เลขาฯ ครม. – พรเพชร ไม่มา กมธ.ปราบโกง เลื่อนสอบปมถวายสัตย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413473?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เลขาฯ ครม. – พรเพชร ไม่มา กมธ.ปราบโกง เลื่อนสอบปมถวายสัตย์

29 มกราคม 2563 – 11:07 น.
กมธปราบโกง,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส,ถวายสัตย์,ไพบูลย์ นิติตะวัน,ธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส,พรเพชร วิชิตชลชัย,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร
เปิดอ่าน 100 ครั้ง

กมธ.ปราบโกง เลื่อนสอบปมถวายสัตย์ ไพบูลย์ เกาะติดค้นวาระประชุม คาดแอบลงมติช่วงองค์ประชุมไม่ครบ

รัฐสภา 30 มกราคม 2563  ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน กมธ.

อ่านข่าว – ปมทำ กมธ. ร้าว เสรีพิศุทธ์ เล่นเรื่องถวายสัตย์ไม่เลิก

ตามที่ได้บรรจุเรื่องตรวจสอบกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีความชอบต่อการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เข้าสู่การพิจารณาในระเบียบวาระประชุมลำดับที่ 4.2 โดยได้กำหนดเชิญ นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการ ครม. แถลงข้อเท็จจริง เวลา 09.30 น. และเชิญ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา แถลงข้อเท็จจริงเวลา 10.30 น. นั้น ล่าสุด วาระการประชุมดังกล่าวได้เลื่อนออกไป เนื่องจากนายธีระพงษ์ได้แจ้งขอเลื่อน ขณะที่นายพรเพชรนั้นให้เลขาฯ ส่วนตัวโทรศัพท์แจ้งว่าไม่สามารถมาร่วมประชุมได้

โดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ฐานะ กมธ.​ ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมวาระดังกล่าวเลื่อนออกไปก่อน แต่ตนต้องตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งว่าการออกระเบียบวาระดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกต้องหรือไม่ โดยจะขอให้นำบันทึกการประชุมมาพิจารณา เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีการลงมติเมื่อวันที่ 22 มกราคม แต่วันดังกล่าวคาดว่าจะมีผู้มาประชุมจำนวนน้อย จึงจะตรวจสอบว่าการลงมติดังกล่าว กมธ.ฯ มาครบองค์ประชุมหรือไม่

พีระวิทย์ ยันร่วมฝั่งรัฐบาล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413464?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พีระวิทย์ ยันร่วมฝั่งรัฐบาล

29 มกราคม 2563 – 10:46 น.
พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค,พรรคไทรักธรรม,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,ธรรมนัส พรหมเผ่า
เปิดอ่าน 205 ครั้ง

พีระวิทย์ เผย ธรรมนัส จะมาคุยด้วย

คลิปที่ 1

รัฐสภา 29 มกราคม 2563  นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศเป็นให้ ส.ส. จากการคำนวณคะแนนจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ เดินทางมาที่รัฐสภา เพื่อรายงานตัวเป็น ส.ส.

อ่านข่าว – พลิก กกต. คำนวณใหม่ ไทรักธรรม คว้า ส.ส. พีระวิทย์ กลับมาอีกรอบ

คลิปที่ 2

โดยก่อนการรายงานตัวให้สัมภาษณ์ว่า ตนพร้อมจะร่วมเป็นฝ่ายรัฐบาล และเข้าร่วมกับกลุ่ม 10 พรรคเล็กอีกครั้ง ทั้งนี้ ในช่วงบ่าย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส. พะเยา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฐานะผู้ประสานงานกลุ่มพรรคเล็ก จะเข้าหารือและพูดคุย อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าการทำงานฐานะฝ่ายรัฐบาลจะสามารถทำหน้าที่ได้ดีกว่าเป็นฝ่ายค้าน

นายพีระวิทย์ กล่าวต่อกรณีที่เคยยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ กกต. กรณีที่ประกาศผลคะแนนเลือกตั้งพรรคไทรักธรรม ไม่ครบถ้วน ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ก่อนหน้านั้น กกต. ได้แจ้งว่าผลการส่งคะแนนบางเขตล่าช้าและไม่ครบถ้วน ตนยืนยันจะไม่ปล่อยเรื่องดังกล่าวให้หายไป แม้จะได้เข้ามาเป็น ส.ส. อีกครั้ง และเตรียมจะนำประเด็นเข้าสู่สภาฯ ให้พิจารณา รวมถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญที่ตนเตรียมเข้าไปทำหน้าที่ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตนมั่นใจว่าจะไม่หลุดจากตำแหน่ง ส.ส. อีก แม้ว่าจะมีกรณีที่ กกต.​ ตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตการเลือกตั้ง ที่ตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่าเป็นเหตุให้ต้องคำนวณจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพีระวิทย์เคยเข้าดำรงตำแหน่ง ส.ส. ในสภาฯ แล้วจำนวน 1 ครั้ง แต่เป็นเพียง 3 วันเท่านั้น เพราะมีการเปลี่ยนแปลงผลผลเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม การเข้ามาทำหน้าที่ในสภาฯ อีกครั้ง นายพีระวิทย์ ให้สัมภาษณ์นอกรอบว่า ก่อนหน้านี้ตนไปบนบานไว้ที่ วัดสะตือ จ.สระบุรี และที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

คลิปที่ 3

ศรีสุวรรณ นำร้อง ป.ป.ช. เอาผิด กรมธนารักษ์ – บิ๊กตู่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413443?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ศรีสุวรรณ นำร้อง ป.ป.ช. เอาผิด กรมธนารักษ์ – บิ๊กตู่

29 มกราคม 2563 – 09:36 น.
ศรีสุวรรณ จรรยา,ที่ราชพัสดุ,กรมธนารักษ์,บิ๊กตู่,ปปช
เปิดอ่าน 201 ครั้ง

ศรีสุวรรณ จ่อนำชาวบ้านริมคลองลาดพร้าว – เปรมประชากรนับร้อยร้อง ป.ป.ช. เอาผิด กรมธนารักษ์ – บิ๊กตู่ เหตุนำที่ดินริมคลองตลอดสายมาแสวงหาผลประโยชน์

29 มกราคม 2563  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดง ที่ 2096/2562 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2562 โดยวินิจฉัยว่า “คลองลาดพร้าวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่เป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน” ตาม ม.1304 (2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงไม่ได้เป็นที่ราชพัสดุตาม พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ 2518 (ปัจจุบันคือ พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ 2562) แต่อย่างใดนั้น

อ่านข่าว – กนกวรรณ จ่องานเข้า ศรีสุวรรณ ยื่น ป.ป.ช. สอบรุกป่า

กรณีดังกล่าวจึงถือเป็นหลักเกณฑ์ใหม่ที่ชี้ให้เห็นว่า การที่กรมธนารักษ์นำที่ดินริมคลองลาดพร้าว – คลองเปรมประชากร และริมคลองต่างๆ ใน กทม. มาให้สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงและประชาชน เอกชนอื่นๆ เช่าเพื่อสร้างบ้านมั่นคงปลูกอาศัยระยะเวลา 30 ปี โดยเรียกค่าเช่าหรือเรียกเก็บผลประโยชน์มาอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นการใช้อำนาจไปโดยที่ตนเองไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวแต่อย่างใด ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางดังกล่าว นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังใช้อำนาจไปรังแกชาวบ้านริมคลอง กล่าวหาว่าชาวบ้านบุกรุกที่ดินของกรมธนารักษ์และทำให้ที่ดินเสียหาย โดยการแจ้งความดำเนินคดีเอากับชาวบ้านที่ไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงกว่า 70 ราย เพราะไม่อยากเป็นหนี้หัวโต โดยขณะนี้คดียังสู้กันอยู่ในศาลอาญา

ดังนั้น เมื่อศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยและมีคำพิพากษาว่าที่ดินริมคลองลาดพร้าวไม่ได้เป็นที่ราชพัสดุแล้ว กรมธนารักษ์จึงไม่มีอำนาจกระทำการใดๆ ในที่ดินดังกล่าวได้ แต่ที่ผ่านมากลับใช้อำนาจไปให้เช่าที่ดินและเก็บผลประโยชน์เอากับชาวบ้านหรือสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคง จึงถือได้ว่าเป็นการ “ทุจริตต่อหน้าที่” โดยชัดแจ้ง ชาวบ้านริมคลองลาดพร้าว – คลองเปรมประชากร จึงไม่อาจยอมรับได้ จึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวน สอบสวน เอาผิดอธิบดีกรมธนารักษ์ และเอาผิดนายกรัฐมนตรี (บิ๊กตู่) ที่มีนโยบายให้กรมธนารักษ์นำที่ดินริมคลองมาให้เช่าสร้างบ้านมั่นคง โดยมีหลักฐานการที่บิ๊กตู่ไปเป็นประธานยกเสาเข็มชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.83 – 89 ด้วย

ศรีสุวรรณ นำร้อง ป.ป.ช. เอาผิด กรมธนารักษ์ - บิ๊กตู่

ศรีสุวรรณ นำร้อง ป.ป.ช. เอาผิด กรมธนารักษ์ - บิ๊กตู่

ศรีสุวรรณ นำร้อง ป.ป.ช. เอาผิด กรมธนารักษ์ - บิ๊กตู่

ศรีสุวรรณ นำร้อง ป.ป.ช. เอาผิด กรมธนารักษ์ - บิ๊กตู่

“โดยสมาคมฯ จะนำชาวบ้านประมาณ 300 คน เดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ในวันพฤหัสที่ 30 มกราคม 2563 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี” นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

สุดารัตน์ ถาม 3 ข้อ จี้ รัฐบาลยกระดับคุมระบาดไวรัสโคโรน่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413424?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สุดารัตน์ ถาม 3 ข้อ จี้ รัฐบาลยกระดับคุมระบาดไวรัสโคโรน่า

29 มกราคม 2563 – 08:29 น.
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,Sudarat Keyuraphan,ชีวิตคนไทยสำคัญที่สุด,นายกเฮงซวย,รัฐบาลเฮงซวย,ไวรัสโคโรนา,ไวรัสโคโรน่า,โรคซาร์ส,หวัดนก,ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019,ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019
เปิดอ่าน 536 ครั้ง

คุณหญิงสุดารัตน์ แนะ ยกระดับการดูแลปัญหาเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้แล้ว ถาม 3 ข้อ ไม่อยากให้คนบ่น รัฐบาล – นายกฯ เฮงซวย

คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan หลังสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 มีผู้ติดเชื้อกว่า 5,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตในจีนกว่า 100 รายแล้ว โดยขอพูดด้วยความห่วงใย ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในสมัยรัฐบาลนายกทักษิณ ชี้ ชีวิตของประชาชนคนไทย มีความสำคัญที่สุด แนะ นายกฯ ควรยกระดับการดูแลปัญหาเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้แล้ว พร้อมฝาก 3 คำถามถึงรัฐบาล ไม่อยากให้ประชาชนบ่นว่า #รัฐบาลเฮงซวย หรือ #นายกเฮงซวย เลยค่ะ

อ่านข่าว – แพทย์จุฬาฯ ระบุไวรัสโคโรน่าจะระบาดในไทยจากคนสู่คนอย่างแน่นอน (มีคลิป)

ดิฉันขอพูดด้วยความห่วงใย ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในสมัยรัฐบาลนายกทักษิณ ผู้ที่เคยรับผิดชอบ ควบคุมโรคระบาดของโรคซาร์ส และหวัดนก ได้สำเร็จมาแล้ว จนประเทศไทยได้เป็นผู้นำจัดประชุมผู้นำอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหาโรคซาร์สมาแล้ว

ขณะนี้สถานการณ์การระบาดของ #ไวรัสโคโรน่า มีผู้ติดเชื้อกว่า 5,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตในจีนกว่า 100 รายแล้ว ถือว่าเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมทั้งในไทยเองก็พบผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากต่างประเทศเพิ่มเป็น 14 รายแล้ว (ณ วันที่ 28 มกราคม)

 นายกฯ จึงควรยกระดับการดูแลปัญหาเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้แล้ว โดยเฉพาะข้อเรียกร้องที่ดิฉันเสนอให้ตั้ง #คณะกรรมการระดับชาติ ที่ นายกฯ ลงมาดูแลปัญหานี้ด้วยตนเอง อย่างที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และผู้นำประเทศอื่นๆ เขาทำกัน การระบาดขณะนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะคะ

ดิฉันมีข้อกังวลและห่วงใย ที่อยากจะเสนอต่อรัฐบาลโดยมีหลักคิดพื้นฐานว่า “ชีวิตของประชาชนคนไทย มีความสำคัญที่สุด” จุดสำคัญที่รัฐบาลต้องดูแล คือ “คนจีน” จากพื้นที่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ในขณะนี้ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทยอีกกว่า 10,000 คน ซึ่งปัญหาใหญ่ก็คือคนที่ได้รับเชื้อโคโรน่า แม้ยังไม่ปรากฏอาการ ก็สามารถเป็นผู้เผยแพร่เชื้อติดต่อไปสู่ผู้อื่นได้

#คำถามที่ต้องถามรัฐบาลคือ

1) เราได้ทราบหรือไม่? ว่าคนจีนที่ตกค้างกว่า 10,000 คนนี้อยู่ที่ไหนบ้าง อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัททัวร์ไหน จำนวนเท่าไหร่ และขณะนี้อยู่ที่ไหน มีการสัมผัสกับคนไทยมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งนักท่องเที่ยวแบบ F.I.T ด้วย

นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่รัฐบาลต้องให้ทุกหน่วยงานเข้าไปดูแลใกล้ชิด ทั้งการเฝ้าสังเกตอาการ ป้องกันการแพร่ระบาด รวมทั้งดูแลความเป็นอยู่ของคนเหล่านี้ เนื่องจากเขาไม่สามารถกลับประเทศจีนได้ในขณะนี้ เพราะประเทศจีนยังไม่อนุญาตให้เดินทางกลับ เหตุผลเพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่สามารถแพร่ระบาดเชื้อไวรัสได้ แม้ขณะจะยังไม่ได้แสดงอาการเจ็บป่วย

2) การคุมเข้มที่ด่านเข้าเมืองต่างๆ ทั้งทางเครื่องบินทุกสนามบิน และทุกเที่ยวบินที่มีเครื่องบินลงจากประเทศที่มีการระบาดของโรค รวมทั้งด่านทางบก ที่มีนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีการระบาดเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ต้องตรวจทุกคน รัฐบาลได้ทำครบถ้วนรอบครอบแล้วหรือยัง?

