ์ป่ากอ อ.นาหม่อม จ.สงขลา
๔.หลวงพ่อแดง วัดศรีมหาโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
๕.หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขันธ์ จ.นครศรีธรรมราช
๖.พระครูภัทรกรณ์โกวิท (ท่านเจ้าคุณแดง ธัมมะโชโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดนาประดู่
๗.พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว ฯลฯ

และนี่คือ หลากหลายเรื่องราวที่หลอมรวมส่งให้…พระเครื่องหลวงพ่อทวดรุ่นนี้กลายเป็นสุดยอดพระเครื่องอมตะ-จักรพรรดินิรันตรายอมตะตลอดกาล !!

/////////////////////

ใต้ภาพ

1 หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน ๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่ยอดนิยมซี

2 ท่านอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างให้

3 รูปปั้นหลวงพ่อทวด ขนาดเท่าตัวจริงที่วิหารวัดช้างให้ ปัตตานี

อัญเชิญ “เทพเจ้ามังกรเขียว” มาให้สักการะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/411149?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=knowledge

อัญเชิญ “เทพเจ้ามังกรเขียว” มาให้สักการะ

18 มกราคม 2563 – 06:00 น.
ดรคฑา ชินบัญชร,กระทรวงวัฒนธรรม,ไอคอนสยาม,ไชนีส นิวเยียร์ 2020,มณฑลกวางตุ้ง,ตรุษจีน,เทพเจ้ามังกรเขียว
เปิดอ่าน 240 ครั้ง

อัญเชิญเทพเจ้ามังกรเขียว ศาลเจ้าแชเล่งเอี๊ย ณ ซัวเถา เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง สู่ประเทศไทย

ไอคอนสยาม ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สมาคมอุปรากรจีน และไชน่า คัลเจอร์ เซ็นเตอร์ พร้อมด้วยธนาคารซิตี้แบงก์ และสายการบินแอร์เอเชีย จัดมหาปรากฏการณ์เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน “ดิ ไอคอนสยาม อีเทอร์นอล พรอสเพอริตี้ ไชนีส นิวเยียร์ 2020″ ระหว่างวันที่ 22-26 มกราคม ณ ไอคอนสยาม พรั่งพร้อมด้วยสุดยอดไฮไลท์ความพิเศษระดับโลกส่งตรงจากแดนมังกร อัญเชิญเทพเจ้ามังกรเขียว ศาลเจ้าแชเล่งเอี๊ย ณ ซัวเถา เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน สู่ประเทศไทย ให้ประชาชนชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนได้สักการบูชาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

 

การแสดงพญามังกร และสิงโตสุดอลังการ

คณะกายกรรมแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง)​​​​​​​

     นอกจากนี้ยังนำสุดยอดคณะกายกรรมแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง)​ การันตีรางวัลระดับโลก และการแสดงพญามังกรคู่ระดับชาติ และการเชิดสิงโต 4 สายพันธุ์ จากสมาคมอุปรากรจีน มาแสดงให้ชมในเทศกาลตรุษจีนปีหนูทอง มหามงคล

ดร.คฑา ชินบัญชร ประกอบพิธีอัญเชิญเทพเจ้ามังกรเขียว​​​​​​​

เทพเจ้ามังกรเขียว​​​​​​​

โดยการเดินทางประกอบพิธีการอัญเชิญเทพเจ้ามังกรเขียวในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ชื่อดังอันดับ 1 ของเมืองไทย กล่าวถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2563 ว่า ปีนี้ตรงกับปีหนูทอง โดยในรอบ 60 ปีจะมีเพียง 1 ครั้ง ซึ่งภาพรวมของปีหนูทองมีแนวโน้มเป็นปีที่ดีมาก เนื่องจากปกติปีหนูเป็นปีหนูน้ำ หรือนักษัตรหนูเป็นธาตุน้ำ เมื่อมาพิจารณาดูคู่ธาตุที่ส่งเสริมกัน พบว่าน้ำกำเนิดชีวิตจึงก่อเกิดต้นไม้ ไม้สีกันเกิดไฟ ไฟละลายลงไปเป็นเถ้าถ่านกำเนิดดิน ในดินมีแร่ธาตุคือธาตุทอง ในธาตุทองมีสายน้ำทองกำเนิดน้ำ เพราะฉะนั้นปีนี้ทองกับน้ำจึงเป็นคู่ธาตุที่ส่งเสริมกัน ประกอบกับหนูเป็นสัตว์ที่มีทักษะการปรับตัวเก่ง แม้จะอยู่ในสถานที่ใดในโลกหรือสถานการณ์ใดก็ตาม

ศาลเทพเจ้ามังกรเขียว (ศาลเจ้าแชเล่งเอี๊ย)

ด้านเคล็ดลับการเสริมสิริมงคลรับตรุษจีนปีหนูทอง ดร.คฑา กล่าวเสริมว่า เนื่องจากเป็นปีธาตุทอง แต่ดาวบินเจ็ดแดงชาดสีแดงตั้งอยู่บริเวณกลางบ้าน จึงควรเสริมสิริมงคลด้วยสีฟ้า สีน้ำเงิน หรือโทนสีช่วงยามสนธยา จะเป็นการดึงพลังของธาตุน้ำและธาตุทองเข้ามาด้วยกัน ทำให้เกิดความสงบ ร่มเย็น ราบรื่น ดังนั้นสีฟ้า สีน้ำเงิน รวมถึงสีทองและสีแดง สีส้ม จึงเป็นสีมงคลของปีนี้

ส่วนหนึ่งของการแสดงจากคณะกายกรรมแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง)

โดยสามารถตกแต่งบ้านด้วยโทนสีหลักดังกล่าว เช่น แจกันสีทอง ดอกไม้เป็นโทนสีฟ้าอย่างดอกไฮเดรนเยีย ตั้งบนโต๊ะทำงาน โต๊ะรับแขก หรือโต๊ะอาหาร เลือกพรมสีฟ้า หรือสีน้ำเงิน แซมด้วยสีทอง หรือสีส้ม หรือสีแดง ปูไว้ปลายเตียงหรือข้างเตียง เป็นต้น เหล่านี้จะเป็นการดึงพลังของดาวบินเจ็ดแดงชาดส่งผลทำให้มีโชคลาภ ความรื่นเริงยินดี ซึ่งใช้ได้กับทุกราศี เพราะว่าลักษณะการตั้งฮวงจุ้ยของจีนเป็นการนำพลังของธรรมชาติมาเพิ่มพลังให้ชีวิตของเรา และทิศที่ดีของปีนี้คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศเหนือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตก