‘โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทางเรือ’ โดย คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466445

‘โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทางเรือ’ โดย คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ฯ และ วสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนเทคนิคทั่วประเทศ บมจ.แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) 

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ รศ.ดร.ทัศนาบุญทอง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการวิจัย นำทีมคณะนักวิจัย “โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทางเรือ” รศ.ดร.วิไลวรรณ ทองเจริญ รองคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ ผู้จัดการโครงการวิจัย, อ.มัตติกา ใจจันทร์ อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย, ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช ผู้อำนวยการ
ศูนย์วิจัยแห่งความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายกสมาคมวิศวกรเครื่องกลไทยที่ปรึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และหัวหน้าโครงการวิจัยย่อย, วสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนเทคนิคทั่วประเทศ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ร่วมงานแถลงข่าว

คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในฐานะของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีภารกิจหลักในการจัดการเรียนการสอนเพื่อผลิตบัณฑิต ทำการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การให้บริการวิชาการ และการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมดังเช่น สถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ทั่วประเทศ สำหรับภารกิจด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนั้น เป็นภารกิจที่คณะพยาบาลศาสตร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งตามพระปณิธานใน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทรงมีพระประสงค์ที่จะให้การผลิตบัณฑิตทุกสาขาของราชวิทยาลัยฯ มีศักยภาพโดดเด่นด้านการวิจัย คณะพยาบาลศาสตร์เองได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาความรู้และนวัตกรรมด้วยการใช้กระบวนการวิจัยเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมงานบริการสุขภาพให้มีคุณภาพและมาตรฐาน เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์, รศ.ดร.วิไลวรรณ ทองเจริญ รองคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ ผจก.โครงการวิจัย, อ.มัตติกา ใจจันทร์ อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย, ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช ผอ.ศูนย์วิจัยแห่งความเป็นเลิศ มธ. นายกสมาคมวิศวกรเครื่องกลไทย ที่ปรึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และหัวหน้าโครงการวิจัยย่อย, วสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนเทคนิคทั่วประเทศ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ร่วมงานแถลงข่าว

สำหรับ “โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทางเรือ” ที่คณะพยาบาลศาสตร์ได้นำเสนอเพื่อดำเนินการในครั้งนี้ เกิดจากข้อมูลสำคัญที่รวบรวมได้จากผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ต้องเผชิญกับปัญหาเมื่อมีประชาชนเกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉินและรุนแรงที่ต้องมีการปรึกษาและส่งต่อเพื่อการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วนในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านบุคลากรและวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ดังเช่นในพื้นที่หลังเขื่อนภูมิพล ตำบลบ้านนา จังหวัดตาก และพื้นที่โดยรอบในอำเภอสามเงา ซึ่งคณะพยาบาลศาสตร์ได้ข้อมูลจากการมอบหมายให้ อาจารย์มัตติกา ใจจันทร์ อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลชุมชนเดินทางไปสำรวจพื้นที่และวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในพื้นที่ ประกอบด้วย พยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เจ้าหน้าที่อุทยานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ปลัดอำเภอ ผู้ใหญ่บ้านผู้แทนจากมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมณฑลทหารบกที่ 310 ได้ข้อมูลเบื้องต้นว่า บริเวณหลังเขื่อนและพื้นที่โดยรอบมีประชากรโดยรวมประมาณ 35,000 คนในพื้นที่นี้ นอกจากจะไม่มีสัญญาณโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มที่อยู่ในหมู่บ้านหลังเขื่อน

ซึ่งมีจำนวน 2,051 คน ยังไม่มีสัญญาณโทรคมนาคมใดๆ อยู่เลย และยังไม่มีระบบการส่งต่อสำหรับประชาชนกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ส่งผลให้เกิดความล่าช้ายากลำบาก และความเสี่ยงต่อผู้ป่วยและพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการส่งต่อด้วย เหตุการณ์จริงที่พบในพื้นที่ดังกล่าวคือ เมื่อประชาชนเกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉินและต้องรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลประจำพื้นที่ต้องใช้วิทยุสื่อสารเพื่อขอคำปรึกษาไปยังแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ถึง 3 ต่อ และการตอบกลับ ก็ต้องใช้วิทยุสื่อสารอีก 3 ต่อเช่นกัน ทำให้เกิดความล่าช้าในการรับส่งข้อมูล และเกิดความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ และเมื่อต้องการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อการรักษาในโรงพยาบาล ด้วยลักษณะของพื้นที่ยังไม่มีการคมนาคมทางบก วิธีการเดินทางเพื่อลำเลียงผู้ป่วยมีทางเดียวคือ การเดินทางทางน้ำ โดยใช้เรือลำเลียงของท้องถิ่นเท่าที่มีอยู่ ซึ่งใช้เวลาระหว่าง 1 ถึง 5 ชั่วโมง ตามสมรรถนะของเรือ เรือที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นเรือหางยาว ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยระหว่างการลำเลียง และหากต้องทำการรักษาพยาบาลฉุกเฉินระหว่างการเดินทาง เช่น การนวดหัวใจ ยิ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก หรือบางครั้งไม่สามารถกระทำได้ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในพื้นที่จึงมีความเห็นพ้องว่า สิ่งที่เป็นความต้องการของประชาชนในพื้นที่เมื่อเกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉิน คือ ระบบการสื่อสาร และระบบการส่งต่อทางเรือที่มีประสิทธิภาพ และด้วยสัมพันธภาพที่เข้มแข็ง และความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ที่มีต่ออาจารย์มัตติกา ใจจันทร์ ทำให้ทุกคนในชุมชนยินดีให้ความร่วมมือและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา อาจารย์มัตติกาจึงสามารถนำผู้บริหารและวิศวกรชำนาญการจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เข้าไปร่วมประเมินความเป็นไปได้ในการติดตั้งระบบสัญญาณโทรคมนาคมในพื้นที่ และให้การสนับสนุนจัดตั้งระบบสัญญาณโทรคมนาคมเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการพัฒนาระบบการรักษาพยาบาลประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินในพื้นที่หลังเขื่อนภูมิพลและบริเวณใกล้เคียงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับเรื่องการส่งต่อ คณะพยาบาลศาสตร์ ได้รับความอนุเคราะห์จาก ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแห่งความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายกสมาคมวิศวกรเครื่องกลไทย และที่ปรึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมเครื่องกล เข้าร่วมเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยย่อยในการพัฒนาเรือฉุกเฉินต้นแบบ ที่นอกจากจะใช้ในการลำเลียงประชาชนแล้ว ยังมีวัสดุอุปกรณ์และเวชภัณฑ์เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลและช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินระหว่างการนำส่งได้ ความโดดเด่นของโครงการวิจัยนี้ คือ เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาวิชา ทั้งพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและในโรงพยาบาลชุมชน วิศวกร แพทย์ ทหารในพื้นที่ ผู้แทนอุทยาน ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น นักอุทกศาสตร์ บริษัทเอกชนด้านการสื่อสาร และเป็นความร่วมมือร่วมใจของประชาชนในพื้นที่ อันจะทำให้เกิดประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล อีกทั้งเป็นการร่วมกันแก้ปัญหาและพัฒนารูปแบบการบริการสุขภาพให้แก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน

ในการนี้ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดย ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ฯ เห็นถึงความสำคัญของโครงการวิจัยเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้บุคลากรของคณะพยาบาลศาสตร์ ได้ปฏิบัติงานวิจัยนี้สำเร็จอย่างราบรื่น เพราะผลลัพธ์ของงานวิจัยจะเกิดโครงการต้นแบบของการจัดระบบบริการและส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทางเรือ ซึ่งสามารถนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อสนองพระปณิธานใน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีองค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คือ “เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต”

‘Nai Lert Flower & Garden Art Fair 2020’งานที่คนรักดอกไม้รอคอย สุดอลังการพรมกลีบดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466495

‘Nai Lert Flower & Garden Art Fair 2020’งานที่คนรักดอกไม้รอคอย สุดอลังการพรมกลีบดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศักดิ์ชัย กาย

กลับมาอีกครั้งกับงาน “Nai Lert Flower & Garden Art Fair 2020” งานที่คนรักดอกไม้รอคอย ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 34พร้อมคอนเซ็ปต์ “The World” กับการสร้างสรรค์ FlowerCarpet พรมกลีบดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พิเศษสุดกับนิทรรศการศิราภรณ์ดอกไม้ของนางในวรรณคดีที่หาชมได้ยาก ตื่นตาตื่นใจกับ “Chinese Lantern Extravaganza”
ชมแสงสีจากโคมไฟอันสวยงามจากประเทศจีน ที่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย จัดโคมไฟทั่วงานดอกไม้ปาร์คนายเลิศเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสเทศกาลปีใหม่ของประเทศจีน ระหว่างวันที่ 30 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2563 ที่จะถึงนี้ พร้อมความงดงามและกิจกรรมต่างๆ มากมาย

ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ประธานจัดงานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ กล่าวว่า งานดอกไม้ปาร์ค นายเลิศ ถือเป็นงานดอกไม้สุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อสืบทอดงานศิลปวัฒนธรรมไทย และงานหัตถศิลป์จากชุมชนสู่บุคคลทั่วไป อีกทั้ง ยังเป็นการกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจให้ความสำคัญและชื่นชมกับธรรมชาติรอบตัวมากขึ้น ซึ่งงาน “Nai Lert Flower & Garden Art Fair” ที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก และในปีนี้กลับมาพร้อมกับความยิ่งใหญ่ที่จะสร้างความประทับใจอีกครั้ง โดยกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 30 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2563 ที่จะถึงนี้

ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร

“งานครั้งนี้จะจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “The World” ซึ่งได้รวบรวมไฮไลท์สุดพิเศษไว้อย่างมากมาย ตั้งแต่ไฮไลท์ของงานกับการสร้างสรรค์ศิลปะ Flower Carpet พรมกลีบดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้คนรักดอกไม้มาสัมผัสความสวยงามและยิ่งใหญ่พร้อมด้วยกิจกรรมไฮไลท์ต่างๆ ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ FLOWERSX ART การจัดแสดงประติมากรรมดอกไม้จากองค์กรและศิลปินชื่อดังกว่า 24 ผลงาน พิเศษสุดในปีนี้กับนิทรรศการศิราภรณ์ดอกไม้ของนางในวรรณคดีที่หาดูได้ยาก รวมทั้งตื่นตาตื่นใจกับ “Chinese Lantern Extravaganza” ชมแสงสีจากโคมไฟอันสวยงามจากประเทศจีน รวมทั้งโคมไฟ 12 นักษัตร ที่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย จัดโคมไฟทั่วงานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสเทศกาลปีใหม่ของประเทศจีนด้วย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงาน คือกิจกรรมต่างๆ ทั้งการออกร้านกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ เพื่อให้ทุกคนได้เพลิดเพลิน แสดงทักษะและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งคัดสรรมาเป็นอย่างดีมีให้เลือกถึง 5 เวิร์กช็อป คือ1.Flower Design Corner หรือการจัดดอกไม้สไตล์ปาร์คนายเลิศ 2.Thai Dessert Workshop การทำขนมผกากรอง3.Chinese Opera Mask Painting การระบายสีหน้ากากงิ้ว 4.Bamboo Weaving การทำเครื่องจักรสารแบบจีน 5.Chinese Lantern Making การทำโคมกระดาษ 3 มิติ ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้และสนุกแล้ว ยังได้บุญอีกด้วย เพราะรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตก

นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันประกวดประติมากรรมดอกไม้ภายใต้แนวคิด “FLORAL CHANDELIER” หรือโคมระย้าดอกไม้ และการแข่งขันจัดสวนภายใต้แนวคิด “APOTHECARY GARDEN”หรือ “พลังพฤกษาแห่งความยั่งยืน” ที่รับรองว่าความพิเศษของกิจกรรมทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นภายในงาน Nai Lert Flower &Garden Art Fair 2020 จะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานได้อย่างแน่นอน”

ด้าน ศักดิ์ชัย กาย กล่าวถึงการทำหน้าที่รังสรรค์พรมกลีบดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในงาน Nai Lert Flower & Garden Art Fair 2020 ครั้งนี้ว่า “โจทย์ของงานปีนี้คือ The World โดยจะสื่อผ่านลวดลายสัญลักษณ์ประจำประเทศต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นนานาชาติบนพรมกลีบดอกไม้ขนาดใหญ่ถึง 575ตารางเมตร ซึ่งจากโจทย์ดังกล่าว พรมดอกไม้ในปีนี้จะมาความยากขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา ทั้งความละเอียดของลวดลาย ความยากของการแข่งกับเวลาอันเนื่องมาจากการใช้ดอกไม้สดในการจัดทำ แต่เชื่อมั่นว่าจากความร่วมมือกันของทีมงาน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่มาร่วมกันสร้างสรรค์พรมดอกไม้ในครั้งนี้มากกว่า 400 คน ด้วยวิธีการโรยกลีบดอกไม้ที่มีสัสันสดใสกว่า 20 สายพันธุ์ จะทำให้ไฮไลท์ของงานในครั้งนี้ยิ่งใหญ่และอลังการ สมกับคอนเซ็ปต์ The World รวมทั้งสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเข้าชมงานอย่างแน่นอน”

งานเทศกาลดอกไม้ประจำปี “Nai Lert Flower &Garden Art Fair 2020” จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09.00-21.00 น. ณปาร์คนายเลิศ ซอยสมคิด ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 150 บาท เด็กและนักเรียน ราคา 80 บาทรายได้จากการจัดงานจะนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลอุ้มผางจังหวัดตาก เพื่อช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่อไปทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของงานได้ที่www.nailertflowershow.com Facebook และ Instagram :Nai Lert Flower & Garden Art Fair หรือโทร.02-253 0123