ในสมัยที่ดิฉันเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข เราจะสกรีนผู้โดยสารจากเครื่องเทอร์โมแสกน และจัดเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาล สัมภาษณ์ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศเขตระบาดทุกคน โดยที่ดิฉันและผู้บริหารของกระทรวงสาธารณะสุข จะเดินทางไปตรวจสถานการณ์ และไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกด่าน ทุกวัน

เรียกว่า ถึงแม้เราไม่ปิดประเทศ แต่เรา “คัดกรองคนเข้าประเทศอย่างเข้มข้น” ไม่ให้มีคนติดเชื้อเล็ดลอดเข้าประเทศได้เลย และในช่วงเวลานั้นเราก็ทำสำเร็จ จนได้รับยกย่องจาก WHO และทำให้นักเดินทางทั่วโลก เชื่อมั่นในมาตราการของไทย การท่องเที่ยวฟื้นได้เร็วมาก เพราะมาตราการที่เข้มข้นของ “รัฐบาล นายกฯ ทักษิณ” ทำให้คนทั่วโลกที่เดินทางเข้าประเทศไทยมีความเชื่อมั่น

สุดารัตน์ ถาม 3 ข้อ จี้ รัฐบาลยกระดับคุมระบาดไวรัสโคโรน่า

สุดารัตน์ ถาม 3 ข้อ จี้ รัฐบาลยกระดับคุมระบาดไวรัสโคโรน่า

สุดารัตน์ ถาม 3 ข้อ จี้ รัฐบาลยกระดับคุมระบาดไวรัสโคโรน่า

สุดารัตน์ ถาม 3 ข้อ จี้ รัฐบาลยกระดับคุมระบาดไวรัสโคโรน่า

สุดารัตน์ ถาม 3 ข้อ จี้ รัฐบาลยกระดับคุมระบาดไวรัสโคโรน่า

สุดารัตน์ ถาม 3 ข้อ จี้ รัฐบาลยกระดับคุมระบาดไวรัสโคโรน่า

สุดารัตน์ ถาม 3 ข้อ จี้ รัฐบาลยกระดับคุมระบาดไวรัสโคโรน่า

3) สำหรับผู้ที่ติดเชื้อ ที่รักษาตัวอยู่ในไทย เราได้มีการติดตามผู้ที่เขาสัมผัส ทั่งคนไทย คนจีน ตามระบบระบาดวิทยา ดีแล้วหรือไม่? มีการ Quarantine ผู้ที่ผู้ป่วยสัมผัสครบถ้วนหรือไม่

ขอฝาก 3 คำถามถึงรัฐบาล ด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยของคนไทย ไม่อยากให้ประชาชนบ่นว่า #รัฐบาลเฮงซวย หรือ #นายกเฮงซวย เลยค่ะ เพราะ #ชีวิตคนไทยสำคัญที่สุด

วิระชัย-ชัยวัฒน์ พ้นนายตำรวจราชองครักษ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413412?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

วิระชัย-ชัยวัฒน์ พ้นนายตำรวจราชองครักษ์

29 มกราคม 2563 – 06:00 น.
หนังสือพิมพ์หน้า1ฟ้องบิ๊กแป๊ะ,โยกย้ายไม่เป็นธรรม,วิระชัย ทรงเมตตา,ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย
เปิดอ่าน 623 ครั้ง

โปรดเกล้าฯ “วิระชัย-ชัยวัฒน์” พ้นนายตำรวจราชองครักษ์ “บิ๊กตู่” ปธ.ประชุมก.ตร.วันนี้ ถกวาระ “ไพรัตน์” ฟ้อง “บิ๊กแป๊ะ”

สำนักราชเลขานุการในพระองค์ฯ มีหนังสือถึง ผบ.ตร. โปรดเกล้าฯ 2 บิ๊กตำรวจ “วิระชัย-ชัยวัฒน์” พ้นจากนายตำรวจราชองครักษ์ ขณะที่ “บิ๊กตู่” เป็นประธานประชุม ก.ตร. ถกข้อกฎหมายอำนาจ จชต. ออกคำสั่ง จับตาวาระ “ไพรัตน์” ฟ้อง “บิ๊กแป๊ะ”

อ่านข่าว จักรทิพย์ ไล่พ้น สตช. พิษคลิปเสียงเด้ง วิระชัย พ่วง บิ๊กช้าง
กรณีเรื่องความขัดแย้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระหว่างนายตำรวจระดับสูง รวมถึงการฟ้องร้องของผู้ใต้บังคับบัญชาเรื่องโยกย้ายไม่เป็นธรรม ซึ่งยังคงอยู่ในความสนใจของประชาชน โดยก่อนหน้านี้ทางนายกรัฐมนตรีได้เซ็นคำสั่งย้าย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เซ็นคำสั่งย้าย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ไปประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ส่วน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ถูกนายกรัฐมนตรีออกหนังสือเตือนห้ามประพฤติตนในลักษณะเสื่อมเสีย

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 28 มกราคม มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ ปฏิบัติราชการราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ลงนามในหนังสือหน่วยราชการในพระองค์ 904 ที่ พว.005.1/493 ลงวันที่ 25 มกราคม 2563 ถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจราชองครักษ์

โดยมีเนื้อหาระบุว่า ด้วยทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นายตำรวจราชองครักษ์ จำนวน 2 นาย ดังนี้ 1.พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผบ.ตร. 2.พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

อนึ่ง นายตำรวจราชองครักษ์เมื่อพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่แล้วจะไม่สามารถประดับเครื่องหมายรูปอักษรพระปรมาภิไธยบนอินทรธนูด้านขวาได้อีก

อ่านข่าว แจงปมเด้ง วิระชัย แค่ย้ายชั่วคราว ช่วงรอผลผลสอบชี้ชัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 29 มกราคม เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 1/2562 ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีวาระหลายเรื่อง โดยเฉพาะวาระสำคัญ 2 เรื่องคือ

1.การหารือปัญหาข้อกฎหมายกรณี พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย หรือ ผกก.หนุ่ย อดีตผกก.ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ผกก.ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ศพข.บช.ส.) และเป็นอดีตนายตำรวจติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยถูกต้นสังกัดปลดออกจากราชการแล้ว

หลังถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกรณีปรากฏภาพ พ.ต.อ.วทัญญู ติดตามนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปเชียร์ฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งเจ้าตัวยื่นอุทธรณ์ กรณีก่อนหน้านี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการประจำที่ ศปก.ตร.

ส่วนวาระสำคัญเรื่องที่ 2 คือ การหารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของสำนักจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ในการออกคำสั่ง ศปก.ตร. และอำนาจการส่งตัวข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดวินัยเรื่องทรงผมไปเข้ารับการฝึกธำรงวินัย กรณี พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รองผบก.อก.บช.ภ.9 อดีตรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ร้องทุกข์

อ่านข่าว ฟังจากปาก บิ๊กแป๊ะ ปมสั่งเด้งฟ้าผ่า รอง ผบ.ตร.
กระทั่งต่อมามีการยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม

นอกจากนี้การประชุม ก.ตร.ยังมีเรื่องการเยียวยาคืนสิทธิการเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเฉพาะห้วงที่มิได้ปฏิบัติราชการ พร้อมทั้งขออนุมัติเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายให้แก่ พ.ต.ท.สมยศ ตรีประสิทธิ์ชัย, การหารือกรณีให้สิทธิข้าราชการตำรวจที่ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสำนวนอัยการและให้ความเห็นทางกฎหมายเพื่อได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตำแหน่งผู้ที่ทำหน้าที่นิติกร และการหารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับวิธีการสอบสวนตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2557 เป็นต้น

อ่านข่าว บิ๊กช้าง ทำงานจริงจังลงชื่อ เข้า – ออก ทุกวันตามเวลาราชการ
ขณะที่นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.วิระชัย ได้มารายงานตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา หลังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีให้มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนการมอบหมายให้ พล.ต.อ.วิระชัยปฏิบัติงานนั้นอยู่ระหว่างการหารือกับผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องเพื่อมอบหมายงานที่เหมาะสม เนื่องจาก พล.ต.อ.วิระชัยได้รับคำสั่งให้ย้ายมาชั่วคราว เพื่อรอผลสอบของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ได้เตรียมห้องทำงานไว้ที่อาคารสำนักงาน ก.พ.เก่า

อ่านข่าว เด้งด่วน บิ๊กช้าง-รอง ผบ.ตร. เข้ากรุ ศปก.ตร.

