‘TOA’ ถอดรหัสเทรนด์สีใหม่ ปี’64 เพื่อที่อยู่อาศัยในยุค New Normal โดย 10 แรงบันดาลใจสถาปนิกชื่อดัง (TOA COLOR DECODING/TRENDS 2021) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘TOA’ถอดรหัสเทรนด์สีใหม่ ปี’64 เพื่อที่อยู่อาศัยในยุคNew Normal โดย 10 แรงบันดาลใจสถาปนิกชื่อดัง (TOA COLOR DECODING/TRENDS 2021) (naewna.com)

‘TOA’ถอดรหัสเทรนด์สีใหม่ ปี’64 เพื่อที่อยู่อาศัยในยุคNew Normal  โดย 10 แรงบันดาลใจสถาปนิกชื่อดัง (TOA COLOR DECODING/TRENDS 2021)

‘TOA’ถอดรหัสเทรนด์สีใหม่ ปี’64 เพื่อที่อยู่อาศัยในยุคNew Normal โดย 10 แรงบันดาลใจสถาปนิกชื่อดัง (TOA COLOR DECODING/TRENDS 2021)

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำนวัตกรรมสีทาอาคารและผลิตภัณฑ์ปกป้องพื้นผิวแบบครบวงจรในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนล่าสุดได้ถอดรหัสเทรนด์สีใหม่ ประจำปี 2564 ตอบรับกับสไตล์การใช้ชีวิตวิถีใหม่ในยุค New Normal ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก 10 สถาปนิกและนักออกแบบชื่อดังของไทย

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) เผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ก้าวสู่ยุคการใช้ชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal จนกระทั่งการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คน ทั้งกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะและกิจวัตรในพื้นที่ส่วนตัว

“สี” จัดเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในยุค New Normalผู้คนมักใช้เวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้านที่พักอาศัยมากขึ้น TOA ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสีสันและการออกแบบสีจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำสีสันมาช่วยเติมเต็มพื้นที่ความสุขสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับที่อยู่อาศัยตามสไตล์การใช้ชีวิตวิถีใหม่และนี่จึงกลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายภายใต้แนวคิด “TOA COLOR DECODING TRENDS 2021-ถอดรหัสเทรนด์สีแห่งปี2564” เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

โดยครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก 10 กลุ่มสถาปนิกและนักออกแบบชื่อดังของไทยมาร่วมกันสร้างสรรค์พลังความคิดของแต่ละท่านในงานออกแบบ โดยมีสีสันเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องราว จนเกิดเป็นผลงานการออกแบบเฉดสี 10 แรงบันดาลใจ สู่ 10 เฉดสีใหม่ดังนี้ 1.อมตะ หลูไพบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Department ofARCHITECTURE 2.พงศ์ภัทร เอื้อสังคมเศรษฐ์และปานดวงใจ รุจจนเวท ผู้ก่อตั้ง Anonym3.ชนะ สัมพลัง สถาปนิก พาร์ทเนอร์บริษัทสถาปนิก 49 จำกัด 4.จีรเวช หงสกุลผู้ก่อตั้งบริษัทสถาปนิกไอดิน 5.จูน เซคิโน สถาปนิกเจ้าของรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นแห่งเอเชีย 2018 6.กิจธเนศ ขจรรัตนเดชInterior Designer ผู้ก่อตั้ง Taste Space 7.มนัสพงษ์ สงวนวุฒิโรจนา สถาปนิกและ Design Director แห่ง Hypothesis8.PHTAA Living Design โดย พลวิทย์รัตนธเนศวิไล, หฤษฎี ลีละยุวพันธ์ และ ธนวรรธน์ปัจฉิมะศิริ 9.ม.ล.วรุตม์ วรวรรณ สถาปนิกและผู้ก่อตั้ง Vin Varavarn Architects10.วสุ วิรัชศิลป์ สถาปนิกผู้ก่อตั้ง VaSLab ARCHITECTURE

และจากแนวคิดในการเลือกใช้สีสันที่มีความหลากหลายของเหล่าสถาปนิกและนักออกแบบชั้นนำทั้ง 10 กลุ่ม TOA จึงได้นำข้อมูลมาทำการศึกษาและวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของสีสันที่มีความสัมพันธ์กับทัศนคติ รสนิยม และบริบทในการอยู่อาศัยของผู้คนในปี 2021 (TRENDSCOPE) แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่1.Psychology อิทธิพลของสีในเชิงจิตวิทยาที่ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์2.Culture & Lifestyle แรงบันดาลใจจากสีสันในมุมมองต่างๆ ผ่านศิลปะ ดนตรีภาพยนตร์และวัฒนธรรมอาหาร 3.Experience ประสบการณ์จากการเดินทาง การสัมผัส พบเห็น ถ่ายทอด เป็นสีสันแห่งภาพจำบอกเล่าเรื่องราวที่ประทับใจ 4.Element Design& Materialสีสันของวัสดุ ทั้งจากธรรมชาติและการสังเคราะห์ขึ้น หรือสีสันที่เกิดจากองค์ประกอบในงานออกแบบ 5.Science หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เกิดสีสันในรูปแบบใหม่ๆ

จนทำให้เกิดเป็น 10 เทรนด์สีใหม่ ประจำปี 2564 (New Colors 2021) ประกอบด้วย กลุ่มสี Muted แสดงถึงความเรียบง่ายของสีโทนกลางๆ ด้วย 5 เฉดสี ที่มักใช้เป็นสีพื้นฐานในการออกแบบ ง่ายต่อการจับคู่ผสมผสานกับวัสดุที่หลากหลายได้อย่างลงตัว และ กลุ่มสี Chroma แสดงถึงการเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปด้วยสีสันที่ชัดเจนและจัดจ้านอีก 5 เฉดสี เพื่อแต่งแต้มและกระตุ้นให้ชีวิตวิถีใหม่มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

“และนี่คือเทรนด์สีใหม่จากการถ่ายทอดเรื่องราวโดยสถาปนิกชื่อดัง และ TOA ได้นำมาถอดรหัสแบบไม่ลับจนกลายเป็น 10 เฉดสี ที่สามารถนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ เพื่อสร้างพื้นที่สีสันแห่งความสุขให้ที่อยู่อาศัยของคุณต่อไป”

นางเอกดังแดนมังกร สวมชุดจากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – นางเอกดังแดนมังกร สวมชุดจากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ (naewna.com)

นางเอกดังแดนมังกร สวมชุดจากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์

นางเอกดังแดนมังกร สวมชุดจากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ฝีมือไทยดีไซเนอร์ก็เริ่ดปังไม่แพ้ชาติใดในโลก เมื่อ หวง เซิ่งอี (Huang Shengyi) นางเอกดัง ดีกรีนางเอกของ “โจว ซิงฉือ” ที่แจ้งเกิดในภาพยนตร์เรื่อง Kung FuHustle และมี Followerใน weibo ถึง 32 ล้านFollower คว้าชุดว่ายน้ำสีดำปักเลื่อมสุดหรูจาก แคปซูลคอลเลคชั่น “Rainbow Glam”ของแบรนด์ AB.Angelys Balek ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นพิเศษที่ทางแบรนด์ได้คอลลาบอเรชั่นกับ Anna Dello Russo (แอนนา เดลโล รุสโซ่) แฟชั่นไอคอนคนดังระดับโลก ใส่ออกรายการBeijing Satellite TV Super Show

เรียกว่าการปรากฏตัวของ หวง เซิ่งอี ในครั้งนี้กลายเป็นกระแสในโลกโซเซียลไม่น้อย โดยเฉพาะสายแฟแดนมังกรที่ต่างชื่นชมในลุคนางพญาสวยหรูด้วยการมิกซ์แอนด์แมทช์ ชุดว่ายน้ำคอวีสีดำปักเลื่อม ชื่อชุด Black sequin Halterneck bodysuitของ AB.Angelys Balekนำมาใส่เป็นบอดี้สูท เข้าคู่กับกระโปรงเลื่อมยาวผ่าสูง โชว์เรียวขาเรียวยาวสุดเซ็กซี่ เพิ่มความสวยหรูดูแพงแบบดับเบิ้ลด้วยต่างหูระย้า และรองเท้าส้นสูงงานนี้นางเอกสาว หวง เซิ่งอี นอกจากจะออกสเต็ปแดนซ์แบบเซ็กซี่สุดๆ แล้วยังโชว์น้ำเสียงหวานๆ ในเพลง “Why Don’t You Go to Heaven” อีกด้วย

สาวคนไหนอยากลองลุคสุดแซ่บแบบสาว หวง เซิ่งอีสามารถแวะมาชมได้ที่ ชั้น Gศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่หรือ 

https://www.angelysbalekshop.com/ 

และ

Instagram : @angelysbalekth#AB#ABWorld#ABAngelysBalek

บลู เอเลเฟ่นท์ แนะนำเมนู ‘Christmas 2020’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – บลู เอเลเฟ่นท์ แนะนำเมนู ‘Christmas 2020’ (naewna.com)

บลู เอเลเฟ่นท์ แนะนำเมนู ‘Christmas 2020’

บลู เอเลเฟ่นท์ แนะนำเมนู ‘Christmas 2020’

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บลู เอเลเฟ่นท์ ขอมอบความสุขให้คุณได้ร่วมเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสกับครอบครัวและเพื่อนๆ สัมผัสเสน่ห์ปลายจวักของเชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ แห่งร้าน
บลู เอเลเฟ่นท์ ที่รังสรรค์อาหารไทยแท้ ด้วยวัตถุดิบ ชั้นเลิศจากโครงการหลวง และชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทยออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ แฝงด้วยอัตลักษณ์แห่งความไทยในรูปแบบร่วมสมัย ซึ่งครองใจคนไทยและชาวต่างชาติมายาวนานกว่า 40 ปี ลิ้มลองความอร่อยในเมนู “Christmas 2020” ท่ามกลางบรรยากาศ
สุดแสนโรแมนติก

เริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วย เมนูกุ้งแม่น้ำยำสมุนไพร อโวคาโด ซัลซ่า-กุ้งแม่น้ำย่างหอมกรุ่นรับประทานเคียงกับเครื่องยำสมุนไพร ตะไคร้ ขิง น้ำมะขาม ยำมะม่วง-อโวคาโด Puree จากโครงการหลวง-คาเวียร์จากฟาร์มหัวหิน

อาหารว่าง : ลาบเป็ดกงฟีพริกมะแขว่นสตรอว์เบอร์รี่ เป็ดฉะเชิงเทราย่างด้วยเทคนิคพิเศษตามแบบฉบับของฝรั่งเศส คลุกเคล้า เครื่องสมุนไพรไทย ข้าวคั่ว น้ำมะขาม และสตรอว์เบอร์รี่โครงการหลวง-ตับห่านซอสมะขาม มะม่วงน้ำดอกไม้ : Landes Foie Gras หรือตับห่านจากเมืองล็องด์ ประเทศฝรั่งเศส นำมาเซียจนกรอบนอกนุ่ม

อาหารจานหลัก : แซลมอนพริกขี้หนูกะเพรา เส้นพาสต้าทรัฟเฟิล-แซลมอนคัดพิเศษ ผัดกับพริกขี้หนู กระเทียมออร์แกนิก และใบกะเพรา ราดบนเส้นพาสต้าทรัฟเฟิล เสิร์ฟบนกระทะร้อนที่ส่งกลิ่นหอมเย้าย้วนชวนรับประทาน

แกงมัสมั่นไก่บ้าน : เมนูอันเลื่องชื่อของบลู เอเลเฟ่นท์ โดยได้แรงบันดาลใจจากบทกวีของรัชกาลที่ 2 ใช้พริกแกงมัสมั่นสูตรเฉพาะของร้าน แล้วปรุงรสด้วย น้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ มันเทศ และเกาลัด ผักขมผัดปูพริกกระเทียมรับประทานคู่กับข้าวมันในลูกมะพร้าวอ่อน : ข้าวมันสูตรโบราณ ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูผสมข้าวหอมมะลิแล้วหุงด้วยน้ำกะทิ เพิ่มความหอมด้วยใบเตย ที่ให้รสสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังพอดี และหอมกรุ่นด้วยกลิ่นใบเตย

ปิดท้ายด้วยขนมหวานแสนอร่อย :ขนมหม้อแกงถั่วพิตาชิโอ้ ช็อกโกแลตลาวา : ขนมหม้อแกงถั่วพิตาชิโอ้ รับประทานคู่กับช็อกโกแลตเบลเยียมลาวา และไอศกรีมวานิลลา

ในราคาสุทธิเพียง 1,555 บาทต่อท่าน ในระหว่างวันที่ 25- 26 ธันวาคม 2563 พร้อมคืนกำไรให้ลูกค้า ด้วยของขวัญสุดพิเศษ หรือห้องพักสุดหรูจากโรงแรมศรีพันวา-โรงแรมพาร์คไฮแอท กรุงเทพฯ-โรงแรมบาบา บีชคลับ นาใต้ สามารถร่วมรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลได้ที่ https://bit.ly/christmas-lucky-draw

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อที่เบอร์โทรศัพท์02-6739353-8 ทุกวันตั้งแต่ 11.00-21.30 น. และติดตามข่าวสารได้ที่ www.blueelephant.com Facebook: @BlueElephantBangkok LINE ID : @blueelephantbkk

SDG Lab by Thammasat & AIS ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อความยั่งยืนแห่งแรกในเอเชีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – SDG Lab by Thammasat & AIS ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อความยั่งยืนแห่งแรกในเอเชีย (naewna.com)

SDG Lab by Thammasat & AIS  ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อความยั่งยืนแห่งแรกในเอเชีย

SDG Lab by Thammasat & AIS ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อความยั่งยืนแห่งแรกในเอเชีย

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมชัย เลิศสุทธิวงค์, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ และ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

จากปัญหาสภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีสาเหตุจากมนุษย์ นอกจากจะส่งผลกระทบกับโลกแล้ว ยังส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อทุกชีวิตบนโลก ซึ่งนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) จึงเป็นเป้าหมายที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยให้ความสำคัญมากขึ้นและถูกใช้เป็นฐานการกำหนดนโยบายของประเทศและองค์กร มีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรโลกโดยยังสามารถรักษาระดับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์ไม่ให้เกินศักยภาพการผลิตของธรรมชาติ และมุ่งเน้นความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

เอไอเอส ในฐานะพลเมืองดีของสังคม ที่มุ่งมั่นเดินหน้านำเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลขับเคลื่อนประเทศไทยในทุกมิติจึงร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดศูนย์ปฏิบัติการเพื่อความยั่งยืนแห่งแรกในเอเชีย “SDG Lab” ที่อาคารเรียนรู้ป๋วย100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อเป็นห้องแล็บหรือห้องปฏิบัติการที่เป็นมากกว่า Co-Working Space  เพื่อให้เหล่านวัตกรและคนทั่วทุกมุมโลกที่ต้องการทำโปรเจกท์ที่มุ่งแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เข้ามาสร้างนวัตกรรมเพื่อโลกให้เกิดขึ้นจริง โดยมุ่งเน้นไปที่โครงการขนาดเล็ก ใช้งบประมาณน้อยแต่เกิดผลมาก

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอสกล่าวว่า “เอไอเอส มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจที่ตั้งอยู่บนแนวคิดความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่องโดยนำเทคโนโลยี 5G และ IoT ที่เชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีสำคัญแห่งยุคเข้ามาเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและสังคมให้ดีขึ้น

กีต้า ซับบระวาล ผู้ประสานงานสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย

SDG Lab by Thammasat & AIS จึงมีความตั้งใจจะเป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์และส่งเสริมเรื่องการลงมือทำเรื่องความยั่งยืน สร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างมีผลกระทบในเชิงบวก สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง รวมถึงการออกแบบตกแต่งสถานที่ก็ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เริ่มตั้งแต่ ไม่มีการติดตั้งฝ้าเพดาน, จัดทำสไลเดอร์เชื่อมระหว่างชั้น 1 และชั้น 2แทนสัญลักษณ์การลื่นไหลของไอเดียที่เป็นประโยชน์ในการเคลื่อนตัวของนวัตกรรม เฟอร์นิเจอร์ที่นำมาใช้เป็นงานรีไซเคิลจากวัสดุทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว, ไม้ยางพาราที่ตายแล้ว, กล่องเครื่องดื่ม หรือแม้แต่เศษเหล็กที่เหลือจากการพิมพ์อุปกรณ์ก็ถูกรียูสเป็นชิ้นงานตกแต่งพื้นที่ นอกจากนี้ ยังจัดพื้นที่ Open Space มีโซนปฎิบัติการต่างๆ เช่น Demonstration Space,Makerspaces, Co-WorkingSpace, Event Space และ Meeting room เพื่อเอื้อให้เกิดการลงมือทำและสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกคน โดยมี Network Infrastructure และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น3D Printing, อุปกรณ์เครื่องไม้,เครื่อง มือไฟฟ้า และอื่นๆอีกมากมายคอยอำนวยความสะดวก

พร้อมกันนี้ ยังมีการนำร่องสร้าง SMART City ด้วยการทำ Smart Farm ครอบคลุมบริเวณอุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี โดยติดตั้งอุปกรณ์ 5G และ IoT ควบคุมดูแลการเพาะปลูกแบบอัตโนมัติและติดตั้งสถานีวัดสภาพอากาศและวัดปริมาณฝุ่น PM2.5 ไว้บนแปลงเกษตรบนดาดฟ้าของอาคารอุทยานฯ ที่สามารถควบคุมการทำงานผ่านระบบฟาร์มอัจฉริยะ Smart Farm เพื่อบริหารจัดการน้ำในภาคการเกษตรให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน และเร็วๆ นี้จะขยายลงไปพื้นที่ด้านข้างอีก 100 ไร่ เพื่อให้เป็นแปลงนาปลูกข้าวสำหรับคนในมหาวิทยาลัยและชุมชน นอกจากนี้จะนำ 5G เข้ามาเป็นส่วนช่วยการพัฒนาความเป็นอยู่ของเมือง เช่น การนำรถยนต์ไร้คนขับมาวิ่งอยู่ไหนมหาวิทยาลัย โดยใช้เทคโนโลยี 5G เข้ามาควบคุม และยังเป็นรถพลังงานไฟฟ้าอีกด้วย ซึ่งเอไอเอสจะใช้ธรรมศาสตร์เป็นจุดทดสอบของการพัฒนาเมือง”