จิมมี่ ชู ปล่อยแคปซูลคอลเลคชั่น คอลแลปส์กับศิลปินดัง วายเค จอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466489

จิมมี่ ชู ปล่อยแคปซูลคอลเลคชั่น คอลแลปส์กับศิลปินดัง วายเค จอง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จิมมี่ ชู (Jimmy Choo) ปล่อยแคปซูลคอลเลคชั่น “The Highlighted” ให้แฟนๆ ได้ครอบครองไอเทมแสนพิเศษนี้ ซึ่งเป็นแคปซูลคอลเลคชั่นที่ทาง จิมมี่ ชู (Jimmy Choo) ได้คอลแลปส์กับ วายเค จอง (YK Jeong)สไตลิสต์ ดารานักแสดงชื่อดังจากกรุงโซล ซึ่งได้ฉายาว่า Master of style แห่งวงการเคแฟชั่น

การคอลแลปส์ระหว่าง จิมมี่ ชู (Jimmy Choo) กับวายเค จอง (YK Jeong) ในครั้งนี้ถูกจุดประกายด้วยความสัมพันธ์ที่มีร่วมกันระหว่าง แซนดร้า ชอย (Sandra Choi) ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ ของ จิมมี่ ชู ซึ่งสร้างสรรค์การออกแบบรองเท้าที่ดีที่สุดบนพรมแดง ในขณะที่ วายเค จอง ได้นำเสนอผลงานสร้างสรรค์สไตล์การแต่งกายของนักแสดงที่มีความสามารถและดาวรุ่งของเกาหลีใต้

จิมมี่ ชู (Jimmy Choo) และ วายเค จอง (YK Jeong)

Jimmy Choo x YK Jeong : แคปซูลคอลเลคชั่น“The Highlighted” ได้นำเสนอในรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยจิตวิญญาณแห่งเคแฟชั่นที่ไม่เหมือนใคร พร้อมนิยามใหม่ของสตรีทสไตล์ที่ทันสมัยและน่าดึงดูดทั้ง 9 สไตล์ รวมถึงรองเท้าไอคอนนิคสนีกเกอร์ รุ่น Diamond มานำเสนอใหม่ พร้อมเฉดสี ลิมิเต็ด อิดิชั่น การออกแบบได้ถูกหลอมรวมเข้ากับแสงสว่างของไฮไลท์เตอร์สีนีออนที่สะท้อนชื่อคอลเลคชั่น The Highlighted เป็นการเชื่อมโยงถึงพลังความสามารถของเขาที่ปรากฏลงสปอตไลท์ นอกจากนี้ วายเค จอง ยังได้เลือกตัวละครหมีขี้เล่น เพื่อเป็นตัวแทนของตัวเองในบทบาทของผู้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ออกแบบคอลเลคชั่นนี้

สำหรับ ยุน คี จอง (Yun Kee Jeong) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ YK สไตลิสต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกพร้อมการสร้างสรรค์ด้วย “Midas touch” สำหรับคนดังที่สำคัญโดยเฉพาะในประเทศเกาหลี บ้านเกิดของเขาทั้ง K-Drama, K-Cinema และ K -Popอิทธิพลของ ยุน คี จอง ได้ถูกท้าทายทั่วทุกพรมแดง นอกจากการแต่งกายบนพรมแดง เขายังได้สไตลิ่งการแต่งกายสำหรับละครชั้นนำอย่าง My Love From The Star ซึ่งจุดประกายความรักระหว่างเอเชียและรองเท้าของ จิมมี่ ชู รุ่น ABEL ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก นอกจากนี้ วายเค จอง ยังดำรงตำแหน่งประธานหน่วยงานประชาสัมพันธ์แฟชั่นเกาหลี InTrend ผลงานของเขาส่งผลต่อแนวโน้มทั่วเอเชียและทั่วโลก

แฟนๆ สามารถยลโฉม Jimmy Choo x YK Jeong : แคปซูลคอลเลคชั่น “The Highlighted” ได้ที่ จิมมี่ ชู บูติก(Jimmy Choo Boutique) ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์,ชั้น M ศูนย์การค้า สยามพารากอน #alistcorporate #JimmyChoo @jimmychoo @alist.co.th #solisterpr

‘ธีราพร ธีรทีป’ คว้าฝัน ‘แม็คโคร โฮเรก้า ชาเลนจ์ 2019’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466488

‘ธีราพร ธีรทีป’ คว้าฝัน ‘แม็คโคร โฮเรก้า ชาเลนจ์ 2019’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สุพิชญา ชื่นตา ขึ้นรับรางวัลผู้ชนะเลิศรุ่นเยาวชน

“ไม่ใช่ว่า คนทำอาหารได้ทุกคน จะเป็นเชฟได้” นี่เป็นความเชื่อในเส้นทางสายอาชีพ ของ สุพิชญา ชื่นตา นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ผู้ชนะเลิศจากรายการ แม็คโคร โฮเรก้า ชาเลนจ์ 2019 ประเภท Makro Mystery Box Asian Culinary Challenge รุ่นเยาวชนในงานใหญ่ประจำปีของแม็คโคร นั่นคือ แม็คโครมหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์ครั้งที่ 14 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ธีราพร ธีรทีป ประธานคณะกรรมการจัดงาน แม็คโคร มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์ ครั้งที่ 14 กล่าวว่า รายการ แม็คโคร โฮเรก้า ชาเลนจ์ 2019 จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนลูกค้าผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม  ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง ร้านกาแฟ หรือที่เรียกว่า โฮเรก้า(Ho-Hotel, Re-Restaurant, Ca- Catering& Cafe’)ซึ่งนอกจากกลุ่มนี้จะเป็นลูกค้าสำคัญของแม็คโครแล้ว ยังเป็นกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นกลไกลขับเคลื่อนประเทศให้เข้มแข็งและยั่งยืน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

“ปีนี้มีความพิเศษคือ แม็คโคร โฮเรก้าชาเลนจ์ 2019 ได้ยกระดับสู่การแข่งขันระดับสากล โดยมีเชฟนานาชาติจาก ประเทศ ได้แก่ กัมพูชาเมียนมา เวียดนาม อินเดีย จีน และสิงคโปร์ เข้าร่วมรวมถึงสร้างสรรค์รายการพิเศษเพื่อให้แชมป์เก่าจาก 13 ปี จับคู่กับเชฟจากร้านอาหารต่างๆ แข่งขันเพิ่มมูลค่าให้เมนูอาหาร ซึ่งแม็คโคร เห็นความสำคัญกับกิจกรรมนี้และมุ่งหวังให้ผู้เข้าแข่งขันได้รับองค์ความรู้ ประสบการณ์ และนำไปใช้ต่อยอดธุรกิจอาหารของตนเองให้ประสบความสำเร็จ”