ขณะเดียวกันช่วงเย็นวันที่ 28 มกราคม พ.ต.อ.ไพรัตน์ ยังได้มาออกรายการเก็บตกจากเนชั่นภาคเย็น ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 ในช่วงคลุกวงใน โดยปฏิเสธว่าไม่รู้มาก่อนว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ในวันที่ 29 มกราคม โดยมีวาระสำคัญเรื่องที่ตนเองร้องทุกข์ และเพิ่งทราบจากพิธีกรดำเนินรายการ แต่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีหากมีการหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาหารือในที่ประชุม

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตำรวจทั่วประเทศ และพี่น้องประชาชน พร้อมยืนยันมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิด ทั้งเรื่องทรงผม และการจัดคอนเสิร์ต ทุกอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา ซึ่งการจัดคอนเสิร์ตล้วนเป็นงานการกุศล ไม่เคยคิดแค้นกับคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย ยินดีปฏิบัติตามคำสั่งถ้าเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้กลั่นแกล้ง

พ.ต.อ.ไพรัตน์ กล่าวอีกว่า ที่มาออกรายการวันนี้มาในนามศิลปิน ไม่เกี่ยวกับเวลาราชการ เพราะตนเป็นนักแต่งเพลง เป็นนักดนตรี โดยดำเนินการนอกเวลาราชการทั้งสิ้น แต่งเพลงให้นักร้องลูกทุ่งดังมากมาย อาทิ เสรี รุ่งสว่าง ยอดรัก สลักใจ สุนารี ราชสีมา ฯลฯ ก่อนจบรายการยังโชว์เป่าขลุ่ยและร้องเพลงที่แต่งขึ้นเองอีกด้วย

เทียบคำวินิจฉัยสมัยรัฐบาลปู ลุ้นศาลรับคำร้อง ปมเสียบบัตร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413409?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เทียบคำวินิจฉัยสมัยรัฐบาลปู ลุ้นศาลรับคำร้อง ปมเสียบบัตร

29 มกราคม 2563 – 06:00 น.
หนังสือพิมพ์หน้า1สสเสียบบัตรแทนกัน,งบประมาณ63
เปิดอ่าน 753 ครั้ง

เทียบคำวินิจฉัยสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ลุ้นวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญรับ-ไม่รับ ปมเสียบบัตร บิ๊กตู่หวั่นงบ 63 สะดุด สั่งเตรียมแผนสำรอง

ลุ้นวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญรับ-ไม่รับ ผ่าวิกฤติงบประมาณ 63 ปมส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ชี้แนวโน้มส่อรับพิจารณาเหตุปรากฏหลักฐานชัดเจนกระบวนการ พ.ร.บ.งบขัดแย้งกับหลักการออกเสียงลงคะแนนตามรธน.60 “บิ๊กตู่” ไม่หวั่นซักฟอก ลั่นเป็นรัฐบาลจากเลือกตั้งพร้อมแจงทุกเรื่อง “ฝ่ายค้าน” เตรียมยื่นกระทู้สดถามนายกฯ “ไวรัสโคโรนา” ด้านกกต.คำนวณปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ ปชป.ลด 1 เก้าอี้ ส่วนไทรักธรรมได้ 1 ที่นั่ง พร้อมจ่อฟันอาญา “ธนาธร” คดีถือหุ้นสื่อหลังรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว

อ่านข่าว อุตตม ไม่รู้เห็นลูกพรรคเสียบบัตรแทนกัน

กำลังจะเป็นอีกหนึ่งจุดหักเหของรัฐบาล เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมวันพุธที่ 29 มกราคม เพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ กรณีเกิดปัญหาการเสียบบัตรแทนกันในการโหวตมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท

หลังจากนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดหลักฐานในช่วงการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 พบการเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งได้แก่ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

โดยประเด็นดังกล่าวทำให้วิปรัฐบาลรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 90 คน เข้าชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 สามประเด็น คือ 1.กระบวนการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ขัดหรือแย้งกับหลักการการออกเสียงลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 120 หรือไม่

2.หากมีปัญหาจะมีปัญหาทั้งฉบับหรือเฉพาะมาตราที่มีปัญหา 3.จะดำเนินการในแต่ละกรณีต่อไปอย่างไร ขณะเดียวกันฝ่ายค้านก็ได้เข้าชื่อ ส.ส.เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าวด้วย

ใช้คำวินิจฉัยคดีเก่าเทียบเคียง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มกราคม รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีดังกล่าวหากนำไปเปรียบเทียบกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2557 กรณีนายนริศร ทองธิราช ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย เสียบบัตรแทนกัน ช่วงพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ… หรือร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษิณ ชินวัตร

โดยครั้งนั้นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การลงคะแนนเสียงแทนกันในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จึงมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ตัดสินให้ร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต้องตกไป เนื่องจากเนื้อหาและกระบวนการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามมาตรา 122 และ 126 วรรคสาม

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ในคำวินิจฉัยช่วงหนึ่งได้ระบุถึงการพิจารณารัฐธรรมนูญ “มาตรา 122” บัญญัติว่า ส.ส.และ ส.ว.ย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยโดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใด และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์

ส่วน “มาตรา 126 วรรคสาม” บัญญัติว่า สมาชิกคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ซึ่งตรงนี้เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ฝ่ายค้านมั่นใจว่า คดีเสียบบัตรแทนกันเมื่อปี 2556 ได้ปรากฏความผิดจนมีผลทางกฎหมายอย่างชัดเจนต่อร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน เช่นเดียวกับการเสียบบัตรแทนกันในปี 2563

ชี้ศาลมีแนวโน้มรับพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 29 มกราคม จะเข้าสู่ขั้นตอนกำหนดไว้อยู่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าเข้าข่ายจะสามารถวินิจฉัยคดีตามมาตรา 7 ที่ระบุไว้ในด้านใด โดยศาลจะแต่งตั้งตุลาการไม่น้อยกว่า 3 คนเป็นผู้พิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ ใน 2 เส้นทาง ประกอบด้วย

1.คณะตุลาการมีความเห็นควรสั่ง “ไม่รับคําร้อง” ไว้พิจารณาวินิจฉัยศาลจะอธิบายเหตุผลประกอบพร้อมแจ้งให้คู่กรณีรับทราบ และ 2.หากศาลสั่ง “รับคำร้อง” ศาลจะส่งสำเนาคำร้องหรือมีคำสั่งแจ้งให้ “ผู้ถูกร้อง” มารับสำเนาคำร้องภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องหรือภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับสำนวนนี้มีแนวโน้มว่าศาลรัฐธรรมนูญ “รับคำร้อง” พิจารณากระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย เนื่องจากกรณีนี้มีมูลปรากฏ “หลักฐาน” ชัดเจน ต่อประเด็นที่ 90 ส.ส.รัฐบาลถามศาลถึงหลักการการออกเสียงลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 120 โดยเมื่อศาลรับคำร้องแล้ว ต้องรอศาลพิจารณาว่าจะเปิดไต่สวน หรือขอให้ยื่นพยานหลักฐานหรือคำให้การเพื่อประกอบการพิจารณาหรือไม่ แต่คาดว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 30-45 วันก่อนมีผลคำวินิจฉัย

“บิ๊กตู่”สั่งหาทางออกงบประมาณ

เมื่อเวลา 13.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเสนอให้นำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เข้าสู่การพิจารณาของสภา เพื่อลงมติใหม่อีกครั้งว่า คงต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งรัฐบาลได้ศึกษาหาแนวทางเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว ข้อกังวลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นเรื่องของสภานิติบัญญัติและศาล ที่จะต้องหาทางออกให้ประเทศร่วมกัน

