สศก.หนุน‘แพะเนื้อ’สินค้าปศุสัตว์ทางเลือก เลี้ยงง่ายใช้พื้นที่น้อยสร้างกำไรงาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/466436

news_default

สศก.หนุน‘แพะเนื้อ’สินค้าปศุสัตว์ทางเลือก เลี้ยงง่ายใช้พื้นที่น้อยสร้างกำไรงาม

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.)เปิดเผยถึงสินค้าปศุสัตว์ทางเลือกที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรในจ.ขอนแก่นคือ เลี้ยงแพะเนื้อ (ขุน)โดยเกษตรกรในจังหวัดนิยมเลี้ยงสายพันธุ์ลูกผสมระหว่างสายพันธุ์บอร์ (Boer) และแองโกลนูเบียล (Anglo-Nubian) ซึ่งเป็นพันธุ์เนื้อ เป็นที่ต้องการของตลาด ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 ส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย บริโภคภายในภูมิภาคเพียงร้อยละ 10

จากการสำรวจของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น (สศท.4) พบว่า เกษตรกรเลี้ยงแพะเนื้อในหลายอำเภอ เช่น อ.สีชมพู เมือง แวงใหญ่ และอุบลรัตน์ สำหรับอ.สีชมพู เป็นพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ด้านปศุสัตว์ ในนามวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงแพะบ้านผาเที่ยงมีสมาชิก 45 ราย เกิดจากการรวมกลุ่มของผู้เลี้ยงแพะแบบเชิงเดี่ยว ซึ่งปัจจุบันมีแพะ 3,014 ตัว แยกเป็นเพศผู้ 950 ตัว เพศเมีย 2,064 ตัว ซึ่งเป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างสายพันธุ์บอร์ (Boer) และแองโกลนูเบียล (Anglo-Nubian) มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 3,154.87 บาท/ตัว แยกเป็นค่าพันธุ์สัตว์ 353.63 บาท ค่าแรงงาน 599.93 บาท ค่าอาหาร 528.07 บาท และส่วนที่เหลือ 1,673.24 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่ายาป้องกันโรค ค่าเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องและค่าเสื่อมโรงเรือนและอุปกรณ์ต่างๆ โดยแม่แพะ 1 ตัว ให้ผลผลิตลูกแพะเฉลี่ย 2 ตัว/ท้อง (ลูกแฝด) สำหรับราคาขาย เกษตรกรสามารถจำหน่ายแพะเนื้อ (อายุเฉลี่ย 6 เดือน น้ำหนักประมาณ 30 กก./ตัว) ในราคาเฉลี่ย 3,900 บาท/ตัว  (130 บาท/นน.ตัว 1 กก.) ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) เฉลี่ย 742.13 บาท/ตัว

ด้านนายฉกาจ ฉันทจิระวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จ.ขอนแก่น (สศท.4) กล่าวเสริมว่า การเลี้ยงแพะเนื้อจะใช้พื้นที่ไม่มาก กินอาหารได้หลากหลาย เช่น อาหารหยาบ ได้แก่ ฟางข้าว หญ้าสด ใบกระถินและต้นถั่วฮามาต้า ส่วนอาหารข้นได้แก่ อาหารสำเร็จรูป กากและเปลือกมันสำปะหลังหมักยีสต์ โดยแพะเนื้อต้องการอาหารวันละ 1-2 กก./วัน เท่านั้น และยังทนทานต่อสภาพแวดล้อม สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะนั้นได้เป็นอย่างดี ทำให้แพะเนื้อเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้เร็ว นอกจากนี้ จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์บริการฉีดวัคซีนป้องกันปากเท้าเปื่อยทุก 6 เดือนเป็นประจำ ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจข้อมูลการผลิตและตลาดแพะเนื้อในจ.ขอนแก่น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.4 โทร. 0-4326-1513 หรืออีเมล zone4@oae.go.th หรือขอคำปรึกษานางพัชราภรณ์ โพธิ์ศรี ประธานกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงแพะบ้านผาน้ำเที่ยง ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่นโทร. 06-1591-1953

กรมชลฯเล็งปรับปรุง2คลองหลัก แก้ปัญหาน้ำแล้ง-ท่วมสุโขทัยยั่งยืน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/466439

news_default

กรมชลฯเล็งปรับปรุง2คลองหลัก แก้ปัญหาน้ำแล้ง-ท่วมสุโขทัยยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายเสริมชัย เซียวศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมเตรียมดำเนินโครงการปรับปรุงก่อสร้างระบบชลประทาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำแก้ทั้งปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และปัญหาน้ำท่วมช่วงน้ำหลาก ในจ.สุโขทัย โดยจะปรับปรุงคลอง 2 สายพร้อมกันคือ คลองหกบาทซึ่งคลองระบายน้ำเดิมทางด้านฝั่งซ้ายของแม่น้ำยมความยาว 3 กิโลเมตร และคลองยม-น่าน ที่รับน้ำต่อจากคลองหกบาท ความยาว 35 กิโลเมตร รวมถึงก่อสร้างประตูระบายน้ำ 2 แห่ง พร้อมปรับปรุงอาคารประกอบอีก 3 แห่ง คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ภายในปี 2563 และแล้วเสร็จปี 2567

“การดำเนินโครงการดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำบรรเทาปัญหาน้ำท่วมช่วงฤดูน้ำหลากเท่านั้น แต่ยังจะใช้คลองที่ปรับปรุงเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเป็นประจำเกือบทุกปี โดยเฉพาะคลองยม-น่าน ที่มีความยาวถึง 35 กิโลเมตร จะเก็บกักน้ำเป็นน้ำต้นทุนให้ราษฎรในพื้นที่โครงการชลประทานและใกล้เคียงมีน้ำใช้ด้านการเกษตรช่วงฤดูแล้งได้ 7,300 ไร่ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมมากกว่า 3,000 ล้านบาท และทำให้มีน้ำอุปโภคบริโภคตลอดปี” นายเสริมชัยกล่าว