สุพิชญา ชื่นตา กับถ้วยรางวัลแม็คโคร โฮเรก้า ชาเลนจ์ 2019

การแข่งขันประเภทที่ยกระดับสู่ความเป็นสากล อย่าง Makro Mystery Box Asian Culinary Challenge รุ่นเยาวชน เป็นการแข่งขันการปรุงอาหารจานหลัก Asian Menu จากวัตถุดิบปริศนา โดยต้องจัดจานในรูปแบบตะวันตก ซึ่งเชฟไทยจะเป็นตัวแทนที่ได้รับการคัดเลือกมาจากทุกภูมิภาค เพื่อแข่งขันกับทีมจากนานาชาติ

สุพิชญา ชื่นตา เป็นหนึ่งในนักล่าฝันรุ่นเยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันในเวที แม็คโคร โฮเรก้าชาเลนจ์ 2019 ที่จัดโดย บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีใจรักในการทำอาหารได้ประลองฝีมือ ผ่านประสบการณ์ฝึกฝนในเวทีการแข่งขันมาตรฐานระดับสากลจากสมาคมเชฟโลก หรือ World Association of Chef Societies (WACS) สู่การเป็นเชฟมืออาชีพ

“เข้าแข่งขันเวทีของแม็คโคร มาแล้วสองครั้ง ปีแรกที่ลงแข่งได้ที่ 4 ครั้งนี้ยังตั้งใจที่จะแข่งขันต่อในรุ่นเยาวชน ซึ่งโดยอายุแล้วจะเป็นปีสุดท้าย คิดว่าถ้าไม่ชนะ คงจบแล้ว แต่พอชนะก็ดีใจ ที่เราจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันในงาน Food and Hotel Asia (FHA) 2020ที่ประเทศสิงคโปร์

เวทีการแข่งขัน เป็นเวทีแห่งโอกาส และการเรียนรู้ที่มีค่า ด้วยพื้นฐานครอบครัวที่แม้จะคลุกคลีกับเรื่องอาหารมาตั้งแต่เด็ก ทำให้คิดว่าการเป็นแม่ครัว เชฟ ไม่ต้องเรียนก็ได้ แต่พอได้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิตในด้านนี้โดยตรง ก็ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากมาย โดยเฉพาะการได้รู้ว่า ไม่ใช่คนทำอาหารได้ทุกคน จะเป็นเชฟได้ และทุกวันนี้มีน้องๆ อยากเป็น เชฟกันมาก อาจจะด้วยความนิยมจากรายการแข่งขันในทีวีที่เกิดขึ้นมากมาย หรือธุรกิจอาหารกลายเป็นธุรกิจในฝันของเด็กๆ สิ่งที่อยากบอกน้องๆ ก็คือ ต้องหมั่นเรียนรู้ หาประสบการณ์และต่อยอด ถ้าทำได้ อาชีพนี้ก็ทำมาหากินได้เช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม นิยามความเป็นเชฟ ในมุมของผู้ชนะเลิศรายการนี้ เธอกลับไม่ได้มองที่ รางวัล หรือผลการแข่งขัน เป็นเป้าหมายสูงสุด แต่ที่สุดในนิยามเชฟของเด็กสาวคนนี้คือ มันมากกว่าความ
หลงใหล “ที่สุดแล้วนิยามเชฟในมุมของหนูก็คือการได้ทำอาหารให้คนที่เรารักได้เอนจอยกับอาหารของเรา” สุพิชญา กล่าว

ขณะที่ เชฟวิลแม่น ลีออง ประธานคณะกรรมการ การแข่งขันแม็คโคร โฮเรก้าชาเลนจ์, ผู้ก่อตั้ง Thailand Culinar Academy,ประธานกรรมการ เวิลด์เชฟ วิทเอาท์ บอร์ดเดอร์,กรรมการตัดสินอาหารระดับ A สมาคมเชฟโลกกล่าวว่า “แม็คโคร โฮเรก้า ชาเลนจ์ เป็นสนามแข่งขันที่ทำให้เชฟได้มีโอกาสอวดฝีมือ เดินทางทั่วโลกผมไม่เคยเห็นองค์กรไหนให้เกียรติผู้เข้าแข่งขันเท่าแม็คโคร การเป็นเชฟที่ดีไม่ได้เอาเหรียญรางวัลมาวัดกัน แต่เขาจะมองกันที่ประสบการณ์ การเป็นเชฟที่ดีต้องไม่หลงตัวเอง ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ”

‘Wonder Kids Thailand’ เปิดโลกความสุข สนุกกับการเรียนรู้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466442

‘Wonder Kids Thailand’ เปิดโลกความสุข สนุกกับการเรียนรู้

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เขมทัตต์ พลเดช กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.อสมท และ ประเสริฐ  ศรีอุฬารพงศ์ กก.ผจก. บจ.สยามรีเทลดีเวลล้อปเม้นท์ ร่วมเปิดงาน “Wonder Kids Thailand” เปิดโลกแห่งความสุข สนุกไปกับการเรียนรู้พร้อมด้วยพันธมิตรค่ายการ์ตูนดัง ผู้สนับสนุน และพิธีกร ผู้ประกาศข่าว โดยมีน้องๆ และผู้ปกครองเข้าร่วมงานคับคั่ง

เสร็จสิ้นงานวันเด็ก ประจำปี 2563 “Wonder Kids Thailand” เปิดโลกแห่งความสุข สนุกไปกับการเรียนรู้เป็นที่เรียบร้อย โดย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10-12 มกราคม 2563 ณ ชั้น 3ไอส์แลนด์ฮอลล์ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์โดยมี เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และ ประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามรีเทล ดีเวลล้อปเม้นท์ จำกัด ร่วมเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่