“ผมมั่นใจว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกัน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ช่วยกันหาทางออกในสถานการณ์ที่กำลังวิกฤติในขณะนี้ ทั้งเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณและส่งผลกระทบต่างๆ ให้ได้มากที่สุด ก็หวังว่าทุกฝ่ายจะตั้งใจที่จะทำให้ประเทศของเราและประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุดในภาวะที่มีปัญหารุมเร้ามากมายในปัจจุบัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ไม่หวั่นตกเป็นเป้าซักฟอก

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ที่พุ่งเป้ามาที่ “3 ป.” ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ออกมาทางสื่อสารมวลชนในลักษณะการคาดเดาต่างๆ แต่ส่วนตัวคิดว่าในเรื่องนี้ทุกคนก็พร้อมที่แจง และได้สั่งการในที่ประชุม ครม.ไปแล้ว ให้รัฐมนตรีได้ช่วยกันชี้แจง

“วันนี้ต้องยอมรับว่า เข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยเต็มรูปแบบแล้ว เป็นประเทศที่มีการเลือกตั้ง สื่อต่างประเทศก็ยอมรับปรับลำดับความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยขึ้นมาถึง 38 ลำดับ เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าไม่ได้รับการยอมรับได้อย่างไร วันนี้เราเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ถือว่าเลื่อนลำดับขึ้นมากที่สุดในโลก การตรวจสอบผ่านสภาและองค์กรอิสระต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งส่วนตัวก็ปฏิบัติตามมาโดยตลอด และคิดว่าไม่เคยหาวิธีที่จะหลบเลี่ยง จึงขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในนายกฯ และรัฐบาลต่อไป” นายกฯ กล่าว

บิ๊กป้อมเชื่อเด็กพปชร.รู้อะไรควร

วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมพรรคจะมีการกำชับเรื่อง ส.ส.เสียบบัตรแทนกันหรือไม่ ว่า เป็นเรื่องของ ส.ส. เขารู้กันอยู่แล้วว่ามันเป็นระเบียบของสภา เดี๋ยวจะพูดในที่ประชุมเอง ส่วนจำเป็นต้องกวดขันให้ ส.ส.ปฏิบัติตามระเบียบให้รัดกุมกว่านี้หรือไม่นั้น เอาน่า ส.ส.เขาโตแล้ว เขาอายุมากแล้ว กว่าเขาจะมาเป็นส.ส.ได้ เขารู้อะไรควร หรือไม่ควร เราไม่ต้องพูดอะไรมาก

มั่นใจรัฐบาลไม่ถูกน็อก

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมีความมั่นใจว่าจะสามารถน็อกรัฐบาลได้อยู่หมัดในการอภิปรายไม่ไม่ไว้วางใจในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ว่า จะมาน็อกได้อย่างไร เราทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 หรือไวรัสโคโรนา ได้ทำทุกอย่าง และจะชี้แจงไปตามนั้น เช่น มาตรการป้องกัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องการรับมือภัยแล้งก็ดำเนินการมาตลอด ไม่ต้องห่วง

เมื่อถามว่า มั่นใจว่ามาตรการของรัฐบาลในการรับมือปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และไวรัสโคโรนาจะไม่มีช่องโหว่ให้ฝ่ายค้านโจมตี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มั่นใจ เพราะทำตามขั้นตอนทุกอย่าง เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย อีกทั้งต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือ

อ่านข่าว ไผเป็นไผ ‘3 ส.ส.’ เสียบบัตรเอื้ออาทร

ส่วนที่ถามว่า รัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายเป็นรายบุคคลมั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถชี้แจงถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องได้นั้น มั่นใจเนื่องจากทุกคนทำงานมา 6 เดือนกว่าแล้ว และมีความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนก็ไม่น่ามีอะไรต้องห่วง ส่วนที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะถูกอภิปรายนั้น ต้องไปถาม ร.อ.ธรรมนัสเอง

สุริยะไม่หวั่นพร้อมตอบปมสารพิษ

ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ กรณีที่มีกระแสข่าวมีชื่อถูกฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ยังไม่แน่ใจว่าจะมีชื่อถูกอภิปรายจริงหรือไม่เพราะชื่อเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ แต่คาดว่าเรื่องที่จะถูกอภิปรายคือเรื่องการเลื่อนการยกเลิกใช้สารเคมีอันตรายในภาคการเกษตร

จึงขอชี้แจงว่า ที่จริงเรื่องนี้ไม่เกี่ยว แต่เป็นการทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เห็นร่วมกันว่าให้เลื่อนการยกเลิกใช้สารดังกล่าวออกไปอีก 6 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับผู้นำเข้าสารเคมี และร้านที่จำหน่ายรวมถึงเกษตรกรที่ต้องใช้สารดังกล่าวได้เตรียมตัว ไม่เช่นนั้นต้องจ่ายค่าชดเชยให้คนเหล่านี้ ยืนยันว่าสามารถตอบข้อสงสัยเรื่องดังกล่าวได้ ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงแล้ว สามารถนั่งนานได้ ไม่กังวล สบายมาก

ปชป.เชื่อจุรินทร์-อนุทินเคลียร์กัน​

ส่วนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์​ กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข​ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ฝากบอกให้พรรคประชาธิปัตย์จัดการ ส.ส.ภายในพรรค หลังออกมาแฉ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เรื่องการเสียบบัตรแทนกันว่า “เดี๋ยวภูมิใจไทยคงจะคุยกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เอง”

เมื่อถามถึงการเตรียมตัวรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลได้เตรียมตัวอย่างไรบ้าง นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เป็นพรรคร่วมรัฐบาลส่วนหนึ่งต้องรับผิดชอบร่วมกัน ส่วนที่ถามย้ำว่า ในการอภิปรายครั้งนี้พรรคร่วมรัฐบาลจะเสียงแตกหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ไม่ เพราะยังเหนียวแน่นแน่นอน

‘สมศักดิ์’รอลุ้น29ม.ค.ศาลรธน.ชี้ชัด

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะต้องมีทุกปี ซึ่งมีได้ครั้งเดียวต่อปี เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ต้องดำเนินการไปตามปกติ ในส่วนที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือเรื่องงบประมาณมากกว่า เพราะหลายคนเป็นห่วงว่าจะไม่มีงบประมาณมาใช้ตามกรอบเวลานั้น

ขอให้ดูที่ศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 29 มกราคมนี้ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาในข้อสอบถามของ ส.ส.ที่สอบถามไปว่า จะมีวิธีการพิจารณาอย่างไร การลงคะแนนเสียงที่มีปัญหาในการเสียบบัตรแทนจะมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญคงจะให้คำตอบมาในวันที่ 29 มกราคม และคงปฏิบัติตามได้เพื่อที่จะได้เดินกันต่อไป

ฝ่ายค้านยื่นกระทู้สด“ไวรัส”ระบาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 29 มกราคม ฝ่ายค้านจะยื่นกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรี กรณีการป้องกันและแก้ไขการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ส่งผลกระทบทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชน โดยเห็นว่า นายกรัฐมนตรีควรจะบัญชาการการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง เหมือนในอดีตที่ประเทศไทยเคยเกิดปัญหาการระบาดของโรคซาร์ส นอกจากนี้ จะเสนอญัตติด้วยปากเปล่า ขอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาไวรัสโคโรนา

โดยจะเสนอกมธ.ทั้งหมดจำนวน 25 คน และพิจารณาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทันกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้ ส่วนญัตติขอให้สภาตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต ที่เสนอโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นั้น คาดว่าจะพิจารณาในที่ประชุมสภาได้วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคมนี้