นอกจากนี้ ในการปรับปรุงคลองดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะปรับปรุงรูปแบบคลองจากดินขุดให้เป็นคลองดาดคอนกรีต ซึ่งจะลดพื้นที่ดำเนินโครงการแต่ยังรับน้ำได้ปริมาณตามแผนที่วางไว้ โดยคลองหกบาท จะระบายจากเดิม 250 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที เป็น 500 ลบ.ม.ต่อวินาที และคลองยม-น่าน
จะระบายน้ำจากเดิม 100 ลบ.ม.ต่อวินาทีเป็น 300 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนปริมาณน้ำจากคลองหกบาทที่เหลืออีก 200 ลบ.ม.ต่อวินาที จะระบายลงสู่แม่น้ำยมสายเก่าที่ไหลไปทางอ.พรหมพิราม ก่อนลงแม่น้ำน่าน ซึ่งได้ปรับปรุงไว้แล้ว

นายเสริมชัยกล่าวด้วยว่า ช่วงฤดูน้ำหลาก มวลน้ำจากแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน อ.ศรีสัชนาลัย ก่อนเข้าอ.เมืองสุโขทัย จะมีมากถึง 1,400 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะที่แม่น้ำยมช่วงที่ไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัยมีขีดความสามารถรองรับน้ำได้เพียง 550 ลบ.ม.ต่อวินาที ที่ผ่านมากรมฯตัดยอดน้ำด้วยการระบายน้ำเข้าคลองสาขาก่อนเข้าเมืองได้ประมาณ 350 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้เหลือมวลน้ำอีก 500 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ยังมีน้ำล้นตลิ่งบ่าเข้าท่วมเมืองสุโขทัย และพื้นที่ใกล้เคียงตั้งแต่ตอนกลางน้ำเรื่อยมาจนตอนล่างของแม่น้ำยม สร้างมูลค่าความเสียหายในแต่ละปีมากกว่า 100 ล้านบาทและมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น

“ดังนั้น การปรับปรุงคลองคลองหกบาท คลองยม-น่าน พร้อมก่อสร้างประตูระบายน้ำ และปรับปรุงอาคารประกอบดังกล่าวแล้วเสร็จ จะทำให้การบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืน”นายเสริมชัยกล่าว

แนะปราบเพลี้ยจักจั่นมะม่วงช่วงออกดอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/466435

news_default

แนะปราบเพลี้ยจักจั่นมะม่วงช่วงออกดอก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระยะนี้เข้าสู่ช่วงมะม่วงเริ่มแทงช่อดอกจนถึงระยะพัฒนาผลกรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนมะม่วงให้เฝ้าระวังสังเกตการเข้าทำลายของเพลี้ยจักจั่นมะม่วง มักพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเข้าทำลายใบอ่อน ช่อดอก ก้านดอกและยอดอ่อน โดยระยะที่มะม่วงกำลังออกดอกจะเกิดความเสียหายมากที่สุด เพลี้ยจักจั่นมะม่วงจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากช่อดอก ทำให้ดอกแห้ง ดอกร่วง และติดผลน้อยหรือไม่ติดผล ขณะที่เพลี้ยจักจั่นดูดกินน้ำเลี้ยงจะถ่ายมูล เป็นน้ำหวานเหนียวๆ ติดตามใบช่อดอก ผล และรอบทรงพุ่ม ทำให้ใบเปียกเกิดราดำปกคลุมมาก ส่งผลต่อการสังเคราะห์แสงของใบ ส่วนใบอ่อน (ใบเพสลาด) จะบิดงอโค้งลง ให้สังเกตด้านใต้ใบมีอาการปลายใบแห้งได้

หลังฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตมะม่วง ให้เกษตรกรตัดแต่งกิ่งทรงพุ่มต้นมะม่วงให้โปร่งอยู่เสมอ เพื่อช่วยลดที่หลบซ่อนต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของเพลี้ยจักจั่นมะม่วง จากนั้นให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตรหรือสารคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรหรือสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อช่วยให้การพ่นสารฆ่าแมลงมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เกษตรกรควรปรับหัวฉีดให้เป็นละอองฝอย และพ่นให้ทั่วถึงทั้งลำต้นในระยะก่อนที่มะม่วงจะออกดอก 1 ครั้ง มิเช่นนั้น ตัวเต็มวัยจะย้ายไปหลบซ่อนที่พ่นสารฆ่าแมลงไม่ทั่วถึง ส่วนระยะที่ช่อดอกบานแล้วไม่ควรพ่นสารฆ่าแมลง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อแมลงผสมเกสร และเกษตรกรควรหมั่นตรวจดูตามช่อดอก หากไม่ป้องกันกำจัดแล้ว มะม่วงจะไม่ติดผลเลย

นอกจากนี้ ให้เกษตรกรใช้วิธีป้องกันกำจัดเพลี้ยจักจั่นมะม่วงแบบผสมผสาน โดยให้เกษตรกรใช้น้ำ ฉีดล้างช่อดอกและใบ เพื่อช่วยแก้ปัญหาช่อดอกและใบดำจากโรครา หากแรงอัดฉีดของน้ำแรงพอก็ช่วยให้เพลี้ยในระยะตัวอ่อนกระเด็นออกจากช่อดอกได้ แต่ให้ระวังอย่าฉีดน้ำไปกระแทกดอกมะม่วงแรงเกินไป เพราะอาจทำให้ดอกหรือผลที่เริ่มติดร่วงได้ และให้เกษตรกรใช้กับดักแสงไฟดักจับตัวเต็มวัยเพลี้ยจักจั่นมะม่วงที่บินมาเล่นไฟ เพื่อลดความความเสียหาย

ซอกแซกอาเซียน : 16 มกราคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/466438

