เงินปลอมระบาด..ประกาศขายโจ๋งครึ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/396921?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เงินปลอมระบาด..ประกาศขายโจ๋งครึ่ม

4 พฤศจิกายน 2562 – 10:45 น.
สายตรวจระวังภัย,เงินปลอม ระบาด,ธนบัตรปลอม
เปิดอ่าน 2,665 ครั้ง

เงินปลอมระบาด..ประกาศขายโจ๋งครึ่ม คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย   โดย…   ทีมข่าวอาชญากรรม

ปัญหาเรื่อง “เงินปลอม” ระบาด เกิดขึ้นมานานและมีให้เห็นเป็นระยะ ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงเป็นพ่อค้าแม่ขาย และตำรวจมีการจับกุมขบวนการทำเงินปลอมมาแล้วหลายกลุ่มแก๊ง แต่ก็ไม่วายมีเงินปลอมออกอาละวาดสร้างความเดือดร้อนได้ตลอด

ล่าสุดเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีการประกาศขายเงินปลอมผ่านโลกออนไลน์อย่าง “โจ๋งครึ่ม” นั่นคือเว็บไซต์ “fakethaibills.com” พร้อมการันตีว่าเนียนตาสุดๆ แบบ “เกรดพรีเมียม” ผ่านระบบการตรวจขั้นพื้นฐานแบบสบายๆ หนำซ้ำยังแนะนำวิธีการใช้แบบละเอียดยิบว่าเอาไปใช้อย่างไร แบบไหนได้ประโยชน์สูงสุด เช่น ซื้อของด้วยธนบัตรจริง แล้วกลับมาที่ร้านอ้างว่าลืมซื้อของบางอย่าง ก่อนยื่นธนบัตรฉบับละ 500 บาท อย่านำธนบัตรจริงและปลอมใช้ครั้งเดียวกัน รวมทั้งให้ใช้กับงานเทศกาล งานลดราคาที่มีเวลาขายจำกัด จ่ายค่าแท็กซี่ ค่าทางด่วน สถานบันเทิงที่มีไฟสลัว และอ้างถึงประโยชน์ในการใช้ธนบัตรปลอม หนึ่งในนั้นคือกระตุ้นให้รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชน เงินปลอมเยอะสะท้อนถึงเศรษฐกิจของประเทศที่ไม่ดี โดยเปิดให้สั่งซื้อและชำระเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล “บิทคอยน์” ซึ่งตรวจสอบเส้นทางการเงินยาก

โฆษณาชวนเชื่อของเว็บไซต์ดังกล่าว ระบุว่า ธนบัตรปลอมคุณภาพสูง ผลิตจากกระดาษใยฝ้ายคุณภาพดี มีลายน้ำฝังอยู่ในเนื้อกระดาษ มีจุดสังเกตในธนบัตรตามคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยครบถ้วน และชัดเจน เมื่อทดสอบด้วยปากกาตรวจธนบัตรปลอมและแสงยูวี ก็จะผ่านการตรวจสอบไม่มีปัญหา แต่ไม่สามารถนำธนบัตรไปใช้กับธนาคารหรือเครื่องเอทีเอ็มได้ พร้อมอ้างว่าจัดส่งสินค้ามาจากประเทศอิตาลีและโปแลนด์ โดยใช้วิธีพรางสินค้า ซ่อนธนบัตรปลอมลงในกล่องพัสดุและใส่ถุงป้องกันรังสีเอ็กซ์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสแกนจากเครื่องเอกซเรย์ รวมทั้งนำถุงมาเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์เพื่อกำจัดกลิ่น และยังมีเทคนิคในการพรางสินค้าอีกหลากหลายวิธี โดยวิธีการซื้อ รับชำระเงินด้วยบิทคอยน์ และจะจัดส่งสินค้าถึงประเทศไทย 5-7 วัน หรือเร็วที่สุด 2-4 วันโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

เมื่อตรวจสอบตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าวยังพบว่าธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท (ปลอม) มีมาตรฐานการผลิตระดับเดียวกันกับธนบัตรปลอมเงินสกุลหลักอย่างเงินปอนด์สเตอร์ลิง หรือเงินยูโร ที่ซื้อขายกันในตลาดมืดกลุ่มประเทศยุโรป แต่ยังถือว่าความวิตกกังวลครั้งนี้ยังมีความโชคดีเพราะยังไม่มีรายงานว่าธนบัตรปลอมจากกลุ่มดังกล่าวถูกนำไปใช้ตามท้องตลาดจริง

เกี่ยวกับเรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ไม่รีรอ โดย นายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้ช่วยผู้ว่าการสายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บอกว่า กรณีเว็บไซต์ fakethaibills.com มีการประกาศจำหน่ายขายธนบัตรปลอมคุณภาพสูง ขอเรียนว่า ธปท. อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย และขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเว็บไซด์ดังกล่าว โดยหากผู้ใดนำเข้าหรือมีไว้ซึ่งธนบัตรปลอมเพื่อนำออกใช้ มีความผิดตามมาตรา 243 มาตรา 244 ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499

ทั้งนี้โทษฐานปลอมหรือแปลงธนบัตรคือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-400,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 240 ส่วนคนที่นำธนบัตรปลอมไปใช้โดยรู้ว่าเป็นของปลอมต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-300,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 244 แต่ถ้าคนที่นำธนบัตรปลอมไปใช้ ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมยังขืนนำออกใช้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 245

คำถาม กรณีสหรัฐตัดจีเอสพีไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/396912?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

คำถาม กรณีสหรัฐตัดจีเอสพีไทย

4 พฤศจิกายน 2562 – 10:45 น.
สหรัฐอเมริกา,จีเอสพี,ภาษีศุลกากร,สารเคมี,เกษตรก
เปิดอ่าน 431 ครั้ง

คำถาม กรณีสหรัฐตัดจีเอสพีไทย คอลัมน์…  รู้ลึกกับจุฬาฯ

ข่าวสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้านำเข้าจากไทยโดยเหตุผลว่ายังไม่พอใจการแก้ปัญหาละเมิดสิทธิแรงงานของประเทศไทยตามอนุสัญญาขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) โดยเฉพาะกรณีไม่คุ้มครองแรงงานประมงต่างด้าว กรณีนี้ยังถูกโยงไปกับการที่ไทยประกาศแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่ามีบริษัทผลิตสารเคมีใหญ่ของสหรัฐเป็นผู้ส่งออก

ข่าวนี้สร้างความกังวลต่อวงการเศรษฐกิจของประเทศ เพราะคาดการณ์ว่าไทยอาจได้รับผลกระทบเป็นค่าความเสียหายจำนวนมหาศาล เพื่อไขข้อข้องใจต่อกรณีนี้ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัย จึงได้จัดงานเสวนา ฬ จุฬาฯ นิติมิติ ในหัวข้อ “ความจริง จากข้อเท็จจริง กรณีสหรัฐ ตัดจีเอสพีประเทศไทย” เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา

 ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร์ ผู้ช่วยคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มีการเผยแพร่ในหน้าสื่อว่าประเทศไทยเสียหายเป็นหมื่นล้านจากการตัดสิทธิจีเอสพี เป็นคำพูดที่เกินจริง เพราะสินค้ายังสามารถส่งออกได้แต่ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 4.5 ทำให้ประเทศไทยอาจสูญเสียความได้เปรียบทางเรื่องราคาเท่านั้น ซึ่งนับเป็นมูลค่าพันล้านบาท นอกจากนี้สินค้าที่ถูกตัดสิทธิมีทั้งหมด 573 รายการ ซึ่งคิดเป็นเพียงร้อยละ 40 จากสินค้าส่งออกทั้งหมด

ศ.ทัชมัย ฤกษะสุต ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายอาเซียน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายถึงที่มาที่ไปของจีเอสพี ในฐานะสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรว่า มีจุดเริ่มต้นมาจากความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (GATT) ซึ่งไทยเข้าร่วมเป็นภาคตั้งแต่ปี 2525 ก่อนจะกลายเป็นองค์กรการค้าโลกตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปัจจุบัน

“จุดเริ่มต้นของจีเอสพี เนื่องจาก GATT ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2491 มีสมาชิกเข้าร่วมมากขึ้น ขณะเดียวกันสมาชิกที่เพิ่มเข้ามาก็มีทั้งกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา หรือพัฒนาน้อย ซึ่งกลุ่มนี้มองว่า GATT ไม่เอื้อประโยชน์ให้ประเทศตัวเองและควรให้ความช่วยเหลือด้านภาษี จึงยื่นเรื่องเสนอไปยัง UNCTAD ซึ่งทาง UNCTAD เห็นว่าการค้าควรมีแต้มต่อเพื่อช่วยเหลือกลุ่มประเทศยังไม่พัฒนา ต่อมาในปี 2522 เลยบรรจุจีเอสพีเข้ามาใน GATT แต่มีสภาพแบบไม่ถาวร ภายใต้กรอบที่ UNCTAD กำหนด”

ด้วยการกำหนดสภาพแบบ “ไม่ถาวร” ดังกล่าว ทำให้จีเอสพีเป็นสิทธิแก่ประเทศผู้ให้สิทธิ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ซึ่งประเทศผู้รับสิทธิไม่สามารถไปบังคับได้และมีโอกาสถูกยกเลิกได้ตลอด แต่จะใช้เหตุผลอะไรมายกเลิกก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของประเทศผู้ให้สิทธิ ในพระราชบัญญัติการค้าของสหรัฐ (Trade Act of 1974) มาตราที่ 501–503 กำหนดเงื่อนไขที่สามารถยกเลิกสิทธิ จีเอสพี แก่ประเทศกำลังพัฒนาได้หลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดเรื่องสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า การก่อการร้าย ปัญหาแรงงาน เป็นต้น

“สหรัฐชี้ว่าไทยไม่ให้สิทธิแรงงานมากพอ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิรวมตัวเพื่อต่อรองของแรงงานต่างชาติ แต่จากการค้นคว้า พบว่าสหรัฐเองก็ไม่ได้ให้สิทธิส่วนนี้แก่แรงงานต่างชาติ ไม่ว่าจะเข้าประเทศมาถูกหรือผิดกฎหมาย มิหนำซ้ำสหรัฐเองก็ไม่ได้เซ็นเข้าร่วมอนุสัญญาแรงงาน ILO หลายสิทธิ โดยการอ้างว่าไม่ต้องเข้าร่วมเพราะปฏิบัติอยู่แล้ว”
อ.ทัชนัย ตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศอื่นก็มีปัญหาสถานการณ์ด้านแรงงานเช่นเดียวกันกับไทย แต่เพราะเหตุใดประเทศไทยจึงถูกตัดสิทธิจีเอสพีเพียงประเทศเดียว หรือถามกลับไปที่สหรัฐว่าประเทศอเมริกาเองก็ยังมีปัญหาต่างๆ แล้วคาดหวังให้ประเทศอื่นๆ จัดการปัญหาฝ่ายเดียวได้อย่างไร
“สมมุติว่าเราไม่มีปัญหาเรื่องสิทธิแรงงานเลย เราก็อาจหลุดจีเอสพี เพราะเรื่องอื่นได้ เช่น ถ้าหากเขามองว่าเรารวยแล้ว ไม่ต้องให้แล้ว เขาก็ยกเลิกได้ ดังนั้นจีเอสพี ไม่จำเป็นต้องอยู่กับประเทศไทยไปตลอด แต่ด้วยความที่เป็นประเทศอเมริกาซึ่งเป็นมหาอำนาจ เวลายกเลิกก็ควรให้คำอธิบายหน่อยว่าทำไมถึงต้องยกเลิก”
อย่างไรก็ตาม อ.ทัชนัย ชี้ว่า การที่ประเทศพัฒนาแล้วให้สิทธิจีเอสพี แก่ประเทศกำลังพัฒนาไม่ได้หมายความว่าประเทศเหล่านี้มีจิตใจโอบโอ้มอารี หรือต้องการให้ความช่วยเหลือแก้ผู้ด้อยโอกาส เพราะข้อมูลทางสถิติพบว่าฝ่ายประเทศที่ให้สิทธิก็ได้ประโยชน์ในเชิงการถ่ายโอนองค์ความรู้และนวัตกรรมต่างๆ จากประเทศผู้ได้รับสิทธิซึ่งถือว่าเป็นการเอาเปรียบทางเศรษฐกิจ
อ.ทัชนัย กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยไม่ได้ถูกถอนสิทธิในปีนี้ แต่ในปีถัดไปก็อาจจะถูกพิจารณาถอนสิทธิจีเอสพีได้อยู่ดี ดังนั้นการถูกถอดถอนสิทธิครั้งนี้จึงควรตั้งคำถามได้แล้วว่าประเทศไทยควรพึ่งพาสิทธิจีเอสพีอีกต่อไปหรือไม่
“ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องคิด ถ้าได้สิทธิมาแต่ต้องแลกด้วยภาระเกินควร เราเสียประโยชน์มากไป เราควรจะทำอะไรต่อไป เพราะจีเอสพีไม่ได้อยู่กัลปาวสาน สินค้าไทยของเราเป็นสินค้ามีคุณภาพเพียงพอที่จะให้คนเลือกซื้อแม้จะมีราคาสูงขึ้นหรือไม่ เราต้องหาทางออกตรงนี้”

“ยม หาดใหญ่” ชื่อนี้ “เสรี” รู้แล้วจะหนาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/396909?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ยม หาดใหญ่” ชื่อนี้ “เสรี” รู้แล้วจะหนาว