SDG Lab by Thammasat&AIS

ด้าน รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีเป้าหมายการพัฒนาสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชนและความยั่งยืน เราจึงร่วมมือกับ AIS นำเทคโนโลยีที่สำคัญต่างๆ เข้ามาพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการเพื่อความยั่งยืน SDG Lab by Thammasat & AIS แห่งนี้เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่สนใจในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมาใช้สถานที่แห่งนี้มาทดลองให้เกิดผลจริง และแก้ไขสิ่งที่ดำเนินการนั้นให้เป็นรูปธรรม ที่จะส่งผลประโยชน์ต่อประเทศชาติและทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง”

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “ปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ธรรมศาสตร์มีอาคารป๋วย 100 ปี ที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อได้ร่วมกับเอไอเอสสนับสนุนเทคโนโลยีมาเป็นโครงสร้างพื้นฐาน เปิดกว้างให้ผู้ที่คิดเหมือนกัน มาเจอกันได้มาเรียนรู้กัน ช่วยกันสร้างโปรเจกท์ที่สามารถใช้งานได้จริง ส่งผลกับคนได้มาก แต่ใช้งบประมาณน้อย เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมที่ดีได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับสังคมและประเทศ และทำให้ Living Lab แห่งนี้เปลี่ยนแปลงโลกได้จริง”

กีต้า ซับบระวาล ผู้ประสานงานสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “SDG Lab by Thammasat & AIS เป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจโดยเฉพาะในกลุ่ม
นักเรียนนักศึกษา ที่จะมาร่วมระดมความคิดในการแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโลกร้อน ความหลากหลายในเรื่องต่างๆดิฉันในฐานะตัวแทนของสหประชาชาติ จะขอติดตามดูการเติบโตของ SDG Lab และยินดีให้การสนับสนุนการพัฒนาเหล่านี้ที่เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายของสหประชาชาติ”อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

บรรยากาศภายใน SDG Lab by Thammasat&AIS

บรรยากาศภายใน SDG Lab by Thammasat&AISอุปกรณ์ IoT ควบคุมการเพาะปลูกแบบอัตโนมัติอุปกรณ์ IoT ควบคุมการเพาะปลูกแบบอัตโนมัติ

‘ดูซี่ ดิจิแล็บ’ จับมือ ‘CAT’ ชวนเสพงาน ‘Digital Art’ ครั้งแรกในไทย กับโครงการ ‘Digital Delicious’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘ดูซี่ ดิจิแล็บ’จับมือ’CAT’ ชวนเสพงาน’Digital Art’ครั้งแรกในไทย กับโครงการ’Digital Delicious’ (naewna.com)

'ดูซี่ ดิจิแล็บ'จับมือ'CAT' ชวนเสพงาน'Digital Art'ครั้งแรกในไทย กับโครงการ'Digital Delicious'

‘ดูซี่ ดิจิแล็บ’จับมือ’CAT’ ชวนเสพงาน’Digital Art’ครั้งแรกในไทย กับโครงการ’Digital Delicious’

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.26 น.

Doozy Digilab (ดูซี่ ดิจิแล็บ) ผู้นำด้านการสร้างสรรค์ประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง ในการนำเสนอ Digital Art ล้ำสมัยให้เป็นที่รู้จัก ร่วมกับ บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ผู้นำธุรกิจดิจิทัลและสื่อสารโทรคมนาคม พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ใน Project Digital Delicious โดยเชิญทีมศิลปินดิจิทัลรุ่นใหม่ มาร่วมกับศิลปินไทยชั้นนำในสายงานต่างๆ สร้างประสบการณ์ Interactive Dining Experiences เต็มรูปแบบครั้งแรกในเมืองไทย ผสานศาสตร์แห่งการปรุงอาหารระดับ Fine Dining กับงานศิลป์แห่งเทคโนโลยี เพิ่มความ สนุกสนานในมื้ออาหาร ด้วยดิจิทัลอาร์ต พร้อมเปิดให้ทุกคนได้สัมผัส ที่โรงแรมแกรนด์ เชอราตัน สุขุมวิท , เอ ลักซ์ชัวรี่ คอลเล็คชั่น โฮเท็ล

“การสร้างประสบการณ์ด้านดิจิทัลให้กับผู้บริโภคไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์/ซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่ยังต้องมีการสร้าง Experience Design เพื่อให้เทคโนโลยีดิจิทัล เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมและการให้บริการที่ดีกว่าให้กับลูกค้า CAT จึงได้ร่วมกับ Digital Delicious สร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่สนุกเพลิดเพลินไปกับโชว์ในรูปแบบดิจิทัลที่มีความกลมกลืนกับเมนูอาหาร และนั่นคือคือเป้าหมายหนึ่งของ CAT ที่ต้องการพัฒนาประสบการณ์ด้านดิจิทัลให้กับผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุกธุรกิจ” ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและบริการCAT กล่าว

ด้าน นางสาวรัญจิรา คงสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูซี่ ดิจิแล็บ ผู้สร้างสรรค์แรงบันดาลใจใให้กับธุรกิจอาหารและโรงแรมผ่านประสบการณ์ Interactive Dining กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้ ผู้คนไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ งาน Digital Delicious ตอบโจทย์ให้กับผู้ที่ต้องการหาประสบการณ์ Digital Art รูปแบบใหม่ ในการทานอาหาร “เราระดมทีมศิลปินดิจิทัลรุ่นใหม่ ทั้งนักวาดภาพประกอบ คีตกวี มิกโซโลจิสต์ นักออกแบบกลิ่น และเชฟมือรางวัลระดับโลก มาร่วมสร้างสุนทรียศิลป์ในมื้ออาหาร ผสานศาสตร์การปรุงอาหารระดับ Fine Dining จัดเต็มเทคนิคทั้ง 4D Mapping, Multi touch screen, Interactive Multi Media สร้างสรรค์ภาพ แสง สี เสียง กลิ่น รส และสัมผัส ให้เป็นมื้ออาหาร ที่สร้างความประทับใจสำหรับทุกท่าน”