566101

ซอกแซกอาเซียน : 16 มกราคม 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สองฉบับที่แล้วผมเล่าเรื่องประเทศบรูไนดารุสซาลาม ไปแบบสั้นๆ และเรียบร้อยๆ ให้สมกับบรรยากาศของประเทศที่มีความสงบร่มเย็น ไม่มีอะไรตึงตังโลดโผน ครานี้จะข้ามไปแบบประเภทตรงกันข้ามบ้างครับ เพราะหลังจากการประชุมที่บรูไน คณะแอปเตอร์ก็ได้รับเชิญไปร่วมงานส่งมอบข้าวที่ประเทศฟิลิปปินส์อีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เป็นรายการที่ต้องเดินทางขึ้นไปทางภาคเหนือของประเทศซึ่งเป็นครั้งแรกเช่นกันที่ผมได้มีโอกาสไปสมัยยี่สิบปีก่อน ผมเคยไปเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวข้าว ที่ศูนย์ฝึกอบรมแห่งหนึ่งแถวๆ มหาวิทยาลัยเซ็นทรัลลูซอน เมืองนูเอวาเอซีฮา และเคยไปทริปที่เมืองท่องเที่ยวดัง คือ บาเกียว ก็เท่านั้น เพราะที่นั่นเดินทางขึ้นเหนือจากมะนิลาไปไม่เท่าไหร่ แต่ครั้งนี้เดินทางโดยเครื่องบินไปประมาณชั่วโมงหนึ่ง ซึ่งถือว่าไกลพอสมควร ไปลงที่จังหวัดอิโลคอส นอร์เต ติดชายฝั่งทะเลทิศตะวันตกของเกาะลูซอนครับ

การเดินทางไปฟิลิปปินส์ที่ผ่านๆ มาคณะเราก็มักจะใช้บริการของการบินไทย แต่คราวนี้ เนื่องจากเวลาต่อเครื่องไม่ค่อยจะลงตัวกันนัก กล่าวคือ ถ้าไปการบินไทย ต้องไปรออีกนานมากที่สนามบิน หากแต่ที่พอดีเวลามากกว่า คือต้องไปสายการบินของประเทศฟิลิปปินส์ คือ เซบู แปซิฟิก ก็เลยไม่มีโอกาสสนับสนุนการบินไทยรักคุณเท่าฟ้า เหมือนอย่างเคย แต่กระนั้น ด้วยเวลาต่อเครื่องที่เผื่อไม่มากนี้ กลับทำให้พวกเราเหน็ดเหนื่อยและตื่นเต้นมากขึ้นอย่างที่ไม่น่าจะเป็นเลย เรื่องของเรื่อง คือ สนามบินกรุงมะนิลา ที่ชื่อนินอย อาคิโน นั้น เขามีอยู่ถึง 4 เทอร์มินัล แต่ทั้ง 4 เทอร์มินัลนั้น ก็ใช้รันเวย์ร่วมกัน หมายถึงว่าทุกเทอร์มินัลจะอยู่ในละแวกเดียวกันระยะทางไม่เกิน 1-4 กิโลเมตร

ผมจำได้ว่าสายการบินเซบู แปซิฟิก จากกรุงเทพฯ ที่ไปวันนั้นต้องไปลงที่เทอร์มินัล 3 ส่วนเครื่องบินภายในประเทศที่พวกเราต้องไปต่ออีกจะออกที่เทอร์มินัล 2 ความจริงดูจากตัวเลข เทอร์มินัลก็น่าจะอยู่ติดกัน และด้วยความที่พวกเราจะประหยัดเงิน แอปเตอร์ แทนที่จะใช้บริการแท็กซี่เดินทางระหว่างเทอร์มินัล อีกทั้งเพราะมีเวลาเหลือเฟือ เรากลับเลือกใช้ชัทเทิลบัส ซึ่งน่าจะเป็นบริการของทางสนามบิน ทีนี่หละเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่าจดจำไว้เตือนผู้อ่านที่เคารพก็บังเกิดขึ้น เพราะเจ้ารถชัทเทิลบัสนั้นน่ะเขาวิ่งตามตัวเลข จากเทอร์มินัล 3 ที่เราขึ้น เขาจะวิ่งไปเทอร์มินัล 4 จาก 4 เขาจะไป 1 และจาก 1 เขาถึงจะไป 2 ซึ่งก็น่าจะถูกต้องแล้ว แต่ที่โชคร้าย คือ รถชัทเทิลบัสเดินทางได้ช้ามากๆ เพราะต้องฝ่าจราจรรถติดมโหฬาร แถมยังจอดนิ่งอยู่นานที่จุดหนึ่ง แต่คนผู้โดยสารก็นั่งกันรอเต็มอยู่มนรถ ทราบหลังจากผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงว่ารถเสีย ต้องรอคันใหม่มาเปลี่ยน สรุปแล้ว จากเวลาที่เราขึ้นรถที่จุดแรก ไปจนถึงจุดลงรถ ใช้เวลาไปทั้งหมด 3 ชั่วโมง ฉิวเฉียดที่จะตกเครื่องไฟลท์ต่อไปเลยนะ สรุปแล้วพวกเราไม่ต้องเบื่อไปนั่งรอนานในสนามบินเลย เพราะใช้เวลาอยู่บนรถบัสแทน ก็เล่าให้ท่านผู้อ่านฟังนะครับ เผื่อใครไปโอกาสหน้าจะได้เตรียมการหลีกเลี่ยงปัญหานี้ครับ

เครื่องบินภายในประเทศเราแตะรันเวย์เมืองอีโลคอส นอร์เต ก็ค่ำมืดพอดี คุณจูดี้ ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุด ของหน่วยงานเอ็นเอฟเอ พร้อมคณะที่หน้าตาคุ้นเคยอย่างดีมาต้อนรับพวกเราที่สนามบิน พร้อมคล้องพวงมาลัยให้กับทุกคน นับเป็นความกรุณาของท่านจริงๆ ที่ให้เกียรติพวกเราอย่างมากและสม่ำเสมอไม่เปลี่ยนแปลง จากนั้นก็พาเราขึ้นรถขบวนใหญ่ แถมยังมีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจนำเปิดไซเรนตลอดทางให้อีก เข้าไปในเมืองอีโลคอสนอร์เต เพื่อพาเราไปยังที่พัก ถึงโรงแรมที่พัก ซึ่งเป็นแบบบูติก มุงแฝกหรืออะไรไม่ทราบ ดูน่าพักทีเดียว