4 พฤศจิกายน 2562 – 10:35 น.
เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,รายงานพิเศษ,ยม หาดใหญ่,เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเ,พอสุชาติ จันทรโชติกุล,ผู้การชาติ,สามมิตร
เปิดอ่าน 12,372 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 4 พ.ย.62

*****************************

นับวัน “วีรบุรุษนาแก” จะสร้างประเด็นข่าวร้อนๆ ให้ “เกรียนโซเชียล” เอาไปขยายผล เพราะคำให้สัมภาษณ์สื่อแต่ละครั้ง คนธรรมดาไม่กล้าพูด

ล่าสุด “พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวส“ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนฯ ได้พูดถึงการลาออกจากโฆษก กมธ.ของ “พยม พรหมเพชร“ ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ว่า “นายพยม จบวุฒิการศึกษาอะไร มาอยู่ใน กมธ.ชุดนี้ ต้องรู้กฎหมาย ท่านไม่ได้จบด้านกฎหมายมา”

ส.ส.พยม ยึดอาชีพครูมาจนเกษียณ ไม่ได้เป็นนักกฎหมาย แต่ตำแหน่ง ส.ส.ของเขา ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย คนที่เล่นการเมืองหาดใหญ่ ไม่แน่จริง ยืนอยู่ไม่ได้หรอก

ครูยม” โฆษกชาวบ้าน

พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.สงขลา 4 คน ประกอบด้วย วันชัย ปริญญาศิริ เขต 1,ศาสตรา ศรีปาน เขต 2, พยม พรหมเพชร เขต 3 และ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี เขต 4

ชั่วโมงนี้ ไม่มีใครดังเท่ากับ “ครูยม” หรือ “พยม พรหมเพชร” ซึ่งเป็นผู้แทนฯ เขต 3 อ.หาดใหญ่ (รอบนอก) และ อ.นาหม่อม

ครูยม ทอดกฐิน มีถาวร เสนเนียม และ สิระ มาร่วมงานด้วย

คนแถวรอยต่อเมืองกับชนบทของนครหาดใหญ่ ต่างรู้จัก “ครูยม” เจ้าของฉายา “โฆษกงานบุญ” โดยเฉพาะงานศพ เจ้าภาพจะเชิญ “ครูยม” ไปเป็นโฆษกเกือบทุกงาน

ด้วยเหตุนี้ ครูยมจึงได้เป็น ส.อบจ.สงขลา เขต 9 (อ.หาดใหญ่) สังกัดกลุ่มสงขลาพัฒนา และเคยลาออกจาก ส.อบจ.มาสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลควนลัง แต่ก็อกหัก

“ครูยม” รู้จักนักการเมืองประชาธิปัตย์เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย, ถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม และเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา เขต 5

สิระ เจนจาคะ บินลงใต้ มางานกฐินของครูยม

ในฐานะครูยม เป็นชาว อ.รัตภูมิ โดยกำเนิด จึงนำองค์กฐินไปทอดที่วัดบ้านเกิด โดยมี “เดชอิศม์” เป็นผู้สนับสนุน และ “ถาวร” ให้เกียรติเป็นประธานทอดผ้ากฐิน

หลังชนะเลือกตั้ง ชีวิตครูยมก็เปลี่ยนไปเยอะ แต่ไม่เคยทิ้งความเป็น “ครูยม” โฆษกงานบุญ

สงขลา-สามมิตร

เมื่อไม่นานมานี้ “ผู้การชาติ” พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม ส.ส.ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ ยอมรับว่ามี ส.ส.ใต้ 3 คน ได้แยกจากกลุ่ม ส.ส.ภาคใต้ ไปสังกัด กลุ่มสามมิตร”

ส.ส.สงขลา 3 คน ที่แสดงตัวว่าเป็นสมาชิกกลุ่มสามมิตร ประกอบด้วย “วันชัย ปริญญาศิริ” อดีตประธานสภา อบจ.สงขลา และอดีตผู้สมัคร ส.ส.สงขลา พรรคเพื่อไทย

ตามมาด้วย ครูกอล์ฟ” ศาสตรา ศรีปาน ผู้บริหารโรงเรียนบุญเลิศอนุสรณ์ และโรงเรียนศรีปัญญานุรักษ์ และ พยม พรหมเพชร”

ศาสตรา ศรีปาน และ สุริยะ

ถ้ายังจำกันได้ ตอนที่ “สิระ เจนจาคะ” ส.ส.กรุงเทพฯ ล่องใต้ไปทวงผืนป่าที่ภูเก็ต ก็จะมี ศาสตรา ศรีปาน และพยม พรหมเพชร ไปยืนเคียงข้างสิระ ขณะที่ ส.ส.ภูเก็ต พลังประชารัฐ ไม่ได้ออกมาร่วมวงด้วย

จะอย่างไรก็ตาม ส.ส.สงขลาทั้ง 4 คน ก็ยังเคารพนับถือ “ผู้การชาติ” เพราะถือว่า การสู้ศึกเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แม่ทัพใต้อย่างผู้การชาติก็ช่วยพรรคพลังประชารัฐเต็มที่

ส่วน  ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี” ส.ส.สงขลา เขต 4 เป็นนักเคลื่อนไหวภาคประชาชนในในพื้นที่คาบสมุทรสะทิงพระ โดยมี “ผู้การชาติ” ให้การสนับสนุน จึงมีความสนิทสนมส่วนตัว

ไม่น่าแปลกที่แกนนำ “กลุ่มสามมิตร” จะลงไปทำกิจกรรมแถวสงขลา และนราธิวาสบ่อยครั้ง

อบจ.สีขาว

เป็นที่ฮือฮาไปทั่วสงขลา เมื่อ “ผู้การชาติ” พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล จับมือ “แอ๊ด คาราบาว” จัดคอนเสิร์ตคาราบาวมหากุศล 5 วัน 5 อำเภอ (อ.เมืองสงขลา อ.หาดใหญ่ อ.เทพา อ.สะเดา และอ.สะทิงพระ) เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

พ.อ. สุชาติ จันทรโชติกุล

ทุกเวที “แอ๊ด คาราบาว” ประกาศให้คนสงขลาเลือก “ผู้การชาติ” อดีตนายทหารคนดัง เป็นนายก อบจ.สงขลา

ครูยม และครูกอล์ฟ บนเวทีคอนเสิร์ตของผู้การชาติ

ในชีวิตราชการทหาร “ผู้การชาติ” เคยเป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 5 (สงขลา) และผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 43 จังหวัดนราธิวาส จึงมีเพื่อนพ้องน้องพี่มากมาย

ปี 2558 ผู้การชาติเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) และลาออกจาก สปท. มาก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ ร่วมกับชวน ชูจันทร์