Digital Delicious พร้อมมอบประสบการณ์ Digital Art ที่จะสร้างความประทับใจระหว่างมื้ออาหาร ได้แก่ Castle in the Sky เริ่มต้นการเดินทางไปกับมื้ออาหารสุดหรูในปราสาทลอยฟ้า ท่ามกลางเหล่าอัศวินเพื่อหลอมรวมทุกคนเป็นหนึ่งเดียว สถานที่แห่งนี้เส้นแบ่งของสองโลกจะค่อยๆ ทะลายมาบรรจบกันThe Garden of Dreams ปล่อยใจให้โลดแล่นไปในสวนแห่งความฝัน พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับเหล่าสรรพสัตว์ และสีสันหมู่มวลดอกไม้ Deep Blue Sea ดำดิ่งลงไปยังใต้ทะเลลึกสู่อาณาจักรแสนลึกลับ “The Octlantis” ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าสัตว์ทะเล A Space Odyssey ล่องลอยสู่ห้วงอวกาศ แสงประกายส่องสว่างจากหมู่ดาวระยิบระยับ ค้นหาความหมายของการเดินทางไปกับเกมส์ Interactive แสนสนุก ร่วมสร้างบทส่งท้ายประสบการณ์ ด้วยการพิมพ์และส่ง ข้อความจากโต๊ะ ลอยขึ้นไปอยู่ใน Galaxy

ตอบสนองครบทุกประสาทสัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส พร้อมอิ่มเอมไปกับชุด อาหาร 4 คอร์ส โดย เชฟเกตาโน่ พาลุมโบ้ เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ ประสบการณ์กว่า 20 ปี ทั้งมื้อกลางวัน , จิบน้ำชายามบ่าย มื้อค่ำ หรือจัดงานปาร์ตี้ ทุกเมนูบรรจงรังสรรค์อย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน สอดรับกับประสบการณ์แฟนตาซีในรูปแบบ Digital Art อย่างกลมกลืน digitaldelicious เปิดให้บริการ ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไปจำกัดเพียงรอบละ 20 ท่าน สำหรับผู้ที่สนใจ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website: www.digitaldelicious.net

Facebook: facebook.com/DigitalDelicious

Instagram: Digital_Delicious_th

โทร. 088 055 6699

‘Thai-Chinese Black Gold Douyin Contest – ไทยฮิต จีนฮอต 2020’ ครั้งแรกในไทยกับการประกวดคลิปสั้นบนสื่อออนไลน์ข้ามประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘Thai-Chinese Black Gold Douyin Contest – ไทยฮิต จีนฮอต 2020’ ครั้งแรกในไทยกับการประกวดคลิปสั้นบนสื่อออนไลน์ข้ามประเทศ (naewna.com)

‘Thai-Chinese Black Gold Douyin Contest - ไทยฮิต จีนฮอต 2020’ ครั้งแรกในไทยกับการประกวดคลิปสั้นบนสื่อออนไลน์ข้ามประเทศ

‘Thai-Chinese Black Gold Douyin Contest – ไทยฮิต จีนฮอต 2020’ ครั้งแรกในไทยกับการประกวดคลิปสั้นบนสื่อออนไลน์ข้ามประเทศ

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.46 น.

Black Gold Entertainment ภายใต้บริษัท ไทยเจียระไนกรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตสื่อภาษาจีนในประเทศไทย ร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นที่นิยมที่สุดของจีนอย่าง Douyin จัดการแข่งขันคลิปสั้นบนสื่อออนไลน์ระหว่างประเทศเป็นครั้งแรก ภายใต้งาน “Thai-Chinese Black Gold Douyin Contest — ไทยฮิต จีนฮอต 2020” เพื่อสร้างกระแสและผลักดันให้เน็ตไอดอลไทยก้าวไปสู่การเป็น  Influencer  ชื่อดังในประเทศจีน พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางในการเผยแพร่ผลงานความสามารถในการสร้างสรรค์เนื้อหาการผลิตคลิปสั้นของคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์ต่อชาวจีนผ่านแพลตฟอร์มที่เป็นที่นิยมของจีนอีกด้วย โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมไทย,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,เทศบาลนครภูเก็ต  และ เทศบาลเมืองพัทยา

Black Gold Entertainment  นับเป็นเครือข่ายครบวงจร MCN (Multi Channel Network) ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้ บริษัท ไทยเจียระไนกรุ๊ป จำกัด ที่รวบรวมเอาบรรดาสื่อของไทยและจีนมาไว้ด้วยกัน พร้อมยังได้สร้างมาตรฐานการบริหารจัดการดูแลเน็ตไอดอล อาทิ การถ่ายทำคลิปวีดีโอ เพื่อตอบรับการเติบโตของธุรกิจคลิปวีดีโอ การดำเนินการด้าน KOL และการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มมูลค่าธุรกิจแบบครบวงจร

Douyin แพลตฟอร์มออนไลน์ด้านคลิปวิดีโอยอดนิยมในประเทศจีนที่มาในรูปแบบแอพพลิเคชั่น หรือ Tiktok ในเวอร์ชั่นจีน เป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถสร้างสรรค์เนื้อหา ความสนุกสนาน และแชร์ให้ชาวโลกได้เห็น ซึ่ง Douyin ได้กลายเป็นแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในประเทศจีน โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 800,000,000 ราย อีกทั้งยังเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีอิทธิพลด้านการโปรโมทในรูปแบบคลิปสั้นอีกด้วย

นอกจากนี้การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ยังช่วยประชาสัมพันธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในด้านต่างๆ จากการนำเอาทรัพยากรด้านสื่อที่มีจากทั้งสองฝ่าย มาหลอมรวมและผสมผสานให้เกิดเป็นผลงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ  ซึ่งผลงานเหล่านี้สามารถช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ ส่งเสริมเศรษฐกิจการค้า ส่งเสริมการท่องเที่ยว และส่งเสริมด้านวัฒนธรรมต่างๆ ของไทยให้แพร่หลายในรูปแบบที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