ภายในงาน “Wonder Kids Thailand” แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนMain Stage (MCOT BEST Friend) โซน Creative & Play Zone (สนุกสร้างสรรค์) และโซนSmart & Genius Kids มีกิจกรรมเสริมทักษะและจินตนาการโชว์ชุดการแสดตระการตาจากเหล่าคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนมากที่สุด จาก 13 ค่ายการ์ตูนดังของเมืองไทยกว่า 50 ตัว อาทิ • Lupinranger, Kyu Ranger
• ลูฟี่ (วันพีช) • Princess Story และ Happy Duck • ปังปอนด์ • Snoopy • Super Wings,GG bond, Katuri • Transformers, LittlePony • Sesame Street, Miffy, Angry bird • Conan และอีกมากมาย นอกจากนี้สำนักข่าวไทย นำทีมโดยพี่ๆ ผู้ประกาศที่มาช่วยฝึกทักษะให้น้องๆ ได้ทดลองเป็นผู้ประกาศตัวน้อยในห้องสตูดิโอจำลองสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ได้อย่างสนุกสนาน และเต็มอิ่มไปกับกิจกรรมหนูน้อยดีเจ จาก MCOT Radio Network ที่มาร่วมสานฝันให้น้องๆ ได้ทดลองการเป็นดีเจพร้อมรับของรางวัลมากมายจากทีมดีเจตัวจริงเสียงจริง, กิจกรรมการส่งเสริมให้เด็กไทยมาร่วมให้คำมั่นสัญญาในการทำความดี ชวนน้องๆ เขียนคำมั่นสัญญาในการทำความดี กับกิจกรรม “Mcot Digital Hand Stamp Challenge ร่วมกันสร้างพลังคำปฏญาณ เด็กไทยทำความดี”,น้อง ABU (อา-บู) พาน้องๆ ไปสนุกกับกิจกรรมเสริมทักษะการปรดิษฐ์หุ่นยนต์และทักษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่การเป็นนักประดิษฐ์คิดค้นในอนาคต ฯลฯและที่สร้างเสียงฮือฮาและความสนุกมากที่สุดก็คือ การแสดงโชว์บินโดรน เรซซิ่ง ด้วยโดรนแข่งขันขนาดจิ๋ว จากน้องมิลค์-วรรณรญาวรรณพงษ์ แชมป์โดรนอายุน้อยที่สุดในโลกด้วยวัยเพียงแค่ 12 ปี พร้อมลูกศิษย์, โชว์เต้นฮิปฮอปสุดเจ๋งจากทีมออซัม จูเนียร์ (AWESOME JUNIOR) ทีมเยาวชนไทยดีกรีแชมป์ฮิปฮอประดับโลก จากสหรัฐอเมริกา2 สมัยซ้อน (ปี 2018-2019) รวมถึงกิจกรรมเล่นเกมแจกของรางวัล จาก MCOT KIDCLUB กับ 2 พิธีอารมณ์ดี “เพียว-พัทโตะ” จากรายการ “9 Cartoon”

รางวัลชนะเลิศหนูน้อยวันเด็ก

สำหรับ รางวัล “หนูน้อยวันเด็ก” Smart Kids ประจำปี 2562 ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ ด.ญ.ธรัลหทัย สุทธิศักดิ์โรจน์ อายุ 10 ปี กับโชว์เล่านิทานประกอบท่าทางรับทุนการศึกษาจำนวน 5,000 บาท,รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ด.ญ.ฐิติภา อโนทัยอายุ 7 ปี โชว์หนูน้อยนานาชาติ รับทุนการศึกษาจำนวน 3,000 บาท, รองชนะเลิศอันดับที่ 2ด.ช.ธีรเดช ชยุติแสงไพศาล อายุ 11 ปี โชว์ เซ็งสตรีทโชว์ โชว์ทักษะ การคอนโทรลและควบคุมลูกฟุตบอล รับทุนการศึกษาจำนวน 3,000 บาท

รองอันดับ 1 หนูน้อยวันเด็ก

รองอันดับ 1 หนูน้อยวันเด็ก

รองอันดับ 2 หนูน้อยวันเด็ก

รองอันดับ 2 หนูน้อยวันเด็ก
ฝึกทักษะการเป็นดีเจเสียงใส

ฝึกทักษะการเป็นดีเจเสียงใส

ผู้ประกาศสำนักข่าวไทย ร่วมเล่นกิจกรรมบนเวทีกับน้องๆ

ผู้ประกาศสำนักข่าวไทย ร่วมเล่นกิจกรรมบนเวทีกับน้องๆ

ทดลองบังคับหุ่นยนต์ บูธ MCOT-ABU

ทดลองบังคับหุ่นยนต์ บูธ MCOT-ABU
น้องมิลค์ และลูกศิษย์ตัวน้อย 4 ขวบ

น้องมิลค์ และลูกศิษย์ตัวน้อย 4 ขวบ
กิจกรรมดีเจตัวน้อย

กิจกรรมดีเจตัวน้อย

กิจกรรมจาก เพียว-พัทโตะ รายการ 9 การ์ตูน

กิจกรรมจาก เพียว-พัทโตะ รายการ 9 การ์ตูน

กิจกรรม Mcot Digital Hand Stamp 
Challenge

กิจกรรม Mcot Digital Hand Stamp Challenge

บูธกิจกรรม Innovedex

บูธกิจกรรม Innovedex

‘รู้ทันโรคชิคุนกุนยา’ภัยร้ายที่มาจากยุงลาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466477

‘รู้ทันโรคชิคุนกุนยา’ภัยร้ายที่มาจากยุงลาย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลราชวิถีเผยโรคชิคุนกุนยาเป็นโรคที่มีความรุนแรงแต่ไม่อันตรายเท่าโรคไข้เลือดออก แนะผู้ป่วยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด ปฏิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค หากมีอาการไข้สูง ปวดข้อ ผื่นขึ้นให้รีบพบแพทย์

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคชิคุนกุนยา หรือ โรคไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายสวนและยุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค พบได้ทุกกลุ่มอายุ รวมทั้งเด็กเล็ก มีอาการคล้ายโรคไข้เลือดออก แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจนถึงมีการช็อก โดยทั่วไปเมื่อผู้ป่วยถูกยุงลายที่มีเชื้อไวรัสชิคุนกุนยากัด จะมีระยะฟักตัวของโรค 1-12 วัน แต่ที่พบบ่อยจะอยู่ที่ประมาณ 2-4 วัน และเมื่อครบระยะฟักตัวผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงอย่างฉับพลัน โดยอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ประมาณ 2-4 วัน และไข้จะลดลงอย่างรวดเร็วมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย เนื่องจากเส้นเลือดฝอยในชั้นผิวหนังมีการขยายตัวอาจมีอาการคันร่วมด้วย บางรายอาจมีตาแดงอาการที่พบเด่นชัดในผู้ใหญ่นอกจากปวดข้อรุนแรงแล้ว อาจมีอาการข้ออักเสบร่วมด้วย เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ข้อศอก ข้อเข่า เป็นต้น อาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ ข้อ และเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ บางครั้งอาจรุนแรงมากจนไม่สามารถขยับข้อได้ โดยอาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา และบางรายอาการปวดข้อจะอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปีแต่สำหรับในเด็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าผู้ใหญ่

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่าโรคชิคุนกุนยามีความแตกต่างจากโรคไข้เลือดออก โดยโรคนี้จะไม่มีเกล็ดเลือดต่ำอย่างมากจนมีเลือดออกรุนแรง ไม่มีผนังเส้นเลือดฝอยผิดปกติอย่างมากจนมีสารน้ำรั่วจากเส้นเลือดอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้ความดันโลหิตต่ำและเกิดอาการช็อก อีกทั้ง โรคชิคุนกุนยาจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตอย่างโรคไข้เลือดออก แต่จะปวดตามข้อต่างๆ ของร่างกายโดยทั่วไปโรคนี้ไม่มีการรักษาที่จำเพาะเจาะจงแต่เป็นการรักษาแบบประคับประคอง เช่น การให้น้ำเกลือ หรือการดูแลรักษาตามอาการเช่น ให้ยาลดไข้ (ห้ามใช้ยาแอสไพรินลดไข้เป็นอันขาดเนื่องจากจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น) ยาบรรเทาอาการปวดข้อ เช็ดตัวด้วยน้ำสะอาดเพื่อช่วยลดไข้ ดื่มน้ำและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการถูกยุงกัดเพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น และปฏิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ1.เก็บบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำจะต้องปิดฝาให้มิดชิด หรือหมั่นทำความสะอาด เปลี่ยนถ่ายน้ำ ใส่ทรายหรือแบคทีเรียกำจัดลูกน้ำป้องกัน
ไม่ให้ยุงลายมาวางไข่ ซึ่งจะสามารถป้องกันได้ถึง 3 โรค คือโรคชิคุนกุนยา หรือ โรคไข้ปวดข้อยุงลาย โรคไข้เลือดออก และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ทั้งนี้ ควรดูแลรักษาสุขภาพและรับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและมีอนามัยที่ดีอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม หากพบอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