แอ๊ด คาราบาว ผู้ศรัทธาในตัวผู้การชาติ

ปี 2562 ผู้การชาติ เปิดตัว “กลุ่มสงขลาประชารัฐ” ชูคำขวัญ “อบจ.สีขาว” หาเสียงเก็บแต้มไปเรื่อยๆ แค่จัดคอนเสิร์ตคาราบาว คนหาดใหญ่ก็โจษจันอึงมี่

แอ๊ด คาราบาว” การันตียี่ห้อ “ผู้การชาติ” คนจริง ไม่ทิ้งเพื่อน

เดินหน้าทวงคืนพื้นที่ป่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/396906?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เดินหน้าทวงคืนพื้นที่ป่า

4 พฤศจิกายน 2562 – 08:22 น.
ทวงคืนผืนป่า
เปิดอ่าน 883 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2562

นับแต่ปี 2557 ที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกคำสั่ง คสช.ที่ 64/2557 ทวงคืนผืนป่าเพื่อแก้ไขปัญหานายทุนบุกรุกป่า ซึ่งแม้ว่านโยบายจะกระทบชาวบ้านทั่วประเทศหลังการยึดคืน แต่รัฐบาลก็ได้แก้ปัญหาด้วยการผ่อนผันให้ชาวบ้านผู้ยากไร้ ถือได้ว่านโยบายทวงคืนป่าในรัฐบาล คสช.จนถึงปัจจุบันได้ผลดี จากเดิมประเทศไทยเคยมีปัญหาบุกรุกป่ามากกว่าปีละแสนไร่ ลดลงเหลือปีละหมื่นไร่ ซึ่งในปีงบประมาณ 2562 ผลการดำเนินการ 532 คดี เป็นพื้นที่ความเสียหาย 11,120.53 ไร่ เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2561 ผลการดำเนินการ 1,488 คดี เป็นพื้นที่ความเสียหาย 32,637.41 ไร่ หากมองย้อนกลับไปปัญหาการบุกรุกป่าถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่ทุกรัฐบาลได้เข้ามาแก้ไขแต่ก็ไม่เห็นเป็นรูปธรรมสักเท่าใด จนถึงปัจจุบันนับเป็นความสำเร็จในระดับหนึ่ง สรุปในช่วงปี 2560-2562 พบแนวโน้มการบุกรุกป่าลดลง และมีป่าเพิ่มขึ้นกว่า 3 แสนไร่

ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญในการป้องกันรักษาป่าและเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ จากสถานการณ์ป่าไม้ของประเทศไทยใน พ.ศ. 2558-2561 แนวโน้มโดยเฉลี่ยพื้นที่ป่าไม้ของประเทศเพิ่มขึ้น โดยใน พ.ศ. 2561 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ คิดเป็นร้อยละ 31.68 ของพื้นที่ประเทศ แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายที่กำหนด ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) จึงได้เร่งขับเคลื่อนและผลักดันยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ คุ้มครอง ฟื้นฟู และใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งบูรณาการและสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน ในการดำเนินการด้านต่างๆ

ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้วางมาตรการขับเคลื่อนงานด้านการป่าไม้ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ โดยการนำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) มาใช้ในการสำรวจพื้นที่ป่าไม้ และเตรียมรับมือในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อช่วยเรื่องการป้องกันรักษาป่า การนำภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้ในการบริหารจัดการที่ดิน ตลอดจนการบริหารจัดการข้อมูลต่างๆ ให้สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ นอกจากนี้ ทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ได้มอบให้ ทส. เร่งรัดจัดทำอนุบัญญัติหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จ รวมถึงการขออนุญาตให้เอกชนส่งไม้สักสวนป่าออกจำหน่ายต่างประเทศ และการขอยกเว้นพิกัดอัตราอากรขาออก

ปัญหาการบุกรุกป่าของนายทุนและปัญหาประชาชนผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลและจัดสรรที่ดินทำกินให้ผู้ยากไร้เข้าทำประโยชน์ ดูแลการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และส่งเสริมให้อยู่ร่วมกับป่าอย่างดีที่สุด ที่ผ่านมาผู้ยากไร้มีปัญหาเรื่องนี้มาตลอด บางครั้งได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และถูกละเลยจากภาครัฐ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการมุ่งเน้นให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วม ที่จะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการจัดการแก้ไขปัญหา เพื่อทำให้การปฏิบัติงานบรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ การที่จะทำให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ ต้องสางความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ทั้งกรณีของกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตป่า ปัญหาคนรุกป่า หรือป่ารุกคน ในภาคต่างๆ จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นธรรม

“ส้ม”ต้ม”ส้ม” ปมชิงท้องถิ่น คัดทิ้ง “สนิมส้ม” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/396809?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ส้ม”ต้ม”ส้ม” ปมชิงท้องถิ่น คัดทิ้ง “สนิมส้ม”

3 พฤศจิกายน 2562 – 12:25 น.
พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,ส้มหวาน,พรรคส้มหวาน,เลือกตั้งท้องถิ่น,รายงานพิเศษ,ท่องยุทฑภพ,ขุนน้ำหมึก,เจาะประเด็นร้อน
เปิดอ่าน 3,973 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ วันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย.62

*************************

ปฏิบัติการ ทิ้งพรรคอนาคตใหม่” ของอดีต ส.ส. และสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่งนั้น มาจากปมขัดแย้งการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นสำคัญ

12 ตุลาคม 2562 พรรคอนาคตใหม่ได้ประกาศรายชื่อผู้สมัครที่มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น “นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด” 18 จังหวัด ได้แก่พิษณุโลก, ตาก, อุบลราชธานี, สกลนคร,

มุกดาหาร, ยโสธร, หนองบัวลำภู, หนองคาย, ร้อยเอ็ด, บุรีรัมย์, นครปฐม, อยุธยา, สระบุรี, สิงห์บุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง และ จันทบุรี

พลันที่ทราบว่า คณะบุคคลใดบ้าง? ผ่านรอบคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการดีเบต ก็มีเสียงเอะอะโวยขึ้นมาจากพื้นที่ภาคตะวันออกทันที

เริ่มจาก “เจ๊ดา อนาคตจันท์” หรือ “ลัดดา จตุอุทัยศรี” ที่ถูกกีดกันไม่ให้เข้าสู่เวทีดีเบตนายก อบจ.จันทบุรี เพราะ ส.ส.หญิง เขต จันทบุรี เป็นสายตรงผู้อำนวยการพรรคอนาคตใหม่ และไม่เห็นด้วยที่จะเลือกทีมเจ๊ดา ตามมาด้วยกลุ่มอดีต ส.ส.ชลบุรี และระยอง

มิเพียงแค่ภาคตะวันออก ยังลามไปถึงอีสาน โดยเฉพาะนครราชสีมา โดยก่อนหน้านั้น มีความชัดเจนว่า ทีม ดร.สาธิต ปิติวรา” อดีตผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นตัวแทนลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมา ในนามพรรคอนาคตใหม่

ทีม ดร.สาธิต เตรียมลงสนาม อบจ.