เฉลิมอัดรัฐบาลสีเทามีแต่คนเกลียด

เมื่อเวลา 14.10 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) คณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย (กศพ.พท.) ได้มีการประชุมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน กพศ.พท. กล่าวว่า นายวิษณุ เครืองงาม รองนายกฯ กรุณาหุบปากเสียบ้าง เพราะพวกเราอ่านกฎหมายเป็น เรื่องมาตรา 143 ท่านออกมาพูดเร็วเกินไป เพราะเรื่องนี้ใช้ในกรณีปกติ แต่เรื่องนี้คุณเสียบบัตรแทนกัน เรียกทุจริต
อยากให้สื่อช่วยตรวจสอบรัฐบาล เพราะรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลสีเทา รัฐมนตรีบุกรุกป่าเงียบ ส.ส.บุกรุกที่เงียบ แต่พอฝ่ายค้านทำอะไรบ้างเอาตายตามจี้ หายใจดังยังไม่ได้ รัฐบาลไม่มีหลักเกณฑ์ วันนี้พี่น้องประชาชนส่งข้อมูลมามากมายก่ายกอง เพราะเขาเกลียดรัฐบาลนี้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง ขอให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ ไม่ต้องให้ทนายหน้าหอ ให้พวกม้าไม่มีชั้นออกมาพูดว่าฝ่ายค้านไม่มีข้อมูล ก็ถ้าไม่มีข้อมูลจะยื่นญัตติอภิปรายได้อย่างไร

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าที่เลื่อนไปเลื่อนมา ไม่มีใครมาล็อบบี้ไม่ให้อภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ได้มีการล็อบบี้ใดๆ ทั้งสิ้น แต่ไม่มีข้อมูลว่าจะอภิปรายเรื่องอะไร ถ้าพรรคอื่นมีข้อมูล และขอใส่ชื่อก็เอา กพศ.พท. เรากลัวเสียฟอร์มว่าถ้าไม่มีข้อมูลอะไรแล้ว ไปพูดในสภาก็จะโดนด่าอีก

พท.ชี้ยื่นซักฟอก29-31ม.ค.

เมื่อถามถึงกรอบเวลาที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายภูมิธรรม กล่าวว่า จะเรียกประชุมหัวหน้าพรรคทั้ง 7 พรรคในวันที่ 29 มกราคมอีกครั้ง แล้วจะตัดสินใจยื่นในช่วงวันที่ 29-31 มกราคม ทั้งนี้ เพราะรอดูเรื่องการสรุปตัวบุคคล โดยขณะนี้เรามีความเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์คือศูนย์กลางของปัญหา ซึ่งหากหาข้อสรุปได้ วันศุกร์นี้ก็ยังถือว่าอยู่ในไทม์ไลน์ที่กำหนดอยู่

ขณะที่ตัวบุคคลที่จะถูกอภิปรายก็ยังไม่ได้ข้อยุติว่าจะกี่คน เนื่องจากวันนี้ยังมีการประชุมของหลายๆ พรรคในกลุ่มพรรคร่วมอยู่ และตัวบุคคลก็ซ้ำกัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการเสียบบัตรแทนกันแต่อย่างใด

อ่านข่าว ‘เสียบบัตรแทนกัน’ พ่นพิษ(แรงกว่าที่คิด)
เมื่อถามถึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) นายภูมิธรรม กล่าวว่า ร่วมอภิปรายด้วย แต่ยังไม่ได้สรุปว่าใครจะเป็นผู้อภิปราย เพราะต้องรอดูการกำหนดตัวผู้ถูกอภิปรายก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าใครมีข้อมูลอะไรที่ไปทำการบ้านมา

อนค.จองซักฟอก‘บิ๊กป๊อก-วิษณุ’

ที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ว่า พรรคอนาคตใหม่ได้เตรียมการที่จะอภิปรายรัฐมนตรีหลายคน เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และนายวิษณุ เครืองาม ที่จะเป็นผู้ถูก ส.ส.พรรคอนาคตใหม่อภิปรายเป็นหลัก

ส่วนภาพรวมในการอภิปรายของพรรคอนาคตใหม่ จะไม่ได้เน้นแค่เรื่องการเปิดโปงการทุจริต หรือการใช้อำนาจในทางมิชอบ แต่จะเป็นเรื่องของการมีส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารประเทศในทางที่ผิดพลาด ความไร้วิสัยทัศน์ที่จะนำพาประเทศ จนไปผิดทิศผิดทาง ซึ่งบางทีสร้างความเสียหายมากกว่าการทุจริต หรือการใช้อำนาจในทางมิชอบเสียอีก

กกต.จ่อฟัน“ธนาธร”ปมถือหุ้นสื่อ

ด้านความคืบหน้ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากวันสมัครยังคงถือหุ้นสื่อของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดนั้น ล่าสุดคณะกรรมการสืบสวนของสำนักงาน กกต. รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว โดยที่ประชุม กกต.เตรียมพิจารณาเพื่อมีคำสั่งทางคดีอาญาในเร็วๆ นี้

กกต.แจงผลคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า กกต.มีมติประกาศผลการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ของ นายชาติชาย วรพิพัฒน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษาจากกรณีปราศรัยใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จเพื่อจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมตามมาตรา 73 วรรคหนึ่ง (5) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.โดยวิธีการคำนวณเป็นไปตามมาตรา 131 ของกฎหมายเดียวกัน

คือ นำคะแนนรวมทั้งประเทศที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 และการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ที่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งครบทั้ง 350 เขตเลือกตั้ง ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ซึ่งรวมถึงคะแนนของพรรคประชาชนปฏิรูปด้วยนั้น มาเป็นตัวตั้ง แล้วตัดคะแนนของนายชาติชายที่ได้รับในการเลือกตั้งเขต 2 จ.จันทบุรี จำนวน 19,711 คะแนน ออกจากผลรวมคะแนนทั้งประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วคิดคำนวณตามมาตรา 129 วรรคสี่ และวรรคห้า

ทั้งนี้ปรากฏผลการคำนวณที่เปลี่ยนแปลงไป โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลดลงจากเดิม 20 คน เหลือ 19 คน และพรรคไทรักธรรม จากที่ไม่ได้รับจัดสรร ก็ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพิ่มจำนวน 1 คน คือ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค ลำดับที่ 1

“พีระวิทย์”ได้เก้าอี้กลับคืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายพีระวิทย์ เคยได้รับจัดสรรเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ มาแล้ว หลังการประกาศผลการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 แต่ก็เป็น ส.ส.อยู่ได้เพียง 65 วัน ก็ต้องพ้นจากการเป็น ส.ส. เนื่องจากมีการเลือกตั้ง ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 แทนตำแหน่งที่ว่าง และมีการนำผลคะแนนมาคำนวณใหม่ ส่งผลให้นายพีระวิทย์ กลับไปเป็นผู้สมัครอยู่ในบัญชีของพรรคไทรักธรรม เช่นเดิม

ปชป.แห้ว‘เสี่ยไก่ชน’หลุด

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ที่จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องลดลงนั้น ทำให้ปัจจุบัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับสุดท้ายของพรรค ก็คือ นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ หรือเสี่ยไก่ ซึ่งเพิ่งเข้ามาทำหน้าที่ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2563 แทน นายกรณ์ จาติกวณิช ที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง และกลับไปเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เช่นเดิม

Thai ace Kiradech ready to rebound after difficult past year #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/sport/30381207?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Thai ace Kiradech ready to rebound after difficult past year

Jan 29. 2020
Kiradech Aphibarnrat

Kiradech Aphibarnrat
By THE NATION

Kiradech Aphibarnrat makes his 2020 PGA TOUR debut with a sense of trepidation at the Waste Management Phoenix Open this week following a topsy-turvy 2018-19 Season.

The Thai star enjoyed three top-5s in the early portion of last season but an untimely knee injury slowed him down as he finished in 83rd place on the FedExCup points list. He also missed out on the International Team for the Presidents Cup which was a massive goal for him.