แคท คิดสตัน คอลเลคชั่นสีแดง เสริมความเฮง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466483

news_default

แคท คิดสตัน คอลเลคชั่นสีแดง เสริมความเฮง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

แคท คิดสตัน (Cath Kidston) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชื่อดังสัญชาติอังกฤษส่งไอเทมกระเป๋าสวยสดใสสีแดง ร้อนแรงไว้ให้สาวๆ เตรียมเหนี่ยวทรัพย์รับตรุษจีนปีหนูทอง 2020 หลากแบบหลายสไตล์ที่ส่งตรงจากลอนดอนมาให้เลือกมากมาย ทั้งกระเป๋าสะพาย, กระเป๋าสตางค์, เป้, ถุงผ้า และแอคเซสซอรี่ กับลายปริ้นท์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ อาทิ The Freston Collection เหมาะ
สำหรับใครที่ชอบกระเป๋าลุคเรียบหรูดูดี โดดเด่นด้วยลายพิมพ์ดอกกุหลาบที่ล้อมรอบด้วยกรอบรูปทรงเรขาคณิตซึ่งดีไซน์ออกมาให้สวยและโมเดิร์นมากขึ้น เพื่อเพิ่มลุคสมาร์ทดูดีเหมาะสำหรับทุกโอกาส และ Wimbourne Ditsy กระเป๋าลายพิมพ์ดอกกุหลาบสุดหวาน เสริมลุคสาวหวานสไตล์วินเทจ สำหรับวันสบายๆ พักผ่อนเดินทางท่องเที่ยว ที่พร้อมหิ้วไปได้ทุกที่ และที่สำคัญคือ “สีแดง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความรุ่งเรืองและความโชคดี เป็นสีมงคลของชาวจีน เรียกได้ว่าสาวๆ มีไว้ติดตัว ปีนี้รับรอง เฮง เฮง เฮง แน่นอน

เตรียมช็อปกระเป๋าใบใหม่ ไปรับอั่งเปา ฉลองตรุษจีนกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ ร้านแคท คิดสตันทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.cathkidston.co.th

การนอนกรนในเด็ก ภัยเงียบที่พ่อ-แม่ ไม่ควรมองข้าม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466470

news_default

การนอนกรนในเด็ก ภัยเงียบที่พ่อ-แม่ ไม่ควรมองข้าม

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เด็กนอนกรนเป็นปัญหาที่หลายๆ คน มองข้าม และคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่จริงๆ แล้วปัญหานอนกรนในเด็ก อาจะทำให้ลูกคุณหยุดหายใจขณะหลับได้ นพ.จุฬา คูอนันต์กุล กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ภาวะนอนกรนในเด็ก ทางการแพทย์ถือว่าเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะหากเกิดกลุ่มอาการทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้นขณะนอนหลับ (OSA)

เพราะในเวลานอนหลับ ควรเป็นเวลาที่เด็กจะได้ผ่อนคลายเต็มที่ แต่เมื่อเกิดกลุ่มอาการดังกล่าวขึ้น ร่างกายเด็กต้องรับกับความเครียดที่เพิ่มขึ้นจากการที่หายใจไม่ออกหรือหายใจไม่สะดวก คล้ายๆ มีคนมาบีบจมูกน้องเป็นระยะๆ เวลากลางคืน ทำให้ปอด และหัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเกิดเป็นความดันโลหิตสูงหรือหัวใจโตได้ตั้งแต่อายุยังไม่มาก

การวินิจฉัยภาวะนอนกรนในเด็ก แพทย์จะเริ่มจากการเก็บประวัติ ตรวจร่างกายโดยกุมารแพทย์เฉพาะทางในเรื่องดังกล่าว เช่น การตรวจต่อมทอนซิลว่าโตกว่าปกติหรือไม่ ในบางกรณีอาจส่งเอกซเรย์เพิ่มเติมเพื่อประเมินภาวะต่อมอะดีนอยด์ ว่าโตกว่าปกติหรือไม่ หลังจากนั้นจึงพิจารณาว่า จะตรวจการนอนหลับหรือไม่และตรวจรูปแบบใด เนื่องจากการตรวจการนอนหลับจะมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การจับออกซิเจนเพียงอย่างเดียว ไปจนถึงการตรวจเต็มรูปแบบ (Polysomnography) ตั้งแต่คลื่นสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และอื่นๆ อีกกว่า 20 รายการ ในเวลานอนหลับทั้งคืน

ส่วนการรักษาหากเป็นไม่มากหรือมีอาการมาไม่นาน การใช้ยาก็สามารถได้ผลดีและรักษาให้หายขาดได้ แต่หากอาการเป็นมาก เริ่มมีผลข้างเคียง หรือเป็นมาหลายปีแล้ว การใช้ยาอาจจะไม่ได้ผลดีมากนักและอาจจำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัดซึ่งก็เป็นการผ่าตัดที่ไม่ยุ่งยากมากนัก ในมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โอกาสเกิดผลแทรกซ้อนต่ำมาก และใช้เวลาเพียง 2-3 วัน ในการพักฟื้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม โรคนอนกรนในเด็ก แม้จะดูเป็นเรื่องปกติ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้เกิดปัญหาที่อันตรายต่อชีวิตได้ดังนั้นคุณพ่อ-คุณแม่ควรหมั่นสังเกตการนอนของลูกว่ามีภาวะเป็นเด็กนอนกรนหรือไม่ หากมีภาวะเด็กนอนกรนควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจอย่างละเอียด

‘วานีตา’4 คอลเลคชั่นใหม่ ฝีมือสตรี 3 จังหวัดชายแดนใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466491