พวกเรารับประทานอาหารเย็น ที่ห้องอาหารของโรงแรมนั้นเอง ซึ่งเขาได้จัดไว้อย่างดี เป็นอาหารของฟิลิปปินส์ และก็มีเจ้าหน้าที่ทางการของประเทศฟิลิปปินส์ทั้งจาก เอ็นเอฟเอ และจากกระทรวงสวัสดิการและพัฒนาสังคม ซึ่งเป็นฝ่ายแจกจ่ายข้าวมาร่วมนั่งรับประทานด้วย คณะเรารับประทานอาหารกันโดยใช้เวลาพอสมควร ไม่ดึกมากนัก เพราะพรุ่งนี้ต้องมีภารกิจสำคัญ คือพิธีการส่งมอบและแจกจ่ายข้าว ในศาลาว่าการของเมือง และอีกอย่างก็เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางกันมาพอสมควร ก็เลยกลับไปพักผ่อน ซึ่งนับแต่เช้ายันดึกวันและคืนเดียวกันเราอยู่ 2 ประเทศ แถมยังเดินทางต่อเข้าไปในจุดที่ไกลแสนไกลอีก เป็นสภาพของผมและทีมงานแอปเตอร์พบเจอกันอยู่ประจำครับ

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

chanpithya@apterr.org

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) เตรียมจัดสัมมนา โครงการ 60 + #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466643

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) เตรียมจัดสัมมนา โครงการ 60 +

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 13.54 น.

ปัจจุบันนี้หลายหน่วยงานกำลังให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่แพ้คนรุ่นใหม่อีกทั้งยังมีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุซึ่งในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือปี 2564 จะมีผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมดเลยทีเดียว

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ หรือ NEA ได้เปิดตัวโครงการ 60+ ค้าออนไลน์ขายทั่วโลก รุ่นที่ 3ณ จังหวัดกรุงเทพมหานครที่จะมาปลุกความเป็นวัยรุ่น ให้ผู้ประกอบการวัย 60+ ได้มาเรียนรู้เรื่องการค้าขายออนไลน์อย่างครบวงจรภายใน 3 วันเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพและสร้างโอกาสให้ขายสินค้าออนไลน์ได้จริง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA)ได้ให้ข้อมูลว่าหลังจาก “โครงการ 60+ ค้าออนไลน์ขายทั่วโลก” รุ่นที่ 1 ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดกรุงเทพมหานคร และ รุ่นที่ 2 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ได้จบไป โครงการได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ไปต่อยอดส่งออกสินค้าได้จริง NEA จึงเล็งเห็นความสำคัญที่จะพัฒนาศักยภาพผู้สูงวัยอย่างต่อเนื่องจึงต่อยอดโครงการดังกล่าวในรุ่นที่ 3ณ จังหวัดกรุงเทพมหานครระหว่างวันที่ 19-21 มกราคม 2563

คุณสมบัติผู้สมัคร

1. ผู้ประกอบการที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

2. จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

3. มีความสนใจด้านการค้าออนไลน์

4. มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่พร้อมส่งออกและสินค้านั้นมีแบรนด์เป็นของตัวเอง

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ถึงวันที่ 7กุมภาพันธ์ 2563โดยจัดอบรมในวันที่ 19-21 มกราคม 2563ณ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (รัชดา)จังหวัดกรุงเทพมหานคร

สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อสมัครหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ 099-563-9451, 096-721-7340,02-507-8128 สายด่วน 1169 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ร่วมฉลองปีชวด2563 ด้วยสุดยอดเมนูสิริมงคล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466636

พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ร่วมฉลองปีชวด2563 ด้วยสุดยอดเมนูสิริมงคล

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 13.04 น.

พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ร่วมฉลองปีชวด 2563 ด้วยสุดยอดเมนูสิริมงคล ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปีชวดอย่างเปี่ยมสุข ห้องอาหารจีน “พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์” โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ครังสรรค์เมนูสิริมงคลไว้ให้ทุกคนในครอบครัว  มีทั้งสลัดปลาดิบ “หยือเชิง”และเมนูขนมมงคล“เหนียนเกา”และชุดอาหารมงคลต้อนรับตรุษจีนเสริมโชคลาภและความมั่งมีศรีสุขตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2562 ไปถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563

“พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์” (Pagoda Chinese Restaurant)ห้องอาหารจีนกวางตุ้งร่วมสมัยโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เตรียมเมนูพิเศษสุดเพื่อเสริมสิริมงคลในเทศกาลตรุษจีน และต้อนรับปีชวด 2563 ที่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า  เริ่มต้นด้วย เมนูมัสยาพาโชคหรือ “หยือเชิง” (Yusheng) สลัดปลาดิบเพื่อนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิต มีให้เลือก 2 แบบ คือ หยือเชิงแซลมอน (Salmon Yusheng) ชุดเล็กสำหรับ 2-4 ท่าน ราคา 1,288++บาท ชุดใหญ่สำหรับ 5-10 ท่าน ราคา 2,388++บาทและ หยือเชิงเป๋าฮื้อ (Abalone Yusheng) ชุดเล็กสำหรับ 2-4 ท่าน ราคา 1,688++ บาท ชุดใหญ่สำหรับ 5-10 ท่าน ราคา 2,888++ บาทมีบริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 เท่านั้น