มีบรรดาTiktokerชื่อดัง อาทิกั้ง (@.kangg) เจ้าแม่ติ๊กต่อกขาแดนซ์, อาร์ต (@artymilk)ติ๊กต่อกเกอร์สายอารมณ์ดี, บอล (@balllybell85)ติ๊กต่อกเกอร์หนุ่มสายฮา, แคริส (@thisiscarys555) ติ๊กต่อกเกอร์วัยรุ่นชื่อดัง ฯลฯ ที่ตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้จัดให้มีการแข่งขันโดยแบ่งเป็น 4 รอบคือ  รอบ Auditionผู้เข้าแข่งขันสามารถจัดทำคลิปตามหัวข้อที่กำหนดไว้ พร้อมโพสต์และติดแฮชแท็ก #ไทยฮิตจีนฮอต2020#sayhidanceลงในแอปพลิเคชั่นTiktokโดยทางทีมงานจะคัดเลือกคลิปจากยอดผู้ชม สูงสุด 50 คลิป เพื่อเข้าสู่รอบที่ 1

รอบที่ 1 คลิปที่เข้ารอบ สูงสุด 50คลิป โดยทาง Black Gold Entertainment จะทำการแชร์คลิปที่เข้ารอบลงบน Douyin ภายใต้บัญชีทางการของ Black Gold Entertainment เพื่อให้ชาวจีนได้รับชม ทั้งนี้ คลิปที่ได้คะแนนการรับชมมากที่สุด 20 อันดับ + คะแนนจากคณะกรรมการ จะได้ผ่านเข้ารอบที่ 2

รอบที่ 2 รอบรองชนะเลิศ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 20 คน จะได้รับหัวข้อการทำคลิป และทาง Black Gold Entertainment จะทำการเปิดบัญชี Douyin ผู้เข้ารอบทุกคน แล้วนำคลิปเผยแพร่บน Douyin คลิปที่ได้รับการรับชมมากที่สุด 10 อันดับ พร้อมได้รับคะแนนจากคณะกรรมการ จะได้ผ่านเข้าสู่รอบที่ 3

และรอบที่ 3 รอบชิงชนะเลิศ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย จะได้รับหัวข้อการทำคลิป แล้วนำมาเผยแพร่คลิปบน Douyin  ผ่านบัญชีทางการที่ทาง Black Gold Entertainment เปิดให้ คลิปที่ได้รับการรับชมมากที่สุด พร้อมได้รับคะแนนจากคณะกรรมการมากที่สุดจะได้รับรางวัลชนะเลิศ นอกจากนี้ผู้ที่ได้รับคะแนนน้อยลงจะได้รับรองชนะเลิศ 2 อันดับและรางวัลชมเชยด้านต่างๆ ในอันดับถัดไป

‘จา พนม’ เปิดใจจากสตั๊นท์แมน สู่นักแสดงนำหนังบู๊ระดับฮอลลีวูด เผยเส้นทางนี้ไม่ง่ายเลย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘จา พนม’เปิดใจจากสตั๊นท์แมน สู่นักแสดงนำหนังบู๊ระดับฮอลลีวูด เผยเส้นทางนี้ไม่ง่ายเลย (naewna.com)

'จา พนม'เปิดใจจากสตั๊นท์แมน  สู่นักแสดงนำหนังบู๊ระดับฮอลลีวูด เผยเส้นทางนี้ไม่ง่ายเลย

‘จา พนม’เปิดใจจากสตั๊นท์แมน สู่นักแสดงนำหนังบู๊ระดับฮอลลีวูด เผยเส้นทางนี้ไม่ง่ายเลย

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 20.03 น.

กว่าจะขึ้นแท่นมาเป็นดารานักบู๊เบอร์หนึ่งของไทย นั้นไม่ง่ายเลย สำหรับ หนุ่มจา พนม แต่เป้าหมายกลับเกินฝันเมื่อได้ไปเป็นถึงนักแสดงนำหนังบู๊ที่ฮออลลีวูด ซึ่งเจ้าตัวได้มาเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้นตั้งแต่เป็นสตั๊นท์แมนอยู่เบื้องหลัง จนก้าวมาอยู่เบื้องหน้าและมีชื่อเสียงในระดับโลก ผ่านทางรายการคุยแซ่บSHOW ทางช่องวัน 31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา และอาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร

สมัยเป็นนักแสดงหนังบู๊?

จา : 18 ปีแล้วเรื่ององค์บาก ก่อนหน้านั้นทำมาทุกอย่าง ทำงานในกองถ่าย ความฝันตอนเด็กอยากเป็นนักแสดงแอคชั่นก็ทำตามความฝันโดยไปสมัครเป็นสตั๊นท์แมนมาก่อน เริ่มต้นตอนอายุ  14 แต่พอ 18-19 เราเริ่มเห็นทางของตัวเองไปแคสภาพยนตร์ของต่างชาติที่มาถ่ายที่เมืองไทย มีโอกาสได้ไปเป็นสตั๊นท์พระเอกผู้กำกับอยากได้เตะสูงเราเป็นนักตะกร้อมาก่อนก็ทำได้ จากนั้นอีก 2-3 ปี เรารู้สึกว่าเป็นแค่เงา เพราะอยู่แต่เบื้องหลัง เราอยากเอาความสามารถของเราไปอยู่เบื้องหน้า เลยทำเดโม่ขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดความสามารถของเราให้นักลงทุนเห็น เรามาฝึกฝนด้วยตัวเองบวกกับศิลปะการต่อสู้ของไทยมวยไทยมันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก จนได้มาเล่นองก์บาก คือจุดเปลี่ยนของชีวิตเลยจากสตั๊นท์มาเป็นนักแสดงนำ

ชีวิตเปลี่ยนขนาดไหน?

จา : ก็มีคนรู้จักมากขึ้น เราก็ต้องเข้าสังคม ออกงาน มีงานเข้ามา ปรับตัวตามสภาวะ กว่าจะมาถึงจุดเปลี่ยนก็มีเรื่องท้อ เพราะว่าคนเราไม่ได้เพอร์เฟคท์ เรามีสมาธิในเป้าหมายขอเราคือการเดินไปข้างหน้า

ช่วงที่โด่งดังมากๆหายหน้าไปพักนึง?