‘วานีตา’4 คอลเลคชั่นใหม่ ฝีมือสตรี 3 จังหวัดชายแดนใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริติช เคานซิล ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาธุรกิจงานคราฟท์จากสหราชอาณาจักร แบรนด์งานจักสาน PATAPiAN ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจระดับนานาชาติ และสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พัฒนาศักยภาพสมาชิก “วานีตา” กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมของสตรีผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รวมตัวกันเพื่อผลิตผลงานหัตถกรรมจักสานและสินค้าที่แปรรูปจากผ้าปาเต๊ะ ผ่านโครงการคราฟท์ติ้ง ฟิวเตอร์ (Crafting Futures) ของบริติช เคานซิล เพื่อสนับสนุนผู้หญิงที่ทำงานในภาคหัตถกรรม ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรดึงอัตลักษณ์ของชุมชนผสมผสานลงในการออกแบบผลงานให้มีคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความชอบที่หลากหลายของผู้ที่นิยมเสพงานคราฟท์

คอลเลคชั่นงานจักสานไม้ไผ่ลายมองยงและยี่หร่า

มร.แอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า บริติช เคานซิล ได้เล็งเห็นถึงช่องทางในการพัฒนาศักยภาพของสมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนวานีตา หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมของสตรีผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รวมตัวกันเพื่อผลิตผลงานหัตถกรรมจักสานและสินค้าที่แปรรูปจากผ้าปาเต๊ะ โดย วานีตา เป็นตัวอย่างกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีจุดแข็งในเรื่องสตอรี่ของตัวกลุ่มวิสาหกิจและตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสร้างคาแร็กเตอร์อันโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์แต่ละคอลเลคชั่นจึงได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาธุรกิจงานคราฟท์จากสหราชอาณาจักร แบรนด์งานจักสาน PATAPiAN ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจระดับนานาชาติ และสำนักวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ลงพื้นที่เพื่ออบรมและทำงานร่วมกันกับชุมชน เน้นไปที่การให้โจทย์ชาวบ้านในการดึงอัตลักษณ์ของชุมชนผสมผสานลงในการออกแบบผลงาน เพื่อสร้างความแตกต่างและจุดขายแบรนด์หัตถกรรมจักสานไทยให้มีชื่อเสียงระดับโลก ผ่านโครงการ “คราฟท์ติ้งฟิวเตอร์” ของบริติช เคานซิล

มร.แอนดรูว์ กลาส

“ทักษะฝีมืองานหัตถกรรมท้องถิ่นของชุมชนต่างๆ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจ และเป็นตัวแปรสำคัญในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งโครงการ คราฟท์ติ้ง ฟิวเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้หญิงที่ทำงานในภาคหัตถกรรม ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร สำหรับการทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมวานีตาถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สามารถยกระดับงานหัตถกรรมของชุมชนไปอีกหนึ่งขั้นหัวใจที่สำคัญที่สุดของโปรเจกท์นี้ คือการที่ผลงานใหม่ทั้ง 4 คอลเลคชั่นที่สะท้อนถึงความเป็นตัวตนของ 4 ชุมชนที่เกิดขึ้นมานั้นเป็นผลงานการออกแบบและพัฒนาของชาวบ้านในชุมชนเอง โดยมีนักออกแบบชาวไทยจากแบรนด์ PATAPiAN เป็นเพียงผู้คอยให้คำปรึกษา เพราะเมื่อชาวบ้านเข้าใจการวางแผน ปรับตัว และพัฒนาธุรกิจงานคราฟท์แล้ว จะสามารถเดินหน้าธุรกิจนี้ต่อได้ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

4 คอลเลคชั่นใหม่ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของ 4 ชุมชนผู้ผลิตผลงาน มาเล่าเรื่องผ่านสินค้าที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องประดับจักสาน และชุดปิกนิกจักสาน ได้อย่างโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ประกอบด้วย คอลเลคชั่นแต่งบ้านสไตล์เรียบหรูด้วยงานจักสานกระจูด ลวดลายดอกพะยอมและเรือกอและ จากชุมชนบ้านโคกพะยอม จ.นราธิวาส เน้นการใช้สีน้ำเงินและน้ำตาลเข้ม แทนสีของน้ำทะเลยามค่ำคืนที่แทรกด้วยแสงไฟหาปลาหมึกจากเรือกอและ ให้ความรู้สึกนิ่ง สงบ ประกอบกับลวดลายบนงานจักสานเป็นลายดอกพะยอมและเรือกอและที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านโคกพะยอม ที่อยู่ติดทะเลและมีต้นพะยอมจำนวนมาก ออกมาเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชั่นงานจักสานเครื่องใช้ในครัวเรือน ได้แก่ ที่ใส่ช้อน ที่รองจาน ที่รองแก้ว ที่ใส่เครื่องปรุงรส เสื่อปูโต๊ะ ฝาชี แจกัน เบาะนั่งถังขยะมีฝา

คอลเลคชั่นแต่งบ้านลายดอกพะยอม และเรือกอและ

คอลเลคชั่นงานจักสานไม้ไผ่ลายมองยงและยี่หร่า ตกแต่งครัวในสไตล์คันทรี่ จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจักสานไม้ไผ่บ้านทุ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี สำหรับสายแต่งบ้านแบบที่สนใจเครื่องใช้จักสาน
ในห้องครัว เช่น ที่ใส่ถ้วยแกง ที่ใส่น้ำจิ้ม ถาดใส่ชุดอาหาร ที่รองจาน ที่รองแก้วที่ใส่ขวด ฝาชี เป็นต้น เอกลักษณ์ของคอลเลคชั่นนี้มีการจักสานโดยใช้ลวดลายโบราณ เช่น ลายมองยง ลายยี่หร่า ที่กำลังจะสูญหายไป เนื่องจากลายดังกล่าวเป็นลายจักสานที่ใช้ในการทำแม่พิมพ์น้ำตาลมะพร้าว ไม่เคยถูกสานเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นและมีผู้สืบทอดลายนี้เหลือเพียงไม่กี่คนชาวบ้านจึงเกิดแนวคิดที่จะเรียนรู้และนำมาต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการใช้สีจากขมิ้นที่เป็นพืชสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นเพื่อเป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของผลงาน

คอลเลคชั่นปิกนิก แรงบันดาลใจจากท้องทะเล ก้อนเมฆ ภูเขา บนงานจักสานเตยปาหนันสุดมินิมอล จากกลุ่มปาหนันปูลากาป๊ะ อ.เมือง จ.นราธิวาส อีกหนึ่งคอลเลคชั่นงานจักสานที่ต้องถูกใจคนที่รักงานคราฟท์สไตล์มินิมอล โดยผลิตภัณฑ์ของชุมชนนี้ใช้วัตถุดิบในการจักสานจากเตยปาหนัน ที่ขึ้นอยู่ตามชายฝั่งทะเลในหมู่บ้าน ผสมผสานกับแนวคิดการใช้สีจากธรรมชาติรอบตัว เช่น สีขาว เขียว น้ำเงิน หมายถึงก้อนเมฆ ทราย ภูเขา และทะเล ออกมาผลิตภัณฑ์ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ในคอลเลคชั่นของใช้ในชีวิตประจำวัน และชุดปิกนิกจักสาน อาทิ กระเป๋าหมวก ตะกร้า หมอน เสื่อนอน ที่ใส่ขวดน้ำซองใส่แว่นตา ซองใส่โทรศัพท์ เป็นต้น