แม้ว่าจะมีทีม “มหานครสุรนารี” นำโดย อุบล เอื้อศรี ประธานที่ปรึกษาศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ นครราชสีมา และทีม “อนาคตใหม่นครชัยบุรินทร์” ที่เคยแถลงข่าวไปก่อนนั้น ก็จะถอยให้ทีม ดร.สาธิต

13 ตุลาคม 2562 แอดมินเพจ”อนาคตใหม่นครราชสีมา“ ได้แจ้งข่าวว่า “ทีมที่เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง อบจ.ของนครราชสีมา ไม่ผ่านการคัดเลือกครับ จะมีการนัดพูดคุยผู้ที่สนใจจริงๆอีก ติดตามได้ที่เพจนี้เท่านั้นนะครับ”

ปมแตกหัก เพราะแกนนำไม่เอา ดร.สาธิต

ตลอดเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมา ทีม ดร.สาธิต ได้เปิดตัวอย่างคึกคัก ว่าจะลงสมัครนายก อบจ.โคราช แม้แต่แอดมินอนาคตใหม่นครราชสีมา ก็ยอมรับว่า เสนอชื่อ ดร.สาธิตทีมเดียว

ไม่มีปฏิกิริยาจาก ดร.สาธิต แต่ทีมงานอย่าง “วรพจน์ บุ่นจันทึก” อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 13 นครราชสีมา พรรคอนาคตใหม่ ได้ไปยื่นหนังสือลาออกจากพรรคอนาคตใหม่ พร้อมกับกลุ่มชลบุรี และระยอง ที่สำนักงานใหญ่ของ กกต.

เมื่อ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา “วรพจน์” ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่พรรคอนาคตใหม่จะส่งผู้สมัครลงแข่งขัน โดยในการคัดเลือกผู้สมัครทุกคนจะต้องไปแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนพรรค

วรพจน์ บุ่นจันทึก

“สุดท้ายพรรคก็เลือกคนของตัวเองไปสมัคร ซึ่งเป็นการสร้างวาทกรรมให้ประชาชนรับรู้ว่า พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่เปิด แต่จริงๆแล้ว ไม่ใช่ เพราะในพรรคจะฟังแค่ 2 คนเท่านั้น”

มีรายงานว่า แกนนำอนาคตใหม่ นครราชสีมา ที่เป็นนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน และคนเสื้อแดง มีแผน จะส่ง “อุบล เอื้อศรี” อดีต ส.ว.นคร ราชสีมา และประธานที่ปรึกษาค่ายสีส้มเมืองย่าโม ลงชิงชัยนายก อบจ.โคราช

เนื่องจาก “อุบล” มีอุดมการณ์เดียวกัน เพราะเคยเป็นประธาน นปช.โคราช และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชมาโดยตลอด

หลังตกเป็นข่าวก่อกบฎในพรรค ล่าสุด “วรพจน์” ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊คชื่อ”ออโต้ ครับ”

ธนาธรกับวรพจน์ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

“สนิมสีส้ม!!!!!!!! ไม่ได้อยากดังแบบนี้..สื่อนำข้อมูลไปเองเบื่อพวกติ่ง ไม่เห็นด้วยก็เลื่อนผ่านไป.. อย่ามาล้ำเส้น เพราะไม่เคยไปล้ำเส้นใคร.. ไม่ใช่คนใน ไม่รู้หรอก.. บอกแล้วว่าอยากรู้อะไรให้ถาม อย่าสักแต่ปิดหูปิดตา เที่ยวเม้นด่าคนโน้นคนนี้ สมองมีหัดคิดเอง อย่ารักใครจนไม่ลืมหูลืมตา..”

การแบ่งเขาแบ่งเรา เกิดขึ้นจริงในพรรคสีส้มมานานแล้ว ระหว่าง “นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน”สายตรงแกนนำพรรคส่วนกลาง กับนักการเมืองท้องถิ่น โดยกลุ่มแรกจะมองว่า พวกหลังมาโหนกระแสธนาธร เป็นนักฉวยโอกาส ไม่ใช่เลือดสีส้มแท้

ฝ่ายค้านต้องการอย่างน้อย 3 วันซักฟอก รมต.รัฐบาลบิ๊กตู่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413519?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ฝ่ายค้านต้องการอย่างน้อย 3 วันซักฟอก รมต.รัฐบาลบิ๊กตู่

29 มกราคม 2563 – 13:46 น.
สุทิน คลังแสง,พรรคเพื่อไทย,พท,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,อภิปรายไม่ไว้วางใจ,รมต,ฝ่ายค้าน
เปิดอ่าน 35 ครั้ง

ฝ่ายค้านขอสภาฯ เปิดศึกซักฟอก รัฐบาลบิ๊กตู่ สุทิน ย้ำยื่นแน่ 31 มกราคม

คลิปที่ 1

รัฐสภา 29 มกราคม 2563  นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันต่อการยื่นญัตติเพื่อขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นรายบุคคล วันที่ 31 มกราคม เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการกำหนดประเด็นและตัวรัฐมนตรีที่จะยื่นอภิปราย

อ่านข่าว – เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

คลิปที่ 2

โดยเฉพาะรอฟังคำพิจารณาจากศาลที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม นี้ จากนั้นวันที่ 30 มกราคม พรรคฝ่ายค้านจะประชุมเพื่อสรุปและยื่นญัตติในวันที่ 31 มกราคม ขณะที่การกำหนดระยะเวลาอภิปรายนั้น ต้องการอย่างน้อย 3 วัน เพราะมีผู้อภิปรายจำนวนมาก รวมถึงบุคคลที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมีหลายคน และต้องการให้อภิปรายก่อนการเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่างในจังหวัดกำแพงเพชร วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เพื่อไม่ให้มีประเด็นที่เป็นแทคติกให้ฝ่ายค้านอภิปรายน้อย เพราะจวนเจียนจะปิดสมัยประชุมช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

ฝ่ายค้านต้องการอย่างน้อย 3 วันซักฟอก รมต.รัฐบาลบิ๊กตู่

ฝ่ายค้านต้องการอย่างน้อย 3 วันซักฟอก รมต.รัฐบาลบิ๊กตู่

ฝ่ายค้านต้องการอย่างน้อย 3 วันซักฟอก รมต.รัฐบาลบิ๊กตู่

คลิปที่ 3

บิ๊กตู่ สั่งทุกด่านตรวจเข้มสกัดไวรัสโคโรน่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413517?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ สั่งทุกด่านตรวจเข้มสกัดไวรัสโคโรน่า

29 มกราคม 2563 – 13:38 น.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา,กตร,ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่2019,ไวรัสโคโรน่า,ไวรัสโคโรนา,อู่ฮั่น
เปิดอ่าน 92 ครั้ง

นายกฯประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ กำชับด่านตรวจคนเข้าเมือง เฝ้าระวังและคัดกรองนักท่องเที่ยวกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรน่าอย่างเข้มงวด

คลิปที่ 1

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 1/2563 ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ อาทิ การเยียวยาคืนสิทธิการเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเฉพาะห้วงที่มิได้ปฏิบัติราชการ พร้อมทั้งขออนุมัติเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายให้แก่ พ.ต.ท.สมยศ ตรีประสิทธิ์ชัย , ตร.หารือกรณีให้สิทธิข้าตำรวจที่ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสำนวนอัยการและให้ความเห็นทางกฎหมาย เพื่อได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตำแหน่งผู้ที่ทำหน้าที่นิติกร ,อ.ก.ตร.ร้องทุกข์ หารือปัญหาข้อกฎหมายกรณี พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ร้องทุกข์ , อ.ก.ตร.ร้องทุกข์ หารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของ จตช.ในการออกคำสั่ง ศปก.ตร. และอำนาจการส่งตัวข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดวินัยเรื่องทรงผมไปเข้ารับการฝึกธำรงวินัย กรณี พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ ร้องทุกข์ , ตร. หารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับวิธีการสอบสวนตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2557 ,เรื่องอื่นๆ ถ้ามี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที จึงเสร็จสิ้น

อ่านข่าว-จีนเปลี่ยนตึกร้างเป็นรพ.ฉุกเฉินรักษาผู้ติดเชื้อโคโรน่าใน2วัน

คลิปที่ 2

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ว่า “วันนี้ได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการในการเตรียมพร้อมรับมือเชื้อไวรัสโคโรนา หลังจากที่มีคนไทยและชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน ติดเชื้อจำนวนหนึ่ง”

ทั้งนี้ ได้กำชับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่เป็นนายประตูด่านช่องทางการเข้า-ออกประเทศ ให้เข้มงวดกวดขันทุกคน และทุกสายการบินที่เข้ามาในประเทศ ให้มีการเฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ส่วนตำรวจท่องเที่ยว ก็ได้มีมาตราการในการตรวจตราความเรียบร้อยกับนักท่องเที่ยว ที่ไม่ใช่เฉพาะคนจีนเพียงเท่านั้น แต่ชาวต่างชาติในประเทศอื่นๆด้วย ซึ่งหากมีการร้องขอความช่วยเหลือก็สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันที ส่วนในรายละเอียดก็จะให้ตำรวจที่รับผิดชอบดำเนินการตามข้อกฎหมายต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันด้วยว่า รัฐบาลไทยมีความพร้อมมาตลอดสำหรับการรับคนไทยที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน กลับเข้ามาที่ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ได้มีการเตรียมแผนไว้อยู่แล้ว โดยเตรียมเครื่องบินไว้ 2 ลำ ขณะนี้รอเพียงทางการจีนประสานมาว่า ได้มีการตรวจคัดกรองเชื้อก่อนกลับมาไทยผ่านหรือไม่ ซึ่งหากผ่านก็จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปทันที ขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของประเทศจีน

ขณะที่ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับในที่ประชุม โดยเฉพาะเรื่องเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดูแล โดยจะมีการวางมาตราการเข้มให้ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจจรวจคนเข้าเมืองตั้งแต่ยันนี้เป็นต้นไป ส่วนเรื่องของหมอกควัน และ ฝุ่น PM2.5 มอบหมายให้ตำรวจพื้นที่ในต่างจังหวัด และ ผู้ว่าราชการจังหวัด บูรณาการเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

คลิปที่ 3

พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า กรณีหารือปัญหาข้อกฎหมายกรณี พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ได้ร้องทุกข์เมื่อปี 61 ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของสันติบาล มีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง โดยไม่ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อนนั้น น่าจะเป็นคำสั่งที่มิชอบ อนุร้องทุกข์ได้พิจารณานำเสนอ ก.ตร. แล้วส่งเรื่องให้อนุกฎหมายพิจารณา วันนี้ได้ข้อสรุปจากอนุกฎหมาย ประเด็นแรกเรื่องการตั้งกรรมการสืบสวนร้ายแรง โดยไม่ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงก่อน ทำได้หรือไม่ ซึ่งทางอนุกฎหมายได้วางหลักเกณฑ์ไว้ว่า สามารถกระทำได้ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติมาตรา 84 และ 86 ประกอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556 ข้อ 3 กรณีมีการกล่าวหาว่า ข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัยร้ายแรง จะสืบสวนข้อเท็จจริงก่อนหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่ามีมูลเพียงพอที่จะตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงหรือไม่ ในกรณีนี้ แสดงว่าผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล มีความเห็นว่ามีมูล ประเด็นต่อมาถ้าพิจารณาว่า มีมูลเพียงพอหรือไม่ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐาน ดังนั้น หากเห็นว่ามีมูลเพียงพอในข้อเท็จจริง ก็สั่งการได้ โดยสรุป ก.ตร. ตอบกลับไปว่า การดำเนินการที่ตั้งกรรมการวินัยร้ายแรง โดยไม่สืบสวนข้อเท็จจริงก่อนนั้น สามารถทำได้ตามกฎหมาย

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่า อีกกรณีที่พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ ร้องทุกข์เมื่อปี 61 ว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. (ขณะดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ) ได้ออกคำสั่งให้พ.ต.อ.ไพรัตน์ มาฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. โดยร้องทุกข์มา 3 ประเด็น เรื่องแรกจเรตำรวจแห่งชาติ ในขณะนั้นมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจ มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. ได้หรือไม่ ได้ข้อสรุปว่า พล.ต.อ.สุชาติ ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ ศปก.ตร. ตามคำสั่งของ ผบ.ตร. ดังนั้น จึงมีอำนาจให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. ได้ ประเด็นที่2 เมื่อมาอยู่ ศปก.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติสามารถส่งตัวไปฝึกธำรงวินัยได้หรือไม่ กรณีดังกล่าวจเรตำรวจแห่งชาติได้อนุมัติจาก ตร. ว่า กรณีถ้าเห็นว่ามีโครงการเพิ่มพูนประสิทธิภาพ ก็สามารถส่งไปได้ และประเด็นที่ 3 เมื่อจเรตำรวจแห่งชาติ พบการกระทำความผิดของข้าราชการตำรวจแล้ว ดำเนินการทางวินัยได้หรือไม่นั้น กรณีกฎหมายกำหนดไว้ว่า กรรมการดำเนินการทางวินัย เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา เมื่อจเรตำรวจพบการกระทำผิดของข้าราชการตำรวจ ก็ส่งเรื่องไปทางต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ที่ถูกย้ายขาดจากตำแหน่งเดิม ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. ยังคงเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ในฐานะคณะกรรมการ ก.ตร. รวมถึงป้ายชื่อที่เขียนกำกับที่นั่ง ก็ยังระบุว่าเป็น รอง ผบ.ตร.(สส) ด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า แม้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ จะไม่ได้รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวนแล้ว แต่ยังคงทำหน้าที่เป็น ผอ.ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง และผอ.ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และมือปืนรับจ้าง