จา : เป็นช่วงวิบาก เราเก็บเกี่ยวพลังสมาธิที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้า หลังจากจบต้มยำกุ้งมันเป็นการเตรียมตัวที่จะไปฮอลลีวูด สิ่งที่เราตัดสินใจไปสร้างหาประสบการณ์ ครอบครัวเราก็ซัพพอร์ต ตอนนั้นเราพยายามคิดบวกรู้จักเรื่องสมาธิ ความต้องการและเป้าหมายของเราจริงๆคืออะไร

ไปที่โน่นโชว์เตะต่อยค่ายหนังเยอะมาก?

จา : ใช่ครับ มันไม่ได้ง่ายเลย ต้องไปทำเอเจนท์ทุกค่ายเชื่อ ผมไปโชว์ความเป็นไทย ศิลปะมวยไทย ความแอคชั่นแบบไม่ใช้เทคนิคของเรา มันได้ใจเขา เขาชอบ ความกล้ากับความกลัวมันเป็นของคู่กัน ตัดความกลัวออกกล้าที่จะไป

ตอนที่พุ่งไปหาเป้าหมายต้องทิ้งอะไรมั้ย?

จา : ไม่ตัดอะไรเลยเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนและคนรอบข้างเข้าใจเรา ภาษาไปตอนแรกก็งูๆปลาๆ ก็มีไปเรียนภาษา พอได้มาเล่นฮอลลี่วูดเป็นนักแสดงนำ มันคือเป้าหมายสูงสุดในชีวิตที่ผมอยากทำ

อุบัติเหตุกลางกอง?

จา : ฉากแอคชั่นเตะต่อยข้อเท้าพลิกแบบเสียงดังเลย ส่งไปโรงพยาบาลเลยปิดกอง คุณหมอตรวจเอ็กซเรย์ มันเป็นช่วงข้อต่อพลิกนิดหน่อยไม่หักไม่ฉีก แต่เขาใส่เฝือก

ทำไมไม่บอกเมีย?

จา : เราไม่อยากให้เขาเป็นห่วง ไม่อยากให้ที่บ้านเป็นห่วง ถ้าเราบอกเขาข่าวมันต้องไปเยอะ เราก็ใส่เฝือกไปถ่ายต่อ เมียก็ไม่รู้ กลัวเขาเป็นห่วง

ทำไมไม่เคยเปิดตัวภรรยา “บุ้งกี๋” ในสื่อ?

จา : ในโซเชียลคนก็จะรู้ ภรรยาไม่อยากออกสื่อ เขาบอกอยู่แบบนี้สบายใจกว่า มีลูกสาว 2 คน เรือนแก้วกับจอมขวัญ เหมือนเราทั้ง 2 คนเลย เขาก็มีแวว เคยเอาไปดูที่ญี่ปุ่น จีน แต่ที่ฮอลลีวูดไม่เคย ถ้าหากเขาอยากเราก็สนับสนุนดูที่เค้าชอบหรือไม่ชอบไม่ได้บังคับ เวลาไปถ่ายงานต่างประเทศเราก็มีโซเชียลคิดถึงมาก

มองหนทางตัวเองยังไง?

จา : เราไปปักธง เราภูมิใจเรา ผมได้เห็นโลกภาพยนตร์เยอะมาก เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพราะฉะนั้นอะไรที่เราสามารถสร้างทีมในเมืองไทยได้ มันจะเกิดขึ้นได้
 
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘สิงโต’ รับบท ผู้ชายหวานๆ ช่วย ‘น้ำตาล’ ปอกผลไม้ หวังทำคะแนน อ้อนสาว พิชิตใจ! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘สิงโต’รับบท ผู้ชายหวานๆ ช่วย’น้ำตาล’ปลอกผลไม้ หวังทำคะแนน อ้อนสาว พิชิตใจ! (naewna.com)

'สิงโต'รับบท ผู้ชายหวานๆ ช่วย'น้ำตาล'ปลอกผลไม้  หวังทำคะแนน อ้อนสาว พิชิตใจ!

‘สิงโต’รับบท ผู้ชายหวานๆ ช่วย’น้ำตาล’ปลอกผลไม้ หวังทำคะแนน อ้อนสาว พิชิตใจ!

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.11 น.

งานนี้ขอเดินลุยหน้าทำคะแนนจีบสาว สุดกำลัง สำหรับหนุ่ม“สิงโต -ปราชญา เรืองโรจน์”ที่คอยแอบปลื้มสาว“น้ําตาล-ทิพนารี วีรวัฒโนดม” ในซีรีส์ “โลกทั้งใบ ให้นายคนเดียวเดอะซีรีส์” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 มานาน จนโอกาสมาถึง เราเลยได้เห็นซีนหวานๆ ที่หนุ่มสิงโตเค้าหยอดสาวน้ำตาลเต็มที่ เบื้องหลังจะน่ารักขนาดไหนไปชมกัน