คอลเลคชั่นปิกนิกงานจักสานเตยปาหนัน

คอลเลคชั่นเครื่องประดับจักสานสไตล์โบฮีเมียน ลายใบไม้ 3 สี จากชุมชนบ้านดาฮง จ.นราธิวาส เอาใจคนชอบแต่งตัวสไตล์โบฮีเมียน กับการพลิกโฉมงานจักสานย่านลิเภาที่ปกติเราจะรู้จักกันผ่านกระเป๋าย่านลิเภาสุดหรู มาเป็นเครื่องประดับจักสานย่านลิเภารูปแบบทันสมัย ที่ได้รับแรงบันดาลใจการสร้างสรรค์ผลงานมาจากชื่อของหมู่บ้านดาฮง ซึ่งหมายถึง ใบไม้ โดยใช้สีธรรมชาติของย่านลิเภาที่มี 3 สี คือสีน้ำตาลเข้มแทนสีใบไม้แก่จัด สีเหลืองแทนใบไม้ที่แก่พอดี และสีเขียวแทนใบอ่อน ซึ่งเกิดจากการสังเกตพื้นที่บริเวณหมู่บ้านที่มีภูเขา ป่าไม้ ลำธาร และต้นไม้นานาชนิด ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นในคอลเลคชั่นนี้จึงมีส่วนประกอบเป็นใบไม้มีสี 3 สีทุกชิ้น โดยเครื่องประดับในคอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วย สร้อยคอ จี้สร้อยคอ ต่างหู กำไล ปิ่นปักผม ที่คาดผม เข็มกลัด ที่หนีบเนคไท เป็นต้น

คอลเลคชั่นเครื่องประดับจักสานสไตล์โบฮีเมียน

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์และสั่งจองสินค้าในรูปแบบพรีออเดอร์ได้ที่ กลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคมวานีตา โทร.086-0546930 หรือ http://www.wanita.in.th และเฟซบุ๊ค wanitase ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการ “คราฟท์ติ้ง ฟิวเจอร์” ได้ที่ http://www.britishcouncil.or.th

ทรู ชวนคนไทยคืนสมดุลให้โลกใบนี้ ประกาศใช้ถุงกระดาษรีไซเคิลดีไซน์สวย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466485

ทรู ชวนคนไทยคืนสมดุลให้โลกใบนี้ ประกาศใช้ถุงกระดาษรีไซเคิลดีไซน์สวย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ

ทรู เดินหน้าพันธกิจผู้นำดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ที่รับผิดชอบต่อสังคม ชวนคนไทยร่วมคืนสมดุลให้โลกใบนี้ ประกาศใช้ถุงกระดาษรีไซเคิล ดีไซน์สวยงามที่โชว์ศิลปะแห่งแบรนด์ทรู ทดแทนถุงพลาสติก พร้อมแจกเมล็ดพันธุ์รักษ์โลกดอกไม้ 5 ชนิดสีสันสดใส ปลูกธรรมชาติคืนสู่ผืนดิน อันมีส่วนช่วยให้เกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อการเป็นผู้บริโภคที่มีใจรักสิ่งแวดล้อม นำร่อง 10 แฟล็กชิพ สโตร์ ก่อนขยายไปทุกสาขาทั่วประเทศ โดยในแต่ละปี ทรู ใช้ถุงพลาสติกในการให้บริการจำนวน 3 ล้านใบต่อปี การใช้ถุงกระดาษจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 600,000 กิโลกรัมต่อปี

นายโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมา กลุ่มทรู ดำเนินงานขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของบริษัทอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ตามยุทธศาสตร์ภายใต้กรอบ 3 H’s: Heart Health Home ครอบคลุมครบ 3 มิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่มีบทพิสูจน์จากการติดอันดับกลุ่มดัชนีความความยั่งยืนระดับโลก ดาวโจนส์ – Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ประเภท Emerging Markets 3 ปีซ้อน ด้วยคะแนนที่ 1 ของโลกในหมวดธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมติดต่อกันเป็นปีที่สอง

ถุงกระดาษรีไซเคิล ดีไซน์สวย นำร่องทรูช็อป 10 แฟล็กชิพ สโตร์

ล่าสุด ทรู ย้ำความเป็นผู้นำดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ประกาศยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกในทรูช็อป นำร่อง 10 แฟล็กชิพ สโตร์ และนำถุงกระดาษที่ผลิตจากกระดาษคราฟต์รีไซเคิลมาให้บริการทดแทน ด้วยการออกแบบลวดลายดอกไม้สวยงาม เห็นถึงการสร้างแบรนด์ด้วยงานศิลปะที่เน้นประโยชน์การใช้สอย ดีไซน์โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ไม่คำนึงถึงยุคสมัย ไม่ตามเทรนด์ แต่เน้นความคลาสสิก ใช้ได้นาน รังสรรค์ขึ้นมาให้เหมาะกับหลากหลายเทศกาลในแบบร่วมสมัย สะท้อนเสน่ห์ของแบรนด์แบบใหม่ที่เน้นธรรรมชาติ รักษ์โลก โดยในแต่ละปี ทรู ใช้ถุงพลาสติกในการให้บริการจำนวน 3 ล้านใบต่อปี การใช้ถุงกระดาษจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 600,000 กิโลกรัมต่อปี

นอกจากนี้ ทรู ยังแจกเมล็ดพันธุ์รักษ์โลก ดอกไม้สีสันสดใสไปพร้อมกับถุงกระดาษ เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปปลูก เพิ่มปริมาณพื้นที่สีเขียว โดยเมล็ดพันธุ์ที่ทรูเลือกมา ล้วนเป็นดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับภูมิอากาศของประเทศไทย ได้แก่ ดอกแววมยุรา ดอกผีเสื้อดอกสร้อยไก่ ดอกดาวเรืองฮันนี่โกลด์ และดอกซันไบร์ทคิดส์ และมี QR Code ให้ลูกค้าสแกนและดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น We Grow ที่แนะนำวิธีการปลูกและการดูแลรักษา เพื่อให้ลูกค้าสามารถชื่นชมและภาคภูมิใจกับดอกไม้ที่ปลูกด้วยตนเองอันจะช่วยปลูกจิตสำนึกให้คนไทยเป็นผู้บริโภคที่ร่วมคืนสมดุลให้โลกใบนี้ไปด้วยกันโดย 10 แฟล็กชิพ สโตร์ ที่ผู้ใช้บริการสามารถรับถุงกระดาษทรูได้ คือ สาขาไอคอนสยาม สยามพารากอน สยามสแควร์ซอย 2 และ 3 และ ทรูช็อป 6 สาขา คือสยามพารากอน เอ็มควอเทียร์ เมกะ บางนาเซ็นทรัล บางนา เซ็นทรัล พระราม 9และเซ็นทรัล พระราม 9 ชั้น 4 จากนั้นจะขยายไปจนครบทุกสาขาทั่วประเทศภายในปี 2563