บิ๊กตู่ เซอร์ไพรส์ดอดฟังข้อเสนอสภานักเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413513?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ เซอร์ไพรส์ดอดฟังข้อเสนอสภานักเรียน

29 มกราคม 2563 – 13:01 น.
เซอร์ไพรส์,บิ๊กตู่,สภานักเรียน,ประกาศเจตนารมณ์
เปิดอ่าน 46 ครั้ง

ร่วมฟังประกาศเจตนารมย์ – ข้อเสนอ โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า สภานักเรียนดีใจเจอ บิ๊กตู่ กลั้นน้ำตาไม่อยู่เพราะความตื่นเต้น

คลิปที่ 1

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 เวลา 09.00 น. ที่ ห้องเอนกประสงค์ อาคารหอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้สร้างเซอร์ไพรส์โดยการเยี่ยมและรับฟังข้อเสนอและการประกาศเจตนารมณ์ ตามข้อคิดเห็นของสภานักเรียน ที่มีตัวแทนนักเรียนจากทั่วประเทศ นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ร่วมกิจกรรม โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า

อ่านข่าว – บิ๊กตู่ บอกเด็กชายแดนใต้ ใครพร้อมเป็น นายกฯ เอาไปเลย

คลิปที่ 2

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีปรากฏตัว นักเรียนต่างแสดงความดีใจ บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่เพราะความตื่นเต้น จากนั้นนักเรียนได้มีการประกาศเจตนารมณ์ 4 ข้อร่วมกัน คือ 1. การส่งเสริมให้นักเรียนเลิกใช้ถุงพลาสติก 2. การส่งเสริมจิตอาสาเพื่อสร้างสังคมแห่งความสุข 3. การส่งเสริมให้เด็กไทยรู้ทันก่อนแบ่งปันข่าวปลอม (Fake News) และ 4. การส่งเสริมแนวทางป้องกันจากการถูกข่มเหง (Bully)

ขณะที่ นายกฯ กล่าวว่า รู้สึกตัวเองหนุ่มขึ้นเพราะอยู่ท่ามกลางเด็กๆ นักเรียน ซึ่งทุกคนเป็นกำลังสำคัญพัฒนาประเทศไปข้างหน้าเป็นพลังสำคัญและเป็นพลังบริสุทธิ์ ตนขอยินดีกับสภานักเรียนที่พัฒนามาอย่างยอดเยี่ยม ซึ่งในฐานะ นายกฯ มีความพอใจอย่างยิ่ง

ถือว่าเรามารวมพลังสร้างชาติ เราเป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้องตามหลักสากลด้วย แต่เรามีชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมายาวนาน โดยวันนี้เรากำลังเริ่มกันแบบที่นักเรียนร่วมกันอ่านแถลงการณ์ทั้ง 4 ข้อ ซึ่งตรงกับนโยบายรัฐบาลอยู่แล้ว ทุกอย่างที่เราจะแก้ไขทั้ง 4 ข้อ ข้อแรก การเลิกใช้ถุงพลาสติก รัฐบาลพยายามเรื่องนี้อย่างยิ่งยวดมาตั้งแต่ปี 60 ที่ค่อยๆ สร้างการรับรู้จนประกาศในปีนี้ แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร ทุกอย่างต้องเริ่มจากจุดเล็กๆ จุดประกายเริ่มจากจิตใจที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมแก้ปัญหา ขณะที่เรื่องจิตอาสา ก็ต้องไม่ใช่ทำแค่ครั้งเดียว แต่ทำได้ทุกวันและขอให้ชวนเพื่อนๆ กลุ่มเดียวกันมาร่วมด้วย ซึ่งการทำความดีทำได้ทุกวัน และขอให้บันทักความดีไว้ว่าทำอะไรบ้าง และอะไรที่เป็นความสุขก็บันทึกเป็นความทรงจำ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องเฟกนิวส์พูดได้ตรงใจ เพราะตอนนี้แพร่หลายทั่วไป สิ่งสำคัญภูมิต้านทานการเรียนรู้คิดเป็นกระบวนการ บางข่าวไม่ได้เขียนว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่เขียนบิดเบือนให้คนคล้อยตามเป็นสเต็ปๆ ของคนทำที่ไม่หวังดี แบบนี้อันตราย มีทั้งคนไม่หวังดี เจตนาและไม่รู้เท่าทัน แต่คนก็เชื่อไปแล้ว

“ที่หลายๆ คนรู้จักลุงก็เห็นจากเฟกนิวส์มาเยอะ มีทุกวัน มีเยอะกว่าคนอื่น ดังนั้นไปไหนไม่มีใครไม่รู้จักลุง แต่ที่จริงลุงใจดีไม่ใช่คนขี้โมโห บางครั้งทำงานก็ต้องจริงจังหน่อย อย่าเอาแค่รูปลุงที่มาพูด 10 วัน 20 วันแล้วมาตัดเป็นตอนๆ ให้คนเกลียดลุงเขาก็ทำได้ ลุงไม่ใช่แบบนั้นวันนี้ไม่ได้มาพูดให้ทุกคนไม่มีความสุข ลุงก็อยากมีความสุขและอยากให้สังคมมีความสุข แต่เฟกนิวส์ทำให้สังคมไม่สงบเรียบร้อย การบริหารบ้านเมืองก็ยิ่งลำบาก อะไรผิดหรือถูกมีกลไกอยู่แล้ว อย่าไปเชื่อมาก ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนหนังสือต้องมีกระบวนการคิดวิเคราะห์” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนคืออนาคตของประเทศ และอย่าลืมความสุขในวัยของตัวเองและอย่าเครียด เพราะเป็นวัยที่สดใส วันหน้าที่ลุงและอาๆ ทำ ก็ทำเพื่อพวกเราลุงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว หวังคนรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของประเทศ ไม่ว่าประเทศไหนก็ตาม ที่เจริญจะต้องมีสองอย่างด้วยกัน คือการบริหารพัฒนาประเทศและทรัพยากรมนุษย์ ถ้าทุกอย่างดี แต่คนไม่มีคุณภาพก็อยู่ไม่ได้ เราจะเป็นตัวกระตุ้นสังคม โดยเริ่มจากครอบครัวตัวเองจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ปัญหาสิ่งแวดล้อมแก้ได้ เพราะส่วนใกญ่เกิดจากคน เกิดจากธรรมชาติน้อยมาก แต่เกิดจากมนุษย์ทั้งสิ้น จึงมีหลายเรื่องที่ต้องระมัดระวัง และต้องติดตามการทำงานของรัฐบาล อยากรู้เรื่องอะไรก็เปิดเว็บดู ทั้งกระทรวงศึกษาธิการและไทยคู่ฟ้า ถ้าไม่อ่านข้อมูลแล้วคิดเอง มันก็จะเฟกนิวส์ จากนั้น นายกฯ พร้อมกับทำท่าเฟกนิวส์ และกล่าวว่า เมื่ออ่านแล้วก็จะต้องใคร่ครวญคิดวิเคราะห์

นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่มากี่ร้อยปี กี่รัชกาลแล้วกว่าจะเป็นประชาธิปไตยวันนี้เรามีฐานรากที่ดีมาแล้ว ถ้าใครทำให้หลักชัย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อ่อนแอลง และแตกความสามัคคี ประเทศไทยจะไปไม่ได้ น่าภาคภูมิใจประเทศไทยไม่เคยเป็นอาณานิคมของใคร เราจะมาทำให้แตกแยกกันทำไม

“ลุงเข้ามาก็เพื่อมาดูแลพวกเราเป็นการชั่วคราว ก็ต้องมีวันจากไปอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ต้องอยู่ในประเทศไทยด้วยกัน และวันหน้าเด็กๆ เหล่านี้ต้องมาดูแลลุง อาๆ โดยสรุปรับไว้ 4 ข้อที่เสนอมาและขอเป็นกำลังใจให้สภาฯ ทำหน้าที่ตามบทบาทเพื่อความก้าวหน้า และขอบคุณภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนับสนุน ต้องการอะไรก็บอกมา งบประมาณมีก็ขอไป ไม่พอก็ขอมา จะได้ช่วยกันขับเคลื่อนไปพร้อมกับคนไทยทั้งชาติ กับกระทรวงศึกษาฯ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

บิ๊กตู่ เซอร์ไพรส์ดอดฟังข้อเสนอสภานักเรียน

บิ๊กตู่ เซอร์ไพรส์ดอดฟังข้อเสนอสภานักเรียน

ทั้งนี้ ในช่วงท้าย นายกฯ ได้ร่วมจับมือร้องเพลงและถ่ายรูป ร่วมกับสภานักเรียน และฝากฝังประเทศชาติให้แก่เด็กๆ ก่อนที่จะขอตัวไปประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

คลิปที่ 3

พชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413501?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

29 มกราคม 2563 – 12:31 น.
เลือกตั้งซ่อม,กำแพงเพชร,เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์
เปิดอ่าน 145 ครั้ง

เปิดสนามเลือกตั้งซ่อม เขต 2 กำแพงเพชร รับสมัครวันแรก เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พรรคพลังประชารัฐ ไร้คู่แข่ง ได้เบอร์ 1

กำแพงเพชร 29 มกราคม 2563 เมื่อเวลา 08.30 น.  นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยที่ปรึกษาประจำกรรมการการเลือกตั้ง ผู้เชี่ยวชาญประจำกรรมการการเลือกตั้ง

อ่านข่าว – คดี ไวพจน์ ไม่กระทบเลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร

ตรวจเยี่ยมการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตำแหน่งที่ว่าง ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอพรานกระต่าย โดยมี นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 2 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 2 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำแพงเพชร ให้การต้อนรับ

สำหรับการรับสมัครในช่วงเช้า มีผู้สมัคร 1 คน ทำให้ไม่ต้องมีการจับสลากหมายเลขผู้สมัคร ซึ่งผู้สมัครรายแรกคือ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พรรคพลังประชารัฐ ได้หมายเลข 1

ทั้งนี้ นายเพชรภูมิเป็นบุตรชายของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส. กำแพงเพชร เขต 2 ซึ่งถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง หลังถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 4 ปี ในคดีเป็นแกนนำม็อบเสื้อแดงล้มการประชุมอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นในเมืองพัทยา

ทำให้มีลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส. เนื่องจากเป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยพ้นโทษมายังไม่ถึง 10 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง โดยขณะนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ อยู่ระหว่างการหลบหนี ไม่มาฟังคำพิพากษาของศาล

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พปชร. ไร้คู่แข่งไม่ต้องจับสลาก

ธนกร เปรียบ บิ๊กตู่ ทองแท้ไม่กลัวไฟลน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/413468?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ธนกร เปรียบ บิ๊กตู่ ทองแท้ไม่กลัวไฟลน

29 มกราคม 2563 – 11:13 น.
ธนกร วังบุญคงชนะ,เฉลิม อยู่บำรุง,อภิปรายไม่ไว้วางใจ,ซักฟอกรัฐบาล,ประยุทธ์,พรรคพลังประชารัฐ,ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เปิดอ่าน 74 ครั้ง

ธนกร ซัด เฉลิม ขู่จนชิน มั่นใจรัฐบาลไม่หายนะเหมือนรัฐบาลในอดีต เปรียบ บิ๊กตู่ ดั่งทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟลน เย้ยระวังอุบไต๋ซักฟอกจนลืมเสียเอง

วันที่ 29 ม.ค. 2563 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจง และมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สามารถชี้แจงได้อย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมารัฐบาลทำงานตรงไปตรงมา ยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ทำงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะการทุจริตคอรัปชั่นนั้นไม่มีแน่นอน

“ธนกร”วอน”เหลิม” อย่าทำตัวเป็น”หมอดู”

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายในเรื่องความล้มเหลวในการบริหารงานนั้น เป็นมุมมองของฝ่ายค้าน และถือเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะได้ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ในทุกเรื่อง ไม่ได้ล้มเหลว เพียงแต่อาจจะยังประชาสัมพันธ์ไม่มากพอเท่านั้น

นายธนกร กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวหารัฐบาลว่าสีเทา และฝ่ายค้านมีข้อมูลเด็ดนั้น ตนไม่แปลกใจและชินกับพฤติกรรมชอบข่มขู่ของ ร.ต.อ.เฉลิม ขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ได้เป็นรัฐบาลสีเทา รัฐบาลจึงไม่หายนะแน่ ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่มีการทุจริตคอรัปชั่นจนต้องหายนะ มีรัฐมนตรีต้องติดคุก บางคนก็หนีไปคนละทิศละทาง อย่างไรก็ตาม เท่าที่ติดตามข่าว ข้อมูลการอภิปรายในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเก่าที่พี่น้องประชาชนทราบอยู่แล้ว ยังไม่มีอะไรใหม่ ร.ต.อ.เฉลิม คงอุบไว้เป็นความลับ เพราะท่านโหมโรงไว้เยอะ แต่ระวังว่าจะเผลอลืมเสียเอง ทั้งนี้ตนมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ เปรียบเสมือนทองแท้ ย่อมไม่กลัวไฟลน