เรื่องราวป้อน(น้ำตาล)เอาผลไม้ มาเยี่ยมพ่อของเม่น(สิงโต) และไม้(โอห์ม)ที่บ้าน เพราะหวังว่าจะได้เจอกับไม้ เม่นชวนป้อนเข้าไปในบ้าน ป้อนอาสาปลอกผลไม้ให้พ่อของเม่นทาน เม่นเลยขอเป็นลูกมือช่วยปลอกผลไม้เอง จนโดนมีดบาด เลือดไหลไม่ยอมหยุด สุดท้ายเดือดร้อนไปถึงไม้ที่ต้องเข้ามาดูน้องฉากนี้ยกกองถ่ายทำไปที่ ESC Studio รังสิต บรรยากาศวันนี้แอบร้อนนิดๆแต่ความสดใสของสาวๆหนุ่มๆก็หายร้อนไปได้บ้าง อิอิ เพราะหนุ่มสิงโต ต้องย้อนวัย เป็นเด็กมัธยมใส่ชุดนักเรียน น่ารักสุดๆ ด้านสาวน้ำตาลมาในชุดเสื้อสีหวาน ลายดอกไม้ ส่วนหนุ่มโอห์มมาในลุคเท่ห์กับชุดช่างซ้อมเครื่องรถยนต์  พอพร้อมผู้กำกับ ดร.องอาจ สิงห์ลำพอง เรียกนักแสดงทั้งหมดมารวมตัวกันที่ห้องโถงของบ้าน เริ่มซ้อม ผู้กำกับ ให้น้ำตาลปลอกผลไม้โชว์ ให้สิงโต และโอห์มได้ดู ด้านสิงโตเลยขอทำบ้าง เพราะในฉากตัวเองต้องปอกผลไม้จริงๆ งานนี้น้ำตาลเลยปากไวแซวสิงโต “พี่สิง ถ้าปอกผลไม้แบบนี้ หนูว่าคงได้กินแต่แกนกลางแอปเปิ้ลแน่ๆ ปอกเปลือก และเนื้อออกไปหมดเลยนะ” ด้านสิงโตเลยอมยิ้ม ตอบกลับเบาๆ “แหม ให้เวลาพี่หน่อย เข้าใจพี่บ้าง” ฮ่าๆด้านโอห์มก็นั่งรอเป็นกำลังใจให้สองคนซ้อมเข้าฉากซึ้งๆเมื่อซ้อมกันจนรู้คิวเริ่มถ่ายจริงกันเลยน้ำตาลกำลังปอกผลไม้ สิงโตเลยรีบตามมาในครัว หวังจะจีบน้ำตาลให้ติด แต่แอบเห็นน้ำตาลทำอะไรก็เก่ง เลยตัดพ้อด้วยแววตาน่าเอ็นดู น้ำตาลเห็นเพื่อนไม่เคยลอง ก็เลยช่วยสอนปอกผลไม้ระหว่างนั้นทำสิงโตหัวใจเต้น ตุบๆ แอบเขิน แอบมอง แอบยิ้มไม่หยุด จนพลาดท่ามีดบาดมือ ทีมเอฟเฟกต์เทแต่งเลือดสิงโตตกใจ เรียกสกิลอินเนอร์น้ำตานอง งานนี้ร้อนใจถึงพี่ชายแสนดีโอห์มรีบเข้าไปช่วยน้องทันที  เรื่องราวของ ไม้ เม่น ป้อน จะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ ติดตามชมฉากนี้ได้ในวันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม เวลา 21.40 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8พร้อมสามารถรับชมพร้อมกันทั่วโลก ในแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเว็บไซต์ iQ.com

‘เชฟอาร์ท’ โคจรมาเจอกับ 3 หนุ่ม ’เชฟจี-เชฟบอย-เชฟเติ้ล’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘เชฟอาร์ท’โคจรมาเจอกับ 3 หนุ่ม’เชฟจี-เชฟบอย-เชฟเติ้ล’ (naewna.com)

‘เชฟอาร์ท’โคจรมาเจอกับ 3 หนุ่ม’เชฟจี-เชฟบอย-เชฟเติ้ล’

‘เชฟอาร์ท’โคจรมาเจอกับ 3 หนุ่ม’เชฟจี-เชฟบอย-เชฟเติ้ล’

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.59 น.

 สู้ไม่ถอย!!โจทย์การแข่งขันที่ว่าหนัก ก็ยังไม่เท่ากับการที่ เชฟอาร์ท เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ต้องโคจรมาเจอกับ 3 หนุ่ม 3 สไตล์เชฟมืออาชีพรุ่นน้อง เชฟจี-เชฟบอย-เชฟเติ้ล ด้วยฝีมือและประสบการณ์ที่โชกโชนของทั้ง 3 คนเมื่อรวมตัวกันแล้วจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัว การต่อสู้บน คิทเช่นสเตเดื้ยม ของเชฟอาร์ท และ เชฟจี-เชฟบอย-เชฟเติ้ล จะดุเดือดขนาดไหน งานนี้เชฟอาร์ทขอสู้ไม่ถอยเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีแห่งบัลลังก์เชฟกระทะเหล็กประเทศไทยติดตามลุ้นและชมกันได้ในรายการ Iron Chef Thailand (เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย)ออกประเดิมวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคมนี้ เวลา 12.00 น.ทางช่อง7HD

แม่ว่า…แม่ได้! ‘ตุ๊ก-ญาณี’ ใส่แมสเล่น ‘บังเกิดเกล้า’ นำเทรนด์โควิด-19 รอบใหม่ป่วนเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – แม่ว่า…แม่ได้! ‘ตุ๊ก-ญาณี’ ใส่แมสเล่น ‘บังเกิดเกล้า’นำเทรนด์โควิด-19 รอบใหม่ป่วนเมือง (naewna.com)

แม่ว่า...แม่ได้! 'ตุ๊ก-ญาณี' ใส่แมสเล่น 'บังเกิดเกล้า'นำเทรนด์โควิด-19 รอบใหม่ป่วนเมือง

แม่ว่า…แม่ได้! ‘ตุ๊ก-ญาณี’ ใส่แมสเล่น ‘บังเกิดเกล้า’นำเทรนด์โควิด-19 รอบใหม่ป่วนเมือง

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.56 น.

ขโมยซีนทุกฉากตอนที่ออกอากาศ สำหรับบทสีสันสุดปัง “คุณนายทองใบ” จากละครผัวๆเมียๆสะท้อนสังคม “บังเกิดเกล้า” ช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี34 ที่ได้ดาราตัวแม่เจ้าบทบาท “ตุ๊ก-ญาณี” รับเล่นทั้งทีบทบาทต้องไม่ธรรมดา งานนี้ละครสดใหม่ถ่ายไปออนไป เพื่ออรรถรสของคนดู เลยได้เห็น “คุณนายทองใบ” เจ้าแม่โรงน้ำปลาแห่งเมืองระยองฮิ หยิบแมสหน้ากากผ้าสีสันฉูดฉาดตาม “คุณนายเศรษฐีบ้านนอกสไตล์” มาเข้าฉากมันซะเลย นอกจากจะอินเทรนด์ตามกระแสฮิต โควิด19 ระบาดรอบใหม่แล้วนั้น ยังเป็นการช่วยเตือนสติให้คนที่กำลังรับชมละครผ่านหน้าจอทีวี ตระหนักให้เห็นว่าก่อนจะออกจากบ้านทุกครั้งอย่าลืมใส่ หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันของวงการละคร ที่อินเทรนด์เกาะกระแสฮิต ใส่ใจความปลอดภัยของประชาชนคนไทย ตามคำฮิต “ดูละครแล้วย้อนกลับมาดูตัว” ละคร “บังเกิดเกล้า” เค้ามีมากกว่าความบันเทิงจริงๆ!!!