Kiradech’s world ranking has dropped to 120th this week – he started 2019 in 37th position – and with the Olympic Games looming this summer, the burly Thai knows he has a battle on his hands to qualify for Tokyo. He is the second highest ranked Thai after Jazz Janewattananond.

Utmost on his mind now is to ensure he is in good physical shape to compete.

“I have to think my body is much better now but it’s still not 100%,” said Kiradech. “I’m looking for that one good week to bring my confidence back to normal. In the past few months, I’ve been working more in the gym and hopefully it’ll be better for me. I’ve been building the muscles around the knee and I think it’s going in the right direction.”

Kiradech hopes his second full year in the U.S. will be more rewarding. He believes he is more accustomed to the golf courses and requirements to excel against the world’s best players every week.

“I believe I can do better. I started well last year but I didn’t quite manage to play my best golf at all, which is partially due to my injury. I had a lot of missed cuts and I didn’t get used to some of the courses,” said Kiradech.

“My coach Mike (Walker) looks at my stats regularly  and it was obvious my iron play was not as sharp as what I’m used to. The chipping and short game were not good too and there are a lot of things to improve, which I have been working on.”

Kiradech has featured in only one tournament during the fall season, finishing T8 at THE CJ CUP @ NINE BRIDGES in Korea and knows he has some catching up where he is presently ranked 147th on the FedExCup points list.

“I think I’m a bit nervous. I want to make my golf game more consistent and while I’ve played great golf over the last four to five years, I have struggled in the last six months. It doesn’t mean it’s the end of my career … I just have to rebuild my game, regain my confidence and have trust again.”

Kiradech suffered a partial tear in the anterior cruciate ligament (ACL) of his right knee during the Masters Tournament and subsequently played through the injury with several breaks in between tournaments. In hindsight, he felt it wasn’t the wisest decision.

“I’ve not played with an injury before and it cost me a lot,” reflected Kiradech.

“It’s time to prove what I can do. The top-10 in Korea was a good start and everyone knows I will play in many tournaments. I just need to bring my A-game out and choose the courses to my advantage. In the first two to three months, I will play in as many events as I can. I also aim to play in the smaller events and try to find my first win on TOUR which can make things a lot easier.”

During the break, he moved closer to the home of fellow Thai LPGA stars Ariya and Moriya Jutanugarn in Orlando, Florida which he believes will benefit him and wife, Tunyatorn. “I like it so far (in the U.S.). We’ve moved to the same compound as Ariya and Moriya and it feels more like home now. I wanted to be able to walk over to their house as they are like my sisters,” he said.

He will make his third appearance at the Waste Management Phoenix Open where he finished T67 in his debut in 2014 and T33 last year.

Stage set for Honda LPGA Thailand 2020 next month #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/sport/30381194?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Stage set for Honda LPGA Thailand 2020 next month

Jan 29. 2020
Atthaya Thitikul and Rina Tatematsu

Atthaya Thitikul and Rina Tatematsu
By THE NATION

Honda Automobile (Thailand) Co Ltd in partnership with IMG have announced their readiness to host the Honda LPGA Thailand 2020, a major golf tournament set to take place from February 20 – 23 at the Siam Country Club Pattaya, Old Course.

The world’s top 70 female golfers will be vying for a prize purse of $1.6 million (about Bt53 million). It will also mark the 14th year of Honda as the title sponsor of the Honda LPGA Thailand. For the first time in the tournament’s history, two special hole-in-one prizes will be awarded – an All-new Honda City, RS variant, worth Bt739,000, and an All-new Honda Accord Hybrid, Hybrid Tech variant, worth Bt1,799,000.

Pitak Pruittisarikorn, Chief Operating Officer of Honda Automobile (Thailand) Co Ltd said “The line-up of superstar female golfers participating in this year’s tournament come from all corners of the world and they include Rolex Women’s world-ranked No 1 Jin Young Ko, Jeongeun Lee and defending champion Amy Yang from South Korea, Nasa Hataoka, Hinako Shibuno and Mone Inami from Japan, Nelly and Jessica Korda from USA, Jodi Ewart Shadoff from England, Ashleigh Buhai from South Africa as well as Shanshan Feng, Yu Liu and Muni He from China. Thai fans will be happy to cheer on Thailand’s iconic golfers including Ariya “May” Jutanugarn, Moriya “Mo” Jutanugarn, and Thidapa “Junior” Suwannapura, Pornanong “Wan” Phatlum, Patty “Meao” Tavatanakit, Atthaya “Jean” Thitikul and the winner of the recently concluded Honda LPGA Thailand National Qualifiers, Rina Tatematsu. We are confident of an exciting competition this year”.

“To mark the 14th year of Honda as the title sponsor of the Honda LPGA Thailand, we have additional bonus prizes for players aside from the prize purse of $1.6 million (Bt53 million). This year, for the first time, we have also prepared two hole-in-one prizes: an All-new Honda City, RS variant, worth Bt739,000 on the 8th hole and an All-new Honda Accord Hybrid, Hybrid Tech variant, worth Bt1,799,000 on the 16th hole,” said Pitak.

The Honda LPGA Thailand 2020 will feature 70 female golfers, including 56 professionals from the 2020 LPGA Priority List; the winner of 2020 Diamond Resorts Tournament of Champions (Gaby Lopez from Mexico), the winner of 2020 Gainbridge LPGA at Boca Rio (Madelene Sagström from Sweden), the winner of 2020 ISPS Handa Vic Open, the winner of 2020 ISPS Handa Women’s Australian Open, eight invited players; as well as the winner from the Honda LPGA Thailand National Qualifiers (Rina Tatematsu), and the winner from the Women’s Amateur Asia Pacific Championship 2020, which is to be staged the week before the Honda LPGA Thailand.

The Honda LPGA Thailand 2020 will once again, fly the inspirational ‘Dream Big’ flag, to inspire golfers from all backgrounds and skill levels to pursue their dreams and achieve their very best in the world of golf. In conjunction with the tournament, there will be a host of activities and a full range of facilities to welcome all visitors. During the tournament week, the players will have the opportunity to taste exquisite Thai cuisine, experience Thai hospitality and participate in traditional Thai Benjarong porcelain painting as part of the official photo call which aims to promote Thai culture and traditions to the world.

 

Fund raising continues to be an integral part of the tournament and the Charity Night, of which the main highlight is the charity auction, which will see various autographed memorabilia contributed by top players auctioned off to the highest bidders. All funds raised will go to the tournament’s long time charity alliance with the Siriraj Foundation as well as the betterment of the Baan Mab Fag Thong School in Chonburi.

Winnie Heng, Vice President & Managing Director of IMG in Thailand, said “Besides the on-course action, there will be a wide variety of activities for the spectators to participate in. Golf fans should look out for the chance to compete with the professional golfers in ‘Beat The Pro’; mum and dads can drop their kids off at our all new Kids Zone; there’ll be an assortment of food offerings and good music in the Chill Zone. Another key feature this year is ‘The Green Village’ a new sustainable space, that will have interactive and informative booths, focused on helping to improve our environment. In line with one of the key ambitions of our tournament – sustainability, we are calling upon all golfers, spectators and tournament staff to take up the cause and join us in reducing single-use plastics and properly separating trash. Other ‘Green’ initiatives by the tournament will include the use of bio-degradable utensils and food packaging , reducing the use of plastic, especially single-use plastic and we will have a composting machine on site which will turn all organic and food waste into fertilizer”.

Atthaya “Jean” Thitikul, a Thai invitee to the Honda LPGA Thailand 2020 said, “The Honda LPGA Thailand is a major tournament that is respected globally, and one that golfers are always excited to compete in, due to the strong player field every year. I’m thrilled to have the opportunity to participate in this tournament again and will do my very best for all the Thai fans.”