ในวันตรุษจีนเปิดศักราชใหม่ตามวัฒนธรรมแดนมังกรพร้อมเฉลิมฉลองปีชวด 2563 ด้วยความรุ่งโรจน์และมั่งคั่งกับเมนูอาหารมงคลต้อนรับตรุษจีน (Chinese New Year Special Menu 2020)ซึ่ง ประกอบด้วย หยือเชิงแซลมอนและหยือเชิงเป๋าฮื้อ ตามด้วยกุ้งแชบ๊วยผัดเปรี้ยวหวาน นำความยินดีและความสดใสให้กับชีวิตก่อนจะเติมความร่ำรวยมั่งคั่งด้วยปูทะเลทอดพริกเกลือสูตรฮ่องกงแล้วบันดาลโชคดีด้วยมะเขือเทศกับบ๊วยดอง พร้อมเสริมดวงชะตาให้อายุยืนยาวด้วยเป๋าฮื้อตุ๋นกระเพาะปลาสด ปิดท้ายด้วย มัสยาพาเพลิน หรือเหนียนเกาเพื่อนำความเจริญก้าวหน้ามาสู่ทุกท่าน ราคาเริ่มต้น 220++ บาท หรือจะเลือกอิ่มอร่อยชุดอาหารมงคลกันทั้งครอบครัวที่รวมเอาสุดยอดเมนูมาเสิร์ฟ ได้แก่ หยือเชิงชุดใหญ่ เป็ดปักกิ่ง ซุปไก่ตุ๋นกระเพาะปลาโสมเกาหลี  กุ้งแชบ๊วยผัดเปรี้ยวหวาน ผัดผักห้าเซียน ปลาเก๋านิ่งซีอิ๋วฮ่องกง ข้าวเหนียวนึ่งกุ้งมังกรบอสตัน ปิดท้ายด้วยขนมหวานมงคลแบบจีนต้นตำรับอย่างเหนียนเกา ในราคา 2,888++ บาทต่อท่าน (สำหรับการรับประทาน 8 ท่านขึ้นไป) โดยมีบริการทั้งมื้อกลางวัน(11:30น. –14:30 น.)และมื้อค่ำ (18:00 น.– 22:00 น.) ระหว่างวันที่ 23 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563

และตั้งแต่ปลายปีในวันที่ 26 ธันวาคม2562 ไปจนถึง 25 มกราคม 2563 ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ พาโกด้าเตรียมเมนูขนมเสริมความเจริญก้าวหน้า มัสยาพาเพลิน หรือเหนียน เกา(Nian Gao)ขนมเข่งรูปปลารสคลาสสิค รสฟักทอง และรสเฉาก๊วย บริการสองชิ้นในราคา 288++ บาท และบริการพร้อมกล่องบรรจุภัณฑ์อันสวยงามให้ทุกท่านได้นำไปฝากผู้ใหญ่ที่เคารพรักในราคา 588++ บาท (เฉพาะรสคลาสสิคเท่านั้น)

เติมความสดใส เสริมความรุ่งเรืองรุ่งโรจน์ให้กับปีชวด 2563 พร้อมฉลองปีใหม่แบบจีน ด้วยเมนูสิริมงคล ณ“พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์” โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์คตั้งแต่ 26 ธันวาคม 2562 ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2563 ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาโทร. +66 (0) 2 059 5999 หรือทางอีเมล์ restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com

เปิดตัวคู่แท้ลงตัว ‘เกลนมอเรนจี’ ซิงเกิล มอลต์ จากสก็อตแลนด์-อาหารไทย ตะวันออกต้นตำรับ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466627

เปิดตัวคู่แท้ลงตัว ‘เกลนมอเรนจี’ ซิงเกิล มอลต์ จากสก็อตแลนด์-อาหารไทย ตะวันออกต้นตำรับ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 12.35 น.

เปิดตัวคู่แท้ที่เข้ากันอย่างลงตัว “เกลนมอเรนจี” ซิงเกิล มอลต์ จากสก็อตแลนด์ และอาหารไทยภาคตะวันออกต้นตำรับ

เกลนมอเรนจี (Glenmorangie) ซิงเกิล มอลต์ วิสกี้ระดับรางวัลจากสก็อตแลนด์ เปิดประสบการณ์ใหม่ ในดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ นำวิสกี้ชั้นยอด 6 รุ่น มาให้ลิ้มลองรสชาติเคียงคู่กับอาหารไทยภาคตะวันออกต้นตำรับ ซึ่งสามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว และนับเป็นการเปิดตัว เกลนมอเรนจี ควินตา รูบัน (Glenmorangie Quinta Ruban) ซิงเกิล มอลต์ วิสกี้ ที่ใช้เวลาบ่มนานถึง 14 ปี จนได้กลิ่นรส ที่เป็นเอกลักษณ์ ณ ร้านอาหารบูรพา ซอยสุขุมวิท 11 เมื่อเร็วๆ นี้

เกลนมอเรนจี เป็น ซิงเกิล มอลต์ วิสกี้ จากพื้นที่ไฮแลนด์ของสก็อตแลนด์ ที่เริ่มต้นประวัติศาสตร์ การผลิตมาตั้งแต่ปี 1843 โดยผู้เชี่ยวชาญการผลิตวิสกี้ นำภูมิปัญญาแบบดั้งเดิมมาผสานกับนวัตกรรม สมัยใหม่ เพื่อผลิตวิสกี้ ที่ไม่เหมือนใคร  สิ่งที่ เกลนมอเรนจี ใส่ใจ และให้ความสำคัญ มากที่สุด คือ การเลือกถังไม้โอ๊คที่ใช้บ่มวิสกี้ เพราะวิสกี้จะดึงรสชาติมาจากถังที่ใช้บ่ม และถังนั้นจะใช้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น เพื่อรักษาความเข้มข้นของรสชาติให้ได้มาตรฐาน ยิ่งไปกว่านั้น เกลนมอเรนจี ยังเป็นผู้นำ ในการบ่มวิสกี้แบบ Extra-matured โดยนำ ซิงเกิล มอลต์ ที่ผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊คแล้ว มาบ่มต่ออีกครั้ง ในถังไวน์เชอร์รี่ ถังไวน์พอร์ต และถังไวน์เซาเทิร์นส์ ซึ่ง ซิงเกิล มอลต์ ที่ผ่านการบ่มด้วยวิธีการดังกล่าว จะจัดอยู่ในรุ่น Extra-Matured Range ของ เกลนมอเรนจี

ดินเนอร์ในค่ำคืนพิเศษนี้ นับเป็นครั้งแรกของการแพร์ริ่ง ซิงเกิล มอลต์ กับอาหารไทย และถือเป็นการเปิดตัว เกลนมอเรนจี ควินตา รูบัน (Glenmorangie Quinta Ruban) อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นสูตรที่ปรับปรุงใหม่ เพิ่มระยะเวลาในการบ่มในถังไวน์พอร์ตนานขึ้นอีก 2 ปี จนได้กลิ่นส้มและรสชาติของดาร์กช็อคโกแลต ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมี ซิงเกิล มอลต์ อีก 5 รุ่น ให้ลิ้มลองอีก ประกอบด้วย เกลนมอเรนจี ออริจินอล (Glenmorangie Original) เกลนมอเรนจี เดอะ ลาซานตา (Glenmorangie The Lasanta) เกลนมอเรนจี เดอะ เน็คทาดอร์ (Glenmorangie The Nectar d’Or) เกลนมอเรนจี 18 ปี (Glenmorangie 18 Years) และ เกลนมอเรนจี ซิกเน็ต (Glenmorangie Signet) เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานทุกคน

การจับคู่อย่างลงตัวระหว่าง แกลนมอเรนจี และอาหารไทยตำรับภาคตะวันออกที่รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นดี เริ่มต้นจาก เมนูเรียกน้ำย่อย สลัดปู หมูสับปลาเค็มใบชะพลู มะเฟืองปลาเห็ดโคนฟู และเมี่ยงกุ้งย่าง ซึ่งลงตัวกับการดื่ม เกลนมอเรนจี ออริจินอล และ เกลนมอเรนจี เดอะ ลาซานตา ก่อนเข้าสู่จานหลัก อันประกอบด้วย กุ้งย่างหรือไข่ปลาหมึกซอสมะแขว่น ซุปหอยฝาขาวใส่กระวาน แกงขี้เหล็กปลาทะเลย่างถ่าน เคียงด้วยผักดองและอาหารทอด ซึ่งเหมาะรับประทานคู่กับ เกลนมอเรนจี ควินตา รูบัน และ เกลนมอเรนจี 18 ปี จากนั้นจะทำการเสิร์ฟ เกลนมอเรนจี เดอะ เน็คทา ดอร์ เพื่อเป็นการปรับรสชาติ ก่อนจะเข้าสู่เมนูของหวาน ซึ่งเป็นไอศกรีมงาและข้าวเกรียบงาน้ำตาลอ้อย เคียงคู่มากับ เกลนมอเรนจี ซิกเน็ต ปิดท้ายประสบการณ์ของค่ำคืนอันอิ่มเอม

นับเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เกลนมอเรนจี (Glenmorangie) ซิงเกิล มอลต์ วิสกี้ จากสก็อตแลนด์ สามารถจับคู่เสริมส่งรสชาติกับอาหารไทยจนได้ความรู้สึกพิเศษและความประทับใจ อย่างสมบูรณ์แบบ  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.glenmorangie.com/ 

ลอรีอัล เดินหน้า Beauty Tech ตอบโจทย์ผู้บริโภค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466473

news_default

ลอรีอัล เดินหน้า Beauty Tech ตอบโจทย์ผู้บริโภค

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อินเนส คาลไดรา

ในยุคที่ดิจิทัลเข้ามาเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักในการพลิกโฉมธุรกิจของทุกอุตสาหกรรม จุดหลักที่เป็นสิ่งท้าทายของธุรกิจคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคจากอิทธิพลของสมาร์ทโฟนที่ส่งผลให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าจำนวนมหาศาลนี้ให้ได้ แบรนด์ระดับโลกที่มีรากฐานองค์กรขนาดใหญ่ จึงพบความท้าทายในหลายด้านในการขับเคลื่อนธุรกิจให้หมุนทันยุคดิจิทัลนี้ได้

ลอรีอัล กรุ๊ป หนึ่งในผู้นำธุรกิจความงามระดับโลก ก็ได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับโลกความงาม อาทิเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR)และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้ผู้บริโภคได้ทดลองสีผลิตภัณฑ์เมคอัพผ่านมือถือก่อนสั่งซื้อสินค้าหรือเทคโนโลยีวัดระดับสีผิวที่ช่วยแนะนำสีรองพื้นที่เหมาะสมนอกจากนี้ยังมีความร่วมมือระหว่างลอรีอัลกับ LAZADA ในประเทศไทยในการจัดตั้ง OnlineAcne Community แห่งแรก สำหรับคนอยากไกลสิว ชูการให้คำแนะนำที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือจากแพทย์ผิวหนังชั้นนำโดยตรงผ่านโลกออนไลน์ด้วยการ Live ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันมักใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟนและต้องการแสวงหาข้อมูลง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว

“ลอรีอัล กรุ๊ป เปิดรับการเข้ามาของดิจิทัล และเชื่อว่าจะช่วยสร้างโอกาสในการเรียนรู้และเข้ามาเสริมศักยภาพในการให้บริการและเข้าถึงผู้บริโภค การก้าวเข้ามาของดิจิทัลเรียกได้ว่า
เป็นการปฏิวัติทุกกลุ่มอุตสาหกรรมไม่เว้นแม้แต่ความงามลอรีอัล จึงทำการพลิกโฉมธุรกิจความงามที่เราได้ดำเนินงานมากว่า 100 ปีมุ่งเป็นผู้นำด้าน Beauty Tech เพื่อก้าวทันความเปลี่ยนแปลง” นางอินเนสคาลไดรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าว

สำหรับอุตสาหกรรมความงาม การเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลถือเป็นปัจจัยบวก และเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มการเติบโตให้แก่ตลาด อย่างไรก็ตามฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจก็คือพนักงาน เมื่อดิจิทัลกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ พนักงานทุกๆ คนก็ควรได้รับการปลูกฝังแนวคิดและวิธีการทำงานในยุคดิจิทัล ซึ่ง ลอรีอัล กรุ๊ปมีบุคลากรด้านดิจิทัลกว่า 2,500 คน ที่ได้รับการเตรียมพร้อมและเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลควบคู่ไปกับพนักงานปัจจุบันกว่า 27,000 คน และลอรีอัลยังเปิดรับการเข้ามาของคนรุ่นใหม่ ที่องค์กรเชื่อมั่นว่าจะเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า ทั้งยังสนับสนุนการร่วมงานกับพันธมิตรสตาร์ทอัพต่างๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ

เทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จของลอรีอัล กรุ๊ป ทั้งธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่เติบโตถึง 41% เป็นสัดส่วนกว่า 11% ของยอดขายบริษัทฯ พร้อมทั้งยอดคนดูในวีดีโอทุกช่องทางของลอรีอัลกว่า 6.3 พันล้านครั้ง ไปจนถึงทำงานร่วมกับInfluencers ในโลกดิจิทัลกว่า 80,000 คนทั่วโลก นอกจากนั้นแล้ว ลอรีอัล ยังได้ทุ่มทรัพยากรในหน่วยงานด้านดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ อี-คอมเมิร์ซ การให้บริการด้านดิจิทัล เนื้อหาทางดิจิทัล และ การบริหารจัดการข้อมูล

“การพลิกโฉมธุรกิจด้วยดิจิทัล นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องที่องค์กรควรจะนำมาปรับใช้ หรือเป็นแค่เรื่องของการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรดูทันสมัย แต่การพลิกโฉมธุรกิจด้วยดิจิทัลคือ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำรงอยู่รอดในการแข่งขันได้อย่างมั่นคงและประสบความสำเร็จ ลอรีอัลยึดมั่นในสิ่งที่เราเริ่มต้นทำมาโดยตลอด และเราจะยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบความงามให้แก่ทุกคนตามเป้าหมายผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดย ลอรีอัลจะเดินหน้าการดำเนินงาน Beauty Techอย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างประสบการณ์ความงามที่ตอบรับทุกความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล” นางอินเนส กล่าวเสริม

ธ.ไทยเครดิตฯ กระตุ้นจิตสำนึกลดขยะตลาดชุมชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466486

ธ.ไทยเครดิตฯ กระตุ้นจิตสำนึกลดขยะตลาดชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

วิญญู ไชยวรรณ มอบรางวัลชนะเลิศประกวดเรียงความให้กับ ด.ญ.วรรณกร ศาสตร์โพธิ์

“ไม่แข่งขันก็ยิ่งแพ้ ยิ่งแข่งขันก็ยิ่งชนะ”เชฟวิลแม่น กล่าวทิ้งท้าย พร้อมอวยพรให้ตัวแทนประเทศไทย รุ่นเยาวชน “สุพิชญา ชื่นตา” ประสบความสำเร็จและเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันมีค่าในการเข้าร่วมแข่งขันในงาน Food and Hotel Asia (FHA) 2020 ที่ประเทศสิงคโปร์มาให้ได้มากที่สุด

ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะตลาดในชุมชน ซึ่งเป็นบ่อเกิดขยะถุงพลาสติกจำนวนมหาศาล โดยภาครัฐ และห้างประกอบการ ร่วมกันงดแจกถุงพลาสติกตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา จากความสำคัญดังกล่าว ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) ได้กระตุ้น รักษ์ ตลาด และการลงมือทำจริง โดยนำเรียงความที่ชนะการประกวดในหัวข้อ ตลาดชุมชนสีเขียวที่ฉัน “รักษ์”ใน “โครงการคิดเพื่อน้อง…บ่มเพาะลูกไม้ใต้ต้นปีที่ 3” มาจัดกิจกรรม “แยกขยะ แลกสุข” ณ ตลาดบางปลา จ.สมุทรปราการ เพื่อจุดประกายให้ตลาดในชุมชน ร่วมกันลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติก พร้อมทั้งรู้จักการคัดแยกขยะ โดยได้มีพิธีมอบถังขยะที่แยกเป็นประเภทต่างๆ ให้แก่ตลาดบางปลาด้วย

นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิตฯ เผยว่า ธนาคารดำเนินการเป็นธนาคารอย่างยั่งยืน (Sustainable Banking)ให้ความสำคัญทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล “โครงการคิดเพื่อน้อง…บ่มเพาะลูกไม้ใต้ต้น ปีที่ 3” เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมของธนาคาร โดยปีนี้เปิดให้เยาวชนไทยทั่วประเทศส่งเรียงความเสนอแนวคิดในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในตลาดเข้าประกวด ภายใต้หัวข้อ ตลาดชุมชนสีเขียวที่ฉัน “รักษ์” เพื่อต้องการส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และตลาด

นัฐพร นาคจู (กลาง) รับมอบถังคัดแยกขยะ จากธนาคารไทยเครดิตฯ

“ปีนี้มีเยาวชนส่งเรียงความเข้าประกวดมากถึง 2,542 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 เท่า โดยได้สะท้อนพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ พร้อมทั้งการนำความรู้แบบบูรณาการเรื่องของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเข้ามาช่วย โดยไอเดียที่ชนะการประกวดถูกนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการจัดการขยะ และใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกในตลาดสด โดยอยากเห็นตลาดสดที่เป็นแหล่งทำกินของลูกค้าหลักของธนาคาร ได้รับการยกระดับและต้องการกระตุ้นให้พ่อค้าแม่ค้าและคนที่มาจับจ่ายใช้สอยช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ ธนาคารยังแจกถุงผ้าให้พนักงานกว่า 3,000 คน เพื่อเป็นตัวอย่างการเริ่มใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกเมื่อไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อต่างๆ”

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาปริมาณขยะ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดชุมชนต่างร่วมแรงร่วมใจช่วยกันลดการใช้ถุงพลาสติก และเผยวิธีการรักษาสิ่งแวดล้อม โดย นัฐพร นาคจู ผู้บริหารตลาดบางปลา เผยว่า ตลาดบางปลานั้นมีขนาดใหญ่ แบ่งเป็นหลายโซน มีขยะในแต่ละวันค่อนข้างมาก ทางตลาดจะมีการบริหารจัดการขยะด้วยการกำหนดจุดทิ้งขยะให้กับแม่ค้าพ่อค้าหลังจากนั้นจะนำขยะเหล่านั้นมาแยกตามหมวดแล้วส่งต่อให้บริษัทกำจัดขยะมารับขยะไปกำจัดต่อไปอีกทั้ง เคยจัดแคมเปญรณรงค์กับโซนตลาดสด ลูกค้าที่ไม่รับถุงพลาสติกจะได้รับส่วนลดพิเศษ นอกจากนี้ ยังเปิดรับไอเดียดีๆ จากพนักงาน พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงเยาวชนในชุมชน เพื่อช่วยกันรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมและการรักษาความสะอาดอีกด้วย อย่างเช่นกิจกรรม “แยกขยะ แลกสุข”