Phatiyuth Jaiswang, Acting Senior Vice President, Office of Television of MCOT Public Company Limited, said “We are pleased to be the official broadcaster of the Honda LPGA Thailand for three consecutive years. This year, once again, Channel 9 MCOT HD 30, will broadcast the competition for all four days as well as through our online channel on www.mcot.net to 22 million households nationwide.”

Merchandise and tickets including VIP tickets and Premium Grandstand tickets are at www.hondalpgathailand.com. VIP tickets come with access to the Clubhouse hospitality at The Siam Country Club Pattaya, Old Course.

The Honda LPGA Thailand 2020 is organised by IMG with Asian Honda Motor Co Ltd and Honda Automobile (Thailand) Co Ltd as the title sponsor, and supported by many partners including the Sports Authority of Thailand, National Sports Development Fund (NSDF), Tourism Authority of Thailand (TAT), Bangkok Bank Public Company Limited, Betagro Group, Siam Daikin Sales Co Ltd, EVA Airways Corporation, Siam GS Sales Co Ltd and Siam Country Club.

Paciao and Silva face off ahead of One straweight fight in Manila #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/sport/30381195?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Paciao and Silva face off ahead of One straweight fight in Manila

Jan 29. 2020
By THE NATION

 ONE Championship held the ONE: FIRE & FURY Official Open Workout in Pasay City.

 

The world’s best martial arts talent came out to showcase their incredible skills in front of fans and media.

In attendance was reigning ONE Strawweight World Champion Joshua “The Passion” Pacio of the Philippines, who faced off with the challenger, former champion Alex “Little Rock” Silva of Brazil. Also at the open workout were top Filipino athletes Eduard “Landslide” FolayangDanny “The King” KingadLito “The Thunder Kid” AdiwangGina “Conviction” Iniong, and Jomary “The Zamboanginian Fighter” Torres.

Athletes are set to compete at ONE: FIRE & FURY, scheduled for this Friday night, 31 January at the Mall of Asia Arena in Manila.

Joshua Pacio, ONE Strawweight World Champion, stated: “Last year was a great year for me. Despite losing my title, I was able to gain it back and also put in some great wins against tough opponents. I feel very comfortable fighting here at home in the Philippines. I’m unbeaten here, and it’s because of all the support from the fans. It’s a huge privilege to face such a great competitor in Alex Silva. He’s a former world champion and has excellent BJJ, so this will be a huge challenge for me. I’m ready to face it.”

Alex Silva, former ONE Strawweight World Champion, stated: “First of all, I would like to say I really appreciate the support and respect the fans have given me here in the Philippines, even if I am going to face your hometown hero, Joshua Pacio. One thing you can expect from me is that I will put my whole heart into this match and give a good performance for all the Filipinos. It has been a long two year journey for me to get back into title contention, and I’m happy to be given another shot. For me, the harder the path the better because it helps me improve as a fighter. Joshua is a young and well-rounded athlete, and I have a lot of respect for him. But I believe this is my time now.”

Eduard Folayang, 2-time ONE Lightweight World Champion, stated: “I want to start the year on a high note, with a statement-making victory. I’m hungrier than ever before to make another run at the world title. The last-minute change of opponent is fine, I’ve been in this situation before. It’s a good test for my adaptability, and I think this opponent is going to push me to my limits. I’m looking forward to this Friday night and I’m ready to give it my all for the Filipino fans.”

Danny Kingad, ONE Athlete, stated: “I learned a lot the past year, and I’ve grown so much as a martial artist and as a competitor in this sport. Joining the ONE Flyweight World Grand Prix was a great experience, it really helped me a lot in terms of gaining the experience of competing against the best in the world. I feel like I’m more disciplined now as an athlete, and I am laser focused on getting better. I plan to showcase all the new skills I learned in this next fight.”

Lito Adiwang, ONE Athlete, stated: “I am excited to perform in front of all the Filipino fans here in Manila. It has always been a dream of mine to compete on the biggest stage here in my home country. You don’t want to miss what’s going to happen on Friday night. The Thunder Kid is coming with a surprise for all the fans.”

Gina Iniong, ONE Athlete, stated: “Asha Roka is as tough as they come. She proved that against a tough champion in Stamp Fairtex. I’m looking forward to giving my best this Friday night and meeting the challenge of this great martial artist.”

Jomary Torres, ONE Athlete, stated: “All I can say is that I am excited to face Jenny Huang. She is a dangerous grappler, has decent striking, and is a former ONE World Title challenger, so she has that experience at the highest level. I’ll do my best to get the win.”

PGA TOUR, its tournaments surpass $3 billion in all-time charitable giving #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/sport/30381196?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

PGA TOUR, its tournaments surpass $3 billion in all-time charitable giving

Jan 29. 2020
By TOUR generates record $204.3 million in 2019; brings total to $3.05 billion

 The catastrophic destruction left in by Typhoon Hagibis will continue for years to come in Japan.

Nearly 100 people were killed by the historic cyclone, which resulted in more than 85,000 homes damaged, thousands of hectares flooded, and countless landslides created in its wake.

The ZOZO CHAMPIONSHIP did its best to provide support to those affected by the typhoon in December, and it made a US$225,000 donation that was channeled toward each Cash Distribution Committee of the affected prefectures and Tokyo Metropolitan government through the Japanese Red Cross Society.

Backed by the aid provided by Japan’s first official PGA TOUR tournament, the TOUR announced this week that it and its tournaments have surpassed US$3 billion in all-time charitable giving.

The charitable total, which included a record $204.3 million in 2019 to bring the all-time total to $3.05 billion, includes donations made by tournaments on the PGA TOUR, PGA TOUR Champions, Korn Ferry Tour, Mackenzie Tour-PGA TOUR Canada, PGA TOUR Latinoamérica and PGA TOUR Series-China.

“It’s truly a pleasure to thank our fans, sponsors, tournaments, players and volunteers for helping us generate over $3 billion for charity and positively impact millions of lives,” said PGA TOUR Commissioner Jay Monahan.

“As remarkable as this milestone is, what really matters are the countless stories (of impact) that every tournament has. Together, we look forward to continuing to reach – and celebrate – millions more.”

In addition to focusing on relief and recovery efforts in Japan, the ZOZO CHAMPIONSHIP also donated $25,000 to First Tee Japan for use toward its initiatives. The organization’s mission is to impact the lives of young people by providing educational programs that build character, instill life-enhancing values and promote healthy choices through the game of golf.

Megumi Hatakeyama, Vice President, Marketing Department, Golf Division, ZOZO Inc said: “We are delighted to provide financial assistance towards the affected people through the Japanese Red Cross Society which not only collects and transfer the cash grants to each Cash Distribution Committee of the affected local government, but also operates various type of disaster relief activities by themselves across the country. The amazing work that their staff and volunteers do brings tremendous relief for the people of Japan who were affected by the recent typhoons.

“It is also our privilege to extend our support towards First Tee Japan. Golf is an amazing sport as it teaches important life skills such as character education through programs conducted by professionally trained life coaches. We hope our assistance will greatly benefit the young people of Japan who are part of First Tee Japan.”

The PGA TOUR and its more than 100 tournaments across all Tours achieved the $3 billion mark just six years after surpassing $2 billion in 2014. The TOUR achieved the $1 billion mark in 2005. In addition, the record $204.3 million in 2019 bests the previous record of $190 million in 2018. The TOUR’s first charitable donation of $10,000 was at the 1938 Palm Beach Invitational.

Each PGA TOUR tournament provides individuals an opportunity to give back to the community in one of three ways – attending an event, volunteering, or donating money. Not-for-profit tournaments under the PGA TOUR umbrella donate their net proceeds to support local organizations, totaling more than $3 billion in donations to date. The impact these tournaments make throughout the year is possible thanks to the more than 100,000 volunteers who commit their time to ensure each event is a success.

To learn more about the PGA TOUR and the positive impact of its tournaments, volunteers, players, sponsors and fans, please visit PGATOUR.COM/IMPACT.