เหล่าพ่อค้าแม่ค้าร่วมกิจกรรม แยกขยะ แลกสุข

ด้าน ด.ญ.วรรณกร ศาสตร์โพธิ์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม จ.สมุทรปราการ ผู้ชนะการประกวดเรียงความในระดับชั้นประถมศึกษา กล่าวว่า ตนมองว่าตลาดเป็นสถานที่ที่มีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อม ดังนั้นแนวคิดที่เขียนในเรียงความคือการให้ผู้เชี่ยวชาญออกมาให้ความรู้แก่คนในชุมชนในเรื่องการคัดแยกขยะที่ถูกวิธีและให้ร้านค้าทุกร้านช่วยกันปลูกต้นไม้ร้านละ1 ต้นขึ้นไป ในขณะเดียวกันผู้ซื้อที่มาจับจ่ายในตลาด ต้องซื้อเท่าที่จำเป็นไม่ซื้อเยอะเกินไป เพราะเมื่อรับประทานไม่ทันอาหารเหล่านี้ก็จะเน่าเสียเป็นขยะที่สร้างมลพิษให้แก่สิ่งแวดล้อม แต่ทั้งหมดนี้ตลาดจะเป็นตลาดชุมชนสีเขียวที่ฉัน “รักษ์” ได้นั้นขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ความสามัคคี ทั้งพ่อค้าแม่ค้า และคนในชุมชนของตลาด ที่จะรักษาความสะอาด และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

เห็นได้ว่าสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่พวกเราทุกคนต้องส่งเสริม กระตุ้นให้มีจิตสำนึกที่ดี ถึงการร่วมมือกันอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อม สามารถติดตามกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ได้ที่ ธนาคารไทยเครดิตฯ สาขาที่ให้บริการสินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตฯ และสำนักงานนาโนเครดิตทุกสาขาทั่วประเทศ หรือที่เว็บไซต์ www.tcrbank.com และเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/TCRBank, www.facebook.com/ThaiCreditKitforSociety

คุณแหน : 16 มกราคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/466493

650935

คุณแหน : 16 มกราคม 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll วัดปทุมวนารามราชวรวิหารขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมงาน ฉลอง150 ปีชาตกาล และประกาศเกียรติคุณพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต บุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) 17-20 ม.ค.06.00-20.00 น. ชมนิทรรศการ และพิพิธภัณฑ์ รวมถึงพิธีการทางศาสนา ทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ พิธีอัญเชิญอัฐิธาตุพิธีบวงสรวงพุทธาธิเษกรูปหล่อพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต โดย 20 ม.ค. จะมี “พิธีประกาศเกียรติคุณพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต บุคคลสำคัญของโลกฯ…

ll ใครสนใจเรื่องการตลาดดิจิทัล ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล แจ้งข่าวดีว่าสมาคมการตลาดฯ จะเปิดคอร์สการตลาดดิจิทัล เรื่อง Digital Marketingin Action แบบเรียนจริง ทำจริง รู้จริง กลับบ้านไป เอาไปทำได้จริงได้ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในสายงานการตลาดดิจิทัล เริ่มอบรม 31 ม.ค.-14 มี.ค. Digital Marketing in Action#2 สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย…

ll เป็นโต้โผใหญ่บริจาคเก้าอี้ 1,200 ตัว ชะวิน ภาสุระ เชิญชวนญาติมิตรที่ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าถวายที่วัดปทุมวัน อ.ลาดบัวหลวงพระนครศรีอยุธยา 8 ก.พ. 14.00 น.ตรงกับวันมาฆบูชา วันพระใหญ่…

llรพ.วิภาวดี จัดโปรโมชั่นโปรแกรมตรวจสุขภาพ อาทิ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและตรวจมะเร็งเต้านม line: @vibhavadeehospital หมดเขต 31 ม.ค….

ll ทิพย์ ดาลาล คงคอนเซ็ปต์รักษ์โลกอย่างต่อเนื่องสั่งทำเซตของขวัญสวัสดีปีใหม่เตรียมแจกลูกค้าและพันธมิตรของทริพเพิล ไอ แบบ ในธีม Triple i Eco-to-goรณรงค์การนำผลิตภัณฑ์กลับมาใช้ซ้ำเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก มีทั้งถุงผ้าshopping bag เซตหลอดสเตนเลส และแก้วน้ำที่ผลิตจากฟางข้าวสาลีซึ่งสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ…

ll เสริมสิริมงคล รับตรุษจีนปีหนูทอง ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี จัดงาน CENTRALCHINESE NEW YEAR 2020 คอนเซ็ปต์THE LUCKIEST STORE IN TOWN15 ม.ค.-2 ก.พ. ที่เซ็นทรัลทุกสาขา มีพิธีเปิด 20 ม.ค. 18.30 น. โซนเอเทรียมชั้น 1 ห้างเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์…

llเเม้ว่าจะเกษียณมา 2-3 ปีแล้ว แต่หญิงเก่งอย่าง วิลาสินี พุทธิการันต์ ยังต้องทำงานควบ 2 ตำแหน่ง ขององค์กรใหญ่คือเป็นที่ปรึกษา AIS แผนก Fixed Boardband(FBB) และ ที่ปรึกษา CEO ของ SCB…

ll ช่วงนี้ไร่ท็อปฟาร์ม ดอยสะเก็ดเชียงใหม่ เช้าๆ อากาศหนาวเย็น 7-9 องศา เฉลิมพันธ์ สุวรรณประกร เลยรีบจัดที่พักต้อนรับน้องๆญาติมิตรสหายไปรับลมหนาวแบบใกล้ๆ ไม่ต้องใช้พาสปอร์ตงานนี้ สุภาพ กตัญญู, ระพีพรรณรุจิรัตน์ และ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิงไม่ยอมพลาด…ll

